Silver night อภินิหารมังกรราตรีสีเงิน (จบแล้ว พักการรีไรต์)

ตอนที่ 32 : ตอนที่ 25 ลับหายในรัตติกาล - RW

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6821
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 36 ครั้ง
    29 ธ.ค. 57

25

 

ลับหายในรัตติกาล

 

            กราเคนควงพลองรุกใส่เซดริกซึ่งกระโดดหลบไวว่อง เด็กหนุ่มพยายามหาช่องโจมตีสวน แต่อีกฝ่ายคุมระยะและไม่เปิดจังหวะ ทายาทเซฟิรุสจึงได้แต่หลบไปหลบมา และนึกหงุดหงิดที่ศัตรูรบประชิดขนาดนี้ เหมือนรู้ว่าเขาไม่ถนัดใช้เวทโจมตีระยะใกล้ ด้วยประมือกันชั่วเวลาหนึ่ง เซดริกจึงคะเนได้ว่าระดับอีกฝ่ายน่าจะเป็น จอมเวทพสุธา จอมเวทปะทะนักเวทฝึกหัด คนธาตุดินปะทะเด็กธาตุลม งานนี้เขาเสียเปรียบเต็มประตู

ถึงจะไม่ถนัดแต่ก็ลองดู เซดริกคิด ยกมือแล้วกำอย่างรวดเร็ว เด็กหนุ่มยิงมวลอากาศใส่คู่ต่อสู้และรีบถีบตัวหนี วินาทีนั้นกราเคนโยกหัวหลบจนเปิดช่องให้เด็กหนุ่มได้ครองระยะห่างเป็นครั้งแรก เซดริกหยุดยืนใต้ต้นไม้ใหญ่ที่หลงเหลือท่ามกลางทะเลเพลิง เขาเริ่มหอบเนื่องจากหนีมานาน ความร้อนจากเปลวไฟทำให้เขาเหนื่อยกว่าเดิมมาก

กระสุนลม กราเคนเปรย เพ่งมองดวงหน้าขาวของเซดริกใต้เงามืด เป็นมนตราลมที่ใช้ได้ดีในการสู้ระยะประชิดมากกว่ามนตราลมอื่น

ใช่ แต่ก็เป็นมนตราที่พลังอ่อนสุด เหมาะกับการเบนความสนใจคู่ต่อสู้ เซดริกยิ้มเยาะ

กราเคนถอนหายใจ อันที่จริงคนธาตุลมไม่เหมาะจะต่อสู้หรอกนะ

เด็กหนุ่มขบกรามแน่น หมายความยังไง

ก็หมายความว่าคุณแพ้แน่ศึกนี้ จอมเวทพสุธาขยับยิ้มจาง ลมคือธาตุที่อ่อนโยนที่สุด เป็นหนึ่งในธาตุที่ก่อตัวช้าสุดเพราะต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่างที่เหมาะสมจึงจะเกิด อย่างอุณหภูมิ ความกดอากาศ ด้วยพลังที่ก่อตัวช้า เด็กธาตุลมจึงค่อนข้างใจเย็นและอ่อนโยน

เป็นคนธาตุลมแล้วทำไมล่ะ!” เซดริกคำรามกราดเรี้ยว อีกอย่างเห็นฉันผอมบางอย่างนี้ แต่ฉันก็ไม่ใช่คนอ่อนแอ นายน่ะมันนักวิชาการมากเกินไปแล้ว!” เด็กหนุ่มขยับมือส่งพายุบ้าคลั่งไปยังชายตรงหน้า ก่อนจะเบิกตากว้าง เมื่อกราเคนเพียงสะบัดมือเรียกแท่งดินมาขวาง พายุรุนแรงนั้นก็สลายไปราวกับโกหก

เซดริกเบิกตากว้าง

สายลมที่อ่อนโยนไม่อาจทำร้ายใครได้หรอก หยุดสู้เถอะ ผมไม่อยากทำร้ายคุณ กราเคนว่า

แต่นายกำลังจะทำร้ายคนสำคัญของฉัน พี่สาวของฉัน ฉันจะสู้เพื่อพวกเขา!” เซดริกตะคอก ชูมือเรียกสายลมโดยรอบให้หอบอัคคีมาหมุนวนรอบมือ แสงเพลิงต้องเสี้ยวหน้าหล่อเหลาของเซดริก สะท้อนแววตาแข็งกร้าวของคุณชายเซฟีรุส

จอมเวทพสุธาระบายลมหายใจ โคลงศีรษะ เหตุผลของเราไม่ค่อยต่างกันเท่าไรนะ ผมขอแค่มังกรตัวนั้นเท่านั้น คุณไปกล่อมพี่สาวของคุณหน่อยสิ

เซดริกแค่นยิ้ม ฉันไม่สนหรอกว่ามังกรตัวนั้นจะเป็นยังไง แต่ถ้ามันเป็นอะไรไปพี่สาวฉันร้องไห้แน่ และนั่นคือสิ่งที่ฉันเกลียดที่สุด สิ้นคำ วายุเพลิงของเซดริกก็ทะยานไปโอบล้อมกราเคน ซึ่งเหลือบมองเด็กหนุ่มด้วยแววตาว่างเปล่า

ผมถือว่าผมเตือนคุณแล้วนะ

แท่งหินผุดจากพื้นดินทีละแท่งๆ ก่อนจะรวมตัวกันแล้วพุ่งผ่านพายุเพลิงไปชนกับเซดริก ร่างเด็กหนุ่มกระเด็นไปปะทะกับต้นไม้ใหญ่ เซดริกจุกไปทั้งตัว แต่ก็ฝืนแรงสู้ต่อ เขายกมือซ้ายกุมอกพร้อมสูดหายใจลึก ยื่นมือขวาไปข้างหน้า และร่ายเวททำลาย ฉับพลันแท่งหินอีกแท่งก็ฝ่าฝุ่นหนาจากการโจมตีเมื่อครู่ และหวดใส่เซดริกเต็มแรง!

ตูม!

 

เซดริก!”

อัลร้องลั่นหลังจากได้ยินเสียงระเบิด เธอเห็นร่างน้องชายลอยคว้างกลางอากาศ ก่อนจะตกกระแทกพื้นดังปั่กอย่างน่าใจหาย ดีที่เขายังมีลมหายใจอยู่ อัลจึงพอตั้งสติได้ ผิดกับโรส ท่านหญิงเหล่มองคนสลบด้วยใจหวั่นวิตก พยายามสติกับการต่อสู้ พลางคิดว่า

จากที่เธอสืบมา แม้เซดริกจะถูกทางบ้านเคี่ยวกรำฝีมือจนอยู่ในระดับแนวหน้าของนักเวทฝึกหัด แต่ฝีมือก็ยังห่างชั้นกับจอมเวทที่ใช้ชีวิตกับการต่อสู้และทำลายมาสามร้อยปี นั่นแค่จอมเวทพสุธา แต่คู่ต่อสู้ของเธอคือ มหาเวททิวา เธอจะเอาชนะเขาได้ทั้งๆ แบบนี้ หรือว่าเธอต้องใช้มัน...ที่นี่ต่อหน้าเพื่อนของเธอ

กราเคนจัดการได้เร็วกว่าที่คิด ยูซิสพึมพำ เหลือบมองทางกราเคนที่ตอนนี้ซ่อนตัวอยู่ในเงาราตรีแวบหนึ่ง เอาละ ถึงตาพวกเธอแล้ว

ฉันไม่มีวันแพ้แน่!” อัลประกาศลั่น กดมือที่พื้นดินร้อนระอุ บังเกิดน้ำพุพวยพุ่งและก่อตัวเป็นเกลียวคลื่น โหมกระหน่ำใส่มหาเวททิวา ยูซิสกระโดดพร้อมซัดลูกไฟขนาดมหึมาใส่คลื่นจนเกิดไอน้ำลอยคลุ้งทั่วบริเวณ จังหวะนั้นเองที่โรสซัดพายุกลีบดอกไม้ใส่ยูซิส ซึ่งชายหนุ่มก็สร้างเกราะไฟเผามันจนสิ้น

เท้าของมหาเวททิวาแตะพื้นอีกครั้ง เมื่อคลื่นน้ำหมดไป พริบตาเขาก็เอี้ยวตัวหลบลูกเตะของอัลที่มุ่งโจมตีตรงกลางลำตัว ตามด้วยหมัดขวารัวเร็ว เด็กสาวไล่รุกชายหนุ่มตามศิลปะป้องกันตัวที่เรียนมาตอนเด็ก ไม่เปิดช่องว่างให้คู่ต่อสู้โต้กลับ และซัดน้ำใส่ร่างสูงไปพร้อมกัน ทั้งคู่ประมือกันพักหนึ่ง จากนั้นอัลก็กระโดดถอยห่าง พร้อมการปรากฏของพายุกลีบกุหลาบที่ตรงเข้าโจมตียูซิส

อัลวิ่งไปยืนด้านหน้าโรส ซึ่งบังคับพายุกลีบกุหลาบให้หมุนวนรอบตัวศัตรูผู้ร้ายกาจ ทายาทไอวารีนเม้มปากแน่น ถามเสียงเครียด

จะได้ผลไหม

ถึงจะเป็นคนธาตุไฟ แต่ถ้าเราสู้โดยไม่เปิดโอกาสให้ตั้งสติ ก็ไม่น่าจะสร้างไฟออกมาโจมตีได้ โรสวิเคราะห์ ค่อยๆ กำมือนวลที่แบเพื่อบังคับให้พายุดอกไม้หมุนเร็วและแรงกว่าเดิม เชื่อมั่นว่าไม่มีสิ่งใดรอดพ้นจากกลีบกุหลาบอันแสนคมของเธอได้ แม้แต่หินก้อนใหญ่ เธอยังเคยทำให้มันแหลกสลายในพริบตามาแล้ว!

ไม่ต้องห่วงค่ะ ศึกนี้เราต้องชนะ โรสพูดหนักแน่น แต่ความหวังก็พังทลายในเสี้ยวนาที เมื่อกลีบกุหลาบมอดไหม้ด้วยอัคคีโชนแสงจากปลายมือของมหาเวททิวา ยูซิสขยับยิ้มเหี้ยม นัยน์ตาสีทองของเขาประกายรังสีสังหาร

ดวงตาสีชมพูของโรสเบิกกว้าง ปากอิ่มของเธอเผยอไม่ปกปิดความตกใจ

บ้าน่า ผู้ชายคนนี้รอดจากกลีบกุหลาบนับร้อยๆ ที่คมดั่งใบมีดชั้นดีมาได้ยังไง

เล่นกันแรงเกินไปหน่อยแล้วครับคุณหนู ยูซิสยิ้มบางร้ายกาจ หลุบมองแผลถลอกซึ่งมีเลือดออกซิบๆ ตามท่อนแขน เห็นทีต้องกำจัดตัวอันตรายอย่างคุณหนูก่อน เป็นอันดับแรก

ยูซิสชี้โรส ไฟลูกใหญ่จากปลายนิ้วเขาพลันหมุนวนและพุ่งไปหาท่านหญิงแห่งเซเลส พริบตาอัลที่กำลังตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นก็กระโจนขวางทางพลัง สาวน้อยสร้างบาเรียน้ำแข็งแกร่งจากพลังเวทที่เหลือ ปกป้องเพื่อนสาวที่อุตส่าห์เข้ามาเกี่ยวในเรื่องซึ่งไม่ควรเกี่ยว ทันทีที่ลูกไฟปะทะบาเรีย มันก็เริ่มดันบาเรียให้แตกออกทีละนิด อัลต้องเร่งพลังเวทเสริมบาเรีย การต่อสู้ทั้งสองเป็นอย่างสูสี ชั่วอึดใจความต่างของพลังก็เด่นชัด มีหรือที่สาวน้อยวัยสิบห้าปีจะสู้กับชายผู้ได้รับตำแหน่งมหาเวททิวาได้

ในที่สุดลูกไฟก็ฝ่าบาเรียเข้ามาได้ อัลยังกัดฟันทำลายลูกไฟ พลังทั้งสองปะทะกันอย่างแรงจนระเบิดออก แรงนั้นกระแทกอกอัล ผลักสาวน้อยกระเด็น กลิ้งขลุกๆ ไปนอนตรงเท้าโรส โรสเบิกตากว้างตกใจเมื่อเห็นยายตัวดีเผยยิ้มกว้างที่ไม่เข้ากับรอยแผลและใบหน้าเปื้อนดิน แต่สมกับนิสัยของเธอที่สุด

โรสไม่เป็นอะไรใช่ไหม อัลหัวเราะแหะๆ ทำเสียงซีดปาก เหลือบมองกระเป๋าที่มังกรน้อยยังดิ้นรนหาทางออกและร้องขอให้ปล่อย เดเร็กเองก็ดูจะไม่เป็นอะไรสินะ ขอโทษที่เมื่อกี้ทับไปตั้งหลายที สงสัยแบนแหงเลย แล้วก็ต้องขอโทษด้วยนะที่ดึงโรสเข้ามาเอี่ยวด้วย ฉันนี่เป็นคนเจ้าปัญหาเหมือนที่เซดริกบอกจริงๆ

ท่านหญิงคนงามส่ายหน้าปฏิเสธ รู้สึกผิดที่ทำให้เพื่อนคนแรกคิดแบบนั้น พลางคิดว่า ไม่ใช่เลยอัล เรื่องนี้มันเป็นเรื่องของฉันมาตั้งแต่แรกแล้วต่างหาก มันคือพันธะหน้าที่แห่งเซเลส!

ว่าแต่เมื่อกี้เจ็บจริงแฮะ ยิ่งกว่าโดนพวกนักเลงเตะอีก หึ แต่แค่นี้ไม่เท่าไรหรอก อีกอย่าง ฉันไม่มีวันยกเดเร็กให้คนอย่างมันแน่อัลตั้งท่าจะลุกยืน สาวน้อยใช้แขนชันกาย แต่แขนที่อ่อนล้าทำให้ร่างของเธอกระแทกพื้นอีกครั้ง

โรสย่อตัวนั่ง เอื้อมมือบรรจงเช็ดเลือดบนริมฝีปากที่แตกของอัลด้วยแววตาอาทร แสงจันทร์และแสงเพลิงต้องร่างระหงของท่านหญิง จนแลดูงดงามและน่ากลัวในคราเดียว

นอนพักเถอะนะอัล ต่อไปนี้ฉันจะจัดการเอง ฉันไม่มีวันให้ใครทำร้ายเพื่อนคนแรกของฉันแน่ โรสแย้มยิ้มงามยามได้ยินอัลเรียกชื่อเธอแผ่วเบาราวคัดค้าน ก่อนจะตวัดหน้ามองชายหนุ่มที่ผู้อื่นยกย่องให้เป็นบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ แต่ในสายตาโรสตอนนี้เขาคือคนแสนร้ายกาจ นัยน์ตาอ่อนโยนของโรสพลันแปรเปลี่ยนเป็นนัยน์ตาน่ากลัว...เย็นชาเหมือนไร้ชีวิต ชวนให้สันหลังวาบยามมอง

นัยน์ตาของนักฆ่า!

แล้วคุณจะรู้ว่าการทำร้ายเพื่อนที่ฉันรักถึงสองคน จะต้องจ่ายแพงขนาดไหน ถ้อยคำราบเรียบนั้นทำให้ยูซิสถึงกับเลิกคิ้ว มั่นใจว่าเด็กสาวคนนี้ไม่ธรรมดาแน่ ประกายตาแบบนั้น มันเป็นเอกลักษณ์ของ...

หรือว่าเธอจะเป็นคนของเซเลส ยูซิสเปรยถาม เชิดหน้ามองเด็กสาวที่ถอดตุ้มหูมุกสีชมพูออกทีละข้าง แล้วเก็บใส่กระเป๋ากระโปรง

ตุ้มหูมุกคู่นี้เธอใส่ติดตัวตลอดเวลา เพื่อควบคุมพลังเวทไม่ให้ทำร้ายคนอื่น แต่ถ้าต้องการอาละวาดก็ถอดได้สินะ

บัดดลสายลมก็พัดแรง พาใบไม้ปลิวมาทางท่านหญิง พริบตาที่ใบไม้ผ่านใบหน้างาม ใบไม้ก็เจือด้วยสีม่วง มันค่อยๆ กัดกร่อนจนใบสลายเป็นเถ้าธุลีและลอยละล่องในอากาศ พร้อมๆ กับเปลือกตาของโรสที่ปิดลง เธอนึกถึงเหตุการณ์เปิดเทอมโรงเรียนเซพาตราวันแรก...วันที่เธอเคว้งคว้างที่สุด ท่ามกลางผู้คนรายล้อมที่พูดคุยกัน เธอกลับไม่มีใครเลย แต่แล้ว...

 

นี่ทำไมทำหน้าเศร้าอย่างนั้นละ วันแรกของการเปิดเรียนต้องยิ้มเข้าไว้สิ เสียงใสดังขึ้นข้างๆ เธอ ทีแรกโรสก็ไม่รู้ว่าเด็กคนนั้นพูดกับเธอ แต่พอเงยหน้ามองก็พบดวงตาสีแดงสดใสของอัล

ฉัน อัลมาริน่า ไอวารีน เด็กสาวคนนั้นยื่นมือมาให้ เธอล่ะ

โรซาเลีย เซเลส เธออ้อมแอ้มรู้สึกหัวใจในอกพองโต เมื่อวางมือลงบนมือเด็กสาวคนนั้น มันช่างอบอุ่น ไม่รู้ว่าทำไมเด็กที่เติบโตมาอย่างเธอถึงยื่นมือหาคนอื่นได้ง่ายเพียงนี้

พลันเสียงนุ่มดุก็ดังแหวกอากาศ ทำเอารอยยิ้มอัลจืดสนิท เด็กสาวผมฟ้าตวัดหน้ามองเด็กหนุ่มผมเงินรุ่นราวคราวเดียวกัน

อัล! ยายบ้าหายไปไหนแล้วมานี่เดี๋ยวนี้ จะถึงเวลาปฐมนิเทศแล้ว

เฮ้อ น้องชายจอมดุฉันมาตามละ ต้องไปแล้วละ ไม่งั้นรับรองหูจะชาไปหนึ่งซีกอัลเท้าเอว ขยิบตาน่ารัก เราเป็นเพื่อนกันแล้วนะโรซาเลีย

 

ห้ามทำร้ายอัลเด็ดขาด โรสพูดด้วยน้ำเสียงกดต่ำ...ราบเรียบ เธอก้าวหนึ่งก้าว...สองก้าว...สามก้าว ทุกครั้งที่เธอเคลื่อนตัว แผ่นดินที่เหยียบย่างพลันมลายเป็นเสี้ยวธุลี ยามหยุดนิ่ง พสุธาที่เธอยืนหยัดก็พลิ้วระลอกดุจคลื่นม้วนตัว มีฟองลอยปุดๆ ก่อนจะแปรสภาพเป็นของเหลวเน่าเฟะอย่างไม่น่าเชื่อ

อัลเบิกตาโพลงกับภาพที่เห็น เธออ้าปากน้อยๆ เมื่อมองพื้นดินที่ถูกทำลายเมื่อท่านหญิงคนงามเคลื่อนผ่าน ฉับพลันนัยน์ตาสีเพลิงของอัลก็เบนมองเสี้ยวหน้านิ่งสงบของโรส

หึ ดูเหมือนจะเป็นคนของเซเลสจริงๆ สินะ ตระกูลผู้ครองครอบพลังที่นอกเหนือจากธาตุทั้งเจ็ดพลังเสื่อมสลาย พลังที่ทำให้ทุกสิ่งแหลกมลายได้ในพริบตา ยูซิสว่า ดวงตาสีทองของเขาลุกวาวถูกใจยามสบกับดวงตาสีชมพูเฉยชาของโรส ก็ดี จะได้สนุกกันหน่อย

สาวน้อยผมทองคลี่ยิ้ม ท่ามกลางแสงจันทร์ที่ถักทอ คิดถึงเรื่องสนุก แล้วคิดถึงเรื่องตอนที่จะตายไว้หรือยังคะ

ฟุ่บ! โรสวาดมือไปทางยูซิส เกิดควันสีม่วงชวนสะอิดสะเอียนลอยคลุ้งในอากาศ มันตรงเข้าทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า เปลวเพลิงที่ลุกไหม้พลันดับมอด ใบไม้ที่พัดพลิ้วแหลกสลาย และอากาศที่เคยบริสุทธิ์ก็กลับปนเปื้อนสารพิษ

ยูซิสถอยหนี ดวงหน้าดูดีบิดเบี้ยวน่าชัง ทำแบบนี้แล้วไม่คิดว่าเพื่อนที่เธอพยายามจะปกป้องจะหนีไปหรือ มนุษย์ทุกคนล้วนกลัวคนที่มีพลังมากกว่าตัวเองทั้งนั้นแหละ

ถ้อยคำแทงใจฉุดหัวใจโรสดิ่งวูบ เธอเหลือบมองอัลที่นอนเปื้อนฝุ่นอยู่บนพื้นดิน ดวงตาสีแดงของอัลที่มองมาทางเธอเหมือนกับเห็น...ตัวประหลาด

            โรสสูดหายใจเข้าเต็มปอด กล่าวประโยคที่ทำให้ยูซิสหงุดหงิดยิ่ง จะหนีหรือไม่ฉันไม่รู้ รู้แค่ถ้าฉันไม่ปลดปล่อยพลังตอนนี้ ฉันต้องเสียใจภายหลังแน่

            เสียใจที่ไม่ปกป้องทั้งๆ ที่ทำได้

            “เธอนี่ช่างเหมือนมันเหลือเกินนะ คิดจะเป็นผู้ปกป้องในเงามืดหรือไง ชายหนุ่มคำราม แยกเขี้ยวแต่ควันพิษแค่นี้ทำอะไรฉันไม่ได้หรอก

            เด็กสาวผมทองยกมือไล้กลีบปากอิ่มสีแดง แก้วตาสีกุหลาบของเธอประกายดุดัน

            แล้วใครว่าฉันสร้างได้แค่ควันละคะ

            ตูม! ตูม! ตูม!

 

            โรส...นั่นโรสแน่เหรอ

            อัลถามตัวเองในใจ ขณะมองการต่อสู้ที่เข้มข้นขึ้นทุกขณะ เธอจับจ้องเด็กสาวที่เริงรำอยู่ในสนามรบไม่วางตา คาดว่าท่านหญิงคนงามคงใช้จิตบังคับระเบิดให้ระเบิดทางนู้นทีทางนี้ที ไล่ต้อนยูซิสให้จนมุม

            คนคนนั้นไม่เห็นเหมือนเพื่อนเธอ ที่บอบบางและอ่อนโยนคนนั้นเลย อัลคิด ฉับพลันความหวาดกลัวเด็กสาวตรงหน้าก็แล่นจับจิต อัลหลุบตา รู้สึกสะท้านไปทั้งกายจนต้องกอดตัวเอง คำถามหนึ่งผุดขึ้นในใจ

            นี่เธอกลัวโรสเหรอ

ไม่ ไม่ใช่...เสียงหนึ่งในใจตอบกลับมา

แล้วทำไมร่างกายถึงหนักอึ้ง แล้วทำไมใจถึงโหวงอย่างนี้ล่ะ

ดวงตาสีแดงของอัลมองโรสที่ต่อสู้กับยูซิสอย่างสุดกำลัง เพื่อนสาวของเธอไล่หวดแส้กุหลาบซึ่งทำลายทุกสิ่งที่สัมผัสใส่ยูซิส แต่แล้วชายหนุ่มก็แก้เกมกลับ โดยยิงห่าธนูไฟใส่โรส และธนูดอกหนึ่งกำลังจะโดนตัวโรส

โรสระวัง!!!” อัลกรีดร้องสุดเสียงโดยไม่รู้ตัว นาทีต่อมาเธอก็ตระหนักว่า เธอไม่ได้กลัวโรสที่เป็นแบบนี้ แต่กลัวจะเสียโรสที่เธอรู้จักไปต่างหาก...โรสที่แสนอ่อนหวานและอ่อนโยนคนนั้น

หากเสียโรสไปทั้งๆ แบบนั้น ก็ไม่ต่างอะไรกับการพรากจาก...

การพรากจาก คือสิ่งที่เธอเกลียดที่สุด

อัลขบกรามแน่น มองภาพการต่อสู้ตรงหน้าเขม็ง พลันเธอก็เบิกตานิดเมื่อได้ยินเสียงครางของน้องชาย อัลตวัดหน้าและถลาไปกอดเจ้าของเสียง เธอเห็นเซดริกกะพริบตาสองสามครั้ง ก่อนจะพูดด้วยเสียงอ่อนแรงว่า

อัล ทำไมบาดเจ็บขนาดนั้นล่ะ

ยังมาห่วงคนอื่นอีก นายต่างหากที่เจ็บหนัก อัลดุพลางประคองให้เซดริกนอนบนตัก มีไม่กี่ครั้งที่เธอจะได้ทำเสียงแบบนี้ใส่เซดริก...น้องชายที่มักห่วงเธอก่อนตัวเองเสมอ

“อืมรู้แล้ว ว่าแต่เกิดอะไรขึ้น” เซดริกถามเสียงอ่อน เขาพยายามลืมตามองจากตักพี่สาว เห็นเด็กสาวผมทองเริงระบำในการต่อสู้ เซดริกประหลาดใจกับภาพนั้น โรสที่แสนเรียบร้อยและอ่อนโยนคนนั้นน่ะหรือ จะสู้กับศัตรูแบบแลกชีวิตได้ขนาดนี้ ต่อสู้ได้ดุดันและงดงามขนาดนี้ แต่สิ่งที่เซดริกประหลาดใจที่สุด คือ ยามใดที่โรสขยับกาย ทุกสิ่งรอบข้างต้องถูกทำให้ละลายด้วยไอพิษรุนแรงจากตัวเธอ

นั่นหรือพลังของโรส!” เซดริกอุทาน อัลเหลือบมองโรสที่ต่อสู้ในสนามรบ ก่อนจะก้มหน้าแนบหน้าผากกับน้องชาย

            “ใช่ นั่นคือพลังที่โรสพยายามเก็บซ่อนไว้ไม่ให้เรารู้ แต่เธอก็เอาออกมาเพียงเพราะจะช่วยเรา อัลกระซิบด้วยรอยยิ้มบาง ดวงตาสีเพลิงไหวนิดๆ แต่ไม่ว่าเธอจะมีพลังทำลายขนาดไหน น่ากลัวอย่างไร เธอก็จะเป็นเพื่อนของเรา จริงไหม เซดริก

            เด็กหนุ่มผมเงินหัวเราะหึ อืม ของมันแน่อยู่แล้ว

 

            รู้สึกว่าตั้งแต่ยายเด็กนั่นตะโกนเตือนเธอ ฝีมือเธอดีขึ้นกว่าเดิมนะ ยูซิสที่หลบหลีกจากแส้หนามเอ่ยปาก เขากระโดดสูงแล้วยิงลูกธนูไฟลงมาอีกห่าใหญ่

            แน่นอนสิคะ เพราะฉันรู้ว่าสิ่งที่ทำไปมันไม่เปล่าประโยชน์!” สาวน้อยถีบตัวจากพื้น ตวัดแส้ใส่ท่อนแขนหนาของยูซิสอย่างแม่นยำ มันรัดข้อมือของคู่ต่อสู้ และปล่อยพิษร้ายแรงจนแขนเสื้ออีกฝ่ายละลาย พิษทะลุสู่ผิวหนังกัดกินเนื้อเยื่อ ส่งผลให้ร่างสูงกรีดร้อง ถลึงตาดุดันใส่เด็กสาว

            มันจะมากไปแล้วนะ!”

          สิ้นเสียง วังวนเพลิงขนาดใหญ่ก็พัดวนรอบร่างยูซิส ก่อนจะโลดแล่นลงมาหาโรสที่ลงสู่พื้นเรียบร้อย ท่านหญิงต้องรีบคลายแส้หนีอย่างเร่งด่วน วินาทีนั้นเองสายลมก็กระโชกดับเพลิงในนภา ยูซิสตวัดหน้ามองหาผู้ยื่นมือช่วยก็พบว่าเจ้าเด็กผมเงินนั่นฟื้นแล้ว

            พวกแก สงสัยฉันจะปรานีพวกแกมากไปแล้ว!” ชายหนุ่มยกมือก่อลำเพลิงยักษ์ใส่สองพี่น้องที่ดูเหมือนไร้ทางสู้ ด้วยทั้งบาดเจ็บและอ่อนแรง

            อัล เซดริก!” โรสกรีดร้องอย่างตื่นตระหนก เธอเตรียมวิ่งไปช่วยเพื่อนๆ พริบตาเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น พาให้ร่างของเธอชาวาบ

            ห่วงตัวเองก่อนดีไหมครับ

            โครม! ชายหนุ่มอีกคนที่ซ่อนตัวในเงามืดมาตลอดการต่อสู้ โถมตัวเข้าโจมตีสีข้างของเธอ โรสเสียหลักไถลครูดไปกับพื้น หวิดจะถลาเข้ากองไฟ ความปวดแล่นแปลบทั่วตัวร่างบางจนลุกไม่ขึ้น แต่เธอหาสนไม่ สิ่งเดียวที่เธอสน คือ สิ่งเดียวที่อาจสูญเสียในยามนี้ สาวน้อยฝืนเงยหน้ามองเหตุการณ์ นัยน์ตาคู่งามของเธอเบิกโพลง ยามเห็นว่าอัลพุ่งเข้ามารับการโจมตีแทนเซดริก แต่ไม่ว่าอย่างไรด้วยแรงทำลายและระยะ เพื่อนทั้งสองของเธอไม่น่ารอด

            ไม่นะ อัล เซดริก โรสเปล่งเสียงเครือดุจสะอื้น จิกเล็บกับพื้นดินที่หลอมเหลวด้วยพลังเสื่อมสลาย สาวน้อยคิดอย่างปวดใจว่า

            ถ้ามีพลังขนาดนี้แล้วปกป้องไม่ได้ จะมีพลังไปเพื่ออะไรกัน

 

            บ้าชะมัด ยายประสาทนั่น บทจะตั้งใจร่ายเวทก็ร่ายซะแข็งแกร่งจริงนะ แล้วเขาในร่างนี้จะมีปัญญาแก้เวทอะไรได้! มังกรร่างเล็กคำรามในใจ ตอนนี้เขายังหาทางออกจากกระเป๋าเป้ไม่ได้ ทั้งที่โถม กัด ข่วน ใช้อาวุธในร่างมังกรจนครบแล้ว   

เดเร็กกัดฟันกรอด นัยน์ตาสีเงินทอแสงเย็นเยือก

            ยายบ้าจะมาปกป้องอะไรเขาขนาดนี้ เขาดูแลตัวเองได้น่า ตัวเองต่างหากที่เป็นเด็ก...เด็กน้อยไร้เดียงสาที่ไม่ควรยุ่งเกี่ยวในเรื่องนี้

            บ้าชะมัด เดเร็กถอนหายใจ พลันเสียงตะโกนอย่างร้อนรนของทายาทเซฟีรุสก็ดังลั่น ร่างเจ้ามังกรชาวาบทันใด

            อัลหลบไป เธอจะโดนเผาทั้งเป็นนะ!”

            “ไม่ไอ้น้องบ้า ฉันเป็นพี่สาวนายนะ ฉันต้องปกป้องนาย เสียงแย้งของสาวน้อยดังไม่แพ้กัน พริบตาเดเร็กก็ร้อนไปทั้งตัว เลือดที่ไหลเวียนแทบเดือด เจ้ามังกรรู้ในทันใดว่า ยูซิสส่งไฟมาเผาเด็กทั้งสองทั้งเป็น!

            เดเร็กตะกายขึ้นมองเหตุการณ์ตรงปากกระเป๋าที่แง้มนิด นัยน์ตาสีเงินของมังกรพลันเบิกโพลง ลูกไฟเข้ามาในระยะประชิดกว่าที่เขาคิด เขาเห็นเซดริกผลักอัลหมายจะเอาตัวเข้ารับลูกไฟแทน เด็กสาวล้มลงกระแทกพื้นดังปั่ก กระเป๋าเป้ที่เขาอยู่หลุดจากหลังเธอ และกระเด็นออกไปเล็กน้อย

เดเร็กยังคงดิ้นรน ขณะลำเพลิงพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว

            “อัล!” มังกรราตรีสีเงินคำราม ดวงตาสีจันทราเปล่งแสงทรงอำนาจ พลังที่เก็บซ่อนไว้ในกายพลุ่งพล่านเตรียมจะระเบิดออกมา

            เขาไม่สนอะไรอีกแล้วว่า เด็กสามคนนั่นจะรู้ความลับ ตอนนี้เขาสนเพียงต้องช่วยยายเด็กผมฟ้าคนนั้น เด็กสาวที่ทำให้เขารู้สึกมีชีวิตอีกครั้ง

            ฉับพลันแสงสีเงินเย็นเยือกก็พวยพุ่งจากกระเป๋า เจิดจ้ายิ่งกว่าแสงเพลิงที่รุกใกล้ จนอัลกับเซดริกต้องยกมือบังตาเตรียมรับความตายที่คืบคลาน แต่ไม่เป็นเช่นนั้น ยามพวกเขาลดมือลง ภาพตรงหน้าไม่ใช่อัคคีอย่างที่คาด แต่เป็นชายหนุ่มสวมเสื้อคลุมยาวสีดำสนิทแบบที่ขุนนางสมัยก่อนใส่กัน ชายเสื้อคลุมสะบัดไหวตามแรงลม เช่นเดียวกับเส้นผมสีดำยาวประบ่าซึ่งปรกต้นคอขาวดุจหินอ่อน

เซดริกประคองร่างอัลไว้ในอ้อมแขน เด็กหนุ่มทอดมองร่างสูงสง่าเบื้องหน้า ยามชายคนนั้นเหลียวหน้ามา พร้อมชายตามองด้วยนัยน์ตาสีเงินไร้ความรู้สึก เซดริกก็ตัวแข็งทื่อ ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ไม่มีวันลืมใบหน้านี้ ใบหน้าของผู้นำตระกูลเซฟีรุสเมื่อสามร้อยปีก่อน

ดาร์ซี เซฟีรุส

ทำไมคนที่น่าจะตายไปแล้วอย่าง ยูซิส คราวน์ และ ดาร์ซี เซฟีรุส ถึงมาอยู่ที่นี่ได้!

 

ดาร์ซี เซฟีรุส

ท่านหญิงร้องในใจ พลางจับจ้องเสี้ยวหน้าดูดีท่ามกลางแสงจันทร์ไม่วางตา ร่างสีดำนั้นดูสง่างามและน่ากลัวดุจมัจจุราช

โรสหัวเราะเบาๆ สมเพชตัวเอง ทว่ารู้สึกโล่งใจอย่างประหลาด

ไม่อยากเชื่อคนที่เธอเฝ้าตามหามาตลอด...กลับอยู่ข้างกายเพื่อนเธอนี่เอง

 

ผู้ชายที่จู่ๆ ปรากฏตัวตรงหน้าเธอคือ บุรุษที่ทั่วทั้งหล้าขนามนามว่า เป็นมหาเวทรัตติกาลผู้ยิ่งใหญ่...บุรุษที่ไร้หัวใจและเย็นชา แต่สำหรับเธอ ชายหนุ่มคนนี้คือ...

เดเร็ก อัลร้องเรียกอย่างคุ้นชิน จากนั้นคว้าชายเสื้อที่พลิ้วไหวแน่น ดวงตาสีแดงของเธอปรือด้วยความอ่อนล้า

ถึงไม่ค่อยอยากจะเชื่อ แต่เขาคือเจ้ามังกรตัวน้อยของเธอ

            พักตรงนั้นเถอะนะ แม้เสียงของมหาเวทรัตติกาลจะฟังเย็นไรเพียงไร แต่อัลกลับรู้สึกอบอุ่นไปทั้งหัวใจ เธอรู้สึกปลอดภัย จึงพยักหน้าอย่างว่าง่าย

            เมื่อกี้ใช้ไฟสยบไฟงั้นรึ ในที่สุดก็ยอมโผล่หางออกมาแล้วเรอะ ใช้ชายกระโปรงผู้หญิงเป็นที่หลบอยู่ตั้งนาน เสียงของยูซิสกลับไปนุ่มนวลดุจกำมะหยี่อีกครั้ง แต่ทุกคนรู้ว่าดีว่า เสียงนั้นคือสัญญาณอันตราย

            ไม่ได้หลบ แค่เมื่อกี้ออกมาไม่ได้เท่านั้น ดาร์ซียิ้มเยาะ มองยูซิสที่สืบเท้ามาใกล้ เส้นผมสีน้ำตาลของมหาเวททิวาปลิวตามแรงลม จนเห็นผ้าคาดตาสีดำ ดาร์ซีฉีกยิ้มกว้างกว่าเดิม หน้าตานายเห็นกี่ทีก็ยังทุเรศเหมือนเดิม

ยูซิสหรี่ตา รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากกาย

            แล้วมันเพราะใครกันล่ะ ใครกันที่ควักตาของฉันไปข้างหนึ่ง ใครกันที่ทำให้ฉันตกอยู่ในสภาพนี้ ถ้าไม่ใช่แก ไอ้สารเลว! ศึกนี้ห้ามมายุ่งนะกราเคน ดาร์ซีเป็นของฉันคนเดียวยูซิสหันไปบอกสหายที่ยืนห่างออกไป แล้วชักมือหนาเข้าหาตัวบังเกิดคันธนูสีขาวสุกสว่างผิดกับธนูเพลิงเมื่อครู่ เนื่องจากมหาเวทเปลี่ยนธาตุพลัง ทำให้ดวงตาสามคู่ของนักเวทฝึกหัดเบิกกว้าง เกิดความกลัวจับใจ

            เวททิวา เมื่อกี้หมอนี่ยังไม่ได้เอาจริงหรือนี่! อัลร้องลั่นในใจ

            เวททิวาฉันไว้ให้แกโดยเฉพาะ ยูซิสว่าขณะขึ้นสายธนูเตรียมยิง

            ขอบใจ แต่แกลืมไปรึเปล่า ดาร์ซีเหยียดยิ้มเย็นชา บัดดลสายลมก็พัดกระโชกพาความหนาวเหน็บ อ้างว้าง เดียวดายมาเยือน กองไฟทุกกองที่ลุกโชนดับวูบ ความมืดมิดคืบคลานเข้ามาในห้วงราตรี ดับแสงจันทร์ แสงดาว และแสงไฟที่ส่องสว่าง มหาเวทรัตติกาลสืบเท้าไปข้างหน้า ยื่นมือออกรับลำแสงอนธการมาโอบอุ้ม นัยน์ตาสีเงินของถักทอรังสีสังหาร

            ห้วงรัตติกาล คือ เวลาของข้า!”

            ซูม! ลำแสงสีดำระเบิดออกจากมือหนาของมหาเวทรัตติกาลเข้าโจมตีมหาเวททิวาที่โจมตีสวนด้วยธนูแสง แสงสว่างพุ่งทะลุความมืด ก่อนจะถูกผลักด้วยความมืดที่รุนแรงกว่า จนยูซิสต้องเปลี่ยนรูปร่างแสงเป็นหอกและปามันใส่ดาร์ซี คราวนี้อาวุธแสงฝ่าปราการรัตติกาล เฉี่ยวแขนเสื้อชายหนุ่มผมดำและเปิดผิวเป็นปากแผลจนเลือดไหลทะลัก ดาร์ซียกมือกุมแขนแล้วฉีกแขนเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวในมาพันห้ามเลือด

            เดเร็ก!” อัลร้อง ทำท่าจะกระโจนไปหาชายหนุ่ม แต่เซดริกคว้าแขนเธอไว้ก่อน สาวน้อยหันหน้าไปว่าน้องชาย เซดริก เดเร็กกำลังบาดเจ็บ!”

            “ฉันรู้ แต่อัลนั่นไม่ใช่เดเร็กมังกรตัวน้อยของเธอแล้วนะ นั่น ดาร์ซี เซฟีรุส มหาเวทรัตติกาล อย่าเข้าไปเด็ดขาด ตอนนี้เราอยู่ในสนามรบของมหาเวทรัตติกาลกับมหาเวททิวา มันอันตรายมากเธอรู้ไหม อีกอย่างมนตราที่ดาร์ซีโดนเข้าไปมันเป็นมนตราดัดแปลงจากมนตราบรูสไลต์ มนตราเปิดปากแผลโดยใช้อณูแสง ถ้าใช้พลังแรงๆ มันจะไม่ใช่แค่เปิดปากแผลนะ แต่จะเฉือนลึกถึงกระดูกเลย

            แล้วเดเร็กล่ะ อัลร้อง มองชายหนุ่มที่ส่งลำแสงสีดำไปหายูซิส ทั้งคู่ผลัดกันส่งพลังโจมตีอีกฝ่าย แต่ดูเหมือนดาร์ซีจะมีพลังเหนือกว่านิดหน่อย ด้วยยามนี้คือห้วงรัตติกาล...เวลาสำหรับเวทรัตติกาล

            ยูซิสเคลื่อนตัวไปยืนอยู่กลางถนนสายเล็กในสวน คลี่ยิ้มสะใจ เป็นไง หงุดหงิดที่จัดการฉันไม่ได้สักทีสินะ

            อีกไม่นานหรอก คำว่าหงุดหงิดน่ะ นายใช้ผิดคนแล้วดาร์ซียกมือจดริมฝีปาก แล้วเลียเลือดที่ติดอยู่ตามนิ้วขาว กลอกตามองใบหน้ายูซิส ไม่ใช่นายหรอกเหรอที่เป็นคนเจ้าอารมณ์

            หงุดหงิดสิ หงุดหงิดที่นายไม่สามารถใช้พลังทั้งหมดของนายได้ ดาร์ซี เซฟีรุส ตอนนี้นายเหลือพลังกี่ส่วนนะ อ่อ หนึ่งในสามสินะ

            แค่หนึ่งในสามฉันก็ฆ่าแกได้ มหาเวทรัตติกาลเงยหน้า ขยับยิ้มเหี้ยมเกรียม รับมือ ยูซิส คราวน์!”

            ซูม! ดาร์ซีส่งความมืดออกไปอีกครั้ง พริบตายูซิสก็สร้างบาเรียแสงมาไว้ตรงหน้า ธาตุทั้งสองที่เสมอภาคเข้าปะทะกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ด้วยทั้งดาร์ซีและยูซิสต่างเค้นพลังเวทมาใช้เต็มที่ กระทั่งดาร์ซีได้ยินเสียงไอแค็กๆ ตามมาด้วยประโยคที่ฉุดหัวใจเขาดิ่งวูบ จึงตัดสินใจยุติศึกนี้โดยพลัน

            “อัล เลือด เซดริกมือสั่น ดวงตาคู่คมของเขามองน้ำสีชาดบนมือพี่สาว เธอไอเป็นเลือด

            “ฉันไม่มีเวลาเล่นกับนายแล้วยูซิสเดเร็กคำรามหลังจากเหลือบมองสองพี่น้อง

            เคร้ง! บาเรียแสงแตกออกเมื่อความมืดเพิ่มพลังถึงขีดสุด มันชนท้องของยูซิส กลืนกินผิวหนังอ่อนจนเห็นเครื่องในเล็กน้อย ชายหนุ่มผมน้ำตาลทรุดกับพื้น หายใจหอบแฮกด้วยความเจ็บปวด กราเคนปราดมาประคองร่างเพื่อน

            กะ แกยูซิสคำราม ดวงตาฉายแววอาฆาตชัดเจน คำรามในใจว่า ทำไมจู่ๆ พลังมันถึงเพิ่มขึ้น ทั้งๆ ที่เมื่อกี้พลังยังสูสีกับเขา

            ดวงตาของดาร์ซีประกายเย็นยะเยือก ชายหนุ่มมองยูซิสเหมือนเป็นสิ่งไร้ค่า ไปซะครั้งนี้ฉันจะปล่อยนายไป แต่ครั้งหน้าเมื่อเราเจอกัน รับรองว่ามันเป็นจะครั้งสุดท้ายระหว่างเรา

            กราเคนช้อนหน้ามองดาร์ซี ดวงตาสีมรกตสบของเขาประสานกับดวงตาสีเงินของมหาเวทรัตติกาล ชายผมม่วงก้มหน้า ก่อนจะยกมือเรียกแผ่นดินมาโอบล้อมร่าง พายูซิสหนีไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับการสลายไปของเวทมายา

            ดาร์ซีมองทั้งสองคนจนลับจากคลองสายตา จึงหมุนตัวมามองร่างสาวน้อยผมฟ้าที่อยู่ในวงล้อมของเพื่อนๆ ตอนนี้โรสถลาเข้ามาดูอาการอัล ด้วยสีหน้าเป็นกังวลไม่ต่างกับเซดริก เด็กสาวผมทองสวมตุ้มหูไข่มุกเรียบร้อยแล้ว แต่เธอก็จับเพื่อนสาวด้วยอาการกล้าๆ กลัวๆ คล้ายเกรงว่าพลังเสื่อมสลายของเธออาจเผลอไปทำร้ายอัล

            อวัยวะข้างในได้รับความกระทบกระเทือน คงเป็นตอนที่อัลโดนพลังกระแทกแน่ๆ ค่ะเสียงของโรสฟังดูร้อนรน

            เธอเจ็บข้างในไหม ยายบ้า บ้าเอ๊ย ทำไมทำอะไรไม่คิด เซดริกย่อตัวหันแผ่นหลังให้พี่สาว ขึ้นมานี่ ฉันจะพาเธอไปส่งโรงพยาบาล

            “ไม่ต้อง มหาเวทรัตติกาลขัดเสียงนุ่ม เรียกให้ทุกคนหันมอง เขาสืบเท้าเข้ามาใกล้พวกเด็กๆ สั่งเซดริกให้ถอยด้วยสายตา แม้ไม่เต็มใจ แต่เด็กหนุ่มก็ต้องเปิดทางให้ดาร์ซีเข้าไปดูอาการอัล โรสเองก็เช่นกัน ดวงตาสีชมพูของเด็กสาวทอดมองชายหนุ่มผู้วางมือบนตัวอัลอย่างนุ่มนวล

            สาวน้อยผมฟ้าช้อนหน้ามองดวงหน้าหล่อเหลาของมหาเวทรัตติกาล ดวงตาสีเงินทั้งสองดูเย็นจนน่ากลัว จมูกของเขาโด่งเป็นสัน ริมฝีปากก็ได้รูป ถึงเธอจะเคยเห็นภาพ ดาร์ซี เซฟีรุส ในหอประวัติกับในห้องอาหารของตระกูลเซฟีรุสมาแล้ว แต่ความรู้สึกตอนนั้นกับตอนนี้ที่เห็นเขาอยู่ตรงหน้าต่างกันลิบลับ

            ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ดาร์ซีกล่าวหลังจากตรวจเสร็จ

            ไม่น่าเป็นห่วง? อัลไอเป็นเลือดแล้วนะ เซดริกกดเสียงต่ำลึก ดวงตาสีฟ้ากราดเกรี้ยวของเขาจับจ้องแผ่นหลังคนในชุดดำ

            ไม่ได้บาดเจ็บขนาดใช้เวทย้อนเวลาไม่ได้ดาร์ซีพูดเสียงเย็น

            เวทย้อนเวลา?

            โรสทวนคำในใจ เหลือบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของดาร์ซี เธอสัมผัสได้ถึงพลังอันเยือกเย็น จึงรีบหลุบตามองในอุ้งมือของเขา และพบว่าลูกแก้วสีสมุทรค่อยๆ ผุดขึ้นจากฝ่ามือขาวนั้น พริบตาดาร์ซีก็พึมพำมนตร์ พลังเย็นเรื่อดุจสายน้ำเริ่มแผ่กระจาย ลำแสงสีฟ้าสาดส่องอาบไล้ตัวเธอ เซดริก และอัล รวมถึงทุกสิ่งในสวนสาธารณะ แสงสีฟ้าช่างเจิดจ้าจนโรสต้องหลับตา เมื่อท่านหญิงลืมตาอีกครั้ง ทุกสิ่งทุกอย่างในสวนก็กลับคืนสภาพเดิมก่อนการต่อสู้ เสาไฟยังส่องแสง หิมะยังปกคลุมหมู่ไม้ที่แทบไร้ใบ

            ดาร์ซีหลับตาชั่วอึดใจ ก่อนจะลืมตาและสบกับดวงตาสีแดงซุกซนของสาวน้อย ถามเสียงนุ่มว่า

            หายเจ็บหรือยัง

            อืม อัลยิ้มร่า เดเร็กเก่งจังเลย

            เดเร็กงั้นหรือ...ดาร์ซีทวนคำในใจ ก่อนจะพึมพำว่า

            งั้นทุกอย่างก็เรียบร้อยแล้ว ได้เวลาลาจากกันแล้วสินะ

            ประโยคนั้นลบรอยยิ้มกว้างให้เลือนจากใบหน้าอัล ดวงตาสีแดงของเธอเบิกนิด ยามมองร่างสูงค่อยๆ เดินจากไป สาวน้อยไม่รอช้า เธอถลันไปโถมตัวกอดชายหนุ่มจากด้านหลัง ซุกหน้ากับแผ่นหลังกว้างของเขาเพื่อส่งสัมผัสอุ่นให้ ดาร์ซีชะงักฝีเท้าโดยพลัน

            อย่าไปเลยนะ เธอออดอ้อนเสียงใส หวังจะให้คนตรงหน้าใจอ่อนอย่างเคย

            ฉันไม่ใช่มังกรตัวน้อยของเธออีกแล้วนะ อัลมาริน่า ไอวารีน

            ทำไมต้องเรียกชื่อเต็มเหมือนเป็นคนอื่นคนไกลด้วย...สาวน้อยตัดพ้อในใจ พลางกระชับอ้อมแขนแน่น พยายามยื้อร่างสูงไม่ให้ไปจากเธอ

            ฉันไม่สนหรอกนะว่านายจะเป็น ดาร์ซี เซฟีรุส หรือมหาเวทรัตติกาลผู้ยิ่งใหญ่ อัลพูดต่อ ไม่ยอมเงยหน้าจากแผ่นหลัง จึงไม่เห็นว่าดาร์ซีมองเธออย่างเย็นชา ก่อนจะเมินหน้าหนีเงียบๆ แต่แค่ความเงียบก็เพียงพอแล้วที่ทำให้สาวน้อยหวั่นใจ ไหล่อัลสั่นสะท้าน เปลือกตาเธอสั่นระริก เมื่อคิดว่าอาจไม่มีอีกแล้ว เจ้ามังกรที่คอยกวนประสาทเธอ ทำให้เธอโมโห แต่ก็คอยดูแลเธออยู่เสมอ หากเขาตัดสินใจไปจากเธอ

            แค่คิด น้ำตาหยดน้อยก็คลอหน่วงที่เบ้าตาเธอจนร้อนผ่าว อัลเม้มปาก ก่อนจะพูดประโยคที่ทำให้นัยน์ตาสีแสงจันทร์ของชายหนุ่มสะท้านไหว

            เพราะสำหรับฉัน นายคือเดเร็กเท่านั้น เจ้ามังกรบ้า อย่าทิ้งฉันไปไหนนะ!”

            ได้โปรดอย่าทิ้งเธอไปไหนเลย...สาวน้อยอธิษฐานในใจ แต่ความหวังก็พังทลาย เมื่อมือหนาของอีกฝ่ายเอื้อมปลดมือเธอที่สวมกอดเขา พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้หัวใจคนฟังบอบช้ำยิ่งกว่าถูกบดขยี้

            อยากฟังความจริงไหม ฉันน่ะอยู่กับเธอเพียงเพราะทำให้ชีวิตสบายขึ้นเท่านั้น เธอมันน่ารำคาญ โง่ก็เท่านั้น ซื่อก็ซื่อ หลอกง่ายจะตาย เธอน่ะไม่เคยมีความสำคัญกับฉันเลย

            เพียงแค่นั้น เรี่ยวแรงเด็กสาวก็พลันหมด มือบางที่เคยสวมกอดร่างสูงทิ้งลงข้างกาย ดวงตาสีแดงเบิกโพลงดูเหม่อลอยและเหมือนมีรอยร้าวในนั้น ยามมองร่างสูงออกเดินท่ามกลางแสงศศิธร

            สายลมหนาวพัดมาวูบหนึ่ง เดเร็กเหลียวหน้ามามองเธอด้วยแววตาที่อัลอ่านไม่ออก

            ลาก่อนคำสุดท้ายที่ทำลายหัวใจจนย่อยยับ ฉุดร่างที่เคยยืนหยัดทรุดลงกับพื้น สิ้นเรี่ยวแรงที่จะวิ่งหา ราวกับคำสั้นนั้นตรึงเธอไว้กับที่ สาวน้อยได้แต่มองชายหนุ่มเดินจากไป

            เดเร็ก!” อัลแผดเสียงเอาแต่ใจ เธอก้มหน้าพลางยันมือกับพื้น น้ำตาหยดน้อยหยดเปาะกระทบหลังมือนวล เด็กสาวไม่อยากเงยหน้ามอง เพราะรู้ว่าเบื้องหน้าเธอมีเพียงความว่างเปล่า

            ร่างสูงในชุดดำได้หายลับไปในรัตติกาล

 

.....................................

มาอัปที่รีไรต์ประจำสัปดาห์แล้วค่ะ พออัปเสร็จสักสองอาทิตย์จะเริ่มไล่ลบภาคแรกแล้วนะคะ ใครที่สนใจหนังสือยังสั่งได้อยู่นะคะ ขอบคุณค่า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 36 ครั้ง

1,838 ความคิดเห็น

  1. #1808 เมมฟิส (@tiks) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2559 / 18:56
    เดเร็กไปเพื่ออยากปกป้องอัล
    #1808
    0
  2. #1777 Bowling182546 (@bowling182546) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 16 เมษายน 2558 / 14:19
    อ่านแล้วอยากตบดาร์ซีจังบ้านั้นว่าอัลอย่างนี้ได้ยังไง
    #1777
    0
  3. #1764 ธิดาหิมะ (@sleeplezzrr) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 26 มีนาคม 2558 / 17:10
    เดร็กช่างใจร้ายยยยยยย
    #1764
    0
  4. #1739 คนเล็ก (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 15 มีนาคม 2558 / 16:25
    ไรทำเราร้องไห้อ่ะ ซึ้งมาก มากจริงๆ

    แต่ก็นะคนมันรักคนมันห่วงใย ต่อให่กลายเป็นสัตว์ประหลาดชนิดใด เดเร็กหรือดาร์ซี ก็สำคัญที่สุดสำหรับอัลอยู่ดี แต่คำพูดของดาร์ซีมันช่าง..เจ็บ เจ็บหรือเกิน

    #ไรสู้ๆนะค่ะเราเป็นกำลังใจให้ เรื่องอื่นนะเพราะตอนนี้ไรแต่งเรื่องนี้จบแล้ว^^
    #1739
    0
  5. #1715 Katana (@hiddenblade) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2557 / 10:35
    พูดแบบนั้นไปสุดท้ายก็เจ็บทั้งคู่
    #1715
    0
  6. #1549 siney (@asakurayo2004) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 21 กันยายน 2555 / 00:31
    ดาร์ซีใจร้ายยยยยย
    กล้าพูดได้ไง อัลสติหลุดเลย
    #1549
    0
  7. #1536 KamiNoDeshi (@kaminodeshi) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 เมษายน 2555 / 17:14

    อย่างนี้สินะ ที่เขาเรียกซึน

    #1536
    0
  8. #1051 DawwyJung (@dawwyjung) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2553 / 09:54
    ดาร์คุงใจร้ายที่สุด
    #1051
    0
  9. #728 sweet toffy (@dancetoffy) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2553 / 17:50
    เศร้าจัง
    #728
    0
  10. #562 Aburame_Shino (@Nara_nicharee) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2553 / 10:46
    T^T เศร้าจับจิต แง ๆๆๆๆ
    #562
    0
  11. #467 !^:kluay:^! (@kluay_gmz) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 11 เมษายน 2553 / 16:05
    ตอนนี้เศร้ามากเลยอ่า

    เดเร็กไหงไปเร็วขนาดนั้น กลับมาอยู่กับอัลก่อนนนนน !
    #467
    0
  12. #323 My Angle (@love-w) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 10 มกราคม 2553 / 12:47
    ทำไมมันเป็นแบบนี้อ่า

    แงๆๆ

    เค้าไม่ยอมน้า ฮือออออออ
    #323
    0
  13. วันที่ 15 ตุลาคม 2552 / 14:36

    แง้ๆๆๆๆๆๆๆๆใจร้ายจัง ถึงจะทำเพื่อปกป้องก็เถอะ รู้ๆกันอยู่ว่าอัลดื้อแค่ไหน ยังไงก็ต้องตามตื้ออยุ่ละ 555

    #160
    0
  14. #158 ... (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2552 / 11:34
    โรสโชว์เทพ เจ๋งมาก >
    #158
    0
  15. #156 killer of darkness (@darkness-killer) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2552 / 23:09
    ใจร้ายจังค่ะ อัลเสียใจแย่เลย
    #156
    0
  16. #148 TTOoEY (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2552 / 18:39
    เดเร็กชั่วร้ายที่สุดในปัฐพี



    ทำร้ายอัลลี่ได้ลงคอ



    อำมหิต! วิปริต! ใจร้ายใจดำที่สุด!!





    กลับมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!!!
    #148
    0
  17. #145 ♦[DEATHLY_PHOENIXS]♦ (@write_phynixs) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2552 / 16:21
    >[]< โหดร้าย!!! >[]<

    เดเร็กน้อย  บ้า!!  เอ้ย ท่านดาร์ซี  บ้า!! ใจร้ายใจดำที่สุด

    ไม่รู้รึไงว่า นู๋อัลน้อยรักท่านมากแค่ไหน อ้าย!!!
    พวกบ้าสอง สามตัวนั้นก็เหลือเกินจริงๆ 
    โผล่หัวมาทำไมตอนนี้ แง้ๆๆๆๆ

    ดูสินู๋อัลน้อยของเค้าต้องร้องไห้เลย
    แล้วยังนู๋โรสกะน้องเซด ของเค้าอีก

    ไรท์เตอร์บ้า ทำแบบนี้ได้ไงอ่า เค้าอุตส่าห์รอนึกว่าจะได้เห็นฉากหวานแหวว (?) เชอะ!  เอาเป็นว่ามาต่อตอนใหม่เร็วๆนะ เขียนให้เดเร็กคู่กะอัล แบบฉากหวานแหวว เยอะๆด้วยล่ะ แล้วจะยกโทษให้ =W=b อุฮิ!!!  

    อยากเห็นรูปท่านดาร์ซีแบบใช้เวทย์มากเลย ว่าแต่ งานแต่งงานนี่จะเอาโทนสีไหนดีล่ะ เงิน-ฟ้า หรือ ฟ้าเงินดี (....=[]= มันต่างกันตรงไหนเหยอ) งืมๆๆ  ไปก่อนนะค่ะ

    บ๊ายบายเจ้าค่ะ

    หยา! อินจัดเลยลืมเฟคไปแล้ว T^T 
    เอาเป็นว่า ผมคือ ผู้หญิงครับ T^T
    ผู้หญิงแท้ๆนะครับ แค่ชื่นชอบการแกล้ง ทรมาน เล่นละคร (ที่ไม่เนียน) เท่าไหร่

    สวัสดีครับ แล้วพบกันใหม่ (_ _)(-  -)(_ _)(_ _)
    #145
    0
  18. #141 น้ำฟ้า (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2552 / 10:32
    โฮ~ TOT ทำไม เดเร็กจังทำอย่างงี้อะ ปากไม่ตรงกับใจเลย อยากอ่านตอนต่อไปเร็วๆจาง~
    #141
    0
  19. #136 Ciara (@rexsis925) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2552 / 23:09

    อ๊ากกกกกกก
    เป็นด้วยกับคห.133ที่สุด
    เป็นพระเอกที่น่าตบมากกกกกกกก
    กรี๊ดๆๆๆๆๆ กลับมาหาเอลเด๋วนี้น้าๆๆๆๆๆๆๆ กรี๊ดดดดดดดด
    พี่เมย์ค๊า   เอาโซ่ม๊าๆๆ จาไปลากคอเดเร็กกลับม๊าๆๆๆๆๆๆ

    #136
    0
  20. #134 กุดชี่ GuDcY (@gapsasa) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2552 / 17:56
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
    พระเอกเรื่องนี้เป็นพระเอกเรื่องแรกของพี่เมย์ที่น่าตบที่สุด !! -___- ++
    ไม่น้าาาา ไอเดเร็กโว้ยยยยยยยยยยย กลับม๊าาาา กลับมาเดี๋ยวนี้ !!!
    พี่เมย์..แก๊ปไม่ย้อมมมมมมม แง้ๆๆๆๆๆๆๆ
    #134
    0
  21. #129 BlOve~* (@modmioka) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2552 / 15:04

    แงๆแงT^Tสงสารอัล

    #129
    0
  22. #128 ovam (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2552 / 12:27
    เดเร็กใจร้ายยยย

    กลับมาหาอัลเลยนะ!



    สู้ๆๆค่ะ

    เป็นกำลังใจให้
    #128
    0
  23. #126 นู๋มะเหมี่ยว (@mapringgang) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2552 / 10:48

    โห
    เดเร็กทำร้ายจิตใจกันสุดๆเลย
    เริ่มจะไม่ค่อยชอบขึ้นมาเลยน่ะเนี่ย
    ยังไงก็มาอัพไวน่ะค่ะ
    จะติดตามค่ะ

    #126
    0
  24. #125 fisho-robot (@killua39) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2552 / 10:41

    ว่าแต่ความนิยมเดเร็กจะลดฮวบป่าวหว่า หรือจะทำให้ยิ่งพุ่ง -  -?

    ไม่รู้แหละ ถ้าไม่คืนดีได้หนูเกลียดไดเรกซ์จริงๆแหละ

    ฮึ่ย

    #125
    0
  25. #124 fisho-robot (@killua39) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2552 / 10:39

    พี่เมย์อัพตอนต่อไปเร็วๆเลยนะ TAT

    เดเร็กอ่ะทำไมทำยังงี้ ปกป้องไม่เป้นสินะว่าควรจะปกป้องยังไง

    ชิๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    เจ้าไดเรกซ์เอ๊ย...

    #124
    0