คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

ศาสตราคู่กู้แผ่นดิน

ตอนที่ 91 : เล่ม 4 - ตอนที่ 47 คำชี้แนะของดาธ (ครึ่งแรก)


     อัพเดท 3 ม.ค. 51
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : มือเดียวค้ำฟ้า ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ มือเดียวค้ำฟ้า
My.iD: https://my.dek-d.com/eva00r
< Review/Vote > Rating : 99% [ 3,288 mem(s) ]
This month views : 39 Overall : 262,897
4,383 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 290 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
ศาสตราคู่กู้แผ่นดิน ตอนที่ 91 : เล่ม 4 - ตอนที่ 47 คำชี้แนะของดาธ (ครึ่งแรก) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1209 , โพส : 0 , Rating : 100% / 1 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


ภาคปฏิวัติ!
14 กุมภาพันธ์ อศ. 226
 
อาจารย์ดาธเริ่มสอนวิชาโดยให้ศิษย์ทั้งสี่คนจับมือต่อๆกันเป็นวงกลมรูปหนึ่ง
ตัวเขาเองก็เป็นส่วนหนึ่งของวงกลมด้วย บรรจงถ่ายทอดเอลผ่านไปทางมือซ้ายที่ประสานกับมือของรินะ ทะลุไปยังร่างของโรซาไลน์ที่จับมือรินะอีกทีหนึ่ง ต่อจากนั้นเป็นบลูที่มีพื้นฐานเรื่องศาสตร์แห่งเอลดีกว่าผู้ใด แล้วค่อยผ่านไปยังลูทเป็นคนสุดท้าย วกกลับเข้ามาที่ตัวอาจารย์เองในมือขวา
“ข้าอยากให้พวกเจ้ามุ่งการใช้เอลไปที่ขั้นตอน ‘รู้สึก’ ซึ่งเป็นหลักการใช้ที่เบื้องต้นที่สุดเพียงขั้นตอนเดียว จากนั้นบรรจงถ่ายทอดเอลแทรกไปตามกระแสเอลของข้าที่หมุนเวียนอยู่เป็นรูปวงกลม การกระทำเช่นนี้เป็นการฝึกฝนให้ ‘รู้สึก’ ถึงลักษณะเฉพาะตัวของเอลแต่ละคน ค่อยๆจับจิตวิญญาณของพวกเจ้าแต่ละคนที่วนอยู่ในวงกลมวงนี้ เชื่อมโยงมันเข้ากับตราสัญลักษณ์รูปพระอาทิตย์ที่ติดอยู่กับตัว ประสานมันเข้ากับจิตวิญญาณของเจ้าเอง จนรู้สึกได้ถึงความ ‘คงอยู่’ ของตราสัญลักษณ์รูปพระอาทิตย์ของผู้อื่น”
บลูรู้สึกถึงกระแสเอลของทุกคนได้เป็นคนแรก สามารถแยกแยะได้ว่าเอลกระแสไหนเป็นของใคร ราวกับเห็นภาพขึ้นภายในใจ เอลของอาจารย์ดาธจับง่ายที่สุดเพราะเป็นแกนหลักในการหมุนรูปวงกลม เอลของโรสและรินะส่งกระแสตามเอลของอาจารย์มาติดๆ ส่วนเอลของลูทจับได้ยากเนื่องจากเป็นกระแสที่อ่อนกว่าเอลของผู้อื่น หลังจากนั้นไม่นานคนอื่นๆทั้งหมดก็ทยอยกันรู้สึกถึงกระแสเอลของเพื่อนๆและอาจารย์ได้ครบ
อาจารย์ดาธกล่าวต่อไปว่า “ข้าพอจะรู้สึกได้ว่าพวกเจ้านั้นเข้าถึงถึงกระแสเอลของบรรดาคนในวงกลมนี้แล้ว ต่อไปให้พวกเจ้ามุ่งความรู้สึกไปที่ตราสัญลักษณ์รูปพระอาทิตย์ จับความรู้สึกของวัตถุรอบกายตามหลักที่บอกไปเมื่อครู่ แยกแยะว่าตราชิ้นใดมีไว้แทนผู้ใด”
ตราสัญลักษณ์รูปพระอาทิตย์เปล่งแสงเรืองรองออกมา ทุกคนในห้องเริ่มรู้สึกถึงความ “คงอยู่” ของตราสัญลักษณ์รูปพระอาทิตย์ที่สร้างจากหลักการของศาสตร์แห่งเอลที่ว่า กระแสเอลที่ไหลเวียนอยู่ในร่างของแต่ละคนนั้นมีจังหวะไม่เหมือนกัน ทุกคนจะมีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง แต่ผู้คนมิอาจจับกระแสเอลในกายของผู้อื่นได้หากมิได้สัมผัสโดยตรง ดั่งเช่นครูชานอน ยูกิ หรืออาจารย์ดาธที่ใช้กระแสเอลของตนจับกระแสเอลของผู้อื่นเพื่อช่วยในการตรวจสอบอาการบอบช้ำ เมื่อนำส่วนหนึ่งของกระแสเอลของคนผู้นั้นมาสลักไว้บนตราสัญลักษณ์เป็นตัวอักษรอาคม ผู้ที่มีตราสัญลักษณ์ชนิดเดียวกันนี้จึงสามารถสื่อถึงกันได้ เปิดช่องทางให้จับความรู้สึกของกระแสเอลนอกกาย ตราสัญลักษณ์รูปพระอาทิตย์ทั้งหลายจะทำหน้าที่เป็นเสมือนสะพานเชื่อมโยงการ “สัมผัส” โดยตรงให้คงอยู่ตลอดเวลา เฉกเช่นการใช้มือสัมผัสร่างของเป้าหมาย เมื่อมีอาจารย์ชี้นำให้รู้จักวิธีควบคุมตราสัญลักษณ์รูปพระอาทิตย์เหล่านี้ ทั้งหมดจึงเข้าใจถึงหลักการอันซับซ้อนซึ่งเป็นหนึ่งในการค้นคว้าที่สำคัญที่สุดของชีวิตอาจารย์ดาธ
“แต่การที่พวกเจ้าสามารถกระทำตามคำกล่าวของข้าได้ในที่นี้มิใช่ว่าพวกเจ้าจะสามารถรู้สึกถึงตราสัญลักษณ์รูปพระอาทิตย์ได้เช่นเดียวกับข้า ทุกสิ่งทุกอย่างต้องผ่านการฝึกฝน ทักษะการสัมผัสถึงความคงอยู่ของพวกเจ้าก็ไม่เป็นข้อยกเว้น พวกเจ้าจะต้องฝึกการสัมผัสนี้อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน มิฉะนั้นแล้วทักษะจะไม่พัฒนา มิอาจจับความรู้สึกของสหายที่อยู่ห่างออกไปไกลๆได้ เริ่มแรกพวกเจ้าอาจรู้สึกถึงความคงอยู่ได้ในรัศมีสิบวายี่สิบวา แต่ถ้าพวกเจ้าฝึกฝนได้ทัดเทียมกับข้าแล้ว จะสามารถจับความรู้สึกถึงผู้ที่ถือตราสัญลักษณ์รูปพระอาทิตย์นี้ได้ไกลเป็นหมื่นวา เรียกว่าอยู่กันคนละเมืองยังสามารถรู้สึกได้ ด้วยเหตุนี้เองจึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ข้าทำลายเครื่องบ่งชี้ตำแหน่งเมื่อครู่ทิ้งไป หากพวกเจ้ามีเครื่องมือเช่นนั้นจะไม่รู้จักพัฒนาตนเอง หวังเพียงจะพึ่งพาเครื่องมืออยู่ตลอด หากวันใดวันหนึ่งพวกเจ้าตกที่นั่งลำบากไม่มีเครื่องมือใช้ ทุกประการจะเป็นอันจบสิ้นกัน”
ลูทใช้มือข้างหนึ่งจับตราสัญลักษณ์รูปพระอาทิตย์ที่ข้างเอว แผ่การรับรู้เอลในขั้นตอนรู้สึกออกไปทุกทิศทุกทาง จนสามารถจับความรู้สึกของตราสัญลักษณ์รูปพระอาทิตย์ชิ้นอื่นๆที่อยู่บริเวณข้างเคียงได้ จึงโหร้องออกมาด้วยความดีใจว่า “เยี่ยมยอดไปเลย อาจารย์ถึงจะแก่ปูนนี้ก็ยังคิดค้นวิชาอันน่าตระหนกนี้ได้”
หลังจากนั้นคนอื่นๆก็ทยอยกันกล่าวชมเชยอาจารย์แต่มิได้รวมคำว่า “แก่” เอาไว้ด้วย
อาจารย์ดาธขยับแว่นกรอบสี่เหลี่ยมผืนผ้า กล่าวว่า “ข้ายังไม่แก่จำเอาไว้ หากเจ้าบอกว่าข้าแก่อีกครั้งหนึ่งข้าจะลงโทษเจ้าให้ขัดห้องน้ำสักสามรอบห้ารอบ”
ทุกคนในห้องหัวเราะขึ้นมาอีกครั้ง
 
นกน้อยในกรงทองที่หลายวันก่อนดูเหมือนจะสิ้นหวังแปรเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
                เพียงเจ็ดวันนกกระจิบที่บาดเจ็บบริเวณปีกเซื่องซึมราวกับไร้วิญญาณ ก็กลับกลายมาเป็นแจ่มใสร่าเริงอีกครั้ง อาการบาดเจ็บที่ปีกถูกเยียวยาจนหายดี มันกระโดดโลดเต้นไปมาในกรงทองจากกิ่งไม้ปลอมกิ่งหนึ่งไปยังอีกกิ่งหนึ่ง กระพือปีกเสียงดังพึ่บพั่บฝึกซ้อมการบินก่อนที่จะต้องเผชิญโลกกว้างอีกครั้ง
                บุรุษหนุ่มผมสีน้ำตาลรุดมาที่สวนดอกลิลลี่ตามคำเชิญจากรุ่นน้อง สองข้างทางเป็นลิลลี่ที่บานสะพรั่งเป็นสีขาวทั่วอาณาบริเวณ ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลชวนให้ชื่นใจเป็นอย่างยิ่ง แต่ละดอกมีกลีบประมาณหกเจ็ดกลีบ เรียงรายซ้อนกันเป็นรูปแตรขนาดย่อม ปลายกลีบบานออกอย่างสวยงาม สมกับที่ผู้ปลูกให้ความดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ
                “สวนลิลลี่ขอต้อนรับ เป็นอย่างไรบ้างดอกไม้เหล่านี้งดงามหรือไม่? ข้าดูแลพวกมันดั่งชีวิตจิตใจ” เสียงกล่าวของรุ่นน้องสตรีดังขึ้น ทันทีที่นางเห็นร่างของเขา
                “งดงามยิ่ง” ขณะที่บุรุษหนุ่มกล่าวตอบสายตามิได้ละไปจากวงพักตร์อันหวานซึ้งของสตรีตรงหน้า ราวกับจะกล่าวชื่นชมนางอย่างใดอย่างนั้น
                รุ่นน้องยิ้มตอบมิได้กล่าวอันใด พอจะเข้าใจว่าคำกล่าวเมื่อครู่หมายถึงอะไรจึงเกิดอาการเอียงอาย มิได้ชักชวนให้สนทนาเรื่องดอกไม้ต่อ เปลี่ยนเป็นชี้ไปที่กรงทองที่แขวานไว้กับต้นไม้ใหญ่ข้างเคียง กล่าวว่า “ท่านดูมันสิ นกกระจิบที่ท่านช่วยชีวิตเอาไว้กลับคืนสู่ความแจ่มใสอีกครั้ง”
                บุรุษหนุ่มหันหน้ามองไปตามนิ้วมือของหญิงสาว กล่าวว่า “เจ้าพร้อมใจจะปล่อยมันไปหรือไม่? ดูจากท่าทางที่สนิทสนมกันระหว่างวิหคน้อยกับเจ้า ราวกับว่ามันอยากจะให้เจ้าเป็นเจ้าของอย่างใดอย่างนั้น”
                หญิงงามพลันส่ายศีรษะอย่างช้าๆ สายตายังไม่ละจากนกน้อยที่ฝึกซ้อมการบินอยู่นั้น กล่าวว่า “อิสรภาพเป็นสิ่งสำคัญของสิ่งมีชีวิตทุกสรรพสิ่ง ข้าที่มีส่วนช่วยเหลือมันเพียงเล็กน้อยมิอาจลิดรอนอิสรภาพของมันได้ ช่วงเวลาที่เราทั้งสองอยู่ร่วมกันพักหนึ่ง ได้สร้างความทรงจำดีๆหลายเรื่องที่จะประทับอยู่ในจิตใจตลอดไป แต่เมื่อเวลาอันสมควรมาถึง วิหคน้อยก็สมควรจะได้รับอิสระโบยบินสู่ท้องนภาอีกครั้ง จริงหรือไม่เจ้านกน้อย?”
                บุรุษหนุ่มนึกไม่ถึงว่าหญิงสาวที่มีอายุเพียงสิบหกปีจะมีความคิดเช่นนี้ ก้าวขาเข้าไปประชิดกรงทองเคียงคู่กับโฉมสะคราญ พลันได้กลิ่นหอมเบาบางจากเรือนผมที่กลบกลิ่นหอมของดอกลิลลี่ไปสิ้น เขาเอื้อมมือไปแตะกรงทองหลังนั้น กล่าวว่า “นึกไม่ถึงว่าเจ้าจะเป็นผู้ที่มีความคิดลึกซึ้งเช่นนี้ แม้ว่าตอนนี้เจ้านกน้อยอาจมีความสุขจริง มีทั้งกรงทองที่สวยงาม อาหารที่ไม่ต้องออกไปหา ผู้ดูแลที่เอาใจใส่เป็นอย่างดี แต่ข้าเชื่อมั่นว่าจิตใจของมันส่วนหนึ่งนั้นจะต้องเป็นห่วงกังวลถึงวิหคอีกตัวหนึ่ง ซึ่งเป็นความปรารถนาที่มิอาจปฏิเสธได้ในชีวิต”
                สิ้นสุดคำว่า “ชีวิต” เมื่อครู่ สายตาของบุรุษหนุ่มและหญิงสาวได้สบกันพักหนึ่ง นัยน์ตาที่ถ่ายทอดอารมณ์และความรู้สึกลึกๆในใจให้อีกฝ่ายหนึ่ง แต่ด้วยอายุและการที่ไม่เคยมีประสบการณ์ทางด้านความรักฉันบุรุษหนุ่มหญิงสาวมาก่อน ทั้งคู่ก็ต้องหลบสายตากันและกัน มิได้กล่าวอันใดต่อ
                บรรยากาศอันน่ากระอักกระอ่วนคลายลงด้วยเสียงร้องเจื้อยแจ้วของนกกระจิบตัวนั้น ทั้งสองทอดสายตามองขึ้นไปบนท้องฟ้าตามการเคลื่อนไหวของวิหคน้อย พบเห็นวิหคอีกตัวหนึ่งบินมารอคอยคู่ชีวิตของมันอยู่บนกิ่งก้านต้นไม้ใหญ่ โดยไม่มีทีท่ากลัวเกรงมนุษย์ทั้งสองแต่ประการใด ทั้งๆที่มนุษย์นั้นแทบจะทำลายชีวิตของมัน อาจเป็นเพราะนกทั้งสองสื่อสารกันรู้เรื่องก็เป็นได้ ว่ามนุษย์คนใดควรค่าแก่การได้รับความไว้วางใจ
                เมื่อเห็นภาพเช่นนั้นทำให้บุรุษหนุ่มหญิงสาวทั้งสองเอื้อมมือไปที่ประตูกรงพร้อมๆกัน มือของหญิงสาวไปถึงก่อนในขณะที่มือของบุรุษหนุ่มสัมผัสกับข้อแขนอันเรียวงามนั้น หญิงสาวหันใบหน้าที่แดงระเรื่อกลับมาสบสายตาบุรุษหนุ่มอีกครั้ง ได้ยินเสียงเขากล่าวว่า “พวกเรามาปลดปล่อยมันไปพร้อมกันเถิด”
                หญิงสาวพยักหน้าตอบรับด้วยเสียงที่แผ่วเบาราวกับเสียงกระพือปีกของผีเสื้อ ทั้งสองเปิดประตูกรงทองปล่อยให้วิหคตัวนั้นบินกลับสู่ท้องนภา เข้าหาคู่ของมันในทันใด
                หากไม่มีวิหคคู่นี้ทั้งสองคงมิอาจทราบได้ว่าความรักที่แท้จริงนั้นเป็นอย่างไร
 
การฝึกฝนทักษะจับความรู้สึกผ่านไปอีกพักใหญ่ ศิษย์ทั้งสี่ต่างขะมันเขม้นมุ่งหวังที่จะจับความรู้สึกให้ได้ไกลที่สุด ซึ่งเป็นที่แน่นอนว่าผู้ที่กระทำได้ดีที่สุดก็คือบลู
อาจารย์ดาธก็ปรบมือดึงความสนใจจากศิษย์ทั้งสี่ เมื่อเห็นรินะกลับมาเบิกบานอีกครั้งด้วยความยินดีหลังจากฝึกทักษะการจับความรู้สึกสำเร็จจึงกล่าวว่า “รินะพร้อมหรือไม่ กับการเล่าเหตุการณ์ที่เกิดกับตราสัญลักษณ์รูปพระอาทิตย์ของเจ้าให้กับศิษย์พี่ทั้งสามได้รับฟัง”
                เมื่ออาจารย์สะกิดประเด็นสำคัญขึ้นมาก็ทำให้ทุกคนในห้องนั่งตั้งตารอคำอธิบายของรินะอย่างใจจดใจจ่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูทที่เกี่ยวพันกับเรื่องนี้โดยตรง
                พอรินะตั้งสติได้จึงพยักหน้ากล่าวว่า “ต้องย้อนเล่ากลับไปถึงเรื่องราวที่เมืองอิซซ์ ที่หมู่บ้านของข้ามีประเพณีเฉพาะตัวอย่างหนึ่ง ทุกยี่สิบปีจะมีการเลือกหญิงสาวผู้เป็นรูนนิคนางหนึ่งให้รับตำแหน่งหัวหน้าหมู่บ้านสืบทอดต่อไปในอนาคต เมื่อหัวหน้าหมู่บ้านถึงแก่กรรมหรือมีอันเป็นไปว่าที่หัวหน้าหมู่บ้านคนถัดไปจะสามารถรับตำแหน่งแทนได้ทันที โดยการเลือกตัวเอาไว้ก่อนเป็นการขจัดปัญหาเรื่องการต่อต้านหัวหน้าหมู่บ้านคนใหม่ได้เป็นอย่างดี
เมื่อยี่สิบปีก่อนท่านแม่ของข้าเป็นผู้ที่ถูกรับเลือกให้ดำรงตำแหน่งนี้ แต่จวบจนปัจจุบันท่านหัวหน้าหมู่บ้านรุ่นก่อนก็ยังคงมีชีวิตอยู่ ดังนั้นท่านแม่ก็ยังมิได้ขึ้นรับตำแหน่งหัวหน้าหมู่บ้าน แต่กฎจะอย่างไรก็ต้องเป็นกฎ เมื่อเวลาผ่านไปยี่สิบปีว่าที่หัวหน้าหมู่บ้านคนถัดจากท่านแม่ต้องถูกคัดเลือกอีกครั้ง ในครั้งนี้ทุกคนต่างคาดหวังกันว่าพี่ยูกิจะได้รับเลือกเนื่องจากนางเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด จนกระทั่งพี่ยูกิติดตามอาจารย์คาโรลออกไปและรับตำแหน่งยอดหญิงเมื่อต้นปี สิทธิ์ของนางที่จะได้รับเลือกการเป็นหัวหน้าหมู่บ้านจึงถูกตัดออกไป เด็กสาวคนอื่นที่อยู่ในรุ่นราวคราวเดียวกับข้าและพี่ยูกิต่างได้รับพิจารณา จนสุดท้ายตัวเลือกในครั้งนี้เหลือเพียงข้าและพริมสองคน
ราวปลายเดือนหนึ่ง เป็นวันก่อนที่อาจารย์ดาธจะมาหาข้าที่หมู่บ้านวันหนึ่ง พริมผู้เป็นสหายสนิทถูกหัวหน้าหมู่บ้านเรียกตัวไปสนทนาเป็นการส่วนตัว ซึ่งข้าเองมิได้รับอนุญาตให้เข้าไปห้องประชุมด้วย ด้วยความเป็นห่วงข้าจึงแอบฟังคำสนทนาอยู่ที่ห้องด้านข้าง หัวหน้าหมู่บ้านเกรี้ยวกราดกับพฤติกรรมอันไม่เหมาะสมของพริมที่ไปรับตำแหน่งอัศวินดำโดยมิได้รับอนุญาต ซึ่งกรณีนี้ต่างจากพี่ยูกิที่มีการขออนุญาตอย่างเป็นทางการว่าจะออกไปรับตำแหน่งยอดหญิง หมู่บ้านรูนนิคของเราค่อนข้างที่จะหัวโบราณ ชาวบ้านทั้งหลายจำเป็นต้องดำรงตนอยู่ในกรอบของขนบธรรมเนียมและประเพณี มิฉะนั้นจะไม่ได้รับอนุญาตให้ฝึกศาสตร์แห่งรูน การสนทนาเป็นไปอย่างเผ็ดร้อนมีการทุ่มเถียงกันด้วยเสียงอันดังจนข้าได้ยินชัดเจนทุกถ้อยคำ ผลสุดท้ายพริมถูกลงโทษด้วยการเนรเทศออกจากหมู่บ้านมิให้ใช้รูนนิคอีก ป้ายสัญลักษณ์รูนนิคของนางจึงถูกหัวหน้าหมู่บ้านริบไปในวันนั้น
เช้าวันต่อมาก่อนที่นางจะต้องจากไปนั้น ข้ามีอาโอกาสได้สนทนากับพริมเป็นครั้งสุดท้าย ถามไถ่ถึงเรื่องเมื่อคืนแต่พริมก็ไม่ยอมปริปากพูดอะไรทำให้ไม่อยากจะวุ่นวายกับเรื่องที่สหายไม่สบายใจ ประกอบกับในวันนั้นอาจารย์ดาธได้มาพบข้าพอดี จึงอยู่กับอาจารย์ตลอดทั้งวันโดยทิ้งสัมภาระต่างๆเอาไว้ที่บ้านรวมทั้งตราสัญลักษณ์รูปพระอาทิตย์และกล่องแก้วอัญมณีสีแดง จนในที่สุดช่วงเย็นของวันนั้นหัวหน้าหมู่บ้านได้ประกาศว่า ข้าได้รับเลือกให้เป็นว่าที่หัวหน้าหมู่บ้านคนต่อไป
ไม่นึกเลยว่าพริมจะเจ็บแค้นที่ข้าได้รับเลือกเป็นว่าที่หัวหน้าหมู่บ้าน จนนางขโมยเอาตราสัญลักษณ์รูปพระอาทิตย์และป้ายรูนนิคของข้าไปทั้งหมด ด้วยความสามารถในเอลแห่งความมืดที่กล่อมทุกคนให้หลับไปในชั่วอึดใจ กว่ายามเฝ้าะวังจะรู้ตัวก็เป็นวันรุ่งขึ้น พริมได้หนีหายไปไกลถึงอาณาจักรนอร์ด้วยจุดเคลื่อนย้ายมิอาจตามทันอีก เมื่อหัวหน้าหมู่บ้านและมารดาข้าล่วงรู้เรื่องนี้ก็มิได้ติดใจอันใด เพียงคิดว่าเป็นการกระทำด้วยความคิดชั่ววูบของเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งที่อารมณ์แปรปรวนยังไม่มีวุฒิภาวะสูงพอ จึงมิได้ตามล่าพริมเพื่อทวงถามของคืนมา แนะนำให้ข้านั้นรอจนอารมณ์ของนางกลับคืนสู่สภาวะปกติ แล้วสนทนาขอคืนของพวกนั้นโดยดี ด้วยความเป็นสหายกันมากว่าสิบปีคงจะไม่มีปัญหาอันใด
เพื่อเป็นการแก้ขัด หัวหน้าหมู่บ้านจึงให้ป้ายรูนนิคของพริมที่ริบไปคืนแก่ข้าเพื่อใช้งานทดแทน ข้าไม่คิดเลยว่านางจะนำตราสัญลักษณ์รูปพระอาทิตย์ไปใช้ในทางที่ผิดจนทำให้พวกพี่ทั้งสามเดือนร้อนแสนสาหัส จึงต้องขอโทษแทนพริมและการตัดสินใจที่ผิดพลาดของพวกผู้ใหญ่ในหมู่บ้านด้วย”
รินะที่มีจิตใจดีงามเมื่อรับรู้ว่าตนเองเป็นสาเหตุของความเดือนร้อนถึงกับน้ำตาคลอเบ้า อาจารย์ดาธต้องมาลูบหลังปลอบว่า “เจ้าไม่ผิดหรอก เป็นข้าที่ไม่ใคร่ครวญให้ดีเองว่าตราสัญลักษณ์รูปพระอาทิตย์จะสร้างปัญหาได้ขนาดนี้ แม้กระทั่งข้าเองก็คาดไม่ถึง”
โรซาไลน์สงสารศิษย์น้องเล็กเป็นอย่างยิ่ง เมื่อเห็นน้ำตาเอ่อล้นก็เข้าไปสวมกอดรินะครั้งหนึ่งด้วยความรัก กล่าวว่า “ไม่เป็นไรหรอกรินะ สุดท้ายพวกเราก็รอดชีวิตกันมาได้ ทำใจให้สบายเถิด”
ทั้งลูทและบลูต่างก็ไม่เคยปลอบโยนสตรีจึงไม่รู้จะทำอะไรหรือกล่าวอะไรดี ได้แต่ใช้มือแตะที่แขนของรินะส่งมอบกำลังใจแทนการปลอบประโลม
อาจารย์ดาธพลันเปลี่ยนประเด็นว่า “ในเมื่อเรื่องราวทุกอย่างกระจ่างแล้ว คราวนี้มาถึงเรื่องที่ยังไม่กระจ่างกันบ้าง ซึ่งเรื่องเหล่านี้อาจต้องถามพวกเจ้าเป็นรายบุคคล”
บลูถามขึ้นทันทีว่า “เรื่องอะไรหรืออาจารย์?”
“ก็เรื่องฝีมือของพวกเจ้าเป็นอย่างไร ว่าแต่ละคนนั้นพัฒนาไปถึงไหนกันบ้างแล้ว คงต้องทำการทดสอบดูสักทีว่าจะเสียชื่ออาจารย์อย่างข้าหรือไม่?”
บุรุษหนุ่มผมสีน้ำตาลแดงถามขึ้นว่า “เป็นการทดสอบอย่างไร?”
อาจารย์ดาธยิ้มที่มุมปากยกนิ้วชี้ขึ้นมาด้วยท่าประจำ กล่าวว่า “เรื่องนี้ทราบได้ไม่ยาก ขอเพียงพวกเจ้าสี่คนประลองกับข้าหนหนึ่งจะเป็นที่ประจักษ์เอง”
 
บ้านที่อาจารย์ดาธเช่าอยู่ในตอนนี้เป็นบ้านพักไม้สองชั้น ห้องเมื่อครู่ที่พวกเขาคุยกันคือห้องพักที่ชั้นสอง ส่วนด้านล่างเป็นห้องโล่งมีโต๊ะตัวหนึ่งและเก้าอี้อีกสี่ตัว เบื้องนอกเป็นสวนหินที่จัดเรียงรายไว้
                อาจารย์ดาธนำพาศิษย์ทั้งสี่ออกไปที่สวนหินเบื้องนอก เคลื่อนย้ายโต๊ะและเก้าอี้ที่แกะจากหินไปวางไว้ที่บริเวณข้างเคียง จนเกิดเป็นลานโล่งขึ้นมาแห่งหนึ่ง เพียงพอให้สำหรับทดสอบฝีมือ
                “การประลองครั้งนี้ถือเป็นบททดสอบฝีมือของพวกเจ้าว่าพัฒนาขึ้นเพียงใดหลังจากที่ข้าจากไป ข้าทราบดีว่าพวกเจ้าแต่ละคนนั้นมีพัฒนาการที่ยกระดับไปอีกขั้นหนึ่ง ดังนั้นจงแสดงออกมาได้เต็มที่ จะใช้อาวุธหรือเอลชนิดใดก็ได้ตามใจชอบไม่จำเป็นต้องเกรงกลัวว่าข้าจะบาดเจ็บ เพราะถ้าเจ้าทำได้ข้าก็จะยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ศิษย์สามารถเทียบชั้นอาจารย์ได้เสียแล้ว”
จากนั้นอาจารย์ดาธจึงเดินไปหยิบไม้พายสำหรับทำกับข้าวขึ้นมาแท่งหนึ่ง เป็นพายที่ทำจากไม้เนื้ออ่อน เอาไว้สำหรับคนมันบด จากด้ามจรดปลายยาวประมาณหนึ่งศอก พวกลูททั้งสี่ต่างไม่เข้าใจว่าอาจารย์จะหยิบไม้พายชิ้นนี้มาเพื่ออะไร จนกระทั่งได้ยินคำกล่าวว่า “ไม้พายนี้เป็นอาวุธของข้า หากพวกเจ้าคนใดคนหนึ่งสามารถทำให้ไม้พายหลุดจากมือหรือเสียหายได้ถือว่าการประลองยุติลงและข้าเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ แต่ถ้าพวกเจ้าคนใดเกิดล้มลงกับพื้นก็ขอให้หยุดมือเช่นกันเพราะนั่นหมายความว่าเจ้าเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ คนอื่นที่มิได้ล้มลงสามารถสู้สืบต่อได้ไม่มีปัญหา มีกฎกติกาข้อใดที่ยังไม่เข้าใจหรือไม่?”
ลูทพลันถามว่า “หากพวกเราสามารถทำให้อาจารย์ล้มลงได้จะเป็นอย่างไร?”
“นั่นถือว่าข้าเป็นฝ่ายพ่ายแพ้เช่นกัน”
บลูปลดวิสุทธิ์ศาสตราที่กลางหลังลงมาถือ กระชับไว้ในมือโคจรเอลไปทั่วร่าง หันปลายกระบองด้านหนึ่งไปยังอาจารย์ดาธ ซึ่งในขณะนั้นลูทที่ยืนอยู่ด้านข้างหันไปเห็นพอดีถึงกับตาเป็นประกายโพล่งออกมาว่า “วิสุทธิ์ศาสตรา!? เจ้าไปได้มาได้อย่างไร?”
บลูอมยิ้มกล่าวว่า “หากเจ้าอยากรู้ก็ล้มอาจารย์ให้ได้ก่อนแล้วข้าจะบอกให้”
ลูทเห็นเพื่อนมีอาวุธวิเศษก็มีกำลังใจมากขึ้นอักโขชักกระบี่เขี้ยวราชสีห์ออกมาจ่อเฉียงไปยังอาจารย์ดาธ คมกระบี่สีทองเปล่งประกายออกมาเมื่อถูกบรรจุซันลงไป ประกายตาของบุรุษหนุ่มผู้นี้แปรเปลี่ยนเป็นอีกผู้หนึ่งหลังจากที่เรียงร้อยซันไปทั่วร่าง นั่นเป็นประกายตาของซันชิน
โรสที่อยู่ด้านข้างพลันขยับไปอยู่แนวหลังมือขวาถือดาบลายเมฆ มือซ้ายให้กำเนิดมีดแห่งแสงเล่มหนึ่งตระเตรียมจะซัดออกทุกเมื่อ
ส่วนอาวุธของรินะเป็นจักรรูปวงแหวนสองวงถือด้วยมือซ้ายขวาข้างละวง จักรแต่ละวงมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณหนึ่งศอกทำจากโลหะมิทราลสีเงินแวววาว น้ำหนักเบาเหมาะสำหรับสตรี นอกจากช่วงที่เป็นมือจับแล้วริมจักรที่เหลือคมกริบดั่งเช่นคมกระบี่ ถึงขนาดหย่อนเส้นผมลงไปก็ขาดเป็นสองท่อน รินะถือจักรคู่มั่นด้วยสองมือเขยิบเข้ามาด้านหน้ายืนเคียงคู่กับลูทและบลูทั้งสอง ทำให้รู้ได้ว่านางถนัดในการต่อสู้ระยะประชิด
บลูที่ยืนอยู่ด้านข้างเหลือบไปมองศิษย์น้องคนใหม่นี้ เห็นท่าทางการยืนก็ทราบได้ทันทีว่ามีฝีมืออยู่พอตัว เขาที่ไม่ถนัดในการต่อสู้ระยะประชิดจึงถอยร่นไปก้าวหนึ่ง ปล่อยให้ลูทกับรินะยืนเคียงคู่กันอยู่หน้าสุด ถัดมาเป็นเขาแล้วค่อยเป็นโรซาไลน์ที่กระชับดาบและมีดอยู่ในแนวหลังเช่นเคย
อาจารย์ดาธเห็นท่าเตรียมพร้อมของศิษย์ทั้งสี่แล้วจึงกล่าวว่า “ยอดเยี่ยมมากที่พวกเจ้าพัฒนาตัวเองได้ถึงขั้นนี้ ข้าไม่คิดมาก่อนเลยว่าพวกเจ้าแต่ละคนกำลังก้าวไปยังขอบเขตของจอมปราชญ์ ในตอนนี้พวกเจ้าสามารถเอาชนะชนชั้นกลางที่พบได้ทั่วไปในยุทธภพโดยไม่ยากเย็น” กล่าวจบก็หยิบไม้พายทำกับข้าวขึ้นมาตั้งท่าเตรียมต่อสู้ แผ่แรงกดดันไปรอบด้าน แรงกดดันที่มิอาจมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
พวกลูททั้งสี่พลันไม่รู้จะจู่โจมเข้าไปที่ใดก่อน เนื่องจากบุรุษตรงหน้าไม่มีช่องว่างให้ฉกฉวยแม้แต่น้อย ทันใดที่พวกเขาลังเลวูบหนึ่งก็เห็นไม้พายพุ่งเข้ามาเบื้องหน้า
“อย่ามัวแต่จับจ้อง!”
เป็นอาจารย์ดาธเปิดฉากจู่โจมก่อน
ลูทตัดสินใจเข้าไปรับไม้พายเป็นคนแรก สะบัดกระบี่เขี้ยวราชสีห์ในมือจ้วงแทงออกไปต้านทานไม้พาย บลูที่อยู่ด้านหลังก้าวหนึ่งควงกระบองวิสุทธิ์ศาสตราที่สามารถเข้าถึงเป้าหมายจากระยะกลาง ฟาดเข้าตามหลังลูทในแง่มุมที่แตกต่าง หากอาจารย์ดาธหลบมาอีกด้านหนึ่งก็ต้องปะทะกับกระบอง
อาจารย์ดาธพลันเคลื่อนไหวอย่างพิสดาร ก้าวเท้าไปด้านหน้าก้าวหนึ่งยื่นมือซ้ายออกจับข้อมือที่ถือกระบี่ของลูทไว้อย่างแม่นยำ ออกแรงเล็กน้อยทำให้กระบี่ของลูทเบี่ยงเบนเข้าไปหาบลู เขี้ยวราชสีห์กระทบกับกระบองวิสุทธิ์ศาสตราอย่างจัง จากนั้นไม้พายในมืออาจารย์ดาธพลันพุ่งด้วยความเร็วสูง เข้าหาลูทที่เสียหลักหมายจะปัดให้ล้มไป
ทั้งลูทและบลูใจหายวาบ นึกไม่ถึงว่าจะเสียท่าตั้งแต่การจู่โจมเพียงครั้งแรก ลอบทอดถอนใจว่าต้องล้มลงพื้นเสียเป็นแน่
รินะที่อยู่ด้านข้างสะบัดข้อมือวูบหนึ่ง ปาดจักรมิทราลเข้าใส่ไม้พายบังคับให้อาจารย์ดาธเปลี่ยนทิศทางการโจมตี อาจารย์เหลือบสายตาเห็นจักรคู่อันแหลมคม พลางใช้ส้นเท้าเป็นจุดหมุนตวัดร่างหันหลังกลับ หลบรอดจากจักรที่ปาดเข้าใส่ เปลี่ยนเป้าหมายจากลูทไปเป็นท่อนขาของรินะ ที่ก้าวล้ำเข้ามาก้าวหนึ่ง
ปง!
เสียงไม้กระทบวัตถุดังขึ้น ไม้พายแทนที่จะกระทบกับท่อนขาของศิษย์น้อง แต่กลับกระทบกับมีดสั้นที่โรซาไลน์ซัดออกมาจากแนวหลังทำให้เชื่องช้าลงวูบหนึ่ง รินะจึงกระโดดหลบไม้พายได้ทันท่วงที
ไม้พายเพียงกระบวนท่าเดียวกลับทำให้พวกลูทสี่คนเสียขบวนรวนเร
บลูเกิดอาการมืดแปดด้านไม่รู้ว่าไม้พายจะมาทิศใด ครั้งการศึกกับมหาโจรลูซอนยังพอจะทำนายทิศทางของฟาลเชี่ยนได้บ้าง แต่ครั้งนี้กลับมิอาจมองไม้พายทำอาหารธรรมดาชิ้นหนึ่งได้ออก
ลูทไม่ค่อยคิดหน้าหลังเท่าไร อาจเป็นเพราะคิดมากไปไร้ประโยชน์ก็เป็นได้ เนื่องจากคู่ต่อสู้เป็นอาจารย์ของตน จึงพยักหน้าให้บลูครั้งหนึ่งแล้วใช้เซเบอร์ต่างดาบฟันออกด้วยท่าราชสีห์คำรณ ตามหลักการเรียงร้อยตลอดเวลาบรรจุชั่วพริบตาที่ได้เรียนรู้จากพรานใหญ่ เสียงคำรามของเขี้ยวราชสีห์ก็ดังกระหึ่มขึ้น
“ไม่เลว” อาจารย์ดาธกล่าวชมเชย จากนั้นจึงใช้ปลายไม้พายจี้เข้าใส่ปลายกระบี่ จุดกลางของปลายไม้พายเข้าประกบกับปลายเขี้ยวราชสีห์ที่คำรามดังสนั่น ปลายไม้พายแฝงแรงอ่อนหยุ่น เมื่อประกบกับซันอันแข็งกร้าวจากลูท ก็ซึมซับเอาซันเหล่านั้นมาหักล้างกันสิ้น สามารถหยุดการโจมตีของเขี้ยวราชสีห์ได้อย่างง่ายดาย
“อะไรกัน!?” ลูทอ้าปากค้างด้วยความตื่นตระหนก ไม่คิดว่าท่าไม้ตายของตนจะถูกหยุดยั้งได้ง่ายดายปานนี้
โรซาไลน์มี่เฝ้ารออยู่เบื้องหลังพลันพบจังหวะอันดี ฉวยโอกาสที่ไม้พายยันกับปลายกระบี่ซัดมีดติดลวดเหล็กกล้าเข้าใส่อาจารย์เป็นการหนุนเสริม พร้อมกับรินะที่ปาดจักรในมือสองด้วยท่าต่อสู้ประชิดตัว
อาจารย์ดาธใช้หลักการรับมือเดิม แต่เปลี่ยนวิธีการใช้ออกใหม่ ยื่นมือออกข้างหนึ่งใช้เอลแห่งลมเป็นท่าวายุพัดพา ชักนำมีดติดลวดเหล็กเข้าหาจักรในมือซ้ายจนกระทบกันเป็นเสียงดังเคร้ง
รินะเหลือจักรอีกข้างหนึ่งก็ยังไม่ยอมแพ้ ประกายตายพลันปรากฏแสงเรืองรองของซันชิน บรรจุซันเชือดเฉือนลงในจักรเหวี่ยงออกไป คมมีดของมันหมุนคว้างฝ่าอากาศเข้าหาอาจารย์ดาธ
ส่วนโรสที่พบว่ามีดของตนพันเข้ากับจักรของรินะจึงจำใจปลดลวดออกคลายปมให้จักรคืนสู่อิสระอีกครั้ง จากนั้นจึงประกบนิ้วกลางนิ้วชี้ด้วยมือซ้ายร่ายเอลดรรชนีเทพยดาหนุนเสริมจักรบิน
“ทำได้ดียิ่ง” เสียงกล่าวชมเชยดังขึ้นอีกครั้ง เมื่ออาจารย์ดาธมิอาจโยงจักรเข้าหาดรรชนีได้ ด้วยสาเหตุที่ด้านหนึ่งเป็นวัตถุอีกด้านหนึ่งเป็นพลังงาน พลันปล่อยไม้พายจากการยันที่ปลายกระบี่ลูท กระโดดขึ้นใช้ปลายเท้าแตะกระบี่ยืนอยู่บนเขี้ยวราชสีห์หลบรอดจากการโจมตีของหญิงสาวทั้งสอง


Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
ศาสตราคู่กู้แผ่นดิน ตอนที่ 91 : เล่ม 4 - ตอนที่ 47 คำชี้แนะของดาธ (ครึ่งแรก) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1209 , โพส : 0 , Rating : 100% / 1 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android