คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

ศาสตราคู่กู้แผ่นดิน

ตอนที่ 170 : เล่ม 5.2 - ตอนที่ 68.2 ก้าวสู่เหนือเมฆา (2-3)


     อัพเดท 16 มิ.ย. 51
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : มือเดียวค้ำฟ้า ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ มือเดียวค้ำฟ้า
My.iD: https://my.dek-d.com/eva00r
< Review/Vote > Rating : 99% [ 3,288 mem(s) ]
This month views : 40 Overall : 262,795
4,383 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 290 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
ศาสตราคู่กู้แผ่นดิน ตอนที่ 170 : เล่ม 5.2 - ตอนที่ 68.2 ก้าวสู่เหนือเมฆา (2-3) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1386 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


อดีตมือปราบชั้นหนึ่งปัจจุบันได้แปรเปลี่ยนกลับกลายเป็นขุนศึกผู้หนึ่งในชั่วข้ามคืน
                การเดินทางกลับมาของกองทัพขุนศึกไกและแม่ทัพมอริแกนทั้งสองได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ประชาชนชาวเจนีสเหนือยืนตั้งแถวรอคอยการกลับมาของพวกเขาอย่างเนืองแน่นบริเวณหน้าประตูเมือง บ้างก็อยากเห็นหน้าของผู้นำคนใหม่ว่าจะดูน่าเชื่อถือเพียงใด บ้างก็เป็นเด็กชายวัยรุ่นที่มีความใฝ่ฝันอยากจะสวมชุดเกราะออกรบ ในขณะที่ผู้คนส่วนใหญ่นั้นมายืนรอคอยบุตรหลานของตนที่ออกไปร่วมรบ
                ท่ามกลางกระแสแห่งความดีใจก็ปนไปด้วยกระแสแห่งความเศร้าโศก จริงอยู่ที่ผู้คนส่วนใหญ่สามารถเข้าสวมกอดสามีหรือบุตรชายอันเป็นที่รักอีกครั้ง กล่าววาจาชื่นชมความสามารถและขอบคุณเทพแห่งเทียร์ที่ปกป้องคุ้มครองบุคคลสำคัญของพวกเขา แต่ในขณะที่ประชาชนอีกกลุ่มหนึ่งกลับต้องมีน้ำตานองเต็มใบหน้า เมื่อบุคคลอันเป็นที่รักของพวกเขาต้องกลับมาพร้อมกับธงชาติที่ห่อหุ้มร่าง
                สงครามและการเข่นฆ่าก็เป็นเช่นนี้หากโลกใบนี้ไม่มีสงครามและความขัดแย้ง ทุกสิ่งทุกอย่างจะดูสดใสน่าอยู่มากขึ้นเพียงใด?
                แม่ทัพมอริแกนกระตุ้นม้ามาข้างกายขุนศึกคนใหม่ กล่าวว่า “ท่านไกลองมองเข้าไปในดวงตาของผู้คนเหล่านี้ พวกเขาเรียกร้องให้ท่านกล่าววาจาอะไรบางอย่าง ในฐานะของทั้งผู้ชนะในสงครามและผู้สืบทอดเจตนารมย์ของท่านผู้นำการาดอส”
                ไกพยักหน้ารับคำ พลางมองลงไปเห็นแววตาของทหารหลายหน่วย ราษฎรหลายกลุ่มที่สบประสานสายตาด้วยความชื่นชม เสมือนกำลังต้องการกำลังใจหรือแรงกระตุ้น ที่จะสร้างความหวังในการยืนหยัดต่อไปของรัฐอิสระเจนีส ไกบรรจงห้ามอาชาตัวโปรดจนกระทั่งหยุดยั้งลง
                “ข้าอยากจะบอกพวกท่านว่า ...”
                พอไกกล่าวถึงตรงนี้เสียงอื้ออึงของประชาชนรอบด้านก็พลันเลือนหาย กลายเป็นความสงบที่เปี่ยมไปด้วยความเคารพ พร้อมที่จะฟังผู้นำคนใหม่ปราศรัยเป็นครั้งแรก
                ไกรู้สึกซาบซึ้งเป็นอย่างยิ่งที่พวกเขาให้เกียรติตน จึงกล่าววาจาจากจิตวิญญาณภายใน กลั่นกรองออกมาเป็นคนพูดที่ฟังแล้วเหมือนจะไม่เลิศหรู แต่เปี่ยมด้วยความจริงใจและคุณธรรมว่า “สงครามเป็นสิ่งที่ข้าเกลียดที่สุดและไม่ต้องการจะให้มันเกิดขึ้นที่สุด เพราะตัวข้านั้นเข้าใจถึงคำว่า ‘ความสูญเสีย’ อย่างถ่องแท้ ตั้งแต่ทรราชเวอร์น่อนตั้งตัวเป็นใหญ่สถาปนาจักรวรรดินอร์ สงครามการยึดกรุงนอร์โปลิสและการเปิดฉากรบครั้งแรกทำให้ข้าต้องสูญเสียบุคคลที่รักยิ่งไปพร้อมกันถึงสองคน ข้าเสียใจไม่น้อยไปกว่าพวกท่านที่ต้องสูญเสียสหายร่วมรบผู้เป็นญาติสนิทมิตรสหายในสมรภูมิ และด้วยสาเหตุเดียวกันนี้ทำให้เจตนารมย์ของท่านผู้นำการาดอสกับตัวข้านั้นสอดคล้องกัน เจตนารมณ์ที่จะนำมาซึ่งสันติภาพ แม้ว่าในวันนี้ผู้นำของพวกท่านอาจมิใช่ยอดขุนพลที่กรำศึกมาหลายครั้งหลายครา แต่ผู้นำของพวกท่านจะไม่ยอมทอดทิ้งแม้แต่ชีวิตหนึ่งในสมรภูมิ และจะทำทุกวิถีทางที่จะยุติสงครามครั้งนี้ให้เร็วที่สุด คงไว้ซึ่งเอกราชและความเป็นอยู่ที่อิสระของประชาชนชาวเจนีสทุกคน ดั่งเช่นความปรารถนาของท่านผู้นำการาดอสทุกประการ”
                ปรากฏเป็นเสียงตอบรับอันดีจากเหล่าทหารและชาวบ้าน ช่วยเพิ่มพูนกำลังใจให้กับขุนศึกคนใหม่เป็นอย่างดี ไกจึงเปิดโอกาสให้ผู้ที่อยู่รอบข้างถามคำถามสนทนากับเขาได้อย่างเต็มที่ อย่างน้อยก็เป็นการเพิ่มเติมขวัญและกำลังใจให้กับเหล่าทหารเพื่อการศึกที่กำลังจะมาถึง
                ระหว่างที่ไกและชาวบ้านกำลังสนทนากันอย่างเป็นกันเองนั้นก็มีทหารผู้หนึ่งเข้ามารายงานว่า “เรียนท่านผู้นำและท่านแม่ทัพ ท่านกุนซือขอเรียนเชิญให้ไปประชุมที่ตึกบัญชาการ”
                ไกพยักหน้าตอบตกลง พลางหันไปอำลาบรรดาผู้คนที่มาต้อนรับ โค้งคำนับแสดงความเสียใจต่อผู้ที่สูญเสีย จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ขุนศึกหนุ่มได้เรียนรู้เป็นหนแรกว่า การที่ได้ลิ้มรสชาติของผู้นำที่ทราบว่าต้องส่งผู้คนไปตายนั้นมิใช่เรื่องน่ายินดีแม้แต่น้อย
 
บลูหันกลับไปพบว่าสตรีผมทองสลบไสลไม่ได้สติ แต่นางยังคงมีลมหายใจบลูจึงโล่งใจไปเปลาะหนึ่ง
                บุรุษหนุ่มผมน้ำเงินตั้งสติมั่นแผ่กระจายเอลออกรอบด้าน หากรุดเข้าไปดูอาการของเจสในตอนนี้ร้อยทั้งร้อยอัศวินดำตรงหน้าต้องฉวยโอกาสจู่โจม และในขณะที่จิตใจของเขาพะว้าพะวังอยู่กับเรื่องอื่นการป้องกันก็จะอ่อนลง ส่งผลให้เสียทีได้โดยง่าย บลูจึงเลียนเยี่ยงมือปราบไกแผ่เอลที่มีลักษณะคล้ายเขตแดนความเย็นกระจายไปตามพื้นที่ เพียงแต่ประยุกต์เอลชนิดนี้เข้ากับธาตุแห่งน้ำจนกลายเป็นเขตแดนวารีขึ้น
                เขตแดนวารีถือกำเนิดจากไอน้ำในอากาศและสิ่งมีชีวิตรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นไอน้ำที่คายออกมาจากต้นไม้ใบหญ้าเพื่อระบายความร้อน หรือไอน้ำที่เกิดจากร่างกายของมนุษย์โดยตรง ทั้งหมดนี้ช่วยให้บลูรู้สึกได้ถึงเอลแห่งอัคคีของฝ่ายตรงข้าม ทันใดที่ความชื้นเกิดการเปลี่ยนแปลงแสดงว่าต้องมีการเคลื่อนไหวของอะไรบางอย่าง ความรู้สึกเหล่านี้จะสามารถจับการเคลื่อนไหวของเอริคได้เร็วยิ่งกว่าประสาทการมองเห็นโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเป้าหมายมีลักษณะของเอลที่สี่ เอลแห่งวารีจึงสามารถดักจับได้ดีเป็นพิเศษ
                บลูระบายลมหายใจออกใช้จิตประสาทควบคุมกระบองวิสุทธิ์ศาสตราให้ลอยเข้ามาอยู่ในมือ สายตายังคงจับจ้องเป้าหมายพร้อมทั้งคำนึงขึ้นกับตนเอง เค้นสมองวิเคราะห์การต่อสู้โดยละเอียดว่า ‘ฝ่ายตรงข้ามเป็นอัศวินดำที่ถนัดในการจู่โจมทั้งระยะใกล้และไกล ดังนั้นไม่ว่าในระยะใดก็มิอาจประมาทได้ เขตแดนวารีที่ก่อขึ้นมาในระยะสิบก้าวจะทำให้เราดักการเคลื่อนไหวของมันได้ล่วงหน้า น่าจะชิงความมีเปรียบมาหากเกิดรุกในระยะประชิด ซึ่งสอดคล้องกับขวานยักษ์ในมือของมัน หากมันจะเปลี่ยนอาวุธเป็นธนูจะต้องถอยหลังไปสิบกว่าก้าวเพื่อหยิบคันธนูโจมตีจากระยะไกล ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็จะเกิดช่องว่างเสี้ยววินาทีหนึ่ง ที่เราอาจจะฉกฉวยให้เป็นประโยชน์ได้ พื้นที่ในแถบนี้ล้วนเป็นอาณาเขตของเจนีส ทำให้เราได้เปรียบในเรื่องของเวลาไม่จำเป็นต้องรีบร้อนบุกจู่โจม ทางเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้คือการคุมเชิงปล่อยให้มันพลาด แล้วค่อยปรับตัวตามสถานการณ์ต่อไป’
                เมื่อความกดอากาศเปลี่ยนแปลงบลูก็ทราบทันทีว่าฝ่ายตรงข้ามขยับเขยื้อน และเมื่อเอริคขยับเขยื้อนก็ทราบทันทีว่าถูกอะไรบางอย่างจับการเคลื่อนไหว มันจึงเปลี่ยนแนวทางจากซ้ายเป็นขวาในทันใด
                ปลายกระบองวิสุทธิ์ศาสตราสองด้านเปล่งแสงออกด้วยสีที่ตรงข้ามกัน ส่งผลให้ปลายข้างหนึ่งยืดออกไปด้านหน้าสกัดการเคลื่อนไหวทางขวาของเอริคเอาไว้
                “อะไรกัน!?” อัศวินดำอุทานขึ้นมาอย่างเหลือเชื่อ
                บลูใช้ไหวพริบในชั่วพริบตาร่ายเอลว่องไวดุจสายลมที่ฝ่าเท้าทั้งสอง เหนี่ยวปลายกระบองดีดตัวเข้าหาอัศวินดำในระยะประชิด ร่นระยะห่างเหลือเพียงสองก้าวเท่านั้น
                เอริคไม่เสียทีที่ได้รับตำแหน่งหมายเลขสาม คาดคะเนจุดตกของบลูล่วงหน้าแล้วพลิกขวานพิฆาตอาชาขึ้นฟ้าจามลงมาสุดแรง กล่าวว่า “อยู่!”
                บลูยอมทิ้งความได้เปรียบของตน เปลี่ยนจากนิ่งเฉยเป็นการขยับเขยื้อนล้วนมีสาเหตุเคลือบแฝง ขณะที่คมขวานยักษ์กำลังจะกระทบหน้าผาก ดวงตาสีน้ำเงินทั้งสองก็ไม่มีวี่แววแห่งความพ่ายแพ้แม้แต่น้อย ในทางกลับกันกลับแสดงถึงความมั่นใจที่จะกุมชัยชนะอย่างเต็มที่
                “วายุพัดพา” สิ้นสุดคำพูดเอลลมสีเขียวสดใสก็เปล่งขึ้นที่บริเวณมือทั้งสองข้าง บลูมิได้ใช้มันกระแทกใส่อัศวินดำแต่กลับโบกมือไปในทิศทางเฉียงๆ ใช้แรงอัดของลมกระแทกตนเองให้ก้าวไปทางซ้ายก้าวหนึ่งหลบรอดจากคมขวานพิฆาตอาชาอย่างฉิวเฉียด
                อัศวินดำร่างยักษ์ก็มีไหวพริบไม่ด้อยกว่ากัน พอเห็นว่าตนเองจู่โจมผิดพลาดก็ปล่อยมือออกจากศัสตราวุธเสีย เกิดเสียงดังโครมจากน้ำหนักของขวานยักษ์ที่ทิ้งลงกระทบพื้นดิน ทราบว่าบุรุษหนุ่มจะจู่โจมด้วยท่าโจมตีต่อเนื่องเป็นแม่นมั่น จึงผลักมือทั้งสองออกไปเบื้องหน้า เปลวอัคคีลุกท่วมทั้งสองหัตถ์ผสานกันเป็นรูปศีรษะมังกรเศียรหนึ่ง อันเป็นท่าไม้ตายก้นหีบนามว่า ‘พญามังกรแผดเผา’
                ท่าไม้ตายชนิดนี้เอริคมิได้ใช้มานานหลายปี หากการต่อสู้กับปิแอร์ยังคงยืดเยื้อต่อไปอีกกระบวนหนึ่งเอริคก็คงจะต้องงัดพญามังกรแผดเผาขึ้นมาใช้ นึกไม่ถึงว่าต้องมาใช้ท่าไม้ตายก้นหีบในภาวะเยี่ยงนี้
                มีหรือที่บลูจะไม่ทราบว่าการโจมตีเบื้องหน้าร้ายแรงถึงชีวิต แต่เมื่อคนผู้หนึ่งปฏิบัติตามแผนการที่วางไว้แล้วย่อมต้องกระทำให้ถึงที่สุด หากจะเปลี่ยนกลางครันโอกาสที่จะได้เปรียบก็ต้องสลายไป เหลือเพียงแต่ความสูญเสียเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ด้วยเหตุผลประการนี้บุรุษหนุ่มจึงประกบมือทั้งสองเข้าด้วยกัน ผลักมันออกไปกระทบกับท่าพญามังกรแผดเผา เดิมพันชีวิตด้วยความสำเร็จของเอลท่านี้
                ‘ได้โปรดสำเร็จด้วยเถอะ’ บลูคร่ำครวญในใจ
                ขณะนั้นเองประตูทั้งสี่บานของทายาทแห่งอาร์คาน่าก็เปิดขึ้นพร้อมกัน เอลจากประตูทั้งสี่ไหลออกมาบรรจบสี่สายด้วยปริมาณที่เท่าเทียมกัน อันได้แก่ดิน น้ำ ลม ไฟ ธาตุพื้นฐานทั้งสี่ ใช้เวลาเสี้ยววินาทีประกบกันบริเวณฝ่ามือทั้งสองข้าง กำเนิดเป็นระเบิดจตุธาตุที่ร้ายกาจ
                สาเหตุที่บลูเลือกวิธีตอบโต้เช่นนี้ก็เป็นเพราะว่าไม่มีทางเลือกอื่น เขาทราบดีแก่ใจว่าฝ่ายตรงข้ามเป็นเอลลิสที่ถนัดในเอลที่สี่อย่างมาก หากจะใช้เอลชนิดเดียวกันเข้าต่อกรนั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปมิได้อยู่แล้ว ขนาดใช้เอลตรงข้ามวางเขตแดนดักการเคลื่อนไหวยังถูกอัศวินดำจับได้ในการขยับเพียงครั้งเดียว ดังนั้นการใช้เอลอื่นๆที่บลูมิได้ถนัดเป็นพิเศษเช่นเอลแห่งลมหรือเอลแห่งดินก็คงจะมีผลไม่ต่างกันสักเท่าใด และจนถึงบัดนี้บลูเพิ่งจะเข้าใจว่าศัตรูที่มีความเป็นเอกในด้านใดด้านหนึ่งเป็นกระดูกชิ้นโตสำหรับเอลลิสอย่างเขา การที่ตนเองถนัดในการใช้เอลทั้งสี่ประเภทนั้นโดยทั่วไปแล้วถือว่าเป็นข้อได้เปรียบอย่างหนึ่ง แต่เมื่อเผชิญกับคู่ต่อสู้เช่นนี้ความหลากหลายที่บลูถนัดกลับกลายเป็นข้อเสียเปรียบอย่างมหาศาล ข้อเสียเปรียบจากการที่มิอาจปะทะวัดพลังโดยตรงได้เลย
                ด้วยเหตุนี้บลูจึงหาทางออกสายใหม่ ทางออกที่ทำให้ตัวเขาทราบว่าตนเองเดินมาถึงระดับเหนือเมฆาแล้ว นั่นคือการใช้ระเบิดจตุรธาตุให้ได้ดั่งใจปรารถนา ประตูทั้งสี่บานเปิดออก สูบเอลจากทั้งร่างปลดปล่อยออกไปพร้อมๆกัน
                 ตูม!
                เสียงกัมปนาทดังกึกก้องสะท้านไปทั่วอาณาบริเวณ ผู้คนที่อาศัยอยู่ในเมืองเจนีสใต้แถบริมประตูเมืองตะวันออกถึงกับตกใจนึกว่ามีสายฟ้าผ่าลงมาในเวลาแจ้ง สัตว์เลี้ยงในฟาร์มปศุสัตว์และม้าศึกที่ขังไว้ในคอกต่างส่งเสียงร้องด้วยความตื่นตระหนก
                ผิวดินบริเวณที่หนึ่งอัศวินดำหนึ่งเอกอัครราชทูตปะทะกันถูกพลิกขึ้นมาเป็นหลุมขนาดย่อม ระเบิดจตุรธาตุหักล้างกับพญามังกรแผดเผาจนเหลืออำนาจการทำลายล้างเพียงหนึ่งในสิบ ทะลวงเปลวเพลิงไปยังร่างของอัศวินดำ แต่ด้วยความที่บลูยังมิอาจควบคุมพลังของระเบิดได้อย่างเต็มที่ก็ทำให้ได้รับผลกระทบนั้นด้วย
                บุรุษหนุ่มทรุดลงกับพื้นด้วยท่าคุกเข่าข้างหนึ่งชันเข่าข้างหนึ่ง ร่ายกายจมลงไปในหลุมขนาดย่อมที่ลึกลงไปในพื้นราวหนึ่งศอก มือข้างซ้ายจรดข้อแขนเกิดเป็นรอยไหม้สีดำ จนต้องใช้เอลแห่งน้ำจากมือข้างขวาช่วยประคบเอาไว้ ทั้งนี้ทั้งนั้นเกิดจากการที่พลังของประตูทั้งสี่บานยังไม่เท่ากันโดยสมบูรณ์ หลังจากที่ให้กำเนิดระเบิดจตุรธาตุผู้ใช้จะต้องคงกระแสเอลทั้งสี่อย่างคงที่ไว้ระยะหนึ่งจนกว่าจะปลดปล่อยพลังของระเบิดไปทั้งหมด แต่มือข้างซ้ายที่ใช้พลังจากประตูบานที่สองและสี่มีแรงอ่อนกว่ามือข้างขวาที่ใช้พลังจากประตูบานที่หนึ่งและสาม จึงทำให้กระแสเอลในจุดนี้ไม่ต่อเนื่อง พอเวลาผ่านไปขณะหนึ่งมือข้างซ้ายก็อ่อนโทรมลงกว่ามือข้างขวาครึ่งส่วน ทำให้ร่างของผู้ใช้ได้รับผลกระทบจากระเบิดจตุรธาตุ อย่างไรก็ตามการควบคุมในระดับนี้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จกับระเบิดจตุรธาตุแล้ว
                ฝุ่นคละคลุ้งที่เกิดจากผิวดินก็เริ่มจางลง ปรากฏเป็นร่างของอัศวินดำกำลังยืนใช้มือข้างหนึ่งกุมปลายขวานยักษ์จ้องมองมาทางนี้ สองมือของมันมีรอยไหม้เล็กน้อยจากเปลวเพลิงและแรงระเบิด แต่กลับไม่พบความเสียหายอื่นใดนอกจากนั้น
                ผิดท่า!
                บลูทราบได้ทันทีว่าขณะที่มือซ้ายอ่อนแรงลง ระเบิดจตุรธาตุของเขาก็เกิดช่องว่างเสี้ยววินาที จังหวะนั้นเองเอริคคงจะฉวยโอกาสปล่อยพลังทั้งหมดของท่าพญามังกรแผดเผา หลบฉากออกทางด้านข้างรอดจากแรงระเบิดได้ในที่สุด แต่บุรุษหนุ่มก็ไม่เชื่อว่าฝ่ายตรงข้ามจะไม่ได้รับผลกระทบเลย หาไม่แล้วทันใดที่หมอกควันจางลง อัศวินดำอันดับสามผู้นี้จะต้องไม่ยอมเสียเวลาสักครึ่งวินาที บุกเข้ามาเอาชีวิตเขาอย่างแน่นอน
                เช่นนี้แสดงว่าระเบิดจตุรธาตุต้องได้ผลในระดับหนึ่งแต่พอคิดถึงตรงนี้ลำคอก็หวานวูบ โลหิตไหลย้อนซึมออกมาจากมุมปาก บลูกระอักโลหิตออกมาเป็นคำรบสอง
                เอริคมองบุรุษหนุ่มด้วยสายตาที่อำมหิต มันทราบดีว่าหากไหวพริบไม่ไวพอมิอาจสะบัดตัวหลุดจากพลังระเบิดเมื่อครู่ มันเองอาจจะได้รับบาดเจ็บสาหัสยิ่งกว่าการสู้กับปิแอร์
                ก่อนที่เอริคจะตัดสินใจอันใดต่อไป เสียงฝีเท้าม้าจำนวนหนึ่งก็ดังขึ้นจากตัวเมืองเจนีสใต้ และทันใดนั้นเองดวงตาของอัศวินดำร่างยักษ์ก็ทอแววสับสน จำต้องตัดสินใจปล่อยเหยื่อผู้นี้จากไป ทิ้งเพียงคำพูดประโยคหนึ่งเอาไว้ว่า “ชีวิตเจ้าเป็นของข้าเพียงผู้เดียว”
                แว่วเสียงของนายกองบาลินดังขึ้นว่า “ท่านบลูได้รับบาดเจ็บอันใดหรือไม่ เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
บลูระบายลมหายใจออกโดยแรง ฝืนกายลุกขึ้นมายืนมองดูกองกำลังของนายกองบาลินและทหารอีกยี่สิบกว่านาย กล่าวว่า “โชคดีที่พวกเจ้าฉุดรั้งข้าออกจากประตูยมโลกได้ทันเวลา เมื่อครู่ข้าบังเอิญปะทะกับอัศวินดำหมายเลขสามก็เท่านั้น”
“ว่ากระไร!?” นายกองบาลินอุทานเสียงหลง
บลูยกมือขึ้นเป็นเชิงห้ามปราม กล่าวว่า “เรื่องนี้พวกเราไม่สมควรจะสนทนากันในที่นี้ รอกลับไปที่ตึกบัญชาการก่อนก็ยังไม่สาย”
บุรุษหนุ่มลุกขึ้นเดินไปตรวจสอบร่างของสตรีผมทองที่สลบไสลอยู่กับพื้น พิจารณาดูอย่างถี่ถ้วนก็ทราบว่านางไม่เป็นอันตรายมาก มีเพียงข้อเท้าซ้ายที่แพลงมิอาจขยับเขยื้อนแต่ก็ไม่สะเทือนถึงกระดูกเส้นเอ็น การที่นางสลบไปเกิดจากการถูกแรงกระแทกอ่านแนวอากาศ มิได้ถูกโจมตีโดยตรงแต่อย่างใด จึงคำนึงว่า ‘เอลอัคคีของเอริคนี้ร้ายกาจนัก เพียงไออัคคีที่อัดเข้ามาใส่ก็สามารถทำให้คนผู้หนึ่งสิ้นสติได้’ บลูบรรจงอุ้มนางขึ้นมาไว้ในอ้อมอก
บลูพบว่าใบหน้าของนายกองบาลินเต็มไปด้วยความสงสัยอยู่เต็มอก จึงกล่าวว่า “สตรีนางนี้เป็นสหายของข้าเอง ดีที่ได้นางช่วยเอาไว้มิเช่นนั้นข้าคงจะต้องไปอยู่ในปรโลกแล้ว เมื่อครู่นางถูกลูกหลงในการต่อสู้จึงสิ้นสติไป เจ้าพอจะให้ข้ายืมม้าสักตัวและห้องสักห้องให้นางพักที่ตึกบัญชาการก่อนได้หรือไม่?”
                นายกองบาลินเห็นว่าผู้บังคับบัญชาของตนสามารถต่อกรกับอัศวินดำหมายเลขสามได้โดยไม่เป็นรอง ความเลื่อมใสที่มีอยู่แล้วก็เพิ่มพูนขึ้นอีกเป็นเท่าตัว ไม่ว่าจะให้ชี้ไม้เป็นนกชี้นกเป็นไม้อย่างก็ไม่มีข้อโต้แย้ง กล่าวว่า “รับทราบท่านเอกอัครราชทูต”
                บลูกล่าวคำขอบคุณเมื่อทหารผู้หนึ่งสละม้าให้ตน บุรุษผมสีน้ำเงินพาสาวงามปานหยาดฟ้านั่งฟุบอยู่บนอ้อมอก จัดที่จัดทางเตรียมที่จะขับขี่ พลางเกิดกระแสลมวูบหนึ่งพัดพามาพอดิบพอดี กลิ่นหอมของเรือนผมและแป้งฝุ่งก็โชยมาสู่นาสิก กระตุ้นให้นึกถึงสัมผัสที่รัญจวนใจในครั้งก่อน จนสติแทบจะหลุดลอยไปตามกระแสลม แต่พอมองไปที่หลุมขนาดย่อมที่เกิดจากการปะทะเมื่อครู่ก็ทราบว่าฝ่ายตรงข้ามสามารถลงมือได้อีกทุกเมื่อ จึงกล่าวสั่งการกับขบวนทหารและนายกองบาลินว่า “กลับตึกบัญชาการ”
                ขณะที่ขบวนทหารของบลูเดินทางออกจากประตูเมืองทิศตะวันออกมุ่งไปยังที่พัก ก็ไม่มีผู้ใดทราบว่าเมืองเจนีสเหนือเกิดสงครามขนาดย่อมขึ้น และการลอบสังหารของอัศวินดำในเจนีสใต้มีต้นตอมาจากผู้บงการคนเดียวกัน สงครามที่เมืองเจนีสเหนือเป็นเพียงเป้าหมายลวง ชีวิตของเอกอัครราชทูตคนใหม่นี้ต่างหากที่เป็นเป้าหมายที่แท้จริง


Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
ศาสตราคู่กู้แผ่นดิน ตอนที่ 170 : เล่ม 5.2 - ตอนที่ 68.2 ก้าวสู่เหนือเมฆา (2-3) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1386 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android