Silver night อภินิหารมังกรราตรีสีเงิน (จบแล้ว พักการรีไรต์)

ตอนที่ 150 : ตอนพิศษ การกลับมาของใครบางคน 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2278
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    27 ต.ค. 54

 

 

             ในภาวะที่ทุกคนกำลังเครียด เราหวังว่านิยายของเราจะช่วยให้หายเครียดได้นะคะ มาดูบทสรุปของแกรนด์กับแฮกเซลกันค่ะ !

                                                                                                         .......................

              
แกรนด์กำลังรู้สึกเหมือนตัวเองยืนอยู่บนขอบเหวที่เบื้องล่างเป็นสายน้ำเชียวกราดพร้อมจะกระชากปลิดชีวิตทันทีที่ร่วงลงไป แต่นาทีต่อมาเขาก็แก้ต่างความรู้สึกว่าตัวเองกำลังอยู่บนลานประหารต่างหาก แถมยังมีเพชฌฆาตรอลงดาบเขาถึงสองคนด้วยกันอีกแน่ะ!

                “เป็นอะไรไปหรือครับคุณฮีมิล” เพชฌฆาตคนแรกว่า นัยน์ตาสีฟ้าคู่งามทอดมองมาทางเขาด้วยสายตาประเมินค่าราวเขาเป็นของชิ้นหนึ่งที่ชายผมเงินกำลังตีราคาอยู่

                “เปล่าครับ” แกรนด์ตอบ สบตากับจอมเวทวาโย นี่เป็นแค่เพชฌฆาตรองนะ เพชฌฆาตตัวหลักน่ะยังไม่ได้ทำอะไรเขาเลย เพียงแค่ปรายดวงตาสีเขียวทรงอำนาจมองมาเฉยๆ เท่านั้น

                “แกรนด์คงตื่นเต้นน่ะเซดริกไม่มีอะไรมากหรอก” กลาดิโอลัสดันแว่นให้พอดีกับสันจมูกโด่ง

                “นั่นสิครับท่านพ่อ” เซดริกตอบพ่อภรรยาเขาด้วยน้ำเสียงสุขุม พลางใช้ศอกเท้ากับพนักเก้าอี้ก่อนจะเอียงหน้ามองแกรนด์ที่กำลังพยายามตั้งสติ

                “นั่งก่อนสิแกรนด์” องค์ราชาพยักเพยิดหน้ามาทางเก้าอี้เดี่ยวที่ตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างเขาและเซดริด มันตั้งอย่างโดดเดี่ยวและอยู่ในครองสายตาสองหนุ่ม จนแกรนด์รู้ทันทีว่าวินาทีที่เขาทิ้งตัวลงไปนั่ง การซักฟอกหฤโหดคงเริ่มต้นขึ้น

                ถึงจะรู้ดีอยู่แก่ใจแต่ทางออกอื่นของทายาทนักธุรกิจก็หามีไม่ ดังนั้นร่างผอมบางของแกรนด์จึงสืบไปนั่งงบนเก้าอี้ตัวนี้ มือหนาจัดเสื้อสูทสีน้ำเงินให้เข้าที่ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบดวงตาสีมรกตของผู้ที่แกรนด์เกรงกลัวมากที่สุด

                ดวงตาสีเขียวสองคู่สบประสานกัน คู่หนึ่งสงบนิ่งแผ่ซ่านอำนาจออกมาส่วนอีกคู่มีประกายตื่นเต้นหากใช้ความสุขุมข่มเอาไว้ ดวงตาทั้งสองคู่ประสานสายตากันแบบไม่มีใครยอมใคร กระทั่งน้ำเสียงนุ่มของชายหนุ่มอีกคนดังขึ้น แกรนด์จึงละความสนใจจากชายผมทองมาหาหนุ่มผมเงิน

                “คุณแกรนด์ ฮีมิล เกิดวันที่ 25 ธันวาคม เป็นบุตรชายคนที่สองของโลรอยด์ เซเลส อดีตหัวหน้าหน่วยจู่โจมที่ 3 เป็นบุตรบุญธรรมของกิลเบิร์ต ฮีมิล นักธุรกิจผู้กว้างขวางในธุรกิจสิ่งพิมพ์ คุณจึงเป็นทายาทนักธุรกิจพันล้านที่หมายปองของสาวๆ มากมาย ช่วงระหว่างเรียนมัธยมศึกษาไม่ปรากฏว่าคุณคบหากับผู้หญิงคนไหน สนใจแต่ด้านการเรียน นั่นทำให้คุณได้รับฉายาว่าหนอนหนังสือ และจบจากโรงเรียนมัธยมดันคาสด้วยเกรดเฉลี่ย 3.92 ต่อการศึกษาระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยโอไรอ้อน คณะรัฐศาสตร์ เอกรัฐประศาสนศาสตร์ จบมาเกรดนิยมอันดับ 1 เหรียญทอง จากนั้นก็มาทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยราชเลขาธิการอยู่ประมาณ 7 ปีก่อนลาออกไปต่อโทที่เพนเซียสาขาวรรณกรรมเปรียบเทียบ และจบมาด้วยเกียรตินิยมอันดับ 1 อีกตามเคย ฉันพลาดข้อมูลตรงไหนไปไหม” ท้ายประโยคนั้นถามด้วยน้ำเสียงหยั่งเชิง เหมือนชายหนุ่มจะบอกให้เจ้าของประวัติบอกมาว่าข้อมูลตกหล่นตรงไหน แต่ที่จริงแล้วมันเป็นการแสดงความมั่นใจที่ออกจะน่าหมั่นไส้นิดในสายตาของแกรนด์ หากชายร่างเล็กก็รู้ดีว่าถ้าเป็นเรื่องหาข่าวแล้ว ทุกคนต่างก็เป็นรองชายผมเงินตรงหน้าเขา จอมเวทวาโย  เซดริก เซฟิรุส ทั้งสิ้น

                “ไม่มีครับ” แกรนด์ตอบ

                “อืม แต่เหมือนฉันจะลืมอะไรไป อ่อ คุณเป็นรุ่นพี่แฮกเซล น้องภรรยาของผม เคยมีประวัติแกล้งเธอนับรวมๆ กันก็ประมาณยี่สิบครั้ง เจอกันกี่ทีก็ไม่เคยคุยกันดีๆ อืม คุณฮีมิลครับ ตรงนี้มีอะไรผิดพลาดรึเปล่าครับ” ยิ่งจอมเวทวาโยพูดเท่าไร หัวใจของแกรนด์ก็ยิ่งเต้นกระตุกขึ้นเท่านั้น ชายคนนี้จะสืบเรื่องได้ละเอียดมากไปแล้ว นี่ถ้าเขาพูดรายละเอียดการกลั่นแกล้งแฮกเซล แกรนด์จะไม่รู้สึกแปลกใจเลย

                โดยที่แกรนด์ไม่ทันสังเกต กลาดิโอลัสขยับยิ้มมุมปากทำนองขอบใจให้แก่เซดริก ผู้ที่ตอนนี้กอดอกผ่อนลมหายใจช้าๆ คอยดูละครฉากต่อไปที่กำลังจะแสดง ซึ่งคนที่ขึ้นแสดงคนต่อไปก็รับไม้จากเขาได้อย่างแนบเนียน

                “รุ่นพี่รุ่นน้อง คู่กัด อืม... แล้วเธอไปชอบแฮกเซลได้ยังไงกันหืมแกรนด์” กลาดิโอลัสถามพร้อมแย้มยิ้มกว้าง คำถามนั้นสั้นๆ ได้ใจความ แต่ก็มีพลานุภาพทำลายสติของแกรนด์ได้อย่างเหลือเชื่อ เพราะทันทีที่ได้ยินคำถาม ดวงตาสีเขียวของแกรนด์ก็เบิกกว้าง พร้อมหัวใจที่เต้นแรง

                “เราไม่ชอบการอ้อมค้อม ฉะนั้นตอบเรามาตรงๆ ในฐานะที่เราเป็นพ่อของแฮกเซลเราอยากรู้ว่า เธอชอบแฮกเซลที่ตรงไหน” กลาดิโอลัสรู้สึกขบขันกับหน้าตาแตกตื่นที่เขาเพิ่งจะเคยเห็นครั้งแรกของแกรนด์ ปกติชายคนนี้จะสุขุมและรักษาอาการสำรวมเสมอยามอยู่ต่อหน้าเขา แต่สงสัยคราวนี้สมองสั่งการกิริยาคงชำรุดไป ท่าทางเหวอตลกๆ ถึงออกมาให้เห็น

                “ชอบที่แฮกเซลเป็นเจ้าหญิง ชอบความสง่างามของเธอ ชอบที่เธอสวย หรือว่าชอบอะไร” กลาดิโอลัสเลิกคิ้วสูง มองชายหนุ่มที่ตอนนี้ดูเหมือนจะตั้งสติได้แล้ว สีหน้าของแกรนด์กลับสู่ความสำรวมอีกครั้ง ก่อนจะสูดหายใจลึกกล่าวประโยคต่อมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง

                “ผมชอบ ไม่สิ ผมรักแฮกเซลที่แฮกเซล” แกรนด์กำมือบนหน้าหน้าขาแน่น ดวงตาสีเขียวประกายเจิดจ้าอย่างคนจริงจัง

                เขารู้ดีว่านี่เป็นโอกาสแรกและโอกาสเดียวที่จะทำให้ครอบครัวของแฮกเซลยอมรับ  เขารู้ว่าอาจทำตัวน่าขายหน้าและไร้ความเจียมตนออกไปหากพูดความจริงเกี่ยวกับสิ่งที่เขารู้สึกต่อแฮกเซล แต่แกรนด์ก็รู้ดีว่าการที่จะได้ดอกแฮกเซลสูงค่ามาครองนั้น มันยากเย็นสักแค่ไหน แต่แม้จะสูงแค่ไหน เขาก็จะพยายามคว้าดอกไม้นั้นมาและเก็บถนอมไว้ตลอดชีวิตให้ได้

                หากเขายังกลัวไม่กล้าแสดงออกตรงกับที่รู้สึก ไม่พิสูจน์ถึงความจริงจังที่เขามีให้เห็น เขาก็อาจเสียดอกไม้นั้นไปตลอดกาล

                “กล้าพูดว่ารักลูกสาวฉันเลยหรือ แกรนด์ ฮีมิล” ดวงตาของราชาพราวแสงล้ำลึก “กล้ามากเลยนะ”

                “ครับ เพราะตอนนี้ผมไม่มีอะไรจะเสียแล้ว” แกรนด์ยืดอก นั่งตัวตรงแหน็ว ชายหนุ่มเชิดหน้ามองตรงเพื่อประสานสายตากับองค์ราชา ยามนี้ไร้ซึ่งคำราชาศัพท์ ไร้ซึ่งความหวาดเกรง มีเพียงความตั้งมั่นที่เจิดจ้าในตัวแกรนด์

                “อาจจะหาความผมบ้า ประสาทหรืออะไรก็ได้ แต่ผมเริ่มชอบแฮกเซลตั้งแต่ผมอายุแปดขวบ ทุกวันก่อนนอนผมและพ่อจะนั่งดูทีวีด้วยกันพลางคุยเรื่องสัพเพเหระ ตอนนั้นเองที่ผมได้เห็นแฮกเซลเป็นครั้งแรกผ่านทางทีวี

                “ในสายตาของผม แฮกเซล เด็กหญิงอายุแค่เจ็ดขวบ แต่กลับเดินทางไปทั่วประเทศแอตแลนตาร์เพื่อดูแลคนของเธอ เธอไม่เคยร้องบอกว่าเหนื่อย ไม่เคยร้องเอาแต่ใจอย่างที่ลูกคนมีเงินมักจะเป็น คนที่มีเงินมากมักจะโตช้าเพราะได้รับการเลี้ยงดูแบบพะเน้าพะน้อ แต่แฮกเซลในวัยแค่นั้นกลับรู้ถึงฐานะของตัวเอง ตระหนักถึงหน้าที่ต้องแบกรับ แม้จะหนัก แต่เธอก็ยิ้มและพูดจาอ่อนหวานกับทุกคน ตอนนั้นผมคิดเพียงว่าเด็กคนนี้เป็นเด็กที่เก่งมากคนหนึ่ง

                “หลังจากนั้น ทุกวันผมต้องนั่งเฝ้าหน้าจอทีวี เพื่อดูภาพเจ้าหญิงคนนั้นจนมันกลายเป็นกิจวัตรประจำวัน ผมชื่นชมเธอในสิ่งที่เธอเป็น และแล้ววันหนึ่งผมแทบจะโห่ร้อง เมื่อเห็นรายชื่อของเธอเข้ามาเป็นรุ่นน้องในคณะและในเอกของผม ใครบ้างไม่อยากเจอคนที่ตัวเองชื่นชม วินาทีแรกที่ผมเห็นเธอตัวเป็นๆ เหมือนโลกหยุดหมุน เหมือนหัวใจของผมหยุดเต้น แฮกเซลสวยกว่าที่ผมเห็นในทีวีมาก เธอสง่างาม งดงาม ละมุนราวกับดอกไม้งาม ตั้งแต่นั้นความชื่นชมก็เปลี่ยนเป็นความหลงใหล

                ผมยอมรับว่าสิ่งที่สะดุดตาผมครั้งแรกตอนที่ได้เจอตัวจริงคือ ความสวย มันทำให้ผมหลงใหลเธอ แต่ความชอบที่ผมมีต่อเธอนั้นเกิดขึ้นตอนเราทำกิจกรรมในคณะเดียวกัน ผมได้เห็นแฮกเซลในอีกด้าน เห็นเธอโมโห  เห็นเธอหัวเราะแทบเป็นแทบตายเมื่ออยู่กับเพื่อนสนิท ตอนนี้แฮกเซลไม่ใช่ดอกไม้ในใจผมอีกต่อไป หากเธอคือดวงอาทิตย์ที่ส่องแสงงดงามให้ความอบอุ่นแก่ผู้คนรอบข้าง และพร้อมจะเผาไหม้คนกวนประสาทอย่างผม อย่างที่คุณเซดริกพูด ผมกับเธอเป็นคู่กัด ความสัมพันธ์ของเรามักจะเกิดการปะทะคารม ตอนนั้นผมยิ่งได้เห็นเธอในมุมมองที่ต่างออกไป ไม่ใช่เจ้าหญิง แต่เป็นหญิงสาวเจ้าอารมณ์ที่พร้อมจะปะทะคนที่เธอไม่ชอบ พร้อมจะยิ้มดีใจกับเรื่องน่ายินดี  เมื่อไรไม่รู้ที่ผมหลงรักแฮกเซลในแบบที่เธอเป็น เป็นหญิงสาวธรรมดาคนหนึ่งไม่ใช่เจ้าหญิงผู้เพียบพร้อม”

                น้ำเสียงหนักแน่นพูดเป็นจังหวะจะโคนน่าฟังแสดงถึงความตั้งใจของผู้พูด นัยน์ตาของแกรดน์ดูอบอุ่นและอ่อนโยนยามกล่าวถึงหญิงสาวที่เขาหลงรักมานาน แฮกเซลเป็นหญิงสาวที่น่ามหัศจรรย์ในสายตาเขา เธอเป็นได้ทั้งผู้หญิงที่งามล้ำค่า แข็งแกร่ง หากในขณะเดียวกันเมื่ออยู่กับคนใกล้ชิดเธอก็พร้อมจะเป็นดอกแฮกเซลน้อยให้ทะนุถนอม

                “แฮกเซลเป็นคนที่ยิ้มสวยมากครับ ยิ่งตอนที่เธอยิ้มร่าหลังจากแก้แค้นผมคืนได้ก็ยิ่งสวย เพราะเธอจะหัวเราะพร้อมกันไปด้วย ผมเลยชอบแกล้งเธอบ่อยๆ ครับ” แกรนด์ยกมือเกาแก้มแก้เก้อ เมื่อรู้สึกตัวว่าพูดมากเกินไปแล้ว ชายหนุ่มร่างเล็กกลืนน้ำลายหนึ่งอึกยามเห็นดวงตาของราชาหรี่แคบ

                กลาดิโอลัสเหยียดยิ้มกว้าง นั่นเป็นรอยยิ้มที่ทำให้แกรนด์แทบวิ่งออกไปจากห้อง

 

                                                                     ............................................

                ปั่ก!

                เฮ้อ...ให้ตายสิ

                ร่างอ่อนล้าจากการถูกซักฟอกเดินไหล่ลู่ออกมาจากห้องทำงานขององค์ราชา ดวงตาสีเขียวของแกรนด์หลุบมองหัวรองเท้าหนังสีดำ เขาจึงไม่เห็นร่างระหงผู้ยืนรอเขาอยู่หน้าห้อง สีหน้าของหล่อนเจื่อนลงเมื่อเห็นท่าทางเหนื่อยสุดๆ ของชายหนุ่ม หล่อนทนไม่ไหวอีกต่อไป  มืออ่อนละมุนแตะต้องแขนหนาของชายหนุ่มเป็นการเรียกสติและให้กำลังใจ

                แกรนด์ไล่สายตาไปตามมือสวยจนสุดที่ดวงตาสีอะเมทิสต์คู่สวย ชายหนุ่มผงะด้วยไม่เคยใกล้ชิดกับหญิงสาวขนาดนี้มาก่อน

                “ท่านพ่อว่าคุณหรือคะ” แฮกเซลถามอย่างเป็นกังวล เธอมายืนรอเขาหน้าห้องครึ่งชั่วโมง หลังจากที่คุยกับท่านแม่และพี่โรสว่าท่านพ่อกับพี่เซดริกจะทำอะไรแกรนด์บ้าง แฮกเซลก็ไม่สบายใจเลย หญิงสาวจึงรีบตามมาดูและคอยด้วยความเป็นห่วงอยู่หน้าห้อง

                “เป็นห่วงผมหรือครับ” แกรนด์ขยับยิ้ม

                “ห่วงสิคะ ปากคุณน่ะดีๆ ทั้งนั้นพ่นมาแต่ละคำ คุณมันกวนประสาทจะตาย ขืนคุณกวนประสาทท่านพ่อ คุณตายแน่” แฮกเซลกุมมือแกรนด์ด้วยสีหน้าจริงจังที่ดูตลกในสายตาคำมอง

                “ผมปากเสียกับคุณเท่านั้นแหละแฮกเซล” แกรนด์หัวเราะเบาๆ มองมือเรียวที่กอบกุมมือเขาอย่างถือสิทธิ์ “ขอบคุณที่เป็นห่วงครับ”

                แฮกเซลสะดุ้งนิด เธอเพิ่งรู้ตัวว่าจับมือเขาไว้เสียแน่น หญิงสาวสะบัดมือราวจับของร้อนเป็นภาพที่น่ารักมากในสายตาแกรนด์

                “เพื่อนกันก็ต้องห่วงกันสิคะ” แฮกเซลปด

                “ห่วงผมขนาดนี้ ถามจริงๆ ไม่รักผมบ้างหรือครับ” แกรนด์ยิงคำถามตรงๆ ใส่คนฟัง ทำให้ดวงหน้ารูปหัวใจร้อนผ่าว แก้มนวลซับสีแดงระเรื่อขับความงามของเจ้าหญิงให้คนตรงหน้าอยากคว้ามากอด แต่ติดที่หัวใจเจ้ากรรมเขาระงับไม่ไหวแล้ว มันทำหน้าที่แทนสมองสั่งการให้ร่างผอมโน้มหน้าลงแนบกลีบปากกับกลีบปากอิ่มของหญิงสาว

                แฮกเซลเบิกตากว้างกับการกระทำที่แสนรุ่มร่ามนี้ ดวงตาสีม่วงสั่นระริกก่อนจะปรือลงเมื่อชายหนุ่มขยับรุกมากอดร่างแบบบาง หญิงสาวสัมผัสได้ถึงมือหนาที่โอบแผ่นหลังอย่างอ่อนโยน มันไม่บีบรัด ไม่อึดอัดเหมือนการบังคับ ในอ้อมกอดนั้นมีช่องว่างพอจะให้เธอบิดตัวออก หากไม่ต้องการรสสัมผัสอ่อนหวาน แต่หญิงสาวก็ไม่ทำ

                แกรนด์ถอนริมฝีปากออกมา ดวงตาสีเขียวหวานฉ่ำเฝ้ามองเปลือกตาสั่นระริกที่ค่อยๆ ลืมขึ้น ดวงตาของเขาและเธอสบกัน หน้าผากของชายหนุ่มแนบลงกับหน้าผากนวลของหญิงสาว และก่อนที่แกรนด์จะถามคำถามซ้ำว่า เธอรักเขาไหม เสียงหวานเบาหวิวก็ชิงตอบก่อน              

                “ถ้าฉันไม่รักคุณ อย่าคิดเลยว่าทำแบบเมื่อกี้แล้วจะรอดไปได้” แฮกเซลยิ้มอ่อน เมื่อเห็นมือหนาของเขาปัดไรผมของเธอออกพ้นวงหน้า

                “ท่านพ่อว่าคุณยังไงบ้างคะ” เธอถาม

                “ท่านและคุณเซดริกบอกว่าผมเป็นคนประหลาด แต่ก็ประหลาดพอที่จะวางใจให้ดูแลดอกไม้ดอกนี้ไปตลอดชีวิต” ชายหนุ่มฉวยมือขวาของร่างบางมาจุมพิตแผ่วเบา ก่อนใช้ดวงตาหวานวิงวอนหญิงสาวผู้ที่บัดนี้แก้มแดงระเรื่อและมีดวงตาเปี่ยมสุขไม่แพ้เขา

                “แต่งงานกันนะครับ”

                “เร็วไปไหมคะ” แฮกเซลถาม “เราเพิ่งบอกรักกัน”

                “ผมเฝ้าดูคุณเยื้องย่างงดงามผ่านทีวีมาเกือบสิบปี อีกสามปีก็ได้เห็นคุณอย่างใกล้ชิดในมหาวิทยาลัยและหลังจากนั้นก็มองเห็นคุณเกือบทุกวันในที่ทำงาน ผมเฝ้ามองดอกไม้ดอกนี้มาเกือบทั้งชีวิตของผม รู้จักในทุกมุมมองทั้งวิธีทำให้โกรธและทำให้อารมณ์ดี ต่อจากนี้ไปขอผมเป็นคนดูแลดอกไม้นี้อย่างใกล้ชิดจะได้ไหมครับ”

                ผู้ชายคนนี้เฝ้ามองเธอมาเกือบทั้งชีวิตของเขาเลยหรือ...แฮกเซลคิด

                “คุณแกรนด์” แฮกเซลหลบสายตาแน่วแน่ของเขา แต่ก็หลบไปไหนไม่ได้ ในเมื่อหน้าผากของเขาและเธอซบกันอยู่แบบนี้ หญิงสาวจึงตัดสินใจถอยห่างพาให้หัวใจของชายหนุ่มสั่นไหว กลัวเหลือเกินจะมีคำปฏิเสธออกจากปากเธอ

                เจ้าหญิงแย้มยิ้มหวานให้แกรนด์ ก่อนที่ร่างบางจะเดินจากไปโดยทิ้งใครบางคนไว้กับประโยคตอบของเธอ

                “คุณจะรู้คำตอบของคำถามนี้วันมะรืนนี้ค่ะ แกรนด์ ฮีมิล ผ่านสิ่งที่คุณเฝ้ามองฉัน ราตรีสวัสด์ค่ะ”

 
                                                                      ..................................................

                “วันนี้คุณอากลับบ้านเร็วนะครับ”

                ซีบิลพูดขณะที่เดินไปถอดเสื้อนอกแขวนไว้บนที่แขวนเสื้อ ชายหนุ่มปรายตามองคุณอาที่กำลังนั่งจ้องโทรทัศน์ พอเขาสังเกตดีๆ ก็เห็นว่าคุณอาใส่เสื้ออยู่บ้าน งั้นแสดงว่าวันนี้คุณอาไม่ได้ไปไหนสิ

                “คุณอาไม่ได้ไปทำงาน” ซีบิลถาม ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องครัวเทน้ำเย็นในตู้เย็นมาดื่ม

                “อืม ซีบิลเอาถุงประคบเย็นให้อาหน่อยสิ” แกรนด์ส่งเสียงไปหาหลานชายคนเก่งที่กำลังดื่มน้ำดับความเหนื่อยจากการทำงาน ซีบิลจัดการล้างแก้วและคว้าถุงเจลแบบเย็นมาให้คุณอาที่ร้องคราง ชายผมแดงนั่งลงข้างๆ อาของเขาก่อนจะยื่นถุงให้คนขอ

                “ขอบใจ ปวดตาเป็นบ้า” แกรนด์ถอดแว่นสายตาออก ก่อนจะหลับตาแล้วใช้ถุงประคบเย็นวางตรงตา

                “ทำอะไรมาละครับ” ซีบิลถาม เลิกคิ้วสูง มือหนาปลดกระดุมคอเสื้อเชิ้ตออก

                “ดูทีวีทั้งวัน”

                “หา คุณอา ฮะๆ คุณอาเนี่ยนะครับดูทีวีทั้งวัน คุณอาชอบทีวีเสียที่ไหน ที่ดูก็เห็นมีแต่ข่าว แล้ววันนี้นึกครึ้มอะไรละครับ” ซีบิลกัดปากพยายามกั้นเสียงหัวเราะ เมื่อเห็นคุณอาเริ่มกระตุกคิ้วขึ้น “แล้วดูแต่ทีวีไม่ไปทำงานระวังเถอะครับ คุณปู่จะว่าเอา แล้วนี่ดูอะไรครับ”

                “อารอคำตอบ”

                “คำตอบ” ซีบิลงงไปกันใหญ่ พอนั่งรอคำอธิบายก็ไม่มีมาเพิ่ม ชายผมแดงจึงตัดสินใจเดินเข้าครัวทำอาหารเย็นให้เขาและอาที่อาศัยกันอยู่ในบ้านกันสองคน ซีบิลคว้าผ้ากันเปื้อนมาใส่แล้วเดินไปเปิดตู้เย็นหยิบฟักทอง แครอท  ข้าวโพด ที่เป็นอาหารบำรุงสายตาออกมา ตั้งใจจะทำซุปผักให้คุณอาทาน จังหวะนั้นเองเสียงแกรนด์ก็ถาม

                “วันนี้ทำงานเป็นไงบ้าง”

                “ก็เหมือนเดิมครับ วันนี้ผมต้องคิดค้นยาต้านไข้หวัดใหญ่ สนุกดีเหมือนกัน” ซีบิลตอบพลางใช้มีดหั่นผักออกเป็นชิ้นๆ เตรียมทำซุป

                “นักปรุงยาคนเก่งของอาชอบงานนี้มากสินะ ว่าแต่มีคนเข้าใจผิดว่าเป็นผู้หญิงอีกไหม”

                “ผมแต่งตัวแมนขนาดนี้ ถ้ายังมีคนเข้าใจผิดอีก ผมจะไปตัดผมสั้นครับ ว่าแต่อยู่บ้านเนี่ยเขียนหนังสือได้เพิ่มไหมครับ”

                “ได้นิดหน่อยวันนี้ไม่ค่อยมีอารมณ์แต่ง เฮ้อ พอเราพูดอาก็นึกได้ว่าอ่านหนังสือหาข้อมูลเขียนดีกว่า”

ซีบิลอมยิ้มส่ายหัวจนผมหางม้าสีแดงพลิ้วไหว พลันเขาก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างตกดังโครม ชายหนุ่มรีบถลาไปดูคุณอาในห้องนั่งเล่นก็พบกับคุณอาที่นั่งทำหน้าเหวอตะลึงพรึงเพริดอยู่ตรงนั้น หนังสือเล่มหนาในมือหล่นไปกองกับพื้น มันนี่เองที่เป็นสาเหตุของเสียงดัง

นัยน์ตาสีเขียวของแกรนด์เบิกกว้างราวตกใจสุดๆ กับสิ่งที่เห็นในทีวี ทำให้ซีบิลในชุดผ้ากันเปื้อนรีบเดินมาดู คิ้วเรียวมุ่นเข้าหากันเมื่อเห็นว่ามันเป็นข่าวประกาศจากทางราชสำนัก

อืม...ข่าวนี้ก็น่าตกใจอยู่หรอก แต่อาไม่เห็นต้องทำหน้าแบบนี้เลย

“ข่าวประกาศการหมั้นของเจ้าหญิงแฮกเซล แอตแลน” ซีบิลพึมพำเมื่อจับใจความของได้ พลันดวงตาสีเขียวก็โตเท่าไข่ห่านเมื่อได้ยินชื่อพระคู่หมั้น “กับแกรนด์ ฮีมิล ทายาทนักธุรกิจพันล้าน คุณอาครับ นี่คุณอารอข่าวนี้อยู่เหรอ แล้วทำไม คุณอากับเจ้าหญิงถึงได้...”

ไม่ทันที่แกรนด์จะตอบ เสียงเรียกเข้าของพ็อกเก็ตโฟนก็ดังเรียกความสนใจ พอแกรนด์หลุบตาดูว่าเป็นเบอร์ใครโทร. เข้า เขาก็อมยิ้ม ก่อนจะหัวเราะเบาๆ ในลำคอ

“สวัสดีครับ” ดวงตาสีเขียวของแกรนด์เต้นระริก ยามเอ่ยประโยคทักทาย

“ตกใจไหมคะคุณแกรนด์ ถือว่าเป็นการเอาคืนที่คุณแกล้งฉันไว้เยอะ เจอแบบนี้ซะบ้างจะได้สาสม” เสียงหวานของเจ้าหญิงว่าติดจะหัวเราะ ทำให้แกรนด์ต้องหัวเราะลั่น เมื่อเห็นสีหน้าสะใจของแฮกเซลลอยเข้ามาในหัว

“คุณนี่ไม่เคยธรรมดาเลยนะครับ” แกรนด์ยิ้มกว้าง เขานึกเห็นด้วยสุดตัวกับประโยคต่อมาของหญิงสาวที่เคล้าด้วยเสียงหัวเราะอ่อนหวานอบอุ่น

“ใช่สิคะ คุณแกรนด์ ถ้าฉันธรรมดา คุณจะสนใจฉันหรือคะ ว่าแต่เตรียมสินสอดไว้ดีแล้วนะคะ ฉันน่ะค่าตัวแพงนะ แล้วพอแต่งงานแล้วจะเอาแต่แต่งนิยายไม่ได้นะคะ พี่โรสเตรียมวางตัวคุณช่วยงาน ท่านพ่อก็ต้องการให้คุณช่วย และแน่นอนฉันก็อยากให้คุณช่วยเหมือนกัน คุณเหนื่อยแน่ๆ ไหวเหรอคะไมเนอร์ของฉัน” ท้ายประโยคออกไปทางสัพยอก จนคนฟังอมยิ้มแก้มตุ่ย แล้วกล่าวประโยคที่ทำให้คนปลายสายหน้าขึ้นสีก่ำ แล้วหันไปกอดพี่สาวที่ยืนฟังมาตั้งแต่แรกอย่างเขินอาย ท่ามกลางเสียงหัวเราะเอ็นดูของพี่สาวคนเก่งที่ออกปากว่า เราแพ้เขาแล้วนะแฮกเซล

“ได้ทุกอย่างครับ แฮกเซล เพื่อดอกไม้ดอกนี้ แกรนด์คนนี้จะเป็นทุกอย่างสำหรับคุณเอง”

 
                                                                   .....................................................

คนบ้า...

แฮกเซลคิดอย่างขวยเขินเมื่อวางสายจากแกรนด์แล้ว เธอผละออกจากร่างระหงของพี่สาวแล้วนั่งก้มหน้างุดมองหน้าตักของตัวเอง

ถ้าทำไม่ได้ละก็น่าดู

“คิดอะไรอยู่หรือแฮกเซล” โรสเอียงคอมองน้องสาวที่ตอนนี้หน้าแดงเป็นลูกตำลึง นัยยน์ตาสีม่วงวาววับบ่งว่าเธอมีความสุขแค่ไหน

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แค่คิดว่าต่อไปจะรับมือคนบ้ายังไงให้ได้ตลอดชีวิต” เสียงแผ่วเขินตอบ “ต้องวุ่นวายแน่ๆ”

โรสก้มตัวลงมากอดน้องสาวผู้นั่งก้มหน้า หญิงสาวหอมแก้มน้องสาวฟอดใหญ่ก่อนพูดว่า

“พี่ดีใจจริงๆ นะแฮกเซลที่ในที่สุดเราก็มีคนเข้าปกป้องดูแล  ดอกไม้ของพี่ต้องมีความสุขแน่จ้ะ”

                                                                                                  .........................

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

1,838 ความคิดเห็น

  1. #1528 reserection (@deva_dew) (จากตอนที่ 150)
    วันที่ 24 มีนาคม 2555 / 12:55

    กรี๊ดเข้ามาอ่านแล้วกรี๊ด  น่ารักอะ  อ้อเมย์ค่ะดิวได้หนังสือแล้วนะค่ะ  คือมันพิมพ์เม้นท์ไม่ได้เลย  กว่าจะพิมพ์ได้  ลองทุกวิธี 

    ตอนนี้อยากได้ตอนพิเศษของดารเรนอะ  แล้วแฮกแซลคนสวยประกาศหมั้นแบบนี้หนูเสียเปรียบเค้านะแฮกแซล คิดดูจิ อิ๊ว แต่น่ารัก  คู่นี้น่ารักแบบไม่จำเป็นต้องเป็นพระเอกแบบนิยาย แกรนท์ไม่ใช่คนสูงมาก  ผอม  ไม่เก่งจนเวอร์  แต่เรื่องหล่อน่าจะหล่อนะอิอิ

    ดิวยังตามอ่านนะค่ะแต่หลัง ๆ อย่างที่บอกมันเม้นท์ไม่ได้ค่า

    #1528
    0
  2. #1515 ??? (จากตอนที่ 150)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2554 / 07:15
    อยากอ่านคู่ของดาร์เรน
    #1515
    0
  3. #1514 มะพร้าว555 (@mapao555) (จากตอนที่ 150)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2554 / 01:39
    น่ารักเป็นบ้าเลยยยย
    #1514
    0
  4. #1512 som1313 (@som1313) (จากตอนที่ 150)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2554 / 12:44
    กรี๊ดดดด แต่งงานกันแล่วในที่สุดวันที่รอคอยก็มาถึง อิอิ
    #1512
    0
  5. #1511 อัคนิรันดร์ (@quietear) (จากตอนที่ 150)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2554 / 17:42
    โอ้โห...
    น่าร๊ากกกกกกกก
    พี่เรน่า นี่มันน่ารักสุดๆเลย
    หึๆๆ...ไมเนอร์...
    #1511
    0
  6. #1510 I am ELF LovE SuJu 4EveR (@ilovesuperjunior) (จากตอนที่ 150)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2554 / 17:05
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
    ในที่สุดก็มาแล้ววววววววววววววววววว
    น่ารัดจังเลยคู่เนี้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
    #1510
    0
  7. #1509 แมวคุง (จากตอนที่ 150)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2554 / 15:21
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

    อ่านไปยิ้มไปไม่หยุดค่า

    แต่ยิ้มมากไม่ได้

    นั่งอยุ่ใน ออฟฟิส T___T เกือบจะกรี๊ดออกมาหลายรอบล่ะ

    เดี๋ยวเค้าได้รุว่าอู้งานมาอ่านนิยาย -*-
    #1509
    0
  8. วันที่ 27 ตุลาคม 2554 / 13:29
     ไอ่ย่ะ น่ารักมากก เขินๆ
    ไมเนอร์(5555)กับดอกไม้งามมมมมม><
    #1508
    0
  9. #1507 logan (@lokoy) (จากตอนที่ 150)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2554 / 12:38
     น่ารักดีจัง>_<
    #1507
    0
  10. #1505 brigitte-pat (@n4927) (จากตอนที่ 150)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2554 / 20:47
    คู่นี้ก็น่ารักอีกแล้ว !!!>o<!!!
    #1505
    0