Silver night อภินิหารมังกรราตรีสีเงิน (จบแล้ว พักการรีไรต์)

ตอนที่ 68 : ตอนที่ 3 ความจริง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5241
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    7 พ.ค. 53


              รัตติกาลยังคงเงียบสงัด ยามสายลมรำเพยผ่านหมู่แมกไม้ส่งเสียงแซ่กๆ ดวงจันทร์ครึ่งเสี้ยวดุจคันธนูแผ่แสงอ่อนโยนปลอบโยนพื้นพิภพเบื้องล่าง

                บนกิ่งไม้ใหญ่กิ่งหนึ่งที่ตรงกับหน้าต่างชั้นสองของบ้าน มีร่างสีดำเล็กของมังกรราตรีสีเงินนั่งอยู่ ดวงตาสีเงินยวงทอดมองภาพในห้องนอนนานนับชั่วโมง คลองสายตามีเพียงภาพหญิงสาวผมฟ้าที่นอนอยู่ในอ้อมกอดของชายผมดำ ดูเหมือนเธอจะหลับสนิทด้วยมั่นใจว่าปลอดภัยนักยามอยู่ในอ้อมแขนนี้

                ดวงตาสีเงินสั่นไหวของผู้เฝ้ามองหลุบต่ำมองพื้นหญ้า

                กี่คืนแล้วนะที่เขาเฝ้าดูเธออย่างนี้

                มังกรน้อยเงยหน้ามองดวงจันทร์บนนภา ปีกสีดำของมันสยายออก แล้วร่างเล็กโผบินท่ามกลางอากาศเย็นกลับสู่ห้องนอนของมัน

                                                                           .................................................................

 

                เช้าวันต่อมาเป็นวันแสนสดใส สมกับอารมณ์ของสาวน้อยผมฟ้าผู้ฮัมเพลงสบายใจขณะเตรียมตัวไปโรงเรียนหลังจากที่รับประทานอาหารเช้าเสร็จ เธอคว้าเป้คู่ใจสะพายบ่า หันไปส่งยิ้มให้พ่อตรงหัวโต๊ะ แล้วกวักมือเรียกเดเร็ก

                ไปกันเถอะ

                เดเร็กส่ายหน้าทำท่าง่วงนอน

                วันนี้เธอไปเรียนคนเดียวเถอะ ฉันง่วง ว่าแล้วมันก็หาวเล็กน้อย

                อัลยื่นหน้าเข้าไปหามันก็พบกับดวงตาสีเงินง่วงงุน เธอนึกสันนิษฐานว่าเป็นเดเร็กเพราะอยู่สอนเวทมนตร์ตอนกลางคืนก็เลยง่วงนอน

                งั้นปล่อยให้นอนสักวันละกัน

อืม งั้นฉันไปก่อนนะเสียงใสบอกลาคู่หู ก่อนจะมองแผ่นหลังของแม่ที่กำลังล้างจานอาหาร สาวน้อยส่งคำขอไปให้หญิงสาวผมฟ้าหยักศก

แม่คะฝากดูแลเดเร็กด้วย

ลูเซียที่กำลังเช็ดมือกับผ้าขนหนูหันหน้ามามองลูกสาวกับมังกรที่ทำท่าหลับแหล่ไม่หลับแหล่ ริมฝีปากอิ่มของหล่อนสยายยิ้มงาม

จ้ะไปโรงเรียนเถอะ เดี๋ยวแม่ดูเดเร็กเอง

อัลยิ้มขอบคุณแม่ เธอก้มหน้าลงตั้งใจจะหยอกเดเร็ก แต่แล้วสาวน้อยก็อมยิ้ม ทำตาโตถูกใจ เมื่อเห็นว่ามังกรสุดรักหลับคาโต๊ะอาหารเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  

                                                                            ..............................................

 

นี่เขาหลับไปตั้งแต่เมื่อไรนะ

เดเร็กถามตัวเอง ยืดตัวจากหมอนใบใหญ่นุ่มๆ บนโซฟาสีเขียวในห้องนั่งเล่น มันปรือตาสิ่งรอบกายคะเนว่านี่คงจะสายมากแล้ว

จมูกเล็กสูดกลิ่นหอมของดอกไม้ที่เคล้ามากับกลิ่นอาหารจากห้องครัว เดเร็กหันหน้ามองไปที่ประตูห้องนั่งเล่น

ป่านนี้ลูเซียคงทำข้าวเที่ยงอยู่

                เดเร็กคิด นั่งก้มหน้าตัดสินใจว่าจะทำสิ่งที่ตั้งใจไว้ดีหรือไม่ มังกรหนุ่มเกิดอาการลังเลชั่วขณะ ก่อนที่จะสยายปีกบินไปยังห้องครัว พอไปถึงเขาก็เห็นร่างแบบบางของลูเซียกำลังสาละวนอยู่หน้าเตาแก๊ส ตระเตรียมมือเที่ยงสำหรับสองที่อยู่ บางครั้งเธอก็เปิดดูหม้อสเตนเลสบนเตาอีกเตาดูว่าของในนั้นเดือดหรือยัง

                เดเร็กทิ้งตัวนั่งบนโต๊ะกินข้าว มองหญิงสาวไม่วางตา สักพักลูเซียก็รู้สึกตัวว่ามีคนมอง หล่อนหันมายิ้มหวาน

                ตื่นแล้วหรือ เสียงเสนาะถามพร้อมกับจานข้าวผัดที่วางลงตรงหน้าเดเร็ก นี่ข้าวเที่ยงจ้ะ อยู่กันสองคนก็กินกันแค่นี้แหละ เดี๋ยวฉันขอไปดูซุปเห็ดสำหรับมื้อเย็นก่อนนะ ของโปรดอัลซะด้วย

                จบคำหญิงสาวก็เดินไปดูหม้อสเตนเลสต่อ หญิงสาวคนซุปในหม้อพลางบ่น

                เห็ดน้อยไปต้องใส่อีก เสียงหวานบ่นกับตัวเองแล้วคว้าเห็ดฟางมากำหนึ่ง จัดการหั่นมันออกเป็นสองส่วนแล้วเตรียมใส่ลงไปในหม้อ

                ฝ่ายเจ้ามังกรก็สูดหายใจลึก ยิ่งดูเขาก็ยิ่งมั่นใจว่าเธอคนนี้ใช่คนที่เขาคิดแน่ๆ เมื่อรวมกับท่าทางของโซฟอสที่ไม่ตกใจตอนเห็นร่างจริงของเขาเมื่อคืนแล้ว มังกรน้อยยิ่งมั่นใจ  ปากกระด้างเริ่มร่ายเวท ฉับพลันแสงสีเงินก็เปล่งจากร่าง

                เดเร็กจะชิมสักชามไหม

                อเวเจอรีน เสียงนุ่มของเดเร็กลอดจากปาก คราวนี้ไม่ใช่ปากที่เต็มไปด้วยเกล็ด แต่เป็นริมฝีปากของชายหนุ่มผมดำสนิทผู้สวมเสื้อเชิ้ตขาวและกางเกงหนังสีดำ นัยน์ตาคู่คมหรี่มองร่างบางตรงหน้า

                ลูเซียนิ่งเงียบ

                ฉันน่าจะรู้ตั้งแต่แรกว่าคนที่สามารถรักษาบาดแผลบนตัวฉันนอกจากฉันได้ ก็คือคนที่ลงมือสาปฉันเท่านั้น เสียงเย็นปนนุ่มกล่าว มือหนาอกขึ้นกอดอก หากแต่ลูเซียยังคงนิ่งเฉยมัวแต่สนใจหม้อซุปที่เดือดปุดๆ เหมือนเธอไม่สนใจเขาเลย ไม่สิพยายามไม่สนใจมากกว่า

                ทำไมถึงไม่บอกฉันว่าเธอคืออเวเจอรีน ทำไมถึงเปลี่ยนความทรงจำของฉันเกี่ยวกับเธอ ทำไมเธอถึงไม่บอกว่าเธอฟื้นจากสภาพกลายเป็นหินแล้ว!”

                แกร๊ก

                หญิงสาวหยุดคนซุปในหม้อ ดวงตาสีไพลินหลุบมองซุปขาวน่าทาน ปากอิ่มพึมพำยอมรับความจริง

                ในที่สุดเธอก็รู้ความจริงแล้วสินะ

                ทำไม!” ชายหนุ่มคาดคั้น

                ที่เปลี่ยนความทรงจำของเธอก็เพราะว่าถ้าไม่ทำ เธอจะยึดติดกับฉันไปตลอดชีวิต เธอมีโอกาสที่จะได้เจอผู้หญิงที่สามารถรักเธอจากหัวใจได้ถ้าเธอยอมเปิดใจรับผู้หญิงคนนั้น แล้วถ้าฉันบอกเธอว่าฉันคืออเวเจอรีน เธอจะพาฉันไปจากโซฟอสใช่ไหม

                แน่สิ

                นั่นล่ะคือเหตุผล เสียงหวานต่อคำสั้น

                อเวเจอรีน!” เดเร็กร้อง ขายาวสาวเข้าไปหาหญิงสาวผมฟ้า จังหวะเดียวกับที่เธอหมุนตัวมามองเขา ดวงตาสีเงินเยือกเย็นสบกับดวงตาสีไพลินอ่อนโยน

                เดเร็กได้โปรดอย่าเรียกชื่อนั้น ตอนนี้ฉันคือลูเซีย หญิงสาวที่จมน้ำและความทรงจำเสื่อมคนนั้นเป็นภรรยาของจอมเวทอัคคีคนหนึ่ง ชื่อๆ นี้โซฟอสเป็นคนตั้งให้เหมือนเธอที่อัลตั้งชื่อให้เธอใหม่ ตอนนี้เธอเองก็ไม่ใช่ดาร์ซีแต่เป็นเดเร็ก

                ชายหนุ่มปรือตาลง

                แต่ฉันก็ยังรักเธอนะไม่ว่าเธอจะเป็นยังไง

                ลูเซียยิ้มอ่อน แน่ใจหรือที่พูดออกมา

                เดเร็กพยักหน้า

                แน่ใจสิ ตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมาฉันรักเธอเพียงผู้เดียวเท่านั้น เสียงเย็นทอดกระแสนุ่มนวลดุจกำมะหยี่ชั้นดี ทำเอาคนฟังสงสารจนทนไม่ไหว

                ทำไมชายหนุ่มคนนี้ถึงไม่รู้ตัวเลยว่าหัวใจเขาได้เปลี่ยนไปแล้ว

                หลับตาเสียงหวานสั่ง

                เดเร็กเลิกคิ้วสูง งุนงงกับคำสั่งประหลาด

                เชื่อฉันสิหลับตา

                ชายหนุ่มหลับตาลงอย่างว่าง่าย โสตประสาทคอยฟังเสียงเสนาะเอ่ยเอื้อนทอดทำนองน่าฟัง เขาพยามจินตนาการภาพตามที่เธอพูด

                ลองนึกตามที่ฉันพูดนะ ถ้าเกิดวันหนึ่งจู่ๆ พวกเซรีนบุกมาที่บ้านหลังนี้ จัดการจุดไฟเผาบ้านโดยที่ฉัน โซฟอสและอัลยังติดอยู่ข้างใน เธอเป็นคนเดียวที่อยู่ข้างนอกบ้าน เป็นคนเดียวที่ช่วยเราได้ เอาละ เธอจะนึกถึงใครเป็นคนแรกเดเร็ก

                ก็เธอน่ะสิ...เดเร็กตอบในใจ

                อย่าคิดด้วยสมอง จงคิดด้วยหัวใจของเธอ ลูเซียว่าต่อ ดวงตาสีไพลินมองชายหนุ่มด้วยสายตาอ่อนโยนยิ่ง เธอขยับปากร่ายเวทบางอย่างช่วยให้เขานึกออกด้วยซ้ำ

                ชายหนุ่มไม่เข้าใจสิ่งที่หญิงสาวพูดในตอนแรก เขาจินตนาการภาพตัวเองฝ่าเข้าไปในเพลิงโหมกระหน่ำ ตามหาใครสักคน ใครสักคนที่สำคัญกับเขามาก ในความคิดเขาร้องเรียกเธอด้วยเสียงดังลั่น ทว่ามันไม่ใช่นามของราณีแห่งริเวเทีย หากเป็นเพียงชื่อของเด็กสาวธรรมดาคนหนึ่ง

                อัล!”

                เธอคนนั้นกำลังยืนอยู่กองเพลิง ค่อยๆ เบือนหน้าสบกับเขา ผมสีวารีพลิ้วสะบัดล้อแสงเพลิง รอยยิ้มกระจ่างใสแต้มบนเรียวปากอิ่ม เธอกำลังเรียกชื่อของเขา

                เดเร็กดวงตาสีแดงของเธอเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักที่มีต่อเขา เธอยื่นมืออันอ่อนโยนมาให้ พลันภาพทิวทัศน์ก็เปลี่ยนไปเป็นทุ่งกว้างและท้องฟ้าสีคราม ทุกอย่างดูงดงามเหมือนกับรอยยิ้มของเธอ แล้วเสียงใสก็เรียกชื่อเขาอีกครั้ง คราวนี้มันพาความอบอุ่นไปทั่วหัวใจของชายหนุ่ม

                เดเร็กของฉัน

                เดเร็กค่อยๆ ลืมตาช้าๆ เขาจ้องมองดวงหน้าหวานที่ล้อมกรอบด้วยเรือนผมสีฟ้าหยักศก ชายหนุ่มเปล่งคำอย่างยากเย็น

                เธอใช้เวทอิสรีน...มายาสายน้ำกับฉันภาพนี้มัน... ชายหนุ่มนิ่งไปด้วยความสับสน เขาพยายามปฏิเสธความจริง แต่หัวใจของเขารู้ดี แม้จะโดนเวทมายาแต่สิ่งที่เห็นคือความจริงของหัวใจเขา

                จงหลับตาแล้วสัมผัสด้วยหัวใจ แล้วเธอจะรู้ว่าสิ่งสำคัญอยู่ข้างตัวเสมอ เสียงหวานทอดทำนองอีกครั้ง คนที่เธอรักไม่ใช่ฉันอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นใครอีกคนที่งดงามกว่าฉันมากและเธอคนนั้นก็เป็นคนที่ฉันรักมากเช่นกัน

                ตั้งแต่เมื่อไรกันที่ฉัน... มหาเวทรัตติกาลเปรยค้าง ระบายลมหายใจนิด

                ไม่มีใครตอบเธอเรื่องนี้ได้หรอกเดเร็ก นอกจากตัวเธอเอง

                เธอยังเด็ก เด็กเกินไปมันไม่มีเหตุผลเลย เดเร็กพึมพำ มองลูเซียที่กำลังหัวเราะคิก

                ถ้าความรักมันมีเหตุผลของมัน ป่านนี้คนทั้งโลกคงหาแต่คนที่สมบูรณ์แบบให้ตัวเอง ในโลกนี้ไม่มีคนแบบนั้นอยู่หรอกเดเร็ก หัวใจของเราจะเรียกร้องและตามหาอีกครึ่งหนึ่งของเราให้เจอ และบางครั้งเขาคนนั้นอาจจะไม่ได้เป็นแบบที่เราคิด

                ในที่สุดชายหนุ่มก็พยักหน้ายอมรับความจริง เขารู้สึกเหมือนตัวเองเพิ่งตื่นจากความฝันเป็นครั้งแรก ตื่นจากการหลอกตัวเองที่เป็นมาเนิ่นนาน

                นั่นสิ ว่าแต่เธอวางใจให้ฉันดูแลยายตัวป่วนเหรอเดเร็กเลิกคิ้วข้างหนึ่ง ดวงตาสีเงินมีประกายขบขัน

                ลูเซียยิ้มหวาน

                ฉันว่าเธอเป็นคนที่ฉันวางใจให้ดูแลอัลได้มากที่สุดแล้วล่ะ เธอเองก็รักเขามากนี่นา

                ฉันรู้สึกงี่เง่าชะมัด เดเร็กด่าตัวเอง แต่ว่าเรื่องของฉันไว้ก่อนเถอะ ตอนนี้ฉันอยากรู้ว่าความจริงทั้งหมดของเรื่องนี้ ตั้งแต่เธอกลับมาได้อย่างไร เกิดอะไรขึ้นบ้าง แล้วตกลงแผนของเธอเป็นยังไงกันแน่ เธอจะเล่าให้ฉันฟังได้ไหมล่ะลูเซีย

                ได้สิ ลูเซียตกลง แต่ว่าก่อนอื่น...

                เดเร็กเลิกคิ้วอีกครั้ง มองลูเซียที่กำลังยิ้มมุมปาก

                เรามากินข้าวเที่ยงกันก่อนเถอะ


                                                                         ........................................................

 

                วันนี้เดเร็กไม่มาเหรอคะ โรสถามอัลขณะเดินไปกินข้าวเที่ยงพร้อมกับเพื่อนๆ ปี 2 ห้อง B

                ก็บอกว่าง่วงแล้วก็เล่นนอนหลับคาโต๊ะกินข้าว อย่างนี้ถ้าบังคับให้มาด้วยก็ดูจะใจร้ายไปหน่อย เสียงใสตอบเนือยๆ ริมฝีปากอิ่มเบ้ลง

                แล้วไปทำอะไรล่ะถึงได้ง่วงขนาดนั้น เซดริกเป็นฝ่ายถามบ้าง

                คงเพราะฝึกเวทรัตติกาลให้ฉันตอนกลางคืนนั้นแหละ อัลตอบพร้อมเกาหัวแกรกๆ รู้ไหมหมอนั่นเป็นอาจารย์โหดเป็นบ้า ฝึกเอาๆ ยัดเวทใส่หัวฉัน เดเร็กบอกฉันว่าฉันเป็นลูกศิษย์คนที่สาม แต่เป็นคนแรกที่เรียนได้ถึงขั้นนี้ ฉันไม่แปลกใจเลยทำไมสองคนก่อนหน้านี้ทนไม่ไหว ก็ทั้งดุทั้งโหดขนาดนั้น สาวน้อยถือโอกาสระบายความใจในยาวพรืด เธอกำหมัดแน่น ส่ายหัวหวืดๆ เสียงบ่นที่ตอนแรกแค่เบาๆ เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ

                คนอย่างหมอนั่นขืนเป็นอาจารย์ลูกศิษย์ก็ม่องเท่งเท่านั้นเอง!”

                เอ่อ อัล เสียงเบาของเซดริกเรียก

                เท่านั้นแหละยายตัวดีถึงเพิ่งสังเกตว่าเพื่อนคนอื่นที่เหลือหยุดเดิน แล้วหันมามองเธอเป็นตาเดียว สาวน้อยผมฟ้าเลยหัวเราะแหะๆ แลบลิ้นอย่างเขินอาย

                เธอไปเรียนอะไรกับใครมาอีกล่ะ แอนนาทำหน้าปลงๆ นอกจากอาจารย์ราเซทกับอาจารย์เบียทริกเธอก็ไม่เคยบอกว่าอาจารย์คนไหนโหดเลยนะ

                นั่นสิ แอนดรูว์เองก็สงสัย หนุ่มผมทองจ้องอัลพลางทำตาปริบๆ

                เป็นอาจารย์สอนพิเศษน่ะ อัลตัดสินใจอธิบาย เธอกอดอก โบกนิ้วชี้ เป็นอาจารย์ที่โหดมากเลยล่ะ ทุกวันเอาแต่ให้ฉันฝึกซ้อม ฝึกซ้อม แล้วก็ยัดเวทใหม่ลงหัว จะบ่นก็ไม่ได้ เดี๋ยวโดนดุกลับแล้วฉันจะหูชาไปหนึ่งซีกเลย ระหว่างอธิบายสาวน้อยไม่ทันสังเกตสีหน้าเพื่อนๆ เลยว่าทุกคนเริ่มปั้นหน้าพิลึก เซดริกเม้มปากแน่น โรสอ้าปากนิดๆ แอนนาเลิกคิ้วสูง แอนดูรว์ยิ้มแหย และฟีรอสทำท่าชี้ไปข้างหลังเหมือนพยายามบอกอะไรบางอย่างกับเพื่อนสาว

                เท่านี้ก็เข้าใจแล้วใช่ม้า ชีวิตฉันช่วงนี้มันรันทดมากเลย เห้อ

                พลันเสียงหวานเข้มงวดก็ดังขึ้นด้านหลัง ทำเอาเด็กสาวผมฟ้าสะดุ้งเฮือก ปั้นหน้าพิลึก

                งั้นเหรอ ชีวิตเรานี่ฟังรันทดดีนี่อัลมาริน่า

                อาจารย์เบียทริก!” เสียงใสร้องลั่น เมื่อเห็นว่าใครอยู่ข้างหลัง

                ตรงระเบียงทางเดิน มีร่างหญิงสาวผมชมพูเหยียดตรงผู้ใช้ดวงตาสีกุหลาบมองมาทางลูกศิษย์ตัวป่วนอย่างคาดโทษ มือเรียวของหล่อนยกขึ้นขยับกรอบแว่น ท่าทางเหล่านี้ทำให้อัลอยากวิ่งหนีห่างๆ สักร้อยโยชน์

                ว่าจะหนีห่างอาจารย์เบียทริกสักร้อยโยชน์อยู่แล้วเชียวนะ!

                อัลหวีดร้องในใจ ปั้นยิ้มหวานให้อาจารย์คนเก่ง

                ถึงจะบ่นถึงอาจารย์คนอื่น แต่ในฐานะอาจารย์ด้วยกันเองครูคงปล่อยให้เราต่อว่าเพื่อนร่วมอาชีพครูไม่ได้ เสียงเข้มงวดว่า

                ตายแน่งานนี้!

                สาวน้อยก้มหน้ารู้สึกตัวลีบเล็กด้วยบรรยากาศกดดันที่แผ่จากร่างระหงของอาจารย์สอนภาษารูน เด็กสาวเหล่ตามองเพื่อนๆ ก็เห็นว่าพวกเขาก็ทำท่าไม่ต่างจากเธอเท่าไร ยิ่งพอมองไปทางเซดริกเขาทำท่าหนักใจแทนเธออย่างยิ่ง น้องชายเธอคงคิดเหมือนเธอแน่ๆ ว่าประโยคต่อไปของอาจารย์คนสวยคือ...

                อัลมาริน่าตามครูไปห้องพักครูด้วย

                เห้อ ว่าแล้วเชียว


                                                                  ............................................................

               

                เอ้าเข้ามา

                เบียทริกเชิญอัลเข้ามาในห้องพักครูซึ่งอยู่ติดกับห้องพักของอาจารย์แคสซานดร้า แม้จะเป็นพี่น้องที่คลานตามกันมา อายุห่างกันเพียง 2 ปี แต่ลักษณะนิสัยของพี่น้องสองคนนี้ต่างกันอย่างเห็นได้ชัด แม้กระทั่งการตกแต่งห้องทำงาน ห้องทำงานของอาจารย์แคสซานดร้ามีของตกแต่งน้อยชิ้นและส่วนมากจะเป็นงานฝีมือจากเมืองแอสซาน ผิดกับห้องทำงานของอาจารย์เบียทริกที่อัดแน่นด้วยของนานาชิ้น

                ห้องทำงานของอาจารย์สอนภาษารูนยังคงเหมือนเดิมในความทรงจำของอัล มันเป็นห้องทำงานที่กว้างขวาง มีแสงแดดส่องเข้ามาเต็มที่ ข้างในตกแต่งด้วยโบราณวัตถุที่มีอักษรรูนจารึกอยู่มาก ตรงผนังฝั่งตรงข้ามกับโต๊ะทำงานนั้นก็มีชั้นหนังสือเรียงรายอัดแน่น ทุกสิ่งทุกอย่างบ่งถึงความเป็นนักวิชาการในตัวอาจารย์

                เชิญนั่ง เบียทริกผายมือให้เด็กสาวนั่งลงบนเก้าอี้ที่ปูด้วยผ้าลูกไม้ อย่างน้อยสิ่งนี้ก็ยังแสดงว่าอาจารย์ยังมีความเป็นผู้หญิงอยู่บ้าง

                ค่ะ อัลนั่งลงอย่างกล้าๆ กลัวๆ รอให้อาจารย์สาวนั่งลงหลังโต๊ะทำงานตัวโปรด

                เอ่อ อาจารย์คะ เรื่องที่หนูบ่นไปเมื่อกี้ ง่า ถึงหนูจะบ่นยังไง แต่หนูก็รักอาจารย์คนนั้นนะคะ แล้วหนูก็ดีใจด้วยที่เขาใส่ใจหนู หนูก็บ่นไปตามเรื่องอย่างนั้นเอง อัลพยายามอธิบาย น้ำลายในคอเธอช่างเหนียวหนืดยากจะกลืนนัก ยามสบกับนัยน์ตาสีกุหลาบเข้มงวดคู่นั้น

                เบียทริกผ่อนลมหายใจ

                เรื่องนั้นครูรู้แล้ว หญิงสาวบอกลูกศิษย์ แต่ครูแค่ไม่อยากให้เธอบ่นว่าเขาเท่านั้น ที่ฝึกหนักเพราะเขาหวังดี ที่สั่งสอนเฝ้าดุ เฝ้าบ่นเพราะรักเธอหรอกนะ สาวน้อย ยิ่งอาจารย์เขาถ่ายทอดวิชาให้เรามากเท่าไรก็เหมายถึงเขาเอ็นดูเรามากเท่านั้น

                อาจารย์ทำอย่างกับรู้จักอาจารย์คนนั้นของหนู คำพูดที่ดูเหมือนย้อนถ้าออกจากปากของคนอื่น หากแต่ถ้าอัลพูดมันคือสิ่งที่เธอกำลังคิดจริงๆ คำพูดนั้นทำให้เบียทริกเลิกคิ้วสูง 

                ก็พูดไปตามเนื้อผ้าน่ะ คนที่มีจิตวิญญาณของครูมักเป็นอย่างนั้น

                อ่าค่ะ

                อันที่จริงที่ครูเรียกเรามาวันนี้แค่อยากจะถามเกี่ยวกับชีวิตช่วงนี้ของเรา

                หา!

                อัลอ้าปากค้างทำตาโตเท่าไข่ห่าน ตกใจกับคำพูดอาจารย์สาวมาก

                ก็สบายดีค่ะ ทำไมละคะ

                ก็เราอยู่ในช่วงที่ต้องตัดสินเลือกเส้นทางชีวิตของตัวเอง อันที่จริงความสามารถทางด้านภาษารูนของเราสูงน่ะ อัลมาริน่า เธอสามารถตีความความหมายของประโยคบางประโยคที่คนอื่นไม่เข้าใจได้

                นั่นเพราะคุณพ่อชอบเอาภาษารูนมาให้หนูอ่านตอนเด็กๆ บ่อยๆ น่ะค่ะอัลพูดไปตามความจริง ตอนเด็กๆ พ่อของเธอมักจะเอาหนังสือภาษารูนมาวางให้เธอเล่น บางทีก็เขียนประโยคบางอย่างให้เธอแปล พอแปลได้เธอก็จะทำท่าดีใจ จะว่าไปพ่อกับแม่ก็สนับสนุนการเรียนภาษารูนของเธอมาก มากซะจนตอนนี้มาคิดๆ ดูแล้วเหมือนพวกเขาเตรียมมันไว้เป็นเครื่องมือของเธอในอนาคต

                งั้นเหรอ คุณโซฟอสนี่ฝึกลูกตั้งแต่เด็กเลยนะ ครูพูดตรงๆ ว่าครูเสียดายความสามารถของเธอ ที่จริงครูอยากสอนเรื่องภาษารูนให้เธอมากกว่านี้

                ว่าไงนะคะ!

                อัลหน้าซีด พยายามตั้งสติฟังอาจารย์พูดต่อ

                อย่างที่เธอรู้ว่ารูนคือเวทมนตร์โบราณ ซึ่งบางครั้งก็ทรงอานุภาพกว่าเวทในตอนนี้นัก มันเป็นภาษาศักดิ์สิทธิ์ของเทพเจ้า คนในสมัยก่อนล้วนใช้ภาษานี้ในการสื่อสารทั้งสิ้น

                ง่า อาจารย์คะ แค่หนูเรียนเวทรัตติกาลตอนนี้มันก็มากพอแล้วค่ะอัลพูดเร็วปรื้อ โบกมือพัลวัน

                แค่ต้องเรียนเวทรัตติกาลที่ทรงพลังมันก็มากพออยู่แล้ว ขืนเรียนเวทรูนโบราณอีกเธอมิกลายเป็นเครื่องจักรล้างผลาญเหรอ

                เบียทริกทำตาโต ยกมือทาบอก

                นี่เราเรียนเวทรัตติกาลเหรออัล อาจารย์คนนั้นเขาสอนเธอเหรอ

                อัลพยักหน้า ไม่เข้าใจว่าทำไมอาจารย์ทำท่าตกใจนัก 


                                                                         ..................................................

               

                ไงตกลงโดนเทศน์ไปกี่กัณฑ์

                เซดริกทักหลังจากอัลโผล่หน้ามาที่โต๊ะอาหารกลางวันในโรงอาหาร ดวงตาสีฟ้ามองสีหน้าซีดเผือดของพี่สาว ชายหนุ่มเริ่มมุ่นคิ้ว

                เปล่า อาจารย์เขาบอกว่าอยากสอนเวทรูนให้ฉันมากกว่านี้

                ห๊ะ ฟีรอสที่นั่งฝั่งตรงข้ามร้องลั่น แม่เจ้า แค่ฉันผ่านของปี 1 มาได้นี่บุญเท่าไรแล้ว เอ๊ะแต่เธอได้ Aนี่ งั้นไม่แปลกหรอกที่อาจารย์จะเสียดายความสามารถเธอ

                มันไม่ใช่แค่นั้น อัลกระซิบแผ่วเบา เรียกสายตาของโรสมองมา

                ท่านหญิงแห่งเซเลสทำสัญญาณให้เซดริกชวนเพื่อนคุยเรื่องอื่น พอเห็นว่าทุกคนสนใจเรื่องที่เซดริกพูดแล้ว หญิงสาวค่อยกระซิบถามอัลเบาๆ

                มีอะไรเหรอคะ

                อัลเหล่ตามองหน้าโรส ดวงตาสีเพลิงสั่นไหว

                อาจารย์ตกใจมากตอนที่รู้ว่าฉันเรียนเวทรัตติกาล 

                                                                         ........................................................

               

                อัลเรียนเวทรัตติกาล เสียงอุทานจากแคสซานดร้าดังขึ้นหลังจากฟังเรื่องราวจากเบียทริกจบ ตอนนี้พวกเธออยู่ในห้องทำงานของแคสซานดร้า

                ค่ะ น้องแน่ใจค่ะพี่หญิงว่าเขาเป็นคนสอนเวทพวกนั้นให้อัล เขาคิดจะทำอะไร น้องคิดว่าไม่ใช่เพราะแค่เอ็นดูแน่ แล้วน้องก็รู้สึกว่าสิ่งที่เขาคิดจะทำมันต้องยิ่งกว่าสิ่งที่ฝ่าบาทและสภาเวทคาดคิด

                พี่ก็เห็นด้วย แคสซานดร้าถอนใจ นึกกังวลเกี่ยวกับลูกศิษย์ตัวน้อยแต่บางทีเขาอาจแค่คิดว่าอัลมีคุณสมบัติพอที่จะเป็นนักเวทรัตติกาล เพราะคนที่เรียนเวทนี้ได้ ไม่ใช่หาได้ง่ายๆ ยิ่งตัวเขาเองก็เปรียบเหมือนตำราเวทรัตติกาลเดินได้อยู่แล้ว คงอยากถ่ายทอดความรู้ให้ใครสักคน

                พี่จะบอกคุณโซฟอสหรือเปล่าคะเบียทริกถาม

                อืม คงต้องบอก หญิงสาวผมแดง พลันเธอก็ปรายตาไปทางชายหนุ่มที่นั่งเงียบอยู่ตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว แล้วนายมีความเห็นว่าไงสตีฟ

                สตีฟไหวไหล่ ขยับยิ้มให้หญิงสาวผมสีเพลิง ร่างสูงลุกจากมุมมืดของหัวเดินมายังตรงที่แสงแดดทาบทับ เรือนผมสีเทาของเขาล้อกับริ้วแดง ดวงตาสีน้ำเงินดูเคร่งขรึมอย่างที่หาดูได้ยากยิ่งสำหรับบุรุษขี้เล่น

                ตอนนี้ยังบอกไม่ได้หรอกว่าเขาจะทำอะไร พวกเราคงต้องดูกันต่อไป จับตาดูเป็นระยะแล้วกัน

                
                                                                ...................................................................

                ภายในห้องครัวของบ้านไอวารีน เสียงพูดคุยถึงความหลังดังขึ้นเป็นระยะ สลับด้วยเสียงหัวเราะคิกคักของหญิงสาว ที่พลอยทำให้คู่สนทนายิ้มไปด้วย

                ที่แท้เรื่องก็เป็นอย่างนี้นี่เอง ดูๆ ไปเธอเองก็มีความสุขดี เดเร็กเปรย

                มากด้วย เท่านี้ฉันก็ไม่มีอะไรปิดบังเธอแล้ว ลูเซียอมยิ้ม ไสแก้วน้ำส้มที่เพิ่งไปคั้นมาให้ร่างสูง ซึ่งเขาก็รับมันมาดื่มทันที นาทีต่อมาเขาก็ก้มหน้า

                เรื่องทุกเรื่องแม้จะผิดแผกไปบ้าง แต่ยังคงอยู่ในการคำนวณของเธอ เธอยังเป็นนักวางแผนที่เก่งจริงๆ แผนการที่เธอวางไว้มันต้องสำเร็จแน่ๆ แต่พูดด้วยความสัตย์จริงฉันไม่กล้าบอกเรื่องนั้นกับอัล ไม่กล้าบอกว่าแท้จริงเธอมีความหมายกับแผนนี้อย่างไรดวงตาสีเงินทอดมองภาพในห้องครัวอย่างเหม่อลอย

                ฉันเข้าใจ ฉันเองก็เป็นแม่เขา ตลอดมาฉันยังไม่กล้าบอกเขาเลย ฉันไม่อยากให้เขาคิกว่าฉันเป็นเขาเป็นเบี้ย

                อัลรักแม่เขามาก เขาไม่มีทางคิดหรอก ไม่เป็นไรเดี๋ยวฉันบอกเอง ถ้าเขาจะโกรธจะเกลียด เกลียดฉันก็ยังดีกว่าเกลียดเธอ

                เธอยังเป็นอย่างนี้เสมอนะเป็นผู้ปกป้องในเงามืด หญิงสาวระบายยิ้มอ่อนหวาน

                เพราะในแสงสว่างมันไม่มีที่ให้ฉันยืนต่างหาก เดเร็กหลับตาลง วางแก้วน้ำส้มลงด้านขวามือของตัวเอง แต่ฉันสงสารอัล เธอยังเด็ก ฉันอยากเลื่อนเวลาให้ออกไปนานกว่านี้

                โชคชะตาบางครั้งก็ไม่เข้าข้างมนุษย์หรอกนะแม่บ้านคนสวยกล่าว สบตากับชายหนุ่มผมดำผู้ถอนใจนิด

                ใช่ โชคชะตาและความจริงบางครั้งก็เป็นสิ่งโหดร้ายสำหรับมนุษย์อย่างเรา เดเร็กเอ่ยอย่างยอมรับความจริง

                ลูเซียยิ้มบาง ก่อนจะกล่าวประโยคต่อมาด้วยเสียงแผ่วเบา

                เดเร็ก ถ้าฉันขอร้องอะไรเธอสักอย่าง เธอจะฟังคำขอร้องของฉันอยู่ไหม

                                                                     .............................................................

                  สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ตอนนี้เราเข้าสู่การฝึกงานอีกครั้ง ก็เลยเพลียๆ แต่ก็ชอบค่ะ เป็นงานสายที่ชอบพอดี มาว่ากันเรื่องนิยายดีกว่า ตอนนี้ในที่สุดเดเร็กพระเอกของเราก็หายซื่อบื้อสักที ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ สัปดาห์นี้ขอไม่ตอบเม้นนะคะเพื่อนๆ เพราะข้าพเจ้าไม่ไหวแล้ว = =ZZzzzz เจอกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

1,838 ความคิดเห็น

  1. #601 Raisara (@purse11) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2553 / 16:50
    ในที่สุดก็รู้ตัวซักที
    เฮ้อบื้อ จริงๆ อ๊ะ
    (เดเร๊กบินมาด้านหลังและ...)
    ผั่ว!!!!!!!!!!
    #601
    0
  2. #600 Gemini NUT (@nutree) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2553 / 13:39
    คห.8 โดนใจอ่ะ55555555+ พูดได้ตรงมากกก ปล.เซงกับคนอื่นจริงๆที่ชอบกำหนดให้อัลทำอย่างนู้นอย่างนี้ - -*
    #600
    0
  3. #596 ลูกขนไก่ (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2553 / 12:32
    แหมโคแก่ 300 ปีพึ่งจะรู้สึกตัวนะเนี้ย



    อยากจะแอ้มหญ้าอ่อนแล้วอะดิ5555



    อัพๆๆๆๆ
    #596
    0
  4. #594 nook (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2553 / 10:11
    เดเร็กน่ารักกกกกกกก
    #594
    0
  5. #593 Alice (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2553 / 10:02
    ลูเซียกับเดเร็กวางแผนอะไรไว้อ่ะ สงสัยว่าคงเกี่ยวกันริเวเทียมั้ง???
    #593
    0
  6. #592 Alice (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2553 / 09:37
    คร้างงงงงงงงงงงงงงงงงงอ่ะ
    #592
    0
  7. #591 acteaon (@mooza) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2553 / 01:47
    ยังจะขออะไรอีก *=*
    #591
    0
  8. #589 แมวสีดำ (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2553 / 23:35
    อัพๆๆๆๆๆๆๆ

    สนุกอ่ะ ^____^

    อัพๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #589
    0
  9. #587 สายลม (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2553 / 21:00
    อยากอ่านอีกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    #587
    0
  10. #586 fisho-robot (@killua39) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2553 / 20:29

    สนุก
    !!
    ฮา~~~~
    เรื่อยๆเหนื่อยก็พักนะ
    แต่ต้องอัพห้ามโดดนะคะ ^^~+

    #586
    0