คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

ศาสตราคู่กู้แผ่นดิน

ตอนที่ 73 : เล่ม 3 - ตอนที่ 32 - ตำนานกระบี่เกล็ดน้ำค้าง (4)


     อัพเดท 28 พ.ย. 50
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : มือเดียวค้ำฟ้า ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ มือเดียวค้ำฟ้า
My.iD: https://my.dek-d.com/eva00r
< Review/Vote > Rating : 99% [ 3,288 mem(s) ]
This month views : 40 Overall : 262,795
4,383 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 290 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
ศาสตราคู่กู้แผ่นดิน ตอนที่ 73 : เล่ม 3 - ตอนที่ 32 - ตำนานกระบี่เกล็ดน้ำค้าง (4) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 890 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


ไกแหงนหน้ามองเพดานถ้ำรำลึกย้อนกลับไปยังอดีตเมื่อแปดปีก่อนช่วงชีวิตที่ไม่ต้องแบกรับภาระใดๆ เที่ยวเล่นสนุกไปแต่ละวันได้หวนกลับมาอีกครั้ง แม้ว่ามันจะเป็นเพียงความทรงจำสีจางๆ
                มือปราบชั้นหนึ่งเล่าให้กับรุ่นน้องทั้งสองฟังว่า “หลังจากที่ข้าได้รู้จักกับโฮแกนไม่นาน ทุกค่ำคืนหลังสี่ทุ่มข้าจะปีนข้ามกำแพงรั้วโรงเรียนออกไปหาเขาโดยมีสหายสนิทสองสามคนร่วมรู้เห็นเป็นใจ แน่นอนว่าหนึ่งในนั้นเป็นครูชานอนที่พวกเจ้ารู้จักกันดี ทุกค่ำคืนโฮแกนจะต้อนรับขับสู้ราวกับข้าเป็นญาติสนิท ให้ความสนิทสนมอบอุ่นดั่งคนในครอบครัวเดียวกัน เราทั้งสองพูดคุยกันถูกคอกับราวกับเป็นพี่น้อง เขาให้คำแนะนำเรื่องต่างๆในชีวิต สอนวิธีควบคุมเอลระดับสองในร่างและเล่าประวัติตระกูลน้ำแข็งให้รับรู้ ข้ากระทำเช่นนี้อยู่เป็นเวลาเกือบหนึ่งปีเต็ม ซึ่งเป็นหนึ่งปีที่มีความสุขที่สุดตลอดระยะเวลาการเรียนในโรงเรียนเซนต์เอลลิส เอลแห่งน้ำแข็งมีความรุดหน้าราวกับติดปีกบิน ขนาดชานอนที่เก่งเรื่องศาสตร์แห่งเอลมาตลอดถึงกับยอมรับว่าพัฒนาการเป็นไปอย่างรวดเร็วจนคาดไม่ถึง จนในที่สุดชีวิตของความเป็นนักเรียนก็สิ้นสุดลง หลังจากที่สำเร็จการศึกษาบุคคลแรกที่ข้าไปพบก็คือโฮแกน แต่สิ่งที่รอคอยอยู่นั้นกลับเป็นข่าวร้ายเรื่องหนึ่ง”
                พอเอ่ยถึงตรงนี้มือปราบชั้นหนึ่งก็มีอากัปกริยาผิดปกติเล็กน้อย ดวงตาทั้งสองดูหม่นหมองลงไปทันที ไกเล่าต่อไปว่า “โฮแกนเผยความจริงว่าตัวเขาป่วยเป็นโรคเรื้อรังที่รักษามิอาจเยียวยาได้อีก ซึ่งเป็นผลมาจากการหนีตายมาจากสงครามเจนีสในครั้งนั้น ในตอนแรกข้าถึงกับไม่เชื่อหูตนเองว่ามีเรื่องเช่นนี้จริงนึกว่าเป็นการล้อเล่นประการหนึ่ง บุรุษที่เข้มแข็งอย่างโฮแกนจะมาเสียชีวิตด้วยโรคร้ายได้อย่างไร แต่หลังจากนั้นชั่วลัดนิ้วมือข้าก็รู้ว่ามันไม่ใช่เป็นเรื่องล้อเล่น โฮแกนไอออกมาเป็นโลหิตสีแดงฉาน เขาทราบดีว่าจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นานนัก อย่างน้อยสามวันอย่างมากเจ็ดวัน คำกล่าวเช่นนี้เป็นดั่งอัสนีบาตฟาดใส่หูจนข้าเองไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี ความตายของโฮแกนกำลังจะมาถึงในระดับความเร็วที่ข้าเองมิอาจยอมรับได้ ชั่ววินาทีนั้นข้าก็ได้เข้าใจถึงสัจธรรมแห่งชีวิตอีกเรื่องหนึ่ง ไม่ว่าเป็นผู้ใดที่มียอดวิชาเก่งกาจเพียงใด สักวันหนึ่งก็ต้องมลายสลายไปเป็นผงธุลี คงเหลือเอาไว้แต่เพียงนามและวีรกรรมในอดีต ในชีวิตนี้นอกจากบิดามารดาบุญธรรมแล้ว คงมีโฮแกนอีกเพียงคนเดียวที่ข้าเคารพในฐานะญาติสนิท ข้าจึงบอกเลิกทุกสิ่งทุกอย่างใช้เวลาทั้งหมดเจ็ดวันอยู่ร่วมกับโฮแกน จนในที่สุดพี่ชายท่านนี้ก็ลาโลกไปอย่างสงบ”
                โรสจึงกล่าวว่า “ข้าเสียใจกับเรื่องนี้ด้วย”
                ไกส่ายศีรษะกล่าวว่า “เรื่องนี้ต่อให้เป็นเซียนวิเศษก็คงช่วยโฮแกนไว้ไม่ได้ วินาทีก่อนตายเขาได้สั่งเสียกับข้าเรื่องหนึ่ง ไม่ว่าข้าจะมีสายเลือดตระกูลน้ำแข็งหรือไม่นั้นไม่สำคัญ ในเมื่อสัญลักษณ์แห่งเอลน้ำแข็งปรากฏบนไหล่แล้วก็ขอให้ยอมรับในชาติตระกูลคาร์เดล พร้อมกับฝากฝังอนาคตของตระกูลน้ำแข็งที่ใกล้จะดับสูญเอาไว้ที่ข้า มอบกระบี่เกล็ดน้ำค้างเล่มนี้ให้เป็นศัสตราวุธคู่กาย ฟื้นฟูวิชาของตระกูลน้ำแข็งที่ใกล้จะดับสลายขึ้นมาใหม่อีกครั้ง ข้าจะทำอย่างไรได้อีกนอกจากเอ่ยปากรับคำ พอโฮแกนได้ยินเช่นนั้นจึงจากไปอย่างมีความสุข ข้ายังจำได้ว่าตอนที่เขาลาโลกนี้ไป บริเวณมุมปากยังประดับเอาไว้ด้วยรอยยิ้มอย่างพึงพอใจ”
                บลูพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจครั้งหนึ่งกล่าวว่า “ข้าพอเข้าใจแล้วว่าเพราะเหตุใดพี่ถึงบอกว่าการตัดสินใจครั้งนี้เป็นการตัดสินใจที่ยากที่สุดครั้งหนึ่ง”
                ไกพยักหน้ายอมรับกล่าวว่า “ไม่ผิด มันเป็นการตัดสินใจที่ยากที่สุดครั้งหนึ่งจริงๆ เดิมทีข้านั้นถนัดในการใช้กระบี่มือเดียวและศาสตร์แห่งซัน แต่พอต้องปรับเปลี่ยนมาใช้กระบี่สองมือเต็มตัวทำให้ฝีมือข้าอ่อนด้อยลงไปอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งศาสตร์แห่งซันกับศาสตร์แห่งเอลเป็นทางเลือกที่ต่างกันอย่างสุดขั้ว ที่ขนานกันโดยไร้เส้นทางบรรจบ ด้วยเหตุนี้ข้าจึงจำเป็นที่จะต้องเลือกเพียงทางเดียวเท่านั้น”
                โรสถามว่า “ข้ายังไม่เข้าใจเรื่องหนึ่ง เพราะเหตุใดซันกับเอลถึงอยู่ร่วมกันไม่ได้? มิใช่ศาสตร์ทั้งสองมีต้นกำเนิดมาจากจุดเดียวกันหรอกหรือ?”
                ไกเห็นโรสไม่เข้าใจจึงอธิบายว่า “โดยธรรมชาติของซันกับเอลนั้นดูแล้วคล้ายคลึงกัน แต่แท้ที่จริงกลับแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ศาสตร์แห่งเอลมีหลักของการปลดปล่อยพลังงานภายในออกไปสู่ภายนอก ส่วนศาสตร์แห่งซันเป็นหลักการเก็บสะสมพลังงานทั้งหมดเอาไว้ภายใน วิธีการฝึกซันและเอลบางส่วนเหมือนกันจริงอยู่ แต่เนื่องจากเหตุผลเมื่อครู่ทำให้ซันและเอลเปรียบดั่งน้ำกับไฟมิอาจอยู่ร่วมกันได้ ทอดสายตาทั้งแผ่นดินจึงไม่มีผู้ใดที่เป็นสุดยอดฝีมือทั้งศาสตร์แห่งเอลและศาสตร์แห่งซัน หรือถ้ามีบุคคลเช่นนั้นอยู่จริงจอมยุทธ์ท่านนั้นก็ต้องเลือกว่าจะใช้เอลหรือซันในช่วงที่ต่างกัน มิอาจใช้ศาสตร์ทั้งสองพร้อมๆกันได้ หาไม่แล้วศาสตร์ทั้งสองหนึ่งปลดปล่อยหนึ่งรั้งกลับจะหักล้างกันเองจนหมดความหมาย”
                โรสฟังถึงตรงนี้ก็เข้าใจ กล่าวว่า “เพราะเหตุนี้เอง การที่พี่จำต้องทิ้งศาสตร์แห่งซันที่ศึกษามาเป็นเวลากว่าสองปี เปลี่ยนวิธีการต่อสู้มาใช้ศาสตร์แห่งเอลที่พึ่งจะเรียนรู้ได้ไม่นาน ทำให้พี่ลำบากใจใช่หรือไม่?”
                ไกพยักหน้าแล้วกล่าวว่า “ถูกอย่างที่เจ้ากล่าว ในช่วงนั้นข้าต้องปรับตัวถึงสองอย่างพร้อมๆกัน หนึ่งคือศึกษาเพลงกระบี่ยักษ์ใหม่ทั้งหมด สองก็คือการเปลี่ยนจากซันมาใช้เอลน้ำแข็งอย่างจริงๆจังๆ โชคดีช่วงที่โฮแกนยังมีชีวิตอยู่ได้ทิ้งตำราไว้ให้ข้าศึกษาเล่มหนึ่ง พร้อมกับกล่าวชี้แนะมากมายทั้งเรื่องกระบี่ยักษ์และเอลน้ำแข็ง ปัญหาใดๆที่ตำราเขียนไม่กระจ่างโฮแกนก็เขียนอธิบายโดยละเอียดเอาไว้ด้านข้าง ซึ่งข้าพึ่งมาล่วงรู้ตอนหลังนี้เองว่าตำราเล่มนั้นเป็นเคล็ดวิชาของตระกูลน้ำแข็งคาร์เดล จากนั้นมาข้าได้ใช้เวลาช่วงที่ถูกบรรจุเป็นมือปราบน้องใหม่สองปีในการปรับพื้นฐานวิชาทั้งหมด เป็นช่วงที่ต้องฝืนจิตใจมิให้ใช้วิชาฝีมือในแนวทางเดิม นับว่าต้องต่อสู้กับจิตใจของตนเองเป็นอย่างมาก”
                “หลังจากนั้นเป็นอย่างไร?” บลูกล่าวด้วยความอยากรู้
                ไกหยิบกระบี่เกล็ดน้ำค้างขึ้นมาถือมั่น ยิ้มพลางตอบว่า “สงสัยวิญญาณในร่างจะถูกชะตากับกระบี่เกล็ดน้ำค้างเล่มนี้ บัดนี้ข้ารู้สึกได้ว่าสัญลักษณ์แห่งเอลน้ำแข็งเป็นส่วนหนึ่งของจิตวิญญาณไปแล้ว จนเริ่มจะเชื่อว่าข้ามีสายเลือดของตระกูลคาร์เดลไหลเวียนอยู่ในร่างจริงๆ ต้องขอบคุณคำขอร้องก่อนสิ้นลมของโฮแกนและวาสนาที่สวรรค์ดลบันดาลให้ข้าได้พบเขา”
                หลังจากที่กล่าวประโยคนี้ออกไป มือปราบชั้นหนึ่งก็รู้ดีแก่ใจว่าเหตุผลที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นมิได้เป็นเหตุผลที่สำคัญที่สุด อันทำให้การตัดสินใจครั้งนี้ลำบากใจถึงเพียงนั้น เรื่องวิชาฝีมือที่จำต้องเปลี่ยนแนวทางนั้นละทิ้งได้ยากลำบากก็จริงอยู่ แต่สาเหตุที่เคลือบแฝงไว้โดยไม่บอกกล่าวสำคัญยิ่งกว่านั้น
                สตรีชาวลาเวนดิสเพียงหนึ่งเดียวจึงกล่าวว่า “ถ้าเป็นเช่นนี้ลูทก็คงจะต้องเลือกระหว่างซันกับเอลวันใดวันหนึ่งสินะ”
                ไกพยักหน้ากล่าวว่า “เขาจะต้องตัดสินใจเลือกทางใดทางหนึ่ง เส้นทางที่ก้าวไปสู่ศาสตราไร้สภาพที่ใฝ่ฝัน หรือเส้นทางของซันราชสีห์คำรณที่พึ่งจะค้นพบโดยไม่รู้ตัว ไม่มีผู้ใดที่จะตัดสินใจแทนเขาได้นอกเสียจากตัวเขาเอง”
                ลูทจะต้องเดินถึงเส้นทางสองแพร่งสักวันหนึ่ง และในวันนั้นเขาจะต้องตัดสินใจเลือกว่าจะเดินไปทางซ้ายหรือทางขวา เส้นทางแห่งซันและเอลที่คู่ขนานไปสู่จุดมุ่งหมายแห่งเดียวกัน แต่ไม่มีวันบรรจบกันที่ปลายทาง
 
ซิฟเฟอร์สะกดกลั้นอาการบาดเจ็บจากศรอาคม สายตาอันแดงฉานบ่งบอกถึงความไม่ลดละต่อภารกิจเบื้องหน้า สะบัดกระบี่เงินครั้งหนึ่งชี้ปลายกระบี่ไปยังสตีเฟ่นสั่งการให้พริมและทานากะบุกเข้าจู่โจมพร้อมกัน
“โจมตี!” สิ้นเสียงของซิฟเฟอร์อัศวินดำทั้งสามก็ถลันวูบเข้ามาโจมตีสตีเฟ่นพร้อมกัน ปรากฏเป็นเงาของกระบี่เงิน กระบี่ดำและมีดผีเสื้อสีครามละลานตา ในแง่มุมที่แตกต่าง
                ธนูมุกทะลวงเมฆาปล่อยศรเหล็กกล้าออกอีกสามดอกยิงสกัดผู้ไม่ประสงค์ดีทั้งสาม ชานอนพุ่งเข้าใส่ซิฟเฟอร์ในขณะที่ลาโทน่าและโรเมโร่ต่างแยกกันรับมือกับคู่ต่อสู้ของตน นั่นคือพริมและทานากะโดยมิต้องรอให้สตีเฟ่นสั่งการ
                โรเมโร่เปลี่ยนจากเพลงหมัดมวยมาควงพลองยาววาหนึ่งเข้าต่อสู้กับกระบี่ดำทานากะ พลองยาวแฝงซันกระแทกอยู่ภายใน ทุกครั้งที่หมุน กวาด ฟาด ตีจะเกิดเสียงลมดังหวืดหวือ ข้อแขนของพ่อบ้านผู้นี้เคลื่อนไหวเป็นวงกลมล้อมรอบตัวโดยไม่มีการเคลื่อนไหวอันฝืนธรรมชาติ เมื่อรำพลองออกจึงเหมือนเป็นสภาพของสายน้ำที่ไหลต่อเนื่องไม่ขาดตอน ด้วยฝีมือในระดับนี้ผู้ดูแลสำนักข่าวพิราบรายวันถึงกับสามารถหักหาญมือสังหารกระบี่ดำได้ครั้งหนึ่ง
                ทานากะใช้เอลในมือซ้ายก่อกำเนิดเป็นเอลที่สามอันเชี่ยวชาญ ร่ายสายลมปรารถนาพัดพาตามการเคลื่อนไหว ช่วยให้ร่างกายอันปราดเปรียวเคลื่อนไหวได้คล่องแคล่วกว่าเดิม กระแสลมเปลี่ยนทิศไปในทางที่ต้องการ หนุนเสริมท่าร่างและกระบี่ให้พุ่งไปด้านหน้าไวขึ้น กระบี่ดำสะบัดฉวัดเฉวียนบรรจงกัดกร่อนฤทธิ์เดชไม้พลองยาว ดูผิวเผินในช่วงแรกกระบี่ดำยังมิอาจทะลวงฝ่าเงาพลองอันแน่นหนาไปได้ แต่เชื่อว่าอีกร้อยกระบวนเพลงหากทานากะสามารถริดรอนเพลงกระบองของโรเมโร่ไปเรื่อยๆอย่างนี้ กระบี่ดำจะเป็นฝ่ายกุมชัยชนะในบั้นปลาย
                มีดสั้นของพริมมีโกร่งที่ด้ามจับโค้งเป็นรูปปีกผีเสื้อสามารถใช้ป้องกันนิ้วมือ ส่วนคมมีดเป็นสีครามหม่นเห็นได้ชัดว่ามีพิษร้ายแรงฉาบอยู่ ด้วยเหตุนี้มีดสั้นปลิกวิญญาณเล่มนี้จึงเรียกว่า‘ผีเสื้อสีคราม’
                แต่ทว่าลาโทน่ากลับต่อยหมัดอัดกระแทกเข้าปะทะกับมีดอาบยาพิษอย่างไม่เกรงกลัว พิษร้ายที่ฉาบอยู่บนมีดหากไม่สะกิดผิวให้เกิดบาดแผลก็มิอาจแทรกซึมเข้าไปในร่างกายได้ ในขณะที่ร่างกายขององครักษ์สตรีนางนี้กอปรไปด้วยพลังแห่งซันบรรจุไว้ มีความคงกระพันดังโลหะชั้นยอดมีดผีเสื้อสีครามมิอาจสะกิดผิวให้เกิดบาดแผล เปรียบเสมือนดาวข่มของมีดอาบยาพิษ
                พริมเปลี่ยนวิธีการต่อสู้จากการใช้มีดจ้วงแทงเป็นการร่ายเอลความมืดประสาน แสงสีดำสว่างวาบขึ้นเป็นท่ามายามหานิทราหมายจะกล่อมประสาทของลาโทน่าให้หลับใหล แต่การร่ายมายามหานิทรานั้นต้องใช้ระยะเวลาในการร่ายนานเป็นพิเศษ ลาโทน่าจึงฉกฉวยช่องว่างโหมหมัดสะบัดฝ่ามือเข้ารุกในระยะประชิด ไม่ยอมเปิดโอกาสใดๆให้ร่ายมายามหานิทราได้สำเร็จ ช่วงชิงความมีเปรียบจากอัศวินดำหมายเลขเก้าได้อย่างต่อเนื่อง
                ชานอนใช้ดรรชนีเทพยดาปรากฏเป็นแสงสีขาวสว่างเป็นลำจากนิ้วดั่งเส้นลวด เฉกเช่นศาสตราอาคมชนิดหนึ่ง สะบัดตรงไปยังแขนขวาของซิฟเฟอร์หมายจะม้วนเข้าที่ข้อมือฝ่ายตรงข้าม
                อาการบาดเจ็บเมื่อครู่เหมือนจะไม่ส่งผลต่ออัศวินดำผู้มีผมสีแดงสยายเท่าที่ควร ซิฟเฟอร์ใช้กระบี่เงินสัมผัสดรรชนีเทพยดาถ่ายทอดเอลสายฟ้าไปตามกระบี่ ก่อกำเนิดกระแสไฟฟ้าถ่ายทอดจากบริเวณที่อาวุธทั้งสองปะทะกัน ส่งผ่านไปตามเส้นลวดอันกำเนิดจากดรรชนีเทพยดาเข้าหาชานอนจนร่างสั่นสะท้าน ผลสุดท้ายชานอนจำต้องกัดฟันใช้เอลแห่งแสงภายในร่างเข้าต่อต้านกับเอลสายฟ้า ซึ่งดูเหมือนนางจะเป็นรองอยู่ขั้นหนึ่ง
                ชานอนเหลือบมองไปยังพริมเห็นท่าไม่ดี คำนึงถึงเหตุการณ์เนินเขาระเบิดที่เมืองโอดิน หากสตรีนางนี้เข้าตาจนปลดป้ายผนึกคิเมร่าออกแล้วบังคับมันให้พ่นเพลิงดั่งครั้งก่อน ไม่เพียงแต่พวกนางทั้งสี่เท่านั้น สำนักข่าวพิราบรายวันและผู้คนอีกหลายร้อยจะต้องพินาศไหม้เป็นเถ้าถ่าน ด้วยความคิดเช่นนี้ส่งผลให้ครูสาวลอบส่งสัญญาณให้กับสตีเฟ่นตามที่นัดแนะกัน เป็นสัญลักษณ์ยกเลิกปฏิบัติการในค่ำคืนนี้โดยสิ้นเชิง หาทางหนีรอดด่วนที่สุด
                สตีเฟ่นไม่ทราบต้นสายปลายเหตุที่แท้จริง แต่เมื่อเห็นสีหน้าและสัญลักษณ์ของยอดฝีมืออย่างชานอนจึงเชื่อถือไว้ก่อนเป็นดี พลันหยิบกริชคู่มือบรรจุซันทะลวงอย่างเต็มเปี่ยม เขวี้ยงอาวุธเข้าใส่ซิฟเฟอร์สุดแรง ตะโกนเสียงดังว่า “ทุกคนถอย!”
                ลาโทน่าและโรเมโร่เมื่อได้ยินเสียงของนาย ก็หาจังหวะหลุดพ้นจากการพัวพันของอัศวินดำทั้งสอง รุดเข้ามาหาสตีเฟ่นทันที เมื่อกริชคู่มือที่บรรจุพลังเต็มเปี่ยมพุ่งเข้าใส่ซิฟเฟอร์ เปิดโอกาสให้ชานอนมีเวลาน้าวคันธนูยิงศรออก บังคับมิให้ซิฟเฟอร์เปิดฉากรุกชั่วขณะ
                ทันใดที่ซิฟเฟอร์เสียจังหวะไปชั่วครู่ ชานอนพลันวิ่งเข้ามาใช้มือซ้ายขวาสัมผัสร่างคนทั้งสามเตรียมร่ายเอลแห่งมิติย้ายร่างพวกเขาออกไปด้านนอกตึก แต่กลับถูกสตีเฟ่นปัดมือออกระงับไว้ ด้วยความไม่เข้าใจจึงกล่าวด้วยไม่พอใจว่า “เจ้าทำอะไร!?”
                อัศวินดำทั้งสามเห็นดังนั้นจึงสบโอกาสอันดี กำลังจะโหมบุกเข้ามาพัวพันคนทั้งสี่แต่ก็ต้องชะงักงัน เมื่อสตีเฟ่นใช้ส้นเท้าที่บรรจุซันเต็มเปี่ยม กระแทกกระเบื้องข้างโลงบรรจุร่างของสตาร์จนแตกเป็นรู บังเกิดเสียงของกลไกเคลื่อนไหวดังครืนๆขึ้น
                พื้นตึกด้านล่างที่พวกสตีเฟ่นยืนอยู่พลันเปิดเป็นช่องสี่เหลี่ยม ร่างของคนทั้งสี่รวมทั้งโลงบรรจุร่างของสตาร์ได้ร่วงหล่นลงไปในรูอันมืดมิด จากนั้นพื้นตึกอีกชั้นหนึ่งก็ปิดลงอย่างรวดเร็ว แว่วเสียงตะโกนของสตีเฟ่นดังขึ้นมาจากพื้นด้านล่างว่า “ลาขาด พวกอัศวินดำ!”
สิ้นเสียงตะโกนทั้งผนังตึกและกำแพงเกิดเสียงดังราวกับว่าจะพังทลาย คานทั้งสองด้านที่ใช้ค้ำยันประตูหน้าหลังถล่มลงมาเป็นอันดับแรกปิดทางออกไปสิ้น ต่อจากนั้นผนังอิฐผนังปูนที่บุตามโครงสร้างของตึกก็เริ่มทับถมลงมาจากเบื้องบน ตึกที่ตั้งตระหง่านเป็นสัญลักษณ์ของที่พักบุคคลหมายเลขสองในสำนักข่าวพิราบรายวันยุบตัวลงมา ในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้าสิ่งก่อสร้างขนาดมหึมาจะเหลือแค่เพียงซากปรักหักพังแห่งหนึ่ง
สตีเฟ่นตั้งใจให้ตึกนี้เป็นที่ฝังร่างของอัศวินดำ นับว่าเป็นการแก้แค้นด้วยน้ำมือของสตาร์ทางอ้อม กลไกตึกถล่มเป็นกับดักที่เขาคิดขึ้นไว้ตั้งแต่ตอนสร้างสำนักข่าว จัดเตรียมไว้เป็นทางออกฉุกเฉินหากมีผู้บุกรุก ซึ่งในคราวนี้มันถูกดัดแปลงมาเป็นแผนทำร้ายอัศวินดำ หากเกิดเหตุสุดวิสัยขึ้นจะอาศัยเส้นทางนี้ฝังร่างพวกมันแล้วหลบหนีไป หากมิใช่เซียนวิเศษก็ยากที่จะรอดจากน้ำหนักหลายพันชั่งที่กดทับลงมา
ชะตาชีวิตของสามอัศวินดำผู้เก่งกล้าในทุกสมรภูมิจะเป็นอย่างไร?


Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
ศาสตราคู่กู้แผ่นดิน ตอนที่ 73 : เล่ม 3 - ตอนที่ 32 - ตำนานกระบี่เกล็ดน้ำค้าง (4) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 890 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android