คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

ศาสตราคู่กู้แผ่นดิน

ตอนที่ 74 : เล่ม 3 - ตอนที่ 33 - แผนปราบจระเข้ยักษ์ (1)


     อัพเดท 28 พ.ย. 50
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : มือเดียวค้ำฟ้า ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ มือเดียวค้ำฟ้า
My.iD: https://my.dek-d.com/eva00r
< Review/Vote > Rating : 99% [ 3,288 mem(s) ]
This month views : 48 Overall : 262,906
4,383 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 290 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
ศาสตราคู่กู้แผ่นดิน ตอนที่ 74 : เล่ม 3 - ตอนที่ 33 - แผนปราบจระเข้ยักษ์ (1) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 824 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


ภาคเหยียบย่างนครหลวง
9 กุมภาพันธ์ อศ. 226
 
ลูทกับแจ๊คสองคนเดินทางในป่าใช้เวลาวันหนึ่ง ระยะทางที่ทั้งสองคืบหน้าไปเรียกว่าไม่มากแต่ก็ไม่น้อย แจ๊คเป็นผู้ชำนาญทางในป่านอร์ซานแห่งนี้จริงดั่งที่เอ่ยอ้าง แต่เส้นทางในป่าสมบูรณ์นั้นค่อนข้างสลับซับซ้อนเดินทางได้ยากลำบาก พวกเขาทั้งสองจึงรุดหน้ามาได้ไม่ไกล้ไม่ไกลเช่นนี้
                ป่านอร์ซานเป็นป่าที่ปกคลุมพื้นที่ทางใต้ของแม่น้ำนอร์ริชและทางตะวันตกของแม่น้ำโลซานน่า กินพื้นที่ถึงสามเขตเมืองคือแองเจล นอร์โปลิสและโลซาน จากการที่ลูทเดินป่าอยู่วันหนึ่งก็พบว่าป่านอร์ซานแห่งนี้เป็นป่าดงดิบที่อุดมไปด้วยแมกไม้นานาพันธุ์สัตว์ป่านานาชนิด สังเกตรอยเท้าที่พื้นดินพบเห็นร่องรอยของพวกเสือสิงห์กระทิงแรดเดินเพ่นก่านกันว่อนไปหมด บางครั้งถึงกับเห็นกวางตัวเป็นๆฝูงหนึ่งวิ่งไปมาแทะเล็มใบหญ้าอยู่ตามริมฝั่งแม่น้ำโดยที่ไม่กลัวมนุษย์แต่อย่างใด
                พรานทั้งสองใช้เส้นทางเลียบฝั่งแม่น้ำยึดถือเอาแม่น้ำนอร์ริชน้อยเป็นเข็มทิศชี้ไปทางตะวันออก พยายามเดินลัดเลาะมิให้หลุดจากแนวแม่น้ำจะได้ไม่พลัดหลงเข้าไปในป่า
                “อีกนานไหมว่าเราจะถึงจุดหมาย” พรานหนุ่มเป็นผู้ถามขึ้นก่อน
                แจ๊คที่เดินนำหน้าอยู่กล่าวตอบทั้งๆที่ไม่หันหลังกลับมาว่า “น่าจะอีกประมาณวันหนึ่ง”
                พรานหนุ่มแห่งหมู่บ้านสวนเชอร์รี่พยักหน้าเข้าใจดี ปกติเวลาที่เดินป่ากับแม๊กซ์ผู้เป็นบิดาก็ใช้เวลาวันสองวันเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะที่ล่วงล้ำเข้าไปขอบเขตของสัตว์ร้ายอันตราย การเดินทางทุกฝีก้าวมิอาจประมาทได้ เพราะนั่นอาจเป็นภัยถึงแก่ชีวิต
ลูทกล่าวต่อไปว่า “พวกเราจะถึงถิ่นจระเข้ยักษ์นั่นก่อนหรือว่าจะถึงรังโจรแถวนี้ก่อน”
                “เจ้านี่ถามเซ้าซี้น่ารำคาญจริง จระเข้พวกนั้นอาศัยอยู่แถบลุ่มน้ำส่วนฐานที่มั่นของพวกโจรอยู่เลยขึ้นไปทางเหนือห่างกันไม่มากเท่าไร เพียงแต่พวกเราต้องข้ามแม่น้ำไป”
                “ข้ามแม่น้ำ? พวกเราจะข้ามไปได้อย่างไร?”
                แจ๊คหยุดเดินหันหน้ามากล่าวว่า “เจ้าซื่อบื้อหรือว่าแกล้งโง่กันแน่? ในเมื่อมีรังโจรหากไม่มีวิธีข้ามพวกมันจะข้ามแม่น้ำกันได้อย่างไร?”
                ลูทก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี ถามต่อไปว่า “แล้วพวกมันข้ามได้อย่างไร?”
                “แม่น้ำนอร์ริชน้อยชื่อมันก็บอกอยู่ทนโท่ว่าแคบ พวกโจรพวกนี้ออกปล้นสินค้ากลางลำน้ำดังนั้นพวกมันก็ต้องมีเรืออยู่จำนวนหนึ่ง หากไม่มีสะพานถาวรที่ใช้ในการข้ามไป พวกมันเพียงใช้เรือสิบกว่าลำมาล่ามโซ่เชื่อมโยงกัน ก็จัดสร้างเป็นสะพานเรือแห่งหนึ่งได้แล้ว อีกทั้งเป็นการปิดเส้นทางน้ำไปในตัวด้วย ด้วยเหตุนี้ถึงไม่มีใครกล้าใช้เส้นทางน้ำสายเล็กสายนี้”
                ลูทได้ยินเช่นนั้นก็ตกใจอุทานว่า “ว่ากระไร!? พี่ชายบอกว่าโจรใช้เรือสิบกว่าลำขวางลำน้ำอย่างนั้นหรือ?”
                แจ๊คเริ่มหงุดหงิดกล่าวว่า “เจ้าได้ยินไม่ผิดหรอก”
                ลูทกล่าวอย่างไม่เชื่อหูตัวเองว่า “แล้วพวกเราสองคนนี่หรือ จะเข้าไปปราบจระเข้ยักษ์ ทำลายรังโจร แล้วชิงเรือพวกมันฝ่าการปิดกั้นลำน้ำออกไป ทีแรกข้านึกว่าพวกมันเป็นโจรกระจอกเสียอีก?”
                แจ๊คพยักหน้าหัวร่อฮาๆกล่าวว่า “ดูท่าทางเจ้าคงต้องให้แพทย์ตรวจสมองดูสักรอบหนึ่งแล้ว พวกโจรที่มีศักยภาพปิดทางเดินเรือทั้งแม่น้ำได้สายหนึ่งจะเป็นโจรกระจอกได้อย่างไร? ข้าบอกแล้วว่าแม่น้ำนอร์ริชเล็กสายนี้ไม่มีคนใช้ก็เพราะพวกโจรเหล่านี้”
                คำกล่าวของแจ๊คเมื่อครู่เปรียบเสมือนการยัดน้ำขมเข้าปากของลูทไปอึกหนึ่ง จนในที่สุดจำต้องเอ่ยปากถามว่า “พี่รู้ไหมว่าโจรพวกนี้มีด้วยกันราวกี่คน”
                แจ๊คกล่าวทั้งๆที่สีหน้าไม่ผิดปกติว่า “เท่าที่ข้ารู้มา พวกมันมีอย่างน้อยร้อยหนึ่งอย่างมากสามร้อยขึ้นไป ขึ้นอยู่กับว่าพวกมันออกนอกฐานที่มันไปดักปล้นสินค้ากันสักเท่าใด”
                 “ในเมื่อรู้อย่างนี้แล้วยังชวนข้าไปถล่มรังโจรอีกหรือ?”
                แจ๊คยกมือขึ้นตบหน้าอกอันแข็งแกร่ง กล่าวด้วยเสียงอันใหญ่โตที่เป็นเอกลักษณ์ว่า “มีข้าอยู่ทั้งคน เจ้าจะไปกลัวอะไรกับโจรไม่กี่ร้อย ไม่ต้องพูดอะไรแล้วก็ตามมาเสียโดยดี เก็บแรงเอาไว้สู้กับจระเข้พรุ่งนี้ดีกว่า”
                ถึงลูทอยากกล่าวอะไรก็คงพูดไม่ออก เขารู้สึกเหมือนเป็นคนใบ้อมบอระเพ็ดมิอาจกล่าวอะไรได้อีก เรื่องจระเข้ยักษ์ที่กังวลมาหนึ่งวันเต็มๆคงมิใช่ปัญหาใหญ่ แต่การใช้คนสองคนต่อสู้กับโจรสามร้อย ไม่ทราบว่าสมองของแจ๊คเป็นสากกะเบือหรืออย่างไรที่คิดว่าจะปราบพวกโจรแล้วชิงเรือหนีไปได้?
 
ณ ทางลับในอุโมงค์ใต้สำนักข่าวพิราบรายวัน
                เบื้องล่างที่พวกชานอนร่วงหล่นลงไปมีกองทรายเนินหนึ่งรองรับการกระแทกไว้ มองไปรอบด้านเห็นเป็นอุโมงค์ทางลับที่สามารถเชื่อมต่อกับภายนอก นอกจากสตีเฟ่น สตาร์และโรเมโร่เพียงสามคนแล้วไม่มีบุคคลอื่นใดในสำนักข่าวรายวันล่วงรู้ถึงทางลับสายนี้ แม้แต่ลาโทน่าเองก็ยังไม่ทราบ
                ทั้งหมดเดินเท้าในอุโมงค์ขึ้นไปทางทิศเหนือเรื่อยๆ สตีเฟ่นอธิบายว่าอุโมงค์นี้จะเป็นทางเดินใต้ดินไประยะหนึ่งจนเชื่อมต่อกับถ้ำแถบภูเขาอาเรสแนวตะวันออก ออกแบบเอาไว้สำหรับเป็นทางลับหลบหนีและเป็นกับดักกำจัดศัตรูผู้ติดตามพร้อมกัน หากไม่จำเป็นจริงๆถึงขนาดมียอดฝีมือมารังควาญพวกเขาก็จะไม่ใช้เส้นทางสายนี้ การรุกรานของอัศวินดำจำนวนสามคนเมื่อคืนก่อนเป็นเหตุที่ทำให้อุโมงค์ลับถูกเปิดใช้เป็นครั้งแรก
                ภายในอุโมงค์จัดสร้างห้องลับเอาไว้ห้องหนึ่งภายในมีข้าวปลาอาหารแห้ง น้ำดื่ม ชุดเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย อุปกรณ์ปฐมพยาบาล ยารักษาโรคและยาแก้พิษครบถ้วน เมื่อคืนก่อนพวกชานอนทั้งสี่นอนพักกันที่นี่  ก่อนที่จะออกเดินทางสตีเฟ่น ลาโทน่าและโรเมโร่ต่างผลัดเปลี่ยนชุดเสื้อผ้าแปลงโฉม สามชุดมอซอไม่บ่งบอกฐานะปลอมตัวเป็นชาวบ้านธรรมดา ทั้งสามจึงไม่หลงเหลือคราบของบุคคลชั้นสูงอีกต่อไป
                สตีเฟ่นที่เดินนำทางอยู่หน้าสุดกล่าวว่า “ทางออกของถ้ำแห่งนี้มีด้วยกันสองทาง ทางหนึ่งอยู่ก่อนที่จะถึงช่องเขาอาเรส อีกทางหนึ่งจะทะลุภูเขาอาเรสแนวตะวันออกไปยังอาณาจักรนอร์ เชื่อมต่อกับถนนที่ตัดตรงไปยังเมืองโลซาน”
                ชานอนถามว่า “ต่อไปเจ้าคิดว่าจะดำเนินการอย่างไร? หากกลับไปยังสำนักข่าวพิราบรายวันในตอนนี้เกรงว่าจะไม่ปลอดภัย”
                สตีเฟ่นพยักหน้าเห็นด้วยกล่าวว่า “ข้าจะส่งโรเมโร่กลับไปดูแลสำนักข่าว ส่วนตัวข้าและลาโทน่านั้นจะมุ่งไปยังเมืองโลซาน เพื่อที่จะขึ้นเหนือไปนครหลวงนอร์โปลิสตามกำหนดนัดของผู้ปกครองจอห์น เส้นทางในอุโมงค์ใต้ดินลัดตัดทะลุหุบเขาสายนี้นับว่าเป็นเส้นทางที่ดีที่สุดในแผ่นดิน ทั้งปลอดภัย ไม่เปิดเผยร่องรอยและใช้ระยะเวลาในการเดินทางสั้นกว่าการเดินทางบนถนนเบื้องบน ถึงแม้ว่าจะต้องจ่ายค่าตอบแทนเป็นตึกหลังหนึ่งก็เถอะ”
                โรเมโร่ที่ปกติไม่ค่อยเอ่ยปากในเวลานี้ได้ถามคำถามขึ้นว่า “ท่านประธานจะให้ข้าจัดการกับเรื่องนี้อย่างไรดี?”
                สตีเฟ่นตอบว่า “ข้าได้วางแผนเอาไว้แล้ว รบกวนเจ้าช่วยประกาศกับพนักงานในสำนักข่าวว่าข้าจงใจระเบิดตึกที่อยู่ของสตาร์ทิ้ง เพราะไม่ต้องการให้ตึกหลังนี้อยู่เพื่อตอกย้ำจิตใจที่บอบช้ำอีก ติดประกาศด้วยเอกสารที่มีตราพิราบรายวันของข้าประทับในจุดที่เด่นที่สุด พร้อมทั้งแจ้งต่อทางการเมืองออรอนเสียแต่เนิ่นๆ การกระทำเหล่านี้จะช่วยขจัดความสงสัยของผู้คนไปได้ส่วนหนึ่ง ส่วนเรื่องที่ข้าอยู่ๆก็หายตัวไปนั้น เจ้าสามารถประกาศออกไปได้ว่าข้าเดินทางเป็นการลับไปพักผ่อนสงบจิตสงบใจจากความเศร้าโศกในที่ห่างไกล ไม่ต้องการให้ผู้ใดเข้ามาข้องแวะด้วย หากมีคนของท่านผู้ปกครองอาณาจักรจอห์นมาขอพบ ถึงค่อยบอกความจริงว่าข้ากำลังอยู่ระหว่างการเดินทางไปหาท่อนจอห์นที่นครนอร์โปลิส มิอาจเปิดเผยร่องรอยได้เพราะเกรงจะปัญหาในเรื่องความปลอดภัย เช่นนี้คงจะเรียบร้อย”
                โร่เมโร่รับคำครั้งหนึ่ง กล่าวว่า “ข้าจะจัดการเรื่องทั้งหมดให้เรียบร้อย ท่านประธานไม่ต้องเป็นห่วง”
                สตีเฟ่นกล่าวขึ้นมาด้วยความกังวลว่า “ไม่รู้ว่ากับดักถล่มตึกของพวกเราสามารถใช้การได้เพียงไหน อัศวินดำที่มีฝีมือเป็นเลิศอย่างซิฟเฟอร์คนนั้นคงสามารถทะลวงฝ่าออกไปได้ ข้ามิได้เล็งผลว่ากับดักระดับนี้จะสังหารมันได้ตั้งแต่แรก แต่เป็นอัศวินดำอีกสองคนที่มีฝีมือต่ำกว่าที่เป็นเป้าหมายที่แท้จริง”
                ชานอนได้ยินเช่นนั้นจึงกล่าวว่า “ซิฟเฟอร์สมควรเอาตัวรอดได้ถึงสิบส่วน กับดักเพียงเท่านั้นทำให้มันบาดเจ็บได้บ้างก็นับว่าคุ้มมากแล้ว ขนาดข้าใช้หนึ่งศรร้อยเศียรยิงออกสุดกำลังยังแลกมาได้แค่อาการบอบช้ำเพียงเล็กน้อย ส่วนอัศวินดำอีกสองรายมีโอกาสอยู่เพียงกึ่งหนึ่งที่กับดักตึกถล่มจะใช้ได้ผล คนหนึ่งเป็นอัศวินดำที่ถนัดในการลอบสังหาร สามารถเคลื่อนไหวได้รวดเร็วไปมาดุจสายลม ส่วนอีกคนหนึ่งเป็นรูนนิคที่สามารถปลดผนึกเรียกสัตว์มายาออกมาได้ หากพวกมันมีปฏิกิริยาที่ว่องไวถึงขั้นหนึ่งคงจะหนีรอดออกมาได้”
                สตีเฟ่นจึงกล่าวว่า “รูนนิค? ... นี่คงจะเป็นอีกเหตุผลหนึ่งใช่หรือไม่ที่เจ้าส่งสัญญาณยกเลิกแผนการกับข้า มิให้การต่อสู้นั้นยืดเยื้อออกไป”
                ชานอนพยักหน้าแล้วกล่าวว่า “อัศวินดำที่เป็นสตรีชาวเอนเซลนั่นสามารถเรียกสัตว์มายาอันแข็งแกร่งเทียบเท่าคิเมร่าได้ เมื่อหลายวันก่อนที่เมืองโอดินนางใช้มันยิงลำแสงทะลวงขึ้นฟ้า เจาะอุโมงค์สายหนึ่งจากคุกใต้ดินทะลวงผิวดินขึ้นไป เกิดเป็นเสียงระเบิดดังไปทั่วทั้งเมือง มีความรุนแรงมากกว่าเอลระดับจอมปราชญ์ขั้นสูงเสียอีก ข้าเกรงว่าหากคิเมร่าปล่อยลำแสงชนิดเดียวกันอีกครั้งพวกเราเองอาจจะต้านรับไว้ไม่อยู่”
                ความจริงแล้วชานอนเองมั่นใจว่าสามารถต้านรับได้ แต่นั่นจำกัดอยู่ที่ตัวเองผู้เดียว ในขณะนี้ความปลอดภัยของพวกสตีเฟ่นทั้งสามสำคัญยิ่งกว่า ทำให้นางตัดสินใจเลือกทางเลือกที่ปลอดภัยอันดับหนึ่งเอาไว้ก่อน หากจู่โจมสังหารซิฟเฟอร์ไม่ได้ในครั้งนี้ยังมีโอกาสครั้งหน้า แต่ถ้าสำนักข่าวพิราบรายวันถูกลำแสงของคิเมร่าสลายไป คงไม่มีโอกาสที่ผู้คนเหล่านั้นจะคืนชีพขึ้นมาอีก เป็นไปมิได้ที่จะร่ายเอลสร้างร่างไร้วิญญาณขึ้นมาใหม่จากความว่างเปล่า
                สตีเฟ่นได้ยินเช่นนั้นจึงเข้าใจ เมื่อพวกเขาทั้งสามมีหนทางที่จะไปต่อชัดเจนแล้วจึงถามชานอนว่า “ส่วนทางด้านของเจ้า ต่อไปมีจุดหมายอย่างไร?”
                ชานอนใช้ความคิดนิ่งไปสักพักหนึ่งแล้วจึงตอบว่า “ข้าคิดว่าจะกลับไปยังเมืองโอดิน”
                สตีเฟ่นถามด้วยความสงสัยว่า “เจ้าไม่ไปนอร์โปลิสกับข้าอย่างนั้นหรือ เผื่อจะได้สมทบกับพวกไกด้วยกันที่นั่นอย่างที่เจ้าเคยบอก”
                 “ข้ายังมิอาจมุ่งตรงไปยังนครหลวงนอร์โปลิส เมืองโอดินเป็นพื้นที่ที่อัศวินดำหมายปอง พวกมันจะนำกำลังเข้ายึดเมื่อใดก็มิอาจทราบ เวลานี้ผู้อำนวยการทอริอุสน่าจะกลับมาประจำอยู่ ข้าจึงสมควรที่จะไปเตือนให้ผู้อำนวยการระวังภัย ขอให้ท่านช่วยเปิดเส้นทางหลบหนีจากโรงเรียนเซนต์เอลลิส หาทางช่วยเหลือบรรดาครูและนักเรียนภายในโรงเรียนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เมื่อเสร็จภารกิจนี้แล้วข้าจึงจะไปสมทบกับพวกเจ้าที่นอร์โปลิส”
                 “ตกลงตามนี้ ข้าให้สัญญาว่าจะรอพบเจ้าอยู่ที่นอร์โปลิส หากไม่ตายไปเสียก่อน”
                ชานอนยิ้มครั้งหนึ่งกล่าวตกลงรับคำมั่นสัญญา ทั้งสองเอ่ยคำอำลาแล้วแยกทางกัน ชานอนเดินทางไปกับโรเมโร่อาศัยทางออกที่พรมแดนเมืองโอดินกลับสำนักข่าวรายวัน        ซึ่งทีแรกนางคาดว่าจะใช้จุดเคลื่อนย้ายของเมืองออรอน ในการย้ายร่างข้ามมิติไปเดินทางไปเมืองโอดินในระยะเวลาอันสั้น แต่พอคิดอีกทีกลับเห็นว่าการใช้จุดเคลื่อนย้ายเป็นการเปิดเผยร่องรอยโดยใช่เหตุ จึงขอให้โรเมโร่ช่วยจัดหารถม้าให้นางคันหนึ่ง โดยสารไปยังเมืองโอดินจะสะดวกกว่า
                ชานอนถอนหายใจครั้งหนึ่ง เรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วงสามสี่วันที่ผ่านมายิ่งตึงมือขึ้นเรื่อยๆ เกินกว่าที่คนเพียงกลุ่มหนึ่งจะรับผิดชอบไหว ในขณะที่ผู้บัญชาการของฝ่ายตรงข้ามในเมืองโอดินเป็นถึงรองหัวหน้าหน่วยอัศวินดำ สตรีที่มีตำแหน่งรองจากเซเบอรอสเพียงผู้เดียวขนาดการต่อสู้กับซิฟเฟอร์นางยังไม่มั่นใจ หากต้องวัดฝีมือกับคอร์เนเลียเอลลิสผู้มีความสำเร็จถึงขั้นเหนือเมฆาจะเป็นอย่างไร


Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
ศาสตราคู่กู้แผ่นดิน ตอนที่ 74 : เล่ม 3 - ตอนที่ 33 - แผนปราบจระเข้ยักษ์ (1) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 824 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android