คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

ศาสตราคู่กู้แผ่นดิน

ตอนที่ 159 : เล่ม 5.2 - ตอนที่ 65.2 - สัมผัสมิอาจเลือน (3)


     อัพเดท 21 พ.ค. 51
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : มือเดียวค้ำฟ้า ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ มือเดียวค้ำฟ้า
My.iD: https://my.dek-d.com/eva00r
< Review/Vote > Rating : 99% [ 3,288 mem(s) ]
This month views : 27 Overall : 262,885
4,383 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 290 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
ศาสตราคู่กู้แผ่นดิน ตอนที่ 159 : เล่ม 5.2 - ตอนที่ 65.2 - สัมผัสมิอาจเลือน (3) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 902 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


ระหว่างที่มารดากับบุตรทั้งสองร่ำลากันเป็นครั้งสุดท้ายนั้น ผู้นำการาดอสก็ได้ขยายความเรื่องราวในรายละเอียดให้กุนซือราเมสรับฟัง
                มินดาเทียเดินออกมาจากห้องข้างเคียงพร้อมกับบุตรชาย หยิบจดหมายฉบับหนึ่งมอบให้กับการาดอสที่นอนอยู่บนเตียง กล่าวว่า “บัดนี้ข้าได้สั่งเสียเรื่องราวหนหลังเกือบครบทุกสิ่งแล้ว ขอให้ท่านผู้นำโปรดอ่านจดหมายฉบับนี้ผ่านตาสักรอบหนึ่ง เนื้อความด้านในนั้นกล่าวถึงรายละเอียดของเหตุการณ์เมื่อยี่สิบห้าปีก่อนเท่าที่ข้าพอจะจำความได้ อย่างน้อยก็สามารถใช้เป็นหลักฐานหากอนาคตมีผู้ใดต้องการสืบเสาะเรื่องราวที่มีข้าเพียงเป็นพยานคนเดียวที่รอดชีวิต”
                การาดอสรับฟังดังนั้นก็เข้าใจว่ามินดาเทียหมายถึงเรื่องราวอันใด คงจะไม่พ้นเรื่องของการเสียชีวิตขององค์ราชินีคนก่อนผู้เป็นพระมเหสีของราชันย์กาเรีย รัชทายาท ตลอดจนชะตากรรมของกองทหารรักษาพระองค์อีกห้าร้อยกว่านาย ผู้นำกลุ่มปลดปล่อยเจนีสตั้งใจว่าหากบ้านเมืองกลับคืนสู่ความสงบสุขเมื่อใด จะจัดสร้างอนุสาวรีย์รำลึกถึงเหตุการณ์เมื่อยี่สิบห้าปีก่อนเทิดทูนเกียรติยศและชีวิตของบุคคลทั้งหมดที่ต้องพลีชีพไปเพื่อปกป้องเอกราชของบ้านเมือง
                “ขอบใจเจ้ามาก” การาดอสกล่าวพร้อมยื่นมือรับจดหมายฉบับนั้นไว้
                “เรื่องนี้คงจะเป็นสิ่งสุดท้ายของชีวิตข้าที่ต้องการกระทำให้ลุล่วง หากไม่นับรวมการหยุดยั้งสงครามและกอบกู้ชาติบ้านเมืองที่ข้ามิอาจมีชีวิตอยู่จนถึงเวลานั้นได้” มินดาเทียฝืนยิ้มแล้วกล่าวต่อไปว่า “ถึงเวลาของข้าแล้วที่จะต้องจากไป ขออภัยที่ข้ามิอาจอยู่ช่วยเหลือเรื่องราวที่เหลือได้ ทุกสิ่งทุกอย่างขอฝากไว้กับบุตรชาย ให้เขากระทำหน้าที่แทนข้าที่จำต้องจากไปก่อนก้าวหนึ่ง”
                มือปราบไกที่เตรียมใจไว้ก่อนหน้านี้มีท่าทีต่างไป มิได้เศร้าโศกเสียใจจนมิอาจรับความจริงตรงหน้าได้อีก พลางใช้มือทั้งสองกุมมือที่อบอุ่นของมารดาไว้ กล่าวว่า “จากไปให้สบายท่านแม่ เรื่องราวทุกประการโปรดวางใจในตัวข้า พักผ่อนให้สงบอย่าได้วิตกในเรื่องราวหนหลังอันใด ข้าจะกระทำในส่วนของท่านแม่เอง”
                รอยยิ้มของมินดาเทียที่เคยยิ้มอย่างเต็มฝืนเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุข มือที่เคยอบอุ่นก็กลับกลายเป็นเย็นเยียบ ร่างกายที่เป็นร่างเลือดเนื้อพลันค่อยๆโปร่งใสมีแสงสว่างสีน้ำเงินจางๆแผ่ออกมา หญิงชราหลับตาทั้งสองข้างด้วยความหมดกังวล แสงจากเอลแห่งน้ำแข็งกระจายออกไปทั่วห้องนอนของผู้นำคนปัจจุบันของเจนีส สาดเป็นสีน้ำเงินที่เบาบางแล้วบรรจงเข้มขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งความเข้มของแสงบรรลุถึงจุดสูงสุดที่จ้าจนมิอาจมองได้ด้วยตาเปล่า บุคคลทั้งสามที่อยู่ในห้องจำต้องปิดตาตนเองมิอาจมองเงาร่างของมินดาเทียต่อไป บรรยากาศที่เคยอบอุ่นจากเตาไฟที่แผ่ความร้อนออกมาทั่วห้องก็กลายเป็นเย็นยะเยือก ไม่ต้องคาดเดาก็ทราบได้ว่าเป็นผลจากเอลกาลเวลาประดุจห้วงน้ำแข็งขั้นสุดท้าย แต่ความหนาวเย็นเช่นนี้กลับเป็นเสมือนเชื้อไฟอันร้อนระอุ ที่เติมให้กับผู้สืบทอดสายเลือดแห่งน้ำแข็งคนสุดท้าย จนเวลาผ่านไปราวสองสามนาทีแสงสว่างจ้าสีน้ำเงินนั้นก็ค่อยๆเบาบางลง จนกระทั่งบุคคลทั้งสามสามารถลืมตาได้อีกครา
                เป็นดั่งคาดร่างของหญิงชราได้หายไปจากโลกใบนี้แล้ว ทิ้งเอาไว้เพียงดาบสีทองอร่ามเล่มหนึ่งที่มองปราดเดียวก็ทราบได้ว่าเป็นยอดของยอดศัสตราวุธในแดนดิน อันมีนามว่า “กุญแจแห่งพิภพ” กับสร้อยคอทองคำขาวเส้นหนึ่งที่ไม่เคยอยู่ห่างจากกายมารดามาก่อน คล้องไว้ด้วยจี้ทองคำขาวแกะสลักเป็นสัญลักษณ์ของเอลแห่งน้ำแข็ง คาดว่าเป็นสิ่งสุดท้ายที่นางหลงเหลือเอาไว้เป็นที่ระลึก
                มือปราบไกทอดถอนหายใจครั้งหนึ่งเดินเข้าไปใกล้ของทั้งสองสิ่ง ทอดสายตามองสร้อยทองคำขาวเส้นนั้นก่อนเป็นอันดับแรก ในขณะที่ละเลยหนึ่งในศาสตราคู่กู้แผ่นดินที่ผู้คนทั่วหล้าต่างหมายปองไปเสีย ใช้มืออันสั่นเทาข้างที่สัมผัสกับมารดาเมื่อครู่หยิบสร้อยคอเส้นนั้นขึ้นมา พบว่ายังคงมีความอบอุ่นหลงเหลือเอาไว้อยู่บ้างเล็กน้อย จึงหลับตาน้อมรำลึกถึงมารดาอีกครั้ง ก่อนที่จะคล้องสร้อยของมารดาเอาไว้กับลำคอของตนพร้อมหยดน้ำตาที่ต้องหลั่งลงมาอีกครั้ง สาบานว่าต่อจากนี้จนสิ้นลมหายใจ จะไม่ยอมให้สร้อยเส้นนี้อยู่ห่างกายแม้แต่เสี้ยววินาที
                เป็นเรื่องที่น่าแปลกสำหรับมนุษย์ปุถุชน ของล้ำค่าที่ผู้คนทั้งโลกต่างหมายปองอาจไม่มีคุณค่าทางจิตใจเท่ากับของชิ้นหนึ่งที่ไม่มีผู้ใดเหลียวแล
                “พักผ่อนให้สบายท่านแม่” เป็นคำอำลาสุดท้ายของมือปราบผู้นี้ ไกจับด้ามของดาบที่ทำจากโลหะโอริฮาลกอนสีทองคำ ที่มีขอบตามแนวคมคาบเป็นสีเงินตรงกันข้ามกับสีของตัวดาบซึ่งเป็นสีทองขึ้นมา ประกายดาบเปล่งแสงสีทองนวลเนียนไร้รอยตำหนิ แม้ว่าจะใช้ยอดศัสตราวุธเล่มใดในโลกก็มิอาจสร้างรอยขีดข่วนให้กับยอดศัสตราวุธเล่มนี้สักรอยหนึ่ง นอกเสียจากจะเป็นยอดศัสตราวุธในระดับเดียวกันที่มีนามว่ากุญแจแห่งสวรรค์
                มือปราบไกบรรจงพิศดูสุดยอดศาสตราเล่มนี้ดูพักหนึ่ง ในใจกลับเกิดเป็นรสชาติแปลกประหลาด หากไม่มีดาบเล่มนี้มารดาของตนคงจะไม่ต้องสละชีวิตเข้าปกป้อง แต่ในเมื่อมารดายอมกระทำถึงเพียงนั้น เขาย่อมต้องกระทำต่อไปให้ถึงที่สุด จึงเดินเข้าไปหาผู้นำการาดอสพร้อมกล่าวว่า “สมบัติชิ้นนี้เป็นของราชวงศ์เจนีส ข้าในฐานะของทายาทผู้ที่ปกป้องมันย่อมต้องมอบคืนให้กับราชวงศ์อีกครั้งหนึ่ง ขอโปรดรับไว้ด้วยท่านผู้นำ”
                แท้จริงแล้วผู้นำการาดอสไม่มีความต้องการในยอดศาสตราเล่มนี้เช่นกัน หากไกไม่มอบให้ก็จะไม่มีทางเอ่ยปากขอคืนเป็นอันขาด เขาทราบดีว่าชีวิตของบุคคลที่ปกป้องมันนั้นมีความสำคัญเพียงใด แต่เมื่อมือปราบไกยินยอมที่จะมอบสมบัติล้ำค่าคืนแก่ราชวงศ์ การาดอสก็พร้อมที่จะรับมันไว้และยินยอมที่จะปกป้องมันด้วยชีวิต จึงกล่าวตอบไปว่า “ขอบคุณเจ้าและมารดาที่กระทำเพื่อประเทศเจนีสมากมายถึงเพียงนี้ ข้าการาดอสขอให้สัตย์ปฏิญาณว่าจะปกป้องกุญแจแห่งพิภพนี้ไว้ด้วยชีวิต”
                กุนซือราเมสที่ยืนอยู่ด้านข้างก็กล่าวขึ้นว่า “ข้าเองก็มีความตั้งใจไม่ต่างกัน”
                ทันใดที่มือของผู้นำการาดอสสัมผัสกับยอดศัสตราวุธ ก็พบว่ามีความรู้สึกอันแปลกประหลาดกำเนิดขึ้น ซันจำนวนมหาศาลถ่ายทอดจากตัวดาบเข้าสู่ร่างเขาในบัดดล!


Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
ศาสตราคู่กู้แผ่นดิน ตอนที่ 159 : เล่ม 5.2 - ตอนที่ 65.2 - สัมผัสมิอาจเลือน (3) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 902 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android