คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

ศาสตราคู่กู้แผ่นดิน

ตอนที่ 82 : เล่ม 3 - ตอนที่ 35 - หมู่บ้านพนาสุข ครึ่งแรก


     อัพเดท 15 ธ.ค. 50
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : มือเดียวค้ำฟ้า ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ มือเดียวค้ำฟ้า
My.iD: https://my.dek-d.com/eva00r
< Review/Vote > Rating : 99% [ 3,288 mem(s) ]
This month views : 26 Overall : 262,884
4,383 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 290 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
ศาสตราคู่กู้แผ่นดิน ตอนที่ 82 : เล่ม 3 - ตอนที่ 35 - หมู่บ้านพนาสุข ครึ่งแรก , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 839 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


ภาคเหยียบย่างนครหลวง
ตอนที่ 35 หมู่บ้านพนาสุข
10 กุมภาพันธ์ อศ. 226
 
ทันทีที่บลูเห็นศรยิงออกมาเป็นระลอกก็ใช้มือซ้ายร่ายเอลน้ำก่อกำเนิดม่านสายชล ส่วนมือขวาร่ายเอลลมประสานเข้าไป เมื่อเอลทั้งสองรวมกันสมบูรณ์จึงกลายเป็นกระจกน้ำแข็งบานหนึ่งต้านทานลูกศร
                โรสมีท่าร่างไวที่สุดในสามคนเกิดปฏิกิริยาทันควันถลันวูบฉุดรั้งไกกลับเข้าไปในแนวป่า ศรหลายสิบดอกชนกำแพงน้ำแข็งแตกพลันหมดแรงตกลงสู่พื้น พวกบลูทั้งสามจึงปลอดภัยไร้อันตราย
                ไม่ว่าบลูหรือโรสต่างมีความสามารถที่จะทำลายการต่อต้านเบื้องหน้า อีกฝ่ายหนึ่งเป็นเพียงชาวบ้านที่ไม่ได้ผ่านการฝึกทางทหารจะอย่างไรก็มิอาจต้านติด แต่การที่จะให้เข้าบุกรุกหมู่บ้านทำร้ายชาวบ้านสำหรับพวกเขานั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ดูท่าจะมีทางรอดเหลือเพียงสายเดียวนั่นคือบุกทะลวงการป้องกันบนแม่น้ำไป
                ขณะที่พวกบลูกำลังจะล่าถอยมีเสียงของหญิงชราผู้หนึ่งดังขึ้น
“หยุดมือ!” ชาวบ้านทั้งหลายพลันหยุดมือทันทีแสดงว่าคำพูดของผู้พูดมีน้ำหนักพอสมควร ทุกคนหันกลับมามองหญิงชราคนนั้นเป็นตาเดียว
                หญิงชราก้าวเท้าเดินนำหน้าออกมาอย่างช้าๆ ผมของนางเป็นสีขาวเสียเกือบทั้งหมด รูปร่างเล็กนิดเดียวแต่ดูเหมือนมีอำนาจเหนือผู้อื่นอยู่อักโข กล่าวกับพวกบลูทั้งสามว่า “นั่นเป็นมือปราบไกใช่ไหม?”
                ไกได้ยินเช่นนั้นจึงก้าวออกไป วางตัวอยู่ในระยะที่หลบธนูเหล่านั้นได้สะดวก กล่าวว่า “ใช่แล้วข้าเอง ไม่ทราบว่าท่านป้าเป็นใคร?”
                หญิงชรากล่าวว่า “ข้าเองเป็นหัวหน้าหมู่บ้านพนาสุขแห่งนี้ และต้องขอโทษด้วยที่ต้อนรับพวกเจ้าไม่ดี คราวก่อนนั้นข้าจำได้ว่าเจ้าเป็นมือปราบที่ช่วยขจัดเภทภัยจากโจรร้าย แต่พวกเราได้รับคำสั่งจากทหารคนหนึ่งให้จับตาดูนักโทษต้องสงสัยเป็นชายสองหญิงหนึ่ง เรื่องนี้จะเป็นข่าวลวงก็ดีหรือไม่ใช่ก็ช่าง ข้าจะไม่ทำร้ายมือปราบไกเป็นอันขาด”
                โรซาไลน์ยิ้มอย่างงดงามเมื่อได้ยินหญิงชรากล่าวเช่นนั้น จึงกล่าวตอบไปว่า “ท่านหัวหน้าหมู่บ้าน พวกเราไม่มีเจตนาร้ายกับหมู่บ้านแห่งนี้แม้แต่น้อย เป็นเพราะพวกเรากำลังจะไปแก้ปัญหาเรื่องหนึ่งที่ขัดกับผลประโยชน์ของผู้มีอิทธิพลบางคน จึงถูกใส่ร้ายป้ายสี ขอให้พวกท่านเชื่อพวกเราด้วยเถิด”
                ด้วยน้ำเสียงอันอ่อนหวานและบุคลิกอันอ่อนโยนของสตรีนางนี้ ไม่ว่าใครก็ตามก็ต้องแปรเปลี่ยนเป็นใจอ่อนยอมพิจารณาให้ละเอียดถ้วนถี่อีกครั้งหนึ่ง
                หญิงชราพยักหน้ากล่าวว่า “แม่หนูเอย ข้าเองไม่คิดว่าเด็กหญิงบุคลิกอย่างเจ้าจะเป็นนักโทษก่อการร้ายได้ ต้องขอโทษด้วย เชิญพวกเจ้าเข้ามาพักที่หมู่บ้านเสียก่อนด้วยเถิด”
                โรสจึงเดินนำหน้าเข้าไปโดยมีบลูและไกตามหลังเช่นเคย ทั้งสามคนหยุดอยู่ที่เบื้องหน้าของหญิงชราบริเวณซุ้มประตูทางเข้าหมู่บ้าน หมู่บ้านแห่งนี้สมคำว่าพนาสุขเสียจริง มองเข้าไปเห็นสภาพภายในร่มรื่นกว่าที่คิด ต้นไม้ใบหญ้าสีเขียวชอุ่มปลูกเรียงกันเป็นระเบียบต่างกับสภาพป่าโปร่งภายนอกมากนัก
“ขอบคุณท่านป้ามากที่ช่วยเหลือพวกเรา ไม่ทราบว่าที่นี่พอจะมีห้องหับให้พวกเราอยู่พักสักวันหนึ่งได้ไหม?”
“เรื่องนี้ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกหนู พวกเจ้าจะอยู่ที่นี่ตลอดไปก็ย่อมได้”
                โรสยิ้มอย่างเฉิดฉันในความใจดีของหญิงชรา รีบกล่าวว่า “ขอบคุณท่านป้ามาก”
                หญิงชรากล่าวตอบด้วยน้ำเสียงอันอ่อนโยนว่า “ข้าหมายถึงให้พวกเจ้าฝังร่างอยู่ที่นี่ตลอดไปเป็นอย่างไร?”
 
เรือของลูทกับแจ๊คทั้งสองล่องออกมาจากแม่น้ำนอร์ริชน้อยเป็นระยะเวลาพักหนึ่ง
เบื้องหลังไม่ปรากฏโจรคนใดกล้าตามมารังควาญอีก การก่อกวนทำร้ายพวกโจรแสนสาหัสส่งผลให้พวกมันกระทำการอะไรไม่สะดวกอีกเป็นเดือน นับเป็นการปัดเป่าทุกข์ภัยให้กับชาวบ้านทางอ้อม หารู้ไม่ว่าเป็นการกำจัดแนวร่วมของฝ่ายศัตรูทางอ้อมเสียด้วย
เมื่อใบเรือกินลมเต็มที่ กระแสน้ำอันเชี่ยวกรากของแม่น้ำนอร์ริชก็ส่งผลดีต่อพวกเขา ทั้งลูทและแจ๊คแทบไม่ต้องจับไม้พายออกแรงอีก เพียงแค่ถือหางเสือหันตามลมให้ถูกทิศก็จะไปถึงทะเลสาบนอร์ซาน ที่ได้ชื่อว่ามีทิวทัศน์สวยเป็นอันดับสองรองจากทะเลสาบมรกต
                ลูททอดสายตามองไปด้านหลัง ภาพเหตุการณ์หนีตายเอาชีวิตรอดพลันย้อนกลับมาเป็นฉากๆ ทั้งหมดล้วนวนเวียนอยู่กับเคล็ดวิชาศาสตราไร้สภาพที่ใช้ออกได้โดยบังเอิญถึงสองครั้งครา คำนึงในใจว่า ‘คงมิใช่ความบังเอิญเพียงปัจจัยเดียว มันสมควรจะมีสาเหตุอื่นส่งผลกระทบทำให้ศาสตราไร้สภาพปรากฏ ความบังเอิญถึงสองครั้งไม่สมควรจะเกิดติดๆกันในสถานการณ์ที่มีลักษณะคล้ายกันเช่นนี้’
                แจ๊คกำลังสูบซิการ์อยู่เหมือนเคย หันไปดูหัวจระเข้ยักษ์ยาวเมตรเศษที่ตัดออกมาอย่างพึงพอใจ กวาดสายตามองไปยังลูทก็กล่าวว่า “น้องชาย เจ้ามีเรื่องอันใด?”
                พอเสียงของแจ๊คกระทบโสต ลูทพลันตื่นจากภวังค์อันล่องลอย ถามว่า “เมื่อครู่พี่ชายกล่าวว่ากระไร?”
                แจ๊คมองดูท้องฟ้าเบื้องหน้ากล่าวว่า “เย็นวันนี้พวกเราจะถึงทะเลสาบนอร์ซาน จากจุดนั้นไปพวกเราคงจะต้องสละเรือลำนี้เสีย”
                ลูทไม่เข้าใจที่แจ๊คกล่าวจึงถามว่า “ทำไมหรือ?”
                แจ๊คทำสีหน้าหงุดหงิดกล่าวว่า “ข้ายังพูดไม่จบเจ้าก็ชอบสอดอยู่เรื่อย คิดหรือว่าทางการจะยอมให้เรือโจรแล่นไปแล่นมาโดยไม่ทำการตรวจสอบ?”
                ลูทเข้าใจขึ้นมาทันที พอจะกล่าวถามอะไรก็นึกถึงสีหน้าแจ๊คเมื่อครู่กลับต้องกล้ำกลืนไว้
                “ทีนี้เจ้าทำหน้ายังกับคนใบ้อมบอระเพ็ด มีอะไรก็ถามได้ไม่ต้องเกรงใจ เข้าใจไหม?”
                ลูทนึกในใจว่า ‘มาอีกแล้ว’ ถ้าไม่เอ่ยปากคงจะขัดใจแจ๊คอีกจึงกล่าวว่า “พวกเราสมควรนำเรือไปจดไว้ที่ใด พี่ชายมีเป้าหมายที่ใด?”
                แจ๊คยักไหล่กล่าวว่า “ข้าต้องนำ “สินค้า” ชิ้นนี้ไปส่งให้ทันเวลา ดังนั้นข้าว่าจะเอาเจ้าไปส่งที่ท่าเรือก่อนจะดีกว่า เจ้าเคยกล่าวว่าจะไปที่นอร์โปลิสให้ทันภายในเจ็ดวันใช่หรือไม่?”
                “ไม่ผิด นับจากวันที่ข้าเรือแตกตกน้ำวันนี้พึ่งจะเป็นวันที่สามเท่านั้น”
                “อย่างนั้นข้าพาเจ้าไปส่งที่ท่าเรือแถวทะเลสาบนอร์ซานจะดีกว่า ที่นั่นทุกเช้าจะมีเรือโดยสารออกไปยังนอร์โปลิสใช้เวลาไม่เกินวันสองวันก็ถึง ส่วนข้าจะไปส่งสินค้านี่แล้วนำเรือไปขายทิ้งซะ ไม่ต้องห่วงส่วนเรื่องแบ่งค่าเรือของเจ้า ข้าจะใช้จ่ายให้เป็นอย่างดี”
                ลูทไม่รู้ติดนิสัยของแจ๊คมาหรือเปล่าจึงหัวเราะฮาๆ กล่าวว่า “เชิญพี่ชายใช้จ่ายตามสบาย หากข้าไม่โชคดีเจอพี่กลางป่าป่านนี้อาจจะฝังร่างอยู่ใต้แม่น้ำไปแล้ว”
                แจ๊คหัวร่อดังกว่ากลบเสียงของลูทไปสิ้น กล่าวว่า “มันแน่อยู่แล้ว”
                ลูทส่ายศีรษะอย่างช่วยไม่ได้ครั้งหนึ่ง แจ๊คนับเป็นบุคคลที่ประหลาดที่สุดเท่าที่เขาเคยรู้จักมา ถึงแม้นิสัยจะแปลกอยู่บ้าง เจ้าอารมณ์และค่อนข้างหลงตัวเองในบางครั้ง ก็เป็นบุคคลดีคนหนึ่งที่ยื่นมือช่วยเหลือเขาทั้งๆที่ยังไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ส่วนทางด้านฝีมือกล่าวได้ว่าเข้มแข็งเป็นอย่างยิ่ง อาศัยหนึ่งต่อสู้ร้อยบุกฝ่าเข้าไปในฝูงโจรอย่างไม่เกรงกลัว ตั้งแต่ต้นจนจบหากไม่นับอาการบาดเจ็บจากหางจระเข้ ตลอดร่างของพรานใหญ่ผู้นี้แทบไม่มีบาดแผลแม้สักรอยหนึ่ง ต่างจากเขาที่มีบาดแผลจากคมอาวุธฝากไว้เรียงราย
                ลูทถามเลียบเคียงว่า “ข้าจะมีโอกาสเจอพี่ได้อีกที่ไหน?”
                “ข้าขอเตือนไว้ก่อน ถ้าเจ้าแกล้งตกน้ำหวังว่าจะพบข้าคงจะไม่โชคดีลอยผ่านข้าเป็นครั้งที่สอง” จากนั้นพวกเขาทั้งสองจึงหัวเราะออกมาพร้อมกันดังสนั่น
ผ่านไปครู่หนึ่งแจ๊คได้กล่าวว่า “ข้าพักอยู่ที่ย่านนายพรานทางตะวันออกของเมืองชั้นนอกในนครหลวง หากเจ้าไปถึงแล้วข้าจะออกมาหาเจ้าเอง”
                “ถ้าพี่ชายไม่อยู่ล่ะ”
                แจ๊คหัวร่อฮาๆกล่าวว่า “ถือเจ้าว่าโชคร้ายก็แล้วกัน”
                ลูทฝืนยิ้มทีหนึ่งกล่าวว่า “ไว้ข้าจะไปลองเสี่ยงโชคดูก็แล้วกัน” พลางนึกในใจว่า ‘จ้างให้ฟ้าถล่มลงมาสามร้อยรอบข้าก็ไม่เชื่อว่านิสัยคนๆนี้จะเปลี่ยนแปลง’
 
แสงสีฟ้าส่องวูบวาบครั้งหนึ่งปรากฏเป็นพยุหะกระสุนวารีจำนวนหกลูกพุ่งเข้าใส่ร่างหญิงชราจนกระเด็นออกไปเกือบสิบก้าว
                แสงสีเขียวส่องสว่างตามมากำเนิดเป็นดาบสุญญากาศฟันเข้าใส่ชายคนหนึ่งที่ยืนถือหน้าไม้อยู่ด้านข้าง เมื่อหญิงชราถูกกระสุนวารีกระแทกจนสิ้นชีพ เอลแห่งความมืดที่ประทับไว้บนร่างก็จางไป ร่างของนางพลันกลับกลายเป็นศิษย์สำนักงูสวัดผู้หนึ่ง ดูจากเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายก็ทราบว่ามิใช่ระดับสมุนชั้นต่ำ
ส่วนชายที่ยืนถือหน้าไม้ถูกดาบสุญญากาศฟันเข้าที่แขนซ้ายจนได้รับบาดเจ็บกระโดดโลดโผนหนีไป ไกฝืนใช้กระบี่เกล็ดน้ำค้างพุ่งพราดไปขวางแต่กลับช้ากว่าชายคนนั้นอยู่เล็กน้อย ด้วยอาการบาดเจ็บที่ยังไม่ทุเลาทำให้ใช้เอลน้ำแข็งรั้งตัวมันไว้ไม่สำเร็จได้แต่มองดูร่างของมันหนีเตลิดไป
                ชาวบ้านทั้งหมู่บ้านเปล่งเสียงเฮขึ้นมาดังลั่น ทุกคนทิ้งคันธนูหน้าไม้ลงกับพื้นเข้ามากล่าวขอบคุณกับพวกบลูทั้งสาม โดยมีโรสคนเดียวที่ยืนงงเป็นไก่ตาแตกไม่ทราบเรื่องราวรอบด้านว่ามันเกิดอะไรกันแน่             จึงถามบลูอย่างไม่เข้าใจว่า “นี่เมื่อครู่เกิดอะไรกันขึ้น?”
                บลูยังไม่ทันตอบคำก็มีชายชราคนหนึ่งเดินเข้ามากล่าวว่า “ข้าในฐานะตัวแทนของชาวหมู่บ้านพนาสุขแห่งนี้ขอขอบคุณพวกเจ้าด้วยใจจริง เมื่อเช้าชายลึกลับสองคนนี้ข่มขู่ว่าถ้าหากพวกเราไม่ยอมทำตามคำสั่งของพวกมันจะจุดไฟเผาหมู่บ้านเราให้สิ้น”
                บลูกล่าวตอบชายชราว่า “ท่านลุงคงจะเป็นหัวหน้าหมู่บ้านใช่หรือไม่?”
                ชายชราพยักหน้าตอบรับพร้อมกล่าวกับหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งว่า “เจ้าช่วยพาพวกมือปราบไกทั้งสามคนนี้ไปที่บ้านพักที่ยังว่างอยู่หลังหนึ่งได้ไหม พวกเขาคงจะเหน็ดเหนื่อยกันมามากแล้ว” จากนั้นหัวหน้าหมู่บ้านจึงโบกไม้โบกมือให้ชายฉกรรจ์สองสามคนมาหามร่างของ “หญิงชรา” เมื่อครู่ออกไปเสีย
                หญิงวัยกลางคนที่ยืนอยู่ข้างๆมีอายุประมาณสี่สิบปีเศษ รูปร่วงอ้วนอวบท่าทางใจดี สวมชุดเสื้อกระโปรงสีแดงทับด้วยผ้ากันเปื้อนสีขาว บนศีรษะมีผ้าคลุมผมสวมอยู่ กล่าวว่า “ข้าชื่อเมลลานีหรือเรียกว่าเมลก็ได้ เปิดร้านอาหารแห่งเดียวภายในหมู่บ้านนี้และพอมีบ้านอยู่หลังสองหลังให้นักเดินทางเช่าอาศัย แต่สำหรับพวกเจ้าข้าให้พักฟรีกินฟรีไม่เก็บเงินสักเหรียญหนึ่ง”
                ไกกล่าวขึ้นมาทันทีว่า “น้ำใจของพี่สาวพวกข้าขอรับไว้ด้วยใจ ไม่ว่าการทำอาหารหรือจัดที่พักล้วนมีต้นทุน พวกเรามาอยู่ฟรีกินฟรีไม่ได้หรอก”
                เมลหันไปมองหัวหน้าหมู่บ้านครั้งหนึ่งเป็นเชิงขอความช่วยเหลือ
หัวหน้าหมู่บ้านจึงออกหน้าแทน กล่าวว่า “การที่พวกเจ้าขับไล่มิจฉาชีพสองคนนั้นให้กับเราถือเป็นการช่วยเหลืออย่างหนึ่ง หากพวกเรามิได้ทำการตอบแทนก็เหมือนกับให้พวกเจ้าทำงานให้กับพวกเราฟรีๆเช่นกัน เอาเป็นว่าอาหารและที่พักพวกนี้ถือเป็นค่าจ้างของเจ้าได้หรือไม่?”
ไกมีสีหน้าอับจนปัญญากล่าวว่า “กุศลเจตนาของหัวหน้าหมู่บ้าน ข้าคงจะปฏิเสธไม่ได้เสียแล้ว”
เมลลานียิ้มระรื่นกล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้นขอให้พวกเจ้าตามมาทางนี้ มีบ้านหลังหนึ่งทางตะวันออกยังไม่มีผู้คนอยู่อาศัย ข้าสามารถให้พวกเจ้าพักอยู่ได้ตามสะดวก” พอกล่าวจบจึงเดินนำทางไป
ครั้งนี้คนที่เดินนำหน้าไม่ใช่โรสแต่เป็นไก โรซาไลน์ที่อยู่ด้านหลังเดินเข้ามาใกล้กับบลู จับแขนเสื้อเขาไว้แล้วถามว่า “เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าหญิงชราคนเมื่อครู่เป็นตัวปลอม?”
“เมื่อครู่เจ้าไม่ได้สังเกตหรอกหรือว่าสายตาของชาวบ้านทั้งหลายมิได้อยากจะทำร้ายพวกเราสักเท่าใด ท่าทางของแต่ละคนเหมือนกับถูกบังคับอย่างใดอย่างนั้น เห็นได้ชัดว่ามีอะไรบางอย่างไม่ถูกต้อง และผลสุดท้ายแล้วก็คือคนของสำนักงูสวัดบงการพวกชาวบ้านอยู่เบื้องหลัง จำศรดอกแรกที่ตกลงเบื้องหน้าได้หรือไม่ นั่นก็เป็นมันที่ยิงออกมา หากมันไม่สั่งการเสียงดังชาวบ้านอื่นๆคงไม่ปล่อยศรตามออกมาเป็นระลอกสองหรอก”
โรสสำนึกตัวว่านางยังด้อยประสบการณ์ต่อเรื่องพวกนี้มาก ครั้งนี้ถือว่าเป็นการเดินทางครั้งแรกจึงต้องเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากบลูและไกให้มากไว้
บลูกล่าวต่อไปว่า “เห็นหรือไม่ตอนที่หญิงชรา ‘เชื้อเชิญ’ ให้พวกเราเข้าไปพักในหมู่บ้านกระทำได้ไม่แนบเนียน ประเด็นที่น่าสงสัยเรื่องแรกคือหญิงชราจดจำพี่ไกออกได้อย่างไร? ระยะขนาดนั้นมันไกลเกินกว่าที่จะจำแนกหน้าตาบุคคลได้ถูก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นหญิงชราตาฝ้าฟางที่ไม่รู้จักวรยุทธ์นางหนึ่ง ส่วนพิรุธที่สองคือขณะที่พวกเราเดินเข้าไปนั้นมีชาวบ้านหลายคนลอบยักคิ้วหลิ่วตาให้กับข้า หวังจะสื่ออะไรบางอย่างแต่กล่าวออกมาไม่ได้ นี่เรียกว่าเป็นการยึดครองด้วยกำลังไม่ยึดครองจิตใจผู้คนจึงมีผู้ต่อต้านพวกเรา”
โรสเองมองแต่ใบหน้าของหญิงชรา ด้วยความรอบคอบของนางยังนึกไม่ถึงว่าจะมีเหตุการณ์เช่นนี้จึงนึกทบทวนเหตุการณ์ด้วยตนเอง กล่าวว่า “ใช่แล้ว พวกมันยังไม่ได้สั่งให้ชาวบ้านวางอาวุธด้วย ไม่ว่าหน้าไม้คันธนูต่างก็ยังคงถืออยู่ในมือ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เล็งมาที่พวกเราก็เถอะ”
บลูชมเชยโรสว่า “อย่างเจ้ามีความสามารถที่จะมองเหตุการณ์พวกนี้ออกอยู่แล้ว เพียงแต่เจ้ายังขาดประสบการณ์กับเรื่องสกปรก ข้ากับพี่ไกลอบส่งสัญญาณมือให้กันตั้งแต่หญิงชราปรากฏตัวว่าหมู่บ้านนี้มีอะไรบางอย่างผิดปกติ จึงรวบรวมเอลไว้ทั้งสองมือเผื่อว่าพวกมันจะเผยธาตุแท้ออกมา”
ด้วยโสตประสาทของไก ถึงแม้จะเดินอยู่ข้างหน้าก็ยังได้ยินคำสนทนาอันแผ่วเบาของโรสกับบลู จึงหันกลับมายิ้มให้โรสเป็นกำลังใจครั้งหนึ่ง
นี่เป็นหนึ่งในบทเรียนจากการผจญภัยที่สำคัญที่สุดของนาง ไม่ว่าผ่านไปนานเท่าใดโรซาไลน์จะไม่มีวันลืมเลือน
 
แจ๊คเดินมาข้างหูลูทตะโกนว่า “ไอ้น้องชาย!”
                ลูทเผลอหลับไปด้วยความเหนื่อยล้า กำลังฝันถึงเหตุการณ์ตอนยิงธนูใส่ถังน้ำมันพลาดยังหวั่นใจอยู่ไม่คลาย จวบจนได้ยินเสียงแจ๊คตะโกนกรอกหูจึงสะดุ้งตื่นด้วยความตกใจ มือขวาคว้ากระบี่เขี้ยวราชสีห์กล่าวด้วยความตกใจว่า “เกิดเรื่องอันใด!? หรือว่าพวกโจร ...”
                แจ๊คหัวเราะเสียงดังลั่น กล่าวว่า “โจรเจินอะไรไม่มีแล้ว ข้าจะบอกเจ้าว่าท่าเรืออยู่เบื้องหน้า อีกไม่เกินห้านาทีพวกเราจะถึงจุดหมาย”
                ลูทพึ่งตื่นนอนแถมยังถูกแจ๊คหลอกเมื่อครู่จึงยังงุนงงไม่เสื่อมคลาย กล่าวว่า “ท่าเรืออันใด?”
                “เจ้านี่สมองกระทบกระเทือนอะไรมากไปหรือเปล่า? ท่าเรือทะเลสาบนอร์ซานที่เจ้าจะต้องลงไปเปลี่ยนเรืออย่างไรเล่า ข้าว่าเจ้านี่เพี้ยนชอบกล”
                ลูทนึกขึ้นได้ในทันทีว่าเหตุการณ์ต่อสู้กับพวกโจรนั้นผ่านพ้นไปแล้ว มันน่าหวาดเสียวจนเขาเก็บมาเป็นความฝัน พอหายงัวเงียเริ่มจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไรจึงลุกขึ้นยืนมองดูพระอาทิตย์กล่าวว่า “อะไรกันเย็นแล้วหรือนี่?”
                “เจ้าเล่นนอนไปสามสี่ชั่วโมงติดจะไม่ให้เย็นได้อย่างไร?” แจ๊คกล่าว
                พระอาทิตย์ทอแสงสีทองออกมาบอกเวลายามเย็น ลูทหยิบนาฬิกาขึ้นมาดูพบว่าเป็นเวลาสี่โมงครึ่ง เข็มทิศชี้ไปทางทิศตะวันออก มองไปโดยรอบเห็นวิวทิวทัศน์สวยงามต่างไปจากทะเลสาบมรกต
                ทะเลสาบนอร์ซานเป็นทะเลสาบน้ำจืดมีต้นไม้มากมายรายล้อมอยู่รอบด้าน สีของน้ำมิใช่สีเขียวใสดั่งมรกตแต่เป็นน้ำหลากสีสันอันเกิดจากการที่แสงส่องกระทบหินที่มีสีต่างๆกันด้านใต้ ทะเลสาบนี้ใหญ่กว่าทะเลสาบมรกตอย่างน้อยสามเท่าจัดเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในสหพันธรัฐแห่งนอร์
                ลูทมีความสงสัยในวิชาฝีมือของแจ๊คแต่ก็มิได้เอ่ยปากถามสักครั้ง ถึงตอนนี้ก่อนจากกันจึงถามว่า “พี่ชายฝึกศาสตร์แห่งซันมาจากที่ใด เพราะเหตุใดถึงได้ร้ายกาจปานนี้”
                แจ๊คเบือนหน้ากลับมากล่าวตอบอย่างที่ลูทคาดไว้ตั้งแต่แรกว่า “ข้าเก่งมาแต่กำเนิดอยู่แล้ว และรู้จักวิธีใช้ศาสตร์แห่งซันดีกว่าเจ้ามากมายนัก”
                ลูทถามอย่างสงสัยว่า “อะไรเรียกว่าดี อะไรเรียกว่าไม่ดี ข้าไม่เข้าใจ?”
                พรานใหญ่เห็นแววในตัวลูทที่มีความสามารถในการเรียนรู้อันโดดเด่น จึงอธิบายว่า “เจ้าสมควรจะทำความเข้าใจกับเคล็ด“เรียบเรียง” และ “บรรจุ” ของศาสตร์แห่งซันเสียใหม่ ทั้งสองคำนี้มิได้หมายความว่าเรียงร้อยซันแล้วบรรจุซันลงไปในสิ่งที่เจ้าจะใช้เท่านั้น การกระทำเช่นนั้นเป็นเพียงพื้นฐานที่ซันชินชั้นต้นเริ่มฝึก”
                แจ๊คยกซิการ์มวนใหม่ขึ้นมาสูบกล่าวว่า “สำหรับข้าแล้วเคล็ด “เรียบเรียง” และ “บรรจุ” นี้ลึกล้ำยิ่ง อีกทั้งสองคำนี้ขัดกันอย่างยิ่ง การที่จะตัดสินว่าซันของใครแข็งแกร่งหรือไม่ดูได้จากการเรียบเรียงและบรรจุสองขั้นนี้ ซันจะแข็งแกร่งก็ต่อเมื่อเจ้าเรียบเรียงซันไว้ตลอดเวลาแล้วบรรจุซันลงไปในพริบตา เรียงร้อยพลังของมันอยู่ทุกขณะแต่ใช้พลังของมันทุกหน่วยอณูในเสี้ยววินาที หากเจ้าเรียบเรียงซันอยู่ตลอดเวลาได้สักชั่วโมงหนึ่งและบรรจุซันได้ภายในระยะเวลาสามวินาทีจะถือว่าเจ้ามิใช่ซันชินชั้นต้นอีกต่อไป”
                “มันมีทั้งหมดกี่ระดับกันเคล็ดพวกนี้?”
                แจ๊คขมวดคิ้วหันมาหาลูทโวยวายกล่าวว่า “ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร? ถือว่ามีเยอะก็แล้วกัน กว่าจะเรียกว่าฝีมือใช้ได้ก็ต้องย่นระยะเวลาในการบรรจุซันทั่วร่างให้เหลือเพียงวินาทีเดียว ตั้งแต่เริ่มต้นจนใช้ออกและสลายซันให้หายไป ตลอดจนการบังคับให้ซันในร่างเรียงร้อยกันเป็นเวลาอย่างน้อยแปดชั่วโมง หากเจ้าทำได้ความแข็งแกร่งของพลังฝีมือจะมากขึ้นเป็นสามเท่า”
                “วินาทีเดียว!? จากสภาพที่ไม่ได้เตรียมการอะไรมาก่อน มันเป็นไปได้อย่างไร?”
                “ไอ้น้องชาย เจ้าฝึกการใช้ศาสตร์แห่งซันในขั้นแรกๆก่อนดีกว่าแล้วค่อยกังวลถึงเรื่องนี้ภายหลัง” เขาหันเหหัวเรื่องกล่าวว่า “ตกลงเจ้าชื่ออะไร? ข้ายังไม่ได้ถามเจ้าเลย”
                ลูทหัวเราะขึ้นมาเช่นกัน กล่าวว่า “ใช่จริงด้วย ข้าก็ลืมไปเสียสนิท ข้าชื่อลูท ออร์นิเทีย อาศัยอยู่ที่หมู่บ้านสวนเชอร์รี่ พี่ชายสามารถไปหาข้าได้ทุกเมื่อ”
                แจ๊คพยักหน้าพลางกล่าวว่า “ลูทใช่ไหม? ข้าจะจำชื่อนี้เอาไว้ ... เอาล่ะถึงที่หมายแล้วข้าคงจะต้องจากไปเสียที ยินดีที่ได้รู้จักน้องชาย ไม่สิ ... ลูท”
                ชายทั้งสองคนสัมผัสมือกันครั้งหนึ่ง แจ๊คแล่นเรือเข้าหาพื้นที่ที่ไม่ค่อยมีผู้คนแล้วจึงปล่อยลูทลงไป โดยที่ไม่เข้าไปจอดที่ท่าเรือโดยตรงเพราะนั่นอาจจะชักนำปัญหา “เรือโจร” มาโดยใช่เหตุ
                ลูทกระโดดขึ้นฝั่งหันหน้ากลับไปเห็นร่างอันสูงใหญ่และกล้ามเนื้ออันบึกบึนของพรานใหญ่แล่นเรือน้อยออกจากฝั่งไป สำนึกในใจว่า ‘ขอบคุณมากพี่ชาย’
จากนั้นจึงเดินไปยังโรงแรมที่พักข้างเคียงแห่งหนึ่ง เป้าหมายนครหลวงนอร์โปลิสที่เคยเป็นความฝันอันเลือนรางกลับกลายเป็นใกล้แค่เอื้อมอีกครั้ง


Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
ศาสตราคู่กู้แผ่นดิน ตอนที่ 82 : เล่ม 3 - ตอนที่ 35 - หมู่บ้านพนาสุข ครึ่งแรก , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 839 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android