คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

ศาสตราคู่กู้แผ่นดิน

ตอนที่ 168 : เล่ม 5.2 - ตอนที่ 67.2 แรกประกาศศักดา (4)


     อัพเดท 10 มิ.ย. 51
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : มือเดียวค้ำฟ้า ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ มือเดียวค้ำฟ้า
My.iD: https://my.dek-d.com/eva00r
< Review/Vote > Rating : 99% [ 3,288 mem(s) ]
This month views : 27 Overall : 262,885
4,383 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 290 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
ศาสตราคู่กู้แผ่นดิน ตอนที่ 168 : เล่ม 5.2 - ตอนที่ 67.2 แรกประกาศศักดา (4) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1349 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


ศรดอกมหึมาพุ่งฝ่าอากาศเสียดสีจนเกิดเป็นเปลวเพลิงลุกไหม้ไปทั่ว
                บลูอาศัยปฏิกิริยาอันเฉียบคมพลิกตัวครั้งหนึ่งต้านรับลูกธนู ศรที่แหวกอากาศมานี้วัดแรงยิงเป็นน้ำหนักก็ต้องไม่ต่ำกว่าแปดสิบชั่ง ในขณะที่เปลวเพลิงกำลังจะสะกิดกายบุรุษหนุ่มก็ใช้สองมือประกบกันร่ายเอลนามว่าเพลิงสถิต ให้ประกายไฟสถิตอยู่ที่ปลายกระบองวิสุทธิ์ศาสตราทั้งสองข้าง อาศัยสัมผัสที่หกพลิกกระบองด้วยเอลล่องหนในแง่มุมที่คาดไม่ถึง ควงกระบองออกไปปัดศรกระเด็นออกไปด้านข้างได้ทันท่วงที จากนั้นบลูก็ต้องยื่นมือรับแรงกระแทกของกระบองที่กระทบกับศรเมื่อครู่ ส่งผลให้ต้องถอยกรูดไปเกือบสองก้าว
                ทันใดที่บลูตั้งหลักได้ก็หันหน้าไปมองสตรีงามข้างเคียง พบว่าน่ามีสีหน้าตื่นตระหนกเช่นกัน ได้ยินเสียงเจสกรีดร้องขึ้นเบาๆแล้วกล่าวถามด้วยความตกใจว่า “ท่านเป็นอะไรหรือไม่?”
                สายตาทั้งสองของบลูจับจ้องปฏิกิริยาตอบรับของนางโดยละเอียด ครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งก็ทราบได้ว่ามิใช่เป็นการเสแสร้งแกล้งดัด จึงตัดปัญหาเรื่องของเจสเป็นไส้ศึกไปชั่วคราว หันไปมองทิศทางที่ศรพุ่งมาพร้อมกล่าวว่า “ผู้มาเป็นยอดฝีมือ เจ้ารีบเข้าเมืองไปก่อน ตรงนี้ข้าจะรับมือเอง”
                กล่าวจบสองมือของบลูก็ถือกำเนิดเอลแห่งไฟและลม ประสานกันจนเกิดเอลแห่งสายฟ้า เปลี่ยนสีของวงแหวนธาตุเป็นสีส้มสด ร่ายเอลที่ถนัดของอัศวินดำหมายเลขสี่นามว่า อัสนีบาตฟาดทำลาย
                ตูม!
                บลูเคยรับรู้รสชาติของเอลชนิดนี้มาครั้งหนึ่ง จึงหยิบยืมมาใช้ได้ราวกับเป็นเอลของตนเอง สายฟ้าฟาดลงมายังเป้าหมายที่คำนวณไว้อย่างแม่นยำ พบร่างยักษ์ของบุรุษผิวดำกระโดดลอยตัวขึ้นมาบนท้องฟ้า ในมือยังคงเหนี่ยวคันธนูขนาดมหึมาเล็งมาที่เขาแล้วปล่อยศรออกในทันที
                “เป็นศรพิฆาตเอริค!” เสียงบลูอุทานดังขึ้น ในใจคำนึงโดยมิได้เกรงกลัวในตำแหน่งอัศวินดำหมายเลขสามของฝ่ายตรงข้ามว่า ‘หนี้โลหิตของเนรอสและปิแอร์จะได้ชดใช้กันเสียที’
                ในครั้งนี้บลูเห็นลูกศรกับตาการคำนวณตำแหน่งกระทบจึงทำได้ง่ายกว่าครั้งก่อน พลิกข้อมือตามเพลงกระบองในหนังสือของอาจารย์ดาธ ตวัดปลายข้างหนึ่งของกระบองวิสุทธิ์ศาสตราเข้าใส่ศรเพลิงดอกนั้น พร้อมทั้งหยิบยืมพลังเป็นแรงเหวี่ยงหมุนควงตัวเองรอบหนึ่ง ทันใดที่บลูหมุนควงครบรอบก็ร่ายเอลที่สามเสร็จสิ้น ปลายกระบองวิสุทธิ์ศาสตราข้างเดิมดูดซึมเปลวเพลิงไว้ประสานเข้ากับเอลแห่งลมจนกลายเป็นเอลสายฟ้าอีกครา แสงสีส้มสดเปลี่ยนจากการฟาดมาจากท้องนภาเบื้องบนเป็นการยิงทะลวงออกจากปลายยอดศัสตราวุธ
                “ไม่เลว” อัศวินดำหมายเลขสามแสยะยิ้มพร้อมกับปล่อยธนูให้หลุดลอยไปจากมือ พลิกขวานสีดำด้ามมหึมานามว่าพิฆาตอาชาขึ้นมาถือแทนที่ พร้อมทั้งกล่าวต่อไปว่า “แต่ยังห่างจากซิฟเฟอร์มากมายนัก”
                สิ้นเสียงกล่าวเอริคก็ใช้ขวานสีดำด้ามนั้นผ่าเอลสายฟ้าจากเอลลิสหนุ่มขาดเป็นสองส่วน
                บุคคลผู้นี้มิอาจประมาทได้ สมแล้วที่มีตำแหน่งอยู่เหนือกว่าซิฟเฟอร์ขั้นหนึ่ง
                ครุ่นคิดส่วนครุ่นคิดกระทำส่วนกระทำ บุรุษผมสีน้ำเงินเหลือบสายตามองไปเห็นสาวงามปานหยาดฟ้าหนีไกลห่างออกไปแล้ว ข้อกริ่งเกรงที่มิอาจเปิดประตูพร้อมกันเกินสองบานเนื่องจากเกรงว่านางจะเป็นอันตรายก็หมดไป พบเห็นเอริคผู้ละทิ้งอาวุธระยะไกลเปลี่ยนมาเป็นใช้อาวุธระยะประชิดแต่ก็ยังมิได้เข้าใกล้ในระยะจู่โจม ทำให้ทายาทแห่งอาร์คาน่าผู้นี้มีเวลาชั่วอึดใจในการชิงจู่โจมก่อน บลูเปิดประตูเอลสามบานพร้อมกัน วาดกระบองวิสุทธิ์ศาสตราที่ทื่อด้านจากบนลงล่าง บรรจุเอลที่สามใส่ที่ผลึกเอลไลท์บริเวณปลายกระบองทั้งสองฟากจนเกิดสีเขียวมรกตเปล่งขึ้น ทันใดที่กระบองวาดลงจรดพื้น ดาบสุญญากาศอันมหึมาก็ถือกำเนิด พุ่งแหวกอากาศไปด้วยความเร็วที่สูงกว่าศรเพลิงเหล่านั้นสองเท่าตัว จนเกิดเสียงดังกระหึ่มไปทั่วท้องฟ้า
                เจสอดมิได้ที่จะหันหลังกลับมาเพราะเสียงที่ดังกึกก้อง ภาพที่นางเห็นนั้นก็ทำให้อุทานขึ้นมาอย่างลืมตัว วงแหวนแสงสีเขียวพวยพุ่งทะลวงขึ้นสู่ฟ้า มวลอากาศขนาดยักษ์ถูกแหวกเป็นร่องแตกเกือบสองวา พุ่งทะลวงจากปลายกระบองวิสุทธิ์ศาสตราเข้าใส่อัศวินดำ เป็นการพัฒนาไปอีกขั้นหนึ่งของแถบกระบี่สุญญากาศ สตรีนางนี้เติบโตในอาณาจักรลาเวนดิสที่ได้ชื่อว่าเป็นสถานที่สิงสถิตของสุดยอดเอลลิสหลายๆคน แต่ยังไม่เคยเห็นผู้ใดใช้ดาบสุญญากาศที่เป็นเอลชั้นต้นได้ขนาดนี้มาก่อน จึงไม่เข้าใจว่าบุรุษที่มีอายุมากกว่านางอย่างมากเพียงปีสองปีผู้นี้กระทำได้อย่างไร
                แต่มีหรือที่ยอดฝีมือผู้ถูกจัดอยู่ในระดับเหนือเมฆาอย่างเอริคจะจบสิ้นโดยง่าย ทันทีที่ปลายเท้าสะกิดพื้นร่างผิวดำของมันก็พลิกไปด้านข้างด้วยความเร็วสูง ก็ใช้ขวานยักษ์ฟาดเปลวเพลิงออกไปด้านข้างช่วยเสริมการเคลื่อนไหวอีกทีหนึ่ง หลบรอดการจู่โจมของบลูไปสิ้น
                ขวานยักษ์นามพิฆาตอาชาก็แผลงฤทธิ์ขึ้น เอริคขว้างออกมาด้วยทวงท่าเดียวกับครั้งที่เคยโจมตีใส่มือปราบชั้นหนึ่งปิแอร์ ขวานบินหมุนควงมาโดยแรงสะกิดประกายเพลิงขึ้น ถากหญ้าในบริเวณนั้นออกไปสองข้าง ส่งกลิ่นเหม็นไหม้ลอยมาตามกระแสลม
การจู่โจมสวนกลับในครั้งนี้ดูเหมือนจะหลบรอดได้ง่ายดาย แต่มันกลับมิใช่เรื่องง่ายดายเช่นนั้น!
                เนื่องจากการก้าวหลบมิใช่ทางเลือกอีกต่อไป หากกระทำเช่นนั้นขวานยักษ์ที่รายล้อมด้วยเปลวเพลิงจะหมุนควงทะลวงเข้าใส่ร่างของสตรีเบื้องหลัง แม้ว่าเจสจะหนีไปไกลแล้วแต่บุรุษหนุ่มมั่นใจว่าขวานยักษ์เล่มนี้จะมีแรงเหลือเฟือในการผ่าร่างเลือดเนื้อของนางเป็นสองส่วน เขามั่นใจได้ว่าเอริคตั้งใจที่จะสังหารสตรีผมทองเมื่อสบโอกาส
                สถานการณ์ของเอลลิสหนุ่มย่ำแย่ลงอีกครา
 
“ถอยทัพ!” เสียงขุนศึกไก คาร์เดลตะโกนดังขึ้น
                กองทัพในสังกัดทั้งร้อยนายถูกจู่โจมจากด้านหลัง ทหารห้าหกคนที่อยู่หลังสุดถูกข้าศึกจำนวนมากกว่าหลายสิบเท่าเข้าพัวพัน มีอยู่สามสี่คนที่ถูกอาวุธมีคมทำร้ายจนกลายเป็นบาดแผลฉกรรจ์ มือปราบชั้นหนึ่งเห็นดังนั้นจึงตะโกนสั่งการในทันที พลางกระตุ้นม้าของตนเข้าหาทหารร่วมรบคนที่ย่ำแย่ที่สุด สะบัดกระบี่ยักษ์ออกในแนวทางเอลน้ำแข็งย้อนกลับ กลับกลายไอเย็นเป็นความร้อนคลี่คลายวงล้อมให้กับพวกพ้อง
                “ตาม!” เสียงของอัศวินดำหมายเลขแปดดังขึ้นเมื่อเห็นว่าฝ่ายตนเองมีเปรียบ หากสามารถกักขังขุนศึกคนใหม่ให้อยู่ในวงล้อมได้แล้วฝ่ายตรงข้ามก็มิอาจติดปีกโบยบินหนีไป นับเป็นการสร้างผลงานชิ้นใหญ่ล้างอายความอัปยศในการพ่ายแพ้ศึกครั้งก่อนหน้า หอกทมิฬโทมัสจึงตะโกนปลุกกำลังใจขึ้นว่า “ฆ่าคนหนึ่งรับทองคำเหรียญหนึ่ง”
                ทหารนอร์ทั้งหลายได้ยินดังนั้นจึงถูกทรัพย์สินบดบังสายตา เหี้ยนกระหือรือในการบุกเข้าฆ่าฟันทหารเจนีสอย่างเต็มที่
                เสียงแผดร้องของทหารเจนีสสองสามคนดังขึ้นติดๆกัน ไกหันไปมองก็ทราบได้ว่าลูกน้องตนคนหนึ่งพลีชีพในการศึกครั้งนี้ไปแล้ว ส่วนอีกสองคนที่เหลือได้รับบาดเจ็บสาหัสจนมิอาจกุมบังเหียนม้าได้มั่น อาวุธในมือร่วงหล่นลงกับพื้น จึงพุ่งเข้าไปช่วยชีวิตทั้งสองเอาไว้ หันกายกลับมากล่าวกับทหารที่ยังไม่บาดเจ็บว่า “พวกเจ้าสามคนไปคุ้มกันคนเจ็บ ข้าจะระวังหลังให้เอง” จากนั้นจึงกระตุ้นม้าให้ตนเองอยู่รั้งท้าย ใช้กระบี่บุปผาเพลิงหิมะต้านทานข้าศึกที่ถูกฤทธิ์ของเงินตราเข้าสิง ฟันออกไปกระบี่หนึ่งก็สังหารชีวิตหนึ่ง จนข้าศึกเหล่านั้นเข็ดขยาดไม่กล้าบุ่มบ่ามเข้าไปอย่างหักโหม
                ไกเห็นเช่นนั้นก็พบว่าฝ่ายตนเองมีเวลาอยู่ชั่วอึดใจที่จะหลบหนี จึงร่ายเอลน้ำแข็งขึ้นที่กระบี่เป็นเอลเขตแดนความเย็นที่คุ้นเคย กางหัตถ์หิมะข้างซ้ายออกไปเบื้องหน้าตวาดว่า “อยู่!”
                กำแพงน้ำแข็งขนาดมหึมาปรากฏขึ้นทันทีที่เบื้องหน้า กั้นขวางการโหมกระหน่ำของศัตรูไปชั่วขณะ โทมัสที่เป็นผู้นำทัพเห็นเช่นนั้นจึงบันดาลโทสะ ควงหอกทมิฬออกด้วยเอลอัคคีที่เชี่ยวชาญ แทงไปเบื้องหน้า เปลวเพลิงอันร้อนแรงเผาผลาญกำแพงน้ำแข็งทะลวงออกไปได้สำเร็จ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยระยะห่างที่เพิ่มขึ้นเกือบสามสิบก้าว ซึ่งโทมัสก็ไม่ยอมแพ้ส่งเสียงตะโกนให้ลูกน้องติดตามไปโดยไม่ลดละ
                กองทัพทั้งสองวิ่งติดตามกันมาเป็นระยะทางเกือบห้าร้อยก้าว หนึ่งมุ่งหนีจะเอาชีวิตรอด อีกหนึ่งมุ่งตามติดหมายจะบดขยี้ให้สิ้นซาก ชะตาชีวิตนับร้อยอยู่ในห้วงของความเป็นตาย
                เจ้าวายุคู่ขาของมือปราบไกถูกเจ้านายสั่งให้ผ่อนแรงลงทั้งที่ฝ่ายตรงข้ามไล่กวดมาติดๆ มันซึ่งเป็นสัตว์เดียรัจฉานจะอย่างไรก็รักชีวิต ด้วยสัญชาติญาณสัตว์ป่าหากไม่วิ่งหนีในตอนนี้แล้วจะรอดคมดาบคมกระบี่ไปได้อย่างไร แต่ความผูกพันที่มีกับเจ้านายก็ทำให้มันยอมผ่อนแรงลดฝีเท้าลงเหลือเพียงเจ็ดส่วน
                ทั้งหมดนี้มิใช่มีเป้าหมายอันใดอื่น นอกเสียจากอาชาคู่ขาของมือปราบชั้นหนึ่งวิ่งเร็วเกินไป หากรีบหนีไปก่อนจะมิอาจระวังหลังได้อย่างถี่ถ้วน ไกหมายจะให้ลูกน้องที่เหลือทั้งเก้าสิบเก้าเอาชีวิตรอดไปได้ทั้งหมด นี่อาจจะเป็นเพราะโลหิตของขุนศึกตระกูลคาร์เดลสั่งการก็เป็นได้
ทหารทั้งร้อยนายภายใต้การควบคุมของไกเห็นขุนศึกคนใหม่เฝ้าระวังรั้งท้ายอย่างกล้าหาญ ไม่มีทีท่าว่าจะทิ้งพวกพ้องสักคนหนึ่ง ทั้งฝีมือก็จัดว่าดีเยี่ยมอาจสามารถยกขึ้นเปรียบได้กับผู้นำการาดอสที่ล่วงลับ จึงบังเกิดความเลื่อมใสในบุรุษผู้นี้มากเป็นเท่าตัว
กองทัพทั้งสองหนึ่งวิ่งหนีหนึ่งไล่ตามกันไปอีกเป็นระยะห้าร้อยก้าว แต่ฝั่งที่สูญเสียทหารกลับเป็นฝั่งที่ไล่ตามมิใช่ฝั่งหลบหนี ยอดศัสตราวุธในมือของขุนศึกไกสังหารข้าศึกที่ครอบครองม้าฝีเท้าจัดไปอีกเกือบสิบนาย ก่อนที่เหตุเปลี่ยนแปลงจะบังเกิดขึ้น
เสียงเป่าหลอดเขาพลันดังขึ้นทั่วบริเวณ!
ติดตามมาด้วยเสียงฝีเท้าม้านับพันดังขึ้นหลังเนินเตี้ยๆสองฟาก มองขึ้นไปปรากฏเป็นร่างของขุนศึกผู้หนึ่ง ปลายผมสีน้ำตาลที่ยาวถึงกลางหลังพลิ้วไหวไปตามสายลมทำให้ทราบว่าบุคคลผู้นี้เป็นสตรี นางอยู่ในชุดรบชุดเดิมพิจารณาดูแล้วจะพบว่าเหี้ยมหาญยิ่งกว่าแม่ทัพบุรุษคนใด ยกกระบี่ยักษ์ที่กุมด้วยมือทั้งสองข้างขึ้นสู่ฟ้า สั่งการเสียงดังว่า “โอกาสมาถึงแล้ว พวกเราสังหารข้าศึกให้สิ้น แผ่นดินนี้เป็นของชาวเจนีส!”
การต่อสู้เมื่อครู่ทั้งหมดล้วนเป็นแผนลวงของกุนซือราเมสที่สร้างขึ้น ใช้กองทัพจำนวนน้อยเป็นเหยื่อล่อ แกล้งรบแพ้ทำทีหนีล่อกองทัพฝ่ายตรงข้ามให้ถลำลึกเข้ามาสู่กับดักที่วางไว้ก่อนหน้า ซึ่งไกในฐานะผู้นำทัพย่อมเป็นเหยื่อล่อที่ดีที่สุด การที่ส่งเขาไปรบในแนวหน้าทั้งเป็นการเพิ่มโอกาสสำเร็จในแผนการเช่นนี้ และเป็นการซื้อจิตใจทหารไปในตัว ร้อยทั้งร้อยเชื่อว่าทหารที่เหลือรอดมาเก้าสิบเก้าชีวิตนั้น จะยินยอมติดสอยห้อยตามผู้นำกลุ่มปลดปล่อยเจนีสคนใหม่ไปทุกหนทุกแห่ง
โทมัสหน้าถอดสีเมื่อเห็นทัพใหญ่ฝ่ายตรงข้ามรายล้อมฝั่งตนเองไว้เกือบหมด ทหารม้าหลายพันโลดโผนโจนทะยานจากบนเนินลงมาเบื้องล่าง บุกเข้าเข่นฆ่าทหารนอร์ที่ไล่กวดฝ่ายตรงข้ามมาโดยไร้ระเบียบแบบแผน เห็นได้ชัดว่ากองกำลังของฝ่ายตนต้องย่อยยับอัปรา
“ท่านแม่ทัพ พวกศัตรูลอบทำร้าย”
โทมัสตวาดกลับไปว่า “ข้าก็มีตาไม่ต้องบอกก็ได้” จากนั้นจึงสั่งการให้ถอยทัพโดยด่วน
เสียงของมือปราบไกก็ดังขึ้นบ้าง “หนีไม่รอดหรอก”
อัศวินดำหมายเลขแปดมีหรือจะชักช้าแม้สักเสี้ยววินาที หันหัวม้ากลับหลังกระตุ้นสุดตัวหนีเอาตัวรอดเป็นอันดับแรก เมื่อเหล่าทหารเห็นแม่ทัพผู้บังคับบัญชากระทำเช่นนั้น ประกอบกับเสียงแผดร้องของสหายร่วมรบที่ถูกกองทัพของแม่ทัพมอริแกนบดขยี้กำลังใจที่มีมาก็สลายไปสิ้น ต่างคนต่างหาทางหนีเอาตัวรอดอย่างไม่คิดชีวิต
การเข่นฆ่าดำเนินไปอีกระยะหนึ่งก็หยุดลงด้วยชัยชนะที่เบ็ดเสร็จเด็ดขาดของกองกำลังปลดปล่อยเจนีส ซึ่งเป็นการออกรบครั้งแรกของผู้นำคนใหม่ไก คาร์เดล น่าเสียดายที่มิอาจกำจัดแม่ทัพฝ่ายตรงข้ามไปได้ แต่ความเสียหายเท่านี้ก็เพียงพอที่จะประกาศศักดาให้จักรวรรดินอร์ได้รับรู้
ทุกผู้คนต่างทราบว่าการศึกครั้งแรกพึ่งจะจบลง แต่การศึกครั้งต่อๆไปกำลังจะเริ่มขึ้น และจะต้องเป็นการศึกที่ดุเดือดยิ่งกว่าครั้งนี้


Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
ศาสตราคู่กู้แผ่นดิน ตอนที่ 168 : เล่ม 5.2 - ตอนที่ 67.2 แรกประกาศศักดา (4) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1349 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android