คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

ศาสตราคู่กู้แผ่นดิน

ตอนที่ 101 : เล่ม 4 - ตอนที่ 51 - สัญญากลางทะเลดาว (2)


     อัพเดท 28 ม.ค. 51
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : มือเดียวค้ำฟ้า ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ มือเดียวค้ำฟ้า
My.iD: https://my.dek-d.com/eva00r
< Review/Vote > Rating : 99% [ 3,288 mem(s) ]
This month views : 40 Overall : 262,795
4,383 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 290 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
ศาสตราคู่กู้แผ่นดิน ตอนที่ 101 : เล่ม 4 - ตอนที่ 51 - สัญญากลางทะเลดาว (2) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 801 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


เมื่อไกไปถึงผู้ที่นั่งอยู่ในห้องประชุมยังคงเป็นผู้คนชุดเดิมเพิ่มด้วยผู้ปกครองคาร์ลอีกคนหนึ่ง
                ผู้ปกครองคาร์ลอายุห้าสิบเศษ แต่เมื่อพิจารณาโดยถี่ถ้วนจะเห็นว่าเขาหนุ่มแน่นราวกับเป็นบุรุษอายุสี่สิบกว่า เส้นผมบนศีรษะหวีเก็บเรียบร้อยไม่มีผมขาวแม้สักเส้น จอนและหนวดยาวยังคงไว้เด่นเป็นเอกลักษณ์ เค้าโครงหน้าเหลี่ยม มีจมูกโด่งขนาดใหญ่กลางใบหน้า เบ้าตาลึกดวงตาโต คิ้วหนา ใบหน้าคมเข้มเหมือนคนที่ซื่อสัตย์ถือมั่นในคุณธรรม หากจะเทียบใบหน้าของเขาสมควรเปรียบกับราชสีห์ที่แฝงอำนาจไว้ในเค้าหน้าตั้งแต่กำเนิด สวมใส่ชุดเครื่องแบบคล้ายทหารมีผ้าคลุมไหล่ยาวลงไปคลุมแผ่นหลังจนเกือบถึงข้อเท้า ใจกลางผ้าคลุมมีสัญลักษณ์ของธงมังกรแห่งภาคตะวันออก ยามเดินเหินจะเห็นผ้าคลุมผืนนี้สะบัดพลิ้วเพิ่มสง่าราศีราวกับว่าเป็นแม่ทัพใหญ่ในสมรภูมิรบ
                ผู้ปกครองคาร์ลและจอห์นคุยกันด้วยสีหน้าจริงจัง ช่วงที่ไกยังมาไม่ถึงเป็นสตีเฟ่นที่เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้กับผู้ปกครองคาร์ลฟังจนหมดสิ้น พอไกมาถึงพวกเขาจะได้เข้าประเด็นสำคัญๆได้โดยที่ไม่ต้องเท้าความเดิมอีก
                ไกขวางมือซ้ายทำความเคารพตามธรรมเนียมจากนั้นจึงนั่งลงข้างทาเรียและชานอน
                ผู้ปกครองคาร์ลกล่าวขึ้นว่า “ข้าตกลงที่จะร่วมในแผนการดึงจอมทัพมังกรทั้งสองมาร่วมกับฝั่งเรา แต่เกรงว่าแผนของเรานั้นยังมีจุดอ่อนอีกประการหนึ่ง นั่นคือพวกเรายังไม่ทราบว่าสมาชิกสภาทั้งร้อยยี่สิบคนนั้นเป็นพวกของเวอร์น่อนไปแล้วกี่คน หากพวกเรายังไม่สามารถหาข้อมูลเบื้องต้นในจุดนี้ได้เวอร์น่อนอาจจะใช้วิธีหอกนั้นคืนสนอง ระดมคะแนนเสียงกล่าวอ้างว่าพวกเราเป็นทรราชเสียเอง ในเมื่อฝ่ายมันมีเสียงในรัฐสภามากกว่าฝ่ายเรามันจะทำอย่างไรก็ไม่ผิด หากเป็นเช่นนั้นยิ่งจะสบใจเวอร์น่อนเข้าไปอีกเมื่อจอมทัพมังกรทั้งสองแทนที่จะอยู่เป็นกลางกลับช่วยเหลือมันทางอ้อม เช่นนี้พวกเราจะต้องรับศึกสองด้านจนในที่สุดไม่มีทางรอดเหลืออยู่เลย”
                บรรยากาศในห้องประชุมเปลี่ยนเป็นหนักอึ้งเมื่อผู้ปกครองคาร์ลใช้ปัญญาชี้ถึงปัญหาซึ่งเป็นจุดตายของแผนการนี้ได้อย่างแม่นยำ
                โจเซฟกล่าวขึ้นว่า “ข้ามั่นใจว่าอย่างน้อยสมาชิกสภาภาคกลางทั้งสี่สิบคนจะยังคงจงรักภักดีต่อท่านพี่สามสิบคน  หากท่านคาร์ลสามารถระดมพรรคพวกได้เกินสามสิบคนขึ้นไปข้ามั่นใจว่าการลงคะแนนเสียงในวันพรุ่งนี้พวกเราจะเป็นฝ่ายชนะ”
                ผู้ปกครองจอห์นกล่าวว่า “หากเป็นเรื่องอื่นข้ามั่นใจว่าจะคะแนนเสียงตามนั้น ทว่าสมาชิกสภาบางคนต่อหน้าข้าแสดงออกอย่างหนึ่งลับหลังข้าอาจจะแสดงออกอีกอย่างหนึ่งก็เป็นได้ เพราะฉะนั้นพวกเราไม่สมควรประมาทหรือเชื่อถือในข้อมูลที่เกิดจากการคาดเดาเสียเป็นส่วนใหญ่”
                โจนาธานออกความเห็นว่า “เอาอย่างนี้ดีหรือไม่ หากพวกเราระดมสมัครพรรคพวกในคืนนี้ให้นัดแนะกันไว้ก่อน พวกเราจะได้มีฐานคะแนนเสียงที่แม่นยำแน่นอน”
                ผู้ปกครองคาร์ลกล่าวแย้งว่า “กระทำเช่นนั้นไม่ได้ ในทางกลับกันหากสมาชิกสภาที่เป็นหนอนบ่อนไส้กลับไปรายงานเรื่องนี้ต่อเวอร์น่อนพวกเราจะเสียหายย่อยยับ"
                ผู้ปกครองจอห์นพยักหน้าเห็นด้วยกับข้อโต้แย้งของผู้ปกครองคาร์ล กล่าวว่า “เป็นว่าพวกเราไม่มีหนทางใดเลยที่จะยืนยันคะแนนเสียงได้โดยความลับไม่รั่วไหลออกไป ดังนั้นพวกเราคงต้องปรับเปลี่ยนแผนการสักเล็กน้อย ในวันพรุ่งนี้ทันทีที่ผลลงคะแนนเสียงออกมาไม่ว่าพวกเราแพ้หรือชนะจะต้องบุกฝ่าออกจากรัฐสภาโดยไม่รีรอ หากโชคดีเป็นฝ่ายชนะพวกเราจะได้จอมทัพมังกรทั้งสองเข้าร่วม หากพ่ายแพ้พวกเราจะไม่รอให้เวอร์น่อนเสนอประเด็นโต้กลับ ในเมื่อการลงคะแนนเสียงยังกระทำไม่เสร็จสมบูรณ์จะยังไม่ถือว่าผลลัพธ์ปรากฏ จอมทัพมังกรทั้งสองจะไม่เข้าร่วมกับฝ่ายเวอร์น่อน ทุกประการที่เหลือจะขึ้นกับมาตรการฝ่าวงล้อมถอยจากนครหลวงไปตั้งหลัก”
                ผู้ปกครองคาร์ลเสนอความเห็นว่า “เรื่องเช่นนี้พวกเราสมควรจะถามมือปราบชั้นหนึ่งทั้งสองจะให้ข้อมูลที่ดีกว่า หากวาคินบุตรชายของท่านโจเซฟกลับจากงานเลี้ยงฉลองนับว่าอย่างน้อยพวกเราก็มีมือปราบชั้นหนึ่งเข้าร่วมอยู่สามคน ซึ่งหากมีพวกเขาทั้งสามทำหน้าที่อารักขาพวกเราจะอุ่นใจได้ในระดับหนึ่ง”
                ทาเรียส่งสายตาให้ไกเป็นคนกล่าววาจา นางรู้ดีว่าเรื่องพวกนี้ไกมีความถนัดมากกว่า
                ไกเห็นเช่นนั้นจึงชี้มือไปตามแผนที่ที่กางไว้บนโต๊ะ กล่าวว่า “จากรัฐสภาที่อยู่ในเมืองชั้นในพวกเรามีประตูทางออกด้วยกันทั้งหมดสี่แห่งนั่นคือ ประตูทิศเหนือใต้ที่เชื่อมกับถนนพิภพและประตูตะวันออกตะวันตกที่เชื่อมกับถนนสวรรค์ จากกองกำลังของพวกเราที่มีเพียงหนึ่งหมื่นคนเศษนั้นเห็นได้ชัดว่าไม่เพียงพอที่จะกระจายกันฝ่าวงล้อมออกไปทั้งสี่ด้าน ประตูเมืองทิศเหนือที่จะออกไปยังทุ่งน้ำแข็งและประตูเมืองทิศตะวันตกที่จะเข้าลึกไปยังเขตแดนของเวอร์น่อนล้วนเป็นตัวเลือกที่ใช้การไม่ได้ เช่นนี้พวกเราจะเหลือประตูเมืองที่ใช้ได้เพียงสองบานนั่นคือทิศใต้และทิศตะวันออก
                หากข้าเป็นเวอร์น่อนคงจะคาดเดาได้ไม่ยากว่าพวกเราจะบุกฝ่าไปทางทิศตะวันออกเพื่อสมทบกับกองกำลังส่วนตัวของท่านคาร์ล รวมสองทัพเป็นหนึ่งบุกฝ่าทางสายโลหิตเส้นหนึ่งใช้เส้นทางบกหนีเข้าพื้นที่ของท่านคาร์ล ดังนั้นพวกมันต้องทุ่มเทกองกำลังหลักป้องกันกองทัพอย่างไม่ต้องคาดเดา พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อมิให้กองกำลังของเราและกองกำลังของท่านคาร์ลสมทบกัน แยกกองกำลังของพวกเราเป็นสองส่วนจากนั้นค่อยๆปิดล้อมบดขยี้ทีละส่วนจนไม่หลงเหลือ ด้วยกำลังทหารที่มากกว่าห้าเท่าเรื่องเช่นนี้กระทำได้ไม่ยากนัก”
                ผู้ปกครองทั้งสองท่านล้วนเลื่อมใสในความคิดของไกผู้เป็นมือปราบชั้นหนึ่ง จึงกล่าวถามว่า “ในสถานการณ์เช่นนี้เจ้าจะรับมืออย่างไร?”
                ไกครุ่นคิดเปลี่ยนเป็นชี้นิ้วไปตามทางประตูทิศใต้กล่าวว่า “หนทางรอดเพียงสายเดียวที่เรามีคือประตูทิศใต้ ทางทิศใต้มีหนทางหนีได้สองทางใหญ่ๆด้วยกันนั่นคือ หนึ่งใช้ทางบกมุ่งหน้าลงไปยังเมืองโลซานซึ่งเป็นเขตแดนของท่านจอห์น หนทางที่สองคือหาทางคุมท่าเรือที่อยู่ด้านใต้จากนั้นขึ้นเรือโดยสารล่องไปตามแม่น้ำสู่เมืองโลซานหรือเอเวอร์เกรซก็ได้ ข้ามั่นใจว่าเวอร์น่อนจะส่งกองกำลังรองมาป้องกันประตูทิศใต้ทำให้พวกเรามีโอกาสที่จะฝ่าออกไปได้มากขึ้น
                แต่มิใช่ว่าพวกเราจะประมาทกองกำลังรองของมันได้ ในเมื่อพวกมันมีทหารราวห้าหมื่นคนข้าเชื่อว่ากองกำลังรองสมควรจะมีทหารไม่ต่ำกว่าหนึ่งหมื่นห้าพันซึ่งนั่นเป็นจำนวนที่มากกว่าทหารของท่านจอห์นเกือบเท่าตัว ประเด็นสำคัญที่จะช่วยพลิกสถานการณ์คือพวกเราจะต้องย้ายกองกำลังส่วนตัวของท่านคาร์ลจำนวนสามพันมาไว้ที่ประตูเมืองทางทิศใต้ จัดแต่งทัพนี้ให้เป็นทัพพิสดารโดยที่ฝ่ายเวอร์น่อนคาดไม่ถึง บุกเข้ายึดท่าเรือทำการควบคุมเส้นทางการหนีไปทางท่าเรือเชื่อมต่อกับประตูทางทิศใต้ให้สำเร็จ หากกระทำเช่นนั้นได้พวกเราจะสามารถใช้กำแพงเมืองของท่าเรือต้านทัพของพวกมันได้วันสองวันอย่างสบาย หลังจากนั้นทางเราจะเลือกใช้เส้นทางน้ำแยกไปตามแม่น้ำโลซานน่าทางใต้หรือนอร์ริชทางตะวันออกได้ตามใจชอบ หรือในกรณีที่ย่ำแย่ที่สุดพวกเราสามารถเดินทัพทางบกเลียบแม่น้ำโลซานน่าลงใต้ก็ย่อมได้”
                ผู้คนส่วนใหญ่ในห้องประชุมฟังคำอธิบายของมือปราบไกแล้วจินตนาการภาพสถานการณ์ตามไปเป็นฉากๆ เห็นว่าแผนการนี้ตั้งอยู่บนเหตุผลที่สามารถกระทำได้และมีหนทางรอดมากที่สุด
                ไกยังกล่าวไม่จบจึงกล่าวต่อไปว่า “มิใช่ว่าแผนการนี้ไม่มีช่องโหว่อยู่เลย สิ่งที่พวกเราจะต้องกระทำคือการหลอกให้เวอร์น่อนหลงกลว่ากองกำลังของพวกเราจะบุกฝ่าไปทางทิศตะวันออกมิใช่ทิศใต้ หากพวกมันเห็นพวกเราทั้งหมดหมายมั่นปั้นมือมุ่งลงใต้จะเกิดปฏิกิริยาอย่างไรพวกท่านคงทราบดี กองกำลังหลักของมันจะเทเข้ามาจากทางทิศตะวันออกประสานเสริมกับกองกำลังรอง อาจเป็นไปได้ว่าพวกเราไม่สามารถฝ่าออกมาได้ต้องทิ้งชีวิตไว้ในกำแพงเมืองชั้นนอกทั้งหมด ข้าจึงเสนอว่าให้ข้านำกองกำลังทหารหน่วยกล้าตายที่มีฝีมือดีและไม่มีปัญหาความจงรักภักดีประมาณหนึ่งพันคนบุกฝ่าไปทางถนนสวรรค์ทิศตะวันออกทำทีเป็นทัพหน้าเข้าถ่วงเวลา จากนั้นกองกำลังหลักของพวกเราอีกเจ็ดพันซึ่งนำโดยผู้ปกครองทั้งสองท่านและมือปราบวาคินจึงทะลวงไปทางทิศใต้เข้าสมทบกับกองกำลังส่วนตัวของท่านคาร์ลจำนวนสามพันที่มีมือปราบทาเรียเป็นผู้ดูแล เชื่อมต่อเส้นทางระหว่างท่าเรือและประตูเมืองทิศใต้หนีไป”
                ผู้ปกครองจอห์นกล่าวแย้งขึ้นทันทีว่า “กระทำเช่นนั้นไม่ได้ การที่เจ้านำกองกำลังหนึ่งพันคนเข้าล่อกองกำลังหลักของพวกมันเท่ากับเป็นการส่งเจ้าไปตายโดยไม่มีหนทางรอดอยู่เลย ข้าไม่อาจสูญเสียมือปราบชั้นหนึ่งที่จงรักภักดีต่อแผ่นดินได้”
                มือปราบไกได้ยินดังนั้นจึงคุกเข่าลงข้างหนึ่งต่อหน้าผู้ปกครองจอห์น กล่าวว่า “หากข้าไม่กระทำหน้าที่นี้แล้วผู้ใดจะเป็นคนกระทำ? ในเมื่อข้าจงรักภักดีต่อแผ่นดินท่านผู้ปกครองก็สมควรที่จะมอบภาระอันสำคัญยิ่งนี้ให้กับข้า หากแม้นตัวข้าเองตายไปสหพันธรัฐนอร์มิได้ล่มสลายตามไปด้วย แต่ถ้าเป็นชีวิตของท่านผู้ปกครองทั้งสองก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง จะอย่างไรข้าที่ได้ขึ้นชื่อว่ามือปราบชั้นหนึ่งคงไม่เสนอหน้าไปหาความตายโดยไม่จำเป็น หากพวกเราเคลื่อนไหวได้รวดเร็วกระทำการได้ตรงตามแผนข้าเองก็มีวิธีที่จะนำพาทัพหน้าหนีเข้าสู่ถนนพิภพลงไปทางใต้”
                ชานอนที่นั่งอยู่ข้างไกพลันคุกเข่าลงด้วยอีกคนหนึ่ง กล่าวว่า “ข้าอาสาเข้าร่วมกับทัพหน้านี้อีกคนหนึ่ง จะอย่างไรหากเพิ่มข้าเข้าไปด้วยอีกคนจะมีโอกาสรอดชีวิตมากขึ้นอีกหนึ่งส่วน”
                ดวงตาของไกทอแววสับสน กล่าวว่า “ชานอน เจ้าไม่มีความจำเป็นต้องทำเช่นนั้น เจ้ามิใช่ชาวนอร์ที่จะต้องมาเสี่ยงตายกับข้า”
                ชานอนกล่าวตอบกลับไปว่า “เจ้าอย่าลืมว่าในภารกิจผ่านมาที่กระทำด้วยกัน ชีวิตของเจ้ามีข้าเป็นคนช่วยเอาไว้หลายครั้งหลายหน หากครั้งนี้พวกเราปฏิบัติการร่วมกันอีกข้ามั่นใจกว่าครึ่งว่าพวกเราจะทวงชีวิตคืนจากหัตถ์ยมทูตได้”
                คนในห้องประชุมเห็นบุรุษสตรีทั้งสองที่มิใช่ชาวนอร์ที่แท้จริงตัดสินใจปฏิบัติภารกิจ ที่เหมือนกับการไปตายเอาดาบหน้าเพียงเพื่อประชาราษฎร์ของอาณาจักรนอร์จึงตื้นตันใจยิ่งนัก มือปราบไกที่มีผมสีน้ำตาลเป็นชาวนอร์เชื้อสายเจนีสเหนือส่วนชานอนที่มีผมสีทองเห็นได้ชัดว่าเป็นชาวลาเวนดิส ทั้งคู่ยอมเสี่ยงชีพเพื่อพวกเขาจึงเกิดความซาบซึ้งขึ้นในใจ
                บรรยากาศในห้องเปลี่ยนเป็นเงียบกริบ ผู้ปกครองจอห์นและคาร์ลทั้งคู่ต่างหันไปมองหน้ากันอับจนปัญญาที่ไม่สามารถหาแผนการที่ดีกว่านี้ได้ ผู้ปกครองคาร์ลจึงกล่าวว่า “เจ้ากล่าวอย่างไรให้เชิญกระทำตามนั้นเถิด ขอเพียงเจ้าต้องไม่เลิกล้มความคิดที่จะมีชีวิตรอดกลับมาเท่านั้นก็พอ”
                ทั้งไกและชานอนต่างพยักหน้ารับปากแข็งขัน การประชุมที่ยาวนานจึงยุติลงด้วยข้อสรุปประการเช่นนี้
ทั้งห้องประชุมมีเพียงชานอนคนเดียวเท่านั้นที่รู้สาเหตุว่าเพราะอะไรไกถึงตัดสินใจเช่นนี้ ในเมื่อเขาไม่อาจสมหวังในความรักกับโซเฟียจึงอยากจะขอใช้ความตายของตนพลีชีพบูชารัก สร้างเส้นทางหนีให้กับนางในดวงใจสักครั้งหนึ่งก็ยังดี
                ความคิดเช่นนี้มิได้ต่างไปจากชานอนเท่าใดนัก ความรักที่เกิดจากการรักเขาข้างเดียวนั้นมันเจ็บปวดแสนจะทรมานเช่นกัน ไม่ว่าอย่างไรนางจะต้องใช้เอลแห่งมิติกู้ชีวิตไกกลับมาให้ได้ ถึงแม้ว่าในใจของเขาจะไม่มีที่ว่างให้นางแม้แต่น้อย


Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
ศาสตราคู่กู้แผ่นดิน ตอนที่ 101 : เล่ม 4 - ตอนที่ 51 - สัญญากลางทะเลดาว (2) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 801 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android