Silver night อภินิหารมังกรราตรีสีเงิน (จบแล้ว พักการรีไรต์)

ตอนที่ 42 : ตอนที่ 1 ออกเดินทาง - RW

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6570
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    9 พ.ค. 59

สวัสดีค่ะ

กระดึ๊บมาอัปให้ตามสัญญาละค่ะ อ่านให้สนุกค่า

------------------------------

1

ออกเดินทาง

 “ให้สิ่งนี้แก่ผมจะดีหรือครับอาจารย์”

เขาถามเช่นนั้นกับอาจารย์เมื่อนานมาแล้ว จำได้ว่าอาจารย์มองเขาด้วยสายตาอบอุ่นระคนขบขันอย่างที่ท่านมองเขาประจำ ลูกศิษย์ตัวดีที่หาเรื่องวุ่นวายให้ท่านบ่อยครั้ง แต่ก็เป็นศิษย์ที่ท่านอาจารย์ไว้ใจที่สุด

“ทำไมจึงคิดว่าไม่ดี” อาจารย์ผู้ชราถามเขา ก่อนค่อยๆ นั่งลงที่เก้าอี้ โดยมีลูกศิษย์หญิงอีกคนช่วยประคอง หากไม่นับว่าท่านมีปัญหาเรื่องกระดูกไปบ้าง ท่านก็แข็งแรงมากทีเดียวสำหรับคนวัยเฉียดร้อย

“ผมว่าผมยังด้อยประสบการณ์ในหลายๆ ด้าน” เขาพูดไปตามตรง ยังไม่ยอมรับสิ่งที่อยู่ในมือท่าน อาจารย์ส่งสายตาให้รุ่นน้องเขาเดินออกไปก่อน เธอยิ้มบางแล้วสืบเท้าไปยังชั้นหนังสือซึ่งอัดแน่น หยิบหนังสือ เวทอัคคีโบราณ ติดมือไป ก่อนจะออกจากห้อง หญิงสาวหันมาใช้ดวงตาสีเพลิงมองเขาทำนองว่า รับๆ ไปซะ

เขาอยากจะวิ่งไปมะเหงกรุ่นน้องคนสนิทจริงๆ จากนั้นก็ทำเป็นเสตามองห้องทำงานของอาจารย์ ซึ่งมีชั้นหนังสือวางเต็มผนังห้องสามด้าน ดูแล้วไม่น่าเป็นห้องของจอมเวทอัคคีที่มีนิสัยใจร้อนและมีนิสัยชอบเรียนรู้จากประสบการณ์มากกว่าตำราได้เลย

“เธออาจอ่อนด้อยประสบการณ์ในหลายๆ ด้าน แต่เธอมีหลายสิ่งที่ลูกศิษย์คนอื่นของฉันไม่มี หนึ่งในนั้นคือการตระหนักถึงคุณค่าของทุกสิ่ง แม้แต่สิ่งเล็กน้อย”

เขาหันหน้ากลับมามองอาจารย์ รู้สึกขอบตาร้อนผ่าว เขาไม่ได้ดีถึงขั้นนั้น อาจารย์พูดชมเกินไปแล้ว

“ไม่ใช่เรื่องเกินจริง” อาจารย์พูดต่อราวรู้ว่าเขาคิดอะไร “ด้วยคุณสมบัตินั้น รวมถึงการที่เธอเป็นศิษย์เอกของฉัน เธอจึงคู่ควรกับการดูแลรักษาสิ่งนี้ต่อ”

เขารู้สึกเหมือนมีแรงดึงดูดบางอย่างเรียกให้เขาหลุบตามองสิ่งที่อยู่ในมืออาจารย์ มันเป็นแหวนทองอร่ามที่มีโซ่ทองเส้นน้อยติดอยู่ และร้อยกับอัญมณีสีน้ำตาลทองทรงหลังเต่าบนทองแผ่น ซึ่งมีสายโซ่ร้อยต่อไปเชื่อมกับกำไลข้อมือ ตัวอัญมณีนั้นหากมองดีๆ แล้ว ก็จะเห็นลวดลายที่เหมือนดวงตาของมนุษย์

มันมากเกินไปสำหรับเขา

“อัญมณีชิ้นนี้ทรงพลังเกินกว่าจะอยู่ในมือคนบ้าอำนาจ ทรงค่ามากกว่าจะอยู่ในมือคนโง่เขลา มันถึงถูกเก็บซ่อน และส่งมอบอย่างลับๆ มาตลอดหลายร้อยปี ฉันเชื่อว่าเธอจะเก็บรักษาและหาวิธีใช้มันได้ รับมันไปซะ”

          “นี่เป็นอัญมณีคู่บ้านคู่เมืองแอตแลนตาร์” เขาค่อยๆ เลือกคำพูดกล่อมอาจารย์ “ผมว่าผมไม่คู่ควรที่จะดูแล ทำไมเราจึงไม่ส่งคืนราชวงศ์”

            “อัญมณีชิ้นนี้ไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อสืบทอดตามสายเลือด แต่สืบทอดตามความสามารถและเหมาะสม คนที่อยู่สูงกว่าใช่ว่าจะคู่ควรกับของเช่นนี้ ฉันเชื่อว่าเธอคู่ควร อย่าดูถูกตัวเอง” อาจารย์พูดด้วยเสียงเรียบนุ่ม แต่ทรงอำนาจ และยื่นมันเข้ามาใกล้เขาอีกนิด ถึงตอนนี้เขารู้แล้วว่าไม่มีทางปฏิเสธมันได้ จึงยื่นมือไปรับ สัมผัสของโซ่ทองที่เย็นเยียบในมือนั้น ทำให้เขาตระหนักถึงภาระหนักอึ้งนับแต่วินาทีนี้

            เขาเห็นอัญมณีนั้นเลื่อมลายแสง ราวกับรับรู้ และเป็นพยานในการส่งมอบมัน

            “จงดูแลดวงตาแห่งทิวาให้ดี และใช้มันอย่างเหมาะสมตามความเห็นของเธอเถอะ”


---------------------------

 

“ว้าว สวยจังเลย เซดริกดูนั่นสิ!

เซดริกเหลือบมองอัลที่ชะโงกหน้าออกไปนอกกระจกรถยนต์สีแดงเลือดหมู พวกเขากำลังอยู่บนถนนคินเรนที่มุ่งสู่เมืองวิริเดี้ยน เมืองหลวงของประเทศแอตแลนด์ตาร์ เขาลอบถอนหายใจกับท่าทางเป็นเด็กดีใจเกินเหตุของพี่สาว เมื่อเช้าว่าเป็นหนักแล้ว แต่พอคุณป้าลูเซียโทร. เข้าเครื่องพ็อกเก็ตโฟนเครื่องใหม่เมื่อกี้...อัลก็ทำตัวเป็นลิงยิ่งกว่าเก่า

เด็กหนุ่มนึกเสียใจที่เขายุให้ท่านแม่ซื้อพ็อกเก็ตโฟนทรงตุ้มหูให้อัลไม่ได้ พี่สาวตัวดีจึงได้อุปกรณ์สื่อสารแบบนาฬิกาสปอร์ตสีแดงไป แต่เหตุผลที่ท่านแม่ให้เขาก็ถูกอยู่ อัลเป็นคนมือหนัก หากซื้ออะไรให้ ควรซื้อของทนๆ ไม่เช่นนั้นอาจพังในสามวัน คิดแล้วก็กลุ้ม แต่พี่สาวเขาไม่เห็นจะกลุ้มใจกับข้อเสียนี้ของตัวเองเลย

แล้วดูนั่นสิ ยื่นหน้าไปซะขนาดนั้น ไม่กลัวมังกรบนบ่ากระเด็กออกไปหาถนนหรือไง...ว่าไปเดเร็กก็มีทักษะทรงตัวที่ดีทีเดียว

“นี่ อย่าชะโงกหน้าออกไปนอกรถ หรือทำตัวเป็นเด็กๆ ได้ไหม” เซดริกกระตุกชายเสื้ออัล จนอัลกลับมานั่งที่เดิม แต่ไม่วายทำตาเป็นประกายใส่ทิวทัศน์ด้านนอก เด็กสาวเพ่งมองกังหันลมสีขาวกลางทุ่งดอกไม้หลากสีตรงสองข้างทาง

            “แถวนี้สวยมากเลยค่ะคุณพีโอนี อัลชมเปาะ แย้มยิ้มร่า แล้วมองเสี้ยวหน้าคนขับรถที่ยิ้มละไม

แน่นอนค่ะ ถนนสายนี้เป็นถนนสู่ตัวเมืองหลวงที่สวยที่สุด สองข้างทางนี่ก็เป็นร้านดอกไม้ทั้งนั้นเลยค่ะ พีโอนีอธิบาย นึกเอ็นดูสาวน้อยจอมทะเล้นเจ้าของรอยยิ้มสดใส จากนั้นอธิบายเสริม ท่านหญิงชอบมาซื้อต้นไม้แถวนี้บ่อยๆ

งั้นบ้านโรสต้องมีต้นไม้เยอะแน่อัลทำเสียงถูกใจ

ค่ะ โรสที่นั่งเบาะข้างคนขับตอบ แล้วเหลียวหน้ามาพร้อมกับกระรอกตัวน้อยบนไหล่ บัตเตอร์คัพเอียงหน้าเอียงตาทำท่าอยากรู้อยากเห็น จนอัลอดลูบหัวมันเบาๆ ไม่ได้ แต่ไม่รู้อัลจะชอบรึเปล่า

ก่อนอัลจะตอบว่าชอบ เซดริกก็กลั้นยิ้มแล้วพูดว่า ขอให้มีต้นไม้เยอะๆ ยายนี่ก็ชอบแล้วโรส เพราะมันเหมือนป่าดี

อัลถลึงตาใส่น้องชายที่หันหน้าไปยิ้มกับกระจก เธอยักไหล่แรงๆ โดยลืมว่า มีมังกรตัวน้อยหลับอยู่บนนั้น เดเร็กจึงหล่นปุบนเบาะตามระเบียบ แล้วลืมตาด้วยท่าทางงัวเงียปนหงุดหงิดที่ถูกปลุก มันตวัดสายตาดุไปให้คนที่ทำให้ตื่น

อัลทำหน้าเจื่อน อ่า เดเร็กขอโทษที

เดเร็กพ่นลมจัดท่าทางให้ตัวเองนอนใหม่ พลันพีโอนีก็เสนออย่างที่ทำให้พวกเด็กๆ ตาโตเท่าไข่ห่าน

ถ้าหลับไม่สบายก็แปลงร่างกลับสิคะ ท่านดาร์ซี เซฟิรุส เบาะข้างหลังยังเหลือที่พอสำหรับอีกหนึ่งคน

อัลกะพริบปริบๆ รู้โดยพลันว่า โรสต้องบอกเรื่องนี้กับแม่บ้านคนเก่งแน่ เด็กสาวก้มมองเดเร็กที่หรี่ตาครุ่นคิด แล้วหันไปมองเกลียวผมสีทองของเพื่อนสาว ก่อนเธอจะพูดอะไร โรสก็ชิงขอโทษก่อน

            ขอโทษค่ะ ฉันจำเป็นต้องบอกพีโอนี แต่สัญญานะคะว่าจะไม่ทำให้อัลเป็นอันตรายเด็ดขาด

            เดเร็กก้มหน้านิ่ง ชั่วอึดใจแสงสีเงินยวงก็สว่างวาบจากร่างเล็ก แล้วชายหนุ่มผมยาวสวมเสื้อเชิ้ตและกางเกงยีนสีดำก็นั่งอยู่ระหว่างอัลกับเซดริก

            เดเร็กก้มหน้านิ่ง ฉับพลันแสงสีเงินยวงก็เปล่งจากร่างเล็กของมังกร เมื่อแสงจางไปชายหนุ่มผมดำยาวรวบด้วยริบบิ้นสีน้ำเงิน สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวและกางเกงยีนสีดำก็นั่งระหว่างอัลกับเซดริก เขาหรี่ตามองโรสที่หันหน้ามาพลางหลุบตาต่ำแล้วพูดว่า

            ฉันเข้าใจวิธีการทำงานของเซเลสดีไม่เป็นไรหรอก แล้วฉันก็เชื่อด้วยว่าเธอคิดดีแล้ว...อันที่จริงฉันก็คิดอยู่แล้วละว่าความต้องแตก

            ทำไมล่ะเดเร็ก อัลถามแล้วย่นจมูกเหมือนไม่พอใจ ไม่เห็นมีอะไรผิดสังเกตเลย

            เดเร็กลอบถอนหายใจ ก่อนจะกอดอกนิ่ง ไม่ยอมตอบคำถามเด็กสาว เซดริกจึงตอบแทนด้วยน้ำเสียงยียวน

            ก็กระเป๋าเธอไง พี่สาว ใครเขาจะหอบกระเป๋าใบใหญ่ๆ มาตั้งสองใบล่ะ ลำบากแย่ แถมใครเปิดกระเป๋าดูคงตกใจที่เห็นว่า กระเป๋าผู้หญิงมีแต่ของใช้ของผู้ชาย เสื้อกล้ามเอย ที่โกนหนวดเอย เสื้อเชิ้ตเอย

            “ก็ๆ ฉันซ่อนดีแล้วนะ จริงไหมเดเร็ก อัลแย้งแล้วหันไปขอคำสนับสนุนจากชายหนุ่ม แต่เดเร็กกุมขมับพลางส่ายหัวเอือมระอา แล้วคิดว่า

            อืม ซ่อนดีมากเลย เอาของใช้ของเขาไปซ่อนอยู่ในกระเป๋าสีชมพูหวานแหววซะ

            แล้วอีกอย่างไม่เตรียมของใช้ไว้ให้เดเร็กได้ไง จะให้เดเร็กอยู่ในร่างมังกรตลอดเหรอ อึดอัดตายเลย เดเร็กตัวออกจะใหญ่ อัลอธิบาย ขยับตัวเข้าไปกระแซะเดเร็กแล้วจิ้มแก้มกร้านเชิงง้องอนชายหนุ่ม

            ก็ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย คำตอบนี้ของเดเร็กพอทำให้อัลยิ้มออกหน่อย

            ชอบชุดไหมล่ะ ฉันอุตส่าห์ไปเลือกเองเลยนะ

            แทนคำตอบ เดเร็กยิ้มเล็กน้อย แล้วลูบหัวทุยของอัล เด็กสาวยิ้มแต้พอใจแล้วควงแขนชายหนุ่ม ชี้ชวนให้เขาดูทิวทัศน์ตลอดทาง เซดริกเหลือบมองทั้งคู่เงียบๆ เป็นระยะๆ

            รถยนต์แล่นไปเรื่อยๆ เมื่อใกล้ถึงตัวเมืองก็เห็นบ้านเรือนตั้งติดๆ กัน เกือบทุกหลังตกแต่งด้วยดอกไม้นานาชนิด บ้างก็ตกแต่งมากจนดูราวกับตัวบ้านนั้นสร้างมาจากดอกไม้ เซดริกคิดว่าพวกเขาน่าจะฉลองอะไรบางอย่าง เพราะตามถนนก็มีชาวบ้านสวมมงกุฎดอกไม้และสร้อยคอดอกไม้เดินเข้าตัวเมืองกัน

            วันนี้วันที่ 25 มีนาคมสินะ เดเร็กเปรยเสียงเนิบ ขณะกดไหล่อัลไม่ให้ชะโงกหัวออกไปนอกหน้าต่างอีกหรอก ทำเอาอัลทำหน้ามุ่ย เซดริกส่ายหน้าขำก่อนจะนึกได้ว่าวันนี้เป็นวันที่ 25 มีนาคม จริงๆ

            จริงด้วย โชคดีชะมัดที่มาพอดีกับวันนี้ เธอตั้งใจหรือเปล่าโรสประโยคหลังเซดริกถามเพื่อนสาวด้วยน้ำเสียงเบาหวิว ก่อนจะหน้าแดงจนถึงใบหูเมื่อโรสหันมาตอบ

            ค่ะ ฉันตั้งใจว่ายังไงก็ต้องกลับมาให้ทันวันนี้โรสตอบ เธอสบตากับเซดริก พลันเด็กสาวก็หน้าขึ้นสีแดงอย่างที่เธอไม่รู้ว่าทำไม รู้แต่ช่วงนี้เธอมักจะมีอาการอย่างนี้ตอนสบตากับเขา ท้องไส้ของเธอมักปั่นป่วน และหัวใจของเธอมักพองโตอย่างเป็นสุขทุกครั้ง

            นี่เกิดอะไรขึ้นกับเธอ โรสถามตัวเองในใจ พยายามระงับอาการหน้าแดงเรื่อของเธอ และนึกติงตัวเองว่า จู่ๆ ก็หน้าแดงต่อหน้าผู้ชายแบบนี้ไม่สมเป็นกุลสตรีเลย

            เหรอ อืม ดีจังนะ ฉันเองก็อยากเห็นงานวันฉลองครบรอบการสถาปนาประเทศแอตแลนตาร์ด้วยตาตัวเองมานานแล้ว เซดริกอ้อมแอ้ม เขากลอกตาหาคนช่วย แต่ทุกคนพร้อมใจกันนั่งเงียบ กระทั่งคนพูดเก่งอย่างอัลยังม้วนผมเดเร็กเล่นเงียบๆ แล้วปล่อยให้เขากับโรสรู้สึกเหมือนอยู่กันแค่สองคนในรถ

            เสียงไวโอลินบรรเลงจากวิทยุเป็นเสียงเดียวที่เซดริกได้ยินขณะนี้ เขาเหลือบมองพี่สาวเพื่อขอความช่วยเหลือ เมื่อเห็นเธอไม่มีทีท่าจะช่วย เด็กหนุ่มก็มองบรรพบุรุษที่เคารพ แต่ดูเหมือนมหาเวทรัตติกาลจะเชื่อฟังคำสั่งยายตัวดีเกินไป เพราะเดเร็กแค่เหลือบมองเขาแวบหนึ่ง กระตุกยิ้มมุมปาก ก่อนจะหันไปสนใจอัลที่กำลังดึงสาบเสื้อในอ้อมแขนต่อ

            โรสเองก็กลืนน้ำลายอย่างยากเย็น เธอเม้มปากแน่น ก่อนจะตัดสินใจทำลายความเงียบด้วยตัวเอง

            อ่า อีกไม่นานก็จะถึงตัวเมืองวิริเดี้ยนแล้วค่ะ เดี๋ยวฉันจะพาทุกคนไปดูขบวนพาเหรด รับรองว่าต้องถูกใจทุกคนแน่ท่านหญิงคนงามกล่าว แล้วหันหน้ามองทางข้างหน้าต่อทั้งที่ใบหน้ายังร้อนผ่าว

--------------------------

 

เมืองวิริเดี้ยน เมืองหลวงของประเทศแอตแลนตาร์ เป็นศูนย์กลางการปกครอง การค้า การศึกษา มีมหาวิทยาลัยเลื่องชื่ออันดับหนึ่งและสองของประเทศคือ มหาวิทยาลัยโอไรอ้อน และมหาวิทยาลัยแอตแลนติก อีกทั้งยังพร้อมสรรพด้วยวิทยาการทันสมัย แม้จะไม่ล้ำหน้าเท่าเมืองนิวฮีล แต่ก็ถือเป็นเมืองแห่งเทคโนโลยีอันดับต้นๆ ของประเทศ

            เมื่อรถยนต์สีแดงเลือดหมูแล่นผ่านป้ายบอกเขตเมืองหลวง ในสายตาอัลตอนแรกทุกอย่างก็ดูคล้ายเมืองแกรนด์เพนต์ แต่พอเข้าใกล้ใจกลางเมือง เด็กสาวก็เห็นบางสิ่งที่แปลกตา ทั้งตึกสูงที่รูปร่างคล้ายกล่องตั้ง บ้างก็มีรูปทรงประหลาดคล้ายบันได เธอเห็นป้ายลอยได้ซึ่งฉายโฆษณาเหมือนจอโทรทัศน์ บอลลูนเที่ยวชมเมือง เซดริกถึงขั้นเปรยว่า เมืองนี้คงใช้กระแสไฟฟ้าเยอะน่าดู ซึ่งพิโอนีก็พยักหน้ารับ พลางตอบคำถามอัลที่อยากรู้อยากเห็นเป็นระยะ

            สุดยอดเลย!` อัลร้องในใจ ขณะตื่นตาตื่นใจกับสิ่งที่เห็น เธอเปิดใจและเริ่มเปลี่ยนทัศนคติเกี่ยวกับเทคโนโลยีว่า มันก็ไม่ได้แย่กว่าเวทมนตร์ แถมยังน่าอัศจรรย์ใจด้วยซ้ำ เด็กสาวชี้ชวนให้เซดริกและเดเร็กดูเหล่าอาคารที่ประดับด้วยดอกไม้นานาพรรณจนงดงามเหมือนแดนสวรรค์ กระทั่งรถยนต์แล่นผ่านอาคารสีขาวหลังใหญ่ที่สร้างอย่างวิจิตร ปีกตึกทั้งสองข้างเป็นทรงกระบอก และมีหลังคาเป็นทรงโดม

            นี่ที่นั่นอะไรน่ะ อัลชี้ตึกทรงประหลาดนั่น เหลียวหน้ามองคนในรถราวกับขอคำตอบ

            ตึกขาว หรือที่เรียกว่ารัฐสภาค่ะ เป็นที่ทำงานของบรรดาขุนนางและผู้บริหารประเทศ โดยมีนายกรัฐมนตรีที่ได้รับเลือกจากตระกูลขุนนางเป็นหัวหน้ารัฐบาล ว่ากันว่าเขาคนนี้เปี่ยมด้วยความรู้และวิเคราะห์สถานการณ์ได้อย่างเยือกเย็น การตรากฎหมายต่างๆ ของประเทศก็ต้องผ่านมติจากคณะรัฐบาลค่ะ โรสอธิบาย

            ก็คล้ายๆ กับสภาเวทของเราเลยเนอะ อัลเปรย

            อย่างที่เธอคิดน่ะถูกแล้ว ถ้าเปรียบง่ายๆ จอมเวทในสภาเวทก็คือรัฐบาลชุดเล็กที่มีอำนาจเด็ดขาดในเมืองแกรนด์เพนต์ เพราะเมืองของเราเป็นเหมือนเมืองเอกเทศ เป็นเพียงเมืองเดียวที่ประชากรยังใช้เวทมนตร์ได้เกินร้อยละเจ็ดสิบ ดังนั้นจึงต้องตรากฎหมายพิเศษ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราใช้เวทมนตร์ฆ่าคน ในเมืองวิริเดี้ยนหรือเมืองอื่นๆ ของแอตแลนตาร์กฎหมายทำอะไรเราไม่ได้หรอกนะ เราก็ลอยนวลเลย แต่ถ้าคดีเกิดในเมืองแกรนด์เพนต์จะมีวิธีตรวจสอบโดยเฉพาะอยู่และกฎหมายเอาผิดเราได้เซดริกอธิบายอย่างคล่องปาก พลางชี้ให้อัลดูสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นของรัฐสภาที่เป็นลักษณะกึ่งเก่ากึ่งใหม่

            “อธิบายได้สมเป็นนักเรียนดีเด่น อัลหยอกน้องชาย จะว่าไปเมืองเราก็พิเศษเนอะ ไม่เหมือนใครดี

            ถ้าไม่เป็นอย่างนั้น เขาคงไม่ขนามนามเมืองแกรนด์เพนต์ว่า นครแห่งมนตราหรอก สาวน้อย เดเร็กว่า เอาละ นั่งนิ่งๆ ได้แล้ว

            อัลขยับตัวนั่งเฉยๆ ตามคำสั่ง พลางมองภาพเมืองที่ผ่านเข้ามาในคลองสายตา ตอนนี้พีโอนีเลี้ยวรถเข้าไปในถนนสายเล็ก แล้วจอดรถตรงที่จอดรถสาธารณะที่เรียงรายด้วยรถหลายรุ่นหลายยี่ห้อ

            เราต้องเดินไปกันค่ะ ตอนนี้ทางเมืองปิดถนนสายหลักที่จะมีการเดินขบวนพาเหรดแล้ว เดินไปไม่นานหรอกค่ะ สักสิบนาทีก็ถึงพีโอนีพูดหลังจากดับเครื่องเรียบร้อย

ทุกคนจึงพากันลงจากรถแล้วเดินตามโรสไปตามถนนสายเล็กมุ่งสู่ถนนที่มีขบวดพาเหรด ผู้คนเริ่มหนาแน่นตามระยะทางที่หดสั้นลง พวกอัลต้องพยายามเบียดหาทางเข้า หวังชมขบวนพาเหรดอย่างใกล้ชิดที่สุดเมื่อพวกเขาไปถึงการเดินพาเหรดก็ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว รถยนต์ที่มีตัวตลกอ้วนหลายตัวเคลื่อนผ่านไป ตามด้วยรถยนต์คันที่สองที่มีการแสดงกายกรรม

            ขบวนพาเหรดนี่มีดีอะไรเหรอ อัลถามเสียงใส ขณะพยายามเขย่งตัวมองเหนือไหล่ชายตัวโตที่ยืนบังอยู่ เธอเพ่งมองหญิงสาวสวมชุดขนนกฟูฟ่องที่ยาตรากันมาอย่างเป็นระเบียบ ฮึบ! มองยากชะมัด

            ก็วันนี้เราจะได้เห็นตัวจริงน่ะสิเซดริกอธิบาย พลางหันหน้ามองพี่สาวที่พยายามเต็มที่แต่ไม่สำเร็จ จนเดเร็กเอามือสอดรักแร้ของเธอแล้วอุ้มเพิ่มความสูงให้ ทำเอายายตัวดียิ้มร่าถูกใจ

            ตัวจริง?” อัลทวน เลิกคิ้วสูง

            องค์ราชาเคนเวลที่สิบไง วันนี้พระองค์กับพระราชวงศ์จะออกมาทักทายประชาชนในขบวนพาเหรดด้วย ไม่ทันขาดคำ เสียงแตรก็ดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงเพลงของวงโยธวาทิตซึ่งดังกลบเสียงโห่ร้องของผู้คน กลีบบุปผาเริ่มปลิวว่อนทั่วบริเวณดุจต้อนรับกลุ่มบุคคลที่กำลังมา เสียงกู่ก้องของประชาชนทวีความดังขึ้น จนอัลต้องยกมือปิดหู ทำหน้าเบ้ หันมาถามเซดริกที่ทำหน้าไม่ต่างกันว่าเกิดอะไรขึ้น

            มากันแล้วค่ะ คราวนี้เป็นโรสที่ตอบ เด็กสาวเบือนหน้ามองไปยังท้ายขบวนวงโยธวาทิต ดวงตาสีชมพูของเธอจับจ้องกลุ่มคนสามคนที่นั่งสง่าในรถเปิดประทุนสีแดงคันงาม คนแรกคือชายหนุ่มผมทองหยักศก ผู้ครองดวงเนตรสีมรกตอันซ่อนอยู่หลังกรอบแว่นสีเงิน ในอ้อมแขนของเขามีเด็กหญิงผมหยักศกสีทองตัวน้อย ที่กำลังใช้นัยน์ตาสีแอเมทิสต์ซุกซนมองสิ่งรอบกาย เด็กหญิงโปรยยิ้มน่ารักให้ผู้คนโดยรอบ ก่อนจะหันไปออดอ้อนหญิงสาวผมทอง เจ้าของดวงหน้ารูปหัวใจ และดวงเนตรสีชมพูอ่อนโยน เธออุ้มเด็กน้อยมานั่งตักแล้วลูบหัวอย่างรักใคร่

            นั่นนะหรือองค์ราชาเคนเวล อัลเปรย ดวงตาสีแดงเบิกกว้างของเธอมองร่างสง่าผู้โบกพระหัตถ์ให้ประชาชน พระองค์ดูเป็นคนที่อบอุ่นอย่างกับแสงอาทิตย์แน่ะ เนอะโรสเนอะ

            สาวน้อยผมฟ้าหันไปขอความเห็นจากเพื่อนสาว เธอขมวดคิ้ว เมื่อเห็นว่าแววตาของโรสดูโหยหาอาวรณ์เจือความภาคภูมิใจ และพลันสะท้อนความเหงารวดร้าวอย่างเก็บซ่อนไว้ไม่ได้อีกต่อไป ดวงตาสีชมพูร้าวขึ้นเมื่อเจ้าของนาฬิกาล็อกเก็ตสีทองไว้แน่น

            โรส อัลเรียกเบาๆ ยกมือจะเขย่าตัวโรส แต่เดเร็กฉุดมือเธอไว้ เด็กหญิงจึงตวัดหน้ามองเขาขอคำอธิบาย

            เดเร็กส่ายหน้า ดวงตาสีแสงจันทร์มีประกายอ่อนโยนเจือสงสาร เขาบุ้ยหน้าไปทางโรสที่ตอนนี้ดูเหม่อลอย อัลมองตามไปก็เห็นพีโอนีค่อยๆ ยกมือกอดเพื่อนเธอจากทางด้านหลัง อัลรู้สึกว่าภาพตรงหน้าเธอดูเศร้าอย่างบอกไม่ถูก

อย่าเรียกเลย ปล่อยโรสไว้คนเดียวเถอะเขากระซิบเสียงนุ่ม

ถึงจะไม่เข้าใจว่าทำไม แต่อัลก็ทำตามที่ชายหนุ่มขอโดยดี


-------------------

 

หลังจากดูขบวนพาเหรดเสร็จ ทุกคนก็กลับมาที่รถ คราวนี้พีโอนีขับรถออกไปทางทิศตะวันออกนอกตัวเมืองเล็กน้อย บ้านเรือนแถบนี้ค่อนข้างใหญ่และโตรายล้อมด้วยสวนสีเขียวแสดงฐานะร่ำรวยของผู้อาศัย แม่บ้านคนเก่งเลี้ยวรถตรงหัวมุมถนน ก่อนจะหยุดตรงหน้าบ้านไม้สีครีมสูงสองชั้น ผนังด้านข้างมีเถาไอวี่ขึ้นตามแผงไม้เพิ่มความน่ารักและน่าอาศัยให้ตัวบ้าน พื้นทีกว้างขวางโดยรอบถูกจับจองด้วยสวนดอกไม้และพันธุ์ไม้ดูร่มรื่น แม้จะไม่ใหญ่ถึงขั้นที่เรียกว่า คฤหาสน์ แต่ก็ถือว่าบ้านหลังนี้เป็นบ้านที่ใหญ่มาก

            นี่บ้านโรสเหรอนี่ ยายตัวดีออกอาการตกใจหลังจากก้าวลงจากรถ เธอมองหลังคากระเบื้องสีแดงซึ่งอาบแสงอาทิตย์สีทอง พลางอ้าปากค้างแล้วหันมามองโรสที่หัวเราะคิกๆ

            ค่ะ คิดว่าทุกคนน่าจะอยู่สบาย ตามสบายเลยนะคะ คิดซะว่าเป็นบ้านตัวเอง

            แต่ว่าบ้านฉันเล็กกว่านี้นี่นา อัลคิด พลางทำปากเบ้ โรสนี่รวยเป็นบ้า

            “ท่านหญิงตระกูลขุนนางอันดับหนึ่งของประเทศไม่รวยก็บ้าแล้ว ว่าแต่เธอนั่นแหละ เมื่อไรจะรู้ตัวสักทีว่าตัวเองก็รวย คุณทายาทไอวารีน ไหนจะเงินหลายสิบล้านที่คุณตาจะให้ ไหนจะบ้านพักตากอากาศที่เมืองอาชานเดรียที่ท่านซื้อให้อีก แล้วก็...

            พอๆ ได้แล้วเซดริก ฉันฟังของพวกนี้แล้วจะเป็นลมทุกรอบ ใครมันจะไปดูแลไหว ขอแค่บ้านเล็กๆ ไว้ซุกหัวนอนก็พอแล้วอัลร่ายยาว ยื่นมือจะรับกระเป๋าสัมภาระที่เดเร็กยกให้ แต่เขาส่ายหน้าปฏิเสธ เด็กสาวจึงเดินตามทุกคนเข้าบ้านมือเปล่า ทันทีที่เหยียบตัวบ้าน อัลก็ทำตาโตกับการตกแต่งภายในที่ดูจะสะท้อนลักษณะนิสัยของเจ้าของบ้านได้เด่นชัด เธอเห็นแสงแดดยามบ่ายส่องต้องเครื่องเรือนสวยหรูซึ่งแกะสลักละเอียดลออ และวางเข้าที่อย่างเป็นระเบียบ ของตกแต่งบ้านชิ้นเล็กๆ อย่างตุ๊กตาล้วนดูออกว่าเป็นของทำมือ บรรยากาศโดยรอบชวนให้รู้สึกอบอุ่นยามก้าวเข้ามาในทีแรก แต่พอนานๆ ไปอัลกลับจับรู้สึกในบรรยากาศอีกอย่างได้ นั่นคือ ความอ้างว้างเดียวดาย

            โรสเดินนำพาเพื่อนๆ ชมบ้านที่มีคนมาทำความสะอาดให้ก่อนพวกเธอจะมา ซึ่งทุกคนก็ดูสนใจโดยเฉพาะเซดริก ส่วนพีโอนีขอแยกตัวไปเตรียมของว่างยามบ่ายให้พวกเด็กๆ ไม่นานเด็กสาวเจ้าบ้านก็พามาหยุดที่ทางเข้าห้องนั่งเล่น เธอผายมือเชิญให้เพื่อนๆ ชมภาพเขียนที่เรียงรายบนฝาผนัง

            ตรงนี้เป็นภาพที่ฉันวาดเองค่ะ” โรสพูดพลางหน้าแดง อาจจะไม่สวยเท่าไร

            ไม่หรอก ภาพนี้สวยมาก เซดริกชมจากใจจริง ชื่นชมภาพวาดรูปสวนดอกไม้ในกรอบสีทองไม่วางตา คำชมของเขาทำให้ใบหน้าโรสขึ้นสีแดงกว่าเดิม จนเกือบเป็นสีมะเขือเทศสุก

            อัลเลิกคิ้วมองน้องชายกับเพื่อนสาวสลับกัน พลางกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ ตอนนี้เธอไม่รู้ว่าใบหน้าของใครแดงกว่ากัน แต่นั่นไม่ใช่เรื่องสำหรับหรอก ถึงอยากแซวก็ต้องเอาไว้ก่อน

            เออนี่โรสอัลกะพริบตาปริบๆ ใส่โรส พ่อกับแม่โรสจะกลับมาเมื่อไร ฉันอยากจะไปสวัสดีพวกท่านซะหน่อย

            คำถามตรงไปตรงมาของอัลทำให้เดเร็กละสายตาจากภาพวาดไปมองท่านหญิงคนงาม เจ้าของหัวใจที่ดิ่งวูบหลังได้ยินคำถามนั้น โรสกลอกตาแล้วก้มหน้ามองพื้นไม้อย่างจนปัญญาหาคำตอบ พลางคิดว่า คำถามแค่นี้เธอก็ไม่รู้จะตอบยังไงแล้ว ถ้าถามมากกว่านี้...

            นั่นสิ ฉันเองก็อยากเจอพ่อแม่โรส” และแล้วสิ่งที่โรสกลัวก็เป็นจริง เมื่อเซดริกถามด้วยเสียงกระตือรือร้น ทั้งๆ ที่ชมภาพม้าสีขาวอยู่ “ท่านแม่บอกว่า ไปบ้านเพื่อนให้สวัสดีผู้ใหญ่เป็นอันดับ...

            เซดริกหยุด!” เสียงเฉียบขาดของเดเร็กดังแทรกขึ้น เซดริกจึงหันหน้ามองชายหนุ่มผมดำ เด็กหนุ่มขมวดคิ้วไม่พอใจ แล้วดวงตาสีฟ้าของเขาก็สั่นระริกเมื่อเห็นท่าทีเคร่งเครียดของเจ้าบ้าน โรสทำท่าเหมือนจะหายใจไม่ออกทุกขณะ พลันเซดริกรู้สึกน้ำลายช่างฝืดคอ แล้วหันไปสบกับดวงตาสีแดงสำนึกผิดของพี่สาว จากนั้นมองดวงตาสีเงินเฉยชาของบรรพบุรุษ

            โรสสูดหายใจเต็มปอดแล้วฝืนยิ้ม

            บ้านหลังนี้มีแค่ฉันกับพีโอนีอยู่เท่านั้นแหละค่ะ เสียงหวานของเธอขาดห้วงเหมือนคนกลั้นสะอื้น เด็กสาวประสานมือเหนืออกเรียกกำลังใจ หยดน้ำตาเริ่มคลอหน่วยพร้อมกับขอบตาที่ร้อนผ่าว ดวงตาของเธอทอประกายว้าเหว่ชัดกว่าครั้งไหนๆ ตอนนี้ฉันตอบได้เพียงเท่านี้ค่ะ ทุกคนมาที่ห้องนั่งเล่นสิ เดี๋ยวพีโอนีจะยกน้ำกับขนมมาให้

อัลหลับตาหลบ เธอไม่อยากมองโรสที่หมุนตัวเข้าไปในห้องนั่งเล่น แวบหนึ่งเธอเห็นหยดน้ำตาของเพื่อนรินไหลลงมา อัลกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ พลางถามตัวเองว่า นี่เธอถามอะไรออกไป

            ไปกันเถอะมือหนาของเดเร็กพลันวางบนไหล่เด็กสาว แล้วบีบแน่นเพื่อเรียกสติ สาวน้อยเงยหน้าสบกับดวงตาสีเงินคู่งามของเขา ดวงตาสีเพลิงของเธอมีประกายหวั่นไหวแล้วเรียกชื่อเขาเบาๆ เหมือนจะถามว่า ทำไมเธอเป็นเพื่อนที่แย่แบบนี้

มันไม่ใช่ความผิดของเธอหรอกนะที่ถามเดเร็กกล่าว หลุบดวงตาสีเงินซ่อนความรู้สึกไว้อย่างมิดชิด ก่อนจะมองเด็กสาวผู้เศร้าสร้อย ซึ่งตอนนี้เซดริกสาวเท้าไปเดินคู่ พยายามพูดให้เธอยิ้มจากใจอีกครั้ง

เดเร็กถอนหายใจ ยกมือกุมขมับเมื่อสังหรณ์ถึงเรื่องราวบางอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้น

            ดูท่าเรื่องที่เขาคิดจะเป็นความจริง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

1,838 ความคิดเห็น

  1. #1811 เมมฟิส (@tiks) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 / 10:29
    รีบอัพไวๆน่ะ  สู้ๆ
    #1811
    0
  2. #1773 Fe&Je (@guagoon2002) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 31 มีนาคม 2558 / 10:04
    ง่่ะ...รอรีไม่มีเนื้อหาให้อ่านง่ะ
    #1773
    0
  3. วันที่ 7 มิถุนายน 2557 / 15:03
    สนุกมาก
    #1639
    0
  4. #1555 siney (@asakurayo2004) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 21 กันยายน 2555 / 01:58
    โรสน่าสงสารจัง คงอยากได้ความรักจากพ่ิอบ้างอะ
    #1555
    0
  5. #1212 อาอิ (@koystar) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2554 / 19:53
    โรสน่าสงสาร
    #1212
    0
  6. #1060 DawwyJung (@dawwyjung) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2553 / 13:33
    สงสารโรส
    #1060
    0
  7. #327 My Angle (@love-w) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 10 มกราคม 2553 / 13:33
    รู้เรื่องดีจริงนะ พ่อมังกร
    #327
    0
  8. #248 ~`NamFar`~ (@namfar2007za) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2552 / 01:45

    กระซิกๆ โรสน่าสงสาร อัลจ๋า อัลไม่ผิดหรอกนะที่ถามไปอย่างนั้น

    อย่าร้องไห้นะ โอ๋ๆๆ (ร้องซะเอง TTOTT)

    ฮ่าๆๆ ล้อเล่นหรอกค่ะ จะรอติดตามตอนต่อไปนะคะ

    อย่าปล่อยให้น้องคอยเก้อล๊า

    เค้าไม่อยากเป็นแม่สายบัวแต่งตัวรอเก้อนะจ๊ะ

    จุ๊บๆ ราตรีสวัสจ้า ^_______^

    #248
    0
  9. #244 ~!!! D@rk_Killer !!!~ (@darkness-killer) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2552 / 20:07
    โอ้เค้าจะตามใจกันขนาดไหนหรอคะเนี่ยO.Oอยากรู้จังเลย^^
    โรสน่าสงสารอ่ะค่ะ แงๆ
    #244
    0
  10. #241 โอตาคุสีม่วง♦ (@nutree) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2552 / 22:14

    ง่าๆๆ โรสจะปิดไปอีกนานไหม เรื่องของพวกอัลยังไม่ปิดเลย เป็นเพื่อนที่แย่จริงๆ มีอะไรก็บอกไปเลยเก็บไว้คนเดียวทำไม 
    ทุกข์ไรก็บอกไปสิ ไม่งั้นจะมีเพื่อนไว้ทำไม สู้ๆค่ะ รออ่านต่ออยู่ ติดมาก อิอิ (ชอบตอนเดเร็กเป็นมนุดอ่า อยากเห็นรูป 555+)

    #241
    0
  11. #240 ovam (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2552 / 22:37
    แหมอัล

    เก็บของใช้ให้กันด้วย

    เหมือนคู่

    สามี-ภรรยาเลย อิอิ
    #240
    0
  12. #238 กุดชี่ GuDcY (@gapsasa) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2552 / 20:51
    อ๊าาาา พี่เมย์ พ่อโรสต้องเป็นองค์ราชาแน่ๆเล้ยย !
    เห็นแล้วหมั่นไส้จริงๆ พวกสร้างภาพ !
    ชิชิชิ  หนูโรส ! ไม่ต้องไปให้อภัยนะจ้ะ คนแบบนี้ไม่สมควรเรียกว่าพ่อหรอก ! >[]<
    #238
    0
  13. วันที่ 27 พฤศจิกายน 2552 / 19:55
    มาโพสคนที่สองเลยแฮะ   ลงภาคสองได้เร็วถูกใจมากๆค่ะ   ดูเหมือนเดเร็กจะรู้เรื่องดีจังเลยนะคะ   ไม่ต้องให้ใครบอก   เอ...หรือตอนเป็นมังกรบินเที่ยวเล่นมาหมดแล้วเอ่ย?
    #237
    0
  14. #236 PANG (@ganp) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2552 / 19:25
    สงสารโรดอะ
    #236
    0