Silver night อภินิหารมังกรราตรีสีเงิน (จบแล้ว พักการรีไรต์)

ตอนที่ 143 : ตอนที่ 32 ชิงตัว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1942
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    17 มิ.ย. 54

             

              
  ตึ่กๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

                “เทเรซ อควายังอยู่ที่เดิมใช่ไหม” เสียงเย็นของชายผมดำยาวถามขึ้น

                “ครับ อยู่ที่ห้องนอนที่เดิมครับ” เทรซตอบกลับ ดวงตาสีน้ำเงินประกายวาววับ รับผมสีน้ำเงินที่ปรกดวงหน้า เขาและดยุคลากูลเนตวิ่งมาตามทางเดินของตัวคฤหาสน์เพื่อมุ่งไปยังห้องนอนนั้น ที่เดเร็กไม่สามารถเจาะจงพาทุกคนไปยังห้องของอควาได้เลย เพราะเทรซบอกแค่ว่าเป็นห้องนอนทางปีกตะวันตกชั้นสอง พวกเขาจึงโผล่ออกมาตรงปีกตะวันตกชั้นสองของตัวบ้านตรงบันได เซดริกและรูฟัสจึงขอตัวแยกไปหาแจสมิน เนื่องจากเทรซบอกว่า แจสมินไม่ได้อยู่กับอควาแล้ว

                คมดาบของเทรซตวัดลงยังคนที่เดินผ่านไปมา คนไม่สนใจแล้วว่าคนพวกนี้จะเป็นคู่ต่อสู้หรือไม่ รู้แค่ว่าเป็นพวกของกรินเดลเขาก็จะลงมือทันที

                ในที่สุดพวกเขาก็ไปยังประตูห้องนอนห้องนั้น เทรซเปิดผัวะ เห็นร่างของอควานอนสลบอยู่บนเตียง ชายหนุ่มคิดจะวิ่งเข้าไปหา แต่พลันนึกได้ว่าควรปล่อยให้เป็นท่านดยุคเข้าไปดูลูกสาวดีกว่า

                “อควา” เดเร็กเรียกเจ้าหญิงน้อย “ตื่นสิลูก”

                เจ้าหญิงแห่งริเวเทียขยับตัวตามแรงเขย่าของท่านพ่อ เธอลืมตาขึ้นมาเห็นหน้าของพ่อ พอเห็นว่าเป็นผู้ให้กำเนิด อควาก็ยกแขนขึ้นกอดแน่น ตัวของเธอสั่นน้อยๆ แต่ไม่ยอมหลั่งน้ำตาแห่งความกลัวออกมา

                “ไม่เป็นไรแล้วนะ” เดเร็กปลอบ ยกมือลูบหัวลูกสาว

                “หนูไม่เป็นไรค่ะ แต่แจสมิน มันเอาตัวแจสมินไปทำพิธีแล้วแน่ๆ” อควาบอกเดเร็ก “มันจะเลือดของแจสมินไปทำพิธี”

                เดเร็กเบิกตากว้างเวลาเหลือไม่มากแล้ว

                “แล้วลูกรู้ไหมว่าห้องทำพิธีอยู่ที่ไหน”

                “ไม่ทราบค่ะ รู้แต่ว่ามันจะใช้เลือดของแจสมิน บอกว่าใช้นิดหน่อย”

                “ไม่ใช่นิดหน่อย” เดเร็กแก้คำให้ถูกต้อง เขามองเห็นใบหน้าไร้สีเลือดของลูกสาวเต็มสองตา แต่ลูกก็ต้องรู้ความจริง “เลือดหมดทั้งตัวของแจสมินเลยต่างหาก”

                “ว่ายังไงนะคะ!

                “ลูกคงรู้แล้วนะคำสาปน่ะต้องใช้วัตถุดิบในการสาป เอ่อ พ่อได้ยินรูฟัสอธิบายให้ลูกฟัง และคงรู้ว่าใช้อะไรเป็นวัตถุดิบจากหนังสือที่กราเคนแปลให้”

                “พ่อรู้หรือคะว่าเราแอบสืบเรื่องนี้” อควาทำตาโตตกใจ เธออุตส่าห์พยายามแทบตายไม่ให้ความแตก แต่ก็ดันแตกจนได้

                เดเร็กพยักหน้า

“เรื่องนั้นไว้ค่อยชำระคดีกันฟังพ่ออธิบายก่อนนะ วัตถุดิบของคำสาปเสื่อมสลายน่ะ เป็นวัตถุดิบที่น่ากลัวมากนะลูก หนึ่งคือเลือดของผู้มีพลังแห่งชีวิต และสองนั่นคือ ความเกลียดชัง อิจฉาริษยาต่อผู้ครองพลังแห่งชีวิต และความอิจฉาริษยาเพียงคนเดียวมันไม่พอ มันต้องใช้คนร่วมสาปอย่างน้อยสิบคน เพราะคำสาปเสื่อมสลายน่ะ ผู้ที่ร่ายมันครั้งแรกคือ กลุ่มคนในตระกูลแอมบราที่มีเวทธรรมดาและริษยาผู้ที่มีพลังแห่งชีวิต เลือดที่มีพลังแห่งชีวิตและพลังของผู้มีความริษยาจะก่อกำเนิดพลังเสื่อมสลาย ฉะนั้น สาเหตุการล้มสลายของตระกูลแอมบราเกิดจากการกัดกินจากในใจของคนตระกูลนั้นเอง” เสียงเย็นอธิบาย เขากลอกตาคิดหาทางหาตัวหลานสาวให้เร็วที่สุด “คำสาปจากผู้ร่ายจะเข้าไปกัดกินพลังแห่งชีวิตของผู้ถูกสังเวย เมื่อจบพิธี เลือดของแจสมินก็จะแปดเปื้อนเป็นเลือดที่มีคำสาปเสื่อมสลาย ร่างของแจสมินจะอาบด้วยเลือดพิษของตัวเอง ลูกคิดว่าคนที่เกิดมาเพื่อสร้างและรักษาจะทนพิษนี้ได้หรือ”

                อควาส่ายหน้า เธอเห็นแต่เลือดสีแดงฉานของแจสมินเต็มไปหมด มันเป็นภาพหลอนที่เกิดจากความกลัว

                “หากพิธีสำเร็จ แจสมินจะตายในที่สุด” เสียงเย็นตอกย้ำความจริงที่อควากลัว

                “เราต้องไปช่วยแจสมินค่ะ เดี๋ยวนี้เลย!” อควากระโดดลงจากเตียง ออกวิ่งไปทางประตูโดยมีเดเร็กและเทรซวิ่งตามหลังไป

                                                                                           .........................

                คฤหาสน์ใหญ่โตแบบนี้ พวกมันเอาแจสมินไว้ที่ไหนนะ

                รูฟัสถามตัวเอง ขณะเยี่ยมหน้าออกไปมองสำรวจบริเวณ เขาเห็นพวกของกรินเดลเดินขวักไขว่เต็มไปหมด ชายหนุ่มค่อยๆ หดหัวกลับมา พลางคิดวิเคราะห์แผนการ และความสามารถของตน คิดว่าตนมีอะไรอยู่บ้างและงัดอะไรมาใช้ได้บ้าง

                เขาเองก็ใช่ว่าจะฝ่าพวกนั้นไปไม่ได้ แต่เขาไม่อยากเปลืองแรงจัดการกับพวกปลาซิวแล้วพอเจอตัวใหญ่ต้องหมอบกระแตหรอกนะ อีกอย่างตอนนี้เขาอยู่คนเดียว คุณอาเซดริกก็ไปหาทางอื่น ทำอะไรต้องระวังให้จงหนัก

                หลังจากแอบลอบเดินเข้ามาได้ถึงอีกช่วงหัวมุมหนึ่ง ดวงตาสีน้ำเงินแอบลอบมองอีกครั้ง ครั้งนี้บนทางเดินที่ปูด้วยกระเบื้องลายหินอ่อน เขาเห็นร่างสูงที่คุ้นหน้า ร่างนั้นครองผมสีแดง อึดใจหนึ่งเขาจึงคิดออกว่า นั่นเป็นเพื่อนของแจสมิน ชื่อ ซีบิล แคสเชอร์ แต่ซีบิลที่เขารู้จักเป็นผู้หญิง นั่นหมายความว่า สายลับที่เขากับแจสมินสงสัยคือ คนคนนั้นเองหรือ

                รูฟัสกัดฟันกรอด เขามองร่างสูงหน้าสวยหันรีหันขวางมองว่ามีใครอยู่ไหม ก่อนจะแตะที่มุมขวาบนของกรอบภาพวาดสีน้ำมันลายราชสีห์ ภาพนั้นเหวี่ยงตัวออกเผยทางเดินลับลงไปใต้ดิน ซีบิลเดินลงไปในนั้น ไม่ช้าภาพนั้นก็เหวี่ยงตัวปิด

                ว่าที่เดเมดลีนผ่อนลมหายใจ เขานับหนึ่งถึงสิบรอจนแน่ใจว่าสามารถตามซีบิลไปห่างๆ ได้ จึงเดินตรงไปยังภาพวาดสีน้ำมันนั้นและกดตรงจุดเดียวกับซีบิล ร่างสูงเดินลงไปในทางลับที่มีแสงจากคบเพลิงส่องสว่าง เสียงฝีเท้าของเขาดังกังวานในทางนั้น อากาศเย็นชื้นทำให้รูฟัสหายใจไม่ค่อยออก แต่ก็กัดฟันทนเดินไปจนสุดทางเดิน และแล้วเขาก็ต้องเบิกตากว้าง

                ที่สุดทางเดินนั้นเป็นลานกว้างหน้าประตูที่เปิดไปสู่ห้องที่ทำด้วยหินสีดำทั้งหมด นัยน์ตาคู่คมเห็นยามเฝ้าอยู่หน้าประตูสองคน และเห็นคนเดินเข้าไปในนั้นโดยใส่ผ้าคลุมปิดบังใบหน้า

                อย่างกับพิธีทางไสยเวท

                รูฟัสคิดในใจ พลางหลบไปซ่อนตัวตรงซอกหิน จังหวะนั้นเองเขาก็เห็นซีบิลเดินเลียบทางเดินตรงไปยังมุมตรงลานกว้าง ไกลจากสายตาของยาม มือเรียวของเขาแงะหินแผ่นตรงนั้นจนเกิดช่องว่างให้พอลอดเข้าไปได้ ไม่ช้าร่างเพรียวก็หายไปกับแสงรัตติกาล

                โอเค เขาเจอทางเข้าอีกทางแล้วเอาไงต่อ

                รูฟัสคิดในใจ เขากลอกตาหาทางไปต่อ ถ้าเขายังยืนอยู่ตรงนี้มีหวังคนมาเจอแน่ พลันก็มีชายสวมผ้าคลุมคนหนึ่งเดินลงมาทางบันได พอดีกับที่รูฟัสเยี่ยมหน้าออกมา เขาและรูฟัสเผชิญหน้ากันพอดี

                โดยไม่ต้องคิดอะไร รูฟัสยกหมัดขึ้นแล้วต่อยเข้าที่ใบหน้าใต้ผ้าคลุม ให้ร่างนั้นเสยถลา ก่อนจะใช้น้ำแข็งยึดฝ่าเท้าของชายคนนั้นไว้

                “เงียบๆ น่า เดี๋ยวก็เสร็จแล้ว” ว่าที่เดเมดลีนอ้อมไปปิดปากเขา กระชากผ้าคลุมมาสวมแทน ก่อนจะใช้สันมือสับท้ายท้อยจนเขาสลบไป รูฟัสลากเขาใส่ซอกหิน มัดเท้าด้วยเสื้อสเว็ตเตอร์เปื้อนเลือด และมัดมือด้วยแขนเสื้อเชิ้ตของเขา รวมทั้งอุดปากไว้ด้วยผ้าเช็ดหน้า  จากนั้นว่าที่คุณหมอก็เดินไปดับคบเพลิงตรงนั้นเพื่อไม่ให้ใครเห็นคนสลบ

                รูฟัสในชุดผ้าคลุมเดินลงมาตามบันได เขาเลี้ยวไปทางประตูที่มียามเฝ้า และได้ยินเสียงยามคนหนึ่งทักทาย

                “แหม ท่านบลอคคัสมาสายเสมอเลยนะ พิธีใกล้จะเริ่มแล้ว”

                รูฟัสพยักหน้าไม่พูดอะไร เขาเดินตรงเข้าไปในห้องสีดำที่สว่างไสวด้วยคบเพลิง ห้องนั้นแวดล้อมด้วยเก้าอี้รูปตัวยูและบนเก้าอี้นั้นก็มีร่างของคนแปดคนนั่งอยู่ ส่วนอีกคนยืนอยู่กลางห้องเคียงแท่นสีดำที่มีวงเวทบนพื้นหินนั้นวาดด้วยเลือดสีแดงสดที่ส่งกลิ่นน่าคลื่นเหียน เหนือแท่นสีดำสนิทมีร่างของสาวน้อยผมเงินในชุดขาวบริสุทธิ์นอนหลับอยู่ เส้นผมสีเงินของหล่อนแผ่สยายท่ามกลางแสงอนธการราวกับเป็นรัศมีของจันทราดูเยือกเย็นและงดงามในคราเดียว

                “แจสมิน” รูฟัสอุทานเบาๆ อยากจะตรงไปช่วยร่างบางตรงหน้า หากแต่ว่าเขาคนเดียวจะทำอะไรต้องทำครั้งเดียวแล้วเสร็จ ไม่ใช่คาราคาซังมีหวังแพ้แน่ ดังนั้นต้องรอโอกาสก่อน คิดดังนั้นเขาจึงเดินไปนั่งยังเก้าอี้ที่ว่างอยู่ ซ่อนประกายตาโกรธเกรี้ยวไว้หลังผ้าคลุมหน้า

                บรรยากาศในห้องชวนให้รูฟัสขยะแขยง มันทั้งอับชื้นและหดหู่ ไม่สิ บรรยากาศทางกายภาพยังไม่เท่าไร แต่ทางใจมันเป็นสถานที่สำหรับไว้สังเวยโดยเฉพาะ รูฟัสได้กลิ่นคาวเลือดลอยเตะจมูก ได้กลิ่นของความตาย ความสิ้นหวัง และกระหายอำนาจลอยวนเวียนไปหมด

                เขาไม่มีวันให้แจสมินต้องรวมอยู่ในกลิ่นแบบนี้แน่

                “ขอบคุณผู้ร่วมอุดมการณ์ทุกท่านทั้งหลายที่มาร่วมในพิธีปลุกคำสาปเสื่อมสลาย ทุกท่านคงรู้ว่าบัดนี้ เซเลสได้เดินมาถึงจุดที่ตกต่ำที่สุด กำลังคนของเราน้อยลงทุกที เพราะไม่มีเด็กที่มีคำสาปเสื่อมสลายมาแทนที่ผู้ลาลับ พวกเราเคยเป็นกลุ่มขุนนางที่ทรงอำนาจที่สุด กลับต้องลดอำนาจลงมาเพราะเรื่องพวกนี้หรือ” ชายร่างใหญ่สูงสง่าตรงกลางห้องพูด เรียกเสียงเห็นด้วยจากคนในผ้าคลุมทุกคน “พวกเราคือกลุ่มคนที่มีอำนาจมากที่สุด เป็นผู้ค้ำจุ้นบังลังก์ขององค์ราชา ควรหรือต้องมีทรัพยากรบุคคลน้อยถึงเพียงนี้ เราต้องการกำลังคน กำลังคนคือ อำนาจของเรา!

                “ใช่” เสียงเห็นด้วยจากในเสื้อคลุมว่า รูฟัสแทบจะอ้วกออกมาด้วยความขยะแขยง เขาเริ่มแผนการโดยส่งตำแหน่งที่เขาอยู่ให้ทุกคนรู้ผ่านทางสัญญาณติดตามในพ็อกเก็ตโฟน รวมทั้งส่งข้อความเรียกขอความช่วยเหลือจากทุกคน

                “บัดนี้ฉันได้พบวิธีแก้ไขในเรื่องจำนวนคน นั่นคือการกลับไปเริ่มต้นใหม่! เราจะปลุกคำสาปขึ้นมาใหม่ ดั่งพระเจ้าเห็นว่าเราต้องการเช่นไร ท่านส่งเด็กที่มีพลังแห่งชีวิตเพียงหนึ่งเดียวในรอบหลายร้อยปีลงมาเกิด ร่างของเด็กคนนี้จะเป็นเครื่องสังเวยในการปลุกคำสาป ร่างของเด็กสาวที่มีแม่ผู้ไม่ใช่เซเลส! หล่อนเป็นแอตแลนที่มายุ่งในกิจของเซเลส ช่างน่ารังเกียจยิ่ง”

                รูฟัสกำหมัดแน่นใต้ผ้าคลุม พยายามระงับความโกรธและใช้สติคิดวิเคราะห์ตามเหตุผล

                เย็นไว้ ต้องหาจังหวะให้ได้ก่อน...เขาบอกตัวเอง

                “เลือดของแม่หนูคนนี้ที่หลั่งออกมาจนหมด เมื่อรวมกับบทสาปที่ฉันได้ไปขโมยมาจากกรมคลังที่เก็บเอกสารลับของเซเลส คำสาปเสื่อมสลายจะกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง เด็กคนนี้จะเป็นคนแรกที่ได้รับคำสาปนั้นและเป็นเครื่องสังเวยของเรา!

                มีดในมือของชายผู้ประกาศกรีดลงที่ท้องแขนของแจสมินทั้งซ้ายขวา สีแดงตัดกับสีผิวขาวของเธอจนเด่นชัด รูฟัสแทบจะคุมสติไม่ไหวแล้ว

                ช่องว่างๆ เมื่อไรจะมาสักทีชายผมแดงถามตัวเองอย่างบ้าคลั่ง

                จู่ๆ ชายคนนั้นก็ยกมีสูงตรงอกของแจสมินที่ไหวกระเพื่อม มันจ่อลงเหมือนจะพุ่งแทงได้ทุกเมื่อ

                “แด่เซเลส!” มือหนาพุ่งมีดใส่หมายจะแทงตรงเนินอกของหญิงสาวผู้งดงามบริสุทธิ์

                “ไม่นะครับ!” เสียงใครบางคนร้องจากมุมมืด พร้อมกับร่างสูงที่พุ่งเข้ามาจับมือที่ถือมีดไม่ให้พุ่งแทงหญิงสาวผมเงิน

                จังหวะนี้แหละ!

                ในที่สุดโอกาสที่รอคอยก็มา รูฟัสลุกขึ้นและสะบัดผ้าคลุมออก ชายหนุ่มวาดมือเรียกน้ำแข็งและเกล็ดหิมะ บันดาลห้องอันน่ารังเกียจเป็นห้องแห่งเหมันต์ ดวงตาสีน้ำเงินของเขาเยือกเย็น เย็นชา จนแทบเรียกได้ว่าว่างเปล่า  เกล็ดน้ำแข็งจับที่เรือนผมสีแดงเพลิงและแพขนตาของเขา จนเหมือนเจ้าชายหิมะ ชายหนุ่มเรียกมีดสั้นน้ำแข็งสะบัดมันแทงทุกร่างที่นั่งบนเก้าอี้รูปตัวยู แล้วเสกพวกเขาเป็นคนแช่แข็ง ตอนนั้นเองที่พวกยามวิ่งเข้า

                “อย่ามาเกะกะ!

                รูฟัสเรียกพายุหิมะมาเพิ่มราวจะประกาศศักดาของสายเลือดแห่งริเวเทีย เขาแช่แข็งยามสองคนที่พุ่งเข้ามาเป็นประติมากรรมน้ำแข็ง แล้วเขาก็หันไปสนใจชายสองคนตรงกลางห้อง

                “พ่อครับไหนพ่อบอกจะใช้เลือดเธอแค่แก้วเดียว! พ่อหลอกผมให้ผมพาเธอมา ไหนบอกว่าเธอจะปลอดภัย เธอจะเข้าใจเราไง!” ซีบิลยื้อแย่งมีดจากมือของกรินเดล เขาพยายามอย่างถึงที่สุดที่จะยุติเรื่องนี้ “ผมไม่มีวันให้แจสมินตายเด็ดขาด พ่อได้ยินไหม!

                “ซีบิล พ่อบอกว่าให้ไปอ่านหนังสือในห้อง ทำไมถึงตามลงมา”

                “เพราะผมกลัวพ่อจะทำร้ายแจสมินมากกว่าที่บอกผมไว้น่ะสิครับ พ่อทำตัวน่าสงสัย พ่อครับผมรู้ว่าพ่อผิดหวังที่ผมเกิดมาไม่มีพลังนั่น แต่ผมขอร้อง อย่าทำร้ายแจสมินอีกเลย!” ซีบิลวิงวอนสุดความสามารถ แต่แกรนด์ปัดเขาออกห่าง มีดกรีดเลือดจากข้อมือที่มีเส้นเลือดใหญ่ของซีบิล เลือดสีแดงของเขาไหลไปรวมกับของแจสมิน

                ชายผมแดงกุมข้อมือพยายามห้ามเลือด เขาถอยออกห่างจากพ่อ

                “ใช่! ฉันผิดหวัง ผิดหวังที่ลูกชายเพียงคนเดียวของฉัน ลูกคนเดียวที่ฉันสามารถจะมีได้ เกิดมาเป็นคนที่เซเลสไม่ต้องการ แกควรเป็นหนึ่งกองกำลังของทางเซเลส แต่แกกลับเป็นแค่คนที่เกิดมาแล้วต้องออกจากตระกูลไป” กรินเดลตะโกน

                “พ่อสงบสติหน่อยครับ!” ซีบิลตะโกน เขามองกรินเดลที่ดวงตาประกายดุดันเหมือนเสือ ดูเหมือนชายร่างใหญ่จะโกรธจนไม่สังเกตถึงหิมะที่ตกอยู่ ส่วนซีบิลวุ่นเกินกว่าจะสนใจแม้จะรู้ถึงความผิดปรกติ

                “ถ้าแกยังเห็นผู้หญิงคนเดียวสำคัญกว่าความอยู่รอดของตระกูลแกมันก็ไม่ใช่ลูกฉัน”

                “พ่อครับ!

                “ใช่แกมันไม่ใช่ลูกฉัน แกมันเกิดมาโดยไม่มีพลังเสื่อมสลาย ไม่ใช่เซเลส ฉันถึงไม่เคยให้แกใช้นามสกุลของฉันเลย แกจงเป็นแคสเชอร์ไปจนวันตายเถอะ!

                “พ่อ” ซีบิลทำหน้าไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยิน ไม่อยากเชื่อที่พ่อจะดุด่าเขาแรงถึงเพียงนี้ “ผมเป็นลูกพ่อ ผมใช้พลังเสื่อมสลายไม่ได้ ผมถึงศึกษาเรื่องพิษหวังว่ามันจะใกล้เคียงขึ้นบ้าง ผมทำทุกอย่างเพื่อพ่อ แต่งหญิงเพราะพ่อขอ เรียนที่เซพาตราเพราะพ่อให้เรียน หวังสักคนพ่อจะรับผมเข้าตระกูล ผมจะได้เป็นเซเลส ไม่ใช่ให้เป็นแค่คุณชายที่ทุกคนเอาแต่ดูถูกแม้จะคอยรับใช้ก็ตาม!

                “แต่นับแต่นี้ไปแกไม่ใช่ลูกฉัน! กรินเดลประกาศ ดวงตาคุ้มคลั่งมองซีบิลที่กำลังตัวสั่นกับถ้อยคำรุนแรง

                “แกไม่สมควรพูดกับลูกชายแกแบบนี้!” ในที่สุดรูฟัสก็ทนมองความสัมพันธ์ย่ำแย่ของพ่อลูกไม่ไหว เขากระแทกพลังใส่กรินเดล ก่อนกระโจนเข้าไปหาแจสมินที่นอนอยู่บนแท่นท่ามกลางลมเหมันต์

                รูฟัสปรายตามองข้อมือแดงฉานของซีบิล เขาเอื้อมมือไปจับมันและใช้พลังฮีลลิ่งรักษา

                “ถึงเมื่อก่อนนายจะเป็นอย่างไรฉันไม่รู้ แต่ถ้าอยากช่วยแจสมินแสดงว่าเราเป็นพวกเดียวกัน” รูฟัสดึงมือเปื้อนเลือดกลับมา ดวงตาสีน้ำเงินสบกับดวงตาสีเขียวของซีบิล มือของว่าที่เดเมดลีนอุ้มร่างของแจสมินขึ้นมาพลางใช้ฮีลลิ่งรักษาแผลที่ท้องแขนทั้งสองข้าง

                “ครับคุณรูฟัส” ซิบิลพยักหน้า เขาก้มหน้าลงไปจะพูดออกคำสั่งให้ร่างกายของแจสมินตื่น ทว่าตอนนั้นเองกรินเดลก็โจมตีโดยใช้ต้นไม้ใหญ่แทงตรงมายังร่างของรูฟัส

                “คุณรูฟัสระวังครับ!” เด็กหนุ่มผมแดงร้อง เขาผลักรูฟัสให้หลบจนโดนกิ่งของมันถากที่หัวไหล่เป็นแผลลึก

                รูฟัสกอดแจสมินไว้แน่น คิดจะใช้น้ำแข็งแช่คนคนนั้นซะ ทว่าฉับพลันเปลวเพลิงลูกใหญ่ก็โหมคลั่งในห้องเหมันต์ กวาดหิมะที่โปรยปรายให้หมดสิ้น เมื่อแสงเพลิงจากไปรูฟัสก็เห็นร่างชายร่างเล็กกำลังยืนจังก้ากั้นระหว่างเขากับกรินเดล

                “เล่นกันในบ้านกับหลานแบบนี้ไม่เรียกผมได้ไงพี่!” เสียงทะเล้นของแกรนด์ว่า

                “ไอ้เด็กกาลกิณี!

                “พูดไม่เพราะเลยนะคะคุณกรินเดล” เสียงหวานของผู้มาใหม่ว่า มันเป็นเสียงที่ทำให้หัวใจของรูฟัสชุ่มชื้นด้วยมันคือ เสียงนายหญิงแห่งเซเลส

                โรสเดินมาหยุดตรงข้างแกรนด์ เธอมองเปลวเพลิงในห้องที่เกิดจากฝีมือของแกรนด์อย่างพึงใจ ก่อนจะหันมองรูฟัส

                “รูฟไม่เป็นอะไรนะ”

                “ครับอาโรส แจสมินเองก็แค่หลับไปครับ ว่าแต่อาโรสมาได้ยังไง แล้วพวกอาเซดริกเขาอยู่ไหนละครับผมบอกให้อาเขาลงมา”
                “เมื่อกี้เซดริกส่งสัญญาณให้อาบุกเข้ามาน่ะ ส่วนตัวเขากำลังสู้อยู่ด้านนอกกับเดเร็ก เทรซแล้วก็อควา ที่อาต้องเข้ามาที่นี่มันก็มีเหตุอยู่นะรูฟ” โรสมองซีบิลที่คลานเข้าไปกระซิบบางอย่างที่หูของแจสมิน วินาทีต่อมาแพขนตาของแจสมินก็กระพือดุจผีเสื้อ ก่อนจะเผยดวงตาสีชมพูคู่งามออกมา

                รูฟัสกอดแจสมินแน่นบ่งถึงความโล่งใจที่เธอตื่นขึ้นมา โรสขยับยิ้มให้ภาพนั้น ก่อนตวัดมือเรียกแส้กุหลาบออกมา

                “เรื่องของเซเลสต้องให้เซเลสเคลียร์ด้วยกันเอง!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

1,838 ความคิดเห็น

  1. #1425 ~SOUL SHADOW~ (@haruhi1) (จากตอนที่ 143)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2554 / 10:20
    T^T โอ้ ทำไมชิบิลถึงได้น่าสงสารอย่างนี้   รอลุ้นตอนต่อไปสู้ๆ
    #1425
    0
  2. #1424 I am ELF LovE SuJu 4EveR (@ilovesuperjunior) (จากตอนที่ 143)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2554 / 15:56
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
    สนุกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    อัพพพพพพพพพพพ
    อัพต่อเร็วเร้วววววววววววววว
    #1424
    0
  3. #1423 logan (@lokoy) (จากตอนที่ 143)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2554 / 14:46
    โรสมาแล้ว>_<
    #1423
    0
  4. #1422 อัคนิรันดร์ (@quietear) (จากตอนที่ 143)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2554 / 14:35
    อืมๆๆ...
    ดีจังค่ะ ^^
    อาทิตย์นี้ว่างเล็กน้อย...อ่าว่าแต่...
    อย่าลืมท่านฮาวล์แบบนี้สิคะ...
    ไม่งั้นระวังโดนฮาวล์งับเอาน้า
    ...อ่า...ควักแหวนออกมาใส่แล้วแน่ะ
    #1422
    0
  5. #1421 neschan (@netsu) (จากตอนที่ 143)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2554 / 12:07
    จัดการพวกนั้นเลย
    ร้ายจริงๆลูกตัวเองยังทำได้ลงคอ
    #1421
    0
  6. #1420 PRanG Thai Circle (@mapringgang) (จากตอนที่ 143)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2554 / 10:09
     ว้าว
    ลุ้นๆๆๆ
    #1420
    0
  7. วันที่ 18 มิถุนายน 2554 / 09:22
     สงสารซิบิลอ่ะ  คุณพ่อนั้น เลวจริงๆ ไปตายซ่ะ   แฮ่ๆๆๆ- -+
    #1419
    0
  8. #1417 แมวคุง (จากตอนที่ 143)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2554 / 22:39
    โว้วว ซิบิลเป็นผู้ชายน่าเอง กรี๊ดด ท่าทางหล่อ -////-

    สงสารจัง มีคู่ไห้ไม๊คะ ท่านเรน่า



    กำลังหนุกๆ อยากอ่านต่อ กรี๊ดดดด ค้างงงงง
    #1417
    0
  9. #1416 som1313 (@som1313) (จากตอนที่ 143)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2554 / 21:55
    โอ้ว กำลังเข้มข้น
    #1416
    0