Silver night อภินิหารมังกรราตรีสีเงิน (จบแล้ว พักการรีไรต์)

ตอนที่ 54 : ตอนที่12 บัตรเชิญสีเลือด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5644
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    26 ก.พ. 53

  Raina :

                สวัสดีค่ะทุกคน คงสงสัยว่าทำไมครั้งนี้คนเขียนถึงมาคุยข้างบน คือ วันนี้เราขอไม่ตอบคอมเม้นนะคะ ด้วยเหตุผลทางจิตใจและสภาพร่างกาย ขณะที่เขียนรู้สึกปวดหัวอยู่เลย หึๆ เนื่องด้วยเหนื่อยจากการสอบและความโชคร้ายบางอย่างที่จู่ๆ ก็เข้ามาเราโดยไม่รู้ตัวที่ทำให้เราร้องไห้และซึมไปประมาณ 3 วันจนเริ่มทำใจได้ และคิดว่าสุดท้ายมันก็ประสบการณ์และบทเรียนราคาเเพงมากบทหนึ่งสำหรับเรา  ที่เราจะจำไม่ลืม ยังไงซะคนเราก็ต้องหัดเรียนรู้จากความผิดพลาดจริงไหมคะ
                ที่มาเขียนนี่เพราะเราคิดว่าคิดว่าทุกคนเป็นเพื่อนและเรารู้สึกอบอุ่นทุกครั้งที่มาอ่านคอมเม้นของทุกคน แม้บางคนเราอาจจะไม่เคยเห็นหน้าหรือเจอตัวจริง แต่การที่คุยกับทุกคนผ่านคอมเม้นก็ทำให้เรามีความสุข มีกำลังใจ และสนุกทุกครั้งที่จะมาอัพนิยาย ความจริงทุกคนอาจจะยังไม่รู้ว่าเรานับวันรอให้ถึงวันศุกร์ เพื่อจะได้อัพนิยายและคุยกับทุกคนอีกครั้งในรอบสัปดาห์ มีความสุขที่เห็นทุกคนเอ็นดูอัล รักเซดริก ชอบโรส หมั่นไส้เดเร็ก? 
              ยังไงก็ต้องขอโทษด้วยนะคะ ถ้าเราบ่นมากไปหน่อย แต่ตอนนี้เราเหนื่อยมากจริงๆ ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจค่ะ

               ป.ล. ตอนนี้เดเร็กกับอัลแอบหวาน ส่วนโรสกับเซดริกนี่น้ำตาลขึ้นแล้วค่ะ

                                                                            .........................................................
                                                         

                 “คุณนี่ตรงเวลาเสมอเลยนะ

เสียงหวานแหลมทักทายชายอายุราวสี่สิบห้าปีท่าทางภูมิฐานผู้เดินเข้ามาภายในห้องรับรองอันโอ่โถง มือบางผายออกเชื้อเชิญคู่สนทนานั่งลงบนเก้าอี้นวมฝั่งตรงข้าม เจ้าหล่อนสังเกตว่าสายตากรุ่มกริ่มของอีกฝ่ายจับจ้องมายังหล่อนและสตรีที่นั่งอยู่ข้างเธอ ยังความไม่พอใจให้กับหญิงสาวผมทองผู้เกล้ามวยผมที่เป็นคนนำทางมาอย่างยิ่ง และถ้าเธอดูไม่ผิดชายหนุ่มผมม่วง เจ้าของดวงตาสีมรกตที่เดินปิดท้ายเป็นคนระวังหลังก็มีทีท่าไม่พอใจกับสายตาโลมเลียของแขกที่ส่งตรงสตรีผู้งดงาม เจ้าหล่อนคนที่ตอนนี้บิดริมฝีปากเป็นรอยยิ้มตรึงใจ

สวัสดีคุณโจนาธาน โบลสัน ยินดีอย่างยิ่งที่ได้พบ ฉันเซรีน กัวมาริแนร์ เป็นครั้งแรกที่เราได้พบกันแบบนี้สินะ ปรกติไอโซพีเทสจะเป็นคนติดต่อให้ตลอด

ยินดีที่ได้สตรีที่งดงามเช่นคุณ โจนาธานขยับยิ้ม ค้อมตัวมาข้างหน้านิด ไม่นึกเลยว่าคุณไอโซพีเทสนี่จะรู้จักแต่คนสวยๆ อย่างคุณอังโกลเบอด้าและคุณเซรีน

เจ้าของนามแรกส่งเสียงเชอะ ขยับตัวไปใกล้ชายผมม่วงผู้ยืนนิ่งจับจ้องดูการสนทนาด้วยใบหน้าเรียบเฉย มีเพียงดวงตาสีมรกตเท่านั้นที่เริงริกฉายความไม่ค่อยพอใจกับการสนทนานี้

อย่าชมฉันเลยค่ะ คุณโบลสัน อย่าลืมสิคะ ฉันเป็นแม่ม่ายนะคะ ไอโซพีเทสหัวเราะคิกคัก ปัดผมสีเขียวที่คลอเคลียบนไหลมนสีนวลอมชมพู แล้วอย่าเอาฉันไปเปรียบกับท่านเซรีนเลยค่ะ ท่านเซรีนน่ะสวยอย่างหาคนเทียบไม่ได้

โจนาธานหัวเราะเบาๆ

จริงอย่างที่สุด แต่จะว่าไปก็เสียดายแทนโรเบิร์ตเพื่อนผมเหลือเกินที่แต่งงานกับคุณไปได้ไม่ได้กี่เดือนก็หัวใจวายตายกะทันหัน

คุณโรเบิร์ตน่ะร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง แล้วก็ไม่เชื่อฉันโหมงานหนัก ไอโซพีเทสทำท่าถอนใจ หลุบตามองพรมเฟอกลาสสีแดงสดบนพื้นห้อง ทั้งๆ ที่ฉันอุตส่าห์เฝ้าพร่ำเตือนทุกวันแท้ๆ

แต่สุดท้ายคุณก็ได้โรงแรมพาราไดซ์แห่งนี้มาครอบครองไม่ใช่หรือครับ คุณไอโซพีเทส พาเลซ และเพราะคุณเป็นคนดูแลแทนเจ้าโรเบิร์ต เราถึงรวมเครือบริษัทโบลสันกับบริษัทพาเลซได้เป็นพาสันกรุ๊ป แล้วเห็นไหมครับว่ากิจการของเราขยายไปไกลแค่ไหน

ค่ะกำลังทุนทรัพย์ของเรามากขึ้นเรื่อยๆ เลย ดีมากสำหรับแผนการนั้น ไอโซพีเทสทอดเสียงหวาน ยั่วยวนชายตรงหน้า ขอบคุณที่ร่วมมือน่ะคะ

ไม่เป็นไรครับ คุณก็รู้ผมไม่ค่อยชอบระบบการบริหารแผ่นดินแบบนี้เท่าไร ไอ้ระบบที่คนรวยต้องไปค้ำจุนคนจน เอาเงินของเราไปหมุนเวียนระบบสาธารณะเพื่อคนชั้นต่ำ เหอะ ใครหาได้มันก็ได้สิ โลกนี้มันเป็นโลกของปลาใหญ่กินปลาเล็กอยู่แล้ว

เหอะ เจ้าคนเห็นแก่ตัว นอกจากโลภมากแล้วยังเจ้าชู้อีก

อังโกลเบอด้าวิจารณ์ในใจ เหล่ตามองเพื่อนร่วมงานที่คงนึกอยากจะเอาชายคนนี้ไปเป็นอาหารของไฮดาซิส...สัตว์เลี้ยงตัวโปรดของท่านเซรีนที่ป่านนี้คงนอนหลับอยู่ในห้องสั่งทำพิเศษในชั้นใต้ดินของโรงแรม เจ้านี่นอกจากกราเคนกับท่านเซรีนแล้วไม่ยอมให้ใครแตะต้องตัวเลย

หึ ถ้ามันเป็นอาหารไฮดาซิสเธอคงสะใจดีพิลึก ถ้าท่านเซรีนสั่งเมื่อไร เธอนี่แหละจะช่วยกราเคนลากไปประเคนถึงปากใหญ่ๆ ของมัน

ขณะที่หญิงสาวผมทองกำลังหมั่นไส้คนเจ้าชู้ประตูดินนี่ติดหมัด เซรียกลับยิ้มย่อง เก็บอารมณ์รังเกียจไว้ภายในอย่างมิดชิด หญิงสาวเงยหน้าขึ้น แสงจากโคมไฟบนเพดานเริ่มส่อเข้ามายังนัยน์ตาคู่สวย

จริงค่ะ ปลาใหญ่ย่อมกินปลาเล็กเสมอ คนเข้มแข็งรอด ส่วนคนอ่อนแอต้องเป็นฐานให้กับพวกเรา หญิงสาวผมน้ำเงินกล่าวด้วยเสียงราบรื่น ดวงตาสีน้ำทะเลประกายวิบวับ ว่าแต่คุณโจนาธานคงไม่ลืมเรื่องกำลังคนที่เราขอไว้สินะคะ แล้วก็เรื่องบัตรเชิญงานเลี้ยงนั่น

โจนาธานกลั้วหัวเราะ

ไม่ลืมครับไม่ลืม มือใหญ่โบกเสมออก ชายวันกลางคนขยับยิ้มอย่างคนเจ้าชู้ ผมส่งบัตรเชิญงานเลี้ยงไปให้คนที่ท่านเซรีนบอกแล้ว ว่าแต่คุณคิดว่าเขาจะมาจริงๆ หรือครับ

ฉันไม่ได้หวังให้เขามาหรอกค่ะ เพียงแต่รู้ว่าคนที่เขาส่งมาจะเป็นใคร และถ้ามันสำเร็จฉันจะได้พลังที่ฉันต้องการมาและจะกำจัดสายเลือดของแอตแลนหนึ่งคน ตอนนี้ฉันบอกได้เท่านี้แหละค่ะ ขอบคุณที่มานะคะคุณโจนาธาน ส่วนเรื่องผลประโยชน์ก็เป็นไปตามที่ไอโซพีเทสตกลงไว้ เสียงหวานหัวเราะท่องทำนองสูงต่ำจนโจนาธานเริ่มขนลุกนึกในใจเกี่ยวกับความไม่ธรรมดาของผู้หญิงคนนี้ แต่หญิงสาวคนส่งเสียงกลับแย้มยิ้มสนุก ไล้นิ้วบนกลีบปากสีชาดแต้ม

คุณโจนาธานคอยดูเถอะนะคะ ถ้าฉันได้พลังหัวใจแห่งสายน้ำมาอยู่ในมือเมื่อไร เมื่อนั้นประเทศนี้จะต้องอยู่ในมือของเรา” 

                                                               ............................................................

 

บัตรเชิญนี่มันอะไรกัน ไซปรัสเสียงนุ่มเอ่ยหลังจากอ่านเนื้อความบนการ์ดสีแดงคล้ายเลือดจบ เขาเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสารงบประมาณแผ่นดินที่กำลังสะสาง สบสายตากับบุรุษวัยราวหกสิบปี ผู้สวมสูทดำพร้อมปรายกำลังมองมาทางเขาเช่นกัน ชายชราก้มหน้าจนผมสีดอกเลากระเพื่อมไหว เปล่งเสียงนุ่มลึก

ท่านกลาดิโอลัสมีความเห็นว่าอย่างไรครับ

กับดัก กลาดิโอลัสเน้นคำสั้น ดวงตาสีเขียววาวโรจน์ พวกมันกล้ามากที่ทำอย่างนี้ แสดงว่ามันคงพนันบางสิ่งที่สูงค่า แต่อะไรเขาพูดคล้ายจะถามตัวเอง มือหนายกขึ้นลูบคางได้รูปจมอยู่ในความคิดของตัวเอง ก่อนจะเลิกคิ้วเมื่อได้ยินเสียงกระแอมของคู่สนทนา

แม้จะยังไม่รู้ว่าเป็นอะไร แต่เห็นทีเราต้องเล่นเกมนี้กับมัน ในเมื่อมันส่งจดหมายมาเชิญนกฮูกถึงถิ่น มีหรือนกฮูกจะปล่อยโอกาสหลุดลอย

หรือเราอาจจะกลายเป็นเหยื่อของมันเสียเอง มันเสี่ยงมากไซปรัสที่เราจะยอมตามมันทั้งๆ ที่ยังไม่รู้อะไร

แต่เราจะไม่ปล่อยโอกาสนี้ไปง่ายๆ ไซปรัสยืนยัน ดวงตาสีน้ำตาลที่เคยสงบลุกโชนในบัดดล เราเซเลสจะไม่ปล่อยให้ผู้เป็นภัยต่อแผ่นดินมีชีวิตอยู่ได้นาน ยิ่งมีโอกาสดับลมหายใจมันมากเท่าไร เราก็จะยิ่งฉวยโอกาสนั้นไว้ โปรดวางใจเถิดนายท่าน เราจะทำทุกวิถีทางเพื่อท่านและประเทศ

แล้วท่านจะทำยังไง กลาดิโอลัสมุ่นคิ้วบางครั้งเขาก็หนักใจกับความจริงจังของชายผู้นำตระกูลเซเลสในปัจจุบัน ชายหนุ่มเอนหลังขยับท่าทาง พลางถอนแว่นที่มัวออกมาเช็ด แต่พอหัวหน้าตระกูลเซเลสตอบคำถามเขา มือหนาก็หยุดชะงัก แก้วตาสีเขียวไหววูบด้วยแรงอารมณ์บางอย่าง

ผมจะส่งโรซาเลียไปจัดการเรื่องนี้

เธอยังเด็ก กลาดิโอลัสรีบแย้ง จับแว่นกรอบเงินใส่ให้เข้าที่หวังซ่อนความรู้สึกบางอย่าง...ความรู้สึกที่เขาควรตัดทิ้งไปตั้งแต่เมื่อเมื่อสิบหกปีก่อน ตั้งแต่ตอนที่เขาปล่อยมือจากร่างเล็กอ่อนแอในผ้าขนหนู ยกนางให้กับชายตรงหน้า และได้แต่ยืนมองร่างน้อยถูกพรากไปจากอ้อมอก โดยที่ทำอะไรไม่ได้เลย

แต่เธอคือหัวหน้าหัวหน้าแห่งเซเลสคนต่อไป ในฐานะนั้นเธอจำต้องรับภารกิจนี้ เพื่อปกป้องแผ่นดิน ราชวงศ์และท่านจากเงื้อมือของเซรีนกลาดิโอลัสฟังถ้อยคำของไซปรัสแล้วจึงเริ่มคิดวิเคราะห์ว่าแท้จริง เซรีน กัวมาริแนร์ต้องการอะไรกันแน่ถึงส่งบัตรเชิญนี้มาให้

ถ้าให้เขาสันนิษฐาน เซรีนต้องรู้ว่าไซปรัสผู้เป็นเสาหลักแห่งเซเลสจะส่งคนอื่นไป แต่เธอจะรู้หรือไม่ว่าไซปรัสจะส่งใคร และถ้าเธอรู้ เธอจะรู้ความสำคัญของคนๆ นั้นหรือไม่ ผู้หญิงคนนั้นจะสืบรู้รึเปล่าว่าท่านหญิงแห่งเซเลส แท้จริงคือใคร

พอคิดถึงตรงนี้หัวใจของบุรุษผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดินก็ดิ่งวูบ ดวงตาสีเขียวเบิกนิด ก่อนสบกับดวงตาสีน้ำตาลที่ผ่านโลกมานาน

หรือนี่คือสิ่งที่เซรีนหวังไว้...ชีวิตของลูกสาวเขา ไซปรัสต้องรู้เรื่องนี้แน่ แต่ก็ยังจงใจส่งโรสไป เพื่อการเติบโตของกุหลาบดอกนั้นให้งดงามและแข็งแกร่งสินะ เขาถึงจำเป็นต้องแบบนี้

ประสบการณ์คือปุ๋ยที่ดีที่สุดของชีวิต

กลาดิโอลัสสูดหายใจแรง มือใหญ่กำแน่นจนหลังมือขึ้นเส้นบ่งอารมณ์เครียด นาทีถัดมาชายหนุ่มก็หรี่ตา เรียวปากได้รูปเปล่งคำสั่ง

ถ่ายทอดคำสั่งลงไป วันที่ 2 เมษายนให้โรซาเลีย เซเลสพร้อมกำลังพลห้าสิบนายแฝงตัวในงานเลี้ยงฉลองครบรอบการก่อตั้งเครือพาสัน ที่โรงแรมพาราไดซ์ ให้เธอสืบเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพวกนั้นมาให้หมดและถ้าเป็นไปได้ก็ให้เธอเด็ดหัวพวกนั้นซะ

ไซปรัสโค้งกายคำนับ

รับคำสั่ง


                                                               ....................................................................................

 

                ณ บ้านเซเลส

                หญิงสาวผมทองผู้หนึ่งสืบเท้าไปตามทางเดินมุ่งสู่ด้านในของตัวบ้าน เส้นผมสีทองเกลียวของเจ้าหล่อนพลิ้วตามก้าวอ่อนช้อย มือบางกำลังถือจานขนมที่จะนำไปให้ใครบางคนที่เอาแต่อยู่กับกองหนังสือมาตั้งแต่เช้า สักพักหญิงสาวก็ลอบถอนใจ พอเดินมาถึงที่หมายเธอก็หลุบมองขนมสีน้ำตาลน่าทาน ดวงตาสีชมพูเต้นระริก พร้อมๆ กับปากอิ่มที่เม้มแน่น

                การที่เรารักใครสักคน...มันรู้สึกอย่างนี้เองสินะ

                พลันร่างบางหน้าแดงระเรื่อ เมื่อคิดถึงชายหนุ่มในห้อง เธอค่อยๆ ยกมือเคาะประตูก่อนเปิดมันออก เผยให้เห็นห้องสมุดอันใหญ่โตที่เรียงรายด้วยชั้นหนังสือ ซึ่งมีชุดรับแขกตั้งเป็นวงกลม และบนเก้าอี้ตัวหนึ่งก็มีร่างสูงผมเงินกำลังจดจ่อกับตัวหนังสือ นาทีถัดมาเขาก็หันมาทางเธอ

ขอบคุณมากนะโรส

                เซดริกบอกแฟนสาวที่วางเค้กช็อกโกแลตมูส ขณะที่เขากำลังเขียนภาษารูนลงบนกระดาษที่เต็มไปด้วยตัวอักษรรูนที่ถูกขีดฆ่า เรียวปากบางสยายยิ้มให้หญิงสาวผู้สะเทินอาย เธอคนนั้นยิ้มอ่อนก่อนสืบเท้ามายืนมองว่าร่างสูงทำอะไร

                ได้แล้วหรือคะโรสส่งเสียงถาม พินิจอักษรโบราณบนหน้ากระดาษ ค่อยๆ ยอบตัวนั่ง

                อืม คิดว่านะ ชายหนุ่มเหยียดมือออกบิดขี้เกียจอย่างที่ไม่ค่อยมีคนเห็นบ่อยนัก ก่อนจะยกมือบีบตรงต้นคอคลายความเหนื่อยล้า แล้วนี่โรสทานอะไรรึยัง

                ทานแล้วค่ะ เซดริกนั่นแหละ ไม่ยอมทานอะไร เอาแต่หมกตัวอยู่ในห้องสมุด โรสทำท่าบ่น หรี่ตามองชายหนุ่มที่กำลังเลิกคิ้ว

                ก็กลัวทำอะไรครึ่งๆ กลางๆ แล้วสมาธิกระเจิง แต่ว่าถึงไม่ออกไปไหนโรสก็เอาขนมมาให้กินอยู่แล้วเซดริกอ้อน ทำเอาโรสกลั้นยิ้ม ก็แหมใครจะคิดว่าคนอย่างเซดริก เซฟิรุสที่ได้รับฉายาว่าคุณชายมาดขรึมจะขี้อ้อนขนาดนี้

                โรสลอบยิ้มกับตัวเอง แต่พอสายตาปะทะรอยยิ้มหวานของชายหนุ่ม ดวงหน้างามก็ขึ้นสีเรื่อ เธอจึงก้มหน้างุด

                อืม แล้วนี่อัลไปไหนแล้วนี่พอเห็นโรสอาย เซดริกก็รีบเปลี่ยนเรื่อง ยังผลให้หญิงสาวเงยหน้ามองเขา

                ดูแลเดเร็กอยู่ในห้อง เมื่อกี้ฉันเพิ่งเอาเค้กช็อกโกแลตมูสกับแอปเปิ้ลไปให้ เห็นเดเร็กเอาแต่ไล่อัลไปทำอย่างอื่น

                แต่อัลก็ยังอยู่ เซดริกเดาเหตุการณ์ได้อย่างแม่นยำพร้อมกับลงมือกินขนมหวานน่าทานตรงหน้า

                เซดริกก็รู้นี่ว่าอัลห่วงเดเร็กยังกับอะไรดี

                ก็เดเร็กเป็นมังกรตัวน้อยๆ ของอัลนี่นา ทายาทเซฟิรุสพูดเสียงล้อเลียน ทำเอาโรสหัวเราะคิก

                แต่ว่าเดเร็กเป็นคนนะคะ ไม่ใช่มังกรโรสแย้ง

                เซดริกเอาส้อมออกจากปาก กล่าวเสียงเรียบอย่างรู้จักพี่สาวตัวเองดี

                แต่สำหรับอัลไม่ว่าเมื่อไรหมอนั่นก็เป็นแค่มังกรตัวน้อย สงสัยป่านนี้เดเร็กคงกำลังหาทางไล่ยายพี่สาวบ้าไปที่อื่น เอาเถอะเดี๋ยวค่อยไปดู

                จังหวะที่โรสกำลังตอบตกลงเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น พอเธอหันไปก็พบพิโอนีที่กำลังถือซองจดหมายสีทองประทับครั่งกับซองจดหมายสีเลือด หญิงสาวผมเขียวย่อตัว เดินมาส่งซองจดหมายให้โรส  

                จดหมายรับภารกิจของเซเลสกับบัตรเชิญอะไรกัน

                โรสคิด รีบแกะจดหมายออกมาอ่าน พออ่านเนื้อความในจดหมายจบคิ้วเรียวสีทองก็มุ่นเข้าหากัน ก่อนเงยหน้าสบดวงหน้ากังวลของพิโอนี แล้วเบือนหาเซดริกที่กำลังสงสัย

                ท่านหญิงสูดหายใจลึก

                เห็นทีเราต้องไปหาอัลตอนนี้เลยค่ะ

                                                                  .............................................................

 

                เดเร็กนั่งตากลมอีกแล้วนะ เพิ่งหายป่วยแท้ๆ ทำไมดื้ออย่างนี้เสียงใสที่เจ้าตัวปั้นให้ฟังดูดุที่สุด ส่งตรงไปให้ชายหนุ่มผู้นั่งชมหมู่ผกาบานสะพรั่งนอกกรอบหน้าต่าง เส้นผมสีดำยาวถูกแรงลมพัดปรกดวงตาสีเงินทรงเสน่ห์ หญิงสาวมองภาพนั้นอย่างไม่พอใจเท่าไร เธอกอดอกออกอาการฮึดฮัดเต็มที่ แม้ดวงตาสีแสงจันทร์คู่นั้นจะเริ่มมีประกายดุให้เธอแล้วก็ตาม

                ก็ตั้งแต่นั่งเฝ้ามาเดเร็กก็อ่านหนังสือบ้าง เดินเล่นในห้องบ้าง ทำทุกอย่างยกเว้นอย่างเดียวคือการนอนพัก! ทั้งๆ ที่ร่างกายยังไม่แข็งแรงแท้ๆ

นั่นมันคำของเธอต่างหาก แม่จอมป่วน ไม่ต้องมาห่วงฉันหรอกไปทำอะไรก็ไปทำเถอะ จริงสิไปฝึกเวทมนตร์ต่อไป ถึงเธอจะบอกว่าใช้หัวใจแห่งสายน้ำได้แล้ว แต่เธอก็ต้องไปฝึกนะ ชายหนุ่มเบือนหน้ามองภาพนอกหน้าต่างอีกครั้ง แต่คราวนี้สาวน้อยไม่ยอม เธอทิ้งตัวนั่งข้างเดเร็ก ยกมือจับใบหน้ากร้านบังคับให้หันมองเธอ พร้อมถลึงตาใส่

ไปนอนเดี๋ยวนี้นะ

เธอมีสิทธิ์อะไรมาสั่งฉัน ปล่อยให้ฉันอยู่คนเดียวเถอะ มือหนาค่อยๆ แกะมือเล็กออกจากแก้ม ดวงตาสีเงินมองใบหน้ายู่เหมือนเด็กของอีกฝ่ายอย่างนึกขำ

ไม่เอาสาวน้อยปฏิเสธ

อัล เดเร็กกดเสียงต่ำลึก เธอไม่จำเป็นมาดูแลฉันหรือห่วงฉันเข้าใจไหม ฉันแก่แล้วร่างกายมันเป็นอะไรสักอย่างสองอย่างก็ไม่แปลก ตอนนี้สิ่งที่เธอควรทำก็คือไปฝึกซะ ถ้าเจอกับพวกเซรีนเธอจะได้รับมือได้

แม้จะรู้ว่าคนตัวโตพูดถูก แต่สาวน้อยยังไม่อยากยอมรับ

ถึงจะเจอเซรีน แต่ฉันเชื่อว่าเดเร็กต้องมาปกป้องฉัน ดวงตาสีแดงจ้องลึกในดวงตาสีเงิน

ฉันไม่อาจตามไปปกป้องเธอได้ตลอดหรอกนะสาวน้อย เธอจะต้องหัดดูแลตัวเองได้แล้ว อย่างที่บอกไปฝึกซะ ฉันดูแลตัวเองได้ มือหนาไล้ผมสีฟ้าของเด็กสาวที่กำลังช้อนตามองเขาด้วยสายตาคล้ายลูกแมวตัวน้อย อึดใจสาวน้อยก็พึมพำแผ่ว

ก็ฉันไม่อยากปล่อยให้เดเร็กอยู่คนเดียวนี่นา ตอนตื่นขึ้นมาเดเร็กน่ะ... อัลพูดค้าง กลอกตาลังเลว่าควรพูดออไปหรือไม่ ยิ่งพอเห็นอาการแข็งเกร็งของอีกฝ่ายที่ชะงักมือกึก เธอก็แอบนึกด่าตัวเองในใจ

ลืมไปได้ไงนะว่าพวกผู้ชายไม่ชอบให้ใครเห็นว่าตัวเองร้องไห้

ฉันร้องไห้ เดเร็กต่อคำเสร็จสรรพ ชักมือกลับมาวางบนตัก อะไรที่ฉันทำ ฉันยอมรับเสมอทั้งตอนที่เข้มแข็งแล้วก็ตอนที่อ่อนแอ

อัลนั่งนิ่ง ดวงตาสีอัสดงทอแสงอ่อน เส้นผมยาวสีฟ้าพัดผ่านใบหน้าเธอยามเมื่อวาโยพลิ้วแรง สายตาจับจ้องร่างสูงผู้นั่งเงียบงัน ในที่สุดเธอก็ยิ้มกว้าง

คนเราจะอ่อนแอซะบ้างก็ไม่เห็นเป็นไร เสียงใสเปรย เรียกดวงหน้าดูดีเงยสบดวงตาสีเงินบรรจบกับดวงตาสีโกเมน คนเราไม่ใช่หินผาที่ยืนหยัดท่ามกลางลมหนาวได้โดยไม่รู้สึกอะไร แต่คนเรามีหัวใจที่จะรับรู้ความเจ็บปวด ความสุข มือเล็กยกมือจับหน้า ปรือตาลง สัมผัสการเต้นของหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะ ภาพที่ทำให้หัวใจของชายหนุ่มเต้นสะดุด นาทีต่อมาสาวน้อยก็ลืมตา เอียงคอน่ารัก

ตอนฉันร้องไห้เดเร็กยังคอยอยู่ข้างๆ ฉัน แล้วตอนที่เดเร็กร้องไห้ฉันจะอยู่ข้างๆ บ้างไม่ได้เหรอ ดูยุติธรรมดีออก ฉันดีใจที่เดเร็กร้องไห้นะ อ๊ะไม่ใช่ว่าฉันชอบให้นายร้องไห้ มันแค่แสดงว่านายไว้ใจฉัน อีกอย่างสำหรับฉันผู้ชายร้องไห้ไม่เห็นผิดตรงไหน ไม่ร้องแล้วเก็บกดสิน่ากลัวกว่า

เดเร็กพึมพำว่า...อัล มือหนาเอื้อมออกหมายจะสัมผัสหญิงสาวตรงหน้าว่าไม่ใช่เพียงแค่ความฝัน คนที่เข้าใจเขาและอยู่เคียงข้างเขาอย่างที่ท่านแม่บอก จะเป็นเธอคนนี้จริงๆ เหรอ

ฝ่ายเด็กสาวก็เบิกตากว้างไม่รู้ทำไม แค่เขายื่นมือมาเธอต้องใจเต้นขนาดนี้ เดเร็กออกจะลูบหัวเธอบ่อยจะตายไป เขาชอบทำกับเธอเหมือนเธอเป็นเด็ก เพียงแต่ครั้งนี้มีบางสิ่งแตกต่างไปจากเดิม...ความรู้สึกบางอย่างที่เดเร็กส่งมามันดูต่างไปจากเดิม

อะแฮ่ม

เสียงกระแอมดังขึ้นจากหน้าประตูห้อง ทำเอาเดเร็กหดมือกลับเร็วยิ่ง ส่วนอัลก็ทำตาโตหันไปมองสีหน้าเจ้าของเสียง ที่ตอนนี้ปั้นหน้าพิกลมุ่นคิ้วหนาสีเงินหนักใจกับภาพที่เห็น พอกับหญิงสาวสองคนที่ยืนอยู่ข้างหลัง

อ้าว เซดริกเป็นอะไรไปไม่สบายเหรอ อัลถามซื่อๆ หันตัวมานั่ง พลางโบกมือทักทายโรสกับพิโอนีที่ยืนอยู่ด้านหลังเซดริก

ก็นิดหน่อยนะ เจ้าหนุ่มตอบ พยายามทำหน้านิ่ง พิจารณากิริยาที่เห็นเมื่อครู่ แม้จะคิดเข้าข้างตัวเองอย่างไร เขาก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ท่าทางของเดเร็กกับอัลเมื่อกี้มันมีอะไรบางอย่างแปลกไป ถ้าเป็นเดเร็กฝ่ายเดียวเขาคงจะไม่คิดอะไรมาก ทว่าอัลเองก็ดูท่าทางแปลกเช่นกัน ตลอดมาเขาเคยคิดว่าอัลเห็นเดเร็กเป็นเพียงมังกรตัวน้อยคู่หูของเธอ แต่เห็นทีจะไม่ใช่ซะแล้ว

ว่าแต่ทุกคนมีเรื่องอะไรจะพูดกับฉันสินะ เดเร็กเปรย กวาดตามองคนที่มาใหม่ก่อนจะหยุดสายตาที่ซองจดหมายสองซองในมือโรส

หญิงสาวผมทองสูดหายใจลึก พูดเสียงเรียบ

เซรีนเริ่มเคลื่อนไหวแล้วค่ะ

                                                                   .............................................................

 

เมื่อวันก่อนมีจดหมายฉบับหนึ่งส่งมาให้ท่านไซปรัส เซเลสซึ่งเป็นพ่อบุตรธรรมของฉัน มือเรียวไสซองจดหมายสีแดงเลือดหมูให้เดเร็ก ซึ่งชายหนุ่มแกะมัน ก่อนจะวางบัตรเชิญบนโต๊ะมันเป็นบัตรเชิญสีเลือดที่มีตัวอักษรสีทองเขียนไว้อย่างสวยงามบนโต๊ะกลม ดวงตาสีเงินกวาดมองผู้ร่วมประชุมทุกคนที่ตอนนี้ต่างมีสีหน้าเคร่งเครียด ไม่เว้นแม้แต่สาวน้อยเจ้าของดวงตาสีแดงผู้อ่านข้อความในการ์ดอย่างรวดเร็ว

                ขอเชิญคุณไซปรัส เซเลส เข้าร่วมงานเต้นรำสวมหน้ากากฉลองครบรอบ 2 ปีการก่อตั้งเครือพาสันกรุ๊ป ในวันที่ 2 เมษายน ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมพาราไดซ์ เวลา 20.00-22.00น. เสียงใสว่า มุ่นคิ้วสีฟ้าเข้าหากัน มันก็เหมือนบัตรเชิญธรรมดาทั่วไปนี่นา แล้วโรสรู้ได้ไงว่านี่เป็นการเคลื่อนไหวของเซรีน

                ไม่มีการเคลื่อนไหวใดจะหลุดรอดสายตาของเซเลส เสียงหวานว่า ดวงตาสีชมพูดูเคร่งขรึม เราสืบเรื่องทุกอย่างเท่าที่จะสืบได้ ตอนนี้เจ้าของโรงแรมคือ มาดามไอโซพีเทส พาเลซ หรืออีกชื่อหนึ่งที่เรารู้จักก็คือ ไอโซพีเทส คิสสัน การที่เธอเปลี่ยนนามสกุลเป็นเพราะเมื่อ 3 ปีก่อน เป็นเพราะเธอแต่งงานกับนักธุรกิจชื่อดังคุณโรเบิร์ต พาเลซ ซึ่ง 4 เดือนต่อมาเขาก็เสียชีวิต ทางการแพทย์ระบุว่าโรคหัวใจล้มเหลว แต่พวกเราไม่เชื่อเช่นนั้น

                โรสจะบอกว่าไอโซพีเทสฆ่าคุณโรเบิร์ตเหรอ อัลถาม

                จะมีใครสามารถฆ่าสามีที่ตนแต่งงานได้เชียวหรือ

                ทางเซเลสเชื่อว่าที่ไอโซพีเทสแต่งงานไม่ใช่เพราะความรักค่ะ แต่เธอต้องการหาทรัพย์ให้เซรีนและวิธีนี้ก็ง่ายที่สุด หลังจากที่คุณโรเบิร์ตตาย เธอก็เก็บตัวเงียบไม่ออกงานสังคม คอยบริหารโรงแรมพาราไดซ์ที่ตกเป็นของเธออยู่เบื้องหลัง ซึ่งต่อมาไม่นานเธอก็นำเครือพาเลซไปรวมกับเครือโบลสันเป็นเครือพาสัน และจากการสืบดูเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่คุณโจนาธาน โบลสันมีกับเธอรวมถึงผลประโยชน์ที่เขาได้รับจากธุรกิจร่วมนี้แล้ว จึงเชื่อว่าเขาเองก็คงให้ความร่วมมือในแผนการของเซรีนด้วย ฉะนั้นบัตรเชิญนี้จึงเป็นกับดักแน่นอน ท่านไซปรัสมีคำสั่งลงมาให้ฉันไปสืบเรื่องในงานเลี้ยงครั้งนี้ในฐานะบุตรสาวพร้อมกับกำลังพลห้าสิบนาย และถ้ามีโอกาสก็ให้ฉันจัดการพวกนั้นซะ

                หญิงสาวผมทองวางซองจดหมายสีทองประทับตราครั่งรูปนกฮูกลงบนโต๊ะทับบัตรเชิญสีเลือด จดหมายสีทอง..จดหมายรับภารกิจแห่งเซเลส นกฮูกได้รับคำสั่งให้ล่าเหยื่อแล้ว

                แล้วโรสไปจะไปคนเดียวหรือไง เจ้าหนุ่มผมเงินหันขวับไปถามอย่างห่วงใย มันอันตรายมากนะ

                ไม่ต้องห่วงหรอกเซดริกที่มันส่งบัตรเชิญมามันไม่ได้เชิญแค่เซเลส จู่ๆ เดเร็กก็เปรย ชายหนุ่มเอนหลังอิงขอบเก้าอี้ ดวงตาสีเงินไร้ความรู้สึก มันรู้ว่าฉันอยู่กับพวกเธอ ถึงส่งบัตรเชิญมาให้ไง และที่พวกมันเลือกว่าต้องเป็นงานเต้นรำสวมหน้ากาก เพราะจะได้ปิดบังตัวเองง่ายขึ้น ว่ากันตามจริงสายของเซรีนก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนกว่าเซเลสนะ เซรีนมีสายข่าวที่เก่งกาจคืออังโกลเบอด้า อดีตสายข่าวของทางสภาเวท อีกอย่างกราเคนก็เห็นหน้าพวกเธอชัดเจน และรู้ว่าโรสเป็นคนของเซเลส ฉะนั้นฉันเชื่อเซรีนต้องรู้ว่าฉันเกี่ยวข้องกับเซเลส

                ถ้างั้นบัตรเชิญใบนี้ก็ส่งให้เราทุกคน เซดริกสรุป พลางมุ่นคิ้ว

                แสดงว่าพวกเราต้องไปสินะ ถ้าเขาเชิญท่านไซปรัส โรสไปแทนในฐานะตัวแทนพ่อยังพอว่า แต่นี่พวกเราเป็นใครถึงจะไปงานนี้ได้อัลแสดงความเห็น ว่าแต่ท่านไซปรัสตำแหน่งใหญ่ขนาดไหนกัน

                ดยุคไซปรัส เซเลสรั้งตำแหน่งที่ปรึกษาและราชเลขาธิการค่ะ

                เฮือกฟังก็ดูรู้แล้วว่าจะเป็นคนสำคัญ แล้วอย่างนี้พวกเธอจะเอาสิทธิ์ที่ไหนไปแอบอ้างเข้างานได้ เพื่อนลูกสาวงั้นเหรอ

                อัลกลืนน้ำลายเหนียวหนืด รู้สึกเหงื่อตกเล็กน้อย ตอนนั้นเองพิโอนีก็หัวเราะเบาๆ  แม่บ้านสาวยืดตัวตรง เหยียดยิ้ม

                ไม่ต้องห่วงค่ะ คุณเซดริกและคุณอัลมาริน่าเข้างานได้แน่ถึงแม้จะไม่มีบัตรเชิญมาอย่างเป็นทางการ ตระกูลของพวกคุณคือเสาทั้งห้าของสภาเวทและเป็นตระกูลขุนนางอันดับต้นๆ ที่มีฐานะร่ำรวย มีใครจะไม่สนใจทายาทของตระกูลไอวารีนและตระกูลเซฟิรุสบ้างละคะ

                นั่นสิใช้ประโยชน์จากชื่อเสียงตระกูลกันสักหน่อยสิพี่สาว เสียงนุ่มกระเซ้า ดวงตาสีฟ้ามองพี่สาวผู้เอาแต่กุมขมับนึกถึงหน้าที่ที่จะต้องแบกรับในอนาคต

                เอางั้นก็ได้ ในที่สุดอัลก็เอ่ยออกมาเสียงอ่อย ยิ่งฟังเธอก็เริ่มรู้ว่าทำไมคุณอาหญิงถึงได้พยายามเคี่ยวให้เป็นเธอเป็นกุลสตรีหนักหนา เป็นเพราะหน้าที่อันหนักหน่วงและความยิ่งใหญ่ของตระกูลนี่เอง

                ตกลงทุกคนจะไปสินะคะ โรสยิ้ม

                แน่นอน เดเร็กขยับยิ้มมุมปาก ถึงแม้จะเป็นรอยยิ้มแต่มันเป็นรอยยิ้มที่พาทุกคนเสียวสันหลังวาบ โอกาสที่ฝ่ายนั้นจะเชิญมานานทีมีหน ไม่เข้าถ้ำเสือจะได้ลูกเสื้อได้ยังไง

                จบคำ เซดริกก็หันหน้ามองอัล ทั้งคู่พยักหน้าให้กับโรส พลันหญิงสาวผมทองก็ประสานมือเหนือ สูดหน้าใจลึก ดวงตาสีชมพูจริงจังเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นทอประกายวิบวับคล้ายนึกสนุกอะไรบางอย่าง อะไรบางอย่างที่ทำให้อัลเริ่มยิ้มเจื่อน เมื่อสมองประมวลผลคำที่เกี่ยวข้องกับงานเลี้ยงครบรอบ

                งานเลี้ยงครบรอบจัดตอนกลางคืน ก็เท่ากับงานราตรี....

                ถ้าอย่างนั้นทุกคนจะต้องมีชุดใส่ไปงานสินะคะเสียงเสนาะว่า มือบางปรบเข้าหากันหนึ่งครั้ง

                นั่นไง สังหรณ์เคยผิดที่ไหน

                คิ้วสีฟ้าเริ่มกระตุกสองสามครั้ง พอเธอจะลุกหนีก็มีมือแข็งแรงสองข้างมาเกาะไว้ คราวนี้สาวน้อยทำตาโตหันไปมองเจ้าของมือทั้งสองคน ก็พบว่าทั้งเซดริกและเดเร็กที่นั่งขนาบเธออยู่ทางด้านซ้ายขวากำลังยิ้มอยู่ เสียแต่มันเป็นรอยยิ้มแบบที่เธอเรียกว่ารอยยิ้มสยอง!

                เรื่องชุดไม่มีปัญหาอะไรหรอกค่ะ ฉันจะแจ้งไปทางเซเลสให้ส่งคนมาตัดชุดทักซิโด้ให้ท่านดาร์ซีกับคุณเซดริกพิโอนีกล่าว นึกขำท่าทางลุกลี้ลุกลนของเด็กสาว

                อ่า ยืดเวลาตายออกไปหน่อย

                อัลลอบถอนใจโล่งอก แต่เธอก็แทบร้องจ๊ากเมื่อได้ยินประโยคต่อมาของพิโอนี

                แต่เท่าที่ดูคุณอัลมาริน่าก็ขนาดตัวเท่าๆ ท่านหญิง น่าจะใช้ชุดท่านหญิงได้เลยค่ะ

                ไม่ต้องห่วงนะจ๊ะอัล พิโอนีชอบตัดชุดให้ฉันมีตั้งหลายตัวที่ยังไม่ได้ใส่

                ไม่ได้ห่วงเรื่องนั้นซะหน่อย

                ไม่ใส่ไม่ได้เหรอ อัลเริ่มหาทางเอาตัวรอดแม้จะรู้ว่าหนทางริบหรี่เต็มทน แต่โรสส่ายหน้า เธอรีบเดินตรงมาหาอัลแล้วพาอัลออกไปจากห้องพร้อมพิโอนี

                                                                       .........................................................................

 

ระ โรส

อัลเอ่ยด้วยเสียงตะกุกตะกัก เธอเพิ่งเคยเข้ามาในห้องนอนของโรสครั้งแรก จึงรู้สึกตกใจกับห้องที่กว้างใหญ่ที่มีการจัดสัดส่วนอย่างดีด้วยสีออกโทนส้ม ผนังประดับด้วยวอลเปเปอร์ลายดอกไม้ ชุดรับแขกที่คลุมด้วยผ้าลูกไม้จัดวางในมุมสี่เหลี่ยมที่ตัวบ้านหักเข้ามา โต๊ตัวยาววางกรงของบัตตเตอร์คัพและของประดับที่ส่วนมากเป็นของมีราคา เช่นตุ๊กตาเซรามิคโบราณ ดอกไม้แก้ว และกล่องเพลงขนาดใหญ่ ถัดออกไปเกือบจะติดหน้าต่างบางพับที่เปิดโล่งมีเตียงสีเสาที่มีม่านบางเบาปกคลุม ทุกอย่างทำให้อัลคิดว่าเธอหลุดเข้ามาในห้องบรรทมของเจ้าหญิง

แต่จะว่าไปห้องนี้ก็เป็นห้องของเจ้าหญิงจริงๆ นั่นแหละ

ทว่าสิ่งที่ทำให้อัลตกใจมากที่สุดกลับเป็นตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่แบบบานเลื่อนที่โรสจูงอัลมายืนมองมันตาปริบๆ ดูโรสเลือกชุดราตรีที่เก็บในถุงพลาสติกอย่างดีว่ามีตัวไหนเหมาะกับอัลบ้าง แต่ละตัวที่โรสเลือกออกมาบ่งถึงความเป็นสาวหวานของเจ้าหล่อนเป็นอย่างดี 

อัลเริ่มหายใจไม่ทั่วท้องว่าตนจะได้ใส่ชุดแบบใด สาวน้อยพยายามทำใจให้สงบ เธอสูดกลิ่นถุงหอมที่ลอยมาจากตู้เสื้อผ้า เหล่ตามองพิโอนีที่ยืนขำอยู่ห่างๆ

ตัวนี้แหละ โรสหันมาพร้อมชุดราตรีสีฟ้าอ่อนเปลือยไหล่สั้นเท่าเข่า ตัวประกอบสั้นพองคล้ายดอกลิลลี่ออฟเดอะวอลเล่ย์ ใส่พร้อมกับเสื้อลูกไม้แขนยาวสีขาวโปร่ง

อย่างอัลน่ะต้องใส่ชุดราตรีสั้นถึงจะเหมาะ ท่านหญิงยิ้มหวาน ดูมีความสุขยิ่ง มาลองเลยเถอะถ้ามีอะไรจะได้ให้พิโอนีแก้ให้

จะดีเหรอโรส นี่ชุดของโรสนะ จะมาแก้ให้ฉันใส่ได้มันก็เป็นขนาดฉันน่ะสิ อัลแย้ง

ไม่เป็นไรจ้ะ ฉันน่ะชุดเยอะแล้ว ฉันให้ไปเลยแล้วกัน อีกอย่างฉันเพิ่งรู้ว่าการจับคนอื่นแต่งตัวมันสนุกอย่างนี้นี่เอง โรสสารภาพ ทำเอาอัลอ้าปากค้าง

นี่โรสเห็นเธอเป็นตุ๊กตาไปแล้วเหรอ

สาวน้อยผมฟ้ามองเพื่อนสาวที่ตอนนี้ยิ้มหวานเหมือนตุ๊กตา เธอคนนั้นมองอัลด้วยสายตาอ่อนโยน ก่อนก้มมองเสื้อในมือ

ความรู้สึกตอนที่เรามีพี่น้องผู้หญิงแล้วช่วยกันแต่งตัว ความรู้สึกตอนที่แม่เลือกชุดให้ลูกมันคงคล้ายๆ กับความรู้สึกฉันในตอนนี้เนอะ

พอได้ฟัง อัลก็เถียงไม่ออกว่าช่วยเลือกที่หวานน้อยกว่านี้ได้ไหม เพราะตอนนี้โรสกำลังมีความสุขกับการสมมุติว่าเธอเป็นคนในครอบเดียวเดียวกัน แต่จะว่าไปถ้ามองจากต้นตระกูลเธอเองก็เป็นญาติโรส ญาติที่ห่างมากๆ

ตอนนี้โรสกำลังรับบทพี่สาวแสนดีที่ช่วยเลือกเสื้อให้น้องสาว

อืม งั้นลองเลยก็แล้วกัน นี่ก็เหลือเวลาอีกสี่วันก่อนถึงวันงานนี่ รีบหน่อยก็ดี

โรสเดินถือเสื้อมาทาบกับร่างอัล พลางเอียงหน้ามองเพื่อนสาวสลับกับชุด

เครื่องประดับเอาเป็นชุดไข่มุกนะ

อัลหัวเราะคิกคัก นึกดีใจที่โรสมีความสุขขนาดนี้ เอาเถอะไม่ว่าวันนั้นต้องใส่ชุดอะไร แต่จุดมุ่งหมายของเธอไม่ใช่การแต่งชุดไปเดินกรีดกรายอย่างแน่นอน ฉะนั้นไม่จำเป็นต้องสนใจเรื่องชุดมากนักหรอก ตอนนี้ขอแค่ให้หญิงสาวตรงหน้าเธอยิ้มกว้างอย่างนี้ก็พอ

ตามใจโรสเลยแล้วกัน ว่าแต่ขอฉันรายงานเรื่องไปงานเลี้ยงให้พ่อรู้ได้ไหม เขาบอกให้เล่าทุกเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟังน่ะ แต่รับรองจะไม่แพร่งพรายเรื่องของเซเลสเด็ดขาด

โรสพยักหน้าตกลง มองอัลที่ก้มลงกดพอกเก็ตโฟนด้วยท่าทางตั้งใจ

                                                                         ................................................

 

ความเงียบโรยตัวปกคลุมห้องพักหรูหราเป็นเวลานานนับชั่วโมง ปล่อยเจ้าของห้องนั่งดื่มด่ำกับแผนการที่กำลังจะสัมฤทธิ์ผลอยู่เพียงลำพัง ท่ามกลางความเงียบนั้นเสียงเปิดประตูห้องก็ดังขึ้น เสียงฝีเท้าที่ย่างใกล้ พร้อมสัมผัสแผ่วเบาบนไหล่นวล หญิงสาวไม่ต้องหันมองดูก็รู้ว่าใคร เพราะมีเพียงคนเดียวที่มีสิทธิ์ทำกับเธออย่างนี้

บัตรเชิญส่งถึงที่เรียบร้อยแล้วใช่ไหมกราเคน

เรียบร้อยครับ อังโกลเบอด้าตรวจดูแล้วว่ามันส่งถึงมือท่านหญิงแห่งซาเลสเรียบร้อย ชายหนุ่มถอยห่างหลังได้สัมผัสหญิงสาวเพียงนิด เขาเว้นระยะกับเธอสองสามก้าว ดวงตาสีมรกตทอดมองร่างงดงามจากด้านหลังด้วยกระแสอาทรและรักยิ่ง

ดี อีกไม่นานแผนการที่ข้าวางไว้จะสำเร็จ ข้าจะกำจัดสายเลือดของเจ้ากษัตริย์นั่น กำชับเรื่องนี้กับไอโซพีเทสและอังโกลเบอด้าแล้วใช่ไหม

ครับ กราเคนรับคำ ทั้งสองฝากบอกท่านว่าไม่ว่าอย่างไร โรซาเลีย เซเลสจะสิ้นลมหายใจแน่นอน

เซรีนหัวเราะหึ

                แล้วข้าจะรอดู ในงานเลี้ยงแผนการของข้าจะสำเร็จ ข้าจะแก้แค้นเจ้ากษัตริย์นั้นที่ทำเป็นรู้ทางข้าเสียทุกอย่าง และข้าจะได้พลังหัวใจแห่งสายน้ำมาอยู่ในกำมือ!”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

1,838 ความคิดเห็น

  1. #1787 Moon_Sun345 (@Moon_Sun345) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 1 มกราคม 2559 / 18:22
    ยิ่งอ่านยิ่งสนุกมากเลยครับ
    เพราะยิ่งอ่านความลับจะเปิดขึ้น ทีละน้อยๆ
    มันชั่งสนุกนัก
    #1787
    0
  2. วันที่ 7 มิถุนายน 2557 / 15:36
    สนุกมาก
    #1650
    0
  3. #1299 555 (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 18 เมษายน 2554 / 16:24
    ตื่นเต้นๆๆ
    #1299
    0
  4. #1066 DawwyJung (@dawwyjung) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2553 / 20:15
    เฮ้อ~

    จะเกิดอะไรข้นอีกล่ะเนี่ย
    #1066
    0
  5. #386 ~!!! D@rk_Killer !!!~ (@darkness-killer) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2553 / 17:21

    เซดริกกับโรส คู่นี้นี่น่ารักจังเลย ทำเอาคอมเกือนโดนมดขึ้นแหนะ

    สู้ๆนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่า

    #386
    0
  6. วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2553 / 12:56
    ในที่สุด...เฮ้อ...
    มีความสุขที่สุดเลยค่ะ
    พี่เรนเอง...เอ่อ...เรียกอย่างนี้้ได้ไหมคะ
    ขอให้ผ่านอุปสรรคต่างๆไปได้ไวๆนะคะ   ไควท์เชื่อว่าพี่ต้องยิ้มได้เหมือนเดิม
    อย่าลืมนะคะ   พี่ยังมีพวกเราเสมอ
    ถูกของพี่ค่ะ   ถึงไม่เห็นหน้า   ไม่รู้จักกันตรงๆ
    แต่ไควท์เองก็รู้จักพี่ผ่านตัวหนังสือที่พี่เขียน
    และก็รู้สึกห่วงด้วยง่ะ   ดีใจค่ะดีใจที่เป็นกำลังใจให้พี่ได้
    แล้วก็จริงอีกที่คอมเม้นมันเป็นยาบำรุงกำลังอย่างดีเลย (พูดในฐานะนักเขียนอีกคน...ที่ไม่มีคนมาเม้นนิยาย...สักเท่าไหร่...แง)
    พักบ้างก็ได้ค่ะ
    ห่วงน้า
    #385
    0
  7. #383 fisho-robot (@killua39) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2553 / 21:17

    นะ...ในที่สุดก็ถึงตอนนี้!
    รอคอยนิยายพี่เมย์ทุกครั้งแหละค่ะ จะติดตามนิยายพี่ทุกเรื่องเล้ยย!!!!

    #383
    0
  8. #382 Raisara (@purse11) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2553 / 20:24
    อัพแล้ว~~~~คิดว่าจะไม่อัพซะอีก
    เอะใจเลยแวะมาอีกรอบ
    เจอจริงๆด้วย
    เพิ่งสอบเสร็จเอง
    อิสระแล้วววววววววววววววววว
    โรสกับเซดริกน้ำตาลขึ้นแล้วฮิ้ว
    แต่อยากให้เป็นเหมือนเดิมอีกนิดก็ดี
    เอ๋อๆก็ตลกดีนะ
    #382
    0