Silver night อภินิหารมังกรราตรีสีเงิน (จบแล้ว พักการรีไรต์)

ตอนที่ 77 : ตอนที่ 10 อุทยานแห่งชาติอาชานเดรีย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4812
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    24 มิ.ย. 53


           สวัสดีค่ะ สัปดาห์นี้อัพเร็วอิอิ (เพราะคาดว่าพรุ่งนี้อาจสลบเหมือด) ไม่เป็นไรใช่ไหมคะ สำหรับผลโหวตตัวละครสัปดาห์นี้ เฉียดไปเฉียดมา แต่ผลออกมาแล้วค่า คือ โรสกับกลาดิโอลัสมากกว่าลูเซียกับโซฟอสไปหนึ่งคะแนน งั้นขอตัวไปจัดห้องต้อนรับราชากับเจ้าหญิงก่อนนะคะ

                                                                                         ...........................

            สายลมที่พัดผ่านในอุทยานแห่งชาติอาชานเดรียช่างบริสุทธิ์และสดชื่นเหมาะกับการมาพักฟื้นร่างกายจากความเหนื่อยล้า กอปรกับแสงอรุณอ่อนที่ส่องลงมา ทำให้อัลคิดว่านี่ช่างเป็นเช้าวันใหม่ที่สดใส

                สาวน้อยออกไปเดินชมบริเวณรอบตัวบ้านพัก มีดอกไม้ป่าบานสะพรั่งต้อนรับแขก บางดอกก็ดูแปลกตา บางดอกก็ดูน่ารักกระจุ๋มกระจิ๋ม เมื่อมองสูงก็พบกันเรือนยอดไม้ที่เขียวปนแดงดูสวยไปอีกแบบ ธรรมชาติกำลังผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าของตน จากสีเขียวสดในฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน เป็นสีน้ำตาลแดงในฤดูใบไม้ร่วงและขาวบริสุทธิ์ยามฤดูหนาว

                แว่วเสียงสัตว์ป่าร้องในพงไพรลึก สาวน้อยตวัดหน้ามองหมู่ไม้ที่ขึ้นเรียงรายบนพื้นที่ป่าและภูเขาสูง พอยกมือซ้ายดูนาฬิกาเลขแสดงว่าแบบดิจิตอลว่า 7.03 ก็เต้นกะพริบ

                อัลบ่ายหน้ากลับเข้าไปในบ้านพักเพื่อรับประทานมื้อเช้า

                                                                             ............................................................

 

                อาจารย์สตีฟบอกว่ามื้ออื่นหากินเอง อาจจะไม่ถูกเท่าไร ต้องพูดว่ามื้ออื่นทำกินเองน่าจะถูกต้องมากกว่า

                โรสคิดพลางหั่นหอมซอยออกเป็นแว่นเตรียมเอาไปตีกับไข่เจียว เธอหันไปหยิบไข่มา 6 ฟอง มือบางตอกไข่ใส่ชามอย่างชำนาญ

                อ๊ะ ไข่เจียว สาวน้อยผมฟ้ายื่นหน้ายื่นตามา ให้ช่วยอะไรไหม

                ตีไข่ให้หน่อยค่ะ โรสยื่นชามที่ตอกไข่หกใบพร้อมใส่หัวหอมลงไปลงให้อัล

                อัลรับชามนั้นมาแล้วเริ่มตีอย่างคล่องแคล่ว แต่ก็แรงไปหน่อย จนคนที่เดินเข้ามาทีหลังนิ่วหน้า

                อัลจะทำให้ไข่มันกระเด็นหมดหรือไงสตีฟที่เดินเข้ามากับฟรอสถาม

                อรุณสวัสดิ์ค่ะอาจารย์

                อรุณสวัสดิ์ สตีฟสาวเท้าดูหม้อแกงจืดเต้าหูที่เขาต้มทิ้งไว้ เหล่ตามองดวงหน้าใสของลูกศิษย์ทั้งสองคน

                เดเร็กกับบัตเตอร์คัพล่ะ

                หลับอยู่ค่ะ โรสเป็นคนตอบแล้วกัสละคะ

                ครูใช้ให้เตรียมของให้อยู่ เดี๋ยวพวกเราคนหนึ่งถือกล้องไว้นะ แล้วอีกสองคนจดบันทึก เราจะไปแกะรอยสัตว์กัน

                แกะรอย อัลร้องลั่น

                สตีฟยิ้มกริ่ม ตักซุปมาชิมรสชาติก่อนจะเหยาะเกลือลงไปอีกหน่อย

 ช่ายแกะรอย โชคดีจริงๆ ที่เรามาช่วงนี้

                                                                                 .........................................

 

หลังจากรับประทานอาหารเช้าซึ่งก็คือแกงจืดเต้าหู้ ไข่เจียวหัวหอม ทุกคนก็เดินตามสตีฟกับฟรอสพร้อมข้าวกล่องซึ่งเป็นของผัดแครอทฝีมืออาจารย์ มุ่งหน้าไปยังที่ทำการอุทยานอันมีลักษณะคล้ายกระท่อมไม้ สร้างจากไม้สนเรียงต่อกัน พอสตีฟผลักประตูเข้า เสียงตะโกนทักทายก็ดังขึ้น

เฮ้ย มาแต่เช้าเชียว ว่าไงลูกศิษย์ปีนี้เหรอ ชายหนุ่มร่างสันทัด ผิวสีน้ำตาลใส่ชุดเจ้าหน้าที่สีเขียวเดินออกมารับอาจารย์หนุ่ม ทั้งสองกอดทักทาย

เจ้าหน้าที่หนุ่มกวาดตามองนักเวทฝึกหัดปี 2 ขณะรับการสวัสดีจากเจ้าหมาป่าสีน้ำเงิน

มีผู้หญิงด้วยเว้ยเฮ้ย ปีที่แล้วล่อพาแต่ผู้ชายซนๆ มาตั้ง 5 คนเล่นเอาพวกฉันป่วนจนอ่วมไปเลยเจ้าหน้าที่หนุ่มผมดำว่า เขาขยิบดวงตาสีน้ำตาลให้เด็กๆ

เฮ้ยๆ ลูกศิษย์ฉันพามาออกภาคสนามนะลูส ไม่ใช่มาให้แกจีบ สตีฟผลักหน้าเพื่อนสุดจะหมั่นไส้ในความขี้หลี

ทุกคนนี่ลูคัส ชาเพลน เจ้าหน้าที่อุทยานและเป็นแอนนิมอลมาสเตอร์รุ่นเดียวกับครูด้วย เขาจะคอยให้ความรู้กับพวกเราและสำหรับพวกเด็กผู้หญิงอยู่ห่างไว้หน่อยก็ดีนะ อาจารย์หนุ่มกล่าวแนะนำเพื่อนให้นักเรียนรู้จัก

สวัสดีทุกคน อาจารย์เธอนี่มันหวงก้างไม่เปลี่ยน เชอะ หมั่นไส้คนมีเมียแล้ว ว่าแต่เมียแกเป็นไงบ้างลูคัสหันไปสัพยอกเพื่อนที่ตอนนี้ทำตาเหลือกโพลง

โรสกับอัลก็ทำตาค้างเช่นกัน ส่วนเดเร็กที่นอนอยู่บนหัวอัลหรี่ตามองเหตุการณ์ตรงหน้า

เงียบน่าสตีฟสั่ง

อะไรเล่าถามถึงศรีภรรยาไม่ได้เหรอไง แคสซานดร้าน่ะไม่ได้เจอกันตั้งนานแล้วลูคัสไหวไหล่ แกนี่น่าจะพาเมียมาเที่ยวบ้างนะ

ไอ้เวรเอ๊ย!” สตีฟร้องลั่น ตบหัวลากเพื่อนปากดีออกจากที่ทำการอุทยาน เอ้า เด็กๆ ไปกันได้แล้ว

                อัลออกเดินตามคำสั่งอาจารย์อาจารย์หนุ่ม เธอหันไปสบตากับโรส ท่านหญิงเองก็ดูกำลังอึ้งกับเรื่องที่ได้ยินเมื่อครู่เช่นเดียวกับเธอ

                อาจารย์แคสซานดร้ากับอาจารย์สตีฟแต่งงานกันแล้ว!

                อัลกลืนน้ำลายเอื๊อก เกาแก้มเบาๆ

                แม้จะพอเดาได้จากความหมายของจี้ห้อยคอรูปนกกระเรียนก็เถอะ แต่พอมารู้จังๆ แบบนี้เธอเองก็ตกใจไม่น้อยเหมือนกัน

                ตอนนั้นเองเดเร็กก็เตือนเสียงเบา

                เรื่องส่วนตัวชาวบ้านอย่าไปยุ่ง

                รู้แล้วน่าเจ้ามังกรบ้า

                                                                                       .................................................

 

                สตีฟกับลูคัสพาพวกนักเรียนเข้ามาภายในป่าสงวนของอาชานเดรีย เสียงสัตว์ดังแว่วมาเป็นระยะๆ สลับกับเสียงฝีเท้าไปก้าวผ่านต้นไม้ต้นแล้วต้นเล่าของพวกสตีฟ

                วันนี้เราจะมาแกะรอยกวางป่ากัน ลูคัสหันมาหานักเรียน ทำท่าจริงจังเป็นครั้งแรก พวกเธอคงรู้อยู่แล้วว่าที่ป่าสงวนแห่งนี้ เป็นที่อยู่ของสัตว์หลากหลายสายพันธุ์ เป็นแหล่งชีวมณฑลที่สำคัญมากของประเทศแอตแลนตาร์ เราจึงจำเป็นต้องมีการจดบันทึกการเคลื่อนที่ของสัตว์ เป็นการตรวจเช็คว่าสัตว์ยังเพิ่มจำนวนหรือลดลง และป้องกันพวกลักลอบล่าสัตว์อีกทางหนึ่งด้วย ที่นี่มีทั้งสัตว์ธรรมดา สัตว์วิเศษและสัตว์ในตำนานอย่างมังกรราตรีสีเงินที่กำลังนอนอยู่บนหัวเพื่อนเธอ

                ลูคัสยกมือลูบคาง ดวงตาสีดำมองเดเร็กที่กำลังทำจมูกฟุดฟิดดมกลิ่น

                ฉันอยากถามเธอว่าไปได้มาได้ไง คงไม่ได้ซื้อจากพวกลักลอบค้าสัตว์หรอกนะ

                เปล่าค่ะ เปล่า เดเร็กมาอยู่กับหนูเอง อัลอธิบาย กลอกตาไปมา เอ จะอธิบายไงดีละ ก็เดเร็กไม่ใช่มังกรราตรีสีเงินจริงๆ นี่นา

                เจ้าตัวนี้นะบินออกไปเที่ยวนอกเขตอุทยานแล้วไปเจอลูกศิษย์ฉันเข้าที่แกรนเพนท์ ถูกใจก็เลยยอมเป็นคู่หู สตีฟอธิบายสั้นๆ ได้ใจความ

                เหรอ บินไปเที่ยวไกลขนาดนั้น หืม เหลี่ยมคริสตัลตั้งหกเหลี่ยมอายุมากกว่า 300 ปีแล้วเหรอ แก่สุดที่ฉันเคยเจอมาเลยนะนี่ เป็นบุญตา

                เดเร็กหรี่ตาลงเหมือนไม่ถูกใจกับคำว่า...แก่สักเท่าไร

                ตัวที่อายุมากเรื่องอะไรจะออกมาให้นายเห็นง่ายๆ สตีฟว่าอย่างเหนื่อยใจ รีบๆ เข้าเรื่องเถอะน่าลูส

                โอเคๆ วันนี้เราจะมาแกะรอยฝูงกวางหมายเลข DR 12 กัน เห็นรอยเท้านี้ไหม เขาชี้รอยหนึ่งบนพื้นให้นักเรียนดู นี่รอยเท้ากวางดูไว้ซะ

                กัสรีบกดชัตเตอร์ถ่ายรูป บนบ่าเขามีแมวเปอร์เซียตัวหนึ่งเกาะอยู่ ส่วนโรสกับอัลจดบันทึกอย่างละเอียด

                กวางฝูงนี้รู้สึกจะอยู่แถวนี้แหละ ถ้าโชคดีเราจะเจอมันวันนี้ ถ้าไม่ก็ต้องหาวันอื่นต่อ ลูคัสยิ้มเฮ้ย สตีฟไม่ทักทายเพื่อนเก่าเหรอ

                ชายหนุ่มผมเทาเลิกคิ้ว ส่วนเด็กๆ ทำหน้างงพร้อมกับกวาดตามองไปรอบๆ ก็ไม่เห็นจะมีคนอื่นนอกจากพวกเขา

                เฟรัสงั้นเหรอ สตีฟถามกลับ
               
อืม มันคงคิดถึงนาย

                ส่งเสียงไปหาหน่อยก็ได้ สิ้นคำ ชายหนุ่มก็เงยหน้าสูงพร้อมยกมือป้องปาก เปล่งเสียงที่ฟังราวกับเป็นเสียงหอนของหมาป่าก้องกังวานในป่า ครู่ต่อมาก็มีเสียงหอนตอบกลับหลายเสียงแว่วมาตามสายลมประหนึ่งรับรู้การมาของชายหนุ่ม

                ท่าจะสบายดี สตีฟขยับยิ้ม ตบหัวฟรอสเบาๆ พ่อแกสบายดีนะ

                ฟรอสสะบัดหน้ารุนแรง มันโก่งคอหอน...วู้

                คราวนี้ก็มีเสียงตอบกลับมาเช่นเดิม อัลหันหน้าไปหาชายผมเทาทำตาโต

                ว้าว เสียงอาจารย์เหมือนหมาป่ามากค่ะ เธอร้อง

                ชมหรือด่าครูเนี่ย เขากลั้วหัวเราะ

                หนูขอทำบ้างนะ

                คำขออนุญาตที่แสนประหลาด ทำให้สตีฟหรี่ตา เด็กสาวคนนี้ช่างซุกซนจริงๆ

                เราทำได้เหรออัล เสียงนี้น่ะ

                แน่นอน

                งั้นลองเลย

                อัลยิ้มกว้างสะบัดหัวไล่เดเร็กลง เธอเงยหน้าท่ามกลางสายตาจับจ้องอยากรู้จากทุกคน ทำเสียงหอนที่เหมือนกับหมาป่าไม่ผิดเพี้ยน

                ว้าว ลูคัสอุทาน เด็กคนนี้แจ่มไปเลย ฉันฝึกเสียงนี้ตั้งนานแน่ะ

                อึดใจหนึ่งเสียงหอนของหมาป่าก็ตอบรับคำทักทาย

                เอาล่ะอัล เฟรัสรับรู้การมาของเธอแล้ว ว่าแต่ทำได้เหมือนมาก ไปฝึกมาจากไหน อาจารย์หนุ่มดูถูกใจมาก

                สาวน้อยผมฟ้าหันไปหัวเราะแหะๆ กับโรสที่กำลังอมยิ้มอยู่กับบัตเตอร์คัพ

                อย่าไปบอกคุณพ่อคนที่สองของฉันล่ะ โรส หมอนั่นด่าฉันแทบตายที่ฉันชอบทำเสียงหอนตอนเด็กๆ เอ่อ ตอนดูสารคดีสัตว์หนูชอบเลียนเสียงตามค่ะอาจารย์

                แล้วเลียนได้เยอะไหมสตีฟถาม

                ก็นิดหน่อยค่ะ

                ยอดมากเลย ฝึกตั้งแต่เด็กเหรอสาวน้อย ลูคัสดูจะประทับใจสุดๆ ดูท่าว่าถ้าอัลอายุถึงเขาจะรับเธอเข้าทำงานเป็นแอนนิมอลมาสเตอร์ประจำอุทยานแห่งชาติทันที

                แน่นอนค่ะ อัลยิ้มกว้าง ก็หนูอยากเป็นแอนนิมอลมาสเตอร์นี่นา

                                                                                    ............................

               

                การเข้าค่ายล่วงเข้าวันที่สี่แล้ว  ตลอดหลายวันที่ผ่านมาพวกอัลได้เห็นสัตว์ป่าๆ ทั้งนก กวาง ที่บางตัวก็มีพลัง อย่างกลุ่มกวางที่เธอไปแกะรอยก็กวางที่พลังเรียกสายฟ้าอ่อนๆ มาได้ ทำเอาทุกคนกลืนน้ำลายเอื๊อกเก็บข้อมูลเสร็จก็ขอถอยก่อนดีกว่า แม้ว่าจะแอบเห็นกวางตัวยังโตไม่เต็มที่อยู่ในฝูง อัลก็ไม่ขอเสี่ยงถลาไปกอดเด็ดขาด

                ส่วนทางด้านต้นไม้ อัลก็ได้เห็นต้นไดมอนนันที่เคยใช้รักษาเดเร็ก ลูกของมันนั้นมีหลายสี ทั้ง เขียว ใสแดง ม่วง ไปถึงสีรุ้ง จนอาจารย์สตีฟต้องมายืนบรรยายเกี่ยวกับมันนานราวยี่สิบนาที แล้วค่อยเดินไปเก็บข้อมูลต่อ

                วันนี้งานเก็บข้อมูลเสร็จเร็วกว่าที่คิด เพราะทุกคนตั้งใจทำมาก สตีฟจึงอยากตอบแทนความขยันของเด็กๆ

                เอาล่ะ พรุ่งนี้เราก็จะกลับกันแล้วสินะ ถ้าไม่ไปเที่ยวในเมืองสักหน่อยก็เสียเที่ยวใช่ไหมล่ะ ฉะนั้นมื้อกลางวันนี้เราไปกินข้าวในเมืองกันเถอะ แต่ออกเงินกันเองนะ

                ด้วยเหตุนี้เด็กๆ กับสัตว์คู่หูจึงเฮโลกันขึ้นรถตู้สีเขียวบ่ายหน้ากันเข้าเมือง เพื่อหาของอร่อยๆ ทานกัน ตามปรกติแล้วร้านอาหารน้อยร้านนักที่จะอนุญาตให้นำสัตว์เข้าร้าน แต่ที่เมืองอาชานเดรียการนำสัตว์เข้าร้านอาหารหรือร้านค้าถือเป็นเรื่องปรกติ

                สตีฟพาเด็กๆ เข้าร้านอาหารเล็กๆ ที่ดูเขาจะคุ้นเคยกับชายหนุ่มดี สงสัยว่าสตีฟต้องพาเด็กๆ ทุกรุ่นมาแวบกินข้าวในเมืองส่งท้ายการเข้าค่ายแน่ๆ

                อัลดูเมนูอาหาร มีแต่อาหารหน้าตาน่ากินอีกแล้ว เธอเลือกอาหารอันที่อยากกินมากที่สุดแล้วสั่ง คราวก่อนที่เลือกยากเพราะเกรงใจเงินในกระเป๋าอาจารย์หรอก

                จะว่าไปแล้วมาเข้าค่ายกับอาจารย์สตีฟ ก็เหมือนการมาเที่ยวจริงๆ นั่นแหละ เพราะว่าอาจารย์ออกจะปล่อยนักเรียน คอยดูอยู่ห่างๆ และเรื่องอาหาร แม้ปากจะบอกว่าให้หาเอง แต่เอาเข้าจริง ก็คือช่วยกันทำและคนทำหลักๆ ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน โรสกับอาจารย์เองนั่นแหละ

                พอมาเข้าค่ายนี่ก็ต้องยอมรับฝีมือทำอาหารของอาจารย์ดีจริงๆ

                หลังจากที่พนักงานเอาอาหารมาเสิร์ฟ อัลและทุกคนก็เริ่มลงมือกินไปคุยไปเรื่องสัพเพเหระ สตีฟบอกกำหนดการคร่าวๆ ของการบรรยายคืนนี้ว่าเขาจะพูดเรื่องยูนิคอร์น...อาชาสีขาวบริสุทธิ์ที่มีเขาอยู่กลางหน้าผาก

                อัลตื่นเต้นกับหัวข้อบรรยายคืนนี้มาก ถึงขนาดที่ออกมาจากร้านอาหารเธอก็ยังพูดถึงเรื่องนี้อยู่

                โรสกับเดเร็กหัวเราะเบาๆ ด้วยรู้ว่าไม่ว่าเรื่องบรรยายหัวข้อใดที่เกี่ยวกับสัตว์อัลก็จะชอบเหมือนกัน พวกอัลขอแยกกับกัสและสตีฟไปเดินชมเมือง กัสขอเดินไปดูร้านขายเครื่องเรือนที่ท้ายหมู่บ้าน ส่วนสตีฟก็เดินเล่นไปทั่ว

สถานที่ที่โรส อัล เดเร็กมุ่งหน้าไปส่วนมากจะเป็นร้านขนมหรือของกิน เพราะเป็นสิ่งที่ทั้งสามคนชอบร่วมกัน

                เค้กร้านนี้น่ากินจังค่ะ โรสบอก ชี้ไปที่เค้กวานิลลาโรยด้วยสตรอเบอรี่ชิ้นเล็กในตู้กระจก

                นั่นสินะ อัลเห็นด้วย ซื้อไหมหุ้นกัน เอาไปแบ่งอาจารย์สตีฟกับกัสด้วย

                เอาสิคะ เจ้าก็อยากกินใช่ไหมบัตเตอร์คัพ หญิงสาวผมเกลียวทองคุยกับคู่หู กระรอกน้อยไซ้หน้านายหญิงอย่างรักใคร่

                นายก็อยากกินสินะ อัลขยิบตากับเดเร็ก

                เดเร็กพยักหน้า ช้อนตาสบกับอัล

                งั้นเดี๋ยวฉันเข้าไปซื้อนะคะ อัลไปซื้อผงโกโก้ดีไหมค่ะจะได้ชงกินกับเค้ก

                ได้ๆ งั้นเจอที่ร้านขายของชำตรงนั้นนะโรสอัลชี้ร้านขายของชำร้านเล็กๆ ฝั่งตรงข้ามแล้วจ้ำอ้าวไปอย่างรวดเร็ว สมกับนิสัยร่าเริง ส่วนเดเร็กก็บินวนเวียนอยู่ข้างหัวสีฟ้าที่ประกายล้อแสงทอง

                ท่านหญิงคนสำคัญยิ้มอ่อน ร่างระหงหมุนตัวเปิดประตูร้านเค้ก

                กระดิ่งลมบนประตูส่งเสียงกรุ๊งกริ๊งบอกเจ้าของร้านว่ามีลูกค้ามาเยือน หน้าเคาน์เตอร์ขายของมีร่างหญิงสาวผมเขียวยืนอยู่

โรสส่งยิ้มให้กับเจ้าของร้านร่างท้วม ก่อนจะสั่งของที่ต้องการ

ขอเค้กวานิลลาสตรอเบอร์รี่ค่ะ

ได้จ้ะแม่หนู หญิงร่างท้วมเดินเข้าไปจัดของให้ลูกค้าตัวน้อย ระหว่างนั้นโรสก็สำรวจร้านไปทั่ว พลันสายตาก็มาหยุดที่ร่างระหงของหญิงสาวข้างตัว เธอคนนั้นสูงกว่าโรสมาก ผิวเนียนขาวละเอียด เข้ากับชุดกระโปรงสีชมพูแขนกุดที่สวมทับเสื้อไหมพรมสีนวล แต่ตัดกับแว่นกันแดดสีดำที่หล่อนสวม

ทำไมต้องสวมแว่นด้วยนะแดดก็ไม่ร้อนสักหน่อย

รอเค้กเหรอคะ โรสชวนคุย

                อ่า ค่ะ เธอคนนั้นตอบ พลางกระชับกระเป๋าถักในมือ

                เสียงของหญิงสาวผมเขียวฟังคุ้นโรส สาวน้อยจึงเอียงคองงปนสงสัย

                มาเที่ยวหรือคะ ดูไม่ใช่คนเมืองนี้

                ค่ะ

                ถามก็ตอบแค่...ค่ะ เหมือนไม่ต้องการออกเสียงไปมากกว่านี้ ยิ่งทำให้ข้อสงสัยของโรสเป็นจริง

                หญิงสาวผมเขียวเม้มปากแน่น ตอนนั้นเองที่โรสถอนใจยาว

                พิโอนีตามฉันมาทำไมคะ

                หญิงสาวร่างสูงโปร่งสะดุ้งนิด เหลียวหน้ามองท่านหญิงแห่งเซเลส  มือเรียวถอดแว่นกันแดดออกจากวงหน้ารูปไข่ที่เจือด้วยความรู้สึกผิด

ดวงตาสีเขียวประสานสายตากับดวงตาสีชมพู

                ทราบด้วยหรือคะว่าเป็นฉัน
               
ก็สงสัยตั้งแต่เข้าร้านแล้วค่ะ พิโอนี ฉันมาเข้าค่ายแป๊บเดียวก็กลับ ไม่เห็นต้องตามมาเลย ฉันโตแล้วนะพิโอนี

                สำหรับฉันไม่ว่าเมื่อไร ท่านหญิงก็ยังเป็นเด็กตัวน้อยเท่านั้นแหละค่ะ พิโอนีค้อมศีรษะให้โรส ฉันเป็นห่วงท่านหญิง

                โธ่ ฉันรู้จ้ะพิโอนี แต่พิโอนีต้องหัดปล่อยฉันบ้างนะ โรสเอื้อมมือกุมมือหยาบของพิโอนี ดวงตาสีชมพูสบกับดวงตาสีเขียว

                ท่านหญิงค่ะ ฉันไม่รู้จะได้ดูแลท่านหญิงไปอีกนานแค่ไหน พิโอนีทำเสียงเบา

                ก็ต้องตลอดชีวิตเธอน่ะสิ ว่าแต่ตอนนี้พักอยู่ที่ไหน

                บ้านพักอุทยานหมายเลข 9 ข้างๆ บ้านพักท่านหญิงน่ะค่ะ ฉันสืบว่าอาจารย์สตีเว่นจะพาท่านหญิงกับเพื่อนๆ มาพักที่ไหน ฉันทราบค่ะว่าถ้าอาจารย์ทราบท่านหญิงจะเดือดร้อน แต่ฉันทำใจปล่อยท่านหญิงมาคนเดียวไม่ได้ แม่บ้านคนเก่งตอบ

                โรสทำตาโต หัวเราะคิก

                ใกล้กันเพียงนั้นทำไมฉันไม่เห็นนะ พิโอนีซ่อนตัวเก่งมากเลย อืม แต่ว่าชุดนี้ใส่แล้วสวยมากเลยนะ เหมือนพวกคุณหนูจริงๆ ไว้กลับไปฉันจะซื้อให้ใส่อีก ท่านหญิงชมคนสนิท ดวงหน้าของพิโอนีขึ้นสีเรื่อ

                ขอบคุณค่ะ

                ตอนนั้นเองที่เจ้าของร้านกลับมาพร้อมกับเค้กที่โรสและพิโอนีสั่ง ทั้งคู่จ่ายเงินค่าเค้กแล้วคุยกันอีกสองสามประโยค

                ท่านหญิงออกไปก่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวพวกคุณอัลมาริน่าสงสัยพิโอนีแนะ

                อัลคงล้อฉันแน่ถ้ารู้ ไม่เป็นไรจ้ะ พรุ่งนี้ฉันก็กลับแล้ว เจอกันที่บ้านนะ เสียงเสนาะหัวเราะพร้อมรอยยิ้มหวานอ่อนโยน

                ร่างบางของโรสเดินออกมากจากร้านเค้กที่อบอวลด้วยกลิ่นขนม โดยทิ้งพิโอนีไว้ด้านในร้าน

                                                                     ......................................................

 

                หญิงสาวผมทองสืบเท้าเข้าใกล้ร่างบางผมฟ้าที่ยืนคอยอยู่หน้าร้านขายของชำ ท่านหญิงโบกมือตอบอัลที่โบกมืออย่างซุกซน เมื่อโรสเดินไปตัวอัลและเดเร็ก พวกเขาก็ตรงไปยังจุดนัดพบที่อาจารย์สตีฟนัดไว้เพื่อกลับไปยังบ้านพัก

                พวกเธอไม่ทันสังเกตว่าสายลมพัดแรงราวจะกระโชก  มันพัดพลิ้วเส้นผมสีทองหยักปลายของหญิงสาวผู้หนึ่งที่ยืนหลบมุมร้านขายหนังสือไม่ไกลจากสองคนนั้น

                หญิงสาวคนนั้นสวมกระโปรงฟูฟ่อง เธอหัวเราะก่อนจะหายไปเมื่อสายลมพัดกลับมา

 

                งั้นหรือ พวกมันมาที่นี่หรือ เสียงหวานจากสตรีผู้จิบชายามบ่ายถามผู้รายงาน เจ้าหล่อนกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ชมภาพดอกไม้นอกหน้าต่าง

                ค่ะท่านเซรีน ขาดแค่เจ้าเด็กเซฟิรุสจะจัดการมันที่นี่เลยไหมคะอังโกลเบอด้าถาม

                ไม่ต้อง ข้ายังไม่พร้อมปล่อยพวกมันไปก่อน

                แต่ว่าท่านเซรีนคะ

                ไม่ต้องก็คือไม่ต้อง ร่างกายข้ายังไม่ฟื้นจากมนตราทรานาเฟสที่ใช้ควักหัวใจยายเด็กนั่นดี ข้าไม่ชอบทำอะไรตอนที่ไม่พร้อม ปล่อยให้มันหายใจนานอีกนิดก็คงไม่เป็นไร ข้าต้องไปดูไฮดาซิสก่อน ป่านนี้คงเล่นกับกราเคนเพลินไปแล้ว

                เซรีนกระชับผ้าคลุมไหล่ เดินผ่านร่างระหงของอังโกลเบอด้า

                ตอนนี้ที่ข้าอยากให้เจ้าทำคือดูแลกองกำลังที่อควารีนกับการเจรจากับเหล่าภูติก็พอ เซรีนสั่ง ก่อนเดินอย่างสง่างามหายลับไปกับกรอบประตู

                อังโกลเบอด้าหรี่ตาอย่างขัดใจ

                ดูท่าจะไม่อยากปล่อยมันไปนะ เสียงทักของไอโซพีเทส ทำให้หญิงสาวผมทองเม้มปาก

                แหงสิ อุตส่าห์มาให้เด็ดหัวถึงที่

                นั่นสินะ ฉันก็ยังแค้นแม่เจ้าหญิงไม่หาย ไอโซพีเทสยกมือเสมอตา มองเล็บที่ขัดได้รูป เธอเองก็แค้นไม่น้อยสินะ

                ใช่

                ถ้างั้นไปจัดการมันกันเถอะ

                แต่ท่านเซรีนสั่งว่าให้ปล่อย

                ท่านเซรีนยังไม่แข็งแรงและคงสนใจกราเคนที่คอยเอาอกเอาใจอยู่ ท่านไม่สังเกตหรอกว่าคืนนี้เราหายไปไหน อีกอย่างถ้าเอายายเด็กของไอวารีนมาได้ ท่านเซรีนต้องดีใจแน่

                คืนนี้ อังโกลเบอด้าทวน เลิกคิ้วสูง

                เอาไหมล่ะ ฉันรู้ว่าเธอสืบที่พักของมันได้ภายในสามชั่วโมง

                อังโกลเบอด้าเหยียดยิ้มงาม ดวงตาสีอะเมทิสต์ประกายระริกแบบที่ไอโซพีเทสรู้ว่าข้อเสนอได้รับการตอบรับแล้ว

                                                                                      .......................................
                         
          ภายในห้องจัดรายการสีเขียวอันกว้างขวาง หญิงสาวร่างเล็กลุกขึ้นต้อนรับชายหนุ่มผมทองและสาวน้อยผมทองที่กำลังเดินเข้ามาหา
           "ยินดีต้อนรับค่ะท่านกลาดิโอลัสและโรส เชิญนั่งก่อนสิคะ" มือเล็กเชื้อเชิญแขกตั้งสองนั่งลงตรงโซฟาฝั่งตรงข้าม ก่อนจะยิ้มกว้าง
           "เชิญรับพิตาชิโอมูสกับชาเอิร์ลเกรย์ก่อนสิคะ" เรน่าชวน มองแขกทั้งสองที่กำลังสนใจชา(ราคาแพง) ที่เธอจัดหามา "ท่านกลาดิโอลัสค่ะ ดิฉันขอใช้คำธรรมดาพูดกับท่านนะคะ ราชาศัพท์กับดิฉันไม่ถูกกันสักเท่าใด (ไม่ทราบว่าเรียนผ่านมาได้ไงเช่นกัน)"
          "ไม่เป็นไรเราไม่ถือ" ชายหนุ่มยิ้มละไม ปรายตามองลูกสาวที่กำลังก้มดมกลิ่นชาหอม "ทานอะไรก่อนสิโรส"
          "ค่ะ ท่านพ่อ" โรสจิบชานิด "คุณเรน่าคะ เริ่มการตอบคำถามได้เลยค่ะ"
         "ค่ะ ถ้างั้น นี่ค่ะ" เรน่ายื่นกระดาษคำถามให้โรส สาวน้อยผมทองรับไปอ่านแล้วก็พูดคุยกับพ่อเบาๆ เชิงปรึกษา ในที่สุดท่านหญิงคนสำคัญก็เริ่มอ่านคำถาม
           "คำถามแรกนะคะ จากalittledog อยากรู้ว่าทำไมป๊ะป๊าถึงบอกว่าตนเองเป็นคนที่ทำให้หนูโรสเป็นแบบนี้ละค่ะ อ่า อันนี้ให้ท่านพ่อตอบจะดีกว่านะคะ" ว่าเสร็จเจ้าหล่อนก็วางมือบนแขนหนาของผู้ให้กำเนิด
            กลาดิโอลัสขยับยิ้มให้โรส
           "ครับ อย่างที่ผมอธิบายไปว่า แต่เดิมตระกูลแอตแลนของเราเป็นหนึ่งในตระกูลผู้ใช้เวทที่ทรงอำนาจ แต่ว่าเวลาผ่านไปเราใช้เวทน้อยลง ทำให้เราสูญเสียพลังไปและการที่ร่างกายไม่มีพลังก็ทำให้สภาพร่างกายของเราต่างจากผู้ใช้เวทมนตร์ทั่วไป เมื่อเราเกิดมาเป็นผู้ที่มีพลังคนแรกในรอบร้อยปี ร่างกายของเราจะต่างจากคนในตระกูล และอาจเป็นไปได้ว่า พลังที่ตื่นขึ้นมาของเรา จะปลุกคำสาปที่หลับในสายเลือดของแอตแลน ทำให้ลูกคนแรก" เนตรสีเขียวเหลือบสบดวงตาสีชมพู "ต้องมารับคำสาปแห่งเซเลส พ่อขอโทษนะโรส"
           โรสบีบแขนของกลาดิโอลัสมากกว่าเดิมเหมือนให้กำลังใจ เจ้าหล่อนยิ้มหวาน
            "คำถามที่สองค่ะ จะมีโอกาสไหมค่ะ ที่ให้หนูโรสกลับสู่ตำแหน่งที่แท้จริง อ่า สำหรับคำถามนี้ คงจะเป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ เพราะว่าท่านพ่อประกาศแล้วค่ะว่า เจ้าหญิงองค์แรกสิ้นพระชนม์ไปแล้ว หากความจริงเปิดเผย ก็จะทำให้ประชาชนเกิดความสงสัยในตัวราชวงศ์ ฉะนั้น ฉันอยู่อย่างนี้ก็ดีแล้ว ทำหน้าที่ของเซเลส คอยอยู่เคียงข้างท่านพ่อ แค่นี้ฉันก็พอใจแล้วค่ะ"
            "ช่างเป็นหญิงสาวน้ำใจงามจริง" เรน่าซับน้ำตาที่ไหลออกมาด้วยความซึ้งใจ ส่วนโรสก้มหน้าอ่านคำถามต่อ
           "คำถามที่สาม อยากให้หนูโรสมีโอกาสอยู่กลับครอบครัวเยอะๆ จังเลยค่ะ จะมีโอกาสไหมค่ะ เรื่องนี้มีโอกาสค่ะ คือว่าท่านพ่อเพิ่งคิดแผนให้" โรสสะกิดแขนเสื้อชายหนุ่มให้เขาเป็นคนตอบต่อ เรียกเสียงกลั้วหัวเราะในลำคอของคนโดนสะกิด
            "ตอนนี้เราบอกให้ท่านไซปรัสพาโรสเข้าวังบ่อยๆ โดยอ้างว่าฝึกงานเป็นราชเลขานุการ แต่ว่าที่จริง ให้มาใช้เวลากับเรา แม่และแฮกเซล ซึ่งตอนนี้ยังไม่ใครสงสัยอะไร" เสียงหัวเราะดังขึ้นกว่าเดิม "แถมแฮกเซลยังติดพี่สาวคนนี้มากกว่าเดิมอีก ถึงขนาดจะให้มาเล่นด้วยทุกอาทิตย์"
             "แฮกเซลน่ารักมากเลยค่ะ" โรสหน้าแดง "คำถามข้อต่อไปนะคะ จากนักเดินทางแห่งห้วงภวังค์ เข้าใจอยู่ว่าความลับหากเปิดเผยแม้แต่กับแม่และแฮกเซลจะทำให้มีพิรุธ...แต่ก็...หาวิธีหน่อยได้ไหมคะ งานในฐานะองค์ราชาหนักไหม? แฮกเซลจะได้เป็นรัชทายาทจริงๆหรือ อันนี้ต้องให้ท่านพ่อตอบละคะ"
             "วิธีหรือ" กลาดิโอลัสทวน "มันก็มีอยู่หรอก แค่เรากลัวว่า ตอนนี้ถ้าบอกอันโดรเมด้าไปว่าโรสคือลูก เรากลัวว่าเธอจะยืนกรานรับโรสมาเลี้ยง เพราะเธอเองก็เป็นแม่ที่รักลูกมาก อีกอย่างถ้าความลับรั่วออกไป คงไม่ส่งผลดีต่อฐานะเจ้าหญิงรัชทายาทของแฮกเซล ไว้ให้ฐานะรัชทายาทของแฮกเซลมั่นคงก่อน ส่วนงานของราชาหนักไหม หนักครับ แต่ว่าเราเกิดมาในจุดที่เหนือกว่าคนทั่วไป เราก็ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่หนักกว่าคนทั่วไปเช่นกันครับ งานของเราคือการรับผิดชอบชีวิตคน ซึ่งมันต้องเป็นงานหนักแน่นอน 
             ส่วนเรื่องราวฐานะของโรสจะเปิดเผยหรือไม่ จะเป็นอย่างไรต่อไปก็ต้องติดตามภาค 4 นะครับ ทุกอย่างขึ้นกับความเหมาะสมและเวลา คอยดูว่าหัวหน้าเซเลสคนใหม่กับเจ้าหญิงรัชทายาทจะร่วมมือกันอย่างไร"
            "สำหรับคำถามวันนี้หมดแล้วนะคะ" โรสเอียงคอ ป้องปากกระซิบ "ส่วนบางคำถามไว้ตอบตอนมากับเซดริกสัปดาห์หน้านะคะ ขืนตอบตอนนี้ ท่านพ่อคงเป็นลมแน่ๆ"
          เรน่าหัวเราะคิกคัก รู้ดีว่าคำถามนั้นเกี่ยวอับเรื่องอะไร ก็จะเป็นอะไรได้ละ ถ้าไม่ใช่เรื่อง...วาย
          "แล้วก็สำหรับคำถามที่ส่งเข้ามาดอฉันจะเก็บไว้ถามค่ะ อาทิตย์หน้าเป็นเซดริกและโรส ส่วนอาทิตย์ถัดไปเป็นลูเซียกับโซฟอสค่ะ ส่วนวันนี้ทำไมหน้าห้องเงียบๆ นั่นเป็นเพราะ ยายตัวแสบมาไม่ได้ค่ะ เพราะโดนมหาเวทรัตติกาลลากไปกินบุฟเฟต์เค้ก แต่อาทิตย์หน้าคิดว่ามาแน่ค่ะ สำหรับอาทิตย์นี้ต้องขอบคุณแขกรับเชิญทั้งสองท่านมากค่ะ"
       เรน่าค้อมหัวให้ราชาและท่านหญิง ก่อนเอ่ยปิดรายการ
       "แล้วเจอกันสัปดาห์หน้าค่ะ"


           
            




ของว่างของพ่อลูก คนแต่งเห็นแล้วอยากกิน >0<


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

1,838 ความคิดเห็น

  1. #1078 DawwyJung (@dawwyjung) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2553 / 21:39
    เค้กน่ากิน ~.~
    #1078
    0
  2. #747 ภัททา (@--phatta--) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2553 / 00:13
     โอ้วว เค้กน่ากินจังค่ะ ถ้าพี่ว่างๆไปอ่านนิยายของหนูมั่งนะคะ เงียบหงาๆ คอมเม้นท์ด้วยยิ่งดีใหญ่เลยค่ะ ^^
    #747
    0
  3. วันที่ 25 มิถุนายน 2553 / 21:14
    รักพี่เรน...ฮิๆ
    เฮ้อ...ดีจัง...
    เห็นเค้กแล้วอยากกิน
    พรุ่งนี้ไควท์จะรออ่านไอริสนะคะ
    อ้อ...ถ้าพี่ว่าง...ไปเม้นนิยายหนูหน่อยได้ป่าว
    มันเหงาอ่า
    #744
    0
  4. #743 inasba (@nassang) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2553 / 16:18

    เห็นของหวานแล้วอยากกินจริงๆ

    #743
    0
  5. #741 fisho-robot (@killua39) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2553 / 15:56

    ทำไมโบ้ยฉากวายไปแบบนั้นล่ะ T T

    #741
    0
  6. #738 แอน (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2553 / 15:21
    ว้าว....บังเอิญมากเลยค่ะ เข้ามาเจอตอนใหม่พอดี อิอิ อ่านให้ฉ่ำปอด
    #738
    0
  7. #736 alittledog (@alittledog) (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2553 / 07:03
     รักคนแต่งที่สุดเลยค่ะ
    #736
    0