คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

ศาสตราคู่กู้แผ่นดิน

ตอนที่ 155 : เล่ม 5.2 - ตอนที่ 64.2 - วาระสุดท้าย (4)


     อัพเดท 16 พ.ค. 51
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : มือเดียวค้ำฟ้า ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ มือเดียวค้ำฟ้า
My.iD: https://my.dek-d.com/eva00r
< Review/Vote > Rating : 99% [ 3,288 mem(s) ]
This month views : 31 Overall : 262,786
4,383 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 290 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
ศาสตราคู่กู้แผ่นดิน ตอนที่ 155 : เล่ม 5.2 - ตอนที่ 64.2 - วาระสุดท้าย (4) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 944 , โพส : 0 , Rating : 100% / 1 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


ผู้นำการาดอสนอนอยู่บนเตียงของตนเอง สมองคิดถึงเรื่องราวในอดีตที่ผ่านมาเมื่อยี่สิบห้าปีก่อน
                ภาพของราชันย์กาเรียผู้เป็นพระเชษฐาปรากฏขึ้นตรงหน้า ตามมาด้วยภาพวิวทิวทัศน์อันสวยสดงดงามของเมืองเจนีสขณะทอดสายตาลงมาจากระเบียงชั้นสองของพระราชวัง พระราชวังที่ปัจจุบันกลายเป็นพิพิธภัณฑ์บนภูเขาเปิดให้ผู้คนเข้าชมโดยอิสระ เมืองเหนือใต้ที่เต็มไปด้วยความสุขของทั้งผู้ปกครองและประชาราษฎร์ จนได้ขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่ประชาชนมีความสุขมากที่สุดในแผ่นดิน
                การาดอสนึกถึงตรงนี้ก็ได้ยินเสียงเคาะประตูดังขึ้น ฝืนร่างที่บอบช้ำหันไปมองที่ประตู ในใจคิดว่าตนเองเคยสั่งการไว้แล้วมิใช่หรือว่ามิให้ผู้ใดเข้ามา แต่ในช่วงเวลาเช่นนี้เรื่องฉุกเฉินล้วนเกิดขึ้นได้ จึงลอบภาวนาว่าขออย่าให้เกิดเรื่องไม่ดีขึ้นอีกเลย หาไม่แล้วเลือดเนื้อของชาวเจนีสผู้รักชาติที่แลกแผ่นดินมาด้วยชีวิตจะสูญสิ้นไปอย่างไร้ค่า
                “นั่นเป็นผู้ใด?” ผู้นำการาดอสเอ่ยปากถาม
                ไม่มีเสียงตอบรับจากมนุษย์ มีเพียงเสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นอีกครั้ง ในจังหวะจะโคนที่แตกต่างไป จังหวะที่ผู้นำการาดอสไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้ยินอีกครั้ง!
                ผู้นำการาดอสเปิดตากว้างหาคำพูดกล่าวแทบไม่ถูก ตะลึงตะตานไปกับเสียงเคาะประตูอันเป็นรหัสที่มีเพียงคนไม่กี่คนรับทราบ ผู้นำกลุ่มปลดปล่อยเจนีสถึงกับนิ่งไปสักพักก่อนที่จะกล่าวอนุญาตว่า “เข้ามาได้”
                เป็นเรื่องที่น่าแปลกเมื่อผู้มามิใช่บุคคลที่การาดอสคาดคิด ร่างของมือปราบไกปรากฏอยู่ที่หน้าห้องนอน
                “เป็นเจ้า? แล้วเพราะเหตุใดเสียงรหัสเคาะประตูเมื่อครู่ …”
                การาดอสยังกล่าวไม่ทันจบก็มีเสียงสตรีชรากล่าวขึ้นว่า “หม่อมฉัน‘มินดาเทีย คาร์เดล’ ถวายบังคมพระอนุชา ขอพระอนุชาได้โปรดประทานอภัยด้วยที่หม่อมฉันมิอาจทรุดกายถวายบังคมได้”
                การาดอสมิได้รับฟังประโยคราชาศัพท์เช่นนี้มานานแล้ว พอได้รับฟังอีกครั้งหัวใจถึงกับเต้นระส่ำระส่าย ย้อนความคิดกลับไปในอดีตเมื่อยี่สิบห้าปีก่อนอีกครั้ง นึกถึงชื่อของมินดาเทียว่าเป็นผู้ใด จนสุดท้ายก็นึกได้ว่าเป็นนามขององครักษ์สตรีผู้มีสายเลือดของตระกูลคาร์เดลผู้จงรักภักดีที่สุดคนหนึ่ง จึงกล่าวว่า “มินดาเทีย ... เจ้าคือองครักษ์มินดาเทีย คาร์เดลใช่หรือไม่?”
                “ถูกต้องแล้วเพคะ”
                คำสนทนาประโยคนี้กลับทำให้บุรุษวัยฉกรรจ์ผู้หนึ่งตกใจ เมื่อพึ่งทราบว่าแท้จริงแล้วมารดาของเขาคนนี้เป็นอดีตองครักษ์สตรีที่เคยรับใช้ผู้นำการาดอสมาก่อน ถึงกลับต้องกล่าวขึ้นด้วยความประหลาดใจว่า “ท่านแม่เป็นองครักษ์แห่งราชวงศ์เจนีสหรอกหรือ?”
                ผู้นำการาดอสฝืนร่างกายที่บาดเจ็บชันร่างท่อนบนขึ้นมานั่ง สะกดกลั้นอาการบาดเจ็บทั้งมวล จับจ้องสายตาทั้งสองไปยังร่างของหญิงชราวัยหกสิบปีที่ถูกประคองอยู่ในอ้อมกอดของมือปราบหนุ่ม กล่าวว่า “ข้าไม่เคยคิดเลยว่าจะได้มีโอกาสพบเจ้าอีกครั้ง เช่นนี้การปรากฏกายของหัตถ์หิมะคงมิใช่เรื่องบังเอิญเสียแล้ว” ผู้นำการาดอสหันไปมองหน้าไกแล้วกล่าวต่อไปว่า “ข้าดูเจ้าไม่ผิดจริงๆ”
                เสียงหญิงชรากล่าวต่อไปว่า “หม่อมฉัน ...”
                ผู้นำการาดอสพลันกล่าวตัดบทว่า “ขอเจ้าอย่าได้ใช้คำราชาศัพท์อีก บัดนี้ข้าได้ละทิ้งตำแหน่งพระอนุชาไปจนกว่าประเทศเจนีสของเราจะมั่นคงถาวร” พลางกล่าวกับไกว่า “พามารดาของเจ้าไปนั่งเสียก่อน นางเป็นหนึ่งในแขกที่สำคัญที่สุดของข้า”
                เมื่อมารดาของไกนั่งลงเสร็จสรรพแล้วจึงกล่าวว่า “หม่อมฉัน ... มิใช่ ... ผู้น้อยมีเรื่องที่จะอยากกล่าวกับท่านผู้นำก่อนที่จะลาจากโลกนี้ไป เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่ข้าเก็บไว้แต่เพียงผู้เดียวมาตลอดยี่สิบห้าปี บัดนี้นับเป็นเวลาอันสมควรแล้วที่จะเปิดเผยมัน”
                “เรื่องอันใดสำคัญถึงเพียงนี้?”
                “เป็นเรื่องของหนึ่งในสองศาสตราคู่กู้แผ่นดิน อันมีนามว่า‘กุญแจแห่งพิภพ’”
                “ว่ากระไร!?”
 
“เจ้าพร้อมที่จะออกเดินทางแล้วหรือไม่?” บลูกล่าวเมื่อเห็นสตรีผมทองเดินมาถึง
                โรซาไลน์มีสีหน้าไม่ใคร่จะดีนัก ก้าวเท้าเข้ามาหาสหายสนิทพลางกล่าวว่า “ข้าอยากจะไปร่ำลาพี่ไกสักครั้งหนึ่งก่อนออกเดินทาง แต่พอไปที่บ้านพักแล้วกลับไม่พบเจอผู้ใด”
                บลูต้องทอดถอนหายใจครั้งใหญ่ ใช้มือข้างหนึ่งวางลงบนแขนอันขาวผ่องเป็นการให้กำลังใจ กล่าวว่า “พี่ไกพึ่งจะทราบข่าวว่าแม่ของเขาป่วยหนัก พวกเราสมควรปล่อยให้พวกเขาแม่ลูกใช้เวลาอยู่ด้วยกันจึงจะถูกต้อง การเดินทางครั้งนี้ก็ใช่ว่าจะไปแล้วไปลับ เจ้าเพียงข้ามพรมแดนไปเชื้อเชิญหมอวีที่หมู่บ้านเงาจันทร์สมควรใช้เวลาไปกลับไม่เกินสองหรือสามวัน เวลาแห่งความเป็นอิสระช่วงนี้เหมาะที่จะใช้พักจิตใจตนเองจากแรงกดดันด้านต่างๆ กลับไปยังบ้านอันเป็นที่รักของเจ้า ปลดปล่อยความกังวลสนทนากับลุงกอร์ดอนและเทโอคลายความวิตกสักคืนหนึ่ง เมื่อเจ้ากลับมาที่นี่อีกครั้งพี่ไกของเจ้าคงจะพร้อมที่จะปันเวลาให้เจ้าอีกครั้งกระมัง”
                โรซาไลน์ฟังคำปลอบโยนจากสหายรักด้วยความซาบซึ้ง แต่พอถึงประโยคสุดท้ายหางจิ้งจอกก็โผล่ออกมาเสียจนได้ จึงต้องสะบัดมือของบุรุษหนุ่มผมน้ำเงินออก กล่าวว่า “พี่ไกของข้าอันใด? งาช้างไม่มีทางที่จะงอกออกมาจากปากสุนัขเสียโดยแท้”
                บลูกลับหัวเราะร่า กล่าวว่า “ข้าอยากที่จะเห็นเจ้าเป็นแบบนี้ตลอดไป ทราบหรือไม่ว่าเวลาที่เจ้าหดหู่นั้นเหมือนจะอมโลกทั้งโลกเอาไว้ในปาก แต่เวลาที่เจ้าร่าเริงก็สามารถเปลี่ยนโลกทั้งใบให้สดใสขึ้นได้เช่นกัน และข้าก็เชื่อว่าพี่ไกคงไม่อยากที่จะเห็นสตรีหน้างอตลอดเวลาหรอกจริงหรือไม่?”
                “ไปของเจ้า” โรซาไลน์ร้องเพ้ยพร้อมค้อนใส่วงหนึ่งจากนั้นจึงสะบัดหน้าเดินจากไปที่รถม้า กล่าวด้วยน้ำเสียงอันไม่พอใจที่สหายรักรังแต่จะกล่าวหยอกล้อตนเองว่า “เจ้าจะไปหรือไม่? ไม่เช่นนั้นรถม้าคันนี้จะไม่รอเจ้าอีกต่อไปแล้ว”
                บลูตะโกนไล่ตามนางไปกล่าวว่า “อภัยให้ข้าด้วย ข้าผิดไปแล้ว”
                เมื่อทั้งสองเดินไปจนถึงรถม้าก็พบว่าชานอนและแม่ทัพมอริแกนทั้งสองกำลังยืนรออยู่พอดี แว่วเสียงของอดีตครูสตรีว่า “พวกเจ้าทั้งสองมีเรื่องอันใดกันแต่เช้า?” แต่พอมองไปเห็นใบหน้าของคนหนึ่งกำลังงอน ในขณะที่อีกคนหนึ่งกระหยิ่มยิ้มย่องก็พอเข้าใจได้ว่าเกิดการหยอกล้อกันขึ้น จึงส่ายหน้าอย่างช่วยมิได้
                “อย่าได้มองข้าเช่นนั้น ข้าเพียงช่วยให้นางกลับมามีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง” จากนั้นบลูก็หันไปกล่าวกับแม่ทัพมอริแกนว่า “ข้าจะทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุดท่านแม่ทัพ”
                แม่ทัพมอริแกนยิ้มพลางกล่าวว่า “หากต้องการความช่วยเหลืออะไรก็ขอให้ส่งสารผ่านพิราบมาได้ทุกเมื่อ”
                 “ข้าจะอยู่ที่นี่คอยช่วยงานท่านแม่ทัพทั่วไป หากมีเรื่องราวอันใดต้องการติดต่อข้าก็สามารถฝากข้อความผ่านพิราบสื่อสารมาได้เช่นกัน” ชานอนกล่าวสนับสนุน หันกล่าวกับโรสว่า “อย่าได้กังวลกับเรื่องราวใดๆ ภารกิจของเจ้านั้นเกี่ยวข้องโดยตรงกับชีวิตของผู้นำประเทศแห่งนี้”
                โรซาไลน์พยักหน้าพอจะเข้าใจว่าความนัยในคำกล่าวของครูชานอน ที่มิให้กังวลกับเรื่องของพี่ไกมากเกินไป ขณะนี้สมควรจะกระทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด จังพยักหน้ารับคำครั้งหนึ่ง
                บลูเห็นว่าการล่ำลาเสร็จสิ้นจึงกระโดดขึ้นรถม้า ชักชวนสหายของตนขึ้นนั่งจนเป็นที่เรียบร้อย โผล่หน้าออกมาจากหน้าต่างรถกล่าวว่า “แล้วพบกันใหม่”
                เสียงกุบกับของฝีเท้าม้าดังขึ้นพร้อมกับเสียงเอียดอาดของล้อไม้ รถม้าที่กุมชะตาชีวิตของผู้นำแห่งรัฐเจนีสและความหวังสุดท้ายในการทำสงครามแล่นออกไปเช่นนี้
               
“กุญแจแห่งพิภพ … ” ผู้นำการาดอสทวนคำจากนั้นจึงถามว่า “ที่เจ้าทราบเป็นเรื่องราวอันใด?”
                มินดาเทียรำลึกความหลังเมื่อยี่สิบห้าปีก่อน หญิงชรารู้สึกว่าเรื่องนี้เป็นเช่นอดีตที่ผ่านมาเพียงข้ามคืน ภาพเหตุการณ์นองเลือดนั้นมิอาจลบเลือนไปจากความทรงจำ มันยังคงปรากฏเด่นชัดเสมือนความเป็นจริงอยู่ตรงหน้า ไม่ว่าเป็นภาพแห่งความวุ่นวาย เสียงกรีดร้องที่ดังลั่นทั่วบริเวณ หรือแม้แต่กลิ่นคาวของโลหิตก็ตาม
                “ย้อนไปในวันที่กองทัพของฝ่ายนอร์บุกเข้าถล่มเมืองเจนีสเหนือนั้น องค์ราชันย์กาเรียทรงตัดสินพระทัยนำทหารทั้งหมดออกต่อสู้อย่างห้าวหาญ แต่ในวันนั้นพระองค์ทรงทราบดีว่าหนทางที่จะเอาชนะกองทัพร่วมแสนของเวอร์น่อนนั้นแทบไม่มีอยู่เลย ทหารของเจนีสอ่อนแรงลงทุกทีในขณะที่กองทัพพันธมิตรทั้งจากมิสต์และลาเวนดิสถูกอัศวินดำหมายเลขสองและสามตรึงเอาไว้ พระองค์ทรงรับสั่งให้หม่อมฉันและองค์ราชินีเข้าเฝ้าในช่วงเช้าก่อนที่พระองค์จะทรงออกรบ”
                ผู้นำการาดอสถามขึ้นว่า “พระเชษฐาทรงรับสั่งว่าอย่างไรบ้าง?”
                หญิงชรากล่าวต่อไปว่า “พระองค์รับสั่งว่าโอกาสที่จะสามารถรบชนะได้ในครั้งนี้เลือนรางเต็มที แต่พระองค์ที่ดำรงตำแหน่งราชันย์แห่งเจนีสมิอาจจะทิ้งบ้านเมืองเสด็จหลบหนีได้ จึงตรัสว่าขอให้หม่อมฉันคุ้มกันองค์ราชินีและพระราชโอรสหนีไปให้ไกล ทรงให้แม่ทัพผู้หนึ่งกับทหารอีกราวห้าร้อยนายทำหน้าที่คุ้มกันภัย และทรงมอบหนึ่งในสองศาสตราคู่กู้แผ่นดินให้กับพระนางในเวลาเดียวกัน”
                “พระเชษฐาทำเช่นนั้นเพื่ออะไร เหตุใดไม่ทรงใช้กุญแจแห่งพิภพในการศึก?”
                “องค์ราชินีก็ทรงตรัสถามเช่นนี้ แต่ได้รับคำตอบจากองค์ราชันย์ว่า จะมีกุญแจแห่งพิภพหรือไม่ก็มิได้มีส่วนพลิกผันชะตาของเมืองเจนีสเหนือแม้แต่น้อย หากพระองค์ทรงโชคร้ายต้องมาสวรรคตกลางสมรภูมิ ศัสตราวุธคู่บ้านคู่เมืองเล่มนี้ก็จะต้องตกไปอยู่ในมือศัตรูเสียเป็นแน่แท้ พระองค์ทรงไม่ยินยอมให้เกิดเรื่องเช่นนั้นอย่างเด็ดขาด จะอย่างไรกุญแจแห่งพิภพที่เป็นสมบัติของบูรพกษัตริย์ย่อมมิอาจตกอยู่ในมือของศัตรูได้ แต่องค์ราชินีทรงตรัสคัดค้านว่ากุญแจแห่งพิภพนี้อาจจะรักษาชีวิตของพระองค์และนำมาซึ่งชัยชนะ องค์ราชันย์ตรัสปฏิเสธทรงยืนกรานคำเดิมขณะที่องค์ราชินีทรงไม่ยอมรับศัสตราวุธวิเศษเช่นกัน ผลสุดท้ายองค์ราชันย์จึงพระราชทานกุญแจแห่งพิภพให้กับหม่อมฉัน กล่าวคำอำลาต่อองค์ราชินีเป็นครั้งสุดท้าย แล้วก็นำทัพเสด็จออกไปในที่สุด”
                ผู้นำการาดอสจึงร้องออขึ้น กล่าวว่า “นี่หรือคือสาเหตุที่ไม่มีผู้ใดค้นพบกุญแจแห่งพิภพอีก ข้าเองก็เคยคิดว่าเหตุใดจึงเป็นเช่นนี้เมื่อพระเชษฐาทรงพกกุญแจแห่งพิภพติดตัวไว้ตลอดเวลา”
                หญิงชราทอดถอนหายใจเล่าต่อไปว่า “แต่จากนั้นเหตุการณ์ก็กลับตาลปัตร ขบวนของพวกเราที่นำโดยแม่ทัพผู้นั้นกลับถูกดักซุ่มทำร้ายจากทหารของอัศวินดำผู้หนึ่ง กองทัพของพวกเราที่มีเพียงห้าร้อยนายถูกดักสังหารจนย่อยยับ องค์ราชินีทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตา ไม่ยอมเสด็จหนีแต่ทรงจับอาวุธบุกเข้าไปในวงล้อมศัตรู ต่อสู้พัวพันกับอัศวินดำผู้นั้นจนเสด็จสวรรคตไปพร้อมกันกับศัตรู ส่วนข้าที่ทำหน้าที่คุ้มกันศาสตราคู่กู้แผ่นดินอย่างลับๆถูกทำร้ายบาดเจ็บสาหัส แต่ก็อาศัยเอลแห่งน้ำแข็งประคองร่างจนถึงแม่น้ำเจนีส กระโดดลงน้ำหนีเอาตัวรอดมาได้เพียงผู้เดียว ต้องขอประทานอภัยจากพระอนุชา ... มิใช่ จากท่านผู้นำด้วย ที่ข้านั้นมีความสามารถไม่เพียงพอมิอาจคุ้มกันชีวิตของพระนางได้”
                “การศึกครั้งนั้นมีเจ้าโชคดีรอดมาได้เพียงคนเดียวสินะ แล้วบัดนี้กุญแจแห่งพิภพอยู่ที่ใด?”
                หญิงชราส่ายศีรษะพลางกล่าวว่า “ท่านผู้นำพอจะทราบเอลที่มีชื่อว่า ‘กาลเวลาประดุจห้วงน้ำแข็ง’ หรือไม่?”
                ผู้นำการาดอสมีสีหน้าตกใจถึงขีดสุด อุทานออกมาว่า “หรือว่าเจ้า!?”
                หญิงชราพยักหน้า กล่าวว่า “ถูกต้อง ข้าใช้เอลกาลเวลาประดุจห้วงน้ำแข็ง สลายกุญแจแห่งพิภพไปจากโลกใบนี้แล้ว”
                มือปราบไกผู้เป็นบุตรแม้จะเป็นผู้ที่มีความสามารถของเอลแห่งน้ำแข็งเช่นกัน กลับไม่เคยได้ยินเอลชนิดนี้มาก่อน จึงถามขึ้นว่า “เอลกาลเวลาประดุจห้วงน้ำแข็งอันใด เหตุใดข้าจึงไม่เคยได้ยินมาก่อน? แม้แต่ในหนังสือของโฮลเกอร์ที่ครอบครองยอดศัสตราวุธประจำตระกูลคาร์เดลก็ยังไม่มีระบุไว้”
                มารดาใช้มือข้างหนึ่งเอื้อมมาสัมผัสกับมือของบุตรชาย กล่าวว่า “เอลกาลเวลาประดุจห้วงน้ำแข็งนี้เป็นเอลต้องห้ามชนิดหนึ่ง หากมิใช่ผู้ที่อยู่วงในของตระกูลคาร์เดลจะไม่มีวันล่วงรู้”
                “มันมีคุณสมบัติอย่างไรอย่างนั้นหรือท่านแม่?”
                ครั้งนี้การาดอสกลับเป็นฝ่ายตอบแทน “กาลเวลาประดุจห้วงน้ำแข็งเปรียบเสมือนการแช่แข็งวัตถุชนิดหนึ่งเอาไว้ในห้วงแห่งกาลเวลา ประดุจการใช้น้ำแข็งหยุดยั้งการคงอยู่ของวัตถุชนิดใดชนิดหนึ่งไว้ สามารถลบเลือนสิ่งที่ต้องการนั้นๆให้หายไปจากโลกใบนี้จนกว่าจะถึงเวลาหนึ่ง”
                ไกขมวดคิ้วกล่าวว่า “ฟังจากคุณสมบัติแล้วก็ไม่สมควรที่จะจัดอยู่ในทำเนียบของเอลต้องห้ามแต่ประการใด เหตุใดผู้คนในตระกูลน้ำแข็งจึงต้องกำหนดให้เอลนี้เป็นเอลต้องห้ามเสียด้วย?”
                การาดอสส่ายศีรษะกล่าวต่อไปว่า “เนื่องจากการที่จะร่ายเอลกาลเวลาประดุจห้วงน้ำแข็งครั้งหนึ่ง ต้องแลกมาด้วยเอลทั้งร่างและผู้ร่ายจะต้องสูญสิ้นวรยุทธ์ทุกประการ”
                ไกกลับไม่เข้าใจในสิ่งที่ผู้นำการาดอสกล่าว “นี่จะเป็นไปได้อย่างไร เมื่อเช้านี้ข้ายังเห็นท่านแม่ใช้เอลแห่งน้ำแข็งอยู่กับตา?”
                การาดอสหน้าซีดเผือดทันที อุทานออกมาว่า “ว่ากระไร!?”
                มือปราบชั้นหนึ่งทราบทันทีว่าเรื่องนี้ต้องมีอันใดผิดปกติ จึงหันกลับไปมองมารดาของตน ยินเสียงของมารดาทอดถอนหายใจแล้วกล่าวอธิบายต่อไปว่า “เว้นเสียแต่เพียงว่า หากผู้ร่ายต้องการที่จะใช้เอลแห่งน้ำแข็งอีกครั้งหนึ่ง ก็จะต้องแตกดับไปกับกาลเวลาในไม่ช้า ซึ่งในขณะนั้นเองสิ่งที่จะปรากฏขึ้นมาทดแทนร่างของผู้ร่ายก็คือวัตถุที่กำหนดให้อยู่ในห้วงกาลเวลาแห่งน้ำแข็ง” ทันทีที่กล่าวจบมารดาก็ใช้มือข้างเดิมออกแรงบีบไปยังร่างของบุตรด้วยความรัก น้ำตาแห่งการสูญเสียหลั่งไหลลงมาอีกครา กล่าวว่า “และนี่เองเป็นสาเหตุที่ข้าบอกเจ้าว่า ชีวิตของข้านั้นดูเหมือนจะเหลืออยู่อีกไม่นานเสียแล้ว”
                นับเป็นความตกตะลึงครั้งที่รุนแรงที่สุดถัดจากการที่ต้องมาสูญเสียโซเฟียไปต่อหน้าต่อตา บัดนี้สตรีผู้ที่เขารักยิ่งอีกคนหนึ่งก็กำลังจะแตกดับ
                “ไม่! เป็นไปไม่ได้!”


Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
ศาสตราคู่กู้แผ่นดิน ตอนที่ 155 : เล่ม 5.2 - ตอนที่ 64.2 - วาระสุดท้าย (4) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 944 , โพส : 0 , Rating : 100% / 1 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android