คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

ศาสตราคู่กู้แผ่นดิน

ตอนที่ 81 : เล่ม 3 - ตอนที่ 34 - ปฏิบัติการระทึกขวัญ (4)


     อัพเดท 12 ธ.ค. 50
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : มือเดียวค้ำฟ้า ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ มือเดียวค้ำฟ้า
My.iD: https://my.dek-d.com/eva00r
< Review/Vote > Rating : 99% [ 3,288 mem(s) ]
This month views : 39 Overall : 262,897
4,383 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 290 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
ศาสตราคู่กู้แผ่นดิน ตอนที่ 81 : เล่ม 3 - ตอนที่ 34 - ปฏิบัติการระทึกขวัญ (4) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 821 , โพส : 0 , Rating : 100% / 1 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


พวกบลูทั้งสามเดินทางต่อมาได้อีกระยะหนึ่ง เริ่มจะเห็นรอยทางเดินในป่าชัดเจนมากขึ้น จนทุกคนรู้สึกได้ว่าหมู่บ้านเบื้องหน้าต้องอยู่ไปไม่ไกลสักเท่าใด
                โรซาไลน์อาศัยท่างร่างปีนขึ้นไปบนต้นไม้ต้นหนึ่ง มองลงมาจากมุมสูงสำรวจเส้นทางเบื้องหน้า เมื่อเห็นเบาะแสจึงลงจากต้นไม้มาพร้อมกับรอยยิ้มทั่วใบหน้ากล่าวว่า “ข้าเห็นหมู่บ้านอยู่ห่างออกไปไม่กี่ร้อยวา คิดว่าอีกไม่เกินสิบนาทีพวกเราก็คงจะถึง”
                บลูกล่าวชมเชยว่า “ความดีความชอบทั้งหมดหากไม่ยกให้เจ้าก็คงไม่มีผู้ใดเหมาะสมไปกว่า หากมิได้เจ้าพวกเราคงจะถูกหน่วยลาดตระเวนของมิดาสพบเห็นร่องรอยไปนานแล้ว”
                ไกพยักหน้ากล่าวว่า “ข้าเองก็เห็นด้วยกับบลู เจ้าทำหน้าที่ได้เยี่ยมยอดมาก”
                โรสถูกชื่นชมก็ยิ้มอย่างภูมิใจเล็กๆ กล่าวว่า “ขอบคุณพวกเจ้ามาก แต่นี่ก็วันที่สิบเข้าไปแล้ว ห่างจากวันเปิดประชุมสภาเพียงอาทิตย์เศษ”
                มือปราบชั้นหนึ่งที่มีประสบการณ์มากที่สุดกล่าวว่า “จากจุดนี้ถ้าต้องเดินเท้าคงจะรุดไปไม่ทันเสียแน่ ดูท่าพวกเราคงไม่มีหนทางอื่นนอกจากอาศัยพวกชาวบ้านขอยืมเรือลำหนึ่งแล่นไปยังนครหลวง จากนั้นคงจะต้องไปเสี่ยงโชคเอากลางแม่น้ำว่าพวกเราจะฝ่าออกไปได้หรือไม่ ขณะนี้ฝ่ายมิดาสได้เปรียบอยู่เต็มประตู พวกมันสามารถนิ่งเฉยคุมแนวป้องกันบีบบังคับให้พวกเราเสียเวลา เมื่อผ่านไปอีกสิบวันพวกเราจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไปโดยปริยาย”
                บลูทำท่าครุ่นคิดกล่าวว่า “ข้าเองมิได้นึกถึงประเด็นนั้น มิน่าเล่าพวกมันจึงไม่ส่งกองกำลังเข้ามาค้นหาพวกเราอย่างถ้วนถี่ นี่นับว่ามิดาสวางหมากซ้อนเอาไว้อีกชั้นหนึ่งโดยที่ข้าไม่รู้ตัว ... ว่าแต่พวกชาวบ้านจะยอมให้เรายืมเรืออย่างนั้นหรือ ถ้าหากไม่ได้จะทำอย่างไร?”
                “คงจะต้องปลอมแปลงเป็นชาวบ้านเล็ดรอดร่างแหของมิดาสออกไป โอกาสสำเร็จคงมีไม่มากนัก แต่ถ้าเราได้พักฟื้นอย่างเต็มแรงที่หมู่บ้านสักคืนหนึ่งคงจะสามารถวัดดวงดูได้สักครั้ง”
                โรซาไลน์เดินนำหน้าต่อไปพลางกล่าวว่า “สวรรค์จะเข้าข้างพวกเราหรือไม่อีกไม่เกินสิบนาทีก็คงจะได้รู้กันแล้ว” พอกล่าวจบจึงก้าวเท้าเดินนำทางเพื่อนทั้งสองไปยังหมู่บ้าน
                นางสังเกตเส้นทางที่พวกตนเดินอยู่มีผลไม้ป่าและพืชที่เป็นสมุนไพรขึ้นอยู่หลากหลาย แอบเก็บพืชที่คิดว่าน่าจะนำมาทำตัวยารักษาไว้สองสามชนิด ปลิดผลไม้ป่ามาสามสี่ลูกเก็บเอาไว้เผื่อฉุกเฉิน จากร่องรอยของต้นไม้พวกนี้เห็นว่ามีชาวบ้านมาปลิดผลไม้ไปบ้างพอสมควร
                ผ่านไปสิบนาทีในที่สุดพวกเขาทั้งสามเดินทางก็รุดมาถึงหมู่บ้าน พบเห็นป้ายบอกชื่อตรงทางเข้าหมู่บ้านเขียนไว้ว่า “หมู่บ้านพนาสุข”
                แต่สิ่งที่กำลังต้อนรับพวกเขาตรงกันข้ามกับชื่อหมู่บ้านโดยสิ้นเชิง ปรากฏเป็นลูกศรดอกหนึ่งลอยโค้งมาปักลงที่เบื้องหน้าโรซาไลน์ จนบลูต้องฉุดรั้งข้อมือของนางไว้มิให้ก้าวเดินไปอีกก้าวหนึ่ง อีกครู่หนึ่งก็เห็นชาวบ้านหลายสิบคนกรูกันออกมาเป็นหมู่คณะ ถืออาวุธครบมือเล็งธนูหน้าไม้หลายสิบอันมายังพวกเขาทั้งสาม ได้ยินเสียงชายคนหนึ่งตะโกนดังขึ้นว่า “ไม่ผิดแน่ ชายสองหญิงหนึ่ง พวกมันเป็นนักโทษต้องสงสัยที่ท่านมิดาสสั่งให้จัดการ ปล่อยธนู!”
                ลูกศรหลายสิบลูกลอยโค้งผ่านท้องฟ้าพุ่งเข้ามาหาพวกเขาทั้งสาม ทางออกทางเดียวที่มีในตอนนี้กลับกลายเป็นทางตันไปเสีย
 
แจ๊คเห็นลูกศรเกือบร้อยดอกพุ่งมาจึงหยุดการตะลุยเข้าไปในหมู่โจร รีบฉุดดึงลูทก้มตัวลงพุ่งเข้าใต้ท้องเรือ ใช้เรืออีกลำหนึ่งเป็นที่กำบังหลบรอดลูกธนูห่าแรกไปได้อย่างฉิวเฉียด แม้แจ๊คจะเป็นยอดฝีมือหาผู้ใดเปรียบได้ยาก แต่ก็มิใช่เซียนวิเศษที่จะต้านรับห่าฝนลูกธนูได้มากมายปานนี้
                เสียงโครมครามดังต่อเนื่องมาจากเบื้องหลัง จระเข้ยักษ์อาละวาดมาถึงเรือลำที่ซ่อนตัวอยู่ ดั่งภาษิตที่ว่าหนีเสือปะจระเข้ไม่ผิดเพี้ยน ทั้งสองรู้สึกได้ถึงการกระแทกอย่างรุนแรงครั้งหนึ่ง ตัวเรือเอียงวูบลง ร่างของจระเข้ยักษ์ที่ตามแจ๊คและลูทมาถูกรับห่าฝนลูกศรเข้าไปเต็มๆ พลันโผออกไปเบื้องหน้าข้ามเรือที่ทั้งสองซ่อนตัวอยู่ไป ยึดถือฝูงโจรเป็นเป้าหมายหลัก พุ่งเข้าทำร้ายเป็นการใหญ่
                ที่จระเข้ยักษ์ไล่ตามแจ๊คมาเป็นเพราะว่าเขาปักชิมิทท่าร์จากปนลงล่างเสียบทะลุปากมันครั้งหนึ่ง ก่อให้เกิดอาการบ้าคลั่งถึงขนาดนี้ พรานใหญ่อาศัยความพิโรธของเดียรัจฉานดำน้ำล่อมันเข้าไปในฝูงโจรทำให้พวกมันต่อสู้กันเอง จนถึงบัดนี้จระเข้ยักษ์ยังเคียดแค้นไม่หาย แต่ท้ายที่สุดแล้วสัตว์ไร้สมองก็ถูกเล่ห์เหลี่ยมของพรานใหญ่ล่อหลอกให้จู่โจมผิดเป้าไปอีกครั้ง
                แจ๊คฝืนลำเรือไม่ให้จมลง รวบรวมซันไว้ที่ส้นเท้าเต็มกำลังเหยียบเท้ากระทืบทีหนึ่งที่กาบเรือฝั่งขวา ออกแรงต้านกับแรงปะทะของจระเข้ทางฝั่งซ้ายไม่ให้เรือพลิกคว่ำ รอดพ้นชะตากรรมตกน้ำได้อย่างหวุดหวิด
                ลูทหันหลังพิงฝาพักหอบหายใจอยู่ใต้ท้องเรือ ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายของบรรดาโจรที่ต่อสู้กับจระเข้ดังลั่น จึงกล่าวว่า “ยังเหลือแผนอะไรอีกไหมพี่ชาย?”
                แจ๊คนั่งอยู่เคียงข้างกล่าวว่า “นำเรือลำนี้ออกไปก่อนแล้วค่อยว่ากัน”
                เนื่องจากจระเข้ชนโซ่ล่ามเรือจนขาดหมด การสะเดาะกุญแจจึงไม่จำเป็นต้องกระทำอีก แจ๊คกับลูททั้งสองจึงช่วยกันกางใบเรือจ้วงพายอย่างเต็มที่ แยกเรือลำหนึ่งออกจากสะพาน  เมื่อแล่นห่างไปจากตัวสะพานประมาณห้าหกก้าวแจ๊คพลันกล่าวว่า “จำไว้น้องชาย โอกาสมีอีกเพียงครั้งเดียว อย่าได้ทำพลาดเป็นอันขาด”
                ลูทจ้วงพายเรืออย่างเต็มที่รับฟังคำกล่าวอย่างตั้งใจ เห็นแจ๊คกล่าวพร้อมชี้มือขึ้นไปบนเกาะว่า “ข้าจะบุกขึ้นเกาะไปในแนวถังน้ำมันนั่น เมื่อจระเข้ยักษ์เห็นข้ารับรองว่ามันต้องจดจำข้าได้และติดตามข้าไป ทันทีที่เจ้าเห็นสัญญาณมือก็จงปล่อยศรทำลายถังน้ำมันพวกนั้นเสีย เผาทั้งจระเข้และเหล่าโจรไปพร้อมกัน”
                ลูทตกใจเมื่อได้ยินว่าแจ๊คจะบุกเดี่ยวเข้าไป กล่าวว่า “ไหวหรือพี่ชาย?”
                แจ๊คกล่าวตอบด้วยความเชื่อมั่นว่า “ข้าคือแจ๊ค ไดรเนอร์พรานอันดับหนึ่งในแผ่นดิน ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่ เจ้ายิงธนูให้แม่นก็พอ จำเอาไว้ทุกประการอยู่ที่ศรดอกนี้” พอกล่าวจบก็กระโดดออกจากเรือพร้อมชิมิทท่าร์เล่มเดิม วิ่งไปยังสะพานเรือเมื่อครู่บุกเดี่ยวขึ้นฝั่ง อาศัยแนวที่จระเข้ยักษ์แหวกเป็นช่องบุกตะลุยตามเข้าไป มือธนูที่ยังอยู่ในสภาพโกลาหลจากการหนีตายมิอาจปล่อยศรขัดขวางการทะลวงแนวป้องกันของแจ๊คได้เลย
                ลูททราบว่าช่วงเวลาอันล้ำนี้มิอาจสูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์จึงจ้วงพายเรือออกสุดกำลัง เมื่อใบเรือกินลมตัวเรือจึงสามารถแล่นด้วยความเร็วสูง ตีวงโค้งออกจากแนวสะพานมาหลายสิบวา เป้าหมายคือแนวถังน้ำมันพวกนั้น
                แจ๊คบุกเข้าไปเกือบจะถึงริมฝั่งตรงข้ามเห็นขุนโจรเดรคดาหน้าเข้ามาต้านรับเขาเอาไว้ หัวหน้าโจรนามกระเดื่องรายนี้เป็นบุรุษร่างใหญ่พอกันกับแจ๊ค มีผิวขาวผมแดงเข้มจนเกือบดำ หน้าตามีเค้าส่วนผสมระหว่างชาวนอร์และชาวเอนเซล ในมือสองข้างถือดาบโค้งขนาดสั้นเรียกว่า ‘คัทลาส’คู่หนึ่ง มีความยาวประมาณหนึ่งศอกเศษ หรือประมาณสองในสามของความยาวชิมิทท่าร์ในมือแจ๊ค
                ขุนโจรเดรคใช้เอลแห่งน้ำออกเป็นท่ากระสุนวารียิงตรงมาที่แจ๊คสองครั้งซ้อน ความเร็วและความรุนแรงเทียบได้กับบลู แต่แจ๊คกลับไม่เห็นกระสุนวารีอยู่ในสายตา ตวัดดาบชิมิทท่าร์ฟันออกด้วยเพลงดาบอันล้ำเลิศ ขณะที่ดาบกับกระสุนวารีกำลังจะกระทบกัน แจ๊คพลันบรรจุซันในร่างเข้าที่คมดาบอย่างรวดเร็ว เกิดเป็นซันเชือดเฉือนฟันกระสุนวารีขาดออกเป็นสองท่อน พอเร่งเร้าซันถึงขีดสุดในชั่วพริบตาก็ปรากฏประกายตาสว่างวูบขึ้นมาวาบหนึ่ง แล้วพลันสลายการบรรจุซันลงในศัสตราวุธทันที
                แจ๊คหัวเราะฮาๆตะโกนว่า “มีอย่างที่ไหนเป็นถึงขุนโจรแต่ใช้เอลได้เพียงเท่านี้?”
                ขุนโจรไม่ทันตอบอะไรพลันเกิดเหตุไม่คาดฝัน จระเข้ยักษ์สะบัดหางใส่แจ๊คและตัวมันเองทางด้านหลัง เห็นได้ชัดว่าทั้งคู่มิอาจหลบพ้น แจ๊คหันหลังกลับไปบรรจุซันใส่ชิมิทท่าร์ในยามคับขัน ตั้งคมขึ้นรับแรงกระแทกจากปลายหางของสัตว์ร้าย
เสียงร่างกระทบน้ำดังตูมๆต่อเนื่องกัน ทั้งแจ๊คทั้งขุนโจรต่างก็ถูกหางจระเข้ฟาดใส่ตกลงแม่น้ำไม่รู้เป็นตายร้ายดีอย่างไร
                ลูทเหม่อมองร่างแจ๊คถูกหางจระเข้ฟาดใส่จนแทบไม่เชื่อสายตา แล้วนี่เขาจะทำอย่างไรหากพรานใหญ่ตกตายไปในสภาพเช่นนี้? ทันใดที่เสียสมาธิพลันปรากฏร่างของแกนนำโจรสองคนปีนขึ้นมาบนเรือสำเร็จ หนึ่งหัวล้านหนึ่งมีผมเต็มศีรษะ ทั้งสองใช้คัทลาสคนละเล่มฟันใส่ลูทที่สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว!
                ฉัวะ! โลหิตสดๆไหลออกมาจากต้นแขนซ้ายและต้นขาขวาอย่างละแผล ลูทต้องรีบดึงสติกลับมากัดฟันสะกดอาการบาดเจ็บ ยังดีที่ แผลไม่ลึกมากจึงไม่กระทบกระเทือนต่อการเคลื่อนไหว
                “ทิ้งชีวิตไว้ที่นี่!” แกนนำโจรทั้งสองกล่าวเป็นเสียงเดียวกัน
                “ชีวิตของพวกเจ้ากระมัง!?” พรานหนุ่มขวางกระบี่เขี้ยวราชสีห์ต้านรับเพลงดาบต่อเนื่อง โคจรพลังตามแนวทางของซันสะบัดออกไปเกิดเป็นเสียงคำรามดังกระหึ่มของท่าราชสีห์คำรณ แกนนำโจรที่หัวล้านไม่ใช่ชั่วต้านรับท่าราชสีห์คำรณเอาไว้ได้สะบัดเท้าโต้ตอบกลับมา ลูทถูกเตะเข้าเท้าหนึ่งจนเซเสียหลักแทบจะตกลงแม่น้ำ แกนนำโจรอีกคนหนึ่งสบโอกาสจึงใช้คัทลาสฟันมาทางขวาง แฝงพลังซันเชือดเฉือนหมายจะปลิดปลงสังหารในดาบเดียว ลูทอาศัยไหวพริบดีดตัวตามแรงจากเท้าของแกนนำโจรหัวล้าน เอนร่างไปด้านหลังหลบรอดคมดาบไปได้ แล้วกรีดกระบี่เขี้ยวราชสีห์เข้าที่คอหอยเป็นการตอบแทน
                เรือโคลงอีกวูบหนึ่งเนื่องจากมีบุรุษสามคนสู้รบกันอยู่บนเรือลำนิดเดียว ลูทอาศัยจังหวะนั้นตะปบปลอกกระบี่ด้วยมือซ้ายฟาดเข้าที่ขาแกนนำโจรหัวล้านจนทำให้ตกน้ำไป แต่กลับถูกแกนนำโจรอีกคนหนึ่งใช้คัทลาสปัดกระบี่เขี้ยวราชสีห์จนหลุดมือ ปลายปักลงบนพื้นเรือเหลือเพียงปลอกกระบี่ในมือซ้าย
                แจ๊คโผล่ศีรษะขึ้นพ้นน้ำรู้สึกมึนพอสมควรจากแรงกระแทกของหางจระเข้ตัวเขื่อง ตำแหน่งที่ยืนอยู่เป็นตลิ่งที่มีน้ำท่วมแค่หัวเข่า พื้นดินเป็นโคลนตม รอบข้างปรากฏศรดอกแล้วดอกเล่ายิงเข้าใส่จระเข้ที่ไล่ทำร้ายคน ขุนโจรเดรคที่มีพลังฝึกปรือน้อยกว่าเขาได้รับบาดเจ็บจากการที่ถูกหางจระเข้ฟาดเข้าไปจนแทบลุกไม่ขึ้น นี่มิใช่ว่าขุนโจรเดรคใช้การไม่ได้ถึงเพียงนี้ แต่เป็นเพราะพรานใหญ่ผู้นี้เก่งกาจกว่ามากต่างหาก
                แจ๊คเห็นว่าขณะนี้เป็นโอกาสอันดี จึงวิ่งปนว่ายน้ำหนีมีสภาพทุลักทุเลเข้าหาแนวถังน้ำมัน ใช้ชิมิทท่าร์ในมือปัดป่ายลูกศรบางดอกที่ยิงเข้ามา รู้สึกได้ว่าเบื้องหลังถูกจระเข้ยักษ์ว่ายน้ำไล่กวดมาติดๆ ทุกอย่างนับว่าเข้าทางตามแผนที่วางไว้ เหลือเพียงศรเพลิงดอกหนึ่งก็จะสำเร็จ
“มารดามันเถอะ” พอแจ๊คหันหน้ามองไปทางเรือกลางแม่น้ำก็ปวดเศียรเวียนเกล้าจนต้องอุทานออกมาอย่างไม่รู้ตัว ภาพที่เห็นคือลูทอยู่ในสภาพกึ่งนั่งกึ่งนอนชันร่างท่อนบนขึ้นมา มือซ้ายถือฝักกระบี่ต้านรับดาบคัทลาสของแกนนำโจรที่ยืนอยู่ เสียเปรียบอย่างยิ่งยวด เขาจะไปช่วยก็คงจะไม่ทันการณ์ได้แต่ร้องตะโกนบอกลูทว่าให้หาทางเอาตัวรอดแล้วยิงธนูมาภายในหนึ่งนาที
                ลูทได้ยินเสียงแจ๊คแต่จะทำอย่างไรได้ ตัวเขาเองยังแทบเอาไม่รอด ประกายดาบวูบวาบของแกนนำโจรผุดขึ้นอีกสองครั้ง พรานหนุ่มใช้ฝักกระบี่ต้านรับได้หนึ่งดาบ อีกดาบหนึ่งพุ่งเฉียดข้อมือขวา ถูกคมดาบปาดจนโลหิตหลั่งไหลเป็นแผลที่หกหรือเจ็ดก็ไม่ทราบได้ ลูทไม่รู้จะทำอย่างไรดี หากเป็นแบบนี้ต่อไปทั้งเขาและแจ๊คคงต้องฝั่งร่างอยู่ใต้แม่น้ำนอร์ริชน้อยเสียร้อยส่วน
                แกนนำโจรเจ็บแค้นใจที่ยังสังหารลูทไม่ได้เสียทีจึงฟันดาบลงมาอย่างสุดแรง หมายให้ดาบนี้เป็นดาบปลิดชีวิต ลูทที่ตกอยู่ในสภาพจนตรอกไม่คิดถึงเรื่องอันใดทั้งสิ้นใช้ปลอกกระบี่ฟาดฟันออกไปหวังต้านทานให้ได้นานที่สุด
มือซ้ายของลูทพลันเปล่งแสงขึ้นครั้งหนึ่ง ปลอกกระบี่อันไร้คมกลับฟันคมดาบขาดเป็นสองท่อนปลิวตกแม่น้ำไป
                “เป็นไปได้อย่างไร!?” แกนนำโจรเบิ่งตามองอย่างไม่นึกไม่ฝันว่าปลอกกระบี่อันหนึ่งจะตัดดาบของตนขาดได้ จังหวะนั้นเองพรานหนุ่มจึงเอื้อมมือขวาไปตะปบกระบี่ที่ร่วงหล่น สะบัดเขี้ยวราชสีห์ที่แผดเสียงคำรามเข้าใส่ร่างของแกนนำโจร จนจบชีวิตลงที่ใต้แม่น้ำนอร์ริชน้อย
                คำถามสุดท้ายของแกนนำโจรนั้นแม้แต่ลูทเองก็มิอาจให้คำตอบได้
                “ยอดเยี่ยมมากไอ้น้องชาย!” แจ๊คเห็นลูทกำจัดศัตรูบนเรือหมดสิ้นจึงเร่งฝีเท้ามุ่งหน้าไปยังเขตถังน้ำมันทันที เมื่อเขาขึ้นไปยืนอยู่บนถังก็โบกมือส่งสัญญาณบอกลูทให้ยิงธนูเพลิง
                วินาทีต่อมาขณะที่ลูทกำลังจุดไฟใส่ผ้าชุบน้ำมัน จระเข้ยักษ์ได้บุกขึ้นบกถล่มถังน้ำมันที่กองไว้จนล้มระเนระนาด แจ๊คถูกมันชนจนร่างร่วงหล่นลงมา พลันใช้เท้าสะกิดถังน้ำมันพุ่งเข้าหาจระเข้ยักษ์
                ปกติแล้วจระเข้ทั่วไปมีแรงกรามในการขบกัดครั้งหนึ่งมากกว่าฉลามถึงเก้าเท่า ส่วนจระเข้ยักษ์ตัวนี้เมื่ออ้าปากจนสุดคาดว่าแฝงแรงขย้ำที่มากกว่าฉลามอย่างน้อยก็ห้าสิบเท่า ซึ่งเป้าหมายในครั้งนี้เป็นพรานใหญ่แห่งลุ่มน้ำนอร์ซาน
                แจ๊คแฝงซันที่ปลายเท้าดีดตัวจากถังอีกใบหนึ่งลอยขึ้นสูงสองวา เปลี่ยนทิศทางกลางอากาศเสียบดาบชิมิทท่าร์ลงบนร่างของมัน จระเข้ยักษ์ดิ้นพล่านด้วยความเจ็บปวดสะบัดหางอย่างบ้าคลั่ง บังคับให้แจ๊คกระโดดลงจากร่างของมัน
                “แจ๊ค!” ในที่สุดลูกศรเพลิงก็กรีดขึ้นสู่ฟ้าลอยเป็นเส้นโค้งพุ่งไปยังแนวถังน้ำมัน
                พรานใหญ่เห็นแนวศรเพลิงพุ่งมาทางใดก็รวบรวมซันไว้ที่ข้อเท้าดีดตัวจากผิวจระเข้กลับไปทางนั้น ส่งร่างของตนไปกลางแม่น้ำ ทันใดที่ร่างกระทบผิวน้ำพลันเกิดเสียงระเบิดจากแนวถังน้ำมันดังกระหึ่มไปทั่ว
                เปลวไฟพวยพุ่งขึ้นฟ้าดุจไฟไหม้ครั้งใหญ่ จระเข้ยักษ์ตัวนั้นถูกย่างสดไปโดยปริยาย เท่านั้นยังไม่พอน้ำมันที่ไหลลอยอยู่บนผิวน้ำทำให้เปลวเพลิงลามมาเหนือน้ำแผดเผาจนร้อนระอุ ส่วนรังโจรบนเกาะก็เกิดเพลิงไหม้ลุกลามไปทั่ว ติดใส่กองฟางและสิ่งปลูกสร้างสองสามหลังบริเวณนั้น ขุนโจรเดรคนำลูกสมุนที่เหลือรอดชีวิตช่วยกันควบคุมเพลิงเอาไว้ ไม่มีปัญญาไล่ตามพวกเขาอีก เมื่อกองเรือของโจรเหล่านี้ถูกทำลายไปกว่าครึ่ง ทางการคงไม่ปล่อยให้พวกมันลอยนวลอยู่อีกต่อไป
                ลูทจ้องมองไปยังจุดที่แจ๊คกระโดดลงน้ำเมื่อครู่เห็นเปลวไฟลามเลียเผาไหม้ไปทั่วผิวน้ำ เขามิอาจนำเรือเข้าไปใกล้ได้กว่านี้อีก ในใจก็ลุ้นระทึกว่าแจ๊คจะเป็นอย่างไรจนเขาได้ยินเสียงโผล่พ้นน้ำครั้งหนึ่งว่า “ให้ตายเถอะ เพราะความอ่อนหัดของเจ้าแท้ๆ ทำให้ข้าเกือบจะกลายเป็นพรานย่างไปเสีย”
                มือของแจ๊คเอื้อมขึ้นมาจับกาบเรือเอาไว้ เหยี่ยวร่างอันใหญ่โตปีนขึ้นมาบนลำเรือได้สำเร็จ ยิ้มพลางกล่าวกับลูทว่า “ได้เวลาเก็บซากจระเข้กันแล้ว”
                ลูทที่มีบาดแผลทั่วร่างกล่าวตอบว่า “คงจะอร่อยน่าดู”
                ทั้งสองล้วนหัวเราะฮาๆดังลั่นให้กับปฏิบัติการบากบั่นฝ่าความตายมารอบหนึ่ง เพาะสร้างเป็นน้ำใจในสมรภูมิที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง


Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
ศาสตราคู่กู้แผ่นดิน ตอนที่ 81 : เล่ม 3 - ตอนที่ 34 - ปฏิบัติการระทึกขวัญ (4) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 821 , โพส : 0 , Rating : 100% / 1 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android