Silver night อภินิหารมังกรราตรีสีเงิน (จบแล้ว พักการรีไรต์)

ตอนที่ 97 : ตอนที่ 27 การทดสอบครั้งสุดท้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4290
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    27 ต.ค. 53

                 
             มาอัพก่อนกำหนดเนื่องจาก...วันนี้เป็นวันเดียวที่เราว่างจากภรกิจทั้งมวลค่ะ งดการตอบเม้น เพราะข้าน้อยมิไหวแล้ว (แต่โปรดเม้นไว้ให้กำลังใจข้าน้อยด้วย งือ) สำหรับตอนนี้ก็เป็นตอนศึกตัดสินระหว่างอัลและเซรีนแล้ว จะเป็นอย่างไรนั้น เรารีบไปดูอัลน้อยกันเลยดีกว่า

                                                                              ................................


                เคร้ง

                เสียงพลองและดาบน้ำแข็งกระทบกันยามบุรุษทั้งสองเข้าปะทะกัน ท่ามกลางเสียงการต่อสู้รอบด้าน ฝ่ายหนึ่งใช้เวทน้ำแข็ง เข้าโจมตีเสียจนพื้นเรือกลายเป็นทุ่งน้ำแข็งสีขาว อีกฝ่ายก็ใช้เวทรูนเข้าสู้ โดยการวาดนิ้วเป็นตัวอักษรอย่างรวดเร็ว พลางหาจังหวะเข้าไปจัดการเป้าหมายที่กำลังนอนหายใจรวยรินอยู่ในอ้อมกอดของจอมเวทอัคคี

                ฉันไม่ยอมให้แกเข้าใกล้เบียทริกได้หรอก!” สตีฟคำราม ตวัดดาบฟันสะพายแล่งแต่กราเคนเรียกกำแพงดินมากันได้ทัน ชายผมม่วงใช้แท่งดินเข้าปะทะให้สตีฟถอยร่นลงไป

                จังหวะที่กราเคนได้ระยะจะโจมตี แสงสีทองก็วาบขึ้นมาตรงหน้าเขา มันเป็นภาพของอักษรรูนสี่ตัวที่กำลังเปล่งแสง กราเคนเบิกตาโพลง เขารู้ว่ามันคือรูนย้อนกลับมาหาผู้ร่าย ด้วยคนที่ได้รับมนตร์นี้สิ้นพลังแล้ว นั่นหมายความว่า

                ไฮดาซิสกับไอโซพีเทสตายแล้วงั้นหรือกราเคนพึมพำกับตัวเอง ปรือตาลงอย่างเศร้าสร้อย เมื่อนึกถึงเพื่อนร่วมงานที่จากไปอย่างไอโซพีเทส และเมื่อคิดถึงไฮดาซิสไฮดราที่เขากับเซรีนช่วยกันเลี้ยงมาตั้งแต่ตัวเล็กๆ สัตว์เลี้ยงตัวโปรดที่เซรีนแอบเลี้ยงไว้ในตำหนักตั้งแต่ดำรงตำแหน่งเจ้าหญิง ไม่ว่าไฮดาซิสจะดูน่าเกลียดแค่ไหน แต่สำหรับเขามันก็คือ สัตว์เลี้ยงขี้อ้อนตัวหนึ่ง

                ตอนนี้ท่านเซรีนเหลือเขาแค่คนเดียว เขาต้องรีบไปช่วยท่านเซรีนแล้ว

                ขณะที่กราคิดกำลังคิดไม่ตก สตีฟก็มองตัวอักษรที่คั่นกลางระหว่างเขาและคู่ต่อสู้ อาจารย์หนุ่มเห็นกราเคนเก็บมันเข้าไปในอกและทำหน้าเคร่งเครียดมาก ทำให้สตีฟรู้ว่าฝ่ายเซรีนต้องพลาดท่าให้แก่ฝ่ายของเขาและกำลังเสียเปรียบอย่างหนัก

                นั่นเป็นเรื่องที่น่ายินดียิ่งนัก

                สตีฟลอบยิ้มมุมปาก มองกราเคนที่กำลังหลับตาลง ดวงตาสีเขียวของอีกฝ่ายปรายแลเบียทริกที่กำลังพยายามฝืนตัวเองไม่ให้หลับ ก่อนโค้งตัวให้สตีฟอย่างงดงาม

                ขอตัวก่อนนะครับกราเคนว่าพลางถอยร่นจนแผ่นหลังชนกับราวของเรือ มือหนาของเขาวาดตัวอักษรรูนเป็นรูปตัว H ก่อนจะหมุนตัวแล้วกระโดดลงจากเรือยอร์ตสีขาวอย่างรวดเร็ว

                เฮ้ยเสียงทุ้มของสตีฟร้อง ชายหนุ่มถลาไปที่กาบเรือตรงที่ร่างของกราเคนร่วงลง ดวงตาสีน้ำเงินเห็นชายผมม่วงย่อตัว พลางกดมือที่มีเวทรูนสถิตอยู่ลงแผ่นน้ำแข็ง

                ตูม!!!

                ผืนน้ำแข็งแตกกระจายออกเป็นสะเก็ดและละอองน้ำด้วยแรงระเบิดของเวทรูน ร่างสูงของจอมเวทพสุธาด่ำดิ่งสู่ห้วงมหรรณพอันเย็นเยือก ท่ามกลางความตกใจของคู่ต่อสู้ สตีฟคาดไม่ถึงว่ากราเคนจะกล้าทำอะไรแบบนี้ ถ้าเมื่อกี้พลาดไปละก็ จอมเวทพสุธาคงสิ้นชื่อ เพราะแรงอัดกระแทกแน่ๆ

                แคสซานดร้าค่อยๆ ประคองร่างเบียทริกเดินมาหาชายผมเทาที่ยังยืนนิ่งอยู่กับที่ หญิงสาวผมแดงเอียงคอมองเสี้ยวหน้าอ่อนเยาว์ของคนรัก ก่อนเอ่ยถาม

                สตีฟ หมอนั่นไปไหนแล้ว

                มือหนาของสตีฟที่จับราวเกร็งแน่น กรามขบเป็นสันนูน ดวงตาสีน้ำเงินวาววับดุจตาของหมาป่ายามออกล่า ชายหนุ่มนึกกล่าวโทษตัวเองในใจ

                เขาไม่น่าพลาดปล่อยให้กราเคนลงไปในน้ำได้เลย นั่นเท่ากับว่าพวกอัลมีศัตรูที่มีฝีมือใต้น้ำเพิ่มแล้ว

                ลงไปช่วยเซรีนแล้วน่ะสิ ไม่น่าปล่อยให้หลุดไปเลย!” ชายหนุ่มสบถ นึกโมโหตัวเองอย่างอดไม่อยู่ จังหวะที่เขากำลังใช้ฝ่ามือต่อยกับราวเรือเพื่อระบายอารมณ์ แคสซานดร้าก็ร้องขึ้น

                สตีฟดูเบียทริกสิ!” ชายผมเทาตวัดหน้าตามเสียงเรียก มือหนาสลายมนตราเวพาน่า ก่อนเอื้อมมือไปรับร่างแบบบางของน้องภรรยา ในสายตาของสตีฟอาการของเบียทริกที่เริ่มแย่ลงทุกที เวทรูนพวกนั้นดึงพลังของเบียทริกไปจนแทบไม่เหลือแล้ว

                ฉันไม่เป็นไร เบียทริกมองหน้าพี่สาวที่กำลังใช้ฝ่ามือตบแก้มเธอเบาๆ ถึงปากจะว่าอย่างนั้น แต่สีหน้าของเบียทริกซีดเผือดลงทุกทีๆ

                นี่อีกหนึ่งคือสาเหตุที่เวทรูนหาผู้ใช้ยาก มันเป็นเวทที่ใช้พลังเวทสูงในการร่าย หากผู้ร่ายมีร่างกายไม่แข็งแรง หรือใช้เวทเกินกำลัง มีโอกาสมากเหลือเกินที่เวทจะย้อนกลับมาทำร้าย

                เดี๋ยวพี่โซฟอสกับพวกเด็กๆ ก็มาแล้ว แข็งใจไว้นะเบียทริกแคสซานดร้าเขย่าตัวน้องสาว ฝ่ายเบียทริกก็แย้มยิ้มบาง มือของอาจารย์สอนเวทรูนเอื้อมมาจับมือของพี่สาว เหมือนต้องการกำลังใจในการต่อสู้

                สตีฟมองภาพนั้นด้วยความสะเทือนใจ เขาผินหน้ามองการต่อสู้ที่มีอยู่รอบตัว สายลมเย็นพัดพลิ้วผ่านหน้าเขา ชายหนุ่มจึงฝากคำอธิษฐานไปกับมัน

                อัลกลับมาเร็วๆ ด้วยเถอะ


                                                                                                 ..........................

               

                ลึกลงไปใต้ท้องทะเล ร่างเพรียวของสาวน้อยผมฟ้ากำลังแหวกว่ายไปสู่ท้องพระโรงแห่งริเวเทีย เบื้องหน้าของเธอคือร่างสูงของชายผมดำที่ทำหน้าที่เป็นคนนำทาง คนทั้งสองเคื่อนตัวผ่านเสาหินอ่อนยังวิจิตรและโถงทางเดินอันกว้างใหญ่ สุดคลองสายตาของพวกเขามีบานประตูโค้งที่แกะสลักเป็นรูปเครือดอกไม้

                เข้าไปในประตูนั้นก็จะเป็นท้องพระโรง ชายหนุ่มชี้ไปยังประตูตรงหน้า เขาผินดวงหน้าขาวมามองหญิงสาวที่อยู่ด้านหลัง เธอพร้อมแล้วนะ

                เสียงนุ่มถามย้ำอีกครั้งเพื่อความั่นใจ ซึ่งคำตอบก็เป็นเหมือนเดิมอย่างที่แล้วมา สาวน้อยของเขาพร้อมแล้วที่จะรับหน้าที่อันยิ่งใหญ่ เดเร็กจึงเอื้อมมือไปจูงมือเล็ก ก่อนออกแรงดึงร่างเล็กตามร่างของเขาตรงไปยังบานประตูที่เปิดกว้าง

                ระหว่างทางเขาไม่ได้เจอเซรีนเลย ถ้างั้นแสดงว่าพวกเธอต้องรออยู่ในท้องพระโรงแน่ๆ

                เดเร็กคิดในใจ และแล้วสิ่งที่เขาคิดก็เป็นจริง เพียงว่ายลอดประตูโค้งนั้น เขาก็ได้เจอกับหญิงสาวสองนางที่เขากำลังคำนึงถึง ยืนอยู่ท่ามกลางร่างของขุนนางที่เรียงรายอยู่สองฝั่งของท้องพระโรง

                เซรีนยืนถือง้าวในมือประจันหน้ากับลูเซียที่กำลังใช้ตรีศูลคุมเชิงอีกฝ่าย ท่าทางเหนื่อยหอบของทั้งคู่บ่งให้รู้ว่าพวกหล่อนคงหยุดสู้กันเมื่อไม่นานมานี้ พลันสตรีสองนางก็เบือนหน้ามามองอัลที่ทิ้งปลายเท้าลงพื้น สาวน้อยค่อยๆ เดินมายืนอยู่ข้างหน้าเดเร็ก พร้อมกวาดตามองใบหน้างามทั้งสองสลับกัน

                สวัสดีค่ะคุณป้า อัลทักทายเซรีน

                กล้าเรียกฉันขนาดนี้เลยหรือ เซรีนเหยียดยิ้มกว้าง คิดเหรอว่าฉันนับเธอเป็นหลาน

                นับไม่นับคุณป้าก็เปลี่ยนแปลงความจริงไม่ได้หรอกค่ะ ว่าหนูเป็นหลานของคุณป้า อัลชี้แจงอย่างใจเย็น ดวงตาสีเพลิงประสานกับดวงตาสีมรกตของเซรีน และแล้วร่างบางของเธอก็สาวเท้าเข้าไปหาเซรีนใกล้กว่าเดิม สาวน้อยทำมือกันเดเร็กไม่ให้เข้ามาใกล้ ทำให้ชายหนุ่มต้องยืนดูแลอยู่ห่างๆ

                เราตกลงกันดีๆ ไม่ได้หรือค่ะ คุณป้า          เสียงใสพยายามเกลี้ยกล่อมหญิงสาวผมน้ำเงินที่ก้มตัวลงมามองเธอ ดวงตาสีเขียวของเซรีนวาวโรจน์ดุจดวงตาของเสือ

                ยังไงเราก็เป็นครอบครัวเดียวกันนะคะคุณป้า อัลประสานมือเหนือหน้าอก ทำท่าวิงวอน ทว่าดูเหมือนคำบางครั้งในประโยคจะทำให้เซรีนโกรธมากขึ้นกว่าเดิม ดวงตาสีมรกตเกรี้ยวกราดเบิกกว้าง พร้อมกระแสน้ำรอบกายที่พัดวนแรงขึ้น จนอัลต้องถอยห่างออกมานิด

                เมื่อกี้เจ้าพูดว่าอะไรนะ! ครอบครัวงั้นเหรอ ถ้าเมื่อสามร้อยกว่าปีก่อน ข้าเป็นส่วนหนึ่งของมันอย่างที่เจ้าว่า เจ้าคิดว่าข้าจะต้องอยู่ในสภาพนี้หรือไง เสียงหวานคลั่งตวาดร่างเพรียวผมฟ้า ฉับพลันง้าวในมือขวาที่เมื่อครู่สงบนิ่ง ก็เคลื่อนไหวเข้าโจมตีเจ้าหญิงแห่งริเวเทีย

                อัล!” เดเร็กร้องเรียก ร่างสูงรีบเคลื่อนไหวจะเข้าไปช่วยเจ้าหญิงน้อยที่กำลังหลบจากคมง้าวที่ฟาดลงมานับไม่ถ้วน แต่เสียงใสประกาศิตกลับสั่งคำให้เขาอยู่กับที่

                เดเร็กอย่าเข้ามานะ คุณแม่ก็เหมือนกัน หนูจะจัดการเอง!” อัลประกาศ ก่อนเหยียดมือออก เรียกกระแสน้ำให้เข้ากันการโจมตีของเซรีน การกระทำของเธอยิ่งให้เซรีนโกรธมากกว่าเดิม จนควักเอาของบางอย่างมาใช้ต่อสู้

                มาดูกันหน่อยว่าเธอจะสู้กับเสี้ยวจิตใจของตัวเองได้สักแค่ไหนอัลมาริน่า!” มือขาวชูวัตถุใสบริสุทธ์สูงเหนือหัว ทันใดนั้นกระแสน้ำก็พัดวนรุนแรงรอบกายเซรีน พาเส้นผมสีน้ำเงินของนางพลิวไสว นาทีถัดมาน้ำวนนั้นก็รวมร่างเป็นตัวงูทะเลยักษ์ที่กำลังแลบลิ้นแผล่บ ดวงตาคู่โตมองมาทางอัลเหมือนเห็นเหยื่ออันโอชะ

                จัดการมัน!” เซรีนออกคำสั่ง ร่างงูยักษ์ที่เกิดจากน้ำตรงเข้าจู่โจมอัล หมายจะฆ่าให้ตายอยู่ตรงนั้น

                อัลโบกมือเสริมบาเรียน้ำที่ตั้งตรงหน้า ก่อนจะทำท่าผลักเพื่อบังคับให้น้ำดันร่างใหญ่ของสิ่งที่เข้ามาโจมตีออกไป พร้อมกับพยายามกันไม่ให้ร่างของขุนนางที่อยู่ในหินโดนผลกระทบนี้ไปด้วย

                งูทะเลตัวนั้นส่ายหัวไปมา ก่อนขดตัวเหมือนรวมแรงจะกระโดดพุ่งเข้าหาอัลอีกครั้ง และมันก็กระโจนเข้าไปหาจริงๆ แต่ก็ถูกกระแสน้ำดันให้กระเด็นออกมาอีกรอบ

                จังหวะนั้นเองเซรีนก็พูดขึ้น

                เจ้าทำได้แค่นี้เองหรือเจ้าหญิง ทำได้แค่ป้องกันตัวเองเท่านั้นหรือ

                หนูไม่อยากทำร้ายคุณป้า อัลพูดเสียงเรียบ หยุดเถอะค่ะ

                ไม่!” เซรีนประกาศ เธอดึงพลังออกมาจากเศษเสี้ยวแห่งความเป็นเด็กมากกว่าเดิม

                สิ้นเสียงเซรีน งูทะเลตัวนั้นก็เข้ามาโจมตีอัลอีกครั้ง คราวนี้มันตัวใหญ่ขึ้นและมีกำลังมากขึ้น หัวยักษ์ของมันกระแทกบาเรียครั้งแล้วครั้งเล่า จนอัลเกือบจะทานพลังไม่ไหว และดูเหมือนเซรีนจะไม่เห็นใจ เธอส่งน้ำแรงดันสูงอีกห้าลำมาร่วมทำลายบาเรีย

                เด็กสาวเม้มปากแน่น พยายามตั้งสมาธิบังคับน้ำรอบกายให้เข้ามาเป็นบาเรียมากขึ้นกว่าเดิม กระนั้นดูเหมือนพลังของเธอเพียงอย่างเดียวจะไม่ไหวเสียแล้ว

                ใช้พลังหัวใจแห่งสายน้ำสิ เสียงของเทียร่ากังวานขึ้นในโสต

                หนูอยากสู้ด้วยพลังของหนูเองค่ะอัลตอบกลับไปทางกระแสจิต พลันเสียงหัวเราะของเทียร่าก็แว่วกังวาน

                เจ้าก็เป็นเสียอย่างนี้ ไม่อยากพึ่งพาของวิเศษให้มากไป อยากยืนด้วยขาของตัวเอง ย่าเคยบอกแล้วใช่ไหมหลานย่า บางครั้งพลังของเจ้าเพียงคนเดียวก็มิอาจทำสำเร็จไปทุกสิ่ง

                แต่ถ้าหนูใช้ พลังของหัวใจแห่งสายน้ำกับพลังของหนูก็อาจทำร้ายคุณป้าได้

                ไม่หรอก เจ้าลืมไปแล้วหรือไง พลังของหัวใจแห่งสายน้ำจะทำตามทุกสิ่งที่เจ้าปรารถนา

                วินาทีนั้นแรงโจมตีจากพลังของเซรีนมากเสียจนบาเรียเริ่มปริร้าว อัลกรีดเสียงร้องเพราะแรงพลังที่ดันเข้ามากระทบกายเนื้อ ดวงตาคู่โตหลับปี๋ก่อนเผยอมองเซรีนที่มีสีหน้าที่มั่นใจในชัยชนะ

                เพียงเจ้าปรารถนาเท่านั้นหลานย่า

                หนูไม่อยากเป็นแค่เด็กให้คนอื่นต้องปกป้อง เพราะฉะนั้นหนูต้องยืนหยัดด้วยขาของตัวเองให้ได้ ทุกคนช่วยเหลือหนูเต็มที่แล้ว อัลกระซิบพึมพำเค้นพลังของตัวเองเข้าสู้มากกว่าเดิม

                คนที่ได้รับปกป้องไม่ใช่เด็กเสมอไป คนที่ขอความช่วยเหลือผู้อื่นก็ไม่ใช่เด็ก ถ้าเขาคนนั้นพยายามด้วยพลังของตนจนสุดกำลังแล้ว ไม่ใช่เรื่องน่าอายที่จะขอความช่วยเหลือ เพราะเจ้าทำจนสุดกำลังแล้ว ให้สายน้ำช่วยเหลือเจ้าเถอะนะ เจ้าหญิงน้อย

                พลันพลังเย็นเยือกของพุ่งพล่านในกายของสาวน้อย ไหลเวียนสูบฉีดไปพร้อมกับโลหิต ปฏิกิริยานี้เองก็ได้เกิดขึ้นกับเดเร็กซึ่งเป็นอีกคนที่สามารถบัญชาหัวใจแห่งสายน้ำได้ ตลอดการต่อสู้เมื่อครู่ เขารู้ว่าอัลพยายามปฏิเสธการใช้พลังของวิเศษที่อยู่ในกายของเธอ

                ดวงตาสีเงินทอดมองสาวน้อยผู้ใช้พลังของตนต้านทานพลังของเซรีนจนสุดกำลัง ไม่มีทีท่าจะยอมแพ้แต่อย่างใด ชายหนุ่มปรือลงตาเล็กน้อย

                อัลเป็นอย่างนี้เสมอ เธออยากเข้มแข็งด้วยตัวเอง น้อยครั้งนักที่เธอจะยอมใช้พลังหัวใจแห่งสายน้ำ

                บัดนี้ เทียร่ามอบพลังให้แก่อัลแล้ว เพียงแต่อัลจะใช้มันหรือไม่

                เดเร็ก เสียงร้องเรียกจากเซดริกดังจากเบื้องหลัง มหาเวทรัตติกาลหันมองผู้มาใหม่ทั้งสาม ทุกคนมีสีหน้าตื่นตระหนกเมื่อเห็นการต่อสู้ตรงหน้า

                ทำไมนายไม่ไปช่วยอัล เซดริกต่อว่า

                อัลขอสู้ด้วยตัวเองแล้วฉันจะไปขัดได้อย่างไร เดเร็กอธิบาย กวาดตามองหน้าเซดริก โซฟอสและโรส ก่อนจะเบือนตาสบกับลูเซียที่ทำหน้ากลัดกลุ้ม

                เราทำได้เพียงยืนดูเท่านั้นหรือคะคุณน้าโรสหันถามหาลูเซีย

                หญิงสาวผมฟ้าพยักหน้าเบาๆ

                จ้ะ เราทำได้เพียงเฝ้ามองและอธิษฐานให้อัลชนะเท่านั้น     

 

                จงอย่าอายที่จะร้องขอความช่วยเหลือ

                อัลเกร็งมือบังคับพลังในมือ ดวงตาสีแดงเพลิงจับจ้องงูยักษ์ที่กำลังอ้าปากเห็นเขี้ยววาววับ สาวน้อยกรีดร้องแล้วเค้นพลังออกมาใช้จนหมดกาย แต่ถึงกระนั้นดูเหมือนพลังทุกหมดมันยังไม่พอ เมื่อเซรีนจู่โจมเธอด้วยพลังที่มีร่วมกับพลังของเศษเสี้ยวแห่งความเป็นเด็ก

            อย่าหวาดกลัวที่จะใช้พลังเต็มกำลังที่มีอยู่ อย่าคิดว่าเป็นการเอาเปรียบศัตรู

            เธอไม่อยากทำร้ายคุณป้า

            อัลย้ำกับตัวเอง เธอรู้ตัวดีว่า พลังของเธอเมื่อรวมกับพลังของหัวใจแห่งสายน้ำมันจะมากเกินไป มากจน

บางครั้งเธอเองก็กลัว

            เธอคิดว่าเธอเข้าใจความรู้สึกของเดเร็กแล้ว เข้าใจความรู้สึกที่หวาดกลัวพลังของตนจะทำร้ายผู้อื่น มือ

เล็กสั่นเทา เมื่อพลังแห่งสายน้ำเริ่มจะทะลักออกจากร่าง หมายป้องกันร่างของผู้ครอบครอง

                ผู้ที่พลังมากไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ทำลายเสมอไป

                เธอจะต้องเป็นผู้ชนะ แต่เธอต้องไม่ทำร้ายคุณป้าเด็ดขาด

                อัลตัดสินใจเด็ดขาด ในที่สุดสาวน้อยก็ตัดสินใจใช้พลังหัวใจแห่งสายน้ำ ยามที่เธอหลับตาตั้งสมาธิ หัวใจของเธอเต้นสงบลงเพื่อจับจังหวะการไหลเวียนของน้ำ ผสานพลังของตัวเองและหัวใจแห่งสายน้ำเป็นหนึ่งเดียวกัน จนสาวน้อยรู้สึกว่าร่างของเธอเหมือนละลายเป็นส่วนหนึ่งแห่งสายธารา

                จังหวะนั้นเอง บาเรียที่อัลใช้ป้องกันแตกสลายด้วยแรงโจมตีจากเซรีน งูตัวยักษ์อ้าปากจะกินร่างเล็กเข้าไป ทว่าเมื่ออัลลืมตาขึ้น พร้อมยกมือแตะที่หัวของมัน งูตัวนั้นก็สงบนิ่ง คลายตัวกลายเป็นเพียงวารินที่ไหลสงบดังเดิม ท่ามกลางความตกใจของเซรีน

                สายน้ำเอ๋ย จงไป มือเล็กชี้ไปที่ร่างระหงของเซรีน พลันสายน้ำก็ทะยานเข้าร่างของหญิงสาวผมน้ำเงิน วนไปมาคล้ายจะโอบล้อมร่างนั้น

                คิดหรือว่าข้าจะยอม เซรีนใช้พลังพยายามดันพลังของอัลออกห่าง แต่ไร้ผล เมื่อพลังนั้นเคลื่อนเข้ามาใกล้เรื่อยๆ หญิงสาวเร่งพลังจากวัตถุขาวใสในมือ จนก่อให้เกิดรอยร้าวบนวัตถุนั้น มือขวาตวัดง้าวเพื่อพลังโจมตี กระนั้นสายน้ำก็ยังตรงเข้าล้อมเธอไม่หยุดหย่อน ในที่สุดร่างงามก็ตกอยู่ในปราการวารินที่แข็งแกร่ง ทำให้เซรีนไม่สามารถทำร้ายใครได้อีกต่อไป

                เจ้า อัลมาริน่า กล้าดีนักนะ!” เซรีนกรีดร้องอยู่ในบอลน้ำ ดวงตาดุร้ายมองดวงหน้างามของเจ้าหญิง

                อัลค้อมหัวให้เซรีนนิด ก่อนสาวเท้าเดินตรงไปยังบังลังก์สีขาวสะอาดที่ประดับด้วยกิ่งก้านปะการัง แต่ละก้าวที่อัลย่างไป คือ แต่ละก้าวที่อัลรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงและหน้าที่ที่ต้องแบกรับ

                ถ้าเธอผ่านบททดสอบของคุณปู่ทวด เธอจะไม่มีวันเป็นเหมือนเดิมอีกต่อไป

                เท้าของอัลก้าวขึ้นบันไดไปเรื่อยๆ เมื่อรู้ตัวอีกทีเธอก็ยืนอยู่หน้าบัลลังก์ห้วงสมุทรเสียแล้ว

                อัลมาริน่า ข้ารู้นะว่าเจ้าน่ะไม่ได้ตั้งใจจะเป็นราชินี เจ้าโดนทุกคนบังคับต่างหากใช่ไหม สาวน้อย เจ้าอยากจะเป็นแอนนิมอลมาสเตอร์ อยากวิ่งเล่นเหมือนเด็กทั่วไป เจ้าไม่ได้อยากเป็นราชินีแม้แต่น้อยเซรีนกล่าว ยิ้มเยาะใส่แผ่นหลังของร่างบาง

                บังลังก์ห้วงสมุทรไม่มีวันยอมรับราชินีจำยอมเช่นเจ้าเด็ดขาด!”

                วินาทีที่ผันผ่านมีเพียงความเงียบงั้น ไร้ซึ่งเสียงพูดคุยใดๆ เซรีนได้แต่จ้องมองแผ่นหลังของอัลที่กำลังยกมือลูบไล้บังลังก์สีขาว

                ผิดแล้วค่ะคุณป้า ไม่ใช่ราชินีจำยอม แต่ดิฉันเต็มใจที่จะเป็นเสี้ยวหน้าหวานหันมามามองทุกคน ร่างบางหมุนตัวมองออกไปยังประตูทางเข้า พลันร่างเพรียวก็ค่อยๆ ทิ้งกายลงไปยังบัลลังก์สีขาวด้านหลัง วินาทีที่ร่างเธอนั่งลงบนบังลังก์ ไอเย็นก็แผ่กระจายออกจากมันพร้อมลำแสงสีฟ้าอ่อนโยนที่เต้นริ้ว เริงระบำรอบฐานของบัลลังก์ ก่อนประสานกันกลายเป็นโดมคลุมร่างของเด็ก

                เสี้ยวนาทีที่โดมสีฟ้าจะปิดสนิท เดเร็กเห็นเปลือกตาบางเลื่อนลงมาปิดดวงตาคู่โตอันแจ่มใส

                เริ่มขึ้นแล้วสินะ โซฟอสเปรย พลางเลิกคิ้วสูง

                ค่ะ การทดสอบเริ่มขึ้นแล้ว            ลูเซียกล่าว ตอนนั้นเองเธอได้ยินเสียงคนว่ายน้ำตรงมาทางนี้ หญิงสาวจึงหันหน้าไปมองที่บานประตู เพื่อพบว่าผู้มาใหม่คือ จอมเวทพสุธาคนเก่งผู้ทรยศต่อสภาเวทเมื่อสามร้อยกว่าปีก่อน

                กราเคน ลูเซียพึมพำ ส่วนคนอื่นๆ ขยับตัวเตรียมต่อสู้ถ้าหากกราเคนคิดจะทำอะไรขึ้นมา กระนั้นชายผมม่วงดูจะไม่ได้สนใจพวกเขาเลย เพียงสิ่งเดียวที่อยู่ในความสนใจของชายหนุ่ม คือ ร่างระหงที่กำลังพยายามดิ้นรนออกจากที่คุ้มขัง

                กราเคนทำตาเบิกกว้าง เมื่อเห็นว่าหญิงสาวที่รักของตนถูกกักขังเอาไว้ในบอลเวทและไม่อาจจะขยับไปไหนได้ ร่างสูงรีบปราดไปชิดใกล้ทันใด

                ท่านเซรีน!”

                                                                            .......................................

 

                วาโยหนาวเย็นพัดพรายกรีดผิวของหญิงสาวผู้นั่งหลับตาอยู่บนพื้นเบื้องล่าง เสียงหยดน้ำบรรเลงท่วงทำนองแห่งคีตาอันไพเราะดังต่อเนื่องไม่หยุดหย่อน สิ่งเหล่านั้นย้ำเตือนผู้มาเยือนมาเธอไม่ได้อยู่ในโลกที่เธอรู้จักอีกต่อไปแล้ว

                ง่วงเหลือเกิน

                เปลือกตาบางพยายามอย่างยิ่งที่จะลืมขึ้น แต่ด้วยพลังบางอย่างทำให้เปลือกตาหนักเสียจนเหมือนมีอะไรมาถ่วงไว้ สาวน้อยพยายามฝืนลืมตาขึ้นอยู่สองสามครั้ง จนครั้งที่สี่จึงลืมตาขึ้นมาได้

                ที่นี่ที่ไหนกัน

                อัลคิดพลาง ทอดสายตาดูเสาหินอ่อนที่เรียงรายจนสุดลูกหูลูกตา เมื่อมองไปทางขวาก็พบสายน้ำเริงระบำที่ส่งเสียงดนตรีหวานซึ้งออกมา พอเบือนไปทางซ้ายก็พบกับกลุ่มดอกบัวสีขาวที่ลอยอยู่เหนือพื้นน้ำที่แผ่กว้างไกล เบื้องบนนั้นเป็นท้องฟ้าสีม่วงแกมน้ำเงิน ประดับดวงจันทร์เสี้ยวสองดวงที่อยู่เคียงกัน และพอก้มมองด้านล่าง สาวน้อยก็พบผืนน้ำที่สะท้อนใบหน้าตกใจของตนเอง

                ดูท่าคงเหนื่อยมากสินะกว่าจะมาถึงที่ไหนได้ เสียงทุ้มเย็นของใครบางคนดังกังวานก้อง พร้อมเสียงฝีเท้าที่ย่ำลงบนพื้นน้ำ ใบหน้าของชายคนนั้นสะท้อนลงบนวารีที่ไหวระลอก จากภาพนั้นอัลเห็นว่าเขากำลังค้อมหัวก้มมองเธออยู่

                สาวน้อยรีบเงยหน้าขึ้นสบดวงหน้าคมสันของอีกฝ่าย ดวงตาสีเพลิงของหล่อนกำลังประสานกับดวงตาสีน้ำเงินคมเข้ม

                คุณปู่ทวดอัลเรียกชายหนุ่มในชุดทูนิคสีขาวยาวกรอมเท้า พลางพิจารณาใบหน้าขาวสะอาดของเขา จมูกที่โด่งนั้นงุ้มเล็กน้อย รับกับคิ้วที่โค้งราวคันศร ผมสีฟ้าใสยาวจรดเอวของเขาไหวกระเพื่อมคล้ายจังหวะการเคลื่อนตัวของกระแสธาร สิ่งที่ทำให้เขาดูแปลกจากมนุษย์คือ ใบหูที่มีลักษณะเหมือนครีบปลาและเกล็ดปลาตรงบริเวณหน้าผาก

                เจ้าว่าอะไรนะริมฝีปากบางถาม ดวงตาสีเขียวเรียวรีหรี่ลงคล้ายจับผิด แววตายามนี้ของเขาดูน่ากลัว แต่อัลกลับไม่กลัวเลย กลับกันเธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้นอย่างไม่หวาดหวั่น

                พลันเสียงหัวเราะคิกคักสดใสก็เรียกความสนใจของทั้งคู่ หางตาของอัลเห็นแสงสีน้ำเงินไหลออกจากแผ่นหลังของเธอ กลายเป็นร่างระหงของหญิงสาวคนหนึ่ง เธอคนนั้นมีเรือนผมสีเงินยาวจรดปลายเท้าและผิวขาวอันเนียนละเอียดไข่มุก เท้าของหล่อนจดลงกับพื้นน้ำ สร้างระลอกน้ำให้แผ่ออกไปบนผิวธาริน

                อย่าไปแกล้งสายเลือดของเราอย่างนั้นสิคะเมอลัส เทียร่าสืบเท้าเข้าไปหาจ้าวแห่งภูติสมุทรตนก่อน มือบางของหล่อนประคองดวงหน้าคมสันให้หันมองตน

                ดวงตาสีมรกตของเมอลัสทอแสงอ่อน ยามสัมผัสถึงความรักของภรรยาที่จากไปนาน เขาไล้มือที่แก้มเนียนเบาๆ ก่อนเบือนหน้ากลับมามองอัลอีกครั้ง

                ลุกขึ้นอัลมาริน่า

                อัลเหยียดตัวขึ้นตามคำสั่งของเมอลัส เธอลอบยิ้มให้กับเทียร่าที่กำลังยิ้มหวานมาทางเธอ ผิดกับเมอลัสที่ปั้นหน้าจริงจัง

                หนูต้องทำอะไรบางคะ คุณปู่ทวด อัลเอียงคอ

                คุณปู่ทวด นี่เจ้าเรียกข้าว่าคุณปู่ทวดงั้นหรือ เมอลัสเลิกคิ้ว

                แหม เมอลัสคะ หลานเรียกเราอย่างสนิทสนมก็ดีออก ไม่เคยมีราชาหรือราชินีคนใด เรียกเราอย่างนี้มาก่อนเลยนะคะ

                ก็เพราะไม่มีน่ะสิข้าถึงแปลกใจ เมอลัสทำเหมือนบ่น เอาละ ยื่นมือมา

                อัลสูดหายใจลึก ยื่นมือเข้าหาเมอลัสที่ยื่นมือมารออยู่ก่อนแล้ว มือน้อยๆ ค่อยแตะลงกับมือใหญ่ของชายหนุ่ม พลันอัลก็รู้สึกว่าเลือดในกายเริ่มไหลเวียนอย่างบ้าคลั่ง พลังบางอย่างกำลังถูกดึงออกไป รวมถึงความทรงจำที่อยู่ในหัวของเธอ ภาพความทรงจำตั้งแต่ครั้งแรกเกิดจนถึงปัจจุบันฉายชัดในห้วงคำนึงของอัล ทุกอย่างกำลังถูกเมอลัสสำรวจ ตรวจสอบอย่างถ้วนถี่

                เทียร่าชำเลืองมองดวงตาที่หลับพริ้มของสามีและดวงหน้าที่เหนื่อยล้าของอัล ดวงตาสีแดงของสาวน้อยดูว่างเปล่า ยามนี้อัลสูญเสียการควบคุมตัวเองไป ไม่ใช่แค่กายเนื้อ แต่ในจิตใจเธอก็กำลังถูกเมอลัสควบคุมไว้อยู่เหมือนกัน

                ระหว่างนั้น เมอลัสก็ยื่นมืออีกข้างออกมาเหมือนกำลังรองรับอะไรบางอย่าง และแล้วพลังที่ไหลออกมาจากดวงจิตของอัลก็เริ่มก่อร่างขึ้นมาเป็นลูกแก้วสีสมุทรอันงดงาม ชั่วอึดใจลูกแก้วนั้นก็เสร็จสมบูรณ์พร้อมเปล่งแสงสีน้ำเงินอ่อนโยนออกมา

                ในที่สุดเมอลัสก็ลืมตาขึ้น ปล่อยอัลออกจากการสะกด

                เจ้านี่ซนน่าดูเลยนะ เสียงเย็นหนักแน่นกล่าวกับสายเลือดกัวมาริแนร์

                ก็สายเลือดของข้านี่เมอลัส ก็ต้องเหมือนข้าบ้าง เทียร่าปรือแพขนตาสีเงินลง ทอดสายตามองเด็กสาวที่ลดมือลง พลางจ้องเธอและเมอลัสสลับไปมา

                เจ้าคิดว่าเจ้าจะเป็นราชินีที่ดีได้หรือไม่ อัลมาริน่า กัวมาริแนร์จ้าวแห่งภูติสมุทรส่งคำถามมาให้อัล ดวงตาสีเขียวดูดุดันจริงจัง

                ได้ค่ะ หนูต้องเป็นราชินีที่ดีได้แน่ แม้ตอนนี้หนูจะยังเด็กอยู่ แต่ต่อไปหนูสัญญาว่าจะทำให้ดีที่สุด หนูเต็มใจที่จะรับหน้าที่นี้ค่ะอัลรับรองเป็นมั่นเป็นเหมาะ

                เมอลัสขยับยิ้มเป็นครั้งแรก ก่อนจะยื่นมือขวาของตนไปข้างหน้า เผยลูกแก้วสีสมุทรในอุ้งมือ

                ถ้าเช่นนั้นจงรับสิ่งนี้ไป

                หัวใจแห่งสายน้ำ แต่ว่ามันถูกทำลายไปแล้วนี่คะ อัลทำตาโต

                หัวใจแห่งสายน้ำไม่มีวันถูกทำลายหรอกจ้ะอัล รูปร่างนี้เป็นเพียงร่างนามธรรมของมัน แต่หัวใจแห่งสายน้ำที่แท้จริง คือ หัวใจของผู้ปกครองแห่งริเวเทีย คือ หัวใจที่คิดถึงผู้อื่นและมีความปรารถนาให้ผู้อื่นเป็นสุขอยู่เสมอ คือ หัวใจของผู้แลและปกป้อง นั่นแหละ คือคุณสมบัติของผู้ขึ้นครองนครแห่งสายน้ำเทียร่ากล่าว พลางกอดแขนหนาของสามี

                และเจ้าก็มีสิ่งนั้นครบถ้วน เจ้าผ่านการทดสอบแล้ว เมอลัสกล่าว

                จริงหรือ

                อัลยอบกายน่ารัก ก่อนเดินเข้าไปรับหัวใจแห่งสายน้ำจากมือหนาของเมอลัส ทันทีที่มือน้อยรับลูกแก้วสีน้ำเงินล้ำลึกไว้ในอุ้มมือ แสงสีน้ำเงินก็สาดส่องไปทั่วบริเวณ พร้อมเส้นไหมสีฟ้าของอัลที่แผ่กระจาย

                นับตั้งแต่เจ้ารับมันจากมือข้าไป นั่นก็คือเจ้ารับภาระแห่งองค์ราชินีไปแล้ว แม้จะอายุน้อยอยู่ แต่ข้าก็หวังว่าเจ้าจะเป็นราชินีที่ดี เอาละกลับไปยังโลกของเจ้าได้แล้ว เมอลัสเทศนาสาวน้อย มองร่างน้อยที่กำลังถูกแสงสีน้ำเงินกลืนกิน

                ดวงตาสีแดงเพลิงของอัลสบประสานกับดวงตาสีไพลินของเมอลัส

                ฝากเมืองที่ข้ารักไว้ในมือของเจ้าด้วย จงใช้พลังในมือเจ้าในทางที่ควรนะรอยยิ้มอ่อนแต้มบนเรียวปากบางของชายหนุ่ม

                เจ้าต้องเป็นราชินีที่ดีแน่หลานย่า

                ขอบคุณค่ะคุณปู่ทวด คุณย่าทวด หนูเองก็ขอให้ท่านทั้งสองมีความสุขนะคะอัลหัวเราะร่า สิ้นเสียงกังวานใส ร่างเล็กของอัลก็ถูกแสงสีไพลินกลืนกินทั้งกาย เสี้ยวพริบตาแสงนั้นก็ระเบิดออกพร้อมการจากไปของสาวน้อย ทิ้งเพียงผู้เฝ้ามองทั้งสองให้ยืนอยู่ตรงนั้น

                เมอลัสทอดมองจุดที่อัลเคยยืนอยู่ ชายหนุ่มหลับตาพร้อมระบายลมหายใจเบา กล่าวประโยคที่ทำให้เทียร่าต้องแย้มยิ้มหวาน

                ในที่สุดเราก็ได้ราชินีองค์ใหม่เสียที

                                           
                                                                  ...............................................

                ขณะเดียวกัน ณ ท้องพระโรงแห่งริเวเทีย

                ลูเซียดูนั่นสิ เดเร็กกล่าว คำพูดของเขาดึงความสนใจของหญิงสาวผมฟ้าให้หันกลับมามองลูกสาวของตน หลังจากละความสนใจไปช่วงหนึ่งตอนที่หันไปมองกราเคน ไม่ใช่แค่ลูเซียเท่านั้นที่หันกลับไปมองอัล ทุกคนก็เช่นกัน รวมทั้งกราเคนกับเซรีนด้วย

                ลำแสงสีฟ้าที่ประสานตัวกันเป็นโดมเริ่มคลายตัวออก เผยร่างเล็กที่นั่งอยู่เบื้องหลัง ร่างนั้นยังสงบนิ่ง ขณะที่ลำแสงสีฟ้าพุ่งไปรวมตัวกันเหนือศีรษะของเธอ มันค่อยๆ ถักทอเป็นโครงร่างของมงกุฎ พลันแสงสีฟ้าก็แตกออกเผยให้เห็นมงกุฎทองคำขาวที่เกี่ยวกระหวัดกันอย่างงดงาม วินาทีต่อมาแสงสีน้ำเงินก็ลอยละล่องออกมาจากมงกุฎสีขาว ค่อยๆ ประสานตัวกันเป็นลูกแก้วสีสมุทร และวินาทีที่มันประสานตัวกันอย่างสมบูรณ์ ดวงตาสีเพลิงของราชินีองค์ใหม่ลืมขึ้น

                ไม่จริง เซรีนคราง เมื่อเห็นภาพที่กำลังเกิดขึ้นตรงหน้า ภาพนั้นบ่งบอกความพ่ายแพ้ของเธออย่างสิ้นเชิง

                บัลลังก์ห้วงสมุทรเลือกเด็กคนนั้นเป็นราชินี!

                อัลทำสำเร็จแล้ว เดเร็กยิ้มจาง มองหญิงสาวบนบังลังก์สีขาวด้วยความภาคภูมิใจสูงสุด บัดนี้อัลดูงามสง่า เหมาะสมกับตำแหน่งที่เพิ่งได้รับยิ่งนัก

                นายดูภูมิใจนะ เซดริกเย้ามหาเวทรัตติกาล

                เดเร็กหัวเราะหึๆ

                ฉันเองก็รู้ว่านายภูมิใจนะเซดริก จังหวะนั้นเขาก็สัมผัสได้ถึงพลังรัตติกาลอันมหาศาลที่ไหลกลับเข้ามาในร่างของเขา ชายหนุ่มจึงรู้ว่าอัลเริ่มถอนคำสาปที่เขาสาปไว้แล้ว


                                                              ....................................................

 

                ต้องถอนเวทที่เดเร็กร่ายเอาไว้ซะก่อน

                อัลคิด พยายามจับกระแสกาลเวลาที่ไหลวนรอบบริเวณ ขณะที่รอให้หัวใจแห่งสายน้ำผสานตัวกันให้เสร็จสมบูรณ์ และวินาทีที่หัวใจแห่งสายน้ำรวมตัวกันเสร็จ เธอก็จับกระแสกาลเวลาได้ หญิงสาวจึงใช้เวทรัตติกาลผสานกับหัวใจแห่งสายน้ำถอนเวทหยุดเวลาที่คอยคุ้มครองเมืองริเวเทียมากว่าสามร้อยปี

                แพขนตาหนากระพือขึ้นลงแช่มช้า ดวงตาสีเพลิงของอัลค่อยๆ เปิดออกรับภาพเข้าสู่คลองสายตา

                ฉับพลันแผ่นดินก็สั่นสะเทือน ด้วยอาณาจักรแห่งสายน้ำทะยานขึ้นสู่เบื้องบนเหนือพื้นน้ำ รับแสงอรุณแรกแห่งวัน แสงทองเรื่อส่องลอดบานหน้าต่างที่เรียงรายอยู่ทางฝั่งทิศตะวันออกของห้อง เสียงหินแตกดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อขุนนางทุกคนคลายตัวจากเวทหยุดเวลา และพากันส่งเสียงถามกันอย่างสับสน

                บรรดาขุนนางต่างพากันตวัดหน้ามองดูผู้ประทับบันบังลังก์ พวกเขามีสีหน้างุนงง เมื่อเห็นว่าราชินีของตนไม่ใช่พระองค์เดิมอีกต่อไป กลายเป็นหญิงสาวแรกรุ่นอีกคนหนึ่ง กระนั้น ความสงสัยก็จางไป เมื่อได้ยินเสียงเสนาะอันเคยคุ้น

                ดยุคอัสลาน ลูเซียขานชื่อขุนนางคนสนิท ร่างบางสืบเท้าไปยืนเคียงธิดาที่นั่งนิ่งบนบังลังก์ ดวงตาสีน้ำเงินปรายแลดวงหน้าแก่ชราของดยุคคนสำคัญ

                ท่านยังจำแผนการของเราได้ไหม

                พ่ะย่ะค่ะองค์ราชินีดยุคอัสลานขานรับ

                ท่านกล่าวผิดแล้ว มิใช่เราหรอกที่เป็นราชินีในยามนี้ นางต่างหาก มือนวลผายมาที่อัล ก่อนกวาดตามองเหล่าขุนนางและทหารหาญที่ยืนเรียงแถวสองข้าง นางคือราชินีองค์ปัจจุบันแห่งริเวเทีย และท่านก็ยังจำคำสั่งที่เราสั่งท่านได้หรือไม่ จงทำตามคำสั่งนางทุกคำ

                ดยุคอัสลานเบิกตากว้าง หันขวับสบกับดวงเนตรสีเพลิงขององค์ราณีองค์ปัจจุบัน แม้พระนางจะยังคงสวมฉลองพระองค์แปลกประหลาดและมอซอในสายตาเขา ทว่ากลับมีรัศมีแห่งอำนาจเรืองรองออกจากพระวรกายงามสง่า เขามองเห็นเรียวโอษฐ์ของพระนางยกขึ้น ยามเปล่งวาจา

                จับกุมนาง นิ้วชี้ของพระนางชี้ไปยังร่างของเซรีนที่ถูกขังอยู่ในบอลและร่างสูงของกราเคนที่อยู่เคียงข้าง สิ้นเสียงสั่งขององค์ราณี ทหารที่ตั้งแถวต่างวิ่งมาตั้งกระบวนล้อมเซรีนและกราเคน พร้อมจ่อดาบป้องกันการหนี

                กราเคนกางแขนพยายามกันนายหญิงออกจากเหล่าทหาร ดวงตาสีเขียวแข็งกร้าวกว่าที่เคย ทุกอย่างที่เขาทำก็เพื่อปกป้องเซรีนจากการจับกุม

                วางใจเถอะคุณกราเคน เราสัญญาว่าจะไม่ทำร้ายคุณและคุณป้า อย่าขัดขืนเลยนะองค์ราชินีกล่าวให้คำมั่น หวังจะให้กราเคนคลายท่าทีแข็งกร้าวลง

                กราเคน องค์ราชินีทรงให้คำมั่นแล้ว เดเร็กสาวเท้าเข้ามาใกล้วงล้อมของพวกทหาร พยายามพูดเกลี้ยกล่อมจอมเวทพสุธาให้เปิดทาง ในเมื่อท่านตรัสว่าไม่เอาชีวิตของพวกนาย นายก็วางใจได้แล้ว

                คำพูดของเดเร็ก ทำให้กราเคนกลอกตาไปมาเหมือนกำลังครุ่นคิด ผิดกับเซรีนที่กัดฟันกรอด แค้นเคืองที่แผนการของนางพังไม่เป็นท่า สุดท้ายนางก็ต้องแพ้  แพ้ให้กับสายเลือดของอเวเจอรียหรือ

                ไม่มีวัน นางไม่มีวันถูกจับกุมและตราหน้าว่าพ่ายแพ้เด็ดขาด!

                ใครจะไปยอม เซรีนพูดลอดไรฟันอย่างโกรธแค้น ใครจะไปยอมแพ้เจ้ากับลูกสาวกัน!”

                มันจบแล้วค่ะคุณป้า ราชินีแห่งริเวเทียปรือตาลงอย่างอ่อนล้า ได้โปรดหยุดเถอะค่ะ

                เจ้าคิดว่าพลังแค่นี้จะขังข้าได้หรือ มือเรียวของเซรีนกำวัตถุขาวใสในมือแน่น นัยน์ตาสีมรกตดุดันน่าหวาดเกรง ข้าจะหนีออกจากที่นี่ให้ได้

                กล่าวจบ นางก็ดึงพลังออกจากเศษเสี้ยวของความเป็นเด็ก เธอดึงมันออกมาจนหมด ส่งผลให้รอยแตกบนวัตถุทรงพลังขยายตัวกว้างกว่าเดิม พลังของเซรีนเริ่มมีพลังรุนแรงและดันปราการน้ำให้พองออกมาได้ สิ่งที่เกิดขึ้นฉุดความสนใจจากทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเดเร็ก เมื่อเห็นว่าวัตถุขาวใสในมือเซรีนกำลังแตกสลาย และถ้ามันแตกออกละก็

                อย่านะ อย่าใช้มันมากกว่านี้!” เดเร็กร้องลั่น ดวงตาสีเงินเบิกกว้าง ชายหนุ่มสั่งให้ทหารและกราเคนหลีกทาง เพื่อจะคว้าตัวเซรีนและบังคับไม่ให้ใช้พลังนั้น แต่ชายหนุ่มก็ไม่อาจฝ่าปราการน้ำอันแข็งแกร่งได้ เขาจึงหันไปตะโกนบอกองค์ราณีให้ลดพลังของปราการน้ำลง

                ถ้าลดปราการน้ำ นางจะหนีได้นะท่านดาร์ซีดยุคอัสลานแย้งหลังจากได้ยินเสียงตะโกนของดาร์ซี

                แต่ถ้าไม่ลดนางก็จะ เดเร็กพยายามอธิบาย แต่ไม่ทันเสียแล้ว เพราะเซรีนเร่งพลังจนสุด ทำให้เศษเสี้ยวของความเป็นเด็กแตกละเอียดในมือนาง บังเกิดพลังอันมหาศาลระเบิดทำลายปราการน้ำจนสิ้น ปลดปล่อยเซรีนเป็นอิสระ ก่อนพุ่งกลับเข้าหาร่างแบบบางที่กำลังตกตะลึง ในไม่ช้าความเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้นตามเรือนกายของหญิงสาว ร่างของนางค่อยๆ เสื่อมสลายลงทีละนิดๆ หล่นร่วงราวกับเป็นเม็ดทรายละเอียด

                ปฏิกิริยาสะท้อนกลับของพลัง!

                ชายหนุ่มผมดำและเหล่าทหารถอยร่นออกมาจากอาณาเขตของการทำลาย เขาเบิกตากว้างกับสิ่งที่เห็น เสียใจที่ไม่อาจหยุดยั้งสิ่งที่กำลังเกิดได้

                เดเร็กมันเกิดอะไรขึ้น เซดริกร้องถาม เขาไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนในชีวิต ไม่เคยเห็นการสลายของร่างกายมนุษย์ทีละชิ้น ทีละชิ้นอย่างนี้

                เดเร็กสูดหายใจลึก ก่อนจะอธิบายพยายามข่มเสียงให้ราบเรียบ

                ปฏิกิริยาสะท้อนกลับของพลัง คือ ปฏิกิริยาที่พลังอันมหาศาลสูญเสียตัวตนที่สถิต และเริ่มหาภาชนะรองรับใหม่ หากภาชนะใหม่ไม่อาจรองรับพลังได้ พลังนั้นจะทำลายมันทีละนิด ในกรณีของอัล หัวใจแห่งสายน้ำต้องการเข้าสู่ร่างของสายเลือดริเวเทียอยู่แล้ว และอัลไม่เกิดการต่อต้าน จึงไม่เกิดปฏิกิริยานี้ แต่ในกรณีนี้ เซรีนต่อต้านและเกลียดชังทุกสิ่งเกี่ยวกับน้องสาว ดังนั้นเธอจึงต่อต้านพลังของอัลด้วยเช่นกัน และยิ่งเธอต่อต้าน ปฎิกริยาสะท้อนกลับของพลังจะยิ่งเกิดขึ้น เมื่อรวมว่าสิ่งที่กำลังทำปฏิกิริยาอยู่เป็นเศษเสี้ยวความเป็นเด็กของอัลที่มีพลังแห่งสายน้ำไหลเวียนอยู่ส่วนหนึ่งแล้ว พลังของมันย่อมรุนแรงมากเสียจนร่างของเซรีนรับไม่ได้

                เราหยุดมันไม่ได้เหรอคะ โรสยกมือขึ้นปิดปาก พยายามระงับอารมณ์ตื่นกลัวที่เกิดขึ้นในกาย ดวงตาสีชมพูประกายระริก ยามทอดสายตามองภาพกราเคนพยายามเข้าไปประคองเซรีน

                เดเร็กหลับตาลงอย่างเชื่องช้า

                ฉันเกรงว่าจะไม่ได้น่ะสิ


                                                                                      .............................

 

                ท่านเซรีน!”

                กราเคนวิ่งเข้าไปประคองร่างที่กำลังแตกสลายของเซรีน แก้วตาสีใบไม้สะท้อนภาพหญิงสาวที่กำลังยกมือขึ้นอย่างตื่นตระหนก เรียวปากอิ่มของนางอ้านิด ตะลึงกับมือที่ค่อยๆ หักเป็นชิ้นๆ แตกสลายเป็นเม็ดทราย 

                ดวงตาสีเขียวของเซรีนเต้นระริก ตื่นกลัวดุจลูกกวางตัวน้อย เมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น หญิงสาวรู้ว่าชะตาชีวิตของตนเองถึงทางตันแน่แท้!

                ท่านเซรีน เสียงเข้มร้องเรียกหญิงสาวอีกครั้ง คราวนี้เซรีนหันมามองดวงหน้าคมคายของเขา

                กราเคน เสียงหวานกระซิบ

                ท่านเซรีนไม่ต้องกลัวนะครับ ผมจะไม่ทิ้งท่านเซรีนไปไหน ชายหนุ่มโอบร่างอ่อนแอของคนรักอย่างถนอม เซรีนทรุดตัวลงในอ้อมกอดของเขาอย่างสิ้นแรง น้ำตาปริ่มจะรินไหลจากดวงตาคู่งาม

                นี่คงเป็นวาระสุดท้ายของเธอแล้ว

                เซรีนรู้ดีแก่ใจ ผินหน้าสบตากับชายหนุ่ม พลันดวงตาคู่สวยก็เห็นว่าพลังทำลายที่ลามไปตามผิวเธอ คืบคลานไปตามนิ้วยาวของอีกฝ่าย กัดกินเรือนร่างของชายหนุ่มเช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นกับเธอ วินาทีนั้นเองเซรีนก็ใช้ข้อมือที่เหลืออยู่ผลักร่างสูงออกห่าง

                อย่ามาแตะนะ เสียงหวานตวาด กล้าดียังไงมาแตะต้องข้า!”

                ท่านเซรีน กราเคนร้อง พยายามเข้าไปหาหญิงสาวอีกครั้ง แต่เซรีนก็ตวาดลั่น

                คิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงได้มาแตะต้องข้าตามใจเยี่ยงนี้ เจ้าสำคัญตนผิดไปแล้ว ระหว่างที่พูด เซรีนก็รู้สึกคล้ายอยากจะร้องไห้ เธอต้องทำร้ายเขาไปอีกสักกี่ครั้งกันถึงจะพอกัน นี่ขนาดเป็นครั้งสุดท้ายที่จะได้คุยกัน เธอก็ยังทำร้ายเขาถึงขนาดนี้

                แต่ขอเพียงให้เขารอด แค่เขารอดก็พอแล้ว

                ผมเป็นคนรักของท่านนะครับ กราเคนประกาศอย่างไม่เกรง

                เซรีนระเบิดเสียงหัวเราะขึ้นลงสูงๆ ต่ำๆ อย่างน่ากลัวก้องท้องพระโรงอันโอ่โถ่ง ท่ามกลางสายตาของคนนับสิบ เธอหรี่ตาลงมองกราเคนด้วยสายตาเหมือนมองสิ่งไร้ค่า

                ก็แค่เบี้ยหมาก แล้วก็ของใช้แล้วทิ้งเท่านั้น!” เซรีนเยาะเย้ย ตอนนี้ร่างกายท่อนล่างของเธอแตกละเอียดเป็นผุยผง เหลือเพียงร่างเหนือเอวขึ้นไปเท่านั้น ร่างของเธอจึงล้มลงไปนอนตะแคงกับพื้นพร้อมกับค่อยๆ สลายไปทีละนิด

                ผมต้องปกป้องท่านเซรีนชายหนุ่มยังยืนยัน

                คนอย่างข้าไม่ต้องการการปกป้อง ไม่ต้องการการดูแล ไม่ต้องการความเห็นใจ ได้ยินไหม!” เซรีนกรีดเสียงใส่คนรัก

                กราเคนส่ายหน้าเหมือนไม่เชื่อ เขาค่อยๆ คลานเข้าไปหาหญิงสาวทีละนิด ด้วยร่างกายสั่นเทา

                ไม่จริง ผมรู้ว่าท่านเซรีนเดียวดายแค่ไหน อ้างว้างแค่ไหน ได้โปรดให้ผมอยู่เคียงข้างท่านเถอะครับดวงตาสีมรกตสองคู่สบประสานกันเนิ่นนาน ถ่ายทอดความเจ็บปวดให้แก่กันและกัน

                เขายังคงเป็นคนคนเดียวที่รู้จักเธอดีที่สุดเสมอ

                แม้ต้องการอ้อมกอดเขาแค่ไหน เธอก็ไม่อาจรับมันได้ในยามนี้

                อย่ามาทำเป็นรู้ดี เจ้าจะมารู้ได้อย่างไรว่าข้าคิดอะไรอยู่เซรีนพูดเสียงระโหย

                ความปรารถนายามนี้เพียงอย่างเดียวของเธอ ไม่ใช่อำนาจอันยิ่งใหญ่ที่เธอไขว่คว้ามาตลอด แต่เป็นชีวิตของเขาที่ต้องอยู่รอด

                เธอทำร้ายเขามามากพอแล้ว

                ท่านเซรีน ถ้าท่านคิดเช่นนั้นจริง มองตาผมสิครับน้ำเสียงขาดห้วงว่า ดวงตาทอแสงอ่อนโยนของเขาสบกับดวงตาสีเขียวที่เกลื่อนด้วยแววอวดดีและซ่อนความอ่อนแอไว้ภายใน

                ดวงตาสีเขียวของเซรีนหลับลง พร้อมหยาดน้ำที่รินไหลลงมาเขาเป็นคนแรกที่เธอยอมเสียน้ำตาให้

                ในที่สุดปราการแข็งแกร่งที่เซรีนสร้างขึ้นก็ได้พังทลายลง กำแพงที่สร้างไว้เพื่อให้ตนแข็งแกร่งเหนือใคร กันตนออกจากคนรอบข้าง และทำให้เธอไม่เคยมองเห็นความรักรวมถึงการยอมรับที่คนอื่นมอบให้ เพียงเพราะได้จ้องลึกลงไปในนัยน์ตาสีมรกตคู่นั้น

                นัยน์ตาสีมรกตที่มักทอดมองเธอยามห่วงใยอยู่เสมอ...นี่คงเป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่เธอจะได้เห็นมัน

                เจ้าต้องมีชีวิตอยู่แทนข้านะคำสั่งเสียสุดท้ายเปล่งออกมาจากปากอิ่ม ก่อนที่มันจะแหลกสลายเป็นเสี้ยวธุลีไปต่อหน้าต่อตากราเคน

                ชายผมม่วงยื่นมือรองธุลีละเอียดที่เดิมเคยเป็นใบหน้าของเซรีน ดวงตาสีเขียวว่างเปล่าเมื่อเห็นการตายของหญิงคนรัก เช่นเดียวกับหัวใจของเขา ร่างหนาพลันหมดเรี่ยวแรง ได้แต่แข็งทื่อราวกับเป็นรูปปั้นที่ถูกปั้นขึ้น สิ่งเดียวที่กราเคนแตกต่างจากรูปปั้นคือ

                รูปปั้นร้องไห้ไม่ได้



                                                                            ..............................................

 

                ทุกอย่างจบลงแล้ว

                ดำริในใจองค์ราชินีผู้ประทับอยู่บนบัลลังก์ห้วงสมุทร นัยน์เนตรสีทับทิมสะท้านไหวด้วยแรงอารมณ์ เหตุการณ์ที่ยืดเยื้อมากว่าสามร้อยปีได้จบลงแล้ว ทุกสิ่งจบลงตรงหน้าเธอ เมื่อครู่นี้เอง

                นัยน์เนตรคู่งามสะท้อนภาพพวกทหารที่กรูกันเข้าไปจับกุมจอมเวทพสุธา ผู้ไร้การขัดขืนตามคำสั่งของพระนาง

                ทำไมกัน ทั้งๆ ที่เธอเลือกหนทางที่จะสละชีวิตของผู้คนให้น้อยที่สุดแล้ว แต่ทำไมยังคงมีผู้ดับชีพ

                หน่วยเนตรร้อนผ่าว ด้วยหยาดอัสสุชลหวังหลั่งริน แต่พระนางก็มิอาจปล่อยให้มันไหลตามแรงอารมณ์ของพระองค์ได้อีกต่อไป อัสสุชลจึงไหลย้อนกลับเข้าไปในดวงเนตร กลับสู่หัวใจที่ร้าวระทม

                นับแต่นี้เธอมิอาจแสดงอ่อนแอต่อหน้าผู้คนที่คาดหวังในตัวเธอได้อีก ไม่ว่าอะไรจะผ่านเข้ามาในชีวิต เธอจะต้องก้าวเดินต่อไป และผ่านพ้นมันไปให้ได้

                เพราะมันคือ เส้นทางที่เธอเลือกจะเดิน...

                ลูกทำดีที่สุดแล้วนะอัล ลูเซียกระซิบบอกสาวน้อย ดวงตาสีสมุทรทอดกระแสอ่อนโยนมายังวรองค์บาง ก่อนจะหันไปมองเหล่าขุนนางและทหารผู้จงรัก

                องค์ราชินีพยักพระพักตร์หนึ่งครั้ง ก่อนสดับฟังเสียงประกาศของมารดาที่ดังก้องท้องพระโรง และทำให้ผู้คนในที่นั้นค้อมกายและยอบตัวคำนับเธอ

                จงทำความเคารพ อัลมาริน่า กัวมาริแนร์ ราชินีองค์ใหม่แห่งริเวเทีย!”

               

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

1,838 ความคิดเห็น

  1. #1125 MOLLY (@alohazababin) (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 15 มกราคม 2554 / 19:33
    Oh poor Zereen
    Rip
    #1125
    0
  2. #1095 DawwyJung (@dawwyjung) (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 1 มกราคม 2554 / 17:06
    สงสารเซรีนมากเลยอ่ะ
    #1095
    0
  3. #961 alittledog (@alittledog) (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2553 / 01:06
    น่าสงสารคุณป้าของหนูอัลนะค่ะ

    รีบวิ่งหลบฉากก่อนโดนท่านเซรีน บอม

    ปล. ถ้าปลอดภัยแล้วฝากส่งสัญญาณมาด้วยนะค่ะ อิอิ
    #961
    0
  4. #960 อัคนิรันดร์ (@quietear) (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2553 / 22:52

    เฮ้อ...
    ถึงสิ่งที่เกิดจะต้องมีการชดใช้   แต่ว่านะคะ   การกระทำโดยมีเหตุผลรองรับไม่ว่าจะเลวร้ายเพียงใดย่อมเรียกความเห็นใจได้เสมอ   หากมองในมุมกลับ   ถ้าเราเป็นแบบเซรีน   มีพลังมากขนาดนั้นคงอยากทำลายทุกอย่างไปเหมือนกัน   ในเมื่อไม่มีความเท่าเทียมแต่แรกแล้วนี่นา...
       เหตุผล   ข้ออ้าง...สารพัดที่จะเรียก   ยังไงมันก็คือสิ่งรองรับการกระทำอยู่ดี   มันมีน้ำหนักเท่ากันแต่ก็แตกต่างในมุมมองแต่ละคน   แล้วสองสิ่งนี้จะต่างกันตรงไหน?
         ตราบใดที่ยังไม่ได้ไปยืนอยู่บนจุดเดียวกันก็ไม่มีทางตัดสินได้หรอกค่ะว่าสิ่งที่เกิดมัน 'สาสม' หรือไม่   ทุกสิ่งเกิดเพราะการกระทำในอดีตของเจ้าตัวทั้งนั้นแหละค่ะ
    ..........................................................................................................................................................................
    เอ้อ...เป็น...ปรัชญามากไปไหมคะเนี่ยพี่เรน่า?   ตายจริง...
    สนุกดีนะคะตอนนี้...

    #960
    0
  5. #959 ภัททา (@--phatta--) (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2553 / 22:07
    พี่เมย์ จบแล้วหรอ ขอต่ออีกสักนิดเถอะนะ TT^TT
    #959
    0
  6. วันที่ 29 ตุลาคม 2553 / 19:44

    ต่ออีกนะคะกำลังนุกอะ

    #958
    0
  7. #957 solon (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2553 / 10:07
    น่าสงสารทั้งเซรีน แล้วก็กราเคนเลยอ่ะ
    #957
    0
  8. #955 เอกเองครับ (@kujaku01) (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2553 / 21:05
    สงสารกราเคนจังเลย ส่วนเซรีนน่ะสาสมแล้ว
    #955
    0
  9. #951 แมวคุง (จากตอนที่ 97)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2553 / 02:11
    สงสาร เซรีนกะ กราเคน จัง



    สงสารกราเคนที่สุดเลยอ่ะ หาคู่ให้กราเคนไม๊คะเนี่ย T^ T



    ปล. ยาวซะจัยมากค่ะ ขอต่อเลยได้ไม๊ กะลังอิน 5555 แบบว่า คาดว่าศุกร์หน้าคงไม่ได้เข้ามาอ่านแน่ ระยะยาวสองอาทิตย์ด้วย TT___TT (สอบงับ) ขอพิเศษได้ไม *--* 55555

    #951
    0