คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

ศาสตราคู่กู้แผ่นดิน

ตอนที่ 138 : เล่ม 5.1 - ตอนที่ 67.1 - เหตุร้ายในเอนเซลเลียร์ (3)


     อัพเดท 10 เม.ย. 51
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : มือเดียวค้ำฟ้า ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ มือเดียวค้ำฟ้า
My.iD: https://my.dek-d.com/eva00r
< Review/Vote > Rating : 99% [ 3,288 mem(s) ]
This month views : 39 Overall : 262,794
4,383 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 290 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
ศาสตราคู่กู้แผ่นดิน ตอนที่ 138 : เล่ม 5.1 - ตอนที่ 67.1 - เหตุร้ายในเอนเซลเลียร์ (3) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 811 , โพส : 0 , Rating : 100% / 1 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


คืนก่อน ณ บ้านหลังใหญ่บนถนนสายที่สองของเมืองเอนเซลเลียร์
ซานาดะเป็นชื่อของบุคคลสำคัญคนหนึ่งในเอนเซลเลียร์ ดำรงตำแหน่งอำมาตย์ที่มีหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินทั่วไป เพียงเป็นรองจากประธานาธิบดีราชิตสองขั้น ฟังดูแล้วอำมาตย์อาจมิได้มีอำนาจบาตรใหญ่ แต่เรื่อง “ทั่วไป” ทุกเรื่องที่จะผ่านขึ้นไปถึงประธานาธิบดีราชิตจะต้องผ่านตำแหน่งนี้ก่อน
ซานาดะทำงานรับใช้บ้านเมืองมาเป็นเวลากว่ายี่สิบปีโดยมิได้เปลี่ยนหน้าที่การงานสักครั้ง ความสามารถของเขาเป็นที่ยอมรับของประชาชนตลอดจนขุนนางอำมาตย์อื่นๆ ว่าเป็นผู้ที่คงไว้ซึ่งคุณธรรมกระทำเพื่อชาติบ้านเมือง จัดเป็นขุนนางมือสะอาดอันดับต้นๆของอาณาจักรเอนเซล ด้วยเหตุนี้ประธานาธิบดีราชิตจึงให้ความไว้วางใจยกตำแหน่งอำมาตย์ภายใต้สังกัดของราชครูคาริมไว้ในครอบครอง
                วันนี้เป็นวันแรกที่ซานาดะมีอายุครบสี่สิบแปดปี นับเป็นรอยต่อของวัยทำงานในช่วงกลางกับช่วงท้าย บุคคลอายุขนาดนี้ที่ทำงานมายี่สิบกว่าปีล้วนมีครอบครัวที่อบอุ่น เงินทองที่พอจะให้ใช้จ่ายอย่างมือเติบ เรียกได้ว่าสมบูรณ์พร้อมในระดับหนึ่ง ซึ่งความหวังของการเจริญก้าวหน้าในการงานมิใช่เรื่องเงินทองอีกต่อไป แต่เป็นการที่ได้มาซึ่งความเคารพนับถือของบุคคลต่างๆ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าการมีศักดิ์ฐานะในสังคม
                ความต้องการพื้นฐานของบุคคลใดในโลกนี้เมื่อถูกตอบสนองจนเพียงพอแล้ว ก็จะไม่ถือว่าเป็นความต้องการหลักอีก มนุษย์ปุถุชนจะสรรหาความต้องการขั้นถัดไปเข้ามาแทนที่ ชื่อเสียง อำนาจหรือลาภยศสรรเสริญ โดยมิได้ต่างไปจากสังคมในสมัยโลกาภิวัตน์แม้แต่น้อย
                บ้านของซานาดะเชื้อเชิญแขกเหรื่อมางานเลี้ยงจำนวนร้อยกว่าคน ทุกคนล้วนเป็นเจ้าขุนมูลนายที่มีฐานะทางสังคมทั้งสิ้น เวลาทุ่มตรงถือเป็นเวลาฤกษ์งามยามดีที่อำมาตย์ผู้นี้จะกล่าวเปิดงาน แสดงความโอ่อ่าของทรัพย์สินที่ตนแสวงหามาได้ทั้งชีวิตให้กับบุคคลอื่นๆรับรู้ นับเป็นความพึงพอใจอย่างหนึ่งที่ซานาดะไม่เคยปฏิเสธ
บัดนี้เวลานั้นได้มาถึงแล้ว ซานาดะเดินออกจากห้องส่วนตัวไปยังห้องโถงกลาง เตรียมที่จะกล่าวปราศรัยกับบุคคลทั้งหลายด้วยความยินดี
                ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับคมกระบี่สั้นที่ทะลุทรวงอก จากด้านหลังไปหน้าในตำแหน่งหัวใจพอดิบพอดี อีกเพียงสามก้าวเท่านั้นซานาดะก็จะเดินถึงห้องโถงกลาง กลับต้องมีสิ้นชีวาด้วยกระบี่สั้นเล่มหนึ่ง
                ไม่ต้องถามก็ทราบได้ว่าคมมีดที่โผล่พ้นออกมาเป็นกระบี่สั้นของตระกูลวิลล์ และผู้ลงมือจะเป็นใครเสียได้อีกนอกจากวาคินที่อยู่ในชุดดำสนิท ปิดบังใบหน้าเผยให้เห็นเพียงดวงตาสองข้าง
                เสียงกรีดร้องของสตรีนางหนึ่งดังขึ้น เมื่อเห็นร่างของสามีอันเป็นที่รักล้มลงไปในกองโลหิต นึกไม่ถึงว่าอำมาตย์ที่ทำดีมาทั้งชีวิตต้องมาจบชีวิตอย่างงมงาย
                “จับกุมคนร้าย!” ชายผู้หนึ่งที่คุมเชิงอยู่ด้านข้างตะโกนสั่งการเมื่อได้ยินเสียงของภรรยาอำมาตย์ซานาดะ ชุดของชายผู้นี้คล้ายคลึงกับเครื่องแบบสีน้ำเงินเข้มของมือปราบในอาณาจักรเอนเซล แต่มีบางส่วนที่เป็นรายละเอียดเล็กๆน้อยๆแตกต่างออกไป อาทิเช่นสายคาด เครื่องหมายบอกยศ และแถบสีขาวบริเวณใหล่ที่ตัดกับผ้าสีน้ำเงิน ทำให้ประชาชนแบ่งแยกได้ว่าบุคคลผู้นี้เป็นองครักษ์สังกัดหน่วยปราบปรามพิเศษ ที่อยู่เหนือกว่าระดับมือปราบทั่วไปอีกขึ้นหนึ่ง
                ร่างของสองมือปราบหนึ่งองครักษ์ในชุดรัดกุมสามคนบุกเข้าไปพันตูกับวาคิน กระบี่สามเล่มส่องประกายสีเงินในยามราตรี และหนึ่งในสามเล่มนั้นเป็นขององครักษ์ผู้ตะโกนขึ้นเมื่อครู่
                ท่าร่างที่พิสดารทุกย่างก้าวอันเป็นเอกลักษณ์ของเพลงกระบี่สั้นตระกูลวิลล์ก้าววนไปมาอยู่ในร่างแหศัสตราวุธ ไม่มีการจู่โจมครั้งใดสามารถกระทบถูกวาคินแม้แต่ชายเสื้อ จะมีแต่เพียงเสียงกระทบกันของกระบี่ที่วาคินมิอาจประมาท ซึ่งเป็นกระบี่ขององครักษ์ผู้นั้น
                งานเลี้ยงเบื้องนอกแตกตื่นวุ่นวาย บรรดาแขกเหรื่อและบริวารของอำมาตย์ซานาดะตกอยู่ในสภาพปั่นป่วนโกลาหล ส่งเสียงร้องเอะอะโวยวายกันไปทั่วเมื่อทราบว่ามีคดีฆาตกรรมอันอุกอาจเกิดขึ้น เฉกเช่นกับการกระตุกหนวดเสือลงมือสังหารถึงถิ่น แต่สิ่งนี้กลับเป็นสิ่งที่วาคินต้องการให้เกิดขึ้นเป็นที่สุด
มันเลือกที่จะลงมือสังหารในงานเช่นนี้เพื่อที่จะกระจายข่าวไปทั่วทุกสารทิศ ให้ผู้คนต่างตื่นตระหนกกับคมกระบี่ในเงามืดที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้
เป้าหมายแรกจึงต้องเป็นเป้าหมายที่มีน้ำหนัก เพียงพอให้ผู้คนตื่นกลัวกับภัยล่องหนที่สามารถคุกคามอยู่ทุกเวลา ให้เกิดความรู้สึก “ไม่ปลอดภัย” ขึ้น เป็นการสร้างบรรยากาศแห่งความกลัวในเชิงจิตวิทยา
                หลังเสร็จงานนี้แล้ววาคินก็ได้ตระเตรียมลูกน้องระดับล่างเอาไว้หลายคน สั่งการให้พวกมันลงมือสังหารบุคคลที่เกี่ยวข้องกับทางการแต่มิใช่เป้าหมายอันดับใหญ่โต บ้างก็วางยาพิษ บ้างก็ใช้ธนูดักซุ่มยิง ซึ่งในทางปฏิบัติไม่มีอำนาจเพียงพอที่จะสู้รบปรบมือกับมือสังหารได้ เป็นการกระพือความหวาดกลัวให้กว้างขึ้นไป จนกระทั่งอีกสามวันให้หลัง ที่พริมจะเป็นผู้มือกับเป้าหมายใหญ่ระดับเดียวกันกับอำมาตย์ผู้นี้ แต่ก่อนที่จะถึงเวลานั้นวาคินจำต้องล่าถอยจากไปโดยปลอดภัยเสียก่อน
                “ล้อมมันไว้!” เสียงขององครักษ์ตะโกนดังขึ้น ลูกน้องสองคนกระจายกันออกไปเป็นขบวนรูปสามเหลี่ยม ที่ลูท บลูและไกเคยใช้ในการต่อสู้กับเป้าหมายที่แข็งแกร่งกว่า จัดเป็นขบวนมาตรฐานที่ไม่ว่ามือปราบประเทศใดก็ต้องประยุกต์ใช้ให้มีประสิทธิภาพ
                กระบี่สั้นตระกูลวิลล์ที่แปดเปื้อนโลหิตควงสะบัดมาอีกครั้ง รับมือกระบี่ขององครักษ์ไว้ได้สี่กระบี่ สะบัดซ้ายมือยิงพลุสัญญาณแตกออกเป็นสีแดงในยามวิกาล อันเปรียบเสมือนโลหิตที่แปดเปื้อนท้องนภาในยามราตรี
                แต่แล้วก็มีเสียงแผดร้องเสียงหนึ่งดังขึ้น เมื่อวาคินร่ายเอลสายลมปรารถนา เปลี่ยนตำแหน่งของตนโดยรวดเร็ว อ้อมไปอยู่ด้านหลังของมือปราบผู้หนึ่ง แทงกระบี่ใส่แขนซ้ายจนทะลุ ได้รับบาดเจ็บสาหัสมิอาจถือกระบี่ไล่ล่าต่อไป
                มือปราบรุ่นน้องอีกผู้หนึ่งหยุดยั้งการจับกุมเปลี่ยนเป็นช่วยเหลือสหายตน ปล่อยให้องครักษ์พัวพันวาคินอยู่เพียงผู้เดียว ส่วนตนเองก็ยิงพลุสัญญาณแตกออกเป็นสีน้ำเงินเข้ม ขอกำลังมือปราบในพื้นที่ข้างเคียงมาช่วยเหลือ ประคองร่างมือปราบชั้นต้นที่บาดเจ็บพร้อมกล่าวว่า “ทำใจดีๆไว้”
                ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่เพ้อฝัน มีหรือที่วาคินจะกล้ามาลอบสังหารโดยมิได้วางทางหนีทีไล่ไว้ชัดเจน?
                ห่าฝนลูกธนูถูกยิงมาจากทิศตะวันออก รวมด้วยกันเกือบสิบดอก เป็นมือธนูที่วาคินวางกำลังเอาไว้ให้ปล่อยศรไปในทิศที่มันจุดพลุสัญญาณ
                องครักษ์มือดีจะอย่างไรก็มิใช่ยอดฝีมือระดับสูง เมื่อเห็นห่าฝนลูกธนูดังกล่าวก็ต้องยั้งมือมิอาจติดตาม เปลี่ยนมาเป็นควงกระบี่คุ้มครองกาย ตะโกนสั่งการให้มือปราบชั้นต้นทั้งสองหลบเข้าสิ่งก่อสร้างหาที่กำบัง
                “ไม่รบกวนเจ้าส่ง” เสียงอันชั่วร้ายของวาคินดังขึ้น ร่างของฆาตกรผู้นี้ก็กลืนหายลับไปกับความมืดมิด ภารกิจแรกเป็นอันสำเร็จไปด้วยดี ... ภารกิจการแพร่สะพัดความหวาดกลัว
 
“ซ้อมมันจนกว่าจะเอ่ยปาก” เสียงอันเย็นชาของบุรุษผู้หนึ่งดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงต่อยตีและเสียงร้องโอดครวญของบุรุษอีกผู้หนึ่ง
                บุรุษที่สั่งการเป็นชาวเอนเซลที่มีเชื้อสายมิสต์เจือปน ไว้ผมสีน้ำตาลเข้มจนแทบจะเรียกว่าเป็นสีดำ เส้นผมพลิ้วไหวตามกระแสลม ดวงตาสีดำที่แฝงไว้ด้วยความเย็นชาและเด็ดเดี่ยว เค้าโครงใบหน้ามิได้หล่อเหลาแต่ก็มิได้ดูย่ำแย่ แต่งกายเป็นชุดผ้าสีเหลืองปนน้ำตาลที่ดูเก่าซอมซ่อ บงการให้ชายฉกรรจ์อีกสองคนรุมซ้อมบุรุษผู้หนึ่ง
                ลูทและยูกิทั้งสองที่อยู่บริเวณหน้าตรอกแค่เพียงสอดส่องสายตาดูสถานการณ์เบื้องหน้ายังมิได้ยื่นมือเข้าไปสอด ก็เห็นบุรุษแต่งกายดีหน้าตาเสมือนผู้ที่มีเงินอีกคนหนึ่งถูกลูกน้องของบุรุษเสื้อเหลืองลากเข้ามาในตรอก
                “จัดการมันทั้งคู่ หากไม่ยอมเอ่ยปากก็ฝังมันไว้แถวนี้” น้ำเสียงอันเย็นชากล่าวด้วยความไม่ไหวติง ประดุจเห็นว่าการกระทำที่ทารุนเหล่านี้เป็นเรื่องปกติ จากนั้นก็เห็นลูกน้องประเคนหมัดเท้าให้กับชายที่ถูกลากมาใหม่ จนล้มกลิ้งลงไปนอนกับพื้น
                บุรุษสองคนที่ถูกรุมทำร้ายเอ่ยปากขึ้นว่า “วิงวอนเจ้าช่วยหยุดมือ ข้าไม่ทราบเรื่องราวใดๆ”
                ชายผมสีน้ำตาลเข้มที่มีสายตาเย็นชาเพียงกวาดหางตาดูพวกเขารอบหนึ่งมิได้กล่าวอันใด จากนั้นจึงโบกมือให้กับลูกน้องทั้งสามเป็นสัญญาณว่าลงมือต่อไป ส่วนชาวบ้านที่เดินผ่านมาก็แกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น ไม่สนใจว่ามีเรื่องประการเหล่านี้เกิดขึ้น ต่างคนต่างเดินตามทางของตนไม่อยากหาความยุ่งยากใส่ตัว
                ลูทที่ยืนอยู่บริเวณปากตรอกกลับคิดขึ้นในใจว่า ‘นี่มันอะไรกัน? เพราะเหตุใดเมืองที่เจริญอย่างเอนเซลเลียร์ถึงไม่มีกฎหมายรองรับ ปล่อยให้อันธพาลเหล่านี้อาละวาดอยู่ในเมือง อีกทั้งไม่มีผู้ที่จะยอมช่วยเหลือสักคน เกิดอะไรขึ้นกันแน่
                หารู้ไม่ว่าความจริงแล้วความเจริญทางวัตถุมิได้หมายความว่าจะเป็นความเจริญทางจิตใจ หมู่บ้านสวนเชอร์รี่ที่อยู่ตามป่าเขายังมีความเจริญทางจิตใจ มากกว่าตัวเมืองที่มีความเจริญทางวัตถุก้าวหน้าที่สุดในโลกอย่างเอนเซลเลียร์ ประวัติศาสตร์โลกเช่นนี้ในยุคไหนก็มิเคยเปลี่ยนแปลง
                ลูทหันหน้าไปกล่าวกับยอดหญิงผู้สะคราญโฉมว่า “โปรดรออยู่นี่พักหนึ่ง จะอย่างไรข้าก็ทนเห็นคนถูกซ้อมตายไปต่อหน้าต่อตามิได้”
                ยอดหญิงยูกิพยักหน้าครั้งหนึ่ง ในใจยอมรับว่าสังคมอันฟอนเฟะของเมืองเอนเซลเลียร์เป็นปัญหาใหญ่ที่จะต้องขจัด นี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ยอดหญิงผู้นี้มิได้อาศัยอยู่ในนครหลวง ความไร้น้ำใจและความรุนแรงเป็นเรื่องปกติของสถานที่นี้ แม้ว่าจะมีมือปราบจำนวนมากแต่ถ้าสันดานคนไม่กลับกลาย จะดูแลอย่างไรก็คงไม่ทั่วถึง
                “หยุดมือ! พวกเจ้าตั้งใจจะฆ่าพวกเขาจริงๆอย่างนั้นหรือ? หากต่อยตีไปอีกพักหนึ่งรับรองว่าพวกเขาทั้งสองไม่รอดแน่” บุรุษหนุ่มผมสีน้ำตาลแดงตะโกนเสียงดัง มองไปยังบุรุษผมสีน้ำตาลเข้มที่ยืนสั่งการอยู่ เสมือนว่าประโยคเมื่อครู่เจาะจงถึงมันผู้นี้
                พิศจากระยะใกล้จะเห็นว่าชายชุดเหลืองซอมซ่อสูงวัยกว่าลูทห้าหกปี น่าจะมีอายุราวยี่สิบห้ายี่สิบหกขาดเกินได้เล็กน้อย แต่วาจาเมื่อครู่กลับมิได้เข้าหูของชายผู้นี้เสียเลย มันโบกมือครั้งหนึ่งส่งสัญญาณให้ลูกน้องทั้งสามอย่าได้หยุดมือ จนกว่าจะได้รับคำตอบที่น่าพึงพอใจของเหยื่อทั้งสองราย
                ลูทเดือดดาลกับเหตุการณ์เบื้องหน้า แต่ก็สำนึกตัวว่าตนเองเป็นบุคคลต่างด้าว หากก่อเรื่องสร้างความวุ่นวายในนครหลวงจะมีหน้ามาขอความช่วยเหลือให้เมืองเอเวอร์เกรซอีกหรือ จึงกล่าวว่า “หากยังไม่หยุดมืออีกข้าจะเรียกกองปราบมาจัดการกับพวกเจ้า”
                คำพูดครั้งนี้สามารถเรียกความสนใจจากชายชุดเหลืองได้ไม่น้อย หันหน้ามาหาลูทพร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงอันเย็นชาว่า “หากทำเช่นนั้น วันนี้ของปีหน้าจะเป็นวันครบรอบวันตายของเจ้า”
                ชายฉกรรจ์ที่รุมซ้อมอยู่ก็ตะโกนเสริมขึ้นมาว่า “นี่มิใช่เรื่องของเจ้า อย่าได้ยุ่งเกี่ยวเข้าใจหรือไม่?”
ผ่านไปขณะหนึ่งลูทยังคงไม่ยอมเลิกรา เห็นได้ชัดว่าชายสองคนนั่นได้รับบาดเจ็บสาหัส คาดว่าคงมีกระดูกที่หักบางจุด หากมิได้รับการรักษาโดยพลันอาจถึงแก่ชีวิต จึงยื่นมือไปที่เข็มขัดด้านหลัง ชักกระบี่เหล็กที่หาซื้อแก้ขัดขึ้นมาเล่มหนึ่ง กล่าวว่า “หยุดมือ”
พริบตานั้นบุรุษหนุ่มชุดเหลืองก็พลิ้วเข้ามาในระยะประชิด ใช้กระบี่ที่ยังมิได้ชักออกจากฝักแทงจู่โจมมาสามครั้ง
                ‘เร็ว ลูทคำนึงพร้อมกับใช้กระบี่เหล็กตีโต้ ด้วยความฉุกละหุกสามารถบรรจุซันลงกระบี่รับมือฝ่ายตรงข้ามไว้ได้ แต่ก็ต้องถอยไปสามก้าวตามจำนวนกระบี่ที่แทงมาจากชายชุดเหลือง
เมื่อไม่มีกระบี่เขี้ยวราชสีห์เป็นอาวุธคู่มือ ลูทจึงต้องใช้เพลงกระบี่นายพรานตามแบบฉบับของบิดา เปลี่ยนจากซันเชือดเฉือนที่เคยใช้เป็นซันทะลวง ทิ่มแทงออกไปเบื้องหน้า
เคร้ง เคร้ง เคร้ง!
เสียงกระบี่กระทบกับฝักที่ทำจากโลหะ ฝ่ายตรงข้ามยังมิได้ชักกระบี่ออกจากฝักเสียด้วยซ้ำก็ตั้งรับการจู่โจมของลูทไปสิ้น
แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันพลันอุบัติขึ้น เมื่อมีการขยับเขยื้อนของวงจรซันเอลโดยฉับพลัน ปราณโลหิตในร่างลูทจึงแผลงฤทธิ์เดช กระแทกเอาชีพจรตามร่างกายบุรุษหนุ่มจนบอบช้ำ ส่งผลให้ลูทต้องกระอักโลหิตออกมาคำเล็กๆ มิอาจตั้งสมาธิร่ายรำเพลงกระบี่ออกได้อีก
ผัวะ!
พริบตานั้นกระบี่เหล็กของลูทถูกฝักกระบี่ตวัดจนลอยขึ้นฟ้าไป ตามด้วยเสียงกระบี่ชักออกจากฝักดังสะท้านโสตประสาท ลูทรู้สึกตัวอีกครั้งปลายกระบี่ที่เย็นเยียบก็พาดอยู่ที่บริเวณลำคอ แล้วพลันตวัดสอดเข้าสู่ฝักในพริบตาทิ้งไว้เพียงรอยแดงๆที่เกิดจากการบาดของชั้นผิวหนัง ไม่มีโลหิตปรากฏสักหยดหนึ่ง
ลูทตะลึงตะลานในกระบี่เมื่อครู่ สายตามิอาจเห็นคมกระบี่ได้ชัดเจนผู้ที่ใช้กระบี่ที่รวดเร็วขนาดตวัดปาดลำคอเพียงให้ชั้นผิวหนังถลอก ต้องมิใช่โจรกระจอกธรรมดา
ยินเสียงกล่าวอันเย็นชาดังขึ้นว่า “คนเจ็บอยู่ส่วนคนเจ็บ อย่าได้ยื่นมือยุ่งเกี่ยวกับเรื่องราวอีก หาไม่แล้วครั้งหน้าจะไม่มีคำว่าปราณี”
แต่แล้วเสียงฝีเท้าจำนวนสิบกว่าเสียงพลันดังขึ้นกระทบโสต ได้ยินเสียงกล่าวตามมาของลูกน้องที่เป็นชายฉกรรจ์คนหนึ่งว่า “แย่แล้วเป็นพวกมือปราบ”
“พวกเราไป” ชายผมสีน้ำตาลเข้มจึงก้าวเท้าออกไป แต่ก่อนที่จะจากไปก็หันหน้ากลับมาที่ลูทพร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาดังเดิมว่า “หากเจ้าหายจากอาการบาดเจ็บแล้วต้องการพิสูจน์ฝีมืออีกครั้ง ข้าก็ยินดีน้อมสนอง แต่ในตอนนี้ขอให้ดูแลหญิงสาวที่พามาด้วยให้ดีเถอะ”
ชายผมสีน้ำตาลเข้มพร้อมกับลูกน้องอีกสามคนรุดไปยังปากตรอกอีกฝั่ง ปล่อยให้บุรุษหนุ่มผมสีน้ำตาลแดงทรุดกายลงไอออกมาเป็นโลหิต และทิ้งร่างอันสะบักสะบอมของเหยื่ออีกสองรายไว้เคียงข้าง ลูทสำนึกตัวดีว่าแม้อาการบาดเจ็บจะไม่ปรากฏและมีเขี้ยวราชสีห์อยู่ในมือ ก็มิอาจเอาชัยบุคคลผู้นี้


Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
ศาสตราคู่กู้แผ่นดิน ตอนที่ 138 : เล่ม 5.1 - ตอนที่ 67.1 - เหตุร้ายในเอนเซลเลียร์ (3) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 811 , โพส : 0 , Rating : 100% / 1 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android