Silver night อภินิหารมังกรราตรีสีเงิน (จบแล้ว พักการรีไรต์)

ตอนที่ 99 : ตอนที่ 29 หนทางของราชินี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4411
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    9 พ.ย. 53

             สวัสดีค่ะกลับมาเจอแพนด้าเรน่าอีกครั้ง(แพนด้าจริงๆ นะใครก็ได้หยิบต้นไผ่ให้เราที ฮือๆ) ทุกคนคงงงทำไมสัปดาห์นี้อัพเร็ว มันมีเหตุค่ะ แต่มันจะเป็นอะไรนั่น เดี๋ยวค่อยมาคุยกันนะคะ ตอนนี้ไปอ่านเดเร็กกับอัลก่อน
ค่ะ นับวันเดเร็กยิ่งทำให้อัลอายม้วนสิน่า...
 
                                                                           ......................................

           
   ร่างสูงสง่าในชุดเสื้อคลุมสีดำปักดิ้นทอตรงปกเสื้อปรากฎตัวขึ้นบนทางเดินหินอ่อน อันทอดยาวไปสู่ห้องประชุมสภาขุนนางแห่งริเวเทีย ชายหนุ่มสืบเท้าไปยังที่หมายพลางทอดสายตาชมรูปปั้นหินอ่อนที่ตั้งประดับตามเส้นทาง พอเขาเลี้ยวตรงหัวมุมทางเดิน ก็ประจันหน้ากับหญิงสาวผมฟ้าที่เดินเลี้ยวมาจากอีกทาง หล่อนมาพร้อมทหารสี่นายและนางกำนัลหนึ่งคน

                อัล เดเร็กทักทาย เขารีบสาวเท้าไปยืนคู่องค์ราชินี นาทีต่อมาพวกเขาก็ออกเดินเคียงคู่กันโดยมีผู้ติดตามเดินรั้งท้าย

                การไปไหนโดยมีคนติดตามนี่รู้สึกอึดอัดเหมือนกันนะ เสียงหวานเริ่มบ่นงึมงำ ชายตามองบรรดาผู้ติดตามทั้งห้าคน

                เดเร็กหัวเราะหึๆ

                ก็เอาไว้สักสองคนสิ นอกนั้นก็ไม่ต้องตาม

                นางกำนัลหนึ่งคนกับท่านฮันนิบาลสินะ ขืนตัดท่านฮันนิบาลทิ้งไปมีหวัง ท่านคงไปงึมงำบ่นคนเดียวเป็นหมีกินผึ้งจนทหารองครักษ์คนอื่นมาฟ้องแหง และท่านคงแอบดุฉันถ้ามีโอกาสแน่

                ท่านราชองครักษ์ก็อยากทำหน้าที่ให้ดีที่สุดละนะเดเร็กออกความเห็น แล้วนี่ไปหากราเคนมาแล้วหรือ เขาเป็นยังไงบ้าง

                ตอนที่ฉันไปเจอ คุณกราเคนดูผอมซูบ มีดวงตาเศร้าสร้อย แต่ว่าฉันก็ทำให้เขายิ้มได้แล้วนะ ต่อไปนี้สภาพจิตใจของเขาคงดีขึ้น อัลระบายยิ้มพร้อมตอบคำถาม ก่อนจัดการเปลี่ยนเรื่องสนทนา แล้วนี่สภาขุนนางตอนบ่าย นายต้องเข้าประชุมด้วยเหรอ

                ก็เป็นถึงคู่หมั้นองค์ราชินีทั้งทีก็ต้องเข้าสิ ชายหนุ่มกระเซ้าหญิงสาว คู่หมั้นคนเก่งเลยได้รับสายตาพองโตจากเจ้าหล่อนเป็นรางวัลพร้อมคำงึมงำว่า...เดี๋ยวค่อยคิดบัญชีกันทีหลัง

                ก็เรื่องวันนี้มันเกี่ยวกับอนาคตของเธอนี่อัล เธอยังเรียนไม่จบเลย คงลำบากแน่ถ้ามาปกครองริเวเทียตอนนี้ เดเร็กอธิบายตามจริง ฝ่ายคนฟังก็พยักหน้าเห็นด้วยกับทุกคำพูด

                หากนับตามช่วงอายุสมัยก่อน อายุสิบหกปีของเธอนั้น ถือว่าเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว หากในสมัยนี้อายุสิบหกปี เธอยังคงเป็นแค่เด็กมัธยมปลายที่กำลังศึกษาเล่าเรียน เก็บสั่งสมความรู้เพื่อใช้ในการทำงาน

                ดังนั้นสิบหกปีที่เกิดมา มันคงยังไม่เพียงพอที่จะเป็นราชินีของใคร

                อัลคิดอย่างหนักใจ สิ้นความคิดก็เป็นจังหวะเดียวกับที่ร่างเพรียวของเธอหยุดอยู่ตรงหน้าประตูไม้สีขาวแกะสลักและลงรักทองไว้อย่างงดงาม ทหารเฝ้าประตูทั้งสองคนโค้งตัวทำความเคารพเธอ ก่อนจะเปิดประตูบานใหญ่ เชิญให้องค์ราชินีเด็จเข้าไปยังห้องประชุม

                ห้องประชุมเบื้องหน้าอัลเป็นห้องประชุมทรงกลมทำจากหินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์ ตามฝาผนังประดับด้วยภาพวาดสีน้ำมันรูปทิวทัศน์ ตรงโต๊ะมีกลมขนาดใหญ่ตั้งอยู่พร้อมขุนนางที่นั่งล้อมรอบ พอพวกขุนนางเห็นอัล ทุกคนต่างลุกขึ้นมาทำความเคารพแด่นายเหนือหัว ก่อนนั่งลงตามเดิมเมื่ออัลนั่งลงตรงเก้าอี้ไม้ขัดเงาเรียบร้อย

                สวัสดียามบ่ายทุกท่าน เสียงใสกล่าวทักทายขุนนางทุกคน หางตาเหลือบเห็นว่าเดเร็กเดินไปนั่งตรงเก้าอี้ถัดจากมารดาของเธอ

                สาวน้อยส่งยิ้มให้ลูเซียและเดเร็กก่อนกล่าวต่อ

                เรื่องของเราคงจะทำให้ทุกท่านลำบากมากใช่ไหม

                หามิได้ฝ่าบาท พวกเรามิได้ลำบากที่ได้ท่านมาเป็นองค์ราชินี เพียงแต่หลังที่ได้คุยกับท่านอเวเจอรีนเกี่ยวกับโลกยุคปัจจุบันแล้ว โลกเดี๋ยวนี้เปลี่ยนแปลงมากกว่าที่คนแก่ๆ อย่างข้าเคยรู้จักนัก มันทั้งประหลาดและน่าอัศจรรย์ รวมถึงน่ากลัวด้วยเช่นกัน ความรู้ใหม่ๆ และวิทยาการต่างๆ ได้พัฒนาขึ้นมากมาย ดังนั้นเราทุกคนต่างยังเห็นว่าฝ่าบาทยังเยาว์ชันษามากนัก ดยุคอัสลานกราบทูล

                เราเข้าใจในสิ่งที่ท่านกำลังจะพูดท่านดยุค เรายอมรับว่าโลกสมัยนี้เปลี่ยนไปมากเหลือเกิน และบางครั้งการเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้นได้เร็ว ขนาดเราที่เกิดในยุคนี้ยังอดประหลาดใจกับสิ่งเหล่านั้นไม่ได้ เรายอมรับว่าเรายังเด็ก ยังเยาว์ทางความคิดและความรู้ เราไม่ว่าอะไรหรอกที่พวกท่านจะคิดอย่างนั้น ดวงเนตรสีทับทิมกวาดมองทุกใบหน้าในโต๊ะกลม แม้ตอนนี้เราจะยังเยาว์ แต่ในอนาคตเราสัญญาว่าเราจะเติบใหญ่พร้อมสำหรับหน้าที่นี้ เราจึงอยากขอเวลาสำหรับการเตรียมตัวนั้นด้วย

                นั่นแหละคือสิ่งที่พวกกระหม่อมและท่านอเวเจอรีนคุยกันเมื่อเช้า ฝ่าบาทชายผมสีน้ำตาลแซมขาวเอ่ยขึ้น พร้อมกับเบือนตามาสบดวงเนตรของหญิงสาวผู้เป็นใหญ่ เขาคือ เอิร์ลเกรล เจ้ากรมท้องพระคลัง พวกกระหม่อมเห็นแล้วว่าพระองค์ยังต้องการเวลาในการศึกษาสิ่งต่างๆ กระนั้นริเวเทียก็ขาดผู้ปกครองไม่ได้ อำนาจของผู้ปกครองเป็นสิ่งสำคัญในการดูแลบ้านเมืองให้สงบ ฉะนั้น พวกเราจึงคิดว่าควรมีใครสักคนที่จะรับอำนาจนั้นและใช้อำนาจนั้น บริหารบ้านเมืองขณะพระองค์ไปศึกษาเล่าเรียนต่อ

                จะแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการสินะ อัลถาม

                พ่ะย่ะค่ะเอิร์ลเกรย์ยอมรับ และคนที่พวกกระหม่อมเห็นควรว่าเหมาะสมที่สุดก็คือพระมารดาของพระองค์ ท่านอเวเจอรีน กัวมาริแนร์

                สิ้นคำ อัลก็ตวัดหน้ามองหญิงสาวผมฟ้าที่นั่งถัดจากเธอ ดวงตาสีแดงมองเสี้ยวหน้างามที่แย้มยิ้มอ่อน

                แม่เธอกระซิบ

                เพราะฉะนั้นได้โปรดลงนามในเอกสารมอบอำนาจด้วยพ่ะย่ะค่ะ ดยุคอัสลานทำสัญญาให้มหาดเล็กผู้ถือกล่องกำมะหยี่เดินไปวางมันตรงหน้าองค์ราชินี มหาดเล็กคนนั้นเปิดฝากล่องออก พร้อมคลี่ม้วนกระดาษเอกสารพร้อมลงนามให้แก่พระนาง รวมถึงวางแป้นหมึกครั่งเตรียมไว้เคียงกัน

                อัลกวาดตามองข้อความในเอกสารนั้น เห็นว่าทุกอย่างมันสมเหตุสมผลทุกอย่าง แค่เธอใช้แหวนประจำตัวประทับตราเท่านั้น เอกสารนี้จะสมบูรณ์ เพียงแต่คนที่จะเป็นผู้สำเร็จราชการนั้นชีวิตของเธอจะขาดบุคคลผ็นี้ไปได้เหรอ

                แม่จะไม่ไปกับหนูหรือคะ อัลส่งเสียงถาม

                เพียงเท่านั้น ห้องทั้งห้องก็มีบรรยากาศอึดอัดขึ้นทันตา จนเดเร็กรู้ได้ว่า เมื่อเช้าที่ลูเซียและเหล่าขุนนางประชุมกันนาน ไม่ใช่เพราะคิดหาวิธีให้อัลเป็นราชินีที่เพียบพร้อม หากแต่คิดวิธีที่ทำให้องค์ราชินียอมรับให้แม่เป็นผู้สำเร็จราชการ และต้องยอมให้แม่อยู่ที่ริเวเทีย

                แล้วพ่อละคะ แม่จะให้พ่ออยู่ที่แกรนเพนท์คนเดียวเหรอ ถ้าพ่อรู้พ่อจะว่ายังไงละคะ อัลถาม

                ลูเซียเบือนหน้ามามองลูกสาวตัวน้อยของเธอ ก่อนถอนใจเบา

                พ่อของลูกเขารู้แล้วจ้ะ และเขาก็ยอมรับแล้ว เขารู้ดีตั้งแต่รับแม่เป็นภรรยาแล้วจ้ะอัล คำตอบของลูเซียทำให้อัลนิ่งงันไป นี่พ่อของเธอทำใจยอมรับเรื่องนี้ตั้งแต่วินาทีที่แต่งงานกับแม่ของเธอเลยหรือ พ่ออยู่กับแม่โดยที่ต้องรอวันที่แม่แยกจากมาตลอดเลยหรือ...

                ชีวิตแม่เป็นของริเวเทียไม่ว่าแต่ก่อน ปัจจุบัน หรือจากนี้ไป และลูกเองก็เช่นกัน ลูเซียจับมือของอัลที่วางบนหน้าตัก

                และพ่อของลูกเองก็รู้เรื่องนี้ดียิ่งฟัง อัลก็ยิ่งรู้สึกสงสารทั้งพ่อและแม่ เพื่อหน้าที่แล้ว คนเราจำเป็นต้องแยกจากคนรัก ทำได้เพียงส่งความคิดถึงหากันอย่างนั้นหรือ และทั้งคู่ก็เต็มใจที่จะทำมัน

                เธอมีพ่อและแม่ที่เข้มแข็งจริงๆ

                ถ้าอย่างนั้นหนูก็ไม่มีอะไรจะแย้งค่ะ เพราะแม่เหมาะสมที่จะเป็นผู้ดูแลที่นี่มากที่สุดแล้วอัลหลับตาลงชั่วขณะ ยกมือขวาที่นิ้วซ้ายสวมแหวนสำริดไว้หนึ่งขึ้นมา เธอกำมือแน่นและกดแหวนลงแป้นหมึกครั่ง ก่อนประทับตราประจำตัวลงบนกระดาษสีขาวตรงหน้า

                ตราพระราชลัญจนเด่นสง่าบนหนังสือแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการ

                                                                             ....................................

               

                ครับท่านแม่ ตอนนี้ท่านแม่ได้กลับมาอยู่ที่บ้านเราแล้วใช่ไหมครับเสียงชายผมเงินสื่อสารกับคู่สนทนาดังขึ้นในห้องพักส่วนตัวของเขา สีหน้าของชายหนุ่มดูมีความสุขอย่างยิ่งที่ได้พูดคุยกับคู่สนทนา ทำเอาคนนั่งฟังอยู่ด้วยต้องอมยิ้มกับอาการนั้น

                ผมขอโทษครับแม่ เซดริกหัวเราะเบาๆ เมื่อได้ยินคำเทศนายาวเหยียดเกี่ยวกับเรื่องการโกหกและแอบมีความลับกับแม่ ก่อนจะตามมาด้วยคำถามทุกข์สุกที่ยาวเสียจนเซดริกไม่รู้จะตอบอะไรก่อนดี

                ผมสบายดีครับท่านแม่ ปลอดภัยหายห่วง ตอนนี้ผมอยู่ที่วังของริเวเทียแล้ว ท่านแม่รู้ไหมยายตัวแสบของท่านแม่ได้เป็นราชินีแล้วนะ สิ้นคำ มีเสียงของแอนนิต้าอุทานออกมาอย่างไม่อยากเชื่อ เซดริกหัวเราะเบาๆ ครับผมเองก็ไม่รู้ว่าต่อไปวังนี้วุ่นวายปั่นป่วนเพราะราชินีองค์นี้แค่ไหน คงต้องเอาใจช่วยให้อัลลดความซนลงน่ะครับ ว่าแต่ท่านแม่กับท่านพ่อปลอดภัยใช่ไหมครับ

                แอนนิต้าตอบกลับมาว่าแม่กับพ่อสบายดี ก่อนจะเสริมว่า แต่พ่อเราจะไม่สบายหูเพราะแม่คงบ่นเรื่องการแอบเป็นสายข่าวไปอีกนาน

                ท่านพ่อคงไม่ว่าอะไรหรอกครับ ดีเสียอีกได้คุยกับท่านแม่มากขึ้น ผมจะรีบกลับไปให้ท่านแม่อบรมนะครับ อีกสักวันสองวันผมคงจะได้กลับไปแล้ว เห็นคุณลุงบอกอย่างนั้น ส่วนอัลผมยังไม่แน่ใจว่าได้กลับไปด้วยหรือเปล่า หืม โรสหรือครับ ปลอดภัยดีครับ อยู่กับผมตรงนี้ อ่อ ฝากความคิดถึงถึงโรส ได้ครับท่านแม่ แค่นี้ก่อนนะครับ ผมรักท่านแม่นะ สวัสดีครับจบบทสนทนา นิ้วยาวก็กดปุ่มสีแดงเป็นการสิ้นสุดการใช้ระบบสื่อสาร ดวงตาสีฟ้าพราวแสงระยิบอย่างคนที่มีความสุขมาก

                คุณน้ากับคุณอาปลอดภัยสินะคะ โรสส่งเสียงถาม เธอทอดสายตามองคนรักที่กำลังแย้มยิ้มจางด้วยความรู้สึกยินดีร่วมไปด้วย พร้อมกันนั้นมือบางก็จัดการเรียงเอกสารข้อมูลที่หัวหน้าทหารเซเลสให้มาอย่างเป็นระเบียบ

                เซดริกสืบเท้าเข้ามาหาหญิงสาวที่ชุดเก้าอี้นั่งเล่น ก่อนทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ตัวตรงข้าม

                ใช่ พวกท่านเพิ่งถึงบ้านกัน ถึงปุ๊บท่านแม่ก็โทรมาดุฉันเลย ท่านฝากความคิดถึงถึงโรสด้วยนะเซดริกหัวเราะ ปรายตามองเอกสารบนโต๊ะที่มีมากมายเสียจน เขาไม่รู้ว่าโรสทำยังไงถึงอ่านมันจบภายในคืนเดียว

                นี่ข้อมูลที่คุณคิวเลสส่งมาหรือว่าพลางหยิบเอกสารแผ่นหนึ่งที่เขียนหัวว่าเมืองแกรนเพนท์ขึ้นมาอ่าน

                ค่ะ ข้อมูลเกี่ยวกับฐานของเซรีน เป็นบ้านหลังขนาดกลางที่ดูธรรมดา แต่ที่ใต้ดินมีฐานบัญชาการขนาดใหญ่ มีห้องหับมากมาย บ้านหลังนี้ถูกใส่ชื่อว่าเป็นของ มิธานา เวสลอน ซึ่งไม่มีตัวตน พวกคุณคิวเลสไปเจอมันซุกซ่อนอยู่ที่เขตซีเครน ทางตะวันออกของเมืองอควารีน เป็นจุดที่มีคนน้อย และเป็นทิศที่มีเส้นทางทางน้ำมาถึงริเวเทียมากที่สุด ตอนนี้พวกเขาจับกุมคนของเซรีนไว้ได้หมดแล้ว ส่วนที่กบดานอื่น หน่วยอื่นก็จัดการเรียบร้อยแล้วค่ะ ทั้งที่เมืองอาชานเดรีย เมืองนิวฮิล เมืองวิริเดี้ยนและเมืองแกรนเพนท์ ข้อมูลทั้งหมดอยู่ในกองเอกสารนี่แหละค่ะ ฉันกำลังจัดเรียงพวกมันก่อนเอาไปให้อัลอ่านโรสอธิบายให้เซดริกที่กำลังนั่งอ่านข้อมูลฟัง ฝ่ายชายหนุ่มพอฟังจบก็เงยหน้าจากกระดาษ ส่งคำถามให้โรส

                แล้วพวกคนของเซรีนล่ะ จะทำยังไง 

                เห็นคุณพ่อบอกว่าจะดูก่อนค่ะว่าสามารถเอามาใช้งานได้ไหม ถ้าได้ก็คงจะให้ช่วยงานทางราชการ เป็นการชดใช้ความผิด เพราะพวกเขาต่างมีความสามารถ ท่านเสียดายน่ะค่ะ

                เหมือนอย่างที่คุณกราเคนได้รับโทษสินะ

                ค่ะ     

                อืม ทุกอย่างดูลงตัวแล้ว ก็เหลือแต่อัล ยายนั่นจะทำยังไงกับชีวิตตัวเองนะ ดวงตาสีฟ้ากลอกมองเพดานด้านบนที่วาดลวดลายเป็นท้องฟ้าสีคราม แต้มริวเมฆสีส้มอมม่วงไว้

                นั่นสิคะ โรสลอบถอนใจ นึกเห็นใจชะตากรรมของเพื่อนสาว จากนักเวทฝึกหัดธรรมดาๆ คนหนึ่งต้องขึ้นดำรงตำแหน่งราชินีด้วยอายุเพียงสิบหกปีเท่านั้น อัลจะทำยังไงกับชีวิตของเธอที่พลิกผันเสียจนไม่เหลือรูปเดิมดีนะ

                พลันเสียงเคาะประตูห้องนอนก็ดังขึ้น ตามมาด้วยประตูห้องนอนที่เปิดออกโดยไม่รอคำอนุญาตและร่างเพรียวสวมชุดสีขาวกรอมเท้า ใบหน้าหวานของเจ้าหล่อนดูเคร่งขรึม กระทั่งประตูห้องนอนปิดลง ใบหน้านั้นก็แต้มด้วยรอยยิ้มกว้างอย่างที่โรสต้องเลิกคิ้ว และเซดริกชักรู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ และเป็นจริงดังคาด เมื่อเจ้าหล่อนวิ่งถลามากอดเขา ก่อนลากตัวเขาไปทิ้งไว้บนห้องนอน จัดการฟัดเขาซะจนเหมือนเขาเป็นตุ๊กตาหมีก็ไม่ปาน

                อัล!” เซดริกดุ มองใบหน้าแป้นแล้นของญาติสาว ไม่น่าเชื่อว่าขนาดยังใส่ชุดของราชินี ยายคนนี้ยังหลุดมาดราชินีขนาดนี้

                อะไรเหรอ อัลลากเสียง เอียงคอจนมงกุฎบนหัวที่เอียงกะเท่เร่อยู่แล้วเอียงหนักไปกว่าเดิม

                นี่เธอเป็นราชินีนะ ชายหนุ่มหรี่ตา

                แล้วไง อัลนั่งเท้าคาง เป็นราชินีแล้วเล่นมวยปล้ำกับน้องชายไม่ได้เหรอ ไม่ได้เล่นกันมาตั้งนานแล้วนะ

                แล้วประชุมสภาขุนนางตอนบ่ายล่ะเซดริกยกมือกุมขมับ พลางท้วงถึงหน้าที่ของเจ้าหล่อน

                เสร็จแล้ว อัลตอบสั้นๆ ง่ายๆ ตอนนี้แม่กับเดเร็กกำลังประชุมกับพวกขุนนางเกี่ยวกับเรื่องในอดีตอยู่ ฉันอยู่ฟังก็ทำอะไรไม่ได้ เขาให้ฉันออกมาเดินเล่น ฉันไม่รู้จะไปไหนเลยมาหานาย นี่ท่านฮันนิบาลยืนคุมฉันอยู่หน้าห้อง

                อัลเองก็น่าจะอยู่ฟังนะคะโรสออกความเห็นบ้าง

                ก็อยากอยู่หรอกนะ แต่ว่าตอนนี้รู้สึกใจในโหวงๆ เลยมาหาที่พักใจซะหน่อย อัลนั่งขัดสมาธิ หันหน้าไปมองโรสที่กำลังทำหน้างง

                หญิงสาวผมทองลุกจากเก้าอี้เดินมานั่งโอบไหล่เพื่อนสาวที่กำลังโยกหัวไปมา

                คือ พวกเขาแต่งตั้งแม่เป็นผู้สำเร็จราชการเพื่อให้ฉันไปเรียนต่อ มะรืนนี้เราจะกลับไปแกรนเพนท์กัน อัลพยายามฉีกยิ้ม แม่จะไม่ได้กลับไปกับพวกเรา ฉันก็รู้อยู่หรอกนะว่ามันเหมือนเด็กแต่ว่า ต่อไปฉันจะไม่ได้เจอแม่ทุกวันแล้ว ฉันคงคิดถึงแม่มาก เท่านั้นเองอัลก็ปล่อยโฮออกมา หญิงสาวกอดโรสแน่น พร้อมกับซุกหน้าลงกับอก น้ำตาไข่มุกร่วงลงบนตักของท่านหญิงของเซเลส

                ฉันรู้ว่ามันเหมือนเด็กแต่ว่า แต่ว่า อัลพูดเสียงขาดห้วง

                ทันใดนั้น ชายหนุ่มที่เมื่อครู่ยังยกมือนวดขมับตัวเองอยู่แหมบๆ ก็แย่งร่างพี่สาวไปจากอ้อมกอดของโรส แขนแกร่งกอดร่างบางของพี่สาวแน่น กดหัวของพี่สาวไว้กับบ่าหนา เพื่อให้หล่อนร้องไห้ได้อย่างถนัด มือหนาของเขาค่อยๆ ถอดมงกุฎสีขาวออกอย่างช้าๆ วางมันบนที่นอนข้างกายของเจ้าของ

                ไม่เป็นไรหรอกอัล ถึงอย่างไรเธอก็เป็นแค่เด็กสาวอายุสิบหกปีเท่านั้น ร้องไห้หาแม่แค่นี้ไม่แปลกหรอก เซดริกปลอบ มือหนาลูบหัวทุยสีฟ้าที่ปราศจากมงกุฎ

                ฉันไปคุยกับพ่อมาเมื่อกี้ พ่อทำหน้าเศร้ามาก พ่อเองก็ไม่อยากให้แม่อยู่ที่นี่ แต่มันไม่มีทางเลือก แม่เป็นคนที่เหมาะสมที่สุดที่จะดูแลเมืองนี้ตอนที่ฉันไปเรียนอัลกอดเซดริกแน่น ฉันจะร้องไห้เรื่องนี้กับพวกนายเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้าย พวกนายอย่ารำคาญคนขี้แยอย่างฉันนะ สิ้นเสียงคร่ำครวญของอัล โรสก็โผกอดอัลจากด้านหลังซบหน้าลงบนแผ่นหลังบาง

                พวกเราไม่รำคาญอัลหรอกจ้ะ ยังไงพวกเราก็เป็นญาติกันนี่จ๊ะ ดีใจซะอีกที่อัลเลือกจะมาระบายกับพวกเรา โรสกระซิบถ้อยคำอ่อนหวาน

                ไม่ว่าเธอจะเป็นนักเวทฝึกหัดตัวแสบ หรือราชินีผู้สง่างาม สุดท้ายแล้วเธอก็ยังเป็นพี่สาวของฉันอยู่ดี เซดริกก้มหน้ามองหัวทุยสีฟ้าที่สั่นเป็นระยะ ไม่ว่าเธอจะเป็นอย่างไหนฉันก็รับได้

                อัลพยักหน้า น้ำตาไข่มุกหล่นจากหน่วยตาตามจังหวะการพยักหน้าของเธอ

                                                                            ...................................

 

                เสียงฝีเท้าแผ่วเบาของหญิงสาวที่ดังขึ้นบนทางเดินหินอ่อนที่ทอดยาวไปสู่มุมที่ใช้สำหรับชมสวน เมื่อตอนเช้าที่ตรงนี้เคยเป็นที่ชุมนุมของคนที่เธอรัก ทว่าตอนนี้บนเก้าอี้ชุดสีขาวกลับมาเพียงร่างชายหนุ่มผมดำ ผู้นั่งพิงพนัก หลับตาพริ้มฟังเสียงบทเพลงของธรรมชาติอยู่เท่านั้น

                ชายคนนั้นลืมตาดูว่าใครเป็นคนเดินเข้ามาหา พอเห็นว่าเป็นใครเขาก็ส่งยิ้มทักทาย

                ประชุมเสร็จแล้วหรือลูเซีย คลาดกับอัลนะ ลูกเพิ่งเดินไปเมื่อกี้ 

                ขอโทษนะคะเสียหวานกล่าวขอโทษ ดวงตาสีน้ำเงินสั่นระริก เมื่อมองใบหน้าเปื้อนยิ้มของสามี

                เมื่อกี้อัลบอกผมว่าการแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการเสร็จเรียบร้อยแล้ว โซฟอสลุกขึ้นยืนตรง อ้าแขนออกเล็กน้อยเป็นการเชิญเชื้อ ไม่ต้องกล่าวอะไรมากร่างบางก็เดินเข้าสู่อ้อมกอดนั้น ซบหน้าลงกับบ่าหนาที่คอยทั้งซับน้ำตาและรอยยิ้มของเธอตลอดสิบหกปีที่รู้จักกัน

                ขอโทษนะคะ ฉันไม่ใช่ทั้งแม่ที่ดีของอัลและภรรยาที่ดีของคุณเลย ลูเซียกล่าวซ้ำอีกรอบ หยดน้ำตาไข่มุกร่วงลงมาทีละเม็ดทีละเม็ด หากเซดริกมาเห็นภาพนี้เข้าก็คงรู้ว่าแท้จริงแล้ว อัลได้ลักษณะนิสัยในการออดอ้อนคนมาจากใคร

                ไม่เป็นไรหรอก คุณก็บอกผมแต่แรกแล้วนี่ว่าจะเป็นอย่างนี้ ผมเองก็พยายามทำใจมาตลอด แต่ว่าต่อไปคงเหงาที่ไม่มีใครมาให้กอดตอนนอนชายหนุ่มเชยหน้าภรรยาขึ้นมาสบดวงตาสีน้ำเงินคู่สวย นิ้วยาวบรรจงเกลี่ยหยาดน้ำตาจากหน่วยตาแดงช้ำ ลูเซีย เราต่างก็มีหน้าที่ ผมเป็นจอมเวทเกิดที่แกรนเพนท์ ผมเองก็ไม่อาจทิ้งเมืองที่ผมรักมาอยู่ที่นี่ได้ คุณเองก็รักริเวเทีย เราต่างรักเมืองที่เราเกิดมันไม่แปลกหรอก เรายังรักกันนะลูเซีย แค่เราไม่ได้อยู่ด้วยกันเหมือนเดิมเท่านั้นเอง นานๆ ครั้งค่อยเจอกัน แต่ถ้าคุณไม่รำคาญผมจะโทรหาคุณทุกวันเลยก็ได้ รอให้ที่นี่มีสายโทรศัพท์ก่อน ส่วนเรื่องอัลผมสัญญาว่าผมจะดูแลลูกให้ดีที่สุด

                ค่ะ ป่านนี้ลูกคงไปร้องไห้อยู่กับเซดริกลูเซียรั้งตัวออกมาห่างจากชายหนุ่มนิด ตอนอยู่ในห้องประชุม ลูกทำหน้าเหมือนอยากร้องไห้แต่ร้องไม่ได้

                ผมเข้าใจ ลูกของเราเข้มแข็งนะลูเซียผมเชื่อว่าอัลต้องผ่านทุกอย่างไปให้ ราชินีแห่งริเวเทียแต่ละคนเข้มแข็งจะตายไป อีกอย่างไปเจอเพื่อนคงหายเศร้าเอง สตีฟบอกว่า อีกสองอาทิตย์โรงเรียนเซพาตราจะเปิดเรียนตามปรกติแล้วโซฟอสขยับยิ้ม เด็กๆ น่ะพอเจอเพื่อนก็ลืมเรื่องเศร้าทุกอย่างเองแหละ คุณทำหน้าที่แทนอัลก็ดีเหมือนกัน ให้อัลออกไปสนุกกับชีวิตที่เธอรักให้พอ ไปเรียนรู้โลกกว้างให้เต็มที่ก่อนที่จะรับหน้าที่อย่างจริงจัง ตอนนั้นผมว่าอัลคงพร้อมสำหรับตำแหน่งราชินีแล้วล่ะ

                ชายหนุ่มผมดำเบือนหน้ามองทิวทัศน์ของสวนที่ประดับประดาไปด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ ดวงตาสีแดงของเขาทอดมองกอดอกไม้สวยเนิ่นนาน โดยไม่มีใครเห็นหยาดน้ำใสหยดหนึ่งก็คลอบนเบ้าตา แต่พอชายหนุ่มหันมาหาภรรยาอีกครั้ง หยาดน้ำนั้นก็หายไปแล้ว

                ผมรักคุณนะลูเซีย ไม่ว่าคุณจะเป็นอะไรก็ตามแขนหนากอดร่างบอบบางที่รักยิ่งแน่น

                ลูเซียซบหน้าลงกับอกแกร่งซึมซับความอบอุ่นของบุรุษที่รัก ก่อนที่เธอจะไม่ได้สัมผัสมันอีกนานแสนนาน

                                                                             ....................................

               อ่านตอนนี้จบแล้วเชื่อว่ามีคนสงสารอัลน้อยหลายคนทีเดียว แต่ในเมื่อสถานการณ์เป็นแบบนี้ อัลก็ต้องยอมและสู้กับชีวิตต่อไป เปลี่ยนจากชีวิตของอัลน้อยมาเป็นประกาศของเราบ้างดีกว่าค่ะ
              นับตั้งแต่สัปดาห์หน้าเป็นต้นไป ขอเปลี่ยนเวลาอัพจากวันศุกร์เป็นวันเสาร์!
              มีเหตุผลที่ต้องเปลี่ยนเวลาค่ะ โดยปรกติวันศุกร์นั้นจะเป็นวันที่ตารางเราว่าง (เนื่องจากความจงใจ) และปีนี้มันก็ว่างเช่นกัน แต่ว่ายิ่งโตขึ้น คนเราก็ต้องมีความรับผิดชอบที่มากขึ้นใช่ไหมคะ ตอนนี้เราเลยมีงานต้องทำ! เรามีงานไพร์ทไทม์ในกองบรรณาธิการของสำนักพิมพ์หนึ่งที่ค่อนข้างไกลจากบ้านมาก ทำให้กลับถึงบ้านช้าสุดสองทุ่ม และสลบคาเตียงไปเลย
              ฉะนั้นต้องขอเปลี่ยนเวลาอัพนะคะ....
              และอีกเรื่องอันนี้เป็นของคนสั่งหนังสือเรเซียค่ะ เราจะเปิดให้โอนเงินน่าจะวันจันทร์หน้าเป็นต้นไป ขอดูความพร้อมด้านโรงพิมพ์และหนังสือก่อนนะคะ เพราะเพื่อนเราแนะนำการทำหนังสือแบบให้เหมือนของสำนักพิมพ์มา ไหนๆ ก็ทำแล้วก็อยากทำให้ดีที่สุด...จะส่งอีเมลแจ้งทุกคนอีกทีค่ะ
             และปล. เราได้ของที่ระทึกของเรเซียไว้ในมือแล้ว เดี๋ยวจะให้ทุกคนได้ยลโฉมเร็วๆ นี้
             มาคุยกันเถอะค่ะ
             ความคิดเห็นที่ 962 แมวคุง : อีกสองอาทิตย์หรือที่เราจะได้เจอกันอีกครั้งแมวคุงงงง สำหรับคนที่แมวคุงห่วงนั้น ภาค 4 เขาออกประมาณบทที่4 หรือ 5 นี่แหละ ออกเร็วเหมือนกันน้า และคงความน่ารักไว้เต็มเปี่ยม สำหรับตอนพิเศษคอยดูเดเร็กขอแต่งงานละกันอะหึๆ
           ความคิดเห็นที่ 964 PANG: งานแต่งงานเหรอคะ ^ ^ รู้สึกจะมีคนรีเควสเยอะนะคะ
           ความคิดเห็นที่ 965 Shakushaku : หึๆ เดเร็กไม่หึหรอกค่ะ แค่ต้องตามง้อราชินีที่งอนเพราะเขาไม่ยอมขอแต่งงานสักที คอยดูนะคะว่าจะต้องง้อกันขนาดไหน!
          ความคิดเห็นที่ 966 ~Soul~ : จัดให้ค่า!
          ความคิดเห็นที่ 967 lilacey : มีแต่คนชอบฉากแต่งงานและการขอแต่งงาน เดี๋ยวจะจัดการให้ค่ะ
          ความคิดเห็นที่ 968 Sweetberry_cake : อยากเห็นเดเร็กเห่อลูกเหรอคะ มีใครอยากเห็นบ้างยกมือขึ้น
          ความคิดเห็นที่ 969 อัคนิรันดร์ : ดีใจที่ชอบค่ะน้องไควท์
          ความคิดเห็นที่ 970 13ell : เพลง Endless Storyค่ะ
          ความคิดเห็นที่ 971 อีฟ : ต่อไปกราเคนก็จะมีชีวิตที่ดีขึ้นค่ะ มีดาร์ซีคอยไปเยี่ยม มีใครบางคนไปจิบน้ำชาด้วยทุกคน 55+
        ความคิดเห็นที่ 972 Alittildog : ใช่แล้วค่ะอัลน่ารักที่สุดเลย
        พบกันอาทิตย์หน้ากับตอนที่ 30 และบทส่งท้ายของภาค 3 ค่า!

            

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

1,838 ความคิดเห็น

  1. #1097 DawwyJung (@dawwyjung) (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 1 มกราคม 2554 / 17:28
    สงสารรรรรรรรรรรรรร
    #1097
    0
  2. #982 อีฟ (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2553 / 18:31
    หุหุ แล้วอัลกะเดเร็กจะเป็นจะยังไงต่อไปน๊า
    #982
    0
  3. #981 dita (@dita-j) (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2553 / 22:21
    เศร้าอะ
    #981
    0
  4. #980 อัคนิรันดร์ (@quietear) (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2553 / 20:01
    เฮ้อ...ไม่ได้มาซะนานเลย
    ติดงานๆ
    สนุกแบบเศร้าๆนะคะ
    เข้าใจๆ
    อ้อ...เดเร็กขอแต่งงานก็ไม่เลวนะคะ
    คิกๆ   อยากเห็นเดเร็กถูกลูกแหย่มากกว่า
    #980
    0
  5. #979 เอกเองครับ (@kujaku01) (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2553 / 12:15
    แง เศร้าแทนครอบครัวนี้ชะมัด พอสงบสุขกลับไม่ได้อยู่ด้วยกันซะนี่ อย่างนี้ภาวนาให้มีสงครามอีกดีกว่า หุหุ
    #979
    0
  6. #978 neschan (@netsu) (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2553 / 21:39
    ไม่น่าแยกจากกันเลยอ่ะ
    อุตส่าห์จบเรื่องยุ่งๆได้แล้วทั้งที
    #978
    0
  7. #977 ภัททา (@--phatta--) (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2553 / 20:06
    พี่เมย์

    จบยังอ่าคะ

    ???
    #977
    0
  8. #976 alittledog (@alittledog) (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2553 / 18:35
     เศร้าจริงๆ ด้วยค่ะน่าสงสารหนูอัล แต่คุณแม่ก็น่าสงสารไม่แพ้กันค่ะ
    เมื่อวานไปอ่านไอรีสมา ติดลมมากเลยค่ะ น่ารักดีนะค่ะ
    #976
    0
  9. #975 ~SOUL SHADOW~ (@haruhi1) (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2553 / 18:15
    T^T เศร้านะตอนนี้อ่ะ TT [ ] TT เกือบร้องไห้แหนะ ^^  รอบทส่งท้ายอยู่ค่ะ > < สู้ๆ นะค่ะ
    #975
    0
  10. #974 PRanG Thai Circle (@mapringgang) (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2553 / 18:11

    เศร้าจัง
    ไม่อยากให้ลูเซียกับโซฟอสต้องแยกกันเลย
    สงสารๆๆๆอ่า

    #974
    0
  11. #973 lilacey (@a_an_t) (จากตอนที่ 99)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2553 / 16:34

    เย้ คนแรก
    ตอนนี้เศร้าไปนิดแต่ก้อน่ารักดีนะคะ
    พี่น้องอัลกับเซดริกดูรักกันดี

    แล้วอย่างนี้เดเร็กจะกลับไปกับอัลด้วยหรือเปล่าค่ะเนี้ย

    #973
    0