คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

ศาสตราคู่กู้แผ่นดิน

ตอนที่ 151 : เล่ม 5.2 - ตอนที่ 63.2 - เส้นด้ายแห่งความหวัง (4)


     อัพเดท 7 พ.ค. 51
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : มือเดียวค้ำฟ้า ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ มือเดียวค้ำฟ้า
My.iD: https://my.dek-d.com/eva00r
< Review/Vote > Rating : 99% [ 3,288 mem(s) ]
This month views : 40 Overall : 262,795
4,383 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 290 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
ศาสตราคู่กู้แผ่นดิน ตอนที่ 151 : เล่ม 5.2 - ตอนที่ 63.2 - เส้นด้ายแห่งความหวัง (4) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 861 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


“จอมแพทย์วีเป็นแพทย์ที่เก่งกาจระดับเทวดา ท่านหมออาศัยอยู่ในหมู่บ้านเงาจันทร์ของข้าที่อยู่ลึกเข้าไปในเขตของลาเวนดิส หากจอมแพทย์วียอมเข้ามาทำการรักษาด้วยตนเอง ข้ามั่นใจว่าท่านผู้นำอาจมีหนทางรอดก็เป็นได้” โรซาไลน์กล่าวด้วยความมั่นใจ
                บลูที่ทราบฝีมือของจอมแพทย์ผู้นี้ดีจึงกล่าวสนับสนุนว่า “ครั้งหนึ่งข้าเองก็บาดเจ็บขั้นสาหัสเกือบเอาชีวิตไม่รอดอาการในขณะนั้นอย่างน้อยก็ต้องสูญเสียพลังฝีมือ โชคดีที่ได้ท่านจอมแพทย์ช่วยเอาไว้จึงสามารถกลับมาเป็นปกติ”
                กุนซือราเมสกล่าวขึ้นทันทีว่า “หลังจากการประชุมครั้งนี้เสร็จสิ้น รบกวนน้องเราไปเชื้อเชิญท่านจอมแพทย์มาได้หรือไม่? แม้มีเพียงความหวังสักส่วนเสี้ยวหนึ่งพวกเราก็สมควรที่จะทดลองดูสักครั้ง”
                โรซาไลน์พยักหน้าพร้อมกล่าวรับคำอย่างขันแข็งว่าไม่มีปัญหา
                มือปราบไกเห็นว่าเรื่องอาการบาดเจ็บของท่านผู้นำการาดอสมีข้อสรุปแล้วจึงกล่าวว่า “ขอถามท่านกุนซือและท่านแม่ทัพถึงสภาพของกองกำลังของรัฐอิสระเจนีสโดยคร่าว ว่าในตอนนี้สภาพของกำลังทหารที่แท้จริงนั้นเป็นเช่นไร พวกเราทั้งสี่สามารถช่วยเหลืออันใดได้บ้าง?”
                กุนซือราเมสพยักหน้าครั้งหนึ่ง แม้ว่าร่างกายเขาจะมิอาจจับอาวุธโรมรันในสมรภูมิแต่สมองที่ปราดเปรียวก็ยังคงใช้งานได้ ตลอดช่วงสามสี่วันที่ผ่านมานี้กุนซือได้ทำงานอย่างหนักเก็บข้อมูลและวางแผนกลยุทธ์หาหนทางในการพลิกสถานการณ์จากการตกเป็นรอง ศึกษาสภาพกองทัพทั้งมวลจนทะลุปรุโปร่ง พอมีโอกาสได้ใช้งานจึงกล่าวออกมาดุจสายน้ำไหลไม่ขาดตอนว่า “จากที่ข้าเก็บข้อมูลมาเมื่อสามวันก่อน พบว่าในตอนนี้กำลังทหารของฝ่ายเราที่สามารถใช้การได้มีอยู่ราวสองหมื่นแปดพันนาย จัดเป็นทหารเก่าที่ผ่านศึกเมืองเจนีสเหนือมาแล้วสองหมื่นหนึ่งพันนาย ส่วนที่เหลืออีกเจ็ดพันนายนั้นเป็นทหารที่พึ่งเกณฑ์มาใหม่ยังไม่มีประสบการณ์ใดๆมาก่อน ช่วงสามวันที่ผ่านมาท่านแม่ทัพมอริแกนได้ทำงานอย่างเต็มความสามารถในการที่จะฝึกทหารใหม่ทั้งเจ็ดพันให้พร้อมรบ แต่ข้าก็มิอาจคาดหวังอันใดได้มากเพราะเวลาที่มีอยู่นั้นจำกัดอย่างยิ่ง จึงขอให้ทำความเข้าใจว่าทหารที่พร้อมเข้าสู่สนามรบมีเพียงสองหมื่นหนึ่งพันนาย ส่วนอีกเจ็ดพันนายที่เหลือสมควรจะใช้เป็นกองทหารช่าง ทหารยามระวังภัย และกองจัดการเรื่องเสบียงคลัง ส่วนเรื่องม้าศึกนั้นเรียกได้ว่าไม่มีปัญหา พวกเราครอบครองม้าศึกอยู่ราวสองหมื่นห้าพันตัวจากฟาร์มปศุสัตว์ขนาดใหญ่ในเมืองเจนีสเหนือ ซึ่งเป็นจุดเด่นของพวกเราในตอนนี้ กองทหารม้ารุกรับรวดเร็วในสมรภูมิสามารถใช้กลยุทธ์ที่พลิกแพลงมากกว่าการรบปกติได้ สำหรับเรื่องอาวุธยุทโธปกรณ์และเสบียงอาหารมีเหลือเฟือ พวกเรายึดอาวุธชุดเกราะมาจากเหล่าทหารนอร์เป็นจำนวนมาก ไม่ว่าคันธนูหรือลูกศรก็เพียงพอต่อการตั้งรับเป็นแรมเดือน ข้าวสารอาหารแห้งก็มีอยู่เต็มยุ้งฉาง คาดว่าเพียงพอที่จะเลี้ยงประชากรทั้งเมืองได้อีกเป็นปีแม้ว่าจะถูกปิดเมืองมิให้ติดต่อกับผู้ใด และประการสุดท้ายถ้าพวกเราสามารถดำเนินกลยุทธ์สองเมืองพึ่งพากัน รักษาเส้นทางการคมนาคมติดต่อกันระหว่างเมืองเจนีสเหนือใต้ไว้ แม้ว่าฝ่ายตรงข้ามจะมีจำนวนเป็นสองเท่าของพวกเรา พวกมันก็มิอาจตีหักเอาเมืองไปได้”
                มือปราบไกที่ชำนาญศึกครุ่นคิดตามแผนการ กล่าวว่า “ข้าพอที่จะเข้าใจในเรื่องที่กุนซือพยายามจะอธิบาย เมืองเจนีสเหนือใต้นั้นสามารถพึ่งพาซึ่งกันและกัน แต่ติดอยู่ตรงที่ว่าทหารฝ่ายเรานั้นมีเพียงสองหมื่นหนึ่งพันนายที่พร้อมรบ ถ้าแบ่งกำลังออกเป็นสองส่วนก็จะมีเพียงหมื่นห้าร้อยนายเท่านั้น หากฝ่ายตรงข้ามมิได้ดำเนินกลยุทธ์ปิดล้อมแต่ใช้การตีหักเอาทีละเมือง อาศัยทหารจำนวนเท่านี้คงมิอาจต้านทานกองทัพจำนวนห้าหมื่นคนขึ้นไปได้ นับเป็นช่องโหว่ที่ใหญ่ที่สุดสำหรับกลยุทธ์นี้”
                ผู้นำการาดอสที่ยังคงนอนอยู่บนเตียงกล่าวขึ้นมาว่า “ท่านมือปราบกล่าวถูกต้อง ดังนั้นข้าจึงได้ส่งจดหมายฉบับหนึ่งไปถึงราชินีมากาเร็ต เพื่อขอยืมหน่วยทหารลาเวนดิสมาเฝ้ารักษาเมืองเจนีสใต้”
                กุนซือราเมสกล่าวอธิบายต่อไปว่า “ด้วยวิธีการนี้จะทำให้พวกเราไม่ต้องแบ่งทหารออกเป็นสองส่วน อาศัยทหารจำนวนหนึ่งจากทางลาเวนดิสปกป้องเมืองเจนีสใต้ จะอย่างไรราษฎรชาวลาเวนดิสเข้าไปตั้งรกรากในเมืองเจนีสใต้อยู่เป็นจำนวนมาก หวังว่าองค์ราชินีมากาเร็ตจะยังคงเมตตาประชาชนเหล่านั้น ส่งกำลังมาป้องกันเจนีสใต้เอาไว้ ในขณะที่พวกเราใช้ทหารจำนวนสองหมื่นหนึ่งพันนายนี้เฝ้ารักษาเมืองเจนีสเหนืออย่างเต็มที่ และถ้าหากทางลาเวนดิสให้ความร่วมมือพวกเราโดยการส่งกองทัพใหญ่เข้ามาช่วย กองทัพผสมของเราอาจดำเนินแผนจัดการกับขุนพลฝ่ายนอร์ ยกกองทัพออกไปตีกระหนาบกองทหารนอร์ก็เป็นได้ ซึ่งแต่เดิมนั้นพวกเรามิอาจกระทำได้เนื่องจากกองทัพเจนีสขาดแคลนชนชั้นผู้นำทัพ ทั้งข้าและท่านผู้นำมิอาจรบทัพจับศึกอยู่ในแนวหน้าได้ รองแม่ทัพซันโจก็พลีชีพในสมรภูมิ เหลือเพียงท่านแม่ทัพมอริแกนคนเดียว แต่พอได้พวกท่านทั้งสี่มาเสริมก็เท่ากับว่าได้รับความช่วยเหลืออย่างตรงจุด เมืองเจนีสทั้งสองที่เคยมืดมนบัดนี้จึงมีความหวังที่จะดิ้นรนเอาตัวรอดอยู่บ้าง”
                ไกกล่าวด้วยน้ำเสียงอันหนักแน่นว่า “ท่านกุนซือไม่ต้องเป็นห่วง ข้าพร้อมที่จะนำทัพออกรบในแนวหน้าปกป้องการรุกรานของจักรวรรดินอร์ด้วยตนเอง”
                บลูกล่าวเสริมว่า “ในที่นี้ครูชานอนก็มีความสามารถอยู่ในระดับจอมปราชญ์อีกผู้หนึ่ง ขอเพียงได้รับความช่วยเหลือจากแม่ทัพมอริแกนในเรื่องของกฎเกณฑ์ทางทหารและวิธีดำเนินการทางกองทัพ เชื่อว่าครูชานอนก็มีคุณสมบัตินำทัพเช่นกัน”
                แม่ทัพมอริแกนจับจ้องไปที่ครูสาวผมทองพร้อมกล่าวว่า “ข้ารับรองว่าครูชานอนจะกลายเป็นแม่ทัพสตรีผู้เกรียงไกรอีกนางหนึ่ง”
                “ท่านแม่ทัพกล่าวเกินไป” ครูชานอนตอบทันที
                บลูขบคิดแล้วเสนอว่า “เมื่อครู่ท่านผู้นำการาดอสกล่าวถึงการขอความช่วยเหลือจากราชอาณาจักรลาเวนดิส นอกจากโรสที่จะต้องเดินทางไปเชื้อเชิญท่านหมอวีแล้ว ข้าทราบดีว่าทุกผู้คนที่อยู่ในที่นี้มีภารกิจสำคัญที่จะต้องปฏิบัติและจำเป็นที่จะต้องประจำการอยู่ในเมืองเจนีสเหนือ จึงอยากจะขออนุญาตท่านผู้นำกระทำหน้าที่ของทูตเจรจา เดินทางเข้าเขตลาเวนดิสไปยังกรุงเดว่าติดต่อประสานงานกับทางลาเวนดิส อย่างน้อยข้าก็เติบโตมาจากสถานรับเลี้ยงเด็กวอลทซ์ที่อยู่ในเขตแดนของลาเวนดิส แม้ว่าบัดนี้สถานรับเลี้ยงเด็กแห่งนั้นจะล้มเลิกไปแล้ว ข้าก็นับว่าเป็นชาวลาเวนดิสโดยกำเนิดผู้หนึ่ง”
                ผู้นำการาดอสเหลือบตามองมาที่บุรุษหนุ่มอายุยี่สิบต้นๆผู้นี้ครั้งหนึ่ง เห็นแววตาอันแน่วแน่ที่เปี่ยมไปด้วยความคิดอันลึกซึ้ง ทราบดีว่าบุรุษผู้นี้แม้จะมีอายุเยาว์แต่ก็สามารถพึ่งพาได้ จึงตัดสินใจกล่าวว่า “เห็นทีต้องรบกวนน้องเราอีกหนหนึ่งแล้ว ท่านกุนซือช่วยจัดการมอบป้ายอาญาสิทธิ์ที่เป็นตัวแทนของกองกำลังปลดปล่อยเจนีสให้กับน้องชายผู้นี้ในฐานะของตัวแทนเรา” จากนั้นจึงยื่นกุญแจดอกหนึ่งให้กับกุนซือราเมส
                กุนซือราเมสรับคำครั้งหนึ่งพร้อมกับรับกุญแจมา แล้วเดินไปที่หีบทองคำด้านหลังเตียงของผู้นำการาดอส หยิบป้ายสีทองที่ทำจากทองคำแท้ออกมาชิ้นหนึ่ง กล่าวกับบลูพร้อมยื่นป้ายแผ่นหนึ่งให้ว่า “นี่อาจเป็นการตัดสินใจที่บ้าบิ่นที่สุดก็ว่าได้ แต่ข้าก็ยังมั่นใจและเชื่อในความสามารถของเจ้า สิ่งนี้คือป้ายอาญาสิทธิ์แห่งราชวงศ์เจนีสที่ตกทอดมาจากบูรพกษัตริย์อาเรส ทั้งแผ่นดินมีเพียงสองชิ้นเท่านั้น ขอให้เจ้ารักษามันไว้อย่างดีและจงใช้มันแต่ในทางที่เหมาะที่ควร”
                บลูตะลึงตะลานเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับเกียรติอย่างท่วมท้น แบมือรับป้ายอาญาสิทธิ์มาพร้อมกล่าวว่า “ข้าบลู วอลทซ์พร้อมที่จะกระทำภารกิจนี้อย่างสุดความสามารถ ขอท่านผู้นำโปรดวางใจ”
                ผู้นำการาดอสพยักหน้าครั้งหนึ่ง กล่าวต่อไปว่า “ส่วนป้ายอีกแผ่นหนึ่งก็มอบให้มือปราบไกไปเสีย ข้าขอแต่งตั้งให้ท่านมือปราบเป็นขุนศึกคนใหม่ของกองกำลังปลดปล่อยเจนีส มีอำนาจเต็มเทียบเท่ากับท่านกุนซือ”
                ไกลุกขึ้นพร้อมกล่าวว่า “หากผู้ใดต้องการแผ่นดินของเจนีสเหนือ มันผู้นั้นต้องข้ามศพข้าไปก่อน”
                บรรยากาศในห้องที่เคยอยู่ในสภาหดหู่สิ้นหวังก็กลับมามีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง แม้จะเป็นเพียงความหวังอันริบหรี่เทียบเท่ากับเส้นด้ายเส้นหนึ่ง แต่นั่นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้กองกำลังปลดปล่อยเจนีสสู้ต่อไป
                ทันใดนั้นเองก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น พร้อมกับคำรายงานระบุว่าเป็นทหารคนสนิทของแม่ทัพมอริแกน จะเป็นข่าวด่วนเรื่องอื่นใดไปได้นอกจากเรื่องบิดามารดาของไก


Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
ศาสตราคู่กู้แผ่นดิน ตอนที่ 151 : เล่ม 5.2 - ตอนที่ 63.2 - เส้นด้ายแห่งความหวัง (4) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 861 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android