คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

ศาสตราคู่กู้แผ่นดิน

ตอนที่ 66 : เล่ม 3 - ตอนที่ 31 - นายพรานในป่าใหญ่ (1)


     อัพเดท 12 พ.ย. 50
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : มือเดียวค้ำฟ้า ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ มือเดียวค้ำฟ้า
My.iD: https://my.dek-d.com/eva00r
< Review/Vote > Rating : 99% [ 3,288 mem(s) ]
This month views : 31 Overall : 262,786
4,383 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 290 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
ศาสตราคู่กู้แผ่นดิน ตอนที่ 66 : เล่ม 3 - ตอนที่ 31 - นายพรานในป่าใหญ่ (1) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1180 , โพส : 0 , Rating : 100% / 1 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


ภาคเหยียบย่างนครหลวง
ตอนที่ 31 นายพรานในป่าใหญ่
8 กุมภาพันธ์ อศ. 226
 
ลูทลืมตาขึ้นอย่างช้าๆมองเห็นแสงสว่างสองผ่านใบไม้เล็ดรอดลงมาจากเบื้องบน เขารู้สึกได้ถึงพื้นหญ้าอันอ่อนนุ่มที่รองรับร่างกายอันบอบช้ำ นี่ตายไปแล้วหรือยังมีชีวิตอยู่? เขาไม่สามารถตอบคำถามนี้ได้จนเขาได้ยินเสียงชายด้านข้าง
                เสียงใหญ่ๆนั้นเป็นของชายฉกรรจ์วัยประมาณสามสิบเศษ ดังขึ้นว่า “ตื่นแล้วหรือเจ้าหนุ่ม”
                ลูทค่อยๆใช้ฝ่ามือสองข้างยันพื้นหญ้าพยุงร่างท่อนบนขึ้นมาสำรวจดูร่างกายตนเองเป็นอันดับแรก เสื้อผ้าที่เขาสวมใส่ยังมีความชื้นอยู่เล็กน้อย หันหลังไปเห็นกระเป๋าสัมภาระที่สะพายอยู่กลางหลังยังอยู่ครบ พอคลำดูที่เข็มขัดก็ยังเจอตราสัญลักษณ์พระอาทิตย์จึงโล่งใจ
เขาเบือนหน้าไปตามเสียงเห็นเป็นร่างของชายผมสีแดงตัดเป็นทรงสั้น ปลายผมด้านหน้าเบนเข้าหากันที่กลางหน้าผาก ไว้จอนยาวสีแดงจรดแก้ม ใบหน้ากว้างคมล่ำสัน ร่างกายบึกบึนแต่งกายเป็นชุดพรางราวพรานป่า สวมหมวกปีกกว้าง มีเกราะอ่อนทำจากหนังสัตว์สีน้ำตาลอ่อนสวมทับเสื้อผ้าอีกทีหนึ่ง พกดาบเล่มหนึ่งไว้ที่ข้างเอว กำลังนั่งสูบซิการ์อยู่ ด้านข้างวางไว้ด้วยคันธนูกับลูกศร
ลูทกล่าวขึ้นเป็นประโยคแรกว่า “พี่ชายช่วยข้าเอาไว้อย่างนั้นหรือ? ขอบคุณมาก”
                ชายคนนั้นไม่กล่าวอะไร สายตาทั้งสองยังคงจ้องมองกองไฟที่ก่อเอาไว้ต่อต้านความหนาวเย็น บังเกิดเสียงฟืนไฟดังเปรียะๆ ปากคาบซิการ์พยักหน้าเป็นเชิงว่าใช่ พอเขาพ่นควันออกจากซิการ์จึงกล่าวว่า “เจ้าชื่ออะไรน่ะ ทำไมอยู่ๆก็ลอยมาตามน้ำได้”
ลูทกล่าวตอบว่า “ข้าชื่อลูท พอดีเรือโดยสารที่นั่งมาแตกแถบชานเมืองแองเจล เป็นโชคช่วยที่เกาะแผ่นไม้ลอยตามน้ำจึงประคองตัวมาได้ ส่วนท่านพี่มีชื่อเสียงเรียงนามว่าอะไร” พลางเปิดกระเป๋าสัมภาระด้านหลังตรวจสอบว่าของในกระเป๋ายังอยู่ครบหรือไม่ ด้านในกระเป๋าบุด้วยวัสดุกันน้ำชั้นหนึ่งจึงไม่ห่วงเรื่องการถูกน้ำซึมเข้าไปจนทำลายข้าวของเสียหาย เมื่อเขาเห็นพิณหยกอ่อน ขลุ่ยของมารดาและหนังสือของบิดาก็วางใจ สิ่งอื่นจะหายไปก็ช่างสามสิ่งนี้ยังอยู่เป็นใช้ได้แล้ว
                ชายคนนั้นทำตาโตกล่าวย้ำว่า “เจ้าว่ากระไร!? เมืองแองเจลอย่างนั้นหรือ?” พอกล่าวจบก็หัวเราะเสียงดังลั่น จนลูทขมวดคิ้วไม่เข้าใจว่ามันมีเรื่องตลกอันใด
ชายผมแดงกล่าวต่อไปว่า “รู้ไหมว่าเจ้าลอยมาไกลถึงเกือบครึ่งแม่น้ำ ไม่รู้ว่าเจ้ากินอะไรเข้าไปถึงได้โชคดีขนาดนี้”
                ลูทกล่าวต่อไปว่า “พี่ชายยังไม่ตอบคำถามของข้าเลย”
                ชายคนนั้นโยนซิการ์ที่สูบหมดทิ้งไป หันมากล่าวว่า “ข้าชื่อแจ๊คไดรเนอร์ เจ้าเองอายุอ่อนกว่าข้าอย่างน้อยสิบปีจะเรียกข้าว่าพี่ชายก็ได้ นี่หากเอาเรื่องตกน้ำลอยข้ามประเทศของเจ้าไปเล่าให้ผู้อื่นฟัง ต่อให้ข้ามียี่สิบปากคงก็ไม่มีใครเชื่อ”
                ลูทฝืนยิ้มทีหนึ่ง เขารู้ตัวว่าการที่รอดชีวิตมาได้ถือเป็นปาฏิหาริย์เรื่องหนึ่ง ส่วนสาเหตุเบื้องลึกนั้นเขาเองก็ไม่รู้ว่ารอดมาได้อย่างไร จนถึงบัดนี้พึ่งจะนึกออกว่ากระบี้เขี้ยวราชสีห์กับกล่องแก้วที่บรรจุอัญมณีสีแดงหายไปไหน จึงลนลานหันซ้ายขวาหากระบี่เขี้ยวราชสีห์อันเป็นของล้ำค่าที่มือปราบไกมอบให้ แม้ไม่เจอกล่องแก้วก็ไม่เป็นไรเพราะจะทำขึ้นอีกเมื่อไรก็ได้ แต่กระบี่เขี้ยวราชสีห์มีเพียงเล่มเดียว ซึ่งเป็นทั้งสมบัติล้ำค่าและศัตราวุธป้องกันตัว จำเป็นสำหรับการเดินทางครั้งนี้มากนัก จะมาทำหายกลางทางมิได้
                แจ๊คเห็นดังนั้นจึงกล่าวว่า “เจ้าหาอะไร ไอ้นี่ใช่ไหม?” กล่าวจบพลางชูกระบี่เขี้ยวราชสีห์ขึ้นมา แล้วโยนให้กับลูทพร้อมกล่าวต่อไปว่า “ดูท่าทางเจ้าน่าจะเอาเรื่องไม่เบา มีเซเบอร์ชั้นยอดเช่นนี้ติดตัว คงจะมีฝีมืออยู่ไม่น้อย”
                ลูทกล่าวปฏิเสธว่า “มิใช่หรอก อาวุธชิ้นนี้เป็นของสำคัญที่สหายคนหนึ่งกำนัลให้กับข้า มิใช่เครื่องประโคมโอ่แสดงถึงฝีมืออันใด เดิมทีข้าใช้เพียงกระบี่เหล็กธรรมดาๆเล่มหนึ่ง จนมีวาสนาได้รับมอบให้ดูแลกระบี่เล่มนี้ชั่วคราว”
                แจ๊คทำสีหน้ารำคาญกล่าวว่า “เจ้าจะถ่อมตัวอะไรกัน แววตาทั้งสองนั้นเป็นหลักฐานอยู่ทนโท่ว่าเจ้าเป็นซันชินคนหนึ่ง”
                ลูทถามกลับไปด้วยความสงสัยว่า “ซันชิน? มันคืออะไรกัน”
                แจ๊คเบิ่งตามองลูทเหมือนครั้งก่อนแล้วส่งเสียงหัวเราะเสียงดังลั่นอีกครั้งหนึ่ง กล่าวว่า “เจ้าไม่รู้จักศาสตร์แห่งซันจริงๆหรือ? เจ้านี่มันโง่หรือบ้ากันแน่”
                ลูทส่ายศีรษะกล่าวอย่างงุนงงว่า “พี่ชายพูดถึงเรื่องอะไร ข้าไม่เห็นจะเข้าใจ”
                แจ๊คลุกขึ้นยืนปันเศษไม้ใบหญ้าที่ติดอยู่ตามชุดหนัง ความสูงของเขาขณะยืนขึ้นเทียบเท่ามือปราบไก ส่วนรูปร่างกล้ามเนื้อแข็งแรงกำยำเทียบเท่ากับครูมอริส ดูจากหน้าตาท่าทางแล้วน่ากลัวมากกว่าน่าเกรงขาม พลางกวาดสายตาอันแข็งกร้าวปนดุร้ายมาทางลูท กล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้นข้าจะทำให้เจ้าเข้าใจเอง ช่วงนี้กำลังอยากยืดเส้นยืดสายอยู่บ้างเหมือนกัน ชักดาบ!”
                ลูทได้ยินเช่นนั้นก็ยิ่งงงเข้าไปใหญ่ กล่าวว่า “นี่มันเรื่องอะไรกัน?”
                แจ๊คยิ้มมุมปากครั้งหนึ่งกล่าวว่า “ถ้าเจ้าไม่สู้กับข้า เจ้าก็จะเป็นผีเฝ้าป่าอยู่ที่นี่” พอกล่าวจบพลันดึงดาบโค้งชนิดพิเศษออกมาจากข้างเอว ปลายคมจรดด้ามดาบมีความยาวเกือบครึ่งวา แต่ด้วยความโค้งของมันทำให้นัยน์ตามนุษย์รู้สึกเหมือนจะยาวไม่เท่าใด หากกล่าวกันตามตรงแล้วดาบชนิดนี้นับว่ามีความยาวมากกว่าดาบโค้งทั่วไปถึงหนึ่งในสาม เหล่านักรบพากันขนานนามมันว่าชิมิทท่าร์
                ลูทเห็นชิมิทท่าร์โค้งยาวรู้สึกได้ว่าแจ๊คตระเตรียมลงมือ ด้วยแรงกดดันดังกล่าวทำให้พรานหนุ่มไม่มีทางเลือกอื่นอีก จำต้องชักกระบี่เขี้ยวราชสีห์ออกมากระชับมือ กล่าวว่า “ข้าไม่อยากประอาวุธในตอนนี้”
                แจ๊คไม่สนใจคำกล่าวของลูทอันใดวาดชิมิทท่าร์เข้ามาฟันใส่เบื้องหน้า คมดาบโค้งปะทะเข้ากับเขี้ยวราชสีห์ครั้งหนึ่ง เกิดเสียงโลหะกระทบกันก้องกังวาน เห็นลูทถูกกระแทกถอยครูดๆไปสองสามก้าว แจ๊คจึงเก็บชิมิทท่าร์ใส่ปลอก ยักไหล่ครั้งหนึ่งกล่าวว่า “คิดว่าเจ้ามีฝีมืออยู่ท่าสองท่า แต่พอสู้กับเจ้าแล้วไม่เห็นตื่นเต้นสักประการใด ดูท่าเรี่ยวแรงของเจ้าจะยังไม่ฟื้นตัวจากการตกน้ำเสียด้วยซ้ำ”
                ลูทรู้สึกว่าชายผู้นี้ยังไม่ได้เอาจริงสักนิด ดาบเมื่อครู่เป็นเพียงการทดสอบฝีมืออย่างคร่าวๆเท่านั้น ในขณะที่เขาใช้เขี้ยวราชสีห์ตั้งรับอย่างสุดตัว แม้ว่าเรี่ยวแรงจะยังไม่ฟื้นคืนจากอาการตกน้ำ แต่ก็มั่นใจว่าอย่างน้อยต้องมีสักหกส่วนของยามปกติ บุรุษตรงหน้านี้อาจเป็นอีกผู้หนึ่งที่มีฝีมือลึกล้ำสุดหยั่งคาด ดูจากท่าทางแล้วมิใช่บุคคลเลวร้ายประการใด ทางที่ดีสมควรผูกมิตรเอาไว้ อย่าสร้างศัตรูเช่นนี้จะดีกว่า จึงเก็บเขี้ยวราชสีห์ใส่ปลอกสีดำขลับแล้วหย่อนก้นลงกับพื้นนั่งลงตรงข้ามกองไฟ ส่ายหน้าพลางกล่าวว่า “ข้าสู้พี่ไม่ได้หรอก แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าซันเซินนั่นคืออะไร”
                แจ๊คนั่งลงข้างกองไฟอีกฝั่งหนึ่งตรงข้ามลูท กล่าวอธิบายว่า “เห็นแก่เจ้าที่ตอบอย่างตรงไปตรงมา และแววตาที่สัตย์ซื่อคู่นั้น ข้าจะบอกให้เอาบุญว่า ซันเป็นศาสตร์อีกแขนงหนึ่ง พวกเอลลิสทั้งหลายชอบกล่าวทึกทักกันไปเองว่าซันแตกแขนงออกมาจากศาสตร์แห่งเอล ซึ่งความจริงแล้วจะเรียกซันกับเอลว่าเป็นศาสตร์เดียวกันก็ได้ เพราะทั้งคู่มีต้นกำเนิดเหมือนกันเพียงแต่จุดสิ้นสุดต่างกัน”
                ลูทแบมือทั้งสองออก กล่าวว่า “พี่ชายพูดอะไร ข้าไม่เห็นเข้าใจสักอย่าง”
                แจ๊คพลันทำเสียงเข้มกล่าวว่า “เจ้าหาว่าข้าอธิบายไม่รู้เรื่องอย่างนั้นหรือ?”
                ลูทนึกในใจว่า ‘ท่าทางของพี่ชายผู้นี้ดูแล้วแปลกๆ แต่ฝีมือที่แสดงออกเมื่อครู่ล้วนเป็นของจริง ทางที่ดีอย่าทำให้เขาหงุดหงิดจะดีกว่า’ จึงกล่าวว่า “ไม่ใช่อย่างนั้น เพียงแต่ข้ายังไม่รู้ต้นสายปลายเหตุจึงไม่อาจเข้าใจได้อย่างถี่ถ้วน”
                แจ๊คพยักหน้าสองสามครั้ง ถามลูทกลับไปว่า “เอาอย่างนี้ เจ้ารู้จักเอลใช่หรือไม่?” พอเห็นลูทพยักหน้าเป็นเชิงว่ารู้จักจึงอธิบายต่อไปว่า “ขั้นตอนนำเอลออกมาใช้สามวิธีแรกคือรู้สึก สื่อสารและรวบรวมล้วนเหมือนกับซันทั้งสิ้น แต่ขั้นตอนย่อยสองขั้นตอนสุดท้ายจะต่างกัน เอลจะใช้วิธีประสานและปลดปล่อย ส่วนซันจะใช้หลักเรียบเรียงและบรรจุ”
                เมื่อมีการโยงซันกับเอลเข้าด้วยกันลูทจึงพอจะเริ่มเข้าใจ ถามว่า “อะไรคือการเรียบเรียงแล้วอะไรคือการบรรจุ”
                แจ๊คมีท่าทีฉุนเฉียวกล่าวว่า “ก็ข้ากำลังจะอธิบายอยู่นี่ไงเล่า” พลันอธิบายต่อไปว่า “การเรียบเรียงคือการเปลี่ยนซันที่รวบรวมไว้ให้เป็นเส้นสายเรียงร้อยกันไปตามตำแหน่งที่เจ้าต้องการจะใช้ เดิมทีซันในขั้นตอนรวบรวมจะอยู่ในสภาพไม่เป็นระเบียบดังนั้นเจ้าจำเป็นที่จะต้องเรียงให้มันเป็นระเบียบเสียก่อน มิฉะนั้นซันในร่างจะไม่ต่อเนื่องเกิดความผิดพลาดในขั้นตอนการบรรจุ อย่างเช่นหากจะใช้กระบี่สีทองเล่มนั้นเป็นอาวุธในการบรรจุซัน เจ้าก็ต้องเรียบเรียงซันในร่างจากจุดกำเนิดไปไว้ในกระบี่ของเจ้า”
                เมื่อลูทฟังคำอธิบายโดยละเอียดด้วยปัญญาอันเฉียบคมก็เข้าใจได้ทันที พลางจับกระบี่เขี้ยวราชสีห์ขึ้นมาด้วยมือขวา ทดลองรวบรวมซันไว้ที่อุ้งมือตามหลักเดียวกับศาสตร์แห่งเอลที่ร่ำเรียนมา อาศัยช่วงเวลาเพียงสูดลมหายใจเข้าออกสามสี่ครั้งก็สามารถเรียบเรียงเป็นเส้นสายส่งผ่านไปยังกระบี่ได้สำเร็จ รูปลักษณ์ภายนอกของเขี้ยวราชสีห์ไม่เปลี่ยนแปลงประการใด แต่ฝ่ามือที่สัมผัสรู้สึกได้ว่าภายในมีอะไรบางอย่างกำลังไหลเป็นเส้นสาย ออกจากร่างกายไปยังกระบี่ในมือ
                แจ๊คชี้มือมาที่คมด้านหนึ่งของเขี้ยวราชสีห์ กล่าวทันทีว่า “อย่างนั้นแหละถูกต้อง หากเจ้าตั้งใจฟังคำอธิบายของข้าจริงๆตั้งแต่แรกก็ทำได้ไปนานแล้ว”
                ลูทอมยิ้มเล็กน้อยกล่าวว่า “เช่นนี้ต้องนับถือ” ในเมื่อเขาเห็นการพูดของแจ๊คเป็นอย่างนี้บ่อยเข้าก็ไม่ถือสาหาความอีก สงบปากสงบคำรับฟังสิ่งที่แจ๊คอธิบายจะดีเสียกว่า หากกล่าวผิดพลาดอันใดอาจทำให้เป็นเรื่องขึ้นได้
                แจ๊คอธิบายเรื่องซันต่อไปว่า “ขั้นตอนสุดท้ายคือการบรรจุ ในเมื่อเจ้าเรียงร้อยซันเป็นเส้นสายที่เป็นระเบียบสำเร็จ ก็ต้องบรรจุซันลงไปในวัตถุที่เจ้าต้องการ ซันจะแปรเปลี่ยนเป็นพลังตามคุณลักษณะของวัตถุชนิดนั้น เช่นถ้าข้าบรรจุซันลงไปในชิมิทท่าร์เล่มนี้ อานุภาพในการเชือดเฉือนด้วยชิมิทท่าร์จะมากขึ้นเป็นเท่าทวี”
                ลูทฟังถึงตรงนี้ก็สบใจ ในที่สุดเขาก็ล่วงรู้ว่าเคล็ดวิชาราชสีห์คำรณที่ค้นพบโดยบังเอิญล้วนเป็นศาสตร์แห่งซัน ด้วยความที่เคยใช้วิชาทำนองนี้มาก่อนหลายครั้ง ทำให้ตีความเคล็ด ‘บรรจุ’ ได้ทลุกปรุโปร่งอย่างไม่ยากเย็น ความเข้าใจในขั้นตอนสุดท้ายนี้เกิดจากสัญชาติญาณล้วนๆ จากนั้นลูทพลันลุกขึ้นยืนชักกระบี่เขี้ยวราชสีห์ออกมาอีกครั้ง หลับตาทั้งสองลงตั้งสมาธิ เปลี่ยนจากการใช้ ‘สัญชาติญาณ’ เป็น ‘หลักการ’ ปฏิบัติตามวิธีเรียบเรียงและบรรจุที่พึ่งจะเรียนรู้เมื่อครู่ต่อเนื่องกัน แล้วจึงสะบัดคมกระบี่วูบออกไปด้านข้าง จนคมเขี้ยวราชสีห์เปล่งแสงสีทองละลานตา เสียงคำรามของกระบี่เขี้ยวราชสีห์ดังกระหึ่มไปทั่วป่า จนพวกเขาทั้งสองได้ยินเสียงสะท้อนดังกลับมาจากริมฝั่งแม่น้ำอีกข้างหนึ่ง
                แจ๊คที่พึ่งอธิบายจบก็เกิดอารมณ์เบื่อจึงหยิบเอาซิการ์ตัวใหม่ขึ้นมากำลังจะจุดไฟ ทันใดที่ได้ยินเสียงคำรามดังกระหึ่มก็ต้องยิ้มที่มุมปาก หันมามองลูทอย่างน่าสนใจ ลุกขึ้นยืนแล้วกล่าวว่า “ทีนี้เจ้าคงจะพอเป็นเครื่องมือออกกำลังให้กับข้าได้บ้างสินะ”
                กระบี่ราชสีห์คำรณเมื่อครู่เรียกความกระตือรือร้นสนใจต่อศาสตร์แห่งซันขึ้นมาอย่างหลีกเลี่ยงมิได้ ลูทหันหน้ากลับไปพยักหน้าครั้งหนึ่ง เขาเองก็กำลังต้องการอย่างนั้นอยู่พอดี 
Website Counter
Free Counter


Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
ศาสตราคู่กู้แผ่นดิน ตอนที่ 66 : เล่ม 3 - ตอนที่ 31 - นายพรานในป่าใหญ่ (1) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1180 , โพส : 0 , Rating : 100% / 1 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android