คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

ศาสตราคู่กู้แผ่นดิน

ตอนที่ 119 : เล่ม 5.1 - ตอนที่ 62.1 - พรมแดนสองอาณาจักร (4)


     อัพเดท 10 มี.ค. 51
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : มือเดียวค้ำฟ้า ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ มือเดียวค้ำฟ้า
My.iD: https://my.dek-d.com/eva00r
< Review/Vote > Rating : 99% [ 3,288 mem(s) ]
This month views : 26 Overall : 262,884
4,383 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 290 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
ศาสตราคู่กู้แผ่นดิน ตอนที่ 119 : เล่ม 5.1 - ตอนที่ 62.1 - พรมแดนสองอาณาจักร (4) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 893 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


ลูทมองดูหน้าไม้ไฮดราในมือ ยิ้มด้วยความภาคภูมิใจในสิ่งประดิษฐ์ที่ตนสร้างขึ้น พลางกล่าวว่า “พวกเจ้าไม่ต้องห่วงว่าข้าจะใช้แผนสละชีพถ่วงเวลา หากกระทำเช่นนั้นรังแต่จะทำให้พวกมันฮึกเหิมได้ใจ ตามล่าพวกเจ้าไปจนไม่มีที่สิ้นสุด แต่สิ่งที่จะกระทำก็คือ ข้าจะใช้หน้าไม้อัตโนมัติยิงคุ้มกันให้พวกเจ้าในระยะสามร้อยก้าวนี้ พอหลบหนีออกไปจนพ้นระยะยิงให้หาทางตอบโต้ฝ่ายตรงข้ามจากระยะไกล จังหวะนั้นข้าจะให้พวกเจ้าคุ้มกัน วิ่งหลบออกไปนอกระยะธนูยาวหนีไปด้วยกัน”
                หญิงสาวทั้งสองเมื่อเข้าใจในหลักการจึงพยักหน้าเห็นด้วย ลูทเห็นเช่นนั้นจึงกล่าวว่า “บัดนี้รออีกราวสามนาที จากนั้นพอข้านับถึงสาม ให้รินะพุ่งนำออกไปก่อน ข้าจะเริ่มยิงคุ้มกันแล้วยูกิถึงจะตามไป”
                รินะไม่เข้าใจถามว่า “เหตุใดจึงต้องรอเป็นเวลาสามนาที”
                ลูทหันหลังกลับไปมองที่บริเวณจุดซุ่มยิง กล่าวว่า “การน้าวคันธนูยาวคันหนึ่งเป็นเวลานานมิใช่ว่าจะทำได้โดยง่าย คนผู้นั้นต้องใช้แรงมหาศาลในการตรึงศรเอาไว้กับคัน ยิ่งธนูยาวเท่าใดมีแรงดึงสูงเท่าใดก็จะเปลืองพลังงานมากเท่านั้น ที่ข้าให้รอสามนาทีนับเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด เพราะมันเป็นช่วงเวลาที่กล้ามเนื้อของคนกำลังเริ่มรู้สึกว่าเมื่อยล้า ขอเพียงเป็นการกระทำที่สามารถเพิ่มโอกาสสำเร็จได้แม้แต่ส่วนเสี้ยว ก็น่าจะลองดูมิใช่หรือ?”
                สตรีทั้งสองรับฟังเช่นนั้นก็พยักหน้าด้วยความเข้าใจ ต่างคนต่างทำสมาธิสำหรับการหลบหนี เวลาสามนาทีนี้จึงรู้สึกเสมือนว่ายาวนานนับปี จนในที่สุดช่วงเวลาแห่งการรอคอยก็ผ่านพ้นไป
                “หนึ่ง สอง ... สาม!” สิ้นเสียงสัญญาณรินะผนึกซันลงสู่ฝ่าเท้าในทันใด ใช้แรงจากปลายเท้าถีบตัวพุ่งออกไปเบื้องหน้า ด้วยความสามารถประการนี้ลูทจึงให้นางวิ่งออกไปเป็นอันดับแรก ความเร็วที่สามารถพุ่งสูงถึงจุดสูงสุดตั้งแต่เริ่มวิ่งจะส่งผลให้นักแม่นธนูของฝ่ายตรงข้ามปวดเศียรเวียนเกล้าเป็นแน่
                เสียงธนูแหวกอากาศดังกระหึ่มมาจากทางทิศตะวันออกสามเสียงติดๆกัน เห็นได้ชัดว่าลูกศรที่ยิงออกเป็นเสียงแรกนั้นมิได้คำนวณว่าความเร็วของรินะจะสูงปานนี้ ทำให้ทิศทางของลูกศรตื้นไปกว่าสิบก้าวไม่มีทางกระทบถูกร่างของศิษย์น้องผู้มีฝีเท้าจัดจ้าน แต่ธนูอีกสองเสียงที่ยิงติดตามกันมากลับมองดูการเคลื่อนที่ออก พุ่งตรงเข้าสู่ร่างของรินะจากระยะห้าร้อยก้าวได้อย่างแม่นยำ
                ลูทตื่นเต้นตึงเครียดเมื่อกระชับไฮดราเข้ากับเบ้าตา ใช้หลักของซันในระดับสูงที่เรียนรู้มาจากแจ๊ค เปลี่ยนจากการบรรจุลงกระบี่เป็นบรรจุลงหน้าไม้ ความรู้สึกของพรานล่าสัตว์กลับมาอีกครั้ง เมื่อต้องยิงลูกดอกเหล่านี้มิให้พลาดเป้า พลันปลดล็อคที่ปลายระดมยิงหน้าไม้ที่แฝงซันทะลวงนี้ออกไป ด้วยกลไกเอลเทคที่ทำงานอยู่ภายใน และฝีมือการยิงหน้าไม้ที่ฝึกมาอย่างเชี่ยวชาญ ทำให้ลูกดอกทั้งห้าพุ่งตรงไปอย่างแม่นยำ มีอยู่สองดอกพุ่งเข้ากระทบกับลูกศรสองดอกนั้นจนแตกสลายไป นี่ต้องยกความดีความชอบทั้งหลายให้กับนายพรานใหญ่ที่เขาพบพาน หากมิใช่แจ๊คยอมบาดเจ็บใช้การประลองสอนศาสตร์แห่งซันให้เขาทางอ้อม ลูทไม่มีทางก้าวหน้าได้รวดเร็วขนาดนี้
                “สำเร็จ! ยูกิไป!”
                ร่างของยูกิปรากฏแสงสีน้ำตาลขึ้นมาฉาบผิวอันนวลเนียนและเปล่งปลั่ง สตรีงามพุ่งตามหลังน้องสาวไปติดๆ ความเร็วท่าร่างที่ไม่เป็นรองน้องสาวเท่าใด ทุกครั้งที่ย่างก้าวจะปรากฏกิ่งไม้จากเอลแห่งไม้ผุดออกมาจากพื้นดินช่วยผลักดัน เพิ่มความเร็วให้รุดออกไปอย่างไม่หยุดยั้ง แต่ไม่ว่าจะรวดเร็วปานใดสตรีที่มีสายเลือดระดับสองนางนี้ก็ต้องตกเป็นเป้าธนูไม่ต่างกับน้องสาว
                ครั้งนี้การป้องกันของลูทเปลี่ยนไป ใช้หลักการโจมตีคือการป้องกันที่ดีที่สุด ทันใดที่ลูกดอกชุดที่สองถูกกลไกเอลเทคบรรจุเข้าตัวหน้าไม้อัตโนมัติ ลูทพลันเหนี่ยวไกยิงลูกดอกทั้งห้าออกไปอีกชุดหนึ่ง สวนไปในทิศทางที่ฝ่ายตรงข้ามปล่อยลูกศรมา
จากจิตใจที่มั่นคงและไม่ย่อท้อไม่ยอมให้ผู้ใดมาทำร้ายหญิงสาวนางนี้ได้ จึงแปรเปลี่ยนความรู้สึกใต้ก้นบึ้งจิตใจเป็นพลังแห่งความเชื่อมั่น ซึ่งเป็นบ่อกำเนิดของซันที่แหลมคมและแข็งกร้าว ส่งผลให้ลูกดอกทั้งห้าพุ่งสวนกระแสลม ตรงไปยังยอดเขาและยอดกิ่งไม้ คุกคามมือธนูสองคนในเวลาเดียวกัน
                ‘เป็นไปมิได้!?’ มือธนูทั้งสองต่างอุทานขึ้นมาในใจ พร้อมกับกลิ้งตัวหลบลูกดอกจากไฮดราทั้งห้านั้น ในขณะที่มือธนูอีกคนหนึ่งน้าวคันยิงศรสวนออกไป เป้าหมายอยู่ที่นางงามปานหยาดฟ้าผู้นั้น แม้ว่าจะเชื่องช้าไปจังหวะหนึ่ง แต่ความแม่นยำของมือธนูชั้นนี้ก็มิได้น้อยลง
                เมื่อลูกดอกทั้งห้าถูกใช้ออกจนหมด ลูทจึงรวบรวมซันที่เหลือเข้าสู่ปลายเท้า หันกายมองไปยังร่างของยูกิที่วิ่งไป เตะแผ่นไม้ที่เป็นหลังคารถม้าขึ้นไปบนฟ้า โดยคำนวณจังหวะและเวลาการวิ่งของยูกิเป็นที่ตั้ง
โพล๊ะ! ลูกศรที่แม่นยำกระทบแผ่นไม้จนแตกเป็นเสี่ยงๆ หมดแรงตกลงสู่พื้น
นี่มิอาจนับเป็นข้อเสียของความแม่นยำ แต่ลูทกลับใช้ความแม่นยำของฝ่ายตรงข้ามให้เป็นประโยชน์ คำนวณการเคลื่อนที่ของยูกิเทียบกับความสูงและระยะห่างของกิ่งไม้ฝั่งตรงข้าม จากนั้นจึงเตะแผ่นไม้ขึ้นไปกลางอากาศ ศรที่แม่นราวจับวางนี้จะพุ่งมากระทบเอง
                หากเขาไม่หนีในเวลานี้แล้วจะยังรีรออันใด? ลูทวิ่งตามสตรีทั้งสองมองไปเบื้องหน้าเห็นรินะหลุดพ้นขอบเขตแปดร้อยก้าวไปแล้ว ส่วนยูกิเหลือระยะอยู่อีกไม่ถึงร้อยก้าว หากเขาสามารถหลุดพ้นเขตนี้ไปได้อีกคนหนึ่ง อันตรายเบื้องหน้านี้จะทำอะไรพวกเขามิได้อีก
                แต่วิมานที่ฝันเอาไว้กลับมิได้เป็นตามที่คิด มือแม่นธนูของฝ่ายตรงข้ามอ่านการเคลื่อนไหวของพวกเขาออก ยิงธนูออกมาสองดอกติดกัน ตามมาด้วยเสียงร้องของอาชาทั้งสองที่วิ่งเตลิดออกไปเมื่อครู่
                ‘ไม่ได้การลูทคำนึงในใจทันใดที่ได้ยินเสียงแผดร้องก่อนตายของม้าเทียมคู่นั้น พลางยิงหน้าไม้ตอบโต้ศรไปอีกห้าดอก ใช้ต้นไม้ตามไรทางเป็นเครื่องป้องกันตัว
แผนการที่วางเอาไว้กลับล่มสลายไปต่อหน้า เมื่อมีปัจจัยหนึ่งที่มิอาจควบคุมได้ นั่นคือการที่ไม่ทราบว่าม้าทั้งสองนั้นยังคงวิ่งวนเวียนอยู่ในรัศมีธนู บุรุษหนุ่มจึงตัดสินใจแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเสียก่อนค่อยว่ากล่าว วิ่งออกไปพลางยิงตอบโต้พลาง ให้ยูกิช่วยใช้เอลแห่งไม้ป้องกันให้เป็นระยะๆ จนสามารถออกนอกเขตแปดร้อยก้าว สมทบกับสตรีทั้งสองได้อย่างปลอดภัย
                รินะกล่าวขึ้นอย่างร้อนใจว่า “จะทำอย่างไรกันดี? หากหนีต่อไปเช่นนี้คงมิอาจสลัดพวกมันให้พ้นไปได้ ปีกทองเห็นว่าพวกมันเริ่มรุดออกจากที่ดักซุ่มยิง ติดตามพวกเรามาอย่างไม่ลดละ ดูจากท่าทางการไล่ล่าแล้วพวกมันต้องเป็นผู้ชำนาญการในป่าแถบนี้ การเคลื่อนไหวของเราคงไม่พ้นหูตาของมันเป็นแน่”
                ลูทส่ายศีรษะกล่าวว่า “เมื่อขาดอาชาทั้งสองไปพวกเราคงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากเดินเท้าอาศัยเส้นทางลัดเลาะหนีไปให้ได้ จนใจที่ข้าไม่รู้จักสภาพภูมิประเทศแถบนี้ หากเป็นป่าแถบนครมิสต์ยังอาจพาพวกเจ้าเอาตัวรอดได้”
                “เจ้าไม่ทราบแต่ข้าทราบดี” ยูกิกล่าวพร้อมร่ายเอลแห่งไม้ออกเป็นแสงสีน้ำตาล ด้วยเอลเสียงกระซิบแห่งแมกไม้ แล้วกล่าวว่า “ขณะนี้ต้นไม้ใบหญ้าทั้งหลายล้วนเป็นพันธมิตรของพวกเรา เส้นทางที่เหล่าพนาสันต์แนะนำนับเป็นทางออกที่ดีที่สุดและปลอดภัยที่สุด ขอให้ตามข้ามาในบัดดล”
                โฉมสะคราญอันดับหนึ่งในแผ่นดินกล่าวจบก็รุดนำหน้าไป ลูทและรินะทั้งสองติดตามไปก้าวต่อก้าว โดยมีความหวังลึกๆว่าฝ่ายตรงข้ามคงมิอาจติดตามพวกเขาได้ทัน
 
บุรุษวัยสามสิบกว่าปีสองคนเดินเคียงคู่กันมาตามถนนสายหลัก ที่ทอดจากเมืองธอร์ทางทิศเหนือมุ่งสู่นครหลวงเอนเซลเลียร์ใจกลางประเทศ
                ในมือของชายทั้งสองถือกระดาษแผ่นหนึ่งที่มีแต่รูปภาพปราศจากตัวหนังสือ บุคคลทั้งสองมีผมสีน้ำตาลรูปร่างมิได้สูงใหญ่หรือต่ำเตี้ย มองจากรูปพรรณสัณฐานแสดงว่าเป็นชาวเจนีสอย่างมิต้องสงสัย ผู้หนึ่งใส่แว่นตาไว้ผมยาวจรดกลางหลังผูกเป็นปม อีกผู้หนึ่งไว้ผมสั้นมีใบหน้าและแววตาที่เข้มแข็ง
                บุรุษที่ใส่แว่นกล่าวขึ้นก่อนว่า “ผ่านไปสามวันแล้ว พี่ท่านยังมิอาจตีความปริศนากระดานหมากใบนี้ได้ถ่องแท้อีกหรือ?”
                บุรุษอีกผู้หนึ่งส่ายศีรษะกล่าวตอบว่า “ได้เพียงสามสี่ส่วนเท่านั้น ทางเจ้าคืบหน้าไปถึงที่ใดกัน?”
                “สามสี่ส่วนเชียวหรือ?” บุรุษที่ใส่แว่นขยับแว่นตัวเองครั้งหนึ่ง เพ่งพิจารณากระดานหมากที่ปรากฏอยู่ในกระดาษแผ่นนั้นอย่างตั้งใจ แล้วกล่าวว่า “อย่างมากข้าก็มองออกเพียงส่วนหรือสองส่วนเท่านั้นเอง”
                บุรุษที่สูงวัยกว่าหัวเราะเสียงดัง กล่าวว่า “เห็นทีน้องชายจะแพ้พนันข้าเสียแล้ว”
                “พี่ท่านอย่าพึ่งประมาทไป การแข่งขันครั้งนี้พึ่งจะเริ่มต้นมาเพียงสามวัน ข้าไม่ยอมให้ลูกศิษย์ในอนาคตอันประเสริฐหลุดลอยไปอย่างแน่นอน”
                “นั่นเป็นสัญญาที่เจ้ากล่าวเองตัดสินใจเองมิใช่หรือ?”
                บุรุษทั้งสองมิได้กล่าวโต้ตอบกันอีก ต่างคนต่างตั้งใจเดินมองกระดาษแผ่นนั้นต่อไป ภาพในกระดาษเป็นภาพของกระดานหมากรุกที่มีตัวหมากเดินอยู่ลักษณะหนึ่ง เห็นได้ชัดว่าหมากดำเป็นฝ่ายเสียเปรียบหมากขาวอย่างเต็มประตู เรียกได้ว่าแทบจะหมดหนทางสู้ก็ว่าได้ ดังนั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่าสิ่งที่บุรุษทั้งสองพนันกันนั้นเป็นเรื่องราวอันใด นอกเสียจากการคลี่คลายสถานการณ์หมากของฝ่ายสีดำให้พลิกกลับมาเป็นฝ่ายชนะหมากสีขาว
บนกระดาษนอกจากภาพกระดานหมากแล้วยังมีสัญลักษณ์รูปตัวหมากรุกทองคำครอบมงกุฏอยู่ชิ้นหนึ่ง ซึ่งปรากฏอยู่ที่มุมขวาล่างของแผ่นกระดาษ สัญลักษณ์นี้เป็นตัวแทนบ่งบอกฉายาของเมธีผู้หนึ่ง ที่เคยชนะการประลองอาร์คาน่าเมื่อหลายสิบปีก่อน ซึ่งปัจจุบันไม่มีผู้ใดเรียกนามจริงของเขา ต่างพากันเรียกขานเพียงฉายาที่ว่า “ปรมาจารย์หมากรุกทองคำ”
บุรุษทั้งสองเดินมาอีกพักใหญ่ จนตะวันคล้อยลับตาไปเกือบจรดเส้นขอบฟ้า บุรุษใส่แว่นที่ถูกเรียกหาว่าเป็นน้องชายพลันกล่าวขึ้นว่า “พี่ท่าน ศาลาที่ปรมาจารย์หมากรุกทองคำนัดหมายในอีกสองวันข้างหน้าอยู่เบื้องหน้านี่แล้วใช่หรือไม่?”
“ถูกต้อง และในเวลาดังกล่าวเจ้าคงมิอาจถ่วงตาเดินได้มากกว่าข้า”
“พี่ท่านมีความมั่นใจมากขนาดนั้น?”
บุรุษที่หน้าตาเหี้ยมหาญพยักหน้า กล่าวว่า “อย่างน้อยข้ามั่นใจว่าจะสามารถทำให้หมากดำมีชีวิตต่อได้อีกสิบสองตาเดิน”
บุรุษใส่แว่นถอนหายใจครั้งหนึ่ง กล่าวว่า “เห็นทีคืนนี้ข้าจะมิได้นอนเสียแล้วกระมัง?”
สหายทั้งสองเดินต่อไปตามทางจนกระทั่งถึงศาลาที่นัดหมายล่วงหน้าเป็นเวลาสองวัน ทั้งคู่เป็นสองคนแรกที่เดินทางมารอคอยปรมาจารย์หมากรุกทองคำที่นี่ ก่อนที่การไขปริศนาหมากรุกที่โด่งดังที่สุดกำลังจะเริ่มขึ้น
 
พวกลูททั้งสามหลบหนีภายใต้การนำทางของยูกิและการระวังหลังของปีกทองมาเป็นเวลาชั่วโมงเศษ แต่ระยะห่างของพวกเขาพึ่งจะทิ้งจากฝ่ายตรงข้ามมีเพียงพันกว่าก้าว
                โอกาสที่ทั้งสามจะสลัดฝ่ายตรงข้ามจนหลุดจากระยะติดตามนั้นเรือนลางยิ่ง ลูทที่รั้งท้ายมองสตรีทั้งสองนางพบว่าสภาพร่างกายของยูกิมิอาจวิ่งได้นานไปกว่านี้สักเท่าใด ทั้งยังกังวลกับอาการของพิษร้ายที่มีโอกาสกำเริบจากการออกแรงมากกว่าปกติ
ฝ่ายตนชิงหลบหนีวิ่งตะบึงมาเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมงเต็มเพียงเพิ่มระยะห่างได้แค่สองร้อยก้าว แสดงว่าความเร็วของฝ่ายตนมิได้ห่างจากฝ่ายตรงข้ามเท่าใด การหลบหนีในครั้งนี้จึงขึ้นกับเรี่ยวแรง ความต่อเนื่อง และความอดทนเป็นหลัก วิเคราะห์ดูจะรู้ว่าระยะทิ้งห่างสองร้อยก้าวได้มาจากการลดเลี้ยวซ้ายขวา ใช้เส้นทางที่คาดไม่ถึงจากเสียงกระซิบแห่งแมกไม้ที่ยูกิกำหนด ทำให้ฝ่ายตรงข้ามเสียเวลาจากการใช้เส้นทางที่มิได้สั้นที่สุด
                ระหว่างที่บุรุษหนุ่มนึกคิดยูกิก็พาเลี้ยวซ้ายไปอีกครั้ง มองไปด้านขวาเห็นเป็นบ้านพักที่สร้างจากอิฐหลังหนึ่ง ถูกทิ้งให้รกร้างอยู่กลางป่า ลูทมิอาจปล่อยให้ยูกิที่ถูกพิษวิ่งมากไปกว่านี้ จึงหยุดยั้งลงส่งผลให้สตรีทั้งสองต้องหยุดฝีเท้าเช่นกัน
                ลูทตัดใจกล่าวว่า “พวกเจ้าทั้งสองคงจะรู้อยู่แก่ใจว่าหนีต่อไปก็ไม่เกิดประโยชน์อันใด เมื่อใดที่เรี่ยวแรงตกลงนักแม่นธนูทั้งสามจะติดตามจนทันอีกครั้ง หากเข้าไปซ่อนตัวที่บ้านพักหลังนี้ ใช้บ้านพักเป็นเกราะกำบังต่อสู้กับมันสักรอบหนึ่งจะเป็นอย่างไร?”
                รินะมองดูพี่สาวตนเห็นว่าเหนื่อยหอบมากผิดปกติ หยาดเหงื่อผุดพร่างพราย ด้วยสภาพร่างกายที่ยังอ่อนแอ จึงพยักหน้าสนับสนุน กล่าวว่า “หากพวกเราอยู่ในที่โล่งโอกาสต่อสู้ชนะคงจะแทบไม่มี ฝ่ายตรงข้ามสามารถกำนัลลูกธนูใส่พวกเราจากระยะห่างเกินกว่าห้าร้อยก้าว พอพวกเราหาโอกาสเข้าโรมรันในระยะประชิดพวกมันจะชิงหนีทิ้งระยะห่างออกไป โดยสลับหน้ากันยิ่งต่อต้านขัดขวาง จนแล้วจนรอดพวกเราจะไม่มีโอกาสได้สัมผัสตัวมันแม้แต่ครั้งหนึ่ง แต่สถานการณ์จะเปลี่ยนไปเมื่อพวกเรามีที่มั่นให้เฝ้ารักษา ใช้กำแพงอิฐที่มิอาจทำลายได้ด้วยธนูเป็นเครื่องป้องกัน นับว่ามีโอกาสวัดดวงสักครั้ง”
                เป็นเพราะรินะมิเคยเห็นศรสลายตะวันที่พังทลายบ้านพักของทานากะจึงกล่าวออกมาเช่นนี้ และเป็นโชคดีของพวกเขาที่ศัตรูทั้งสามมิอาจใช้ศรสลายตะวันอันเป็นเอกลักษณ์ของชานอนได้
                ยูกิทราบดีว่าตนเองเป็นตัวถ่วงของกลุ่ม แต่ทุกคนต่างมิได้กล่าวถึงจึงซาบซึ้งในน้ำใจยิ่ง กล่าวว่า “ข้าต้องขอโทษพวกเจ้าด้วยที่ต้องมาเลือกเส้นทางลำบากเช่นนี้”
                ลูทส่ายหน้ากล่าวว่า “ผู้ใดว่ากัน? แม้เจ้าจะมีเรี่ยวแรงเต็มเปี่ยมก็มิได้หมายความว่าจะสลัดรอดจากฝ่ายตรงข้ามอย่างปลอดโปร่ง อย่างน้อยข้าเองคนหนึ่งที่มีแรงเต็มเปี่ยมก็ปราศจากความมั่นใจถึงสิบส่วน แต่ด้วยวิธีการรักษาที่มั่นหาทางตอบโต้กลับไปเช่นนี้อาจนำมาซึ่งหนทางรอดในทางอับจนสายหนึ่ง ยิ่งไปกว่านั้นหากไม่มีเจ้าร่วมทางการเดินทางครั้งนี้ก็จะไม่มีวันเกิดขึ้น เพราะมีเพียงเจ้าผู้เดียวที่สามารถเจรจาขอความช่วยเหลือจากประธานาธิบดีราชิตได้”
ยูกิมองลูทด้วยสายตาขอบคุณครั้งหนึ่งที่มิได้ตำหนิอีกทั้งให้กำลังใจนางทางอ้อม
ทั้งสามจึงพากันเข้าไปซ่อนตัวอยู่ในบ้านร้างหลังนั้น ด้วยระยะทางพันก้าวเศษฝ่ายตรงข้ามสมควรใช้เวลาในการไล่ตามไม่เกินห้านาที พวกลูททั้งสามต้องใช้เวลาอันน้อยนิดนี้สร้างความมีเปรียบให้กับพวกตนมากที่สุด
               
บ้านอิฐมีเพียงชั้นเดียวแบ่งเป็นสามห้องใหญ่ คือห้องโถงกลาง ห้องครัว และห้องนอน โดยมีห้องเก็บของเล็กๆที่มิอาจนับเป็นห้องถูกปิดตายอยู่ข้างห้องครัวอีกห้องหนึ่ง
                ทันใดที่สำรวจสภาพรอบข้างเสร็จสิ้น ยูกิก็เดินเข้ามาจับมือของลูทและรินะไว้คนละข้าง ร่ายเอลแห่งไม้ที่ชื่อว่าผสานกายกับธรรมชาติขึ้น เอลนี้มีประโยชน์มากในการซ่อนตัว มีคุณสมบัติในการผสานเสียงเต้นของหัวใจและลมหายใจเข้ากับเสียงของต้นไม้ใบหญ้า ปรับอุณหภูมิของร่างกายให้เท่ากับต้นไม้ที่อยู่รอบตัว เปลี่ยนแปลงสภาพกายของมนุษย์เป็นต้นไม้ต้นหนึ่ง แต่มีข้อจำกัดอยู่ที่ว่า เอลผสานกายกับธรรมชาตินี้ใช้ได้ก็ต่อเมื่อสภาพแวดล้อมรอบข้างต้องเป็นป่าไม้หรือธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์เท่านั้น หากใช้เอลชนิดนี้ในเมืองหรือในหมู่บ้านที่เต็มไปด้วยผู้คนจะไม่เกิดผลอันใด
                รินะสั่งการให้ปีกทองบินอยู่รอบบ้านสำรวจรัศมีร้อยวา พอพบสิ่งผิดปกติพลันใจหายวาบกล่าวว่า “มีผู้คน!”
                ลูทและยูกิลอบพยักหน้า สายตาทั้งสองคู่มองสำรวจตามประตูหน้าต่างค้นหาว่าจุดใดเหมาะกับเป็นสถานที่ซ่อนตัว อีกทั้งสามารถตอบโต้ฝ่ายตรงข้ามได้
                “มิใช่พวกนักแม่นธนู” รินะกล่าวขึ้นมาอีกครั้ง “แต่เป็นเอลลิสสตรีผู้หนึ่ง มีฝีมือสูงกว่าพวกนักแม่นธนูทั้งสามยิ่งนัก อย่างต่ำต้องจัดอยู่ในระดับเหนือเมฆา ... ไม่สิ อาจเรียกได้ว่าวิถีแห่งฟ้าก็เป็นได้”
                “ว่ากระไร!?”
                “นางเข้าใกล้มามากแล้ว พวกเราต้องซ่อนตัวในบัดดล” กล่าวจบก็ยกผนึกรูนขึ้นรั้งปีกทองกลับมา ผนึกลงไปตามเดิมมิให้เผยพิรุธ
                ลูทเห็นทีจะไม่ได้การณ์ จึงพาสตรีทั้งสองเข้าไปหลบอยู่ในห้องเก็บของเล็กๆ แออัดเบียดเสียดกันอยู่ภายใน หัวใจของทั้งสามต่างเต้นตูมตาม เมื่อได้ยินว่าผู้มามีฝีมือในระดับวิถีแห่งฟ้า เช่นนี้ต่อให้ทั้งสามร่วมแรงร่วมใจกันกลุ้มรุมสามต่อหนึ่ง ยังแทบมองไม่เห็นหนทางของชัยชนะ
                พลันได้ยินเสียงยูกิกระซิบเบาๆว่า “สูดลมหายใจเข้าออกตามปกติ บรรจงปรับความตึงเครียดให้ลดลง เปรียบร่างกายให้เหมือนธรรมชาติเบื้องนอก นับเป็นวิธีเดียวที่จะซ่อนตัวจากยอดฝีมือระดับนี้ได้ เอลผสานกายกับธรรมชาติเป็นสิ่งเดียวที่จะทำให้พวกเรามีชีวิตรอดในจุดอับ”
                ทั้งลูทและรินะต่างกระทำตามในบัดดล ผ่านไปอีกไม่กี่ชั่วอึดใจสตรีนางนั้นก็เปิดประตูเข้ามาในบ้าน พวกเขาที่ซ่อนตัวอยู่ในห้องเก็บของล้วนมิอาจเห็นรูปโฉมโนมพรรณได้ จึงหลับตาค่อยๆปรับสภาพร่างกายตามคำกล่าวของยอดหญิงยูกิ วิถีของมนุษย์จึงค่อยๆเลือนรางไป แปรเปลี่ยนเป็นวิถีแห่งธรรมชาติตามเอลแห่งไม้
ยอดฝีมือที่เข้ามามีฝีเท้าแผ่วเบาจนใบหูพรานหนุ่มแทบมิอาจจับเสียงฝีเท้า จากข้อนี้แสดงว่ามีฝีมือการฝึกปรือของสตรีนางนี้ต้องล้ำเลิศ แต่ที่น่าปวดเศียรเวียนเกล้ามีเหตุมาจากการที่ไม่ทราบว่าสตรีเบื้องนอกเป็นศัตรูหรือสหาย พวกเขาจึงต้องคาดเดาจากเหตุการณ์คร่าวๆ ต่างเห็นพ้องต้องกันโดยที่ไม่ต้องปรึกษาว่าสตรีนางนี้มีลับลมคมใน ไม่เช่นนั้นเหตุใดจึงต้องมากระทำการหลบๆซ่อนๆอยู่ในบ้านร้างกลางป่าแห่งนี้?
จากข้อนี้ทำให้ทุกคนคิดว่าผู้มาต้องมิใช่สหาย แต่จะเป็นศัตรูหรือไม่นั้น ยังมิอาจทราบได้


Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
ศาสตราคู่กู้แผ่นดิน ตอนที่ 119 : เล่ม 5.1 - ตอนที่ 62.1 - พรมแดนสองอาณาจักร (4) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 893 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android