คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

ศาสตราคู่กู้แผ่นดิน

ตอนที่ 46 : เล่ม 2 - ตอนที่ 16 - เขี้ยวราชสีห์ (2)


     อัพเดท 10 ต.ค. 50
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : มือเดียวค้ำฟ้า ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ มือเดียวค้ำฟ้า
My.iD: https://my.dek-d.com/eva00r
< Review/Vote > Rating : 99% [ 3,288 mem(s) ]
This month views : 27 Overall : 262,885
4,383 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 290 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
ศาสตราคู่กู้แผ่นดิน ตอนที่ 46 : เล่ม 2 - ตอนที่ 16 - เขี้ยวราชสีห์ (2) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 938 , โพส : 0 , Rating : 60% / 2 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


ลูทพยักหน้าเห็นด้วยแต่ก่อนที่จะตอบอะไร ไกก็ถามขึ้นมาด้วยความสงสัยว่า “พวกเจ้ามีธุระอะไรที่ต้องทำในโรงเรียนเซนต์เอลลิสอย่างนั้นหรือ ข้าว่าพวกเราควรจะรีบออกเดินทางไปเมืองแองเจลโดยเร็ว ในตอนนี้ข้าสามารถยืนยันได้ว่าข่าวที่พวกเจ้าให้มาคงจะเป็นเรื่องจริงโดยแท้แน่นอน ถ้าหากพวกเราไม่รีบไปแจ้งผู้ตรวจการมิดาสเรื่องราวอาจจะไม่ทันการณ์”
บลูกล่าวตอบไกว่า “ลูทฝึกเอลได้ถึงขั้นที่สี่แล้วแต่เขายังไม่สามารถประสานเอลเข้ากับธาตุใดๆได้ พวกเราช่วยกันให้ลูทลองประสานเอลมาห้าธาตุแล้วเหลือแต่ธาตุความมืดกับมิติ พอดีข้ารู้จักครูที่โรงเรียนเซนต์เอลลิสจึงอยากให้เขาช่วยทดสอบลูท ถ้าลูทใช้เอลได้จะเป็นประโยชน์กับการเดินทางของเราอย่างมาก”
โรสถามไกว่า “ทำไมพวกเราถึงต้องไปเมืองแองเจลโดยเร็ว พี่ไกมีแผนการอะไร”
ไกอธิบายแผนการที่เขาคิดขึ้นให้กับทุกคนฟังว่า “ในตอนนี้ก็เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าเวอร์น่อนจะก่อการกบฏ และเป็นที่แน่นอนว่าอัศวินดำก็มีส่วนร่วมด้วย ผู้หญิงผมม่วงที่พวกเราสู้ด้วยเมื่อคืนมีชื่อว่าคอร์เนเลียซึ่งดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าหน่วยอัศวินดำ จากเหตุการณ์เมื่อคืนทำให้ข้าคิดว่าพวกอัศวินดำต้องการจะกำจัดพวกเจ้ารวมไปถึงข้าด้วยไม่ให้ไปส่งข่าวถึงผู้ตรวจการหรือผู้ปกครองอาณาจักรใดๆ หากแผนการรั่วไหลออกไปเป็นวงกว้างจะส่งผลกระทบต่อแผนการของเวอร์น่อนเป็นอย่างมาก ด้วยเหตุนี้คอร์เนเลียถึงได้ลงมือด้วยตนเอง ข้าคิดว่าทางด้านกองกำลังประสานเจนีสของผู้นำการาดอสก็คงจะถูกกองกำลังของพวกอัศวินดำคุมเข้มมิให้กระดิกตัวใดๆได้ คงเหลือแต่พวกเราเพียงหน่วยเดียวที่สามารถแจ้งข่าวให้ผู้ตรวจการได้รับรู้ สิ่งที่ข้าคิดออกในตอนนี้คือไปหาผู้ตรวจการภาคตะวันตกมิดาสผู้เป็นหัวหน้าข้าอีกทีหนึ่ง ข้าต้องขอให้เขาช่วยส่งข่าวนี้ไปถึงให้ผู้ปกครองอาณาจักรอีกสองท่าน แล้วชิงลงมือจัดการกับเวอร์น่อนก่อนที่จะสายเกินไป”
โรสถามต่อไปว่า “ผู้ตรวจการมิดาสอยู่ที่เมืองแองเจลอย่างนั้นหรือ”
ไกตอบว่า “ใช่ ถ้าหากพวกเราเดินทางด้วยรถม้าเดินทางขึ้นเหนือไปอาจจะต้องใช้เวลาเกือบสองวันกว่าจะเดินทางถึงเมืองแองเจล แต่ถ้าพวกเราใช้วิธีเปลี่ยนม้าเปลี่ยนคนขับสลับกันเดินทางทั้งวันทั้งคืนแล้วล่ะก็คงจะย่นระยะเวลาเหลือเพียงวันเดียวได้”
บลูกล่าวว่า “เรื่องนั้นก็จริงอยู่พี่ไก แต่พวกเรายังพอมีเวลาเหลืออีกสิบสี่วันกว่าถึงจะถึงวันประชุมสภาปกครองประจำปีและเป็นที่แน่นอนว่าเราจะต้องเจออุปสรรคที่ยากกว่านี้ ด้วยเหตุผลที่พี่กล่าวมากองกำลังอัศวินดำจะคอยขัดขวางพวกเราไม่ให้ไปส่งข่าวได้ ประเมินจากกำลังของพวกเราในตอนนี้ข้าว่าโอกาสที่จะรอดชีวิตจากอัศวินดำระดับสูงๆมีไม่มากนัก ขนาดเมื่อคืนที่เราสี่คนช่วยกันปราบคิเมร่าถ้าหากพริมไม่ได้ผ่านเข้ามาช่วยโดยบังเอิญตัวข้าเองก็ยังไม่รู้ว่าจะออกหัวหรือออกก้อย ดังนั้นข้าจึงคิดว่าสมควรใช้เวลาช่วงกลางวันไปที่โรงเรียนเซนต์เอลลิสให้ลูทฝึกฝนเอลเพิ่มเติม ถ้าหากพวกเราสามารถพัฒนาขอบเขตของวิชาฝีมือได้ก็ถือว่าคุ้มค่ากับเวลาที่เสียไป หลังจากนั้นเราค่อยออกเดินทางตอนกลางคืนก็ยังไม่สายเกินไป”
ไกถามว่า “เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นในวันประชุมสภาปกครองประจำปี”
บลูส่งสมุดบันทึกหลักฐานให้ไกพลิกดูพร้อมกับตอบว่า “ไม่มีเหตุการณ์ใดที่จะเหมาะสมไปกว่านี้อีกแล้ว ในหนังสือระบุถึงกำลังทางทหารและอาวุธที่โอนย้ายเข้าสังกัดของอัศวินดำในละแวกเมืองนอร์โปลิส ถ้าหากพวกมันจะทำการที่เมืองนอร์โปลิสก็สมควรเป็นช่วงที่ผู้ปกครองอาณาจักรอีกสองท่านและสมาชิกสภาการปกครองทั้งหมดเดินทางเข้าไปประชุมกันที่เมืองนอร์โปลิส จากนั้นเวอร์น่อนจึงลงมือกำจัดให้หมดเสียในคราเดียว ด้วยเหตุนี้ข้าและกุนซือราเมสแห่งกองกำลังปกครองเจนีสต่างก็คิดว่าวันลงมือของพวกเวอร์น่อนจะต้องเป็นวันเปิดประชุมประจำปี”
ไกพยักหน้าเริ่มจะเห็นด้วยกับสิ่งที่บลูกล่าว เขาจึงกล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้นเป็นอันตกลง พวกเราจะรั้งอยู่ที่เมืองโอดินอีกวันหนึ่ง พอพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าพวกเราจะออกเดินทางไปเมืองแอลเจลภายในคืนนี้ การเดินทางในตอนกลางคืนมีส่วนช่วยปกปิดร่องรอยของเราได้มากกว่าตอนกลางวัน เพราะในตอนนี้ถึงพวกเราจะไม่ถูกคำสั่งของทางการให้ตามจับอย่างเปิดเผย แต่ข้ามั่นใจถึงสิบส่วนว่ามีคำสั่งลับจากคอร์เนเลียให้พวกอัศวินดำไล่ล่าพวกเรา”
ลูทหัวเราะฮาๆกล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้นพวกมันคงจะคว้าน้ำเหลวคิดว่าพวกเราหลบหนีออกไปนอกเมืองกันหมด แต่ที่ไหนได้พวกเรากลับเดินส่ายอาดๆเข้ามากบดานอยู่ในเมืองโอดินเหมือนเดิม เช่นนี้เรียกว่าสถานที่ที่อันตรายที่สุดกลับเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด”
ไกกล่าวว่า “นับว่าเจ้ากล่าวได้ถูกต้องครึ่งหนึ่ง ด้วยประสบการณ์และไหวพริบคอร์เนเลียคงจะไหวตัวทันในไม่ช้า รับรองไม่เกินวันพรุ่งนี้นางต้องส่งคนมาตรวจสอบเมืองโดยละเอียด บังเอิญที่วันนี้เกิดมีงานแสดงดนตรีชั้นสูงเหล่าผู้มียศถาบรรดาศักดิ์ต่างเดินทางเข้ามาพำนักในเมืองโอดิน ทำให้พวกอัศวินดำส่งกำลังทหารเข้ามาอย่างเอิกเกริกมิได้ ไม่สามารถบุกเข้าไปตามถนนหนทางอาคารบ้านเรือนตรวจค้นโดยอิสระ นี่เป็นอีกครึ่งหนึ่งของเหตุผลที่คอร์เนเลียไม่สามารถดำเนินการพลิกเมืองค้นหาพวกเราได้”
เรียกว่าไกอ่านสถานการณ์ได้เฉียบขาด ตามเหตุผลและประสบการณ์ทำให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกับความเป็นจริงยิ่ง
โรสกล่าวว่า “กล่าวโดยสรุปคือพวกเราเดินทางไปที่โรงเรียนเซนต์เอลลิสก่อน พอค่ำมืดค่อยออกเดินทางขึ้นเหนือสู่เมืองแองเจล ถ้าอย่างนั้นวันนี้ข้าก็ไม่มีอะไรทำขอตามพวกเจ้าไปที่โรงเรียนเซนต์เอลลิสด้วยก็แล้วกัน”
พริมกล่าวว่า “ข้าเองขอตามพี่โรสไปด้วย ข้าไม่อยากอยู่บ้านคนเดียว”
ไกนึกอะไรขึ้นได้จึงกล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้นพวกเราไปด้วยกันทั้งหมดนี่แล้วกัน ส่วนเรื่องอาวุธของเจ้าน่ะลูท เจ้าไม่จำเป็นต้องไปซื้อจากร้านอาวุธแล้ว”
ลูทขมวดคิ้วถามว่า “เพราะเหตุใดหรือพี่ไก ถึงข้าสามารถใช้เอลได้ภายในวันนี้ข้าก็ยังไม่เก่งถึงขนาดที่จะสามารถต่อสู้ได้โดยที่ไม่ต้องพึ่งพาอาวุธเหมือนอย่างบลูหรอกนะ”
ไกกล่าวตอบว่าไม่ใช่อย่างนั้น เขาเดินไปเปิดตู้ของเขาหยิบอาวุธขึ้นมาชิ้นหนึ่งโยนให้ลูทแล้วกล่าวว่า “ใครว่าข้าจะให้เจ้าต่อสู้ด้วยเอลอย่างเดียว ถึงเจ้ายืนยันจะทำเช่นนั้นข้าก็คงจะหาอาวุธคู่มือให้เจ้าอยู่ดี แม้เป็นกระบี่เหล็กธรรมดาอย่างน้อยเจ้าก็สามารถใช้กระบี่ประสานกับเอลของบลูช่วยในการสู้รบได้ครั้งหนึ่ง”
ลูทรับอาวุธที่ไกโยนมาถามว่า “นี่กระบี่อะไรหรือพี่”
ไกกล่าวตอบว่า “เพื่อนของข้ามอบกระบี่เล่มนี้ให้มาในสมัยที่ข้ายังเรียนอยู่ที่เอลเซลเลียร์เมื่อสิบกว่าปีก่อน ตั้งแต่ข้าใช้กระบี่เกล็ดน้ำค้างข้าก็ไม่คุ้นมือกับการใช้กระบี่ขนาดธรรมดาเท่าใดนักข้าจึงไม่ได้ใช้กระบี่เล่มนี้อีก ระหว่างที่เอลของเจ้ายังพึ่งพาไม่ได้เต็มที่ ข้าขอมอบกระบี่เล่มนี้ไว้ให้เจ้าใช้แล้วกัน เจ้าลองชักมันออกจากฝักดูสิว่าเจ้าชอบมันไหม”
ลูทหยิบกระบี่ที่ไกมอบให้ขึ้นมาพิจารณาดูพบว่าฝักกระบี่ประดับด้วยตราสัญลักษณ์รูปราชสีห์อ้าปาก เขาบรรจงดึงกระบี่ออกจากฝักอย่างแช่มช้า เห็นว่าเป็นกระบี่เล่มนี้มิใช่กระบี่ธรรมดามีเนื้อดีมีสีทองอร่าม ลูทพิจารณาเนื้อโลหะของมันด้วยความชำนาญสังเกตออกว่ามันถูกหลอมขึ้นด้วยโลหะผสมที่มีส่วนประกอบของโลหะมิทราลและเหล็กเย็น โลหะผสมนี้มีคุณสมบัติแข็งแกร่งเทียบเท่าเหล็กกล้า และด้วยส่วนประกอบของโลหะมิทราลทำให้ตัวกระบี่สามารถทนทานพลังงานจากเอลได้มากกว่ากระบี่ธรรมดาถึงสามเท่า เขาจึงไม่ต้องกลัวว่าตัวกระบี่จะทนทานเอลไม่ได้อีกต่อไป ลูทตรวจสอบดูลวดลายและรูปแบบของมันก็พบว่าไม่เหมือนกับกระบี่ใดๆที่สร้างในอาณาจักรลาเวนดิสหรือนอร์
ลูทกล่าวขอบคุณไกที่มอบกระบี่เนื้อดีนี้ให้ ด้วยความสงสัยและความอยากรู้อยากเห็นในเรื่องสิ่งประดิษฐ์เขาก็อดถามไม่ได้ กล่าวว่า “กระบี่เล่มนี้เป็นกระบี่เนื้อดีที่ทนทานเอลได้อย่างไม่มีปัญหา มันไม่เหมือนกับกระบี่ที่ตีด้วยช่างในลาเวนดิสหรือช่างในประเทศนอร์ใดๆ พี่ไกได้มาจากไหนหรือ”
ไกตอบว่า “เจ้าสายตาแหลมคมยิ่งนัก เพื่อนของข้าเป็นที่เป็นชาวเอนเซลมอบให้มาตั้งแต่สมัยที่ข้าอายุประมาณสิบเจ็ดสิบแปด”
สายตาของลูทยังไม่ละจากตัวกระบี่ กล่าวถามไกว่า “กระบี่นี้มีชื่อเรียกว่าอะไรหรือ ลักษณะของมันไม่ค่อยจะเหมือนกระบี่ทั่วไปสักเท่าใดนัก คมของมันเหมาะสำหรับการฟันมากกว่าการแทง”
ไกกล่าวตอบว่า “อาวุธเล่มนี้มีนามว่าเขี้ยวราชสีห์ เจ้าจะเรียกมันว่ากระบี่หรือดาบก็แล้วแต่เจ้า ข้าใช้มันต่างกระบี่จึงเรียกมันว่ากระบี่เขี้ยวราชสีห์”
ตัวกระบี่เป็นสีทองเหมาะสมกับคำว่าราชสีห์โดยแท้ จากปลายคมจรดด้ามมีความยาวหนึ่งเมตรพอดิบพอดี ตัวด้ามกระบี่มีความยาวประมาณยี่สิบเซนติเมตรส่วนที่เหลือเป็นส่วนของคมกระบี่ประมาณแปดสิบเซนติเมตร เทียบกับกระบี่ทั่วไปแล้วเขี้ยวราชสีห์มีความยาวมากกว่าอยู่ประมาณสิบเซนติเมตร ที่ใจกลางคมกระบี่มีลวดลายเป็นเส้นตรงสีแดงบางๆลากลงมาจากปลายคมจนถึงตัวโกร่งกระบี่ ที่โกร่งกระบี่มีแผ่นโลหะโค้งเชื่อมกับปลายสุดของด้ามกระบี่สามารถใช้ป้องกันข้อมือได้ ส่วนประกอบของโลหะมิทราลส่งผลให้น้ำหนักของมันเบากว่ากระบี่ปกติเกือบสองเท่า ตัวฝักและตัวด้ามของเขี้ยวราชสีห์เป็นสีดำเมื่อสอดกระบี่เข้าฝักจะไม่เห็นส่วนที่เป็นสีทอง เพียงแต่เห็นฝักกระบี่สีดำที่สลักรูปราชสีห์เอาไว้ทำให้ไม่เป็นเป้าสายตาของคนทั่วไป ลูทยิ่งพิจารณาดูก็ยิ่งชอบเขาทดลองสะบัดดูสักสองสามครั้งก็รู้สึกว่าคล่องมือกว่ากระบี่เหล็กกล้าเล่มก่อนมากโข หากเขาจำต้องเสียเงินซื้อกระบี่เช่นนี้สักเล่มหนึ่งคงจะต้องใช้เงินอย่างน้อยสามสิบเหรียญทอง ลูทจึงปิติยินดีเป็นอย่างยิ่งเมื่อไกกำนัลกระบี่เล่มนี้ให้เปล่า
ไกกล่าวต่อไปว่า “อาวุธชนิดนี้เป็นเรียกว่าเซเบอร์เป็นที่นิยมในหมู่นักรบชาวเอนเซล หากเจ้าลองดูตรงส่วนปลายจะสังเกตได้ว่าที่ปลายคมของมันโค้งเล็กน้อยดุจดั่งคมเขี้ยวและสีของมันเป็นสีทองคำ ผู้สร้างกระบี่เล่มนี้จึงให้ชื่อว่าเขี้ยวราชสีห์ เซเบอร์เก้าในสิบเล่มจะมีคมเพียงด้านเดียวดั่งดาบหากแต่ผู้สร้างเซเบอร์เล่มนี้ต้องการให้มันใช้แทนกระบี่ได้ด้วยจึงสร้างเป็นชนิดคมสองด้าน ผลลัพธ์ที่ออกมาก็เป็นอย่างที่เจ้าเห็น ตัวเซเบอร์สามารถใช้ฟันได้รุนแรงเทียบเท่ากับดาบและยังคงปมเด่นในการแทงของกระบี่เอาไว้ หากเจ้าฝึกปรือกระบี่เขี้ยวราชสีห์ได้ถึงระดับหนึ่งแล้ว ไม่ว่าเจ้าจับดาบหรือกระบี่ก็จะใช้ออกได้คล่องแคล่วไม่ต่างกัน”
โดยปกติแล้วดาบจะมีคมเพียงด้านเดียวเน้นการฟันมากกว่าการแทง คมดาบส่วนมากจะมีความโค้งเพื่อให้เหมาะสมกับการฟาดฟัน เชือดเฉือนเป้าหมายให้ขาดเป็นสองท่อน ส่วนกระบี่จะต่างออกไป กระบี่มีคมสองด้านเหมาะสำหรับการแทงมากกว่าการฟัน ปลายกระบี่จะแหลมคมเป็นพิเศษ ถูกออกแบบมาให้เป็นเส้นตรงเพื่อลดพื้นที่สัมผัสในการเสียบทะลวง ดังนั้นผู้ใช้ดาบกับผู้ใช้กระบี่จะมีทวงท่าในการต่อสู้ต่างกันโดยสิ้นเชิง
ลูทกล่าวชมเชยว่าเป็นชื่อที่ดีเหมาะกับรูปลักษณ์ของศัสตราวุธอย่างไม่มีที่ติ เขากล่าวขอบคุณไกที่มอบเขี้ยวราชสีห์ให้เป็นครั้งที่สองจากนั้นก็สอดมันเข้าฝักพกพาติดตัวเอาไว้อย่างดี
สตรีทั้งสองต่างไม่ค่อยสนใจกับเรื่องราวของอาวุธเท่าใดจึงเร่งรัดให้พวกชายหนุ่มทั้งสามออกเดินทางเสียที ชายหนุ่มทั้งสามได้แต่คล้อยตาม หลังจากนั้นไม่นานพวกเขาทั้งห้าคนจึงมุ่งหน้าไปยังโรงเรียนเซนต์เอลลิสที่อยู่ใจกลางเมืองโอดิน


Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
ศาสตราคู่กู้แผ่นดิน ตอนที่ 46 : เล่ม 2 - ตอนที่ 16 - เขี้ยวราชสีห์ (2) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 938 , โพส : 0 , Rating : 60% / 2 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android