Silver night อภินิหารมังกรราตรีสีเงิน (จบแล้ว พักการรีไรต์)

ตอนที่ 82 : ตอนที่ 15 รุกคืบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5046
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    30 ก.ค. 53

 

      
           

          สวัสดีค่ะสำหรับสัปดาห์นี้ทุกคนคงสอบกลางภาคเสร็จแล้วใช่ไหม ยกเว้นยายคนแต่งไม่เป็นไร เพราะการสอบกับคณะเราถือเป็นของคู่กันแบบไม่รู้จะสอบบ่อยไปไหน =w=เอาเถอะๆ ชินละค่ะ ปีสี่แล้วนี่นา
 ในตอนนี้อัลน้อยๆของเราจะแสดงทักษะบางอย่างให้อึ้งทึ่งกันทักษะที่แต่เดิมเซดริกให้คะแนนติดลบยิ่งกว่าการทำอาหารซะอีกจะเป็นอะไรนั้นต้องไปดูกัน และขอบอกว่าเรื่องบางเรื่องที่เพื่อนๆสงสัยในตัวใครบางคนจะได้รับการเฉลยในตอนนี้ค่ะ!

..............................................................

                ผืนน้ำแผ่กว้างทั่วบริเวณไกลสุดลูกหูลูกตาใต้ผืนฟ้ารัตติกาลที่เงียบสงบ ดวงดาวทอแสงบนฟากฟ้า สายลมคลอเคลียกับพื้นน้ำสีน้ำเงินเข้ม

                เรือหาปลาสีขาวลำหนึ่งลอยอยู่ในทะเลยามค่ำคืน ปราศจากสิ่งใดๆ แวดล้อม ชายผมม่วงหลังตานั่งชันเข่าอยู่แถวกราบเรือ เขาทำเช่นนี้เนิ่นนานนับชั่วโมง พลันชายหนุ่มก็เปลี่ยนกิริยา เมื่อรู้สึกถึงความเคลื่อนไหวบางอย่างรอบกาย ผืนน้ำตรงหน้าเขาสั่นไหวเป็นจังหวะราวเต้นตามเพลง อึดใจต่อมาร่างระหงร่างหนึ่งก็ผุดจากวารีเย็นเยียบ พร้อมเสียงร้องหวีดหวิวเป็นทำนองคีตาจากบรรดาผู้ติดตามซ้ายขวา

                ดวงตาสีมรกตเปิดออก พร้อมร่างสูงที่โค้งคำนับแด่ร่างงดงามที่ซ่อนในเสื้อสีฟ้ากรอมเท้า เส้นผมและใบหน้าของเจ้าหล่อนมีผ้าสีขาวบางเบาปิดบังครึ่งร่างอยู่ทำให้เห็นไม่ชัดเจน ผ้านั้นคลุมหลังจรดผื้นน้ำ บนหน้าผากมีเครื่องประดับคืออัญมณีสีฟ้าแกมเขียวที่ร้อยกับสังวาลมุก

                คราวนี้เปลี่ยนคนหรือ แล้วผู้หญิงผมทองไปไหนซะล่ะผู้มาใหม่ถาม

                อังโกลเบอด้าโดนท่านเซรีนสั่งลงโทษฐานละเมิดคำสั่งครับท่านเมอริน่ากราเคนตอบเงยหน้าสบผู้สูงศักดิ์แห่งท้องทะเล

                งั้นหรือ เช่นนั้นก็สมควรแล้ว เพราะเท่าที่ข้าสัมผัส นางมีแต่ความบ้าคลั่งและหลงใหลในตัวเซรีน ริมฝีปากได้รูปหลังผ้าโปร่งกล่าว เธอขยับมือเรียกแอ่งน้ำบังเกิดใต้เท้าของกราเคน นัยน์ตาสีฟ้าใสมองชายหนุ่มดุจจะประเมินค่า สักพักเสียงหวานก็เอื้อนเอ่ย

                เจ้าชื่ออะไรหนุ่มน้อย

                กราเคน โรซาสครับ

                ภูติสาวสยายยิ้มให้จอมเวทพสุธา

                เจ้าเองก็ไม่ต่างกัน หลงใหลในเซรีน แต่จะเพิ่มขึ้นมาคงเป็นความรักที่มอบให้ได้ทุกสิ่ง สายน้ำมันบอกข้าเช่นนั้นเมอริน่าขยับมืออีกครั้ง แอ่งน้ำใต้เท้าจอมเวทพสุธาระเหยไป

                กราเคนไม่ปฏิเสธ

                เจ้าเองดูจะดีกว่าใครๆ ที่เข้ามาเจรจากับข้า แต่ยังไงข้าก็คงต้องตอบคำเดิม ข้าขอปฏิเสธ

                ท่านเซรีนเองก็มีสายเลือดของกัวมาริแนร์เจ้าหนุ่มว่า

                เจ้ากำลังจะพูดต่อว่าเขาเองก็เป็นหลานของข้าเหมือนกัน เขามีสายเลือดของท่านพี่เมอลัสเหมือนอเวเจอรีน แต่ในฐานะจ้าวแห่งภูติสมุทรตนใหม่ข้าเห็นต้องปฏิเสธ

                เมอริน่าหลุบตามองทะเลเบื้องล่าง ผืนน้ำสีน้ำเงินอันล้ำลึกซ่อนบางสิ่งไว้จากผู้คน

                ใต้เท้าข้ามีอาณาจักรริเวเทียหลับใหลอยู่ ด้วยสำนึกของน้องสาว ข้ามีหน้าที่ดูแลรักษาอาณาจักรที่พี่ชายสร้างขึ้นให้ปลอดภัยจากการรุกรานอันไม่ควร รวมถึงการรุกรานของพวกกบฏด้วยเช่นกัน

                ใช่สิ ผ่านมาสามร้อยกว่าปีแล้วตั้งแต่พวกเขาก้าวออกจากนครแห่งสายน้ำ และสามร้อยกว่าปีนั้นเขาหรือคนอื่นๆ ก็ไม่เคยเหยียบลงไปที่แผ่นดินริเวเทียได้อีกเลย เนื่องจากการอารักษ์ของเมอริน่า...จ้าวแห่งภูติสมุทรตนใหม่

                กราเคนคิดพร้อมหรี่ตาลงอย่างไม่พอที่โดนปรามาส อาการของเขาทำให้ภูติสมุทรอีกสองตนด้านหลังเริ่มเคลื่อนไหว พวกเขายื่นหน้ามาใกล้กราเคน ทั้งคู่มีผิวขาดซีด เส้นผมสีน้ำเงินใสและหูเหมือนครีบปลา แต่ตนหนึ่งเป็นผู้หญิง อีกตนเป็นผู้ชาย

                ดวงตาสีดำของทั้งคู่จ้องกราเคนเหมือนกำลังปกป้องผู้นำของตน

                อย่าเสียมารยาทเอวิ เรลิเมอริน่าสั่งให้ทั้งคู่ถอยฉากไป เอวิและเรลิดูไม่พอใจเท่าไรที่ไม่ได้จัดการชายหนุ่มผมม่วง

                ท่านไม่ร่วมมือแน่ๆกราเคนถามย้ำ

                อย่างที่กล่าวไป ข้าไม่มีวันร่วมมือกับเซรีน แน่นอนข้ารู้ว่านางเก่งและฉลาด แต่บางครั้งความสามารถแค่นั้นก็ไม่เพียงพอที่จะปกครองคน และประทับบนบัลลังก์ห้วงสมุทร เทิดหัวใจแห่งสายน้ำไว้เหนือหัว เมอริน่าสบตากับกราเคน ตอนนี้อเวเจอรีนยังคงเป็นราณีอาณาจักรแห่งผืนน้ำ

                แต่สักวันมันต้องเปลี่ยน นางไม่มีทางเอาอาณาจักรนี้ขึ้นจากใต้น้ำได้แน่ หัวใจแห่งสายน้ำเลือกนายใหม่แล้ว เท่ากับนางเสียพลังไปแล้วกึ่งหนึ่ง ชายผมม่วงพูดด้วยท่าทางน่าเชื่อถือ เขาสืบเท้ามาใกล้เมอริน่าอีกก้าว ท่านก็รู้ว่าใครก็ตามที่สูญเสียหัวใจแห่งน้ำไป จะไม่มีวันแห่งมันมาครองเป็นครั้งที่สอง

                ข้าสัมผัสได้ว่าตัวตนของหัวใจแห่งสายน้ำถูกมหาเวทรัตติกาลทำลายไปแล้ว เหลือเพียงพลังที่เวียนไหลในกายของผู้ครอบครองเท่านั้น แล้วเซรีนยังคิดว่าจะครองมันได้อยู่อีกหรือ ข้าเดาว่านางต้องใช้มนตรากักพลังไว้ในวัตถุ...ทรานาเฟสเหมือนอย่างที่เทียร่าทำแน่ๆ ถึงตรงนี้แก้วตาสีเขียวของชายผมม่วงก็สั่นเล็กน้อย ภูติสาวจึงแย้มยิ้ม งั้นหรือใช้ไปแล้ว แต่ไม่สำเร็จสินะ เช่นนั้นเราต้องดูกันต่อไป ว่านายของเจ้าจะได้หัวใจแห่งสายน้ำมา หรือว่านายใหม่ของมันจะครองนครนี้เองดวงตาสีฟ้าใสของเมอริน่ามีแววเยาะหยัน

                ร่างสูงของกราเคนเริ่มเกร็งแข็ง เมื่อรู้ว่าการเจรจาครั้งนี้ล้มเหลวแน่นอนแล้ว

                แต่ข้าก็ขอบอกก่อนว่า ไม่ว่าใครที่คิดจะครองริเวเทียต้องผ่านการทดสอบข้าก่อน ไม่ใช่แค่ของท่านพี่เมอลัส เจ้าเองก็บอกเซรีนด้วยละหนุ่มน้อย ข้าเห็นทีต้องขอลา สิ้นคำร่างของภูติสาวพร้อมกับผู้อารักขาก็จมลงไปในน้ำทะเลอันเย็นเยียบ เส้นผมสีฟ้าของเมอริน่าแผ่สยาย ดวงตาสีฟ้าเรียวหรี่ลง ก่อนจะทิ้งประโยคสุดท้ายไว้ให้กราเคน

                ข้ากำลังรอผู้ครองหัวใจแห่งสายน้ำอยู่ มิใช่หญิงสาวผู้ผิดหวังและไม่อาจเข้าถึงความหมายที่แท้จริงของหัวใจแห่งองค์ราณี

                สายน้ำวนรอบจุดที่เคยมีร่างราณีแห่งภูติสมุทรยืนตระหง่าน ก่อนจะสลายตัวกลายเป็นเพียงผิวน้ำที่แผ่วพลิ้วตามพระพาย กราเคนมองภาพนั้นราวสองนาที ก่อนยกแขนซ้ายขึ้น กดปุ่มที่นาฬิกาข้อมือสีดำ

                ขอโทษครับท่านเซรีน การเจรจาครั้งสุดท้ายกับท่านเมอริน่าล้มเหลวครับ

                ไม่เป็นไร อังโกลเบอด้ายังทำไม่ได้ ข้าก็แค่ส่งเจ้าไปลอง แล้วเจ้าปลอดภัยดีหรือเสียงหวานดังขึ้น

                ครับ

                ดีแล้ว เมอริน่าว่าอย่างไรบ้าง

                นางบอกว่า จอมเวทพสุธากำลังหาคำที่ฟังขึ้นนอกจากคำว่ากบฏ ตอนนี้อเวเจอรีนยังคงเป็นราชินีอยู่ และนางจะไม่ร่วมมือกับท่าน แม้ว่าท่านจะมีสายเลือดของกัวมาริแนร์ก็ตาม

                นางว่าข้าเป็นกบฏสินะ เสียงหัวเราะสูงต่ำดังขึ้นอย่างชวนขนลุก แล้วว่าอย่างไรอีก

                ไม่มีแล้วครับ กราเคนปด

                อย่าโกหกข้ากราเคน เซรีนกล่าว เจ้าเป็นคนเดียวที่ข้าวางใจนะ

                เรื่องนั้นเขารู้ดี...เพียงแต่ไม่อยากให้ทำเธอช้ำใจเท่านั้น

                กราเคนไม่ยอมปริปาก ช่วงเวลานั้นมีเพียงความเงียบที่เริ่มบรรเลงทั่วพื้นที่ ชั่วอึดใจชายหนุ่มปรือตาลง

                นางบอกว่านางกำลังเฝ้ารอผู้ครองหัวใจแห่งสายน้ำอยู่ มิใช่หญิงสาวผู้ผิดหวังและไม่อาจเข้าถึงความหมายที่แท้จริงของหัวใจแห่งองค์ราณีครับ

                งั้นหรือ สุดท้ายทุกคนก็เข้าข้างอเวเจอรีนสินะ

                จอมเวทพสุธาไม่ยอมสานต่อบทสนทนา

                แต่ทำไมนางถึงมั่นใจในตัวอเวเจอรีนขนาดนั้น หรือว่า... เสียงปลายสายเงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะตามมาด้วยการระเบิดเสียงหัวเราะ

กราเคนชักมุ่นคิ้ว เอะใจว่านายหญิงคงคิดอะไรบางอย่างออก

อย่างนี้สินะ อย่างนี้นี่เอง ข้าจะทำให้เมอริน่ารู้ว่าข้ากับอเวเจอรีนใครแข็งแกร่งกว่ากัน! กราเคนบอกกองกำลังที่อควารีนว่าให้เตรียมตัว อีกไม่นานข้าจะลงมือ ข้าจะบุกไปหาคนที่อเวเจอรีนหมายตาให้เป็นทายาทต่อจากนางและจะกระชากแผนการที่นางปิดบังไว้

แม้จะสงสัยว่าแผนการของอเวเจอรีนที่เซรีนพูดถึงคืออะไร แต่กราเคนก็รับคำสั่งแต่โดยดี ชายหนุ่มค้อมหัวพร้อมกับกดปุ่มจบบทสนทนา ร่างสูงสืบเท้าเข้าหาห้องบังคับการเพื่อออกคำสั่งกับลูกน้องที่กำลังคุมพวงมาลัยของเรือ

                กลับเข้าฝั่งได้

                ครับท่านกราเคน

                เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มผืนน้ำอันเงียบงัน ฟองสีขาวอันเกิดจากหางเสือลอยเป็นทางที่เรือมุ่งหน้า ลมเย็นโชยปะทะหน้าของชายหนุ่มผมม่วง ที่บัดนี้เดินไปยืนตรงหัวเรือพลางจ้องในความมืดที่รายล้อม

กลับเข้าฐานเลยใช่ไหมครับท่าน เสียงคนขับเรือถาม

                อืม

                ชายหนุ่มผมม่วงขานตอบ พลันเขาก็มือขึ้นเสมอตา มือของเขาในยามนี้ขาวสะอาดหมดจด แต่หากหลับตาสิ่งที่เขาเห็นมีเพียงสีแดงฉานของโลหิตที่หยาดริน

                นายเองก็พอเถอะนะกราเคน เสียงมหาเวทรัตติกาลที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นรุ่นพี่ที่เขาเคารพนับถือ แม้รุ่นพี่คนนั้นจะไม่ค่อยแสดงออกทางสีหน้า แต่เขาเองก็รู้ดีว่ารุ่นพี่เอ็นดูเขาขนาดไหน ถึงได้พยายามเตือนหนักเตือนหนาตลอดเวลาที่ผ่านมา

                ทันใดนั้นมือหนากร้านกำแน่นจนขึ้นเส้น มือคู่นั้นสั่นระริก

                ขอโทษนะดาร์ซี แต่ฉันถอยไม่ได้อีกแล้ว...

 
                                                                   .......................................................


                อรุณสวัสดิ์โรสเป็นไงบ้าง อัลกล่าวทักทายเพื่อนสาวที่ตอนนี้ย้ายมาอยู่บ้านเธอเรียบร้อย หลังจากคืนที่โรสมาพักที่บ้านเธอ รุ่งเช้าท่านหญิงก็รีบโทรไปถามคุณพ่อ ซึ่งก็ได้รับอนุญาตจากกลาดิโอลัสอย่างง่ายดาย จนอัลและเซดริกต้องหันหน้ามามองกัน ส่วนเดเร็กก็นอนกลิ้งบนหัวเธออย่างไม่สนใจใคร ถึงแม้จะผิดคาดไปหน่อย แต่ว่า...นั่นก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ

                หลังจากวันนั้นสองวัน โรสจัดการยกเลิกสัญญาเช่าหอแล้วย้ายมาอยู่ที่บ้านไอวารีน หญิงสาวนำเพียงแค่ของที่จำเป็นมาและของที่มีคุณค่าทางจิตใจเท่านั้น ส่วนของอย่างอื่น โรสก็ส่งกลับไปไว้ที่บ้านเซเลสในเมืองวิริเดี้ยน

อัลยื่นหน้าเข้ามาในห้องพักแขกที่กลายเป็นห้องนอนของโรส เตียงนอนขนาดใหญ่แวดล้อมด้วยหนังสือและของตกแต่งทำจากมือ เช่นตุ๊กตาและผ้าปัก อีกมุมวางอุปกรณ์วาดรูปพร้อมรูปที่วาดเสร็จแล้ว

                ดวงตาสีแดงปรายมองภาพวาดสีน้ำมันของหญิงสาวผมเขียว...พิโอนี โมนาราสเซล นางแบบในภาพกำลังยิ้มอย่างอ่อนโยนพลางจับผมที่สะบัดไหวด้วยแรงลมใต้ต้นไม้ที่แผ่กิ่งก้าน

                สวัสดีค่ะ โรสในชุดนักเรียนที่กำลังเล่นกับบัตเตอร์คัพหันหน้ามาส่งยิ้ม

                แม่ให้มาตามโรสไปทานข้าวเช้าน่ะสาวน้อยผมฟ้ายืนพูดตรงกรอบประตู โรสปัดเสื้อหยิบกระเป๋าสะพายใบใหญ่สีน้ำตาลอ่อนเดินมาสมทบกับอัล ทั้งคู่เดินลงบันไดเคียงข้างกัน

                เดเร็กละคะโรสถามถึงมังกรน้อยที่มักจะนอนหลับบนหัวเพื่อนสาวเสมอ

                เสนอหน้าลงไปช่วยจัดโต๊ะแล้ว อัลหัวเราะเบาๆ วันนี้ของโปรดเดเร็กน่ะ ผักโขมอบชีสเลยกุลีกุจรไปช่วยแม่จัดโต๊ะ

                งั้นหรือค่ะ ไม่ยักรู้ว่าเดเร็กก็มีมุมน่ารักแบบนี้เหมือนกันนะคะเสียงหวานหัวเราะคิกคัก

                อัลระบายลมหายใจตอนที่เดินมาถึงห้องครัว เธอใช้มือยันกรอบประตูห้องมองเจ้ามังกรน้อยที่นั่งโบกหางบนโต๊ะกินข้าว พลางพูดคุยกับลูเซียและโซฟอสด้วยเรื่องที่อัลตั้งหัวข้อให้ว่า...การสนทนาของคนแก่

                เดเร็กเหลียวหน้ามองอัล แล้วส่งยิ้มทางสายตา

                สาวน้อยยิ้มตอบเจ้ามังกร

                ทำไมเธอรู้สึกเหมือนกับเดเร็กจงใจเปิดช่องให้เธออยู่กับโรสสองคนนะ เดเร็กจะคิดเรื่องละเอียดอ่อนอย่างนี้ด้วยเหรอ

                คิดพลางทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ประจำตัว สาวน้อยนั่งฟังแม่กับโรสทักทายกัน นาทีถัดมาผักโขมอบชีสก็วางลงตรงหน้าอัล พลันคิ้วเรียวก็เลิกคิ้ว เมื่อเห็นปริมาณของผักโขมและชีสที่ไม่เท่ากัน

                เดเร็กบอกว่าลูกชอบกินชีสมากกว่าผักโขมน่ะ เขาเลยขอผักโขมไปแล้วเอาชีสส่วนของเขามาให้ลูกแทนลูเซียที่เดาความสงสัยของอัลออก ตอบคำถามคาใจลูกสาวด้วยน้ำเสียงที่อัลฟังไม่ผิดมันมีแววกึ่งล้อเลียนนิดๆ

                อัลทำปากยื่น ตวัดตามองคู่หูที่กำลังโซยผักโขมอย่างเอร็ดอร่อย

                อยากกินก็บอกมาเถอะนายน่ะ

                ความคิดแรกผุดขึ้นในใจอัล แต่พอคิดไปคิดมามันก็จริงอยู่ว่าเธอไม่ค่อยชอบผักโขม ทุกครั้งที่กินผักโขมเธอจะแอบเขี่ยทิ้งโดยไม่ให้แม่เห็น

                เดเร็กสังเกตเห็นเรื่องนี้ด้วยเหรอ...หรือบางทีเขาอาจจะเป็นคนละเอียดอ่อนกว่าที่เธอคิดก็ได้

                หลังจากกินข้าวเช้าเสร็จอัล โรส เดเร็กก็เคลื่อนพลไปนั่งเล่นที่โซฟาในห้องนั่งเล่นเหมือนท่าทางกำลังรอใครอยู่ ฝ่ายลูเซียกับโซฟอสก็ชินเสียแล้วกับพฤติกรรมที่เริ่มต้นตั้งแต่วันที่โรสมาอยู่ที่นี่ พ่อและแม่จึงเอาแต่ยืนดูพวกเด็กๆ คุยกัน

ไม่นานเสียงกดออดดังขึ้น สาวน้อยผมฟ้าก็รู้ว่าเป็นสัญญาณไปโรงเรียนได้แล้ว เธอโบกมือให้พ่อกับแม่ที่มาส่งตรงทางเดินหน้าประตูบ้าน
               
เดี๋ยวนี้เซดริกมารับทุกวันเลยนะ คนเป็นพ่อตั้งข้อสังเกต

                อัลหัวเราะคิก หลิ่วตาให้พ่อบังเกิดเกล้าตอนที่เปิดประตูบ้านออกไปหาญาติผู้น้องที่ยืนรอรับอยู่

                ก็แฟนเขาอยู่ที่นี่นี่คะคุณพ่อ” 

                                                                 ..........................................................

 

                เธอไปพูดแบบนั้นกับคุณลุงได้ยังไงเซดริกส่งเสียงประท้วง มือหนาจับแฮนด์จักรยานแน่นเกินกว่าปรกติ ริมฝีปากเม้มแน่นพร้อมดวงตาที่ตวัดมองพี่สาว

                อัลเหล่ตามองดวงตาที่คมกริบดุจคมดาบของน้องชาย

                ก็เรื่องจริงร้อยวันพันปีไม่เห็นจะมารับพี่สาวสุดรักอย่างฉันไปโรงเรียน พอโรสมาอยู่บ้านฉันปุ๊บ หึๆ ดิ่งมาเชียว

                เดเร็กที่ได้ฟังประโยคแหย่น้องเกินเหตุของอัลก็ได้แต่โคลงหัว ก่อนจะหันไปมองโรสที่ขี่จักรยานตามอยู่ด้านหลัง ใบหน้าของท่านหญิงแห่งเซเลสแดงระเรื่อเหมือนสีกุหลาบ

                ในที่สุดเหมือนเซดริกจะทนไม่ไหว

                เงียบน่าอัล ถ้าไม่เงียบวันนี้ในชั่วโมงภูติคำนวณฉันจะไม่ช่วยเธอนะ!”

                นายทำงี้ไม่ได้นะ!” เสียงใสแว้ดกลับทันใด แต่อัลก็ทำอะไรไม่ได้มากกว่านี้เนื่องจากเซดริกเร่งความเร็วจักรยานไปถีบนำหน้าเธอเสียแล้ว

                หลุดมาได้ซะที

                เซดริกลอบถอนใจโล่งอก ความจริงแล้วเขาไม่ได้โกรธพี่สาวอะไรมากนัก ด้วยชินเสียแล้วกับนิสัยเด็กไม่ยอมโตแต่ที่เขาทำท่าอย่างนั้น เขามีเรื่องที่ต้องการใช้ความคิดคนเดียวต่างหาก

                นัยน์ตาสีท้องฟ้าหลุบมองพ็อกเก็ตโฟนบนข้อมือซ้าย นึกถึงวันรุ่งขึ้นหลังจากที่เขาไปค้างบ้านอัล คุณป้าลูเซียนำพ็อกเก็ตโฟนของเขามาให้พร้อมกับพ็อกเก็ตโฟนของอัล

                เมื่อวานพอคุณโบรีสต์รู้ว่าเซดริกจะมาค้างที่นี่ เขาก็ฝากมาคืนน่ะจ้ ะ ว่าจะคืนตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว แต่น้าลืม เพิ่งนึกได้เมื่อกี้ ดูสิยิ่งแก่ยิ่งขี้ลืม

                แปลก...คำพูดนั้นมันแปลกมากๆ ในความคิดของเซดริก ทำไมท่านพ่อถึงฝากมันมากับคุณป้า ปรกติท่านไม่ชอบฝากของให้ใครผ่านคนอื่น อีกทั้งคุณป้าเป็นคนความจำดียิ่งของมีราคาแบบนี้ท่านไม่มีทางลืมคืนเกินวันแน่ๆ ทว่าพอเขาโทรไปถามท่านพ่อ ท่านพ่อก็ยืนยันว่าท่านฝากคุณป้าคืนมันให้เขาจริงๆ แถมพอเขาเปิดเช็กระบบก็ไม่พบอะไรที่ผิดปรกติ ยกเว้นระบบใหม่ที่ท่านพ่อไปอัพเกรดมาให้

                หรือว่าเขาจะคิดไปเอง

                เซดริกพยายามคิดในแง่ดี กระนั้นความคิดของเขาในหลายวันที่ผ่านมาก็วนเวียนกลับมาสู่คำพูดแปลกๆ ของคุณป้า และพฤติกรรมที่ไม่สมเหตุสมผลของพ่อ

                เขารู้ดีว่าไม่ควรระแวงคนในครอบครัว แต่เขารู้สึกว่ากำลังมีบางอย่างที่เขาอธิบายไม่ได้เกิดขึ้น และเหตุผลที่อธิบายไม่ได้ ไม่ใช่เพราะมันเป็นเหตุการณ์เหนือธรรมชาติ หากเป็นเพราะเขายังไม่รู้ข้อมูลทั้งหมดต่างหาก 

                เซดริกกลืนน้ำลายลงคอยากเย็น หูได้ยินเสียงโวยวายของพี่สาวแว่วเข้าหูที่ชวนให้สบายใจว่าเจ้าหล่อนยังปรกติดี แต่หัวใจเซดริกกลับหนักอึ้งอย่างบอกไม่ถูก

                วันนี้ทำไมเขารู้สึกสังหรณ์ไม่ดีเลย

 
                                                                                 .........................................

                ชั่วโมงภูติคำนวณอันแสนทรมานในช่วงเช้าผ่านไปอย่างเชื่องช้า อัลต้องคอยปั้นหน้าตั้งใจเรียนไม่ให้อาจารย์ราเซทเกิดพิศวาสเธอเกินเหตุ จนเรียกลงไปคำนวณหาความน่าจะเป็นที่การต้มยาแก้ไข้จะผิดพลาดในการปรุงยาสิบครั้ง นัยน์ตาสีแดงคอยเหลือบมองน้องชายที่นั่งไม่พูดไม่จามาตั้งแต่ต้นคาบ สงสัยเซดริกจะทำตามคำพูดว่าจะไม่ยอมช่วยเธอตลอดทั้งชั่วโมง ครั้นจะหวังขอความช่วยเหลือจากมังกรหนุ่มบนหัวก็ไม่ได้ เพราะเธอคงหูชาหลังได้รับความช่วยเหลือเป็นแน่ ส่วนโรสก็เอาแต่นั่งจดหยิกๆ ไม่สนใจใคร

                เสียงระฆังหมดเวลาเปรียบเสมือนเสียงสวรรค์สำหรับอัล สาวน้อยจอมซนโลดลิ่วไปกินข้าวเที่ยงก่อนเข้าเรียนชั่วโมงบ่ายอย่างเปรมปรี

                วิชาเวทมนตร์....

                เสียงบรรยายเกี่ยวกับทฤษฎีเวทมนตร์บทใหม่ดังก้องทั่วห้องฝึกเวทมนตร์ทรงกลม โดยมีนักเรียนร่วม 15 ชีวิตนั่งฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ อาจารย์แคสซานดร้าวาดมือทำท่าทางประกอบให้นักเรียนเข้าใจให้ถ่องแท้ จากนั้นก็จะเป็นการจับคู่เพื่อฝึกซ้อมเวทมนตร์บทที่เรียนไป สำหรับในวันนี้เป็นมนตร์ลอยตัวที่สนุกสนาน พวกเด็กๆ ทำตาแป๋วอยากให้ถึงเวลาจับคู่เร็วๆ และเมื่อถึงเวลาฝึกซ้อม ร่างนักเรียนปี 2 ห้อง B ก็ลอยทั่วห้องฝึกเวทมนตร์

                ลงมาได้แล้วเซดริกมุ่นคิ้วมองร่างพี่สาวที่กำลังทำท่ากระพือปีกเหมือนนก

                อัลก้มหน้ายิ้มให้เซดริก

                ไม่เอา กำลังสนุก

                งั้นจะให้เดเร็กขึ้นไปจัดการนะ ชายหนุ่มผมเงินหลับตาชี้นิ้วยังมังกรราตรีสีเงินที่กำลังเกาะบนบ่าหนา

                เดเร็กหรี่ตาวาววับลงเพื่อขู่อัล

                ง่าลงก็ได้สาวน้อยยอมทำตามโดยดี ร่างบางพลิกตัวเป็นท่ายืนกลางอากาศ ปากอิ่มเอ่ยคาถาคลายมนตร์

                ร่างเพรียวกระโดดลงสู่พื้นอย่างสวยงาม กางแขนทำท่าราวได้สิบคะแนนเต็ม ก่อนจะได้รับรางวัลเป็นมะเหงกหนึ่งลูกจากเดเร็ก

                เซดริกโคลงหัว เขาพึมพำเวทลอยตัว พริบตาร่างสูงก็ลอยสูงพลางเดินทอดน่องเหมือนอยู่บนพื้นดิน เรียกสายตาทึ่งๆ จากเพื่อนในห้อง กระทั่งอาจารย์สาวยังชมพร้อมรอยยิ้ม

                เก่งมากจ้ะเซดริก ทุกคนเห็นไหม อย่างที่ครูบอกเวทบทนี้อาศัยธาตุลมเป็นหลัก เด็กธาตุลมจึงได้เปรียบกว่าเด็กธาตุอื่นๆ เห็นไหมว่าถ้าคุมได้มันจะมีประโยชน์ในการเดินทางมากทีเดียว เราอาจจะข้ามเหวได้ด้วยมนตร์บทนี้ แต่ต้องมีสติดีๆ นะ เพราะถ้าสติหลุดเมื่อไรพวกหนูร่วงลงไปเละแน่

                แค่เธอลอยตุบป่องได้ก็ว่าดีแล้ว เจ้าน้องชายเธอนี่มันสุดยอดจริงๆ

                เอาตำแหน่งนักเรียนดีเด่นไป 10 ปีเลยน้องรัก!” หญิงสาวผมฟ้าโบกมือ

                เธอจะให้ฉันซ้ำชั้นอยู่ที่นี่หรือไงตั้ง 10 ปีน่ะ ชายหนุ่มเลิกคิ้ว เขาส่งเสียงดุตอบพี่สาว พลันสายตาก็ไปประสานกับโรสที่กำลังยิ้มให้ ชายผมเงินจึงก้มหน้าเกาแก้มเก้อๆ

                อัลลอบยิ้มกับความขี้อายของน้องชายและความน่ารักของโรส ทว่าความคิดเรื่องเซรีนก็มาขัดจังหวะความสุข อัลรู้สึกสังหรณ์ไม่ดีเลยตั้งแต่เช้า แต่ว่าต้องยิ้มกลบเกลื่อนไว้

                ถ้าไม่เกิดอะไรขึ้นก็คงดี...ถ้าไม่ต้องสูญเสียใครไปอีกจะวิเศษมากทีเดียว

                ริมฝีปากอิ่มของอัลเม้มเป็นเส้นบางโดยที่เธอไม่ทันรู้ แพขนตาปรือลงบังแก้วตาที่เอ่อล้นเหมือนบ่อน้ำพุสาวน้อยไม่ทันสังเกตว่ามีคนแอบสังเกตเธออยู่

                ไม่ยักรู้ว่าเธอทำหน้าแบบนี้ได้ด้วย

                อะไรเหรอเดเร็ก อัลฉีกยิ้มอวดฟันขาว

                เดเร็กยิ้มนิด ดวงตาสีเงินอาทรบรรจบกับดวงตาสีแดงแสร้งยิ้ม

                ฉันไม่เคยรู้ว่าเธอซ่อนสีหน้านี้ไว้ตลอดน่ะสิ            

                รอยยิ้มของอัลเจื่อนลงทันตาเห็น เธอเดินไปมุมห้องหาที่คุยกับเดเร็กเงียบๆ ขณะที่ทั้งห้องให้ความสนใจกับคุณชายเซฟิรุสที่กำลังสาธิตการลอยตัวตามคำสั่งอาจารย์

                หญิงสาวแนบแผ่นหลังกับกำแพง ร่างเพรียวไถครูดลงไปนั่งชันเข่ากับพื้นห้อง ซบดวงหน้าหวานกับแขนที่วางบนเข่าทั้งสอง

                มังกรสีดำร่อนตัวลงมานั่งบนพื้น ใช้มือแตะขาของหญิง แต่ไม่เอ่ยอะไร เขารอให้ร่างแบบบางตัดสินใจพูดออกมาเอง

                ก็ถ้าไม่ยิ้มคนอื่นก็จะเป็นห่วงในที่สุดอัลก็พูดออกมา ทุกคนโดยเฉพาะเซดริก

                เดเร็กยังคงนั่งเงียบ มองดวงตาสีแดงที่โผล่มาหลังม่านไหมสีฟ้า

                ฉะนั้นฉันจะแสดงออกไม่ได้ว่ากลัว วิตก หรือว่าเครียด เพราะว่ามันจะทำให้คนรอบข้างเกิดอารมณ์แบบนี้มากกว่าฉันหลายเท่า

                ไม่ผิดหรอกที่คนเราจะกลัว วิตก หรือเครียด การทำให้คนรอบข้างสบายใจเป็นเรื่องดี แต่ถ้าโกหกตัวเองแล้วรู้สึกแย่ เธอก็ระบายมันออกมาก็ได้ ฉันจะรับฟังเอง

                สิ้นคำร่างน้อยสีดำก็บินไปวางมือลงบนหลังมือบางของนายหญิง

                เธอเคยบอกว่าเราจะอยู่ด้วยกันตลอดไปไม่ใช่เหรอ

                อัลเงยหน้า สาวน้อยระบายยิ้ม ยกมือกุมมือเล็กของมังกรแน่น

                ขอบคุณนะเดเร็ก

                ตอนที่เดเร็กจะยิ้มตอบ ฉับพลันบังเกิดพลังเวทปริมาณมหาศาลโอบล้อมตัวโรงเรียน เดเร็กเบิกตากว้าง เขารู้สึกว่าเวทบทนี้กำลังประสานธาตุมาสร้างโดมโอบล้อมโรงเรียน ชายหนุ่มจำเวทนี้ได้ มันคือเวทค่ายกลป้องกันของโรงเรียนเซพาตรา ค่ายกลที่ดึงธาตุทั้งเจ็ดออกจากผู้ใช้เวทที่ประจำอยู่แต่ละจุด อาศัยหลักธาตุอ่อนและธาตุแข็ง เวทบทนี้จะดึงธาตุที่เป็นธาตุแข็งของเวทที่โจมตีเข้ามา เช่นถ้าศัตรูจะโจมตีด้วยเวทไฟ ธาตุน้ำจะแสดงตัวออกมาป้องกันมากกว่าธาตุอื่น จะว่าเป็นเวทป้องที่แข็งแกร่งมากก็ว่าได้ แต่ยังมีจุดอ่อนเพราะหากใช้ธาตุหลายธาตุโจมตีพร้อมกัน เวทค่ายกลป้องกันก็ถูกทำลายได้ อีกอย่างค่ายกลตอนนี้คงต้องใช้พลังธาตุแค่หกธาตุแน่ เพราะนอกจากเขาใครจะใช้เวทรัตติกาลขั้นสูงได้อีก

                แสดงว่าต้องมีอะไรบางอย่างมาบุกโรงเรียน อะไรบางอย่างที่ทรงพลังขนาดที่โรงเรียนต้องเปิดค่ายกล

                เกิดอะไรขึ้นคะอาจารย์ มิลาเบลถามแคสซานดร้า พวกเด็กๆ คนอื่นก็สัมผัสได้ถึงพลังของค่ายกลเช่นกัน ทุกคนเริ่มหันหน้ามองกันเพื่อหาคำตอบ

                เซดริกร่อนลงพื้น ชายหนุ่มเดินมายืนอยู่กับโรส ตอนนั้นเองที่เสียงระเบิดดังขึ้นด้านนอกห้องเรียน

                บึม!!!


                                                                         .................................................

               

บึม!!!

ระเบิดลมลูกใหญ่พุ่งปะทะบาเรียที่มองไม่เห็น ระเบิดลมสลายเป็นเพียงสายลมในพริบตา เป็นที่รำคาญใจแก่สตรีผมน้ำเงินที่ยืนกอดอกมองภาพปราสาททรายหลังรั้วใหญ่ เบื้องหลังของนางมีกลุ่มคนอยู่อีกประมาณห้าสิบคนล้วนแต่เป็นผู้ใช้เวทระดับจอมเวทที่มีฝีมือผ่านการฝึกฝนของอังโกลเบอด้าและไอโซพีเทส

                ค่ายกลป้องกันของโรงเรียนครับท่านเซรีน ชายผมม่วงรายงานเวทที่ปรากฏตรงหน้า

                ตั้งสามร้อยกว่าปียังใช้เวทเดิมอยู่อีกเรอะ เซรีนบ่น

                ครับ แต่มันมีจุดอ่อน ค่ายกลนี้เกิดจากการผสานของธาตุทั้งเจ็ด อาศัยธาตุอ่อนธาตุแข็ง แม้จะแข็งแกร่งแต่ถ้าเราโจมตีเข้าไปโดยใช้หลายๆ ธาตุในเวลาเดียวกัน กันก็มีโอกาสทำลายค่ายกลได้ อีกอย่างตอนนี้ผู้ใช้เวทรัตติกาลขั้นสูงได้มีเพียงดาร์ซีเป็นไปว่าค่ายกลนี้ไม่ได้ผสานเวทรัตติกาลไว้กราเคนอธิบาย

                งั้นทำลายมันซะเซรีนสั่งการ

                จอมเวทพสุธาพยักหน้า หันไปสั่งกับสายข่าวสาวที่ยืนรออยู่ข้างๆ อังโกลเบอด้าแสยะยิ้มวาดมือในอากาศ และออกคำสั่งกับจอมเวทข้างหลัง

                โจมตีพร้อมกัน!”

                สิ้นคำผู้ใช้เวททั้งห้าสิบคนต่างระดมยิงเวทมนตร์ตรงเข้าไปที่โรงเรียนเซพาตรา ธาตุหลักทั้งห้าคือ ดิน น้ำ ลม ไฟ ไม้ ตรงเข้าทำลายค่ายกลไม่หยุดยั้ง ค่ายกลสำแดงเดชโดยการผลัดใช้พลังป้องกันได้อย่างรวดเร็ว อังโกลเบอด้ากระเดาะลิ้นไม่พอใจ ก่อนจะใช้เวทลมเสริมเข้าไป เช่นเดียวกับไอโซพีเทสที่ใช้เวทไม้โจมตีไม่หยุดมือ

                กราเคนมองภาพตรงหน้า เขารู้ดีว่าพลังไม่เพียงพอจึงงัดเวทพสุธาขึ้นมาเสริมอีกแรง ชายหนุ่มส่งแท่งหินยักษ์ไปโจมตี แต่เมื่อเห็นว่าแรงทำลายยังเพิ่มไม่มาก วินาทีนั้นจอมเวทพสุธาจึงตัดสินใจทำบางอย่าง มือหนาวาดอักษรคล้ายตัว H ตัวอักษรเปล่งแสงทองวาบ ทันใดนั้นอากาศรอบบริเวณนั้นก็สั่นสะเทือน เมื่อพลังทำลายล้างจากเวทโบราณสำแดงฤทธิ์!

ไม่ใช้ตั้งแต่แรก ไอโซพีเทสหันมาต่อว่าชายหนุ่ม

กราเคนไม่แสดงปฏิกิริยาอะไรกับคำต่อว่า เขาแค่ตวัดมือกวาดแท่งดินครูดกับโดมของค่ายกลเท่านั้น

 
                                                                          ................................................


                ภายในรั้วโรงเรียนจอมเวทที่ประจำอยู่ตามจุดต่างๆ ทั้งหกจุดต่างกัดฟันส่งพลังให้ค่ายกล เฟทเซียส่งสายตาเป็นห่วงให้บรรดาจอมเวททั้งหลาย ดูพวกเขาจะได้รับบาดเจ็บจากการที่เวทของศัตรูโจมตีโจมตีเข้ามาเรื่อยๆ  ตอนนี้อาจารย์สอนวิชาดนตรี...แอนนาเบลเริ่มส่ายหัวเร่งพลังทิวาให้เต็มที่ ราเซทเองก็ใช้พลังเวทลมเสริมเต็มกำลัง ฟารีนน่าก็ใช้เวทไม้ต้านทานเต็มที่

                ธาตุมันหลากหลายมากเกินไป ทั้งเมื่อกี้มีคนใช้เวทรูนโจมตีอีก แบบนี้ต้องทานได้อีกไม่นานแน่ค่ะเบียทริกบอกเฟทเซีย หญิงสาวผมชมพูกัดฟันแรงทำลายจากเวทโบราณเมื่อครู่ทำเอาเธอสะท้านไปทั้งร่าง หล่อนเร่งเวทพสุธาในตัวให้ออกมาเต็มที่

                ทานไว้จนกว่าพวกมหาเวทจะมาก็แล้วกันเฟทเซียเองก็ต้องคอยประสานเวททั้งหกให้ทำงานในค่ายกลได้อย่างสมดุล อย่าว่าแต่จอมเวทเลย ขนาดมหาเวทอย่างเธอยังกระอักเมื่อโดนการโจมตีเมื่อครู

                ตูม!

                เวทรูนเข้าโจมตีอีกครั้ง ทำให้เหล่าจอมเวทเริ่มทรุดตัวนั่งกับพื้น รู้ดีว่าอีกไม่นานค่ายกลนี้ต้องสลายแน่

                สั่งอพยพนักเรียนหรือยังครบ แมกเวลที่กำลังคุมธาตุน้ำถาม

                ให้สตีฟวิ่งไปประกาศที่หอกระจายเสียงเมื่อกี้ เฟทเซียอธิบาย สิ้นคำเธอก็ได้ยินเสียงของอาจารย์วิชาการดูแลสัตว์วิเศษดังทั่วโรงเรียน อีกสักพักความวุ่นวายคงเกิดขึ้น เพราะการตื่นตระหนกของนักเรียน

                ให้เขาออกมาช่วยเราไม่ได้หรือคะอาจารย์ เบียทริกถาม สบตากับอาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนเพื่อบอกว่า...เขาของเธอคือใคร

                เขามีหน้าที่ปกป้องอัญมณีอันล้ำค่า เฟทเซียตอบ

                เมื่อได้รับคำตอบดวงตาสีชมพูของอาจารย์สาวก็หรี่ลง

                แต่หนูว่านิสัยแบบเด็กคนนั้น เบียทริกเกร็งมือรับการโจมตีที่ปะทะเข้ากับค่ายกล อีกไม่นานต้องเข้าร่วมวงด้วยแน่ค่ะ!”

                                                                               ..............................................

 

                ตึ่กๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

                เสียงฝีเท้าดังก้องระเบียงทางเดินของปราสาทหินทราย นักเรียนรวมสิบกว่าชีวิตและอาจารย์สาววิ่งออกจากห้องปฏิบัติการเวทมนตร์หลังจากได้ยินคำสั่งอพยพจากหอกระจายเสียงของโรงเรียน

                นักเรียนมาทางนี้ ออกไปทางทางลับนี่เลยนะ แคสซานดร้าวิ่งนำนักเรียนปี 2 ห้องB ไปตามระเบียงของปราสาท หญิงสาวมองหาเชิงเทียนที่เป็นกลไกเปิดประตูสู่ทางลับใต้ดิน ขณะที่พวกเด็กๆ วิ่งตามด้วยความตื่นตระหนก ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทุกคนได้แต่พากันสงสัยไปตามเรื่อง

                หรือว่าเซรีน อัลกระซิบถามเซดริก ญาติผู้น้องไม่ยอมตอบ ดวงตาสีฟ้าของเขาเคร่งขรึมแบบเดียวกับเวลาที่กำลังคิดหนัก

                ถ้าเป็นเซรีนจริงการที่หล่อนมาบุกที่นี่เป้าหมายมีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

                เธอต้องการตัวฉัน อัลพูดลอดไรฟัน ฉันจะต้องไปสู้กับเธอ

                ไม่ได้นะอัล โรสกระซิบเตือน

                เซดริกเองก็เห็นด้วย

                อย่าพูดอะไรให้คนอื่นเขาเสียขวัญ ตอนนี้ก็หนีเหมือนคนอื่นๆ ไปก่อนเขาว่า

                อัลหุบปากวิ่งตามแผ่นหลังของอาจารย์สาวที่เลี้ยวไปตรงมุมทางเดิน พวกเธอวิ่งไปเจออาจารย์เพทริคพร้อมกับนักเรียนปี 1 ห้อง C ที่กำลังตื่นกลัวสุดๆ

                มาทางนี้ อาจารย์เพทริคบิดเชิงเทียนเป็นมุม 90 องศาเพื่อเปิดประตูกลหลังภาพวาดรูปยูนิคอร์นพยศ ภาพขนาดใหญ่บนกำแพงเหวี่ยงตัวออกเผยทางเดินในความมืด มันทอดยาวออกไปจนสุดสายตาของทุกคน

                เอาละเข้าไปทีละคนนะ ให้พวกน้องๆ เข้าไปก่อนแล้วกันแคสซานดร้าไล่นักเรียนปี 1 เดินเข้าไปในทางลับ แล้วค่อยมองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง สักพักเสียงฝีเท้าของอีกคนก็ดังแว่วมาจากทางที่เธอเดินมา เมื่อหันไป แคสซานดร้าก็พบกับอาจารย์ผมเทา

                อัลเงี่ยหูฟังการสนทนาของอาจารย์ทั้งสองคนอย่างตั้งใจ ขณะตามองโรสปลอบแอนนาที่เริ่มตัวสั่น

                การอพยพเป็นไงบ้างแคสซานดร้าถาม

                อาจารย์คนอื่นพานักเรียนออกจากห้องไปยังเส้นทางอพยพอื่นแล้ว อีกสิบห้านาทีคงเรียบร้อยสตีฟตอบ เขายังหายใจแรงเนื่องด้วยเหนื่อยจากการวิ่ง ดวงตาสีน้ำเงินชำเลืองมองอัลที่แสร้งทำหน้าตื่นๆ ร้องโวยวายตามประสาเด็กสาว

                กลัวจังเลย เสียงใสของอัลหวีดร้อง ปากอิ่มเบะออก มือนวลคว้าเซดริกมากอดแน่น น้องรักฉันกลัว!”

                เราต้องพาเธอออกไปจากที่นี่ให้ได้สตีฟกระซิบกับแคสซานดร้า ถ้าเซรีนได้ตัวเธอไปละก็

                ฉันรู้ แคสซานดร้าบอก เหลือบตามองทางลับ บัดนี้นักเรียนปี 1 ทุกคนทำการอพยพเรียบร้อย เธอจึงเร่งนักเรียนปี 2 เข้าไปในทางลับนั้นบ้าง เด็กๆ รีบเข้าไปในทางลับนั้น ยกเว้นแต่กลุ่มอัล สาวน้อยผมฟ้าทำท่ากลัวสุดๆ จนเซดริกและเดเร็กเริ่มระอา ส่วนโรสเม้มปากแน่นอย่างชั่งใจ

                แคสซานดร้าขอให้เพทริคลงไปก่อนเพื่อตามไปดูแลพวกนักเรียน ตอนนี้กลุ่มคนที่อยู่ตรงทางเดินมีเพียง สตีฟ แคสซานดร้า อัล เซดริก โรสและเดเร็กเท่านั้น

                เอาละเหลือแต่พวกเธอแล้ว แคสซานดร้าหันมาบอกอัล รีบลงไปซะ

                ดวงตาสีเพลิงสองคู่สบประสานกัน ดวงตาของแคสซานดร้าเบิ่งกว้าง เมื่อเห็นว่าดวงตาของเด็กสาวนิ่งสงบ ไม่มีวี่แววของความตื่นกลัวอย่างที่เธอแสดงออกเมื่อครู่แม้แต่น้อย

                สาวน้อยผมฟ้าสูดหายใจลึก หลับตาลงและลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้า

                ใครมาโจมตีโรงเรียนคะอาจารย์ อัลพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบปราศจากการตื่นกลัว ทำให้ทุกคนรู้ว่าการกระทำเมื่อครู่ของเด็กสาว มันละครชัดๆ เซดริกถึงกับทำตาโตเมื่อเห็นความสามารถทางด้านการเล่นละครของพี่สาวพัฒนารุดหน้าขนาดนี้ ส่วนคนอื่นเริ่มมีสีหน้าเคร่งเครียดไปตามๆ กัน

                ที่เราอยู่ที่นี่เพราะอยากรู้เหรออัล ความอยากรู้ไม่ส่งผลดีเลยนะตอนนี้! ไปได้แล้วแคสซานดร้าเอ็ด

                แต่ถ้าคนที่บุกมาที่นี่เป็นเซรีน การบุกมาที่นี่ของเธอมันก็เพราะเธอต้องการตัวหนูไม่ใช่เหรอคะ ยังไงหนูก็ต้องลงไปจัดการเธอ สาวน้อยผมฟ้าสบตากับอาจารย์สาว ดวงตาสีแดงของผู้เยาว์วัยกว่าทอแสงโชติช่วงด้วยประกายของความมั่นใจ รัศมีของอำนาจแผ่กระจายรอบตัวเด็กสาว

                แคสซานดร้าเม้มปาก กลอกตาไปมาพยายามหาทางกล่อมเด็กสาวให้หนีไป

                อย่ามาเถียงครูนะ แล้วใครบอกเธอว่าเซรีนบุกมา

                หนูไม่ได้เถียง และถึงไม่มีใครบอกหนูก็มั่นใจว่าเป็นเซรีนที่บุกมา ใครกันที่จะมีกองกำลังผู้ใช้เวทระดับที่โรงเรียนต้องเปิดค่ายกล ถ้าเซรีนไม่เห็นตัวหนู เธอจะทำลายโรงเรียนนี้ บางทีอาจจะฆ่าพวกครูทั้งหมดที่อยู่ แต่ถ้าหนูลงไปเป้าโจมตีของเธอจะเป็นหนูเท่านั้น อัลพยายามอธิบาย

                ไม่ได้นะอัล ถ้าเซรีนคิดจะทำลายเธอจะทำลายทั้งหมดอยู่แล้ว โรสปราดมาประชิดเพื่อนสาว

                อีกอย่างถ้าลงไปเธอก็มีแต่ต้องสู้กับเซรีนสถานเดียว เดเร็กหลับตาอย่างเหนื่อยล้า แต่ฉันเองก็ไม่เห็นทางเลือกอื่น

                ดาร์ซี! นายจะให้อัลลงไปเสี่ยงงั้นหรือสตีฟที่ฟังอยู่หันมาคำรามใส่ เขาหลุดปากเรียกชื่อเดิมของชายหนุ่ม ทำเอานักเรียนสามคนเบิ่งตาค้าง

                อาจารย์รู้หรือครับ เซดริกงุนงง มองสลับไปมาระหว่างอาจารย์หนุ่มและอาจารย์สาวเพื่อขอคำตอบ

                จ้ะ เรารู้แต่ว่าอย่าเพิ่งมาคุยอะไรตอนนี้เลย หนีไปเถอะครูขอร้องนะ จอมเวทอัคคีสาวกล่อมนักเรียนทั้งสาม อัล โรส เซดริก หันหน้ามองตากันเชิงปรึกษา จังหวะที่เด็กหนุ่มผมเงินจะเอ่ยปากตอบคำว่าตกลง เสียงกัมปนาทก็สั่นสะเทือนบรรยากาศ พร้อมค่ายกลที่ถูกทำลาย!

                นั่นมัน อัลเบิ่งตากว้างเมื่อเห็นหญิงสาวผมน้ำเงินพร้อมคนกลุ่มใหญ่ก้าวเท้าเข้ามาโรงเรียน ครู่ต่อมาหล่อนก็คุยอาจารย์ใหญ่ของโรงเรียน ท่าทางเหล่านั้นไม่ได้ทำให้อัลสบายใจเลยแม้แต่น้อย แต่ก็ยังไม่รู้สึกกระวนกระวายมากนัก กระทั่งเซรีนหมุนตัวไปอีก ยกมือขนานพื้นตั้งท่าจะโจมตีอะไรบางอย่างแถวห้องสมุด

                เส้นทางนั้นเส้นทางหลบหนีที่สาม แคสซานดร้าอุทาน

                นั่นหมายความว่าเซรีนจะโจมตีเพื่อนร่วมโรงเรียนของเธอ!

                โจมตีนักเรียนงั้นรึ มังกรบนหัวอัลคำราม

                ไปเร็วเข้า!” อัลหันมาบอกโรสกับเซดริก สาวน้อยผมฟ้าออกวิ่งอย่างเร็วยิ่งไม่ฟังคำทัดทานของอาจารย์แต่อย่างใด ตามหลังด้วยเพื่อนทั้งสองคน ฝ่ายอาจารย์เมื่อเห็นท่าจะห้ามไม่ได้ จึงออกวิ่งตามหลังเจ้าหญิงแห่งริเวเทียไป

 
                                                                            ..........................................................


                ท่านเซรีนเยี่ยมไปเลยค่ะ

                อังโกลเบอด้ากล่าวชมนายหญิงที่ระเบิดพลังวารีทลายค่ายกลป้องกันของโรงเรียนจนหายไป  เปิดทางให้พวกเธอบุกเข้าไปในโรงเรียนเซพาตราได้สำเร็จ

                เข้าไปกันเถอะ เซรีนเก็บวัตถุขาวใสในมือลงกระเป๋า ก้าวนำกองกำลังเข้าไปในโรงเรียนพลันดอกไม้สีชมพูตูมก็ผุดจากดินเบ่งบานเผยร่างหญิงชรา เจ้าของดวงตามรกตคมกริบ และมีกลุ่มคนอีกกลุ่มหนึ่งยืนอยู่ข้างหลังหล่อน

                เฟทเซียก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว

                สวัสดี เซรีนทักทายหญิงชรา เส้นผมสีน้ำเงินหยักศกพลิ้วนิด

                สวัสดีผู้รุกราน เฟทเซียหรี่ตา กวาดตาประเมินกำลังศัตรูที่สุดท้ายเธอก็ทานไว้จนพวกมหาเวทมาไม่ได้ เห็นทีเธอต้องรับมือคนเดียวไปก่อน

                เบื้องหลังของเฟทเซียคือ เหล่าจอมเวทที่เมื่อกี้ใช้พลังเสริมค่ายกล ทุกคนดูอ่อนแรงและบาดเจ็บตามตัวเนื่องจากแรงสะท้อนของเวทโจมตีจากพวกเซรีน

                เซรีน กัวมาริแนร์ ผู้รุกรานสาวยิ้มกว้างเหมือนจะทักทาย

                เฟทเซีย แฮกเตอร์ มหาเวทพฤกษาและประธานสภาเวท ยังดีที่มีมารยาทแนะนำตัวก่อนหญิงชราประชด

                ฉันมีมารยาทเสมอแหละ

                แล้วมาที่นี่เจ้าต้องการอะไร เฟทเซียถามแม้จะรู้คำตอบอยู่แล้ว

                ส่งเด็กที่ชื่ออัลมาริน่า ไอวารีนมาให้ฉัน เซรีนตอบ หรี่ตาคุกคามมหาเวทพฤกษา

                เห็นทีจะไม่ได้หรอก เรามีหน้าที่ปกป้องนักเรียนไม่ว่าจะเป็นนักเรียนคนหนึ่ง

                เซรีนทำท่าร้อง...อ๋อ หล่อนเชิดหน้าสูง พลันหางตาหล่อนก็เห็นอะไรเคลื่อนไหวในร่มไม้หน้าอาคารใหญ่ถัดออกไปทางด้านขวามือของเธอ หญิงสาวขยับยิ้มที่เต็มไปด้วยด้วยเจ้าเล่ห์

                แม้โรงเรียนนี้จะพัง หรือท่านต้องสู้กับฉัน

                ใช่ เฟทเซียตอบหนักแน่น

                และแม้ว่านักเรียนคนอื่นจะตายก็ตาม ว่าแล้วหญิงสาวก็หมุนตัวยกมือขนานพื้นเล็งเป้าไปยังกลุ่มนักเรียนที่กำลังหลบหนี เส้นผมสีทองของไลแลค โมนาร์ทดูโดดเด่นกว่าใครภายใต้ร่มเงาไม้ใหญ่

                เอานักเรียนผมทองคนนั้นแล้วกัน

                เฟทเซียมองตามหาเป้าโจมตีของหญิงสาว หญิงชราร้องลั่น

                 หยุดนะ!”

                เซรีนไม่ฟังเสียง เธอส่งลำน้ำแรงดันสูงไปยังร่างแบบบางของเด็กสาว เฟทเซียขัดขวางโดยเรียกต้นไม้ขึ้นมากัน แต่ถูกทำลายเมื่ออังโกลเบอด้าเรียกคมดาบลมมาฟันทำลาย สายน้ำจึงทะยานไปยังร่างของไลแลคโดยไร้สิ่งขวางกั้น

                ไลแลคเบิ่งตากว้าง กรีดร้องลั่น พลันเสียงใสทรงอำนาจก็ดังแหวกอากาศ

                เดเร็ก!”

                ฉับพลันประกายแสงเงินก็กระจ่างขึ้นตรงหน้าไลแลค พร้อมหลุมดำที่ดูดกลืนพลังทำลายของเซรีน ร่างสูงผู้สวมอาภรณ์สีดำยืนสง่าเบื้องหน้าเด็กสาว ไลแลคที่กำลังสั่นเทาเผยอเปลือกตาขึ้นมองแผ่นหลังกว้างปรกด้วยเส้นไหมสีรัตติกาลที่ยาวจรดกลางหลัง

                ดวงตาสีเงินเย็นชาเหลียวมองสาวน้อยผมทองตระกูลโมนาร์ท ปากบางขยับออกคำสั่งสาวน้อย

                หนีไปซะ

                ค่ะ ไลแลคลุกยืนแล้วรีบวิ่งไปรวมกลุ่มกับเพื่อนห้อง A ที่ยืนรออยู่ นาทีต่อมากลุ่มเด็กๆ ก็หายไปในเส้นทางลับที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นหญ้า

                เดเร็กเบือนหน้ามองเซรีนที่กำลังยิ้มเยาะ ก่อนเบือนดวงตาไปมองนายหญิงน้อยที่ก้าวไปยืนหลังมหาเวทพฤกษาโดยมีโรสกับเซดริกขนาบข้าง ดวงตาสีเพลิงของเด็กสาวประสานกับดวงตาสีเขียวของเซรีน

                ออกมาแล้วหรือเซรีนทักทาย

                คุณเรียกซะขนาดนี้ไม่ออกมาก็คงไม่ได้ อัลโต้คำ

เซรีนหัวเราะลั่น ตวัดมือส่งสายน้ำมาหาเด็กสาว กระนั้นอัลก็ยืนนิ่ง เสี้ยววินาทีบาเรียสีดำก็กางกั้นป้องกันร่างเพรียวของเจ้าหญิงออกจากลำน้ำอันตราย

ปกป้องกันดีจริงๆ เซรีนส่งยิ้มให้เดเร็กที่กระโจนมายืนกันระหว่างหล่อนและอัล เด็กคนนี้คงสำคัญกับนายมากสินะ

ก็แล้วแต่จะคิดมหาเวทรัตติกาลกล่าว ตอนนี้เขารู้ว่ามีหลายคนกำลังทำตาโตมองเขาอยู่ ใครเล่าจะคิดว่า มหาเวทรัตติกาลที่สมควรตายไปตั้งแต่สามร้อยกว่าปีก่อนจะมีชีวิตอยู่ มีเพียงจอมเวทสามคนเท่านั้นที่เขารู้สึกมีปฏิกิริยาต่างออกไป เนื่องด้วยรู้ความจริงอยู่แล้ว

และสามคนนี้แหละคือคนที่ได้รับคำสั่งอารักขา

ที่ฉันมานี่คงรู้สินะว่าฉันหวังอะไรเซรีนหยั่งเชิง

ชีวิตของหนูเหรอคะ อัลหรี่ตา

หญิงสาวผมน้ำเงินตอบ เธอดีดนิ้วเปาะส่งสัญญาณ พลันกองกำลังด้านหลังที่เคยยืนสงบก็เริ่มเคลื่อนไหว กองกำลังแบ่งออกเป็นสามทางแล้วเข้าโจมตีฝ่ายตรงข้าม

เฟทเซียตะโกนสั่งให้ให้จอมเวททั้งหมดกระจายตัว ทุกคนเริ่มร่ายเวทจัดการกองกำลังของเซรีน เซดริกกางแขนเรียกพายุมาจัดการส่งคู่ต่อสู้ลอยไปไกล ส่วนโรสก็ใช้พายุกลีบกุหลาบเฉือนคนที่เข้ามาโจมตีคนแล้วคนเล่า

                อัลกระโดดสูงถล่มน้ำลงมาทับชายฉกรรจ์สามคนจนสลบ เมื่อเธอลงสู่พื้นลำน้ำอีกลำจากเซรีนก็พุ่งตรงเข้ามา เดเร็กปราดมาบังเรียกหลุมดำมาดูดพลัง พลันเสียงนุ่มก็ตะโกนลั่นดุจออกคำสั่ง

                อารักขาเจ้าหญิง!”

                สิ้นเสียงแหวกอากาศ ร่างสามร่างผละจากคู่ต่อสู้มายืนรอบอัลรวมกับเดเร็กเป็นสี่ทิศ สาวน้อยกลอกตามองใบหน้าของอาจารย์สามคนที่คุ้นเคย

                อาจารย์เบียทริก อาจารย์แคสซานดร้า อาจารย์สตีฟนี่มันอะไรคะดวงตาสีแดงประกายระริก มองอาจารย์สามคนที่ป้องปัดการโจมตีรอบด้าน

                พวกเราสามคนได้รับคำสั่งให้อารักขาเราเบียทริกตอบ หญิงสาวใช้มือเรียกโล่ดินมากันต้นไม้ที่ตวัดลงมาจากฝ่ายตรงข้าม

                ทำไมล่ะคะ อัลยังงงกับเรื่องที่เกิดขึ้น ดวงตาจ้องแผ่นหลังที่ปรกด้วยเส้นผมสีชมพูของอาจารย์อย่างต้องการคำตอบ แต่คนตอบกลับเป็นอีกคนที่ยืนอยู่หน้าเธอชายหนุ่มผู้กั้นระหว่างเธอและเซรีน

                เพราะเธอคือเจ้าหญิง รัชทายาทแห่งริเวเทียและราชินีแห่งริเวเทียคนต่อไป เดเร็กพูดเสียงเบา

ไม่จริง อัลร้อง

ขอโทษที่ไม่เคยบอก ชายหนุ่มผมดำกล่าวเสียงต่ำ เหลียวตามองใบหน้ากล่าวโทษของเด็กสาว

ทุกคนเอาแต่ปกป้องฉัน แต่ไม่เคยมีใครคิดจะบอกความจริงกับฉัน อัลกวาดมองตาคนที่อยู่รอบตัวเธอทั้งสี่คน เสียงที่ลอดจากปากดูสั่นเครือด้วยน้อยใจ

ไม่มีเลยสักคน

มัวแต่เถียงกันระวังตายหมู่นะ!” ไอโซพีเทสส่งห่าใบไม้มาทางอัล เดเร็กยกมือขึ้นใช้พายุไฟเผาพวกมันจนวอดวาย แต่ใบไม้ที่พุ่งมาไม่หยุดทำให้มหาเวทรัตติกาลไม่อาจหยุดเวทได้ ตอนนั้นเองที่อังโกลเบอด้าลอบเข้ามาโจมตีจากทางแคสซานดร้า

แคสซานดร้าพึมพำมนตร์ บัดดลฝูงผีเสื้อเพลิงที่สวยงามก็พุ่งจากนิ้วเรียวทีละตัว หญิงสาวผมเพลิงยกมือสูงก่อนวาดนิ้วเร็ว ส่งฝูงผีเสื้อเพลิงเข้าไปโจมตีหญิงสาวผมทอง ในขณะที่โล่น้ำแข็งจากสตีฟช่วยเข้ามากันสายลมรุนแรงจากอังโกลเบอด้า ส่วนไอโซพีเทสก็ต้องหันไปยุ่งกับแส้กุหลาบรัดแน่นที่ข้อมือเรียกน้ำสีชาดไหลซิบ

สาวน้อยเจ้าของแส้เหยียดยิ้ม

                สวัสดีค่ะ แส้หนามตึงแน่นด้วยแรงดึง นักธุรกิจสาวกระชากอาวุธยาวดึงหญิงสาวคู่ต่อสู้เข้าหาตัว ซึ่งเจ้าของแส้ก็ไม่ขัดขืน

                จะแก้แค้นหรือเพคะเจ้าหญิง เสียงหวานแหลมกระซิบลอดไรฟัน สายตาของนางและโรสกระสานกันเหมือนพยัคฆ์ที่กำลังจะทำการต่อสู้ เสี้ยวพริบตาไอโซพีเทสก็เรียกแส้เถาวัลย์มาจู่โจมโรสบ้าง แต่ท่านหญิงแห่งเซเลสแคล่วคล่องจนหลบได้ทุกรอบ การต่อสู้ของทั้งคู่เป็นไปอย่างดุเดือด ทำให้คนลอบมองรู้สึกโล่งใจที่หญิงสาวผมเขียวจะไม่มายุ่งสักพัก แม้จะห่วงโรสอยู่บ้างแต่ก็ต้องปล่อยไป

 ฝากตรงนี้ด้วย สตีฟบอกแคสซานดร้า หญิงสาวพยักหน้ารับ พลันชายหนุ่มเรียกดาบเซเบอร์น้ำแข็งคู่ใจมาในมือก่อน ร่างสูงวิ่งเร็วจัดการฟันคู่ต่อสู้ที่รุมใช้พลังโจมตีลูกศิษย์ มือแข็งแรงตวัดตาอย่างคล่องแคล่ง กายหนาเคลื่อนไหวพลิ้วราวสายน้ำหากแต่ดุดันด้วยแรงพิโรธ ชั่วพริบตาเขาก็จัดการจอมเวทไปได้ห้าคน ก่อนจะจัดการแทงท้องคนที่หกแล้วก้มหลบพลังที่เข้ามาโจมตี

สตีฟฟันช่วงท้องของจอมเวทคนหนึ่งกลายเป็นผู้บาดเจ็บรายที่เจ็ด

อาจารย์หนุ่มตวัดหน้ามองร่างหญิงสาวผมน้ำเงินที่ยืนยิ้มเหมือนถูกใจอะไรบางอย่าง เขาวิ่งตรงไปหาเซรีนหมายจะสังหาร แต่กราเคนเคลื่อนตัวมาบังวาดนิ้วเป็นตัวอักษร H ตัวอักษรสีทองเปล่งแสงเมื่อครั้งที่แล้ว พลันบรรยากาศก็ระเบิดออก ร่างของชายผมเทากระเด็นออกมา เศษฝุ่นฟุ้งกระจายทั่วบริเวณ

สตีฟ/อาจารย์!” แคสซานดร้าและอัลตะโกนพร้อมกัน เมื่อฝุ่นจางไป ร่างของชายผมเทายังคงยืนอยู่ปราศจากซึ่งเลือดที่ไหลริน มีเพียงอาการเหนื่อยปรากฏให้เห็น ยังความโล่งใจให้คนเป็นห่วงทั้งหลาย

สตีฟก้มตัวพลางหายใจหอบ เขาเงยหน้าขึ้นชี้ดาบไปทางเซรีนด้วยท่าเตรียมโจมตี ดวงตาสีน้ำเงินดูเกรี้ยวกราด

กราเคนยกมือเตรียมใช้เวทรูนอีกรอบ แต่เซรีนส่ายหน้าพลางทำมือให้เขาเบี่ยงตัว

นานกว่าสามร้อยปีแล้วสินะที่ไม่ได้เห็นท่วงท่าแบบนั้น ท่วงท่าของเพลงดาบสายวาริน พลิ้วไหวราวสายน้ำเริงระบำ หากแต่ดุดันดุจสายน้ำเชี่ยวกราด เพลงดาบประจำราชวงศ์กัวมาริแนร์ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะเพคะ หญิงสาวผมน้ำเงินกอดอก ดวงตาสีมรกตสบกับดวงตาสีน้ำเงินของอาจารย์หนุ่ม

สตีฟหอบหายใจแรง ขณะมองปากอิ่มของหญิงสาวที่กำลังเปล่งชื่อที่ฝังลึกอยู่ในใจของเขา ชื่อที่ควรลบเลือนไปนานแล้วพร้อมกับตัวตนในอดีตที่เขาละทิ้งไป

เจ้าชายราเวน

                               ...................................................................

             
    มุมพูดคุย
ความคิดเห็นที่ 771 ติดหนึบ : ขอบคุณสำหรับคำอวยพรค่ะ จะตั้งใจสอบเอาเอมาให้ได้อิอิ
ความคิดเห็นที่ 772 นักเดินทางแห่งห้วงภวังค์ : สนุกในแบบแปลกๆ ยังไงละจ้ะน้องไควท์
ความคิดเห็นที่ 773 minimoon : เพลงที่ใช้ตอนนี้คือเพลง Hontou ni Kimochi ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 774 neschan : อีกไม่กี่ตอนเขาก็รู้ใจกันแล้วค่ะ สปอยซะงั้น
ความคิดเห็นที่ 775 เอกเองครับ : คุณแม่คนนี้ชอบแซวลูกค่ะ แหม ก็สองคนนั้นน่าแซวจริงๆ นี่นาอิอิ
ความคิดเห็นที่ 776 alittledog : คุณแม่แกล้งทั้งคู่แหละค่ะ ก็ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว นี่พูดครั้งเดียวได้อายสองคน เหมือนที่อัลทำกะเซดริกเลย
แล้วพบกันใหม่ค่า


แถมท้ายด้วยรูปคนความลับแตก



สตีฟ แคส ฟรอส

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

1,838 ความคิดเห็น

  1. #1088 DawwyJung (@dawwyjung) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 1 มกราคม 2554 / 07:38
    สตีฟแย่แล้ว -3-

    แคสอยู่ด้วยอ่ะ
    #1088
    0
  2. #1079 Double_Up (@pleomax001) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2553 / 17:59
    สู้กันแล้ว !!!
    #1079
    0
  3. #825 inasba (@nassang) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2553 / 08:21
    เห้อสตีฟเราจะสู้ไหวไหมนะ
    #825
    0
  4. #786 The รัตติกาล (@worryar) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2553 / 20:45
    สนุกมากมายเจ้าค่ะ

    มาอัพอีกนะเจ้าคะ  รอลุ้นๆๆๆ
    #786
    0
  5. #785 Maew kun (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2553 / 13:50
    Wanna read more kaa T__T++



    So fun!!!
    #785
    0
  6. #784 ‘•๏’~WHITEROSE~‘•๏’ (@deemaidenzza) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2553 / 19:36

    สนุกมากค่ะ ลุ้นมากๆ

    #784
    0
  7. #783 ภัททา (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2553 / 02:11
    ฮิๆ

    กลับมาอ่านอีกรอบแล้วค่ สนุก+ดุเดือนกว่าเดิม ยาวกว่าเดิมด้วย

    พยายามต่อไปนะคะ
    #783
    0
  8. #782 alittledog (@alittledog) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2553 / 21:55
    ภาพน่ารักมากค่ะ เห็นผมสีแดงแล้วนึกถึง....
    อิอิ ลองเดาดูสิค่ะ
    #782
    0
  9. #781 PANG (@ganp) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2553 / 20:50
    ลุ้น ขอให้อัลเก่งเร็วๆนะ
    #781
    0
  10. #780 Dreamwalker (@quietear) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2553 / 19:59
    อัพอีกค่ะ...ฮิๆ
    ดีจัง...ชอบนิยายพี่เรน่าที่สุดเล้ย!
    #780
    0
  11. #779 acteaon (@mooza) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2553 / 19:37
    อ่า สตีฟงานงอก
    ตอนนี้ยาวดีจิงๆ =w=b
    #779
    0
  12. #778 meinarak (@meinarak) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2553 / 16:12
    อ๊ายย อัฟอีกๆ

    ปล.คนแรกเลยเรา
    #778
    0
  13. #777 ติดหนึบ (@haruprae) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2553 / 16:01
    ตอนนี้ยาวมาก แต่ชอยนะคะไม่ใช่ไม่ชอบ
    อ่านไปลุ้นไป จะเป็น final battle หรือเปล่าคะเนี่ย
    #777
    0