คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

ศาสตราคู่กู้แผ่นดิน

ตอนที่ 158 : เล่ม 5.2 - ตอนที่ 65.2 - สัมผัสมิอาจเลือน (2)


     อัพเดท 19 พ.ค. 51
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : มือเดียวค้ำฟ้า ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ มือเดียวค้ำฟ้า
My.iD: https://my.dek-d.com/eva00r
< Review/Vote > Rating : 99% [ 3,288 mem(s) ]
This month views : 31 Overall : 262,786
4,383 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 290 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
ศาสตราคู่กู้แผ่นดิน ตอนที่ 158 : เล่ม 5.2 - ตอนที่ 65.2 - สัมผัสมิอาจเลือน (2) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 985 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


เสียงเคาะประตูดังขึ้นด้วยรหัสเหมือนเคย
                บลูหยุดรออยู่ที่หน้าบ้านของเนรอสผู้เป็นสหายคนแรกในชีวิต ด้วยความคาดหวังว่าอย่างน้อยอาการบาดเจ็บของเนรอสก็น่าจะดีขึ้นกว่าเดิม สามารถเดินเหินได้จนมาเปิดประตูให้กับเขา มิใช่ต้องนอนนิ่งอยู่บนเตียงอย่างเช่นเคย ซึ่งนี่ก็นับเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้บลูตัดสินใจร่วมเป็นร่วมตายกับกองกำลังปลดปล่อยเจนีสถึงเพียงนี้ ในใจของบลูยังคงมีความรู้สึกผิดลึกๆที่มีส่วนร่วมกับอาการบาดเจ็บของสหาย ในวันแรกที่เรื่องราวอันซับซ้อนนี้เริ่มก่อตัวขึ้น
                ประตูห้องของเนรอสเปิดขึ้นจริงอย่างที่คาดโดยไม่มีเสียงกล่าวให้เดินเข้าไปเองอย่างเช่นครั้งก่อน แต่สิ่งที่รอคอยบุรุษหนุ่มผมน้ำตาลอยู่กลับมิใช่รอยยิ้มของสหายสนิท
                มันกลับเป็นคมกระบี่!
คมกระบี่ที่แทงทะลวงใส่คอหอยของบลูทันทีที่ประตูเปิด!            บุรุษหนุ่มผมน้ำเงินไม่มีเวลาขบคิดมากนัก เอลในร่างชักนำกระบองวิสุทธิ์ศาสตราที่คาดไว้กลางหลังหมุนเข้ามาปัดกระบี่เล่มนั้นออกไปด้านข้างได้ทันควันโดยไม่ต้องใช้มือจับ นับเป็นดอกผลของการฝึกในห้วงแห่งนิมิตที่เป็นก้าวแรกของการควบคุมกระบองด้วยสัมผัสที่หก
                แต่แล้วกระบองวิสุทธิ์ศาสตราที่ควบคุมด้วยเอลล้วนๆพลันร่วงหล่นลง บลูต้องใช้สองมือจับกระบองเพื่อรับกระบี่ในท่าถัดไป สาเหตุก็เป็นเพราะความไม่ต่อเนื่องของเอลในร่าง ที่มิอาจควบคุมกระบองได้เต็มอัตรา แต่เพียงเท่านี้บุรุษหนุ่มก็พึงพอใจกับผลงานที่กระทำได้ในเวลาที่ไม่คาดฝัน
                กระบี่เล่มเดิมกลับตวัดจากล่างขึ้นบนในระยะใกล้ ปาดเข้าใส่ต้นแขนของบลูในมุมอันแยบคายอันเป็นจุดบอดของกระบองวิสุทธิ์ศาสตรา อาวุธยาวจะอย่างไรก็เกะกะขวางมือเท้าในระยะใกล้ แต่นั่นกลับมิใช่ปัญหาของเอลลิสหนุ่มผู้นี้ เขาพลันบรรจุเอลสองชนิดเข้าที่แร่เอลไลท์ปลายกระบอง ย่อขนาดยอดศัสตราวุธลงเหลือเพียงหนึ่งในสามวา ใช้มันตั้งรับท่ากระบี่ที่แยบคายได้สำเร็จ
                จังหวะนี้เป็นโอกาสทองของบลูที่จะตอบโต้ ปลายกระบองวิสุทธิ์ศาสตราข้างหนึ่งปรากฏแสงสีแดงเพลิงขึ้น ตระเตรียมที่จะยิงประกายเพลิงออกในระยะหวังผล
                “หยุดมือๆ มารดาเจ้าเถอะ จะเผาบ้านข้าให้วอดวายหรืออย่างไร?” เสียงอันคุ้นเคยดังขึ้นเบื้องหน้า
                บลูกลับหยุดมือลงจริงๆ กล่าวด้วยเสียงที่ประหลาดใจยิ่งเมื่อเห็นใบหน้าของผู้ที่ถือกระบี่ว่า “เนรอส!? เจ้าหายจากอาการบาดเจ็บตั้งแต่เมื่อใด?”
เนรอสเก็บกระบี่เข้าฝักรับสหายเข้ามาในห้อง พลางกล่าวว่า “ข้าเพียงแต่จะทดสอบฝีมือเจ้าสักเล็กน้อย นึกไม่ถึงว่าจะรุดหน้าขึ้นถึงเพียงนี้ ทีแรกข้าคิดว่าจะสร้างความประหลาดใจให้เจ้าสักหน่อย แต่ที่ไหนได้มิเพียงเจ้าสามารถตีโต้กลับมาแล้วยังแทบจะเผาบ้านข้าไปเสีย”
“มารดาเจ้าเถอะ ใครให้ใช้วิธีต้อนรับอย่างสิ้นคิดเช่นนี้ บ้านเมืองกำลังอยู่ในช่วงวุ่นวายข้าจะคิดได้อย่างไรว่าเป็นเจ้าที่เหลืออยู่ครึ่งชีวิตลงมือทดสอบฝีมือข้า ... ว่าแต่เจ้ายังไม่ตอบคำถามเมื่อครู่”
เนรอสยิ้มพลางผายมือให้สหายนั่งลงที่โต๊ะกลมกลางห้อง กล่าวว่า “อย่าพึ่งหัวเสียไป ... นั่งลงก่อน ข้าที่ฟื้นคืนฝีมือเป็นปกติแล้วพร้อมจะช่วยเหลือเจ้าในการศึกที่กำลังจะปะทุขึ้นทุกเมื่อ ที่เจ้าเห็นเป็นเช่นนี้ได้ก็เพราะได้รับการช่วยเหลือจากแพทย์เดินทางผู้หนึ่งเมื่อไม่กี่วันหลังจากพบกับพวกเจ้า เป็นที่น่าแปลกที่ข้าเองก็ยังไม่ทราบว่าแพทย์ผู้นั้นมีนามว่าอะไร แต่วิชาการแพทย์นั้นจัดได้ว่าอยู่ในระดับเดียวกับหมอเทวดา เพียงตรวจอาการโดยข้าไม่เอ่ยปากก็คาดเดาได้ว่าอาการบาดเจ็บมีสาเหตุมาจากอะไร หลังจากนั้นข้าก็รักษาร่างกายกินยาบำรุงตามที่แพทย์พเนจรระบุไว้ ผ่านไปราวสองอาทิตย์อาการก็ดีขึ้นจนแทบจะหายเป็นปกติเช่นนี้”
บลูขบคิดถึงหมอวีแล้วกล่าวว่า “มีแพทย์เช่นนี้ด้วยหรือ เป็นจอมแพทย์วัยชราที่ดูแล้วมีสง่าราศีหรือไม่? เป็นไปได้อย่างไรที่เจ้ามิได้ถามชื่อเขาไว้”
เนรอสส่ายศีรษะพลางกล่าวว่า “มิใช่วัยชราแต่ยังอยู่ในวัยหนุ่มแน่น ข้าถามชื่อของเขาแล้วแต่ดูเหมือนแพทย์ผู้นั้นจะเร่งรีบไปทำอะไรสักอย่าง จึงเร่งรีบรักษาแล้วก็จากไปโดยมิได้บอกกล่าว อนาคตถ้ามีโอกาสอีกครั้งข้าคงต้องตอบแทนเขาอย่างงาม ... ว่าแต่ กระบองพิสดารนั่นเจ้าไปได้จากที่ใดมา แทนที่หอกยืดหดด้ามเก่าไปแล้วอย่างนั้นหรือ?”
บลูเห็นว่าเนรอสเป็นสหายสนิทที่ไม่จำเป็นต้องปิดบัง จึงเล่าเรื่องกระบองวิสุทธิ์ศาสตราให้โดยหมดสิ้น เว้นเสียแต่เรื่องราวที่เกี่ยวกับลัทธิแห่งฮัสการ์กับทายาทแห่งอาร์คาน่า เปลี่ยนเป็นเล่าเรื่องถึงเหตุการณ์ปัจจุบันและภารกิจที่เขาได้รับมอบหมายจากผู้นำการาดอสทดแทน พลางป้อนคำถามขอคำปรึกษาว่า “อีกไม่ถึงชั่วโมงหนึ่งจะมีการเจรจากับมาร์ควิสแห่งเบริลที่ตึกบัญชาการใหญ่ เจ้าพอจะรู้จักคนผู้นี้หรือมีข่าวอันใดเกี่ยวกับตัวเขาหรือไม่?”
“มาร์ควิสแห่งเบริล?” สื่อกลางข่าวสารแห่งกองกำลังปลดปล่อยเจนีสทวนคำ นิ่งขบคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า “มาร์เวอริค เทล เบริลเลียเป็นนักคิดและนักวางแผนที่มีฝีมือสูงคนหนึ่งในราชอาณาจักรลาเวนดิส ตามศักดิ์โดยกำเนิดแล้วเขาเป็นถึงพระเครือญาติขององค์ราชินีมากาเร็ต ดังนั้นเรื่องนิสัยใจคอย่อมต้องติดกับความเป็นบุคคลชั้นสูง ที่ถือเรื่องเกียรติและมารยาทเป็นอันมากอย่างไม่ต้องสงสัย ด้วยอายุของเจ้ากับเขาสมควรที่จะเป็นอย่างน้อยก็พ่อลูกกัน ดังนั้นการเจรจาในครั้งนี้เจ้าต้องอ่อนน้อมเข้าไว้ ค่อยๆเจรจาในเชิงผลประโยชน์มากกว่าสิ่งอื่นใด สิงห์เฒ่าผู้นี้ชั้นเชิงทางการเมืองอยู่มากโข หาไม่แล้วคงไม่ได้รับความไว้วางใจจากองค์ราชินีจนได้รับพระราชทานตำแหน่งมาร์ควิส ปกครองสถานบันการศึกษาทรานซิลเบเรียที่โด่งดัง”
บลูพยักหน้ากล่าวว่า “ได้ข่าวจากนายกองบาลินว่า มาร์ควิสผู้นี้เพียงเป็นรองจากองค์ราชินีผู้เดียวสินะ”
“หากเป็นบัดนี้ก็ใช่” เนรอสอธิบายต่อไปว่า “ในสมัยก่อนที่ดยุคเทเนอร์ เทล เดวารอสยังมีชีวิตอยู่นั้น ตำแหน่งมาร์ควิสย่อมต้องจัดเป็นอันดับสาม แต่หลังจากที่พระสวามีขององค์ราชินีมากาเร็ตตายไป ตำแหน่งดยุคที่มีอยู่คนเดียวจึงถูกเว้นว่างลงและมิอาจมีผู้ใดทดแทนได้”
“ข้าเข้าใจแล้ว เจ้ายังมีคำแนะนำอื่นใดในการเจรจาครั้งนี้อีกหรือไม่?”
เนรอสกล่าวตามการวิเคราะห์ของตนว่า “คงจะไม่มีข้อเท็จจริงเป็นนัยสำคัญ สำหรับข้อคิดเห็นนั้นพอมีอยู่บ้าง ฟังจากที่เจ้าเล่ามาก็ทราบได้ว่าฝ่ายตรงข้ามไม่มีทีท่าที่จะหยิบยื่นความช่วยเหลือให้กับพวกเรา ทหารห้าร้อยนายที่ส่งมานั้นดูยิบย่อยมากหากจะเทียบกับกองกำลังสองหมื่นเศษที่เรามี และเมื่อเทียบกับกองกำลังห้าหมื่นของฝ่ายตรงข้ามที่กำลังจะบุกเข้ามาถล่มประเทศเราเสียให้ราบ ยิ่งเรียกได้ว่าไร้นัยสำคัญเลยทีเดียว มารดามันเถอะ ประเทศลาเวนดิสย่อมต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและความรุ่งเรืองของประเทศตนเองเป็นสำคัญ การที่จะประกาศสงครามนำทหารเข้าปะทะกับนอร์นั้นเป็นเรื่องโง่เขลายิ่ง โดยเฉพาะกับประเทศที่ไม่มีพรมแดนติดกันอย่างลาเวนดิสกับนอร์ รัฐอิสระเจนีสเราที่เป็นรัฐกันชนย่อมต้องรับความเสียหายเป็นอันดับแรก ดังนั้นทางลาเวนดิสยังคงมีเวลาอีกพักหนึ่งในการตัดสินใจที่จะเข้าร่วมสงครามหรือไม่ เป็นหน้าที่ของเจ้าที่จะต้องหาหนทางระบุให้ได้ว่าการที่ยังคงมีรัฐเจนีสอยู่นั้นเป็นผลดีต่อราชอาณาจักรลาเวนดิสเพียงใด หาไม่แล้วหากทางลาเวนดิสต้องสูญเสียเจนีสอันเป็นรัฐกันชนไป ก็จะถือเป็นการสูญเสียทรัพยากรอันล้ำค่าอย่างเหมืองแร่เอลไลท์ให้กับฝ่ายศัตรูด้วย ในขณะที่ลาเวนดิสจะไม่มีโอกาสเข้าถึงทรัพยากรเหล่านี้อย่างที่เคยเป็น นับเป็นการสูญเสียสองขั้นจากมีเป็นไม่มีและจากไม่มีเป็นหยิบยื่นให้กับศัตรู และเมื่อถึงเวลานั้น เวอร์น่อนก็จะทำลายเมืองเจนีสเหนือใต้จนสิ้นซากแล้วประกาศสงครามกับลาเวนดิสอย่างเต็มตัว ทุกประการก็จะสายเกินไป”
“คำกล่าวของเจ้ามีเหตุผลเหมาะสมยิ่งข้าคงจะใช้มันในการเจรจาได้ไม่มากก็น้อย สำหรับเรื่องของเจ้าต่อไปจะทำอย่างไร?” บลูถาม
เนรอสใช้มือข้างหนึ่งตบอกของตนเอง ลุกขึ้นยืนพร้อมตอบว่า “เห็นทีสถานการณ์ของกองกำลังปลดปล่อยเราจะคับขันยิ่ง ข้าคงจะรุดไปยังเจนีสเหนือหาทางช่วยแม่ทัพมอริแกนและกุนซือราเมสรับมือฝ่ายตรงข้าม ส่วนเจ้ามีนายกองบาลินเป็นผู้ช่วยเหลือสมควรจะไม่มีปัญหาอันใด บุรุษผู้นี้จัดเป็นมือดีคนหนึ่งที่พึ่งพาได้”
บลูลุกขึ้นตามถามว่า “จะไปเลยอย่างนั้นหรือ?”
เนรอสเตี้ยกว่าบลูอยู่เล็กน้อย เมื่อยืนสนทนากันจึงต้องแหงนหน้าคุยกัน พลันพยักหน้ากล่าวว่า “ข้าทนอุดอู้อยู่ในห้องนี้มาสามอาทิตย์กว่า บัดนี้ต้องออกไปยืดเส้นยืดสายเสียที ไม่ว่าเป็นใครหน้าไหนหากจะแตะต้องเมืองเจนีสแม้แต่ปลายคันนาข้าก็จะขับไล่มันให้กระเจิง”
“เดี๋ยวก่อน” บลูฉุกคิดขึ้นมาได้ กล่าวว่า “ข้ายังมีอีกคำถามหนึ่ง เมื่อครู่นายกองบาลินกล่าวถึงเรื่องของกระบี่ที่หนึ่งและสามของลาเวนดิส เจ้าพอจะทราบหรือไม่ว่าทั้งหมดนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร?”
เนรอสพยักหน้ากล่าวว่า “หากข้าไม่ทราบก็นับว่าโง่ดักดานเหมือนใครบางคนแถวนี้ กระบี่ทั้งสามของลาเวนดิสมีชื่อเสียงขจรไกลเทียบเท่ากับอัศวินดำของนอร์ ทั้งสามนั้นอยู่ภายใต้สังกัดของกองกำลังกริฟฟอนที่เป็นกองกำลังที่เข้มแข็งที่สุด กล่าวกันว่าอาศัยหนึ่งต้านรับสิบได้อย่างสบาย ซึ่งปัจจุบันอยู่ภายใต้การปกครองของมาร์ควิสมาร์เวอริคและบุตรชาย ‘บารอนมาร์คัส เทล เบริลเลีย’ แต่ทั้งสองคนมิอาจสั่งการกองกำลังกริฟฟอนทั้งห้าพันนี้ได้ด้วยตนเอง ทุกประการต้องสั่งการผ่านกระบี่ที่หนึ่ง ผู้เป็นแม่ทัพของกองกำลังกริฟฟอนนี้มาตั้งแต่สมัยที่กองกำลังนี้ยังมิได้อยู่ใต้สังกัดของมาร์ควิสมาร์เวอริค”
บลูถามต่อไปว่า “กระบี่ที่หนึ่งผู้นี้เป็นผู้ใด น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง”
“กระบี่ที่หนึ่งมีนามว่าโซโลมอน เซโอดอร์ จัดเป็นยอดฝีมือที่อย่างน้อยก็น่าจะมีฝีมือเทียบเท่ากับกุนซือราเมสหรือมือปราบไก บุคคลผู้นี้เติบโตมาจากชนชั้นรากหญ้าทั้งมีจิตใจดีงามและซื่อสัตย์สุจริต อาศัยฝีมือที่โดดเด่นสร้างผลงานมากมายจนกระทั่งได้รับตำแหน่งกระบี่ที่หนึ่งแห่งลาเวนดิส” เนรอสตอบเสร็จสิ้น พอเห็นบลูกำลังอ้าปากก็พลันกล่าวต่อไปว่า “เจ้าอ้าปากข้าก็เห็นลิ้นไก่แล้วว่าเจ้าจะถามถึงกระบี่ที่สองและสามใช่หรือไม่? กระบี่ที่สองมีนามว่าออสวอล โอเรล ปัจจุบันได้ถอนตัวออกจากตำแหน่ง เข้าไปอยู่ภายใต้สังกัดขององค์ราชินีในตำแหน่งราชหัตถเลขา กระบี่ทั้งสามแห่งลาเวนดิสจึงหลงเหลือเพียงสองคน คือกระบี่ที่หนึ่งโซโลมอนและกระบี่ที่สามโฮเซ่ เซอร์คอฟ กระบี่ที่สามนี้ดูเหมือนจะมีความจงรักภักดีต่อมาร์ควิสมาร์เวอริคและบารอนมาร์คัสเป็นพิเศษ รับหน้าที่เป็นองครักษ์พิทักษ์ภัยตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ไม่เคยห่างไกลจากสองพ่อลูกคู่นี้ หากไม่คุ้มกันคนหนึ่งก็ต้องอยู่คุ้มกันอีกคนหนึ่ง”
“ข้าเชื่อแล้วว่าเจ้าเป็นนักการข่าวชั้นยอด หากสงครามเสร็จสิ้นข้าจะสร้างห้องสมุดหลังหนึ่งจับเจ้าใส่เข้าไปในนั้น ขนย้ายหนังสือออกมาให้หมด ตั้งชื่อว่าห้องสมุดพูดได้แห่งแรกในแผ่นดิน”
“มารดาเจ้าเถอะ มีเรื่องอันใดอีกหรือไม่ ไม่เช่นนั้นบิดาจะจากไปแล้ว” เนรอโวยวายเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำหยอกล้อของสหาย
“ข้าคงไม่ต้องถามกระมังว่าเจ้าจะเข้าร่วมการประชุมในคืนนี้กับข้าหรือไม่?”
เนรอสส่ายศีรษะยิ้มพลางกล่าวว่า “ในเมื่อมีเจ้าเป็นตัวแทนในการเจรจาแล้วข้าจะอยู่ไปทำไม? เรื่องการสืบเสาะข้อมูลนั้นเป็นจุดเด่นของข้า แต่เรื่องการวิเคราะห์ข้อมูลนั้นเป็นจุดเด่นของเจ้า” จากนั้นเนรอสก็ยื่นมือไปตบบ่าบลูครั้งหนึ่ง กล่าวว่า“ถนอมตัวด้วยสหาย อย่าตายง่ายๆล่ะ”
“ข้านั้นกระดูกแข็งอยู่แล้ว เจ้าดูแลตัวเองให้ดีจะดีกว่า”


Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
ศาสตราคู่กู้แผ่นดิน ตอนที่ 158 : เล่ม 5.2 - ตอนที่ 65.2 - สัมผัสมิอาจเลือน (2) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 985 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android