Silver night อภินิหารมังกรราตรีสีเงิน (จบแล้ว พักการรีไรต์)

ตอนที่ 21 : ตอนที่ 17 มหาเวทรัตติกาลผู้สาบสูญ - RW

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7661
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 38 ครั้ง
    15 พ.ย. 57

 

 

17

มหาเวทรัตติกาลผู้สาบสูญ

 

อาคารสีงาช้างทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าสูงห้าชั้น ซึ่งตั้งตระหง่านสู้แสงทองอุ่นถัดจากจัตุรัสเซลรัสไปเล็กน้อย คือ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์เวทมนตร์แห่งเมืองแกรนด์เพนต์ พิพิธภัณฑ์เพียงแห่งเดียวในประเทศแอตแลนตาร์ที่เก็บบันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับเวทมนตร์ตั้งแต่เมื่อสี่ร้อยปีก่อน อีกทั้งยังมีของวิเศษหายากที่หยิบยืมจากตระกูลจอมเวทต่างๆ มาจัดแสดงอยู่เสมอ จึงถือเป็นสถานศึกษาเวทมนตร์ชั้นเยี่ยมสำหรับผู้สนใจ

            “วู้! ฉันไม่ได้มาพิพิธภัณฑ์มานานแค่ไหนแล้วเนี่ย อัลเงยมองหน้าบันที่แกะสลักจากหินทรายสีน้ำตาลเป็นตัวอักษรว่าพิพิธภัณฑ์เวทมนตร์ และขนาบด้วยหน้าต่างกระจกสีทรงกลมลายสฟิงค์อันเป็นตัวแทนของความรู้ เธอยกมือป้องแดดที่แยงตา ก่อนจะออกเดินตามเซดริก

            ก็แหงสิ เที่ยวกี่ทีก็ลากฉันไปสวนสัตว์ เซดริกเปรย ก้มมองสูจิบัตรที่เพิ่งรับมาเมื่อครู่ ดวงตาสีฟ้ามีแววสนใจ อืม งานจัดแสดงเกี่ยวกับอาวุธเวทมนตร์ที่ชั้นสอง น่าสนใจเหมาะกับเธอดีนะ ยายถึก

            แต่ละคำที่สรรหามาเรียกฉันนี่ช่างกินใจเหลือเกินนะเซดริก อัลคิ้วกระตุก

            เด็กหนุ่มผมเงินเหลือบมองอัล ยิ้มบาง หรือจะเรียกว่ายายกินจุด้วยดี ไม่ใช่เพราะเธอยืนยันจะกินข้าวจานที่สองให้ได้ไม่ใช่หรือ ที่ทำให้เรามาสาย

            นายด้วยน่ะแหละ อัลถลึงตาใส่เซดริก ถ้าไม่ใช่เพราะนายตื่นสายละก็ ฉันได้กินข้าวตั้งแต่หกโมงครึ่งแล้ว

            เซดริกขมวดคิ้ว

            พอเถอะทั้งสองคน โรสทำหน้าที่ห้ามมวย กลอกตามองอัลกับเซดริก เห็นไหมทุกคนมากันหมดแล้วนะ

            นิ้วนวลของกรรมการห้ามมวยชี้ไปยังห้องโถงที่มีนักเรียนห้องบีสิบสองชีวิต และอาจารย์คนสวยที่มองพวกเธออย่างคาดโทษ อัล เซดริก และโรสหันหน้ามองกันแล้วเร่งฝีเท้าเข้าไปรวมกลุ่มกับคนอื่นๆ ทั้งสามรีบเช็กชื่อกับแอนดรูว์ที่เป็นหัวหน้าห้อง ซึ่งอมยิ้มกับท่าทางร้อนรนของเพื่อน เมื่อคนครบ กลุ่มทัศนศึกษาจึงเริ่มเดินผ่านห้องโถงไปยังหอประวัติที่ตั้งอยู่ท้ายพิพิธภัณฑ์ ระหว่างทางมีของโบราณในตู้กระจกตั้งเรียงรายอยู่สองข้างทาง ทั้งไม้กวาดแม่มดที่ปัจจุบันเลิกใช้ไปแล้ว ลูกแก้วทำนายของนักทำนายผู้โด่งดัง ของแต่ละอย่างล้วนมีเรื่องราวมากมาย นักเรียนห้องบีทุกคนจึงตื่นตาตื่นใจกับการมาพิพิธภัณฑ์ครั้งนี้มาก

            ถ้าเดเร็กมาได้ก็ดีสิ รับรองว่าเห็นของพวกนี้ต้องดี๊ด๊าแหงดวงตาสีแดงของอัลจับประกาย

            นั่นสิ เสียดายจังที่พิพิธภัณฑ์เขาห้ามเอาสัตว์เข้ามา โรสออกอาการเสียดาย

            แล้วเมื่อไรเธอจะทำตัวเหมือนเดเร็กล่ะ อัลประโยคที่ฟังดูคล้ายจะมาจากเซดริก ทำให้อัลเบิกตาโพลงเพราะเจ้าคนผมเงินยังจดเลกเชอร์หยิกๆ ไม่พูดอะไรสักคำ สาวน้อยเหลียวหน้าไปทางคนต้นเสียง ร้องเรียกชื่อเขาดังลั่น ทำเอาเซดริกซึ่งกำลังจะสวัสดีชายหนุ่มผมเทาทำหน้าเบ้ ส่วนโรสยิ้มอ่อนใจ

            อาจารย์สตีฟ!” อัลร้อง หลบมะเหงกของเซดริกหวืด

            “การทักทายของเธอนี่เป็นเอกลักษณ์จริงๆ อัล สตีฟขยับยิ้ม ขยิบตาให้ยายคนแหกปาก แล้วหันไปทักทายโรสกับเซดริก โบกมือให้นักเรียนคนอื่นที่หันมามองว่าอัลร้องอะไร รวมถึงอาจารย์แคสซานดราที่ขมวดคิ้ว ไม่นานทุกอย่างก็กลับสู่สภาพปกติ

            สตีฟเปลี่ยนไปเดินข้างเซดริกแทน อัลลอบมองอาจารย์ขณะเขาสนใจหม้อยาเหล็กในตู้กระจก สตีฟสูงกว่าเซดริกกว่าสิบเซนติเมตร หากกะประมาณด้วยสายตา อัลคิดว่า อาจารย์หนุ่มน่าจะสูงประมาณหนึ่งร้อยแปดสิบกว่าๆ เธอรู้สึกชื่นชมเขา เมื่อเห็นเขาเดินหลังตรงอย่างสง่าผ่าเผย ใบหน้าได้รูปของเขาเชิดและดูน่าเกรงขามยามไร้รอยยิ้ม จมูกงุ้มดูเด่น ดวงตาสีน้ำเงินมีเสน่ห์มองตรง จะว่าไปอาจารย์เธอก็หล่อใช้ได้เลย

            ว่าแต่อาจารย์มาที่นี่ทำไมคะโรสตั้งประเด็น

            สตีฟยิ้มกว้าง มาช่วยอาจารย์แคสซานดราดูแลลิงๆ อย่างพวกเราน่ะสิ เขาบอกว่าห้องนี้คุมคนเดียวไม่ไหว

            ทำไมเมื่อกี้หนูไม่เห็นอาจารย์ที่ห้องโถงอัลล้วงเอาสมุดจดในกระเป๋าเป้ เมื่อเห็นว่าใกล้จะถึงหอประวัติเต็มที

            ครูไปติดต่อเรื่องการขอเข้าชมกับทางเจ้าหน้าที่มาน่ะ ปกติวันอื่นอาจารย์เขาพานักเรียนมาช่วงบ่าย แต่ห้องเรามากันตอนเช้า ห้องก็เลยยังไม่เปิดดี ครูถึงไปทำเรื่องขอเข้า

            เซดริกเงยหน้าจากเลกเชอร์ที่กำลังจด ประสานสายตากับอาจารย์หนุ่ม

            “อาจารย์ใหญ่ก็ทำเรื่องขอไว้อยู่แล้วนี่ครับ ทำไมต้องขออีก

            ถึงขอไว้ก่อนแล้วก็ต้องไปรายงานว่า เราเป็นกลุ่มที่ขอเข้าชมจริงๆ อยู่ดี เพราะหอประวัติถือเป็นห้องหนึ่งที่สำคัญมากในพิพิธภัณฑ์ เป็นห้องจัดแสดงภาพของมหาเวทสาขาต่างๆ ซึ่งบางภาพมีอายุกว่าสามร้อยปี ตัวภาพจึงบอบบางและอาจเกิดความเสียหายได้ง่าย และบางภาพก็เป็นภาพหายากมากด้วยนะ

            รูปหายาก?” อัลทวนคำ คิ้วเรียวเลิกสูง

            คนบางคนน่ะเกลียดการเป็นแบบวาดภาพเหมือนมาก กว่าจะได้รูปเขามาก็ลำบากยากเย็น สตีฟอธิบายยิ้มๆ อย่างมหาเวทพฤกษา ซิทริน โมเวลลี มหาเวทอัคคี เอดัน โมติน มหาเวททิวา ยูซิส คราวน์ แล้วก็มหาเวทรัตติกาล ดาร์ซี เซฟีรุส เอิ่ม ถ้าครูจำไม่ผิดเราเองก็นามสกุลเซฟีรุสนี่ ที่บ้านเรามีรูปดาร์ซีไหมชายหนุ่มผมเทาหันมาถามเซดริก

            รูปเดียวครับอยู่ในห้องอาหาร ดาร์ซีเคยเป็นเจ้าบ้านตระกูลเซฟีรุสก็เลยมีรูปอยู่ เซดริกตอบ

            สงสัยว่าถ้าไม่ได้เป็นเจ้าบ้านนี่จะไม่มีรูปเลยนะนี่ อัลออกความเห็น

            อาจเป็นอย่างนั้น ตามประวัติแล้วเขาค่อนข้างรักสันโดษ เกลียดสังคม เข้มงวด จริงจังกับหน้าที่การงานมาก ชอบอยู่คนเดียวถึงขนาดไม่มีประวัติการแต่งงานเลยนะ สตีฟอธิบาย

            อัลขมวดคิ้วหลังฟังจบ ปรายตามองเซดริกที่คุยกับสตีฟเกี่ยวกับบรรพบุรุษของตนอย่างออกรส โดยมีโรสเป็นผู้ฟังที่ดี ทายาทไอวารีนคิดว่า เซดริกยังดีที่แม้รักสงบ เข้มงวดหน่อยๆ แต่ก็ยังไม่เกลียดสังคม เลยไม่ได้ดูแย่อะไร แต่นิสัยของดาร์ซี เซฟีรุส นั้นแย่มาก ทั้งเกลียดสังคม เข้มงวด ฟังดูไม่น่าคบเอาเสียเลย เธอไม่แปลกใจที่เขาไม่ได้แต่งงาน

 

ในที่สุดนักเรียนห้องบีก็มาถึงห้องทรงกลมขนาดใหญ่ ซึ่งปูพื้นด้วยพรมสีแดงเลือดนก อากาศในห้องปรับให้ค่อนข้างแห้งเพื่อเก็บรักษาภาพเขียนอันทรงคุณค่า ตามผนังประดับด้วยภาพวาดในกรอบทองขนาดเท่าคนจริง วาดโดยจิตรกรชั้นครู หลายภาพให้ความรู้สึกเหมือนมีชีวิต อีกทั้งยังบ่งถึงบุคลิกของคนในภาพด้วย

            เอาละ เดี๋ยวครูจะปล่อยให้พวกเราเดินดูภาพและอ่านประวัติคร่าวๆ ของเหล่ามหาเวท สนใจคนไหนก็ทำรายงานประวัติมาส่งครู เข้าใจไหม แคสซานดราอธิบาย ย้ำถึงจุดประสงค์ในการมาอีกครั้ง เดี๋ยวครูกับอาจารย์สตีเว่นจะเดินอยู่ในห้องนี้ มีอะไรก็มาถามได้

            สิ้นคำกล่าวของอาจารย์ประจำชั้น นักเรียนห้องบีต่างแยกย้ายเดินดูภาพมหาเวทตามความสนใจ ส่วนมากจะรีบเดินไปยังภาพมหาเวทสาขาที่ตนกำลังจะเป็นนักเวท อย่างเซดริกก็มุ่งไปหาภาพของเหล่ามหาเวทวาโย ส่วนคนที่ไม่ได้อยากเป็นนักเวทก็ได้แต่เดินชมเรื่อยเปื่อย คอยดูว่าภาพไหนจะสะดุดตาบ้าง ในกรณีของอัล เธอได้แต่เดินตามเซดริกต้อยๆ จนเด็กหนุ่มออกปากไล่ เธอจึงหันไปปรึกษาโรสแล้วเดินแยกกับเซดริก

            โรส ทำไงดีล่ะ ฉันไม่ได้อยากเป็นนักเวทเลยไม่รู้ว่าจะทำประวัติใครดี อัลใช้ปากกาจิ้มคางจึ้กๆ ทำไมแอนนิมอลมาสเตอร์ถึงไม่เป็นมหาเวทสักคนนะ ฉันจะได้ไม่ปวดหัวอย่างนี้

            ก็มันคนละสาขานี่นา โรสอธิบาย เดินหลบเพื่อนที่กำลังมุงดูมหาเวทคนดังๆ ฉันเองก็หาๆ อยู่เหมือนกัน

            นั่นสิ ลองไปดูมหาเวทที่ใช้เวทธาตุเดียวกับเราไหม อัลเสนอ มองหาภาพมหาเวทวารี พลันสาวน้อยก็นึกบางเรื่องได้ นี่ โรสเคยบอกว่าไม่ได้ลงวิชาการดูแลสัตว์วิเศษเพราะอยากเป็นแอนิมอลมาสเตอร์ใช่ไหม แล้วความจริงโรสอยากเป็นอะไร

            โรสสบตากับอัล เธอเห็นว่าดวงตาของเพื่อนมีแววอยากรู้เหมือนฟัง จึงยิ้มขณะฟังอัลกล่าวเสริม อย่างฉันน่ะอยากเป็นแอนนิมอลมาสเตอร์ ส่วนเจ้าเซดริกน่ะอยากเป็นมหาเวทวาโย

            อนาคตของฉันทางบ้านเขากำหนดไว้แล้วละค่ะ โรสหลุบตามองพรมสีแดงดั่งเลือด พวกเขาเลือกเอาไว้แล้ว    แล้วทำไมโรสถึงไม่บอกล่ะว่าที่จริงอยากเป็นอะไร อัลยืนดักหน้าโรส

อันที่จริงฉันเองก็ยังไม่รู้เลย สาวน้อยผมทองเกลียวสารภาพแล้วเงยหน้าขึ้น อัลเห็นดวงตาสีชมพูคู่สวยของเพื่อนสาวซ่อนอารมณ์บางอย่างไว้ เธออยากทลายกำแพงนี้ อยากรู้จักตัวตนที่แท้จริงโรส เหมือนที่รู้จักเซดริก แน่ละว่าตอนนี้โรสเปิดใจให้เธอ แต่เธอก็ยังไม่อาจสัมผัสตัวตนจริงๆ ของโรสได้สักที รู้แต่เพียงว่าเพื่อนคนนี้เรียบร้อย อัธยาศัยดี ยิ้มง่าย และแสนอ่อนโยน

เอาเถอะ สักวันเธอก็คงรู้จักดีเอง ยังไงก็เป็นเพื่อนกันนี่นา

            อัลสูดหายใจแล้วคว้ามือโรสมากุม มือของโรสเรียวยาวเหมือนคุณหนูแต่หยาบกระด้าง อัลนึกสงสัยว่าทำไมมือเพื่อนหยาบนัก เธอไล้มือเรียวอย่างอาทรชั่วอึดใจ ก่อนกระชับแน่น

            โรสยังมีเวลาอีกนาน ลองหาๆ ดูนะว่าอยากเป็นอะไร โรสทำอะไรได้ดีที่สุดและรักในการทำสิ่งนั้นด้วย นั่นละคำตอบ อย่างฉัน...สิ่งที่ฉันทำได้ดีที่สุด สาวน้อยตัวแสบทำหน้ามุ่ย สงสัยถ้าเซดริกอยู่แถวนี้คงจะบอกว่าเป็นการหาเหาใส่หัว

            โรสหัวเราะเบาๆ แล้วแก้ว่า ผิดแล้วละ สิ่งที่อัลทำได้ดี คือ การทำให้คนอื่นยิ้มไปด้วยต่างหาก

            “โรสก็พูดเกินไป เอ้า เราไปดูภาพวาดกันต่อเถอะ เดี๋ยวจะไม่มีอะไรส่งอาจารย์ อัลแสร้งทำหน้าขึงขังแก้เขินกับคำชมที่ไม่คาดฝัน จากนั้นเดินนำโรสไปยังบรรดาภาพวาด ในที่สุดโรสก็ลงเอยกับภาพมหาเวทพฤกษานาม ซิทริน โมเวลลี ส่วนอัลต้องเดินดุ่ยๆ หาภาพต่อไป ทันใดนั้นสายตาของเธอก็ปะทะกับภาพวาดหนึ่ง ซึ่งดูโดดเด่นกว่าภาพอื่นด้วยโทนสีมืด น่าแปลกที่ไม่ค่อยใครเดินมาดูภาพนี้เลย ด้วยความอยากรู้ อัลจึงรีบสาวเท้าไปหยุดอยู่หน้าภาพนั้น

มันเป็นภาพชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง ผมสีดำยาวของเขารัดด้วยริบบิ้นสีดำเข้ากับเสื้อคลุมสีดำสนิทประดับเข็มกลัดทับทิม ดวงหน้าหล่อเหลาขาวดุจหินอ่อนไม่ฉายอารมณ์ใดๆ เช่นเดียวกับนัยน์ตาสีเงินที่มองตรงมาอย่างไม่เกรงกลัว ริมฝีปากบางบ่งว่าเป็นคนเข้มงวด รับจมูกโด่งเป็นสัน ฉากหลังของภาพเป็นสีโทนมืดแล้วค่อยเป็นสีสว่างรอบๆ อัลคิดว่าหากจิตกรไม่ลงสีสว่างๆ ไว้เช่นนี้ ภาพนี้คงมืดมนกว่าเดิมน่าดู

            อัลลองก้มมองชื่อและข้อมูลของชายหนุ่มผู้มืดมนคนนี้บนแผ่นป้ายใต้กรอบรูป

มหาเวทรัตติกาล

นาม : ดาร์ซี เซฟีรุส

สมญานาม : ราตรีสีเงิน

นี่น่ะเหรอ ดาร์ซี เซฟีรุส ท่าทางจะเป็นคนอย่างที่อาจารย์สตีฟว่าจริงด้วย

ทายาทไอวารีนลงความเห็น ไล่สายตาอ่านประวัติอันแสนสั้นของมหาเวทผู้นี้ อาทิ ประวัติการศึกษา ผลงานที่ทำ เธอสงสัยว่าทำไมสมญานามที่เขาได้รับถึงไม่บ่งว่าเจ้าตัวถนัดเวทใด หรือเป็นคนแบบใด ทั้งๆ ที่มันควรที่ชี้ให้เห็น ข้อมูลนอกจากนั้นก็มีเพียงวันเกิด เป็นบุตรของใคร ไม่มีข้อมูลสัพเพเหระว่าเขาสนใจเรื่องใดเป็นพิเศษ อันที่จริงผู้ชายคนนี้ไม่มีกระทั่งวันตาย!

มิน่าไม่มีใครสนใจมาทำประวัติเลย

อัลบ่นในใจ เธอขมวดคิ้วแล้วเงยหน้ามองใบหน้ารูปสลักในกรอบรูปนั้นอีกครั้ง ความหยิ่งทะนงที่แสดงออกมาทั้งทางสีหน้า แววตา และท่าทางบ่งถึงสายเลือดของตระกูลชั้นสูง ดวงตาสีเงินคู่นั้นไร้อารมณ์ เย็นชา ชวนให้คิดถึงใครสักคนที่เธอนึกไม่ออก มองครั้งแรกอาจนึกขยาด เกรงกลัว รังเกียจบุคคลที่มีสายตาอย่างนี้ แต่พอมองลึกลงไปกลับพบว่าดวงตาคู่นี้ช่างน่าหลงใหลจนไม่อาจถอนสายตาได้...เป็นดวงตาที่เธอคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก

            “ตกลงเธอก็ลงเอยกับญาติฉันเหรอเนี่ยเซดริกที่จดข้อมูลเสร็จแล้วเดินเข้ามาใกล้อัล เมื่อเธอหันมองเขา เด็กหนุ่มก็เอ่ยเสริม อย่าเลยดีกว่า

            ทำไมล่ะ

            ดูประวัติสิแทบไม่มีอะไรเลย

มันก็จริง แม้แต่สมญานามก็ไม่ช่วยอะไรเลย ไม่บอกอะไรสักนิด ราตรีสีเงินจะหมายถึงมหาเวทรัตติกาลผู้ครอบครองดวงตาสีเงินรึเปล่านะอัลออกความเห็น

เซดริกเงยหน้ามองภาพบรรพบุรุษของตน เขาขมวดคิ้ว พลางคิดว่า ตามปกติสมญานามซึ่งมหาเวทจะได้รับพร้อมกับตำแหน่ง จะได้มาจากความสามารถที่โดดเด่น หรืออุปนิสัยใจคอ และสมญานามของมหาเวทส่วนใหญ่ก็บ่งถึงที่มาชัดเจน แต่สมญานามของมหาเวทรัตติกาลไม่ใช่เช่นนั้น เขาดูไม่ออกว่า ราตรีสีเงินหมายความว่าอะไร

            “อาจจะใช่หรือไม่ใช่ก็ได้ เซดริกกล่าวในที่สุด

แล้ววันตายก็ไม่บอก อัลเท้าคาง โดยใช้ข้อศอกตั้งบนแขนอีกข้างคล้ายมุมฉาก

เขาหายสาบสูญไปพร้อมกับการสิ้นสุดอาณาจักรอันยิ่งใหญ่...ริเวเทีย เมื่อสามร้อยยี่สิบสี่ปีก่อน ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่นั่น ท้ายที่สุดแล้วชีวิตของเขาจบลงอย่างไร” เซดริกว่าเรื่อยๆ เขาเป็นเหมือนความลับอันดำมืดของตระกูล ไม่มีบันทึกใดเขียนเล่าถึงชีวิตประจำวันของเขาหรือความสนใจ บันทึกไว้เพียงเรื่องทั่วไปเหมือนกับประวัติของที่นี่ ถ้าเธอจะทำประวัติของเขาล้มเลิกความคิดซะเถอะ

สาวน้อยทิ้งมือลงข้างตัว ฉีกยิ้มกว้างดูทะเล้น แต่มันก็น่าสนใจ ทำสิ่งที่ไม่มีใครรู้นี่สิ ท้าทาย

เธอนี่มันจอมหาเรื่อง เซดริกดุ

แน่นอน อ๊ะ เมื่อกี้นายบอกว่าอาณาจักรริเวเทียใช่ไหม หนังสือที่เดเร็กอ่านอาจจะมีข้อมูลก็ได้ ไม่สิแม้แต่เดเร็กเองก็อาจจะรู้ เขาอายุมากกว่าสามร้อยปี น่าสนใจ! ตกลงฉันจะทำประวัติของ ดาร์ซี เซฟีรุส นี่แหละ

เซดริกเบิกตากว้าง เฮ้ยเอาจริงน่ะ!”

แน่นอน ฉันน่ะคำไหนคำนั้น อัลบิดตัวไปมา จดข้อมูลในแผ่นป้ายลงสมุดยิกๆ เสร็จแล้วเธอก็หันไปยิ้มทะเล้นกับรูปภาพ โดยมีเซดริกส่ายหน้าระอาใจ

เธออยากยิ้มให้คนคนนี้ อัลคิดพลางแย้มยิ้มมากกว่าเดิม และเธออยากให้เขายิ้มตอบด้วย ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน

พลันเด็กสาวก็คิดออกว่าแววตาของคนคนนี้เหมือนของใคร...นี่อาจเป็นเหตุผลที่เธออยากยิ้มให้เขาก็ได้มั้ง

ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า แต่ดวงตาสีเงินคู่นี้เหมือนดวงตาของเดเร็กเหลือเกิน

 

มังกรสีดำนอนเกยหนังสือเล่มหนาอยู่บนโต๊ะเขียนหนังสือในห้องนอนแสนสงบ มันไล่สายตาไปตามตัวอักษรที่อัดแน่นบนกระดาษนานนับชั่วโมง สุดท้ายมังกรน้อยก็หมดความสนใจในสิ่งที่อ่าน มันปิดหนังสือแล้วบินออกจากห้องนอนตรงไปยังห้องครัวที่มีคนอยู่

เดเร็กทิ้งตัวแหมะลงบนโต๊ะ เอียงคอ มองแผ่นหลังแบบบางที่ปรกด้วยเรือนผมสีฟ้ายาวและหยักศกเล็กน้อย ลูเซียกำลังคนอาหารในหม้อสเตนเลส พลางฮัมเพลงท่วงทำนองเย็นเรื่อยดุจสายน้ำด้วยสำเนียงสดใสไม่ผิดกับลูกสาว ไม่นานเธอก็หันไปหั่นผัก เสียงมีดสับลงบนเขียงสอดประสานเสียงเพลงขับกล่อม

บทเพลงนำพาดวงตาสีเงินเคลิ้มเคลิบดุจต้องมนตร์สะกด เจ้ามังน้อยค่อยๆ เหยียดกายนอนกับโต๊ะไม้ โบกหางเข้าจังหวะ

ทำไมเขาถึงเหมือนเคยได้ยินเพลงนี้...มันเหมือนกับเพลงที่...

อ้าว เดเร็ก มานั่งทำอะไรอยู่ตรงนี้เสียงหวานของลูเซียทำให้เดเร็กหลุดจากห้วงคำนึงแห่งความหลัง ตอนนี้เธอมายืนอยู่ตรงหน้ามังกรน้อย ดวงตาสีน้ำทะเลของเธอทอแสงอ่อนโยนยามมองคู่หูของลูก

ก็ไม่มีอะไรทำคำตอบแสนจะตรงไปตรงมา

ลูเซียยิ้มอ่อน งั้นหรือ งั้นช่วยเฝ้าหม้อถั่วแดงต้มให้หน่อยได้ไหม เดี๋ยวฉันจะออกไปเก็บดอกไม้มาปักแจกันหน่อย อย่าปล่อยให้ไหม้นะ

ได้สิ

ขอบคุณ เดเร็กนี่พึ่งพาได้เสมอเลย

ฉันไม่ได้ทำอะไรให้ลูเซียมากซะหน่อย ที่จริงลูเซียต่างหากที่ทำให้อะไรให้ฉันตั้งมากมาย เดเร็กชี้แจงด้วยสีหน้าจริงจัง

หญิงสาวใช้นิ้วลูบครีบหูของมังกรเหมือนที่อัลชอบทำบ่อยๆ เธอมอบความอบอุ่นและความรักให้เดเร็ก นอกจากความรู้สึกเหล่านี้แล้ว เจ้ามังกรก็สัมผัสความรู้สึกจากเธอได้อีกอย่างความรู้สึกหนักอึ้งเหมือนแบกภาระบางอย่างที่ไม่อาจวางลงได้ ความรู้สึกหม่นหมองที่ไม่อาจระบายออกจากใจ ดุจมีเมฆฝนครึ้มดำลอยอยู่เต็มหัวใจของหญิงสาว

มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า เดเร็กถาม ดวงตาสีน้ำเงินของลูเซียเบิกนิดยามได้ยินคำถามนั้น หญิงสาวส่ายหน้าเบาๆ

ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ แค่อยากขอโทษแทนอัลที่ก่อเรื่องวุ่นวายให้ทุกวัน

            ไม่จำเป็นต้องขอโทษหรอก อัลน่ะเป็นอย่างนั้นก็ดีแล้ว เธอดูมีชีวิตชีวาเดเร็กทำมือประกอบ ลูเซียหัวเราะเสียงเสนาะ

            เดเร็กเองก็ชอบอัลที่เป็นแบบนี้สินะ หญิงสาวยืดตัวตรง ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงอาทรอ่อนหวาน ฝากอัลด้วยนะเดเร็ก

            ดวงตาสีเงินยวงของเดเร็กพลันบรรจบกับดวงตาสีไพลินของลูเซียเป็นเชิงถาม สิ่งที่เจ้ามังกรได้กลับมามีเพียงรอยยิ้มหวาน เส้นผมสีฟ้าของลูเซียพัดพลิ้วยามเธอหมุนตัวแล้วเดินหายไปจากกรอบประตู

            เดเร็กสยายปีกบินไปเฝ้าหม้อถั่วแดงตามคำขอ กลิ่นขนมมื้อเย็นหอมหวานลอยเตะจมูก มันเห็นถั่วแดงในหม้อเริ่มเดือดปุดๆ มังกรดำลอยเฝ้าหม้อถั่วแดงอยู่ลำพังเพียงสิบนาที

เดเร็กเสียงร่าเริงเกินพิกัดของอัลดังมาก่อนตัวเหมือนเช่นทุกครั้ง สักพักอัลก็กอดเจ้ามังกรแน่นอย่างแสนรัก ก่อนยกร่างเล็กเสมอดวงหน้าใส พวงแก้มของเธอขึ้นสีชมพูระเรื่อน่าพิศทำเอาเดเร็กอดชมในความน่ารักไม่ได้

กลับมาแล้วเหรอ เป็นไงสนุกไหมเจ้ามังกรถามไถ่

เยี่ยมมากเลย แต่ว่ามีรายงานด้วยละ จำที่อาจารย์แคสซานดราสั่งได้ไหม อัลวางเดเร็กลงบนโต๊ะ พร้อมกระเป๋าเป้แล้วหยิบคุกกี้ในโถสีชมพูตรงหน้ามากิน ดวงตาของเธอส่อแววเจ้าเล่ห์และเหลือบมองเดเร็ก

เดเร็กทำท่าเหมือนคนขมวดคิ้ว

เดเร็กน่ะ ฉันรู้นะว่านายเป็นผู้รอบรู้ อัลนั่งลงบนเก้าอี้ ยื่นหน้าผากชนมนกับหน้าผากกระด้างของมังกร ดวงตาสีแดงประกายเริงร่าสบกับดวงตาเย็นเยียบดุจแผ่นน้ำแข็ง

มาไม้นี้จะเอาอะไรอีกล่ะ มังกรรู้ทันถาม

เดเร็กนี่คุยง่ายจริงด้วย เจ้าตัวดีถอนหน้าห่าง กำหมัดถูกใจยิ่ง เรื่องรายงานน่ะ ฉันอยากให้เดเร็กช่วย

ช่วยอะไร

ก็แค่จะถามข้อมูล อาจารย์ให้ฉันเลือกทำประวัติมหาเวทคนหนึ่งมา ฉันก็เลยเลือก ดาร์ซี เซฟีรุส มหาเวทรัตติกาล นายน่ะอายุเกินสามร้อยปี นายรู้จักเขาหรือเคยได้ยินเรื่องของเขาบ้างรึเปล่า!” อัลยิ้มแฉ่ง

สิ้นคำถาม ความตื่นตะลึงก็วูบไหวบนแก้วตาสีเงินของมังกร เดเร็กเหลือบมองใบหน้าฉาบยิ้มของสาวน้อย ก่อนวางหัวนอนบนโต๊ะ

อัลอ่านอาการนั้นแทนคำตอบว่ารู้จัก

นี่ๆ นายรู้จักใช่ไหม เขาเป็นคนยังไงเหรอ แล้วก็รู้อะไรอย่างอื่นเกี่ยวกับประวัติของเขาบ้างไหม ดวงตาสีแดงของเธอประกายอยากรู้สุดขีด

เดเร็กซบหน้าลงกับแขนเล็กของมัน เจ้ามังกรถอนหายใจ ดวงตาสีเงินสะท้านไหวหลุบมองเนื้อไม้

เป็นคนที่นิสัยแย่มาก เย็นชา ไร้หัวใจ ชอบดูถูกคน หยิ่งทะนงว่าตนมีพลังเหนือใคร แต่แท้ที่จริงแล้วก็ไม่ได้มีดีกว่าใครเลย...กระทั่งจะปกป้องผู้หญิงที่ตัวเองรักก็ไม่อาจทำได้ ทั้งๆ ที่สัญญาแล้วว่าจะคอยปกป้องตลอดไป เดเร็กตอบด้วยน้ำเสียงขมขื่นแล้วหลับตา ความปวดร้าวทุกข์ตรมถาโถมใจของมันดั่งคลื่นซัดโหม แล้วฉุดเจ้ามังกรลงสู่ความทรงจำอันหมองเศร้าซึ่งไร้จุดสิ้นสุด

อัลเม้มปากแน่น ยื่นหน้าซบใกล้ร่างของเจ้าตัวน้อย พูดเสียงเบาว่า ฉันขอโทษ ฉันไม่รู้ว่านายไม่ชอบเขา ต่อไปนี้ฉันจะไม่ถามเรื่องเขาอีกแล้ว ฉันสัญญา

มังกรช้อนหน้ามองอัล ดวงตาสองคู่สบประสานกันเนิ่นนาน...ส่งผ่านความห่วงใยให้กันและกัน เดเร็กทำตาปรือ มือเล็กของมันเอื้อมแตะเหนือริมฝีปากที่เปื้อนผงคุกกี้ของมัน และเขี่ยผงนั้นออกอย่างเบามือ พลันเดเร็กก็เริ่มทำจมูกฟุดฟิด

อัลมังกรเรียกเด็กสาว

ยังไม่หายโกรธเหรอ สาวน้อยทำเสียงอ้อน เอียงหน้าเอียงตาไปมา

เปล่า คือลูเซียฝากฉันดูถั่วแดงต้มในหม้อ ฉันแค่จะบอกว่ามันจะไหม้แล้ว คำกล่าวนั้นเป็นเหมือนไฟล้นก้นอัลให้สะดุ้งจากเก้าอี้ เด็กสาวรีบตรงไปปิดแก๊ส กลัวขนมหวานมื้อเย็นจะกลายเป็นตอตะโก จากนั้นแลบลิ้นใส่มังกรตัวดีในคดี...บอกช้า

เดเร็กยกมือปิดปาก ก้มหน้าหัวเราะ

อัลได้แต่สะบัดหน้าเชอะ ส่งค้อนให้เจ้าตัวต้นเรื่องสองวง พลางคิดในใจว่า เธอยังไม่อยากมีประวัติการครัวสุดเลวร้ายติดตัวอีกหนึ่งคดีหรอกนะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 38 ครั้ง

1,838 ความคิดเห็น

  1. #1804 เมมฟิส (@tiks) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2559 / 22:02
    อัลคือนางเอกรึเปล่า    เดเร็กคู่กับอัลรึเปล่า    ในเมื่อเดเร็กมีคนที่รักอยู่แล้ว
    #1804
    0
  2. #1758 ธิดาหิมะ (@sleeplezzrr) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 มีนาคม 2558 / 14:03
    ไหม้จนได้ 555
    #1758
    0
  3. #1708 Katana (@hiddenblade) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2557 / 10:43
    และแล้วก็ไหม้จนได้
    #1708
    0
  4. วันที่ 6 มิถุนายน 2557 / 23:12
    สนุกมาก
    #1623
    0
  5. #1547 siney (@asakurayo2004) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 กันยายน 2555 / 22:37
    เดเร็ก คือ ดาร์ซีชัวร์เลย
    #1547
    0
  6. #1257 ดาร์ก chocolate (@jnaenwe) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 31 มีนาคม 2554 / 18:09
    เดเร็กคือคนที่ชื่อว่าดาร์ซีแน่เลย รู้สึกว่าจะเคยบอกอยู่
    #1257
    0
  7. วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2554 / 12:31
    สนุกมากๆๆ
    #1190
    0
  8. #556 Aburame_Shino (@Nara_nicharee) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2553 / 09:19
    เดเร็ซน่าสงสารอ่า
    แง่ม ๆๆๆๆ
    #556
    0
  9. #451 rainy0_0 (@rainyyy) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 เมษายน 2553 / 22:23
    สนุกๆไรเตอร์รีบๆมาอัพต่อนะค่ะ สู้ๆค่ะ
    #451
    0
  10. #119 killer of darkness (@darkness-killer) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2552 / 16:55
    สู้ๆนะค่ะ

    เดเร็กน่ารักจัง
    #119
    0
  11. #50 ~๐ยัยตัวยุ่ง๐~ (@favrefay) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2552 / 17:10

    สวัสดีคุณวันอาทิตย์ค่ะ.........ดีใจจังที่อัพแล้ว Y__Y รออ่านอยู่เลยงับ ตอนนี้ก็สนุกมากกกกกกกกเลยจ้ะ

    รอตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ ว่าแต่ว่าคุณเดเร็กแอบมีแฟนมาก่อนแล้วหรอ - -"" ไม่ยอมนะ

    อ้อ ย่อหน้าที่สอง บรรทัดแรก.....บันที่แกะสลัก <<<<พิมพ์ผิดหรือเปล่างับ ใช่บันทึกที่แกะสลักหรือป่าว



    ^o^ ช่วงนี้อากาศไม่ค่อยจะดี รักษาสุขภาพด้วยนะจ๊ะ......

    #50
    0