คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

ศาสตราคู่กู้แผ่นดิน

ตอนที่ 120 : เล่ม 5.1 - ตอนที่ 63.1 - บทสนทนาในกระท่อมร้าง (1)


     อัพเดท 13 มี.ค. 51
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : มือเดียวค้ำฟ้า ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ มือเดียวค้ำฟ้า
My.iD: https://my.dek-d.com/eva00r
< Review/Vote > Rating : 99% [ 3,288 mem(s) ]
This month views : 31 Overall : 262,786
4,383 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 290 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
ศาสตราคู่กู้แผ่นดิน ตอนที่ 120 : เล่ม 5.1 - ตอนที่ 63.1 - บทสนทนาในกระท่อมร้าง (1) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 873 , โพส : 0 , Rating : 100% / 1 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


ภาควิญญาณข้าเพื่อเจ้า
ตอนที่ 63.1 บทสนทนาในกระท่อมร้าง
22 กุมภาพันธ์ อศ. 226
 
ห้องเก็บของที่แออัดในบ้านอิฐมีขนาดเล็กมาก ทั้งยังใส่อุปกรณ์เครื่องใช้ในบ้านที่มิได้นำออกมาใช้เป็นแรมปี เหลือพื้นที่เพียงให้บุคคลทั้งสามนั่งขัดสมาธิหันหน้าเข้าหากัน หัวเข่าทั้งหกห่างกันเพียงหุนหนึ่ง
ลูทสังเกตสภาพรอบข้างพึ่งรู้สึกตัวว่าร่ายกายของตนกับยอดหญิงยูกินั้นเกือบจะชิดติดกัน กลิ่นหอมกรุ่นจากกายหญิงสาวโชยเข้าสู่นาสิก เส้นผมดำเงางามที่เหยียดตรงพลิ้วมากระทบใบหน้าเป็นความรู้สึกรันจวญใจยิ่ง จนแทบทำให้เขาโน้มไปเบื้องหน้าสวมกอดโฉมสะคราญผู้นี้อย่างลืมตัว แต่บุรุษหนุ่มจำเป็นต้องตัดความคิดนั้นออกไปเสีย เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าอันแผ่นเบายอดฝีมือสตรีเบื้องนอกกำลังเดินเข้ามาใกล้ นางสำรวจพื้นที่โดยใช้ “ความรู้สึก” จับความเป็นไปของสิ่งมีชีวิตรอบข้าง
ลูท ยูกิและรินะต่างหลับตาหายใจเข้าออกตามความเป็นไปของธรรมชาติเฉกเช่นสัตว์จำศีล หยุดยั้งวัฏจักรของร่างกายที่ไม่จำเป็นลงสิ้น ปล่อยให้ชีวิตดำเนินไปโดยเผาผลาญพลังงานไม่ถึงหนึ่งในสิบของคนปกติ ลบเลือน “ความคงอยู่” ของตัวตนมนุษย์ไปชั่วขณะ
                ตึก ตึก!
เสียงฝีเท้าของสตรีนางนั้นก้าวเข้ามาใกล้ห้องเก็บของ พลันได้ยินเสียงชายชาตรีอันห้าวหาญดังขึ้นว่า “หากพวกเจ้าทั้งสามยังรักชีวิตก็จงถอยออกไป มิฉะนั้นข้าจะไม่เกรงใจ”
                พวกลูทได้ยินคำว่า “ทั้งสาม” ก็ลอบตื่นตกใจมิได้ หัวใจเต้นดังขึ้นผิดปกติจังหวะหนึ่ง
                ผิดท่า!
ยูกิที่นั่งอยู่ติดกันเบื้องหน้าพลันเอื้อมมือมาแตะหัวเข่าของเขาไว้ บุรุษหนุ่มจึงสะกดจิตใจที่พลุกพล่านให้สงบลงอีกครา โชคดีที่ยอดฝีมือสตรีเบื้องนอกได้ยินคำกล่าวของชายชาตรีนั้น จึงหันเหประสาทสัมผัสไปกับเหตุการณ์เบื้องนอก ทำให้มิอาจจับเส้นเต้นหัวใจผิดจังหวะเมื่อครู่ได้
                ไม่มีเสียงอันใดเกิดขึ้นอีกเป็นระยะหนึ่ง จนกระทั่งได้ยินคำกล่าวที่ว่า “ไปเสียก็ดีข้าจะได้ไม่ต้องเปลืองเรี่ยวแรง” จากบุรุษผู้นั้น ช่วยให้ลูทคิดได้ว่าคำกล่าวประโยคก่อนหน้าเป็นคำกล่าวต่อนักแม่นธนูทั้งสามมิใช่พวกเขาที่ซ่อนตัวอยู่ ด้วยคำกล่าวเพียงประโยคเดียวก็ทำให้นักแม่นธนูยอมถอนตัว แสดงว่าบุรุษผู้นี้ต้องมีความเป็นมาอย่างใหญ่หลวง หรือมีฝีมือที่น่าตื่นตระหนกเป็นแม่นมั่น
                เวลาผ่านไปครู่หนึ่งได้ยินเสียงฝีเท้าของชายชาตรีเดินเข้ามาในบ้านร้างอีกคน ลูทใช้ใบหูฟังจังหวะของการก้าวเท้าพบว่าแตกต่างไปจากสตรีคนเมื่อครู่ แต่ระดับความแผ่วเบานั้นอยู่ในระดับเดียวกัน จึงคาดเดาได้ว่าฝีมือของคนผู้นี้ต้องไม่ต่างไปจากยอดฝีมือสตรีที่เป็นระดับขั้นเหนือเมฆาขึ้นไป ไม่เช่นนั้นนักแม่นธนูทั้งสามที่กดดันให้พวกลูทหนีเตลิดเปิดเปิงคงจะไม่ยอมถอยไปแต่โดยดี
ชายชาตรีผู้นั้นกล่าวขึ้นว่า “ยินดีที่ได้พบเจ้าอีกครั้ง ข้าโทเซนขออภัยที่เป็นเจ้าภาพแต่กลับมาช้าไปกว่าแขกเหรื่อก้าวหนึ่ง”
                ได้ยินเสียงสตรีนางนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำกว่าสตรีอื่นทั่วไป “ไม่นับเป็นอย่างไรได้ ข้าเองพึ่งจะก้าวเข้ามาได้ครู่เดียวเท่านั้น” นางเว้นระยะพักหนึ่งจึงถามว่า “เมื่อครู่มีเหตุการณ์ผิดปกติอันใด? ต้องการให้ข้าช่วยเหลือสักเล็กน้อยหรือไม่?”
                ชายชาตรีที่ชื่อโทเซนส่ายศีรษะเป็นเชิงปฏิเสธ กล่าวว่า “จะมีอันใดได้อีกนอกจากแมลงยิบย่อยสามตัวบินหลงเข้ามาในบริเวณสถานที่แถบนี้ เจ้าวางใจได้หากพวกมันกล้าเข้ามาในรัศมีห้าร้อยก้าว ข้าจะให้พวกมันทอดร่างเป็นซากศพไม่สมประกอบ”
                สตรีนางนั้นหัวเราะอยู่ในลำคอด้วยเสียงทุ้มต่ำครู่หนึ่ง กล่าวว่า “ข้ามีหรือจะไม่วางใจ ในเมื่อผู้กล่าวคำพูดประโยคนี้เป็นถึงเจ้าครองแคว้นธอร์แห่งเอนเซลที่เก่งกาจ เพียงแต่ข้าเองก็ไม่อยากสูญเสียโอกาสยืดเส้นยืดสายไปกับท่านบ้าง”
‘เจ้าครองแคว้นธอร์!? เช่นนั้นยอดฝีมือสตรีนางนี้สมควรเป็นใคร? อย่างน้อยต้องมีศักดิ์ฐานะสูงส่งถึงขนาดที่เจ้าครองแคว้นธอร์เกรงใจ ไม่เพียงเชิญมาร่วมประชุมเป็นการลับ แต่ยังพูดจาเกรงอกเกรงใจเป็นอย่างยิ่ง’ บุรุษหนุ่มคำนึงขึ้นในทันใด
เจ้าครองแคว้นนามโทเซนแสยะยิ้มอย่างภาคภูมิใจ มิได้ถ่อมตนแม้แต่น้อยกับคำชมนั้น เสมือนว่าฝีมือระดับตนสมควรได้รับอยู่ตลอดเวลา กล่าวต่อไปว่า “รบกวนเจ้ารอคอยอีกครู่หนึ่ง ‘พันธมิตร’ ของพวกเราใกล้มาถึงแล้ว”
สตรีนางนั้นมองโทเซนด้วยสายตาอันเยือกเย็น ผิดกับสตรีไร้เดียงสาทั่วไป แววตาของสตรีวัยสี่สิบเศษผู้นี้ผ่านโลกมามิได้ด้อยไปกว่าเจ้าครองแคว้นตรงหน้าแต่อย่างใด กล่าวว่า “และวินาทีที่เจ้าใฝ่ฝันก็ใกล้เข้ามาแล้วใช่หรือไม่?”
โทเซนกลับมิได้กล่าวตอบอันใด นอกจากรอยยิ้มที่หยิ่งผยองจากความมั่นใจในฝีมือตน
ทั้งสองจึงนั่งลงบนเก้าอี้มิได้กล่าววาจาสนทนา จนทำให้พวกลูทต้องผ่านช่วงเวลานี้ไปอย่างทรมาน เป็นที่แน่ชัดว่าการสนทนาในครั้งนี้ย่อมต้องเป็นความลับสุดยอด เมื่อไม่มีวาจาจากยอดฝีมือสตรีและเจ้าครองแคว้นธอร์ แสดงว่าทั้งสองกำลังใช้จิตประสาทค้นหาร่องรอยรอบสถานที่ หากพบสิ่งผิดปกติอันใดจะจัดการโดยพลัน
หยาดเหงื่อของลูทไหลลงมาจนฝ่ามือเปียกชื้น พลางสัมผัสกับมืออันราบลื่นของยอดหญิงยูกิที่ยื่นมาแตะ บุรุษหนุ่มจึงพยายามคงสภาพของเอลผสานกายกับธรรมชาติต่อเนื่อง
นับเป็นความโชคดีของพวกลูทที่ฝ่ายตรงข้ามเป็นยอดฝีมือ หากเป็นชนชั้นธรรมดาคงจะต้องค้นบ้านทุกซอกทุกมุมให้แน่ใจว่าไม่มีสิ่งใดผิดปกติ แต่ด้วยความถือดีในฝีมือของยอดฝีมือทั้งสอง เพียงใช้ประสาทที่เหนือมนุษย์สัมผัสก็ทราบได้ว่ามีผู้คนซ่อนตัวอยู่หรือไม่ พวกเขาทั้งสามจึงรอดพ้นจากการถูกค้นเจอ
บ้านร้างผ่านช่วงเวลาอันเงียบสนิทไปอีกครู่หนึ่ง จนกระทั่งมีเสียงพูดของชายอีกคนหนึ่งดังขึ้นจากหน้าประตู กล่าวว่า “ข้าในฐานะของตัวแทนท่านจักรพรรดิขอแสดงความเคารพต่อเจ้าครองแคว้นทั้งสอง ขออภัยที่ผู้น้องมาสายไปก้าวหนึ่ง” จากนั้นจึงมีเสียงฝีเท้าของผู้คนอีกสองคนดังขึ้นหน้าประตู ขบวนผู้ที่มาใหม่มีทั้งหมดสามคนด้วยกัน
ความเย็นแผ่ขึ้นมาจากสันหลังวาบเข้าสู่หัวใจในทันควัน เป็นไปได้อย่างไรที่ไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าจากชายผู้นี้? คำว่า “จักรพรรดิ” เมื่อครู่นั้นต้องหมายความถึงเวอร์น่อน แสดงว่าชายหนุ่มผู้มาเยือนคนใหม่นี้ต้องมีฐานะพิเศษในกองกำลังของตึกธงอาชา ถึงขนาดเป็นตัวแทนมาเจรจากับผู้นำระดับเจ้าครองแคว้นได้
                เสียงสตรีที่ทุ้มต่ำดังขึ้นอีกครั้ง กล่าวว่า “ท่านอุปราชมิต้องเกรงใจ ตอนนี้ถือว่าพวกเราเป็นพันธมิตรที่สมบูรณ์ลงเรือลำเดียวกันแล้ว การมาช้าเพียงชั่วครู่ยามมิอาจนับเป็นอย่างไรได้ ขอเชิญพวกท่านนั่งก่อน”
เมื่อพวกของอุปราชหนุ่มทั้งสามนั่งลงบนเก้าอี้เสร็จสรรพ โทเซนจึงกล่าวว่า “ข้ามีคำขอร้องประการหนึ่งก่อนที่จะเริ่มการประชุม ท่านอุปราชพอจะแนะนำผู้ติดตามทั้งสองให้พวกเรารู้จักก่อนได้หรือไม่? มิใช่ว่าจะกล่าวโทษเรื่องที่นำผู้ติดตามมาหรือระแวงในตัวท่านอุปราชแต่อย่างใด เพียงแต่การประชุมครั้งนี้ส่งผลต่อแผนการในอนาคตของพวกเราทั้งสองฝ่าย การทำความรู้จักมิให้คลางแคลงใจนับเป็นเรื่องอันดี”
                เสียงสตรีสาวผู้หนึ่งที่คุ้นหูกล่าวขึ้นว่า “เรียนเจ้าครองแคว้นโทเซนและเจ้าครองแคว้นชิล่า ข้ามีนามว่าพริม เทอเรส สังกัดหน่วยรบพิเศษอัศวินดำดงรงตำแหน่งที่เก้า รับคำสั่งโดยตรงจากท่านอุปราชและท่านจักรพรรดิ นับถือพวกท่านทั้งสองมานาน”
                ‘อุปราชพริม ชิล่า!? หากจำไม่ผิดชิล่าคือชื่อของเจ้าครองแคว้นอิซซ์มิใช่หรือ? เช่นนี้แสดงว่าจักรวรรดินอร์มีการติดต่อกับเอนเซลอย่างลับๆ ถึงขนาดตกลงเป็นพันธมิตรกับสองแคว้นใหญ่เสร็จสิ้น’ ยูกิครุ่นคิดอยู่ในใจ
                ลูทสัมผัสได้ถึงการสั่นสะท้านของร่างกายยูกิที่นั่งอยู่เบื้องหน้าเมื่อได้ยินเสียงของพริม นางมารร้ายผู้นี้กระทำเรื่องราวเลวร้ายต่อนางหลายครั้งหลายครา ทั้งการลอบสังหาร หักหลังทรยศ และการจู่โจมที่หอน้อยกลางน้ำด้วยพิษผีเสื้อสีครามแทบจนจะคร่าชีวิตนางไป เมื่อสตรีผู้มีความงามปานเทพธิดาทราบว่าพริมอยู่เบื้องนอกจึงมิอาจดำรงอยู่ในความสงบได้ เห็นได้ชัดว่าอาจกระตุ้นความสนใจของฝ่ายตรงข้าม ทำให้สถานที่ซ่อนตัวของพวกเขาทั้งสามเปิดเผย
ลูทจึงกระทำเช่นเดียวกันกับยูกิเมื่อครู่ โน้มตัวไปด้านหน้าใช้มือขวาสัมผัสฝ่ามือของนางอย่างแผ่วเบา ร่างที่สั่นสะท้านก็พลันหยุดลง ยูกิปรับวงจรการหายใจให้กลับเป็นปกติอีกครั้ง
บุรุษหนุ่มเห็นเปลือกตาทั้งสองของนางบรรจงลืมขึ้นมาอย่างช้าๆ สายตาทั้งสี่ข้างสบกันพบว่าใบหน้าของทั้งสองอยู่ห่างกันไม่ถึงสองนิ้ว ยูกิจึงค้อนให้ครั้งหนึ่งด้วยความเขินอาย ทำเอาหัวใจของลูทแทบจะหลอมละลาย แต่ด้วยสถานการณ์คับขันเฉพาะหน้า บุรุษหนุ่มผู้นี้ยังคงควบคุมอารมณ์เอาไว้ได้ มิปล่อยให้เพลิงราคะครอบงำจิตใจ สูดลมหายใจลึกๆแล้วค่อยๆผ่อนออก ดำรงอยู่ในสภาพกึ่งจำศีล เช่นเดียวกับโฉมสะคราญที่ปรับร่างให้กลืนกับธรรมชาติ
ในขณะที่มือของบุรุษหนุ่มหญิงสาวทั้งสองข้างยังคงสัมผัสกันเช่นเดิม
 
รถม้าจำนวนมากแล่นมาจอดเทียบเคียงศาลาข้างทาง เป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นและไม่เคยคาดคิดว่าจะเกิดขึ้นมาก่อน จนกระทั่งมีการแข่งขันไขปมปริศนาของปรมาจารย์หมากรุกทองคำ
“เหตุใดเจ้าถึงได้ดึงดันจะสอนลูกชายข้านัก” เสียงดังขึ้นจากใต้ต้นไม้ใหญ่ในยามเช้า บุรุษทั้งสองกินอยู่หลับนอนที่พื้นที่บริเวณนี้เป็นเวลาสองวันเต็ม ศึกษาปมปริศนาหมากรุกตลอดเวลา แต่มิได้มีความตั้งใจจะชิงชัยกับปรมาจารย์หมากรุกทองคำแต่อย่างใด ทั้งหมดสืบเนื่องมาจากความต้องการที่จะชนะพนันฝ่ายตรงข้ามเท่านั้น
บุรุษผมยาวที่ใส่แว่นนั่งพิงต้นไม่ใหญ่อยู่อีกข้างหนึ่งของผู้ถาม สายตามองดูผู้คนมากมายที่มายืนเรียงรายอยู่บริเวณริมศาลา เอ่ยปากตอบว่า “ข้าคงไม่ต้องบอกใช่หรือไม่ว่าบุตรชายของพี่ท่านมีความสามารถในการเรียนรู้เรื่องราวใหม่ๆมากขนาดไหน? ขอเพียงมีโอกาสได้ปลูกฝังความรู้ที่น่าสนใจบางอย่างเพียงเล็กน้อย ข้าเชื่อมั่นว่าเด็กอัจฉริยะอย่างเขาต้องเติบโตขึ้นเป็นยอดคนในอนาคต”
บุรุษท่าทางเหี้ยมหาญผู้เป็นบิดากล่าวว่า “อัจฉริยะ?”
“หรือว่าพี่ท่านไม่เคยฟังเสียงขลุ่ยในมือเขา? ไม่น่าเชื่อว่าเด็กอายุเพียงสิบปีจะมีความสามารถเชิงดนตรีมิได้ด้อยไปกว่าผู้ที่ชนะเลิศการประลองอาร์คาน่า”
“ขลุ่ยนั่นเป็นเพียงสมบัติชิ้นเดียวที่จูเลียเหลือทิ้งไว้เป็นของดูต่างหน้า” บุรุษผู้เป็นบิดากล่าวกับสหายสนิทว่า “น้องชาย ... เจ้าทราบดีแก่ใจหรือว่าเขามิใช่บุคคลที่ชอบวิชาการต่อสู้เช่นเดียวกับเราสอง ในยุคที่บ้านเมืองสงบสุขเช่นนี้ข้าไม่ต้องการให้เขารู้จักการใช้ความรุนแรงใดๆ เพียงแค่วิชาป้องกันตัวและล่าสัตว์ของพรานป่าก็พอแล้วที่จะเอาตัวรอดจากโจรธรรมดาสามัญทั่วไป ประสบการณ์เมื่อสิบห้าปีก่อนได้สั่งสอนเจ้าเป็นอย่างดีแล้วมิใช่หรือ ว่าสิ่งที่ดีที่สุดของสงครามนั้นคืออะไร?”
บุรุษที่ไว้ผมยาวถอนหายใจพลางขยับแว่นตา กล่าวว่า “ข้าทราบดีว่าสิ่งนั้นคือการที่ไม่เคยได้สัมผัสกับมัน แต่ทว่าพี่ท่านลองฟังคำกล่าวของข้าดูก่อนจะเป็นอย่างไร? หากข้าเกิดชนะพนันในครั้งนี้และได้มีโอกาสสอนเขา ข้าจะสอนเพียงสิ่งที่เขาสนใจและต้องการเรียนรู้ หากสิ่งใดที่เขาไม่ต้องการหรือไม่มีความสนใจ ข้าจะไม่บังคับเคี่ยวเข็ญให้ร่ำเรียนแม้แต่ประการหนึ่ง”
เสียงหัวเราะของบุรุษที่เรียกตัวเองว่าเป็นพี่นั้นดังขึ้น กล่าวว่า “ตกลงตามเงื่อนไขนี้ แต่ก่อนหน้าที่จะพูดถึงอนาคตข้างหน้า เห็นทีเจ้าจะต้องเอาชัยการเดินหมากรุกครั้งนี้ให้ได้ก่อนกระมัง”
“พี่ท่านอย่าพึ่งมั่นใจจนเกินไป การครุ่นคิดตลอดสองคืนที่ผ่านมาทำให้ข้าสามารถตีความปริศนาได้เกินกึ่งหนึ่งแล้ว”
ทันใดนั้นเองเสียงอื้ออึงจากผู้คนกลุ่มหนึ่งก็ดังขึ้นก่อนที่บุรุษอีกผู้หนึ่งจะกล่าวคำ เหล่าคนรอบตัวมีจำนวนมากขึ้นจนกระทั่งแออัดไปเต็มท้องถนน เสียงโห่ร้องดังของฝูงชนขึ้นเรื่อยๆเมื่อปรากฏรถม้าสีทองอร่ามคันหนึ่งแล่นมาจอด ร่างของชายชราผมขาวอายุราวเจ็ดสิบปีผู้หนึ่งค่อยๆย่างก้าวลงมาจากรถ ตามติดมาด้วยผู้ช่วยที่เป็นบุรุษอีกผู้หนึ่ง ชายชราผู้นี้จะเป็นใครเสียมิได้อีกนอกจากผู้ที่มีฉายาว่าปรมาจารย์หมากรุกทองคำ
ปรมาจารย์หมากรุกทองคำเดินเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ตัวหนึ่งใจกลางศาลา ผู้ช่วยที่เดินตามติดยกชุดหมากรุกที่ทำจากแก้วใสสะอาดมาวางบนโต๊ะ จัดเรียงตัวหมากทั้งหลายตามจุดเช่นเดียวกับแผ่นกระดาษจนเรียบร้อย ปรมาจารย์หมากรุกทองคำจึงกล่าวทักทายว่า “ขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมงาน นับว่าเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่มีทุกท่านให้ความสนใจมากขนาดนี้” จากนั้นจึงโบกมือให้ผู้ช่วยกล่าวแทน
ยินเสียงของผู้ช่วยนั้นกล่าวว่า “อรุณสวัสดิ์พี่น้องทั้งหลาย การไขปริศนาหมากรุกทองคำกำลังจะเริ่มต้นขึ้น ณ บัดนี้แล้ว ตามคำสัญญาผู้ที่สามารถไขปริศนานี้สำเร็จจะได้รับรางวัลเป็นเงินจำนวนหนึ่งร้อยเหรียญทองจากท่านปรมาจารย์หมากรุกทองคำ อีกทั้งจะได้รับการจารึกชื่ออยู่ในประวัติศาสตร์ของวงการหมากรุกตลอดไป”
เสียงเฮของฝูงชนดังขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ต่างพากันจดจ้องที่จะไปนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามของปรมาจารย์หมากรุกทองคำ หมายมั่นปั้นมือว่าจะเปลี่ยนตนเองเป็นบุคคลที่ร่ำรวยและมีชื่อเสียงในช่วงข้ามคืน
ผู้ช่วยพลันกล่าวต่อไปว่า “ก่อนที่การไขปริศนาครั้งนี้จะเริ่มขึ้น เพื่อเป็นการคัดบุคคลที่มีความเหมาะสม ท่านปรมาจารย์หมากรุกทองคำขอให้ทุกท่านที่ต้องการเข้าร่วมไขปริศนา เขียนตาเดินของตัวหมากสีดำล่วงหน้าสามตาในกระดาษที่สามารถรับได้จากคนขับรถม้าทางด้านนั้น ซึ่งจะมีเพียงผู้ที่ได้รับเลือกจากปรมาจารย์เท่านั้นที่มีโอกาสชิงชัยในการไขปริศนาครั้งนี้”
เสียงโห่ร้องอื้ออึงของผู้คนรอบข้างดังขึ้นสนั่นหู ต่างวิพากษ์วิจารณ์การเดินทั้งสามตาในมุมมองของตน


Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
ศาสตราคู่กู้แผ่นดิน ตอนที่ 120 : เล่ม 5.1 - ตอนที่ 63.1 - บทสนทนาในกระท่อมร้าง (1) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 873 , โพส : 0 , Rating : 100% / 1 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android