Silver night อภินิหารมังกรราตรีสีเงิน (จบแล้ว พักการรีไรต์)

ตอนที่ 149 : ตอนพิเศษ การกลับมาของใครบางคน 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2708
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    28 ก.ค. 54

ตอนพิเศษ การกลับมาของใครบางคน

 

            ใบไม้สีเขียวสั่นระริกยามสายลมพัดแรง เปิดช่องให้แสงแดดอันอบอุ่นสาดลงมายังพื้นอิฐสีส้มที่ปูเป็นทางเดินและพื้นหญ้าสีเขียวอ่อน ถัดออกไปจากทางเดินเล็กน้อย มีร่างของชายหนุ่มผมสีน้ำตาลนั่งพิงผนังม้านั่งสีขาวอย่างสบายอารมณ์ เขาสวมผ้าปิดปากสีขาวบดบังใบหน้าคมคายไว้ครึ่งหนึ่ง ขับดวงตาสีเขียวคู่สวยที่จ้องตรงไปยังร่างระหงผมดำผู้เดินเยื้องย่างมาทางเขาไม่วางตา

            หญิงสาวผมดำระบายยิ้มมาแต่ไกล อ้าปากจะถามว่ารอนานไหมคะ แต่พอเห็นสภาพชายหนุ่มเต็มๆ ตาเธอก็ถอนใจเบาๆ

            “ถอนใจทำไมหรือ” ชายผมน้ำตาลถาม เขยิบตัวให้หญิงสาวนั่งข้างเขา

            “ถอนใจให้คนบ้า” สาวผมดำหันหน้าหรี่ตา นิ่วหน้าใส่ชายหนุ่ม “เป็นโรคแพ้เกสรดอกไม้หรือไงคะ ถึงต้องใส่หน้ากากปิดปาก คุณแกรนด์ ฮีมิล”

            พอได้ยินคำแขวะ แกรนด์ก็ก้มหน้าต่ำ หัวเราะกับตักตัวเอง

            “ผมใส่เพราะจะรักษาเกียรติให้ใครบางคนแถวนี้หรอก โธ่ ถ้าใครๆ มาเห็นว่าเจ้าหญิงแฮกเซล แอบมานัดพบกับผู้ชาย เดี๋ยวคนจะไปลือ แถมผู้ชายหล่อๆ อย่างผม ทายาทนักธุรกิจพันล้านน่ะ ใครๆ ก็จำได้ ป้องกันไว้ดีกว่าน่า จริงไหมแฮกเซลหน้าดำ” แกรนด์ยักคิ้วให้หญิงสาวหน้าคม พลันเขาก็ซี้ดปากเมื่อได้รับฝ่ามืออรหันต์ของหล่อนฟาดเข้าที่ต้นแขน แต่ไม่วายหัวเราะกับใบหน้าติดจะแดงของอีกฝ่าย ที่ยิ่งดูก็ยิ่งน่ารักในสายตาเขา

            “พูดบ้าๆ น่ะ อายุคุณก็ขึ้นเลขสามแล้วนะคุณแกรนด์ ยังมาทะเล้นอย่างกับเด็กวัยรุ่นอีก หน้ากากน่ะถอดออกเชียว ฉันปลอมตัวมาน่ะ ไม่มีใครจำได้หรอก” แฮกเซลขู่เสียงฟ่อ ทำตาดุใส่คนข้างตัว จนเขาต้องถอดหน้ากากอนามัยออกเผยดวงหน้าคมคายของคนที่เธอไม่ได้เห็นหน้าจังๆ มานานหลายปี ตลอดเวลาที่เขาและหลานชายไปเรียนต่อที่เพนเซีย เธอและเขาก็ได้แต่ติดต่อกันทางโทรศัพท์และทางจดหมาย เห็นหน้าทางรูปถ่ายเท่านั้น

            “ว่าแต่ผม คุณก็เลขสามแล้วนะครับ แฮกเซล” แกรนด์จุ๊ปาก ทำหน้ายียวน “แต่ยิ่งโตยิ่งสวยนะครับ”

            “อยากโดนดีหรือไงคะ” แฮกเซลหรี่ตา

            “ไม่เล่นก็ได้ครับ ดุจังเลย นี่ดุแบบนี้ไม่คิดถึงผมหรือครับ ไม่ได้เจอตั้งหลายปี”

แฮกเซลถอนใจให้คนที่พอเลิกกวนก็เข้าโหมดอ้อนทันที เธอชักชินกับการกวนสามคำอ้อนสามประโยคของเขาแล้ว เพราะพอคุยโทรศัพท์ทีไร เขาก็จะเริ่มต้นด้วยการคุยดีๆ สักพักจะกวน และพอเธอตบะแตกก็จะตบท้ายด้วยลูกอ้อนแพรวพราวที่ทำให้เธอโกรธจริงจังไม่ได้สักที

พี่โรสพูดถูกอีตาแกรนด์นี่ไม่ได้ต่างจากลูกหมาลาบราเดอร์ที่ต้องการคนเอาใจใส่มากๆ แม้แต่น้อย ตอนนี้เธอแทบจะเห็นหางกระดิกริกๆ เลยล่ะ

“จะคิดถึงทำไม โทรศัพท์ก็คุยกันทุกวัน จดหมายก็ส่งสองสัปดาห์ครั้ง นิยายคุณก็ส่งมาให้ฉันอ่าน รูปถ่ายเอยก็ส่งมาแทบทะลัก ฉันจะคิดถึงคุณทำไม”

“ก็มีแค่ผมส่งให้คุณฝ่ายเดียวนี่ คุณไม่เคยส่งรูปถ่ายให้ผมดูเลย มีแต่จดหมาย กับโทรศัพท์” ฝ่ายชายประท้วง ดวงตาสีเขียวจ้องดวงตาสีฟ้าจากคอนแทคเลนส์ของฝ่ายหญิง

“ส่งจดหมายได้ก็ดีแค่ไหนแล้ว ฉันเป็นเจ้าหญิงนะ จะติดต่อคนตามสบายได้ที่ไหนเล่า” แฮกเซลอธิบาย มุ่นคิ้วเป็นปม “คุณไม่รู้หรอกว่าคุณสร้างความลำบากให้ฉันมากแค่ไหน คุณแกรนด์!

“ผมน่ะรึ” แกรนด์เลิกคิ้ว สีหน้างุนงง เขาชี้นิ้วมาทางตัวเอง “ผมไปทำอะไรให้คุณ หรือท่านโรซาเลียรู้เรื่องที่เราคุยกัน ไม่เห็นเป็นอะไรนี่นา ท่านไม่ได้ว่าผมสักคำ วันก่อนยังคุยโทรศัพท์กันอยู่เลยนะครับ”

ถึงตรงนี้ แฮกเซลก็ยกมือกุมขมับ นึกถึงเหตุผลที่เธอนัดเขาออกมาในวันนี้ เขาช่างดีแสนดีแค่ไหน ที่ยอมออกมา ทั้งๆ ที่เพิ่งกลับมาถึงเมืองวิริเดี้ยนเมื่อวาน ข้าวของก็ยังเก็บไม่เสร็จดีเลย แต่พอเธอโทร. ไปขอให้ออกมาพบแค่นั้นแหละ ก็รับปากว่ามาได้ทันทีเลย

“คุณเป็นอะไรไปหรือครับแฮกเซล” แกรนด์สังเกตเห็นอาการเครียดของสาวเจ้า เขาเริ่มไม่สบายใจกับอาการของแฮกเซลมากขึ้นทุกที ปกติถ้าแฮกเซลทนเขากวนไม่ไหว หล่อนจะว่าออกมาตรงๆ ไม่อ้อมค้อม แต่อาการนิ่งเงียบกุมขมับแบบนี้คงไม่ได้เครียดเรื่องเขากวนแล้วเป็นแน่ น่าจะเป็นเรื่องใหญ่กว่านั้น

“พี่โรสไม่ได้เป็นคนเดียวที่รู้ว่าคนที่ฉันคุยทางจดหมาย ทางโทรศัพท์ทุกวันก็คือคุณ” แฮกเซลผินหน้าสบดวงหน้าคมคาย “แต่ยังมีอีกสอง”

“ใครครับ”

“ท่านพ่อกับท่านแม่” เสียงหวานพูดเบาๆ ดวงตาคู่งามไหวระริก “เมื่อสองเดือนก่อน ท่านพ่อเดินเข้ามาในห้องและท่านก็เห็นจดหมายตอบกลับของฉันที่เขียนให้คุณ ท่านซักไซ้ใหญ่เลยว่าติดต่อกับใคร ตอนแรกฉันก็ปากแข็ง แต่ไปๆ มาๆ ก็ต้องบอกว่าเป็นคุณ”

แกรนด์หน้าถอดสีทันที

“ท่านบอกว่าฉันน่ะก็สามสิบแล้ว ยังไม่เคยคบหากับใครเลย ก็เลยอยากเห็นว่าคนที่ฉันติดต่อทางจดหมายเป็นใคร ไว้ใจได้ไหม ท่านอยากเจอ ฉันเลยบอกชื่อคุณเพื่อคลายความกังวลใจ แต่ที่ไหนได้พอท่านรู้ว่าเป็นคุณ ท่านรบเร้าให้พามาหนักกว่าเดิมอีก ท่านบอกว่าเย็นนี้อยากเชิญคุณไปทานมื้อค่ำด้วย”

มื้อค่ำ โอ้ให้ตาย... แกรนด์สบถในใจ

“ไปให้ฉันได้ไหมคะ” แฮกเซลขอร้อง “นะคะ ถือว่าเพื่อนชวนไปกินข้าวนะคะ”

เพื่อนแค่นั้นหรือครับ...

ชายหนุ่มคิด พลางทำตาละห้อยกับคำบางคำในประโยคของแฮกเซล นึกถึงความพยายามของเขาตั้งหลายปีที่อุตส่าห์สร้างสายใยระหว่างคนทั้งคู่ หรือว่าความพยายามของเขาไม่สัมฤทธิ์ผลเลยนะ แต่ก็อย่างว่า เขาเองก็สติไม่ดี ดันไปรักใครไม่รัก หลงรักนางสิงห์ ลูกของราชสีห์ทรงอำนาจเสียด้วย และคืนนี้ บางทีเขาก็อาจพาตัวเองไปขึ้นเขียง เอาคอพาดให้ราชสีห์ตะปบเล่นก็เป็นได้

“ว่ายังไงคะ” เสียงหวานถามซ้ำ

“ก็ได้ครับ” แกรนด์ยิ้มพราย “ให้ผมไปสักกี่โมงครับแฮกเซล”

“ทุ่มหนึ่งค่ะ ขอบคุณที่ไปนะคะคุณแกรนด์”

แกรนด์พยักหน้า ชายหนุ่มคิดขำๆ ในใจ

เอาวะ ไม่เข้าถ้ำเสือ จะได้ลูกเสือมาได้ยังไง ลองไปเจอหน้าท่านว่าที่พ่อตาจังๆ สักตั้ง ในแบบไม่ใช่ฐานะเจ้านายกับลูกน้องสักครั้งก็แล้วกัน

 
                                         .............................

หลังจากพูดคุยและเดินเที่ยวเมืองพอหอมปากหอมคอ แกรนด์ก็ขอตัวกลับไปเปลี่ยนเสื้อที่บ้าน เขาใช้เวลาเลือกเสื้อนานเป็นพิเศษเพราะต้องการให้ตัวเองดูดีในสายตาคนในครอบครัวของแฮกเซล ชายหนุ่มวิเคราะว่าเสื้อที่ใส่ต้องไม่ทางการมากเกินไปหรือตามสบายมากเกินไป ถ้าทางการเกินไปมันจะดูไม่เป็นการทานข้าวในครอบครัว ถ้าตามสบายเกินไปก็เหมือนเขาไม่ให้เกียรติอีกฝ่าย

ในที่สุด แกรนด์ก็เลือกชุดสูทสีน้ำเงินอย่างดี เข้าชุดกับเนคไทสีเงิน เขาสั่งช่อดอกกุหลาบขาวจากร้านดอกไม้ร้านโปรด และขับรถแวะไปรับ จากนั้นมุ่งหน้าไปยังพระราชวังด้วยเส้นทางสายเดิมที่เคยใช้เมื่อครั้งเป็นผู้ช่วยราชเลขาธิการ เขาไปถึงพระราชวังราวหกโมงกว่า แถมยังผ่านเข้าไปได้อย่างง่ายดายแค่บอกชื่อกับพวกทหารเท่านั้น ทั้งๆ ที่ปกติต้องมีการตรวจตราคนเข้าอย่างเข้มงวดเสมอ แม้ว่าพวกทหารรักษาพระราชวังอาจจะจำเขาได้คลับคล้ายคลับคลา แต่ก็คงไม่ใช่สาเหตุที่ปล่อยให้เขาเข้ามาได้อย่างง่ายดายขนาดนี้ แต่มันต้องเป็นคำสั่งตรงจากองค์ราชาแน่ๆ

แกรนด์มุ่นคิ้วระหว่างที่ยืนรอคนพาเข้าไปเข้าเฝ้า เขาเสหน้ามองนอกหน้าต่างดูท้องฟ้าที่เต็มไปเมฆสีเทา ถูกกลืนกินด้วยสีน้ำเงินของยามราตรี พลันชายหนุ่มก็สะดุ้งนิด เมื่อได้ยินเสียงมหาดเล็กเรียกให้เดินตามไป

เอาวะเป็นไงเป็นกัน!

ชายร่างเล็กตัดสินใจว่าวันนี้เขาต้องเรียกความประทับใจจากครอบครัวแฮกเซลให้ได้มากที่สุด แม้จะเคยมีคดีติดตัวมาก่อน แต่เขาก็จะทำให้ทุกคนลืมให้ได้ ใช่ ทุกคนต้องมองเขาในแง่ดี

แกรนด์ปลุกความฮึกเหิมในตัวเอง พลางสืบเท้าตามทางเดินไปยังห้องรับประทานอาหารของครอบครัวแอตแลน ไม่นานเขาก็หยุดอยู่ตรงหน้าบานประตูใหญ่ที่แกะสลักลงลายสีทองเป็นรูปสิงโต มหาดเล็กเคาะประตูเพื่อเบิกตัวแกรนด์เข้าไป คลองสายตาของแกรนด์เห็นบานประตูใหญ่นั้นเปิดออก เผยห้องอาหารที่ตกแต่งอย่างวิจิตร ตรงกลางมีโต๊ะตัวยาวที่เต็มไปด้วยอาหารนานาชนิดและแวดล้อมด้วยกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง โดยที่หญิงผมทอง ตาสีม่วง ดูโดดเด่นกว่าใครๆ ในที่นั้น

พอรู้ตัวอีกทีแกรนด์ก็ทำความเคารพ และถูกเชิญให้มานั่งร่วมรับประทานอาหารเสียแล้ว เขาเงยหน้ากวาดตามองใบหน้าที่เขาคุ้นเคยเมื่อตอนที่ทำงานอยู่ในวัง หากแต่หมู่ใบหน้านั้นก็มีใบหน้าของชายผมแดงที่ดูไม่คุ้นตาอยู่

“ยังไม่เคยเจอรูฟสินะ แกรนด์” โรสเป็นคนแรกที่ทักทายอดีตลูกน้องคนสนิท “รูฟเป็นสามีของแจสมินจ้ะ”

“ผมเองก็ได้ข่าวมาเหมือนกันครับว่าท่านหญิงน้อยแต่งงานแล้ว ยินดีด้วยนะครับ” แกรนด์ค้อมหัวแสดงความยินดี ปรายตามองช่อดอกไม้ของเขาที่ถูกนำไปใส่แจกันใบงามประดับห้องอาหาร

“ยินดีเรื่องแต่งงานหรือเรื่องหลานของฉันจ๊ะ” โรสยิ้มหวาน พลันแกรนด์ก็หัวเราะเบาๆ

“จริงหรือครับยินดีด้วยนะครับ ขอให้สุขภาพดีทั้งแม่ทั้งลูกนะครับ”

แจสมินยิ้มบาง ก้มหน้ารับคำอวยพร หญิงสาวผมเงินปรายตามองพ่อที่กำลังยิ้มบาง และสามีของเธอที่ส่งสายตาห่วงใยมาให้ บรรยากาศครอบครัวอันอบอุ่นทำให้แกรนด์รู้สึกอิจฉาขึ้นมานิดๆ เขาและโรสไม่ได้พูดคุยอะไรกันอีก เนื่องจากการรับประทานอาหารได้เริ่มต้นขึ้น

ตลอดเวลาการรับประทานอาหาร แกรนด์พยายามชายตามองแฮกเซลบ่อยๆ เพื่อดูปฏิกิริยาของหล่อน หากเจ้าหญิงรัชทายาทก็ยังทำหน้านิ่งรับประทานอาหารไปเรื่อยๆ บางทีก็ชวนองค์ราชาและราชินีคุย แต่ไม่เห็นคุยกับเขาเลยสักครั้ง

นี่เธอชวนเขามา แต่ไม่สนใจเขาเลยอย่างนั้นเหรอ...

ระหว่างที่แกรนด์กำลังน้อยใจสาวเจ้าเล็กน้อย กลาดิโอลัสก็เงยหน้าจากการจิบไวน์ ดวงตาสีเขียวลอบมองสายตาวิงวอนของชายหนุ่มที่มีต่อบุตรสาวของเขา

          “เธอสบายดีหรือแกรนด์” กลาดิโอลัสเปิดปากชวนคุย รอยยิ้มละไมแต้มบนริมฝีปากได้รูปของเขา

            “พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท” แกรนด์ยิ้มอ่อนๆ

            “ได้ข่าวว่าจบป.โทแล้วนี่ สาขาอะไรล่ะ”

            “อ่า วรรณคดีเปรียบเทียบพ่ะย่ะค่ะ” แกรนด์พูดโดยพยายามกดอาการเสียงสั่นไว้ ตอนที่เขาเป็นผู้ช่วยราชเลขาธิการและต้องเสนองานต่อฝ่าบาท เขาไม่เคยประหม่าขนาดนี้เลยให้ตายสิ!

“ทำไมเรียนสายนั้นล่ะ มันคนละสายกับป.ตรีเลยนี่ ชอบหรือ” เสียงทุ้มมีอำนาจขององค์ราชาถามต่อ ดวงตาสีเขียวมองลึกลงไปในดวงตาของแกรนด์ แบบที่แกรนด์รู้สึกเหมือนกำลังโดนคว้านไส้คว้านพุงดูความลับ

ชายผมน้ำตาลสูดหายใจลึกสองสามครั้ง            

“พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมชอบด้านหนังสือมาตั้งแต่เด็กแล้ว กระหม่อมคิดว่าการศึกษาวรรณกรรม วรรณคดีในแต่ละยุคแต่ละสมัยนั้นจะทำให้เห็นว่าคนในแต่ละสมัยคิดกันอย่างไร ดังคำกล่าวที่ว่า วรรณกรรมคือกระจกสะท้อนสังคม ความคิดของผู้เขียนที่ถ่ายทอดออกมาจะแสดงสะภาพสังคม ค่านิยม ทัศนคติที่แตกต่างกันของผู้เขียน แม้จะอยู่ในยุคเดียวกัน แต่คนเขียนแต่ละคนย่อมคิดต่างกันออกไป ซึ่งกระหม่อมคิดว่าตรงนี้น่าสนใจมาก” ชายหนุ่มพูดไปตามที่ตนคิด เพื่อแสดงจุดยืนและความเชื่อมั่นในตนเอง “อีกอย่างกระหม่อมชอบการเขียน การเรียนสาขานี้ทำให้กระหม่อมได้ใช้ทักษะนี้มากอย่างที่กระหม่อมโปรดปราน”

“เราเองก็ได้ข่าวว่าเธอเขียนนิยายขาย” องค์ราชากลั้วหัวเราะ “เห็นว่าสนุกดีด้วย ทั้งอันโดรเมด้า ทั้งแฮกเซล ทั้งแจสมินชอบอ่านนิยายเธอมาก เราก็ว่าจะเอามาอ่านสักครั้ง”

“เป็นพระมหากรุณาธิคุณพ่ะย่ะค่ะ” แกรนด์เริ่มตัวสั่นเล็กน้อย...ถ้าฝ่าบาทอ่านนิยายเล่มแรกของเขาละก็ จะเกิดอะไรขึ้นกันนะ เขาจะโดนประหารชีวิตไหม!

“ถ้าชอบสายนั้นมาก แสดงว่าคงไม่กลับมาสายรัฐศาสตร์แล้วใช่ไหม” คำถามที่ดูเป็นคำถามเล่นๆ ถูกส่งมาให้แกรนด์ หากชายร่างเล็กกลับรู้ความนัยเป็นอย่างดี ถ้าเขาต้องการอยู่กับแฮกเซล เขาจะตอบว่าใช่ไม่ได้

หากเขาไม่กลับมาสายรัฐศาสตร์ นั่นคือการที่เขาเลือกจะทิ้งแฮกเซล

“ถ้ามีโอกาสให้กระหม่อมกลับมา กระหม่อมก็จะกลับ” แกรนด์ตอบด้วยน้ำเสียงมั่นคง เขาสบตากับกลาดิโอลัสอย่างไม่หวาดเกรง พยายามข่มความกลัวในใจที่มีอยู่

กลาดิโอลัสหัวเราะหึ แย้มยิ้มถูกใจ

“งั้นหรือ เอิ่ม นี่เราก็คุยกันมากแล้วนะ มาทานอาหารต่อเถอะ เห็นว่าวันนี้อันโดรเมด้าสั่งของหวานมาให้เธอโดยเฉพาะเลย เธอชอบพายองุ่นสินะ”

“พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะองค์ราชินี” แกรนด์หันไปค้อมหัวให้องค์ราชินีผู้แย้มยิ้ม แล้วเขาก็ก้มหน้าลงไปจัดการอาหารตรงหน้าอีกครั้ง พลางใช้สายตาลอบสังเกตท่าทีของฝ่าบาทและแฮกเซล แฮกเซลนั้นยังคงนั่งรับประทานอาหารไปเงียบๆ ไม่สนใจเขา ส่วนฝ่าบาทก็หันไปส่งสายตาเอื้อเอ็นดูให้หลานสาวคนโปรด

ดูเหมือนทุกคนจะละความสนใจจากเขาไปแล้ว

แต่แกรนด์รู้ดีว่าค่ำคืนนี้ยังมิได้จบลงเท่านี้...

 

เสียงฝนเม็ดใหญ่สาดปะทะเข้ากับหน้าต่างกระจกแว่วในอาคารที่พักของเหล่าราชวงศ์ เสียงนั้นเดี๋ยวดัง เดี๋ยวเบาตามแรงลมกระโชกด้านนอก แสงไฟสีขาวแลบปลาบเป็นช่วงๆ ตามมาด้วยเสียงฟ้าร้องน่ากลัว สภาพอากาศนั้นดูเลวร้ายเกินกว่าที่จะสัญจรไปไหนมาไหนได้

            ภายในห้องพักรับรองแขก แกรนด์ยืนมองหยาดน้ำไหลลู่กับกระจกใส ข้างนอกนั้นมืดมิดและลมแรงมาก อันตรายสำหรับการขับรถ แม้จะเป็นคนที่ขับรถเก่งแบบเขาก็ตาม

            ชายหนุ่มถอนใจ ยามนี้เขารู้สึกหดห่อใจเป็นพิเศษ จริงอยู่มื้อค่ำกับครอบครัวแอตแลนผ่านไปได้ด้วยดี ทุกคนดูไม่รังเกียจเขา แต่เจ้าหล่อนคนพามานั้นกลับไม่ใส่เขาแม้แต่น้อย ไม่มอง ไม่คุย ทำราวเขาไม่ได้อยู่ที่นั้น การกระทำของเธอนั้นทำให้เขาทดท้อใจ และอยากจะกลับบ้านทันทีที่ทำได้

            แต่พอจะกรรมฝนเจ้ากรรมก็ดันตกอีก...ตกหนักเสียด้วย

พลันแกรนด์ก็ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเห็นเข็มสั้นชี้ไปยังเลขเก้าและเข็มยาวชี้ไปยังเลขหนึ่ง

            สามทุ่มกว่าแล้ว นี่เขาควรกลับได้แล้วสินะ... คงต้องฝืนขับรถออกไปแล้วล่ะ

            “คุณแกรนด์คะ ฝ่าบาทให้ดิฉันมาบอกว่าคืนนี้ให้พักที่นี่ค่ะ ดิฉันได้จัดเตรียมห้องพักและของใช้ไว้ให้เรียบร้อยแล้วค่ะ กรุณาตามดิฉันมา” นางกำนัลคนหนึ่งเปิดประตูเข้ามาแจ้งแกรนด์

          ชายหนุ่มพยักหน้าเข้าใจ ก่อนเดินตามนางกำนัลคนนั้นไป ใจหนึ่งนึกดีใจที่ไม่ต้องเสี่ยงชีวิตขับรถแล้วอาจเจออุบัติเหตุ ส่วนอีกใจหนึ่งก็สังหรณ์ว่า มันต้องมีอะไรมากกว่าความใจดีของฝ่าบาทแน่

            และมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ เมื่อนางกำนัลเดินนำแกรนด์ไปยังห้องพระอักษรขององค์ราชา ชายหนุ่มผมน้ำตาลก็รับรู้ชะตากรรมของตนเองทันที

            “ฝ่าบาทอยากคุยกับคุณก่อนค่ะ” ว่าจบ นางกำนัลก็เปิดบานประตูเชื้อเชิญให้แกรนด์เข้าสู่ห้องทำงานอันโอ่โถงของเจ้าครองดินแดน คลองสายตาของแกรนด์เห็นห้องทำงานที่ประดับตกแต่งอย่างวิจิตรชวนให้เข้าไป หากยามนี้ชายหนุ่มรู้สึกว่าขาของเขาช่างหนักอึ้ง ยากจะก้าวเข้าไปนัก

            แกรนด์กลืนน้ำลายเอื๊อก

            นี่เขาจะรอดกลับไปไหมเนี่ย!

 

          “ท่านพ่อจะทำอะไรแกรนด์บ้างก็ไม่รู้”

            แฮกเซลบ่นพึมพำอยู่ในห้องบรรทมขององค์ราชาและราชินี หญิงสาวช้อนสายตาไปขอความเห็นใจคนเป็นแม่ ก่อนจะหันส่งสายตาวิงวอนไปหาพี่สาว ท่าทางของแฮกเซลทำให้โรสอดขำไม่ได้

            “ก็ตอนอยู่ในห้องอาหารทำไมไม่คุยกับเขาล่ะ ไม่มองด้วย ทำแบบนี้รู้ไหมท่านพ่อจะซักแกรนด์มากขึ้น” โรสส่ายหน้าอ่อนใจกับนิสัยน้องสาว

            “ก็ๆ แฮกเซลไม่รู้จะชวนเขาคุยอะไรนี่คะ แล้วถ้าชวนคุย ถ้าเขาหลุดปากกวนประสาทแฮกเซลขึ้นมา มีหวังท่านพ่อโยนเขาออกนอกวังแน่” เจ้าหญิงคนเก่งอธิบาย เธอนั่งกระสับกระส่ายอยู่บนเก้าอี้บุนวม

            “อ่อ ที่ทำนี่เพราะเป็นห่วงแกรนด์สินะ พี่ค่อยโล่งใจหน่อย” โรสยิ้มหวาน “เราน่ะชอบเขาก็หัดแสดงออกบ้างสิ”

            “พี่โรส!

          “แฮกเซลลูกน่ะเลขสามแล้วนะ พ่อเค้าถึงได้ห่วงแบบนี้” อังโดรเมด้าพูดขึ้นบ้าง ปรายดวงตามองลูกสาวผู้ทำหน้าเจื่อน “ลูกน่ะกว่าจะรู้ตัวว่าชอบเขาก็ตอนเขาไปเรียนโทแล้ว พอเขากลับมาก็ไม่มีทีท่าจะสนใจเขา ไม่ให้ความหวังเขาแบบนี้ ถ้าเขาไปชอบคนอื่นล่ะ”

            “แกรนด์เขารักแฮกเซลมาหลายปีแล้วนะคะ” แฮกเซลมั่นใจว่ายังไงแกรนด์ก็ต้องรักเธอ “แต่แฮกเซลก็ผิดเองที่ไม่ได้สนใจเขามากเท่าที่ควร เลยเพิ่งรู้ตัว”

            “นั่นสินะ แต่เพราะลูกมารู้ตัวตอนนี้ พ่อเขาก็เลยต้องมาดูจริงจังว่าผู้ชายคนนี้ลูกฝากชีวิตไว้ได้รึเปล่า” คนเป็นแม่ว่า

            “คราวพี่เซดริกเป็นยังไงคะ” แฮกเซลสงสัย

            “ก็ขอธรรมดาจ้ะ เซดริกเขาคบกับพี่ตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว อีกอย่างเขาก็ทำตัวเสมอต้นเสมอปลาย ตอนขออนุญาตแต่งงานท่านพ่อเลยให้ง่ายๆ จ้ะ”

            ทำไมทีกับแกรนด์ถึง... แฮกเซลทดท้อใจ

            “แต่ไม่ต้องห่วงนะพี่ไปพูดเพิ่มภาษีให้แกรนด์แล้ว ว่าเขาเป็นคนดีมีความสามรถ เรื่องความสามารถน่ะท่านพ่อก็รู้ว่าแกรนด์มีจริงๆ แต่พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่าท่านพ่อจะทดสอบอะไรแกรนด์” โรสขยับยิ้มหวาน ปรายตามองแฮกเซลที่ตอนนี้ทำท่าสวดภาวนาขอให้แกรนด์รอดออกมาแบบครบสามสิบสอง

            “ไม่ต้องห่วงหรอกเซดริกเข้าไปด้วย พี่กำชับให้เขาช่วยว่าที่เขยเล็กแล้ว” ดัชเชสคนเก่งหัวเราะเบาๆ

            พลันแฮกเซลก็เหงื่อตก เธอรู้สึกว่าโอกาสที่แกรนด์จะรอดออกมานั้นน้อยเต็มทน...

            เฮ้อ พี่เซดริกจะช่วยหรือจะฝังแกรนด์กันแน่เนี่ย

                                                            ................................

         หวัดดีค่าตอนพิเศษของแกรนด์ แฮกเซลตอนแรก อาจอัพช้า แต่อัพให้แล้วค่า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

1,838 ความคิดเห็น

  1. #1504 reserection (@deva_dew) (จากตอนที่ 149)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2554 / 13:30

    ยู้ฮู  หายไปนานเลยเรากลับมารายงานตัวค่ะ 
    บ้านเมย์น้ำท่วมไหม  ระวังตัวและรักษาสุขภาพน้า 

    รออ่านต่อน้า 

    #1504
    0
  2. #1500 ผู้รอคอยเสมอ (จากตอนที่ 149)
    วันที่ 24 กันยายน 2554 / 13:49
    อัพๆๆๆๆ เร็วไวน่ะค่ะไรเตอร์
    #1500
    0
  3. #1499 Suerte de Cielo (@riotus) (จากตอนที่ 149)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2554 / 13:13
     แกรนด์สู้ๆนะ เอาใจช่วยเต็มที่เลย
    แอบน้อยใจเป็นเพื่อนแกรนด์ แฮกเซลไม่สนใจเขาเลย ถึงจะเป็นเพราะห่วงก็เถอะ
    รอตอนต่อไปค่ะ
    #1499
    0
  4. #1496 sin firma (@captira) (จากตอนที่ 149)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2554 / 19:01
    สงสารแกรนด์น อย่าไปทำอะไรเขาเลย T^T แกรนด์ สู้ๆนะ
    #1496
    0
  5. #1495 I am ELF LovE SuJu 4EveR (@ilovesuperjunior) (จากตอนที่ 149)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2554 / 18:44
    สู้ๆนะแกรนด์รอดให้ได่ล่ะ
    #1495
    0
  6. วันที่ 30 กรกฎาคม 2554 / 09:23
     แกรนด์สู้ๆๆ*-*
    #1494
    0
  7. #1493 ~SOUL SHADOW~ (@haruhi1) (จากตอนที่ 149)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2554 / 16:34
    อู่ อา~  แกรนต์สู้เขานะ ! โอกาสในตอน ( พิเศษ ) นี้มาถึงแล้วสู้ๆ
    #1493
    0
  8. #1492 logan (@lokoy) (จากตอนที่ 149)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2554 / 14:29
    สู้ต่อไปแกรนด์
    #1492
    0
  9. #1491 nook (จากตอนที่ 149)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2554 / 13:49
    เอาใจช่วยค่ะ แกรนด์สู้ๆ
    #1491
    0
  10. #1490 ~^Bosachi[OD]^~ (@ahkfar) (จากตอนที่ 149)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2554 / 13:35
     555 สนุกมาและน่าสงสารมาก
    #1490
    0
  11. #1489 neschan (@netsu) (จากตอนที่ 149)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2554 / 22:49
    น่าสงสารจัง เหมือนถูกส่งไปขึ้นเขียงเลยอ่ะ
    #1489
    0