คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

ศาสตราคู่กู้แผ่นดิน

ตอนที่ 99 : เล่ม 4 - ตอนที่ 50 - ประชุมใหญ่ที่ตึกธงดาบ (ครึ่งหลัง)


     อัพเดท 21 ม.ค. 51
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : มือเดียวค้ำฟ้า ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ มือเดียวค้ำฟ้า
My.iD: https://my.dek-d.com/eva00r
< Review/Vote > Rating : 99% [ 3,288 mem(s) ]
This month views : 31 Overall : 262,786
4,383 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 290 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
ศาสตราคู่กู้แผ่นดิน ตอนที่ 99 : เล่ม 4 - ตอนที่ 50 - ประชุมใหญ่ที่ตึกธงดาบ (ครึ่งหลัง) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 855 , โพส : 0 , Rating : 100% / 1 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


ณ ลานหน้ารัฐสภา เขตเมืองชั้นใน
                พิธีมอบตำแหน่งมือปราบชั้นหนึ่งแห่งภาคกลางเสร็จสิ้นลง ผู้ปกครองรัฐทั้งสามนั่งเก้าอี้ที่ตั้งอยู่บนพื้นยกระดับเคียงข้างกันสามตัว ไล่จากซ้ายไปขวาคือเวอร์น่อน จอห์นและคาร์ล
                ด้านหลังของผู้ปกครองทั้งสามเป็นรัฐสภาหลังคาโค้งที่สร้างจากหินแกรนิตทั้งสิ้น รัฐสภามีฐานเป็นวงกลม รายล้อมด้วยเสาหินแกรนิตแปดต้นรอบนอก ทำหน้าที่ค้ำหลังคารูปโดมเอาไว้ บนยอดโดมมีสัญลักษณ์สหพันธรัฐนอร์ที่เป็นรูปอาชา ดาบและมังกรปักเอาไว้ถาวร
                คาร์ลเป็นผู้ปกครองรัฐที่หนุ่มที่สุดในบรรดาสามคน เขามีอายุราวห้าสิบปีเศษซึ่งน้อยกว่าเวอร์น่อนเกือบสิบปีและน้อยกว่าจอห์นถึงยี่สิบปี เรียกได้ว่าเป็นผู้ปกครองรุ่นใหม่ไฟแรงที่ผุดขึ้นมาแทนที่บิดาผู้ล่วงลับ คาร์ลเป็นชาวนอร์แท้ๆเช่นเดียวกับผู้ปกครองอีกสองคน รูปรางหน้าตาน่าเชื่อถือน่าไว้วางใจ ผมสั้นหยักเล็กน้อย ที่เห็นเป็นเอกลักษณ์เด่นชัดคือจอนทั้งสองข้างที่ยาวลงมาจรดเคราสั้น กับหนวดบนริมฝีปากจนแยกไม่ออกว่าสิ่งใดเป็นสิ่งใด สวมเสื้อคลุมอันแสดงถึงตำแหน่งผู้ปกครองรัฐที่มีสัญลักษณ์เป็นธงมังกรที่กลางหลัง ธงมังกรที่เป็นเครื่องหมายแห่งรัฐตะวันออก
                นอกจากผู้ที่ได้รับเชิญจำนวนไม่กี่คนและสมาชิกสภาที่มีสิทธิ์เข้าไปยังพื้นที่ของนครหลวงชั้นในแล้ว ไม่มีผู้ใดเห็นพิธีการชัดเจนอีก ชาวบ้านที่เหลือต่างต้องเกาะลูกกรงขี่คอกันดูจากเมืองชั้นกลางเพียงเพื่อขอยลโฉมผู้ปกครองรัฐทั้งสามและมือปราบชั้นหนึ่งคนใหม่นามว่า ‘วาคิน วิลล์’
เว้นแต่เพียงบุคคลผู้หนึ่ง หากบุคคลผู้นี้บอกว่าทำไม่ได้คงไม่มีผู้ใดกล้าบอกว่ากระทำได้ แม้แต่เวอร์น่อนเองที่มีฝีมือสูงสุดในบรรดาผู้ปกครองทั้งสามก็ยังไม่มีความมั่นใจ
                เขายืนสังเกตการณ์อยู่บนหลังคาของยอดหอน้อยกลางน้ำซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุดของนครหลวง จุดนี้มีทั้งข้อดีและข้อเสียในตัวของมันเอง ข้อดีก็คือผู้ที่ยืนอยู่ในจุดนี้สามารถทอดสายตามองสำรวจนครหลวงจากทุกทิศทาง แม้แต่ทิวทัศน์ในเมืองชั้นในก็มิใช่ข้อยกเว้น ส่วนข้อเสียนั้นก็คือเมื่อจุดนี้สามารถมองเห็นทุกจุดในเมือง ทุกจุดในเมืองก็สามารถมองเห็นผู้คนที่ยืนอยู่บนยอดหอน้อยกลางน้ำได้เช่นกัน การป้องกันในจุดนี้จึงเข้มงวดเป็นพิเศษ นักรบมังกรสามารถทะยานขึ้นฟ้าเพื่อปลิดปลงศัตรูผู้สั่นคลอนความมั่นคงของชาติได้ทุกเมื่อ
                ในเมื่อบุรุษผู้นี้สามารถยืนอยู่จุดนี้เป็นเวลากว่าชั่วโมงโดยที่ไม่มีผู้ใดพบเห็น ก็ต้องมิใช่ชนชั้นธรรมดา จะเรียกเช่นนั้นก็ไม่ถูกต้องเสียทีเดียวต้องเรียกว่ามิใช่ “ชนชั้นยอดฝีมือธรรมดา”
                ดาธทอดสายตาจากยอดหอน้อยกลางน้ำมองลงไปที่บริเวณลานหน้ารัฐสภาอย่างถ้วนถี่ ใช้เอลที่ห้าผลักแสงอาทิตย์ให้หักเหออกจากร่างโดยมิให้กระทบผิวกายแม้ส่วนเสี้ยว ร่างกายของดาธจึงเปรียบเสมือนมนุษย์ล่องหนผู้มีตัวตันสามารถจับต้องได้คนหนึ่ง แต่เท่านั้นยังไม่เพียงพอ การหลอกด้วยการปิดกั้นทางสายตาสามารถหลอกได้เพียงชนชั้นธรรมดา ไม่สามารถตบตาชนชั้นยอดฝีมือเช่นเวอร์น่อนหรือวานเตสได้ แต่ดาธมีความสามารถพิเศษในการหยุดโคจรเอลชั่วคราว มิให้เอลในร่างหมุนเวียนและแผ่ออกไปนอกกาย ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีผู้ใดสามารถค้นพบว่าบนยอดหอน้อยกลางน้ำที่ปลอดโปร่งปราศจากวัตถุอื่นใด กลับมีบุรุษชาวมิสต์คนหนึ่งยืนสังเกตการณ์อยู่ทุกขณะ
                เขาเห็นแม้กระทั่งการต่อสู้ระหว่างศิษย์รักบลูและอัศวินดำหมายเลขสี่ซิฟเฟอร์ แต่นั่นยังมิใช่สิ่งที่เขารอคอย ดาธมีความมั่นใจว่าศิษย์ผู้นี้จะต้องเอาตัวรอดจากสถานการณ์เช่นนั้นได้ จึงสงบนิ่งเฝ้าดูสถานการณ์ต่อไป สิ่งที่เขารอคอยมิใช่การลอบทำร้ายรายเล็กๆ แต่เป็นรอคอยถึงสัญญาณแห่งความหายนะที่กองกำลังอัศวินดำตระเตรียมจะทุ่มเทกำลังพล โดยที่ไม่ทราบว่าสัญญาณนั้นคืออะไรและมีการตกลงเช่นใด แต่ด้วยประสบการณ์อันเปี่ยมล้นและฝีมือที่ลึกล้ำสุดหยั่งคาด เขามั่นใจว่าสามารถรับรู้สัญญาณนั้นได้
                ในขณะนั้นเองที่ย่านนายพรานเขตเมืองชั้นนอก นายพรานคนหนึ่งอายุราวสามสิบเศษพึ่งจะตื่นนอน เขายังคงนอนสูบซิการ์อยู่บนหลังคาบ้านไม้แห่งเดิม เหม่อมองยอดหอน้อยกลางน้ำอันว่างเปล่าด้วยความเพลิดเพลินเจริญใจ แต่แล้วสายตาทั้งคู่ที่ทอดไปก็เกิดความผิดปกติขึ้นภายใน เขาหลับตาลงครั้งหนึ่งแล้วเพ่งมองดูใหม่ จากนั้นจึงพ่นควันซิการ์ออกจากปาก กล่าวพึมพำกับตนเองว่า “ภาพหลอน!? ดูท่าข้าจะสูบซิการ์มากเกินไปเสียแล้ว”
 
ไกที่ยังอยู่ห่างจากทาเรียเกือบร้อยก้าวมิอาจเข้าไปรับท่าสังหารของโรฮันแทนทาเรีย
                ทันใดนั้นพลันเกิดปฏิพานขึ้นวูบหนึ่ง มือซ้ายเปล่งแสงสีน้ำเงินเนื่องจากเอลน้ำแข็งวาดนิ้วออกไปยังพื้นดินใต้ฝ่าเท้าของทาเรีย สะบัดกระบี่เกล็ดน้ำค้างออกมาจากกลางหลังถือเอาไว้ด้วยมือขวาข้างเดียว ผนึกเอลเขตแดนความเย็นลงในตัวกระบี่เจาะจงแผ่ออกไปสู่ร่างของโรฮัน
                “ตั้งกระบี่ขึ้น!” มือปราบชั้นหนึ่งแห่งภาคตะวันตกร้องเสียงดัง
                ทาเรียที่กำลังถอยกรูดเมื่อพื้นดินด้านล่างแปรเปลี่ยนเป็นกระจกน้ำแข็งเรียบลื่นจึงไถลไปตามพื้นลื่นด้วยความเร็วมากกว่าปกติ ในขณะที่โรฮันถูกเขตแดนความเย็นกักเอาไว้ทำให้เคลื่อนไหวช้ากว่าปกติ ท่าง้าวสังหารของโรฮันจึงลดทอนความรุนแรงไปมาก
                ทาเรียมีเวลาในการยกเคลย์มอร์ตั้งขึ้นใช้ตัวกระบี่กระทบกับปลายแหลมของง้าวสั้นที่คอหอย แม้ว่าการปะทะครั้งนี้จะส่งผลบาดเจ็บซ้ำจุดเดิมจนทำให้ทาเรียถึงกับต้องกระอักโลหิตรอบสองออกมา นางก็ยังมิได้รับอันตรายถึงแก่ชีวิต
                ไกเห็นแผนการของตนประสบผลเมื่อเข้าประชิดในระยะกระบี่ กำนัลกระบี่เกล็ดน้ำค้างเฉียงๆใส่โรฮัน ปลายกระบี่แผ่ไอเย็นเยียบที่แทบจะทำให้กระดูกสักหลังติดกันจนขยับไม่ได้
                “วุ่นวายเสียจริง” โรฮันสบถคำหนึ่งเมื่อไม่สามารถสังหารทาเรียได้ตามใจปรารถนา จากนั้นจึงบรรจุซันลงที่สองคมง้าว ยกง้าวทั้งสองขึ้นไขว้กันเป็นรูปกากบาทต้านรับกระบี่เกล็ดน้ำค้างเอาไว้ได้
                ไกม้วนตัวกลับหลังในแนวดิ่งโดยเท้าทั้งสองยังไม่แตะพื้น กระบี่เกล็ดน้ำค้างจึงม้วนเป็นวงจากบนลงล่างตามแรงเหวี่ยวของร่างมือปราบชั้นหนึ่ง แทงเข้าที่ท้องน้อยของโรฮัน
                โรฮันคาดไม่ถึงว่าจะมีกระบวนท่าเช่นนี้จึงแยกง้าวสองเล่มออกจากกัน ใช้ปลายง้าวในมือซ้ายตั้งรับท่าแทงของกระบี่เกล็ดน้ำค้าง จากนั้นใช้สะบัดมือขวาฟันง้าวสวนออกไป
                ไกเห็นเช่นนั้นก็สบใจปล่อยมือซ้ายออกจากด้ามกระบี่ร่ายหัตถ์หิมะขึ้นปกคลุมฝ่ามือ พลางใช้หัตถ์หิมะซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำฉายาเข้าต้านรับง้าวสั้น ชักนำแรงกระแทกที่มือซ้ายมาสู่มือขวาปล่อยออกไปตามตัวกระบี่เกล็ดน้ำค้างผ่านเข้าสู่ร่างของโรฮัน พร้อมตะโกนว่า “อยู่!”
                โรฮันถูกแรงที่ส่งผ่านกระบี่เกล็ดน้ำค้างเข้าที่ปลายง้าวซ้ายกระแทกเข้าสู่ร่างกายจนอวัยวะภายในปั่นป่วน ไม่คิดเลยว่ามือปราบชั้นหนึ่งไกจะมีฝีมือเกินคาดหมายเช่นนี้ เห็นว่าหากอยู่ต่อไปอาจจะได้รับอันตรายจึงตัดสินใจล่าถอย ผนึกซันเข้าที่ส้นเท้าเช่นเคยดีดตัวออกไปทางทิศตรงกันข้าม กล่าวว่า “ยอดเยี่ยมสมฉายามือหิมะ” สิ้นเสียงร่างบุรุษผู้นี้ก็ล่องไปไกลกว่าห้าสิบวา
ความเร็วระดับนี้เทียบเท่ากับทานากะยามปลดผนึกอวตาร ไกจึงไม่มีปัญญาที่จะติดตามไป ได้แต่ทอดสายตามองพร้อมกับคำนึงในใจว่า ‘บุรุษผู้นี้มีฝีมือไม่ได้ด้อยไปกว่าซิฟเฟอร์สักนิด เห็นทีมรสุมนครหลวงครั้งนี้จะบ้าคลั่งยิ่งกว่าที่คาด’
                ไกหันกายมามองร่างของมือปราบทาเรียที่ได้รับบาดเจ็บจนต้องนอนนิ่งอยู่กับพื้น เห็นนางกล้ำกลืนฝืนทนความเจ็บปวด จึงพยุงกายท่อนบนลุกขึ้นมาได้จึงกล่าวว่า “นอนลง อย่าได้เคลื่อนไหว”
ทาเรียได้ยินเช่นนั้นจึงปฏิบัติตามโดยดี ไกพุ่งเข้ามายกร่างที่เปื้อนโลหิตขึ้นจากนั้นมุ่งตรงไปยังสถานพยาบาลของตึกธงมังกรด้วยความเร็วสุดตัว
 
เสียงซ่าครั้งหนึ่งดังขึ้น ชายหนุ่มผมสีน้ำเงินปีนป่ายขึ้นมาจากสระน้ำบริเวณหอน้อยกลางน้ำ ขึ้นมานอนแผ่หลาราวกับมัจฉาเกยตื้น
                บลูมองเห็นรินะกับโรสกำลังวิตกกังวลกับเป็นใหญ่จึงร้องเรียกหญิงสาวทั้งสอง เขาไม่คิดว่าการที่มาทำหน้าที่อารักขานั้นจะตกเป็นเหยื่อเสียเอง การที่รอดมาได้เป็นเพราะว่าเอลหายใจใต้บาดาล ทำให้สามารถดำลงไปกบดานอยู่ใต้สระน้ำได้เป็นชั่วโมง เขาว่ายอยู่ใต้ผิวน้ำวนไปมาจับตามองร่างของซิฟเฟอร์ เมื่อเห็นว่ามันจากไปจึงรออยู่สักพักใหญ่ก่อนที่จะมั่นใจในความปลอดภัยแล้วค่อยโผล่ขึ้นเหนือน้ำ
                โรสเดินออกมาจากตึกธงดาบไม่พบบลูเฝ้ารออยู่พลางนึกว่าเขาไปเฝ้ารินะอยู่ที่หอน้อยกลางน้ำจึงไม่เอะใจอันใด เดินไปที่บริเวณหอน้อยกลางน้ำเฝ้ารอบลูและรินะอยู่เบื้องล่าง จวบจนเวลาผ่านไปพักใหญ่รินะเสร็จธุระกับยูกิลงจากชั้นบนมาพบโรส แต่ไม่เห็นบลูนางทั้งสองจึงเริ่มกังวลกับความปลอดภัยของเขา โชคดีที่ต่อจากนั้นไม่นานหญิงสาวทั้งสองพบบลูโผล่พ้นน้ำขึ้นมาพอดี พวกนางจึงมิได้ยิงพลุสัญญาณออก มิฉะนั้นแนวร่วมคนอื่นอาจจะตื่นตกใจเป็นการใหญ่
                “มารดามันเถอะ” บลูหอบหายใจถี่ๆราวกับว่าตนเองเป็นสัตว์จำศีลที่มิได้หายใจเช่นนี้มาเป็นเดือนเป็นปี ถึงเขาจะมีชีวิตอยู่ใต้น้ำได้เป็นเวลานานแต่นั่นมิใช่ว่าเอลหายใจใต้บาดาลจะช่วยบรรเทาความอึดอัดจากธรรมชาติของมนุษย์ที่พึงจะอาศัยอยู่บนบกได้ทั้งหมด
                บลูเห็นสตรีทั้งสองปลอดภัยจึงกล่าวว่า “โชคดีที่พวกเจ้าไม่เป็นอะไร”
                ทั้งรินะและโรซาไลน์ต่างเดินเข้ามาหาเขาด้วยสีหน้าอันเป็นห่วงเป็นใยปนตกใจ โรสกล่าวว่า “เจ้าเป็นอย่างไรมาอย่างไรถึงต้องดำลงไปอยู่ในน้ำเช่นนี้?”
                รินะกล่าวเสริมว่า “พี่บลูได้รับบาดเจ็บตรงไหนบ้างหรือเปล่า?”
                บลูส่ายศีรษะ ยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาเปล่งแสงสีแดงอ่อนๆ ให้ความร้อนแก่ตนเอง กล่าวว่า “เพียงเป็นอาการบาดเจ็บเล็กน้อย เมื่อครู่ระหว่างที่พวกเจ้ากำลังไปทำธุระข้าถูกอัศวินดำหมายเลขสี่เล่นงานเข้า โชคดีที่รู้จักวิชาหายใจในน้ำเหมือนกับปลา และโชคดีที่ฝ่ายตรงข้ามไม่อาจหักใจปล่อยกระแสไฟฟ้าลงน้ำทำลายชีวิตใต้บาดาลทั้งสระ จึงเอาตัวรอดมาได้”
                จากนั้นก็เอามือข้างนั้นลูบไปตามลำตัวระเหยหยดน้ำที่เกาะอยู่ตามเนื้อผ้าออก เมื่อมือสีแดงอ่อนลูบผ่านไปที่ใดที่นั้นเปลี่ยนเป็นเรียบลื่นแห้งสนิททันที
                โรสได้ยินว่าบลูได้รับบาดเจ็บจึงยื่นมือทาบกับหัวไหล่ ร่ายเอลแสงแห่งการรักษาเข้าไปช่วยเชื่อมต่อเส้นเลือดบางจุดที่ได้รับความเสียหาย รู้สึกว่าอวัยวะภายในของบลูยังคงอยู่ในสภาพปกติจึงโล่งใจ อาการบอบช้ำไม่หนักหนาสาหัสเท่าที่คิดไว้ ใช้ระยะเวลาเพียงสิบนาทีบลูก็รู้สึกหายเป็นปลิดทิ้ง นี่ต้องขอบคุณกำแพงพสุธาที่ช่วยลดแรงกระแทกไปเกินครึ่ง กล่าวว่า “เจ้าพบอัศวินดำหมายเลขสี่แล้วยังรอดมาได้นับว่าบุญพาวาสนาส่งจริงๆ”
                บลูยักไหล่ด้วยท่าประจำ กล่าวว่า “ถือว่าฟ้าช่วยข้าฟาดเคราะห์ไปครั้งหนึ่งก็แล้วกัน”
                รินะถามว่า “อัศวินดำหมายเลขสี่มีฝีมือเป็นอย่างไร?”
                บลูถอนหายใจครั้งหนึ่ง กล่าวว่า “ข้าคิดว่าอย่างน้อยมันสามารถต่อกรกับพวกเราสามคนพร้อมกันได้โดยไม่เพลี่ยงพล้ำ วัยของมันเพียงโตกว่าข้าอย่างมากสามสี่ปีแต่พลังฝีมือของมันช่างน่าตระหนกเกินไปแล้ว ในบรรดาพวกเราหากไม่นับอาจารย์ดาธข้าคิดว่ามีแต่พี่ไกหรือครูชานอนถึงจะพอวัดฝีมือได้”
                รินะกล่าวต่อไปว่า “เช่นนี้พวกเรารีบกลับร้านขายสมุนไพรไปแจ้งข่าวกันเถอะ ข้าเกรงว่าพี่ลูทอาจตกเป็นเป้าหมายไปอีกคนหนึ่ง”
                บลูทำหน้าเจื่อนกล่าวว่า “ข้าเองอยากทำเช่นนั้นใจจะขาด แต่จากการถูกซุ่มโจมตีเมื่อครู่พวกเราสูญเสียรถม้าไปคันหนึ่งและอาชาพ่วงพีไปตัวหนึ่ง รบกวนพวกเจ้าเดินกลับจะได้หรือไม่?”
                โรสยิ้มที่มุมปากกล่าวล้อเล่นว่า “ข้านึกว่าปลาตัวน้อยเช่นเจ้าอยากจะว่ายน้ำกลับไปเสียอีก”
                รินะที่อยู่ด้านข้างพลันหัวเราะคิกคักขึ้นมา
                บลูมองหน้าโรสด้วยสีหน้าแปลกประหลาด กล่าวว่า “เจ้าไปเอาคำพูดพวกนี้มาจากที่ใด?”
                “ถ้าไม่ให้ข้าเอามาจากเจ้ากับสหายตัวป่วนของเจ้า ข้าจะเอามาจากที่ใดได้อีก?” กล่าวจบจึงชวนรินะพากันจากไปปล่อยบลูไว้ตามลำพัง
                บลูลุกขึ้นยืนส่ายหน้าที่ประดับรอยยิ้มจางๆ เดินตามสตรีทั้งสองมุ่งกลับไปร้านขายสมุนไพรยังคงหวั่นหวาดอยู่ในใจ หากซิฟเฟอร์หักใจปล่อยกระแสไฟฟ้าลงน้ำ เขาคงจะต้องกลายเป็นปลารมควันไม่ก็ปลานึ่งมะนาวไปเสีย
 
เมื่อพิธีมอบตำแหน่งสิ้นสุดผู้คนทั้งหลายก็แยกย้ายออกจากบริเวณเมืองชั้นใน ประตูเมืองสวรรค์พิภพทั้งสี่บานถูกปิดตายอีกครั้งโดยมีผู้เฝ้ารักษาเป็นกองกำลังใต้สังกัดของจอมพลมังกรทั้งสอง
                หลังจากนั้นเมื่อผู้ปกครองต่างแยกย้ายกันกลับตึกไปของตน สตีเฟ่น ชานอนและลาโทน่าถึงได้มีโอกาสเข้าพบผู้ปกครองจอห์นอย่างเป็นการส่วนตัว
                การสนทนาดำเนินไปอย่างเคร่งเครียดเมื่อสตีเฟ่นเปิดเผยเรื่องการกบฏของผู้ปกครองเวอร์น่อน ผู้ปกครองจอห์นฟังแล้วยังไม่เชื่อคำกล่าวของสตีเฟ่นเนื่องจากหลักฐานไม่เพียงพอจึงเรียกโจเซฟและโจนาธานเข้ามาปรึกษา โจเซฟเองเกิดความไม่มั่นใจในแหล่งข่าวเช่นเดียวกับจอห์น ส่วนโจนาธานที่ได้รับฟังข้อมูลนี้มาจากปากของธิดาสหายสนิทจึงยืนอยู่ฝั่งสตีเฟ่นช่วยสนับสนุนอย่างแข็งขัน ด้วยคำคัดค้านของโจเซฟและคำสนับสนุนของโจนาธานจึงทำให้เสียงไม่เป็นเอกฉันทน์ผู้ปกครองจอห์นไม่สามารถตัดสินใจเด็ดขาดลงไปได้
                การประชุมดำเนินต่อไปอีกพักหนึ่งจนพ่อบ้านตึกธงดาบเดินเข้ามาที่หน้าห้อง บอกว่ามีเรื่องด่วนมารายงาน ผู้ปกครองจอห์นโบกมือให้เขาเข้ามาได้ พ่อบ้านกล่าวว่า “เรียนท่านผู้ปกครองจอห์น มือปราบชั้นหนึ่งภาคตะวันตกไก รัสเซลขอเข้าพบ เขาต้องการพบองครักษ์ชานอนของประธานสำนักข่าวสตีเฟ่นเพื่อให้ช่วยรักษาคนเจ็บคนหนึ่ง”
                สตีเฟ่นกล่าวขึ้นทันทีว่า “เป็นพวกมันเริ่มลงมือแล้ว มือปราบไกเป็นหนึ่งในแนวร่วมของพวกเรา”
                ผู้ปกครองจอห์นออกคำสั่งต่อพ่อบ้านว่า “เจ้าไปพาไกและคนเจ็บเข้ามาในห้องประชุมด่วน บอกให้ยามรักษาการณ์ลาดตระเวนทั่วตึกอย่างเข้มงวด จับตาเพ่งเล็งบุคคลแปลกหน้าทุกรายที่ปรากฏตัวขึ้นละแวกนี้”
                พ่อบ้านรับคำสั่งเห็นว่าสถานการณ์ตึงเครียดจึงกุลีกุจอออกไปอย่างรีบร้อน
                สักครู่หนึ่งผ่านไปมือปราบไกแบกร่างของมือปราบทาเรียเข้ามาในห้องประชุม ชุดมือปราบสีแดงเข้มแปดเปื้อนคราบโลหิตบางจุดที่นางกระอักออกมา ดูจากสีหน้าเห็นว่านางได้รับอาการบอบช้ำภายในต้องการการรักษาพยาบาลโดยด่วน เดิมทีไกคาดว่าจะไปยังสถานพยาบาลของตึกธงมังกรแต่พอเห็นคลื่นมหาชนหลั่งไหลออกมาจากรอบเมืองชั้นในจึงรู้ได้ว่าพิธีมอบตำแหน่งเสร็จสิ้นลง เขาจึงนึกถึงชานอนเปลี่ยนใจเดินทางมายังตึกธงดาบ ถ้าเป็นเรื่องของอาการบาดเจ็บเอลแห่งแสงของชานอนเชื่อใจได้ยิ่งกว่าสิ่งใด
ก่อนที่ใครจะกล่าวอันใดชานอนผุดลุกขึ้นมาดูอาการของมือปราบทาเรียทันควัน มือทั้งสองข้างของนางเปล่งแสงสีขาวขึ้นทาบลงไปยังทรวงอกและหน้าท้องของทาเรีย แสงแห่งการรักษาชอนไชไปทั่วร่างของทาเรียเชื่อมประสานเส้นเลือดและเนื้อเยื่อต่างๆให้เป็นเนื้อเดียวกันอีกครั้ง
เมื่อผู้ปกครองจอห์น โจเซฟและโจนาธานเห็นร่างคนเจ็บถึงกับอุทานขึ้นมาว่า “มือปราบทาเรีย!”
ทันใดนั้นความสงสัยของพวกเขาทั้งสามคลายลงทันที สมมุติฐานแรกที่ตั้งขึ้นในใจคือเวอร์น่อนส่งมือสังหารมาลอบทำร้ายมือปราบทาเรีย หวังว่าจะเป็นการลิดรอนความสามารถในการป้องกันตัวของผู้ปกครองคาร์ลทางอ้อม
เมื่อไกวางร่างของทาเรียลงแล้วจึงหันหน้าไปหาผู้ปกครองจอห์น ขวางแขนซ้ายขึ้นกลางอกเป็นท่าแสดงความเคารพทางทหาร กล่าวว่า “มือปราบชั้นหนึ่งแห่งภาคตะวันตกไก รัสเซลขอทำหน้าที่แทนมือปราบชั้นหนึ่งแห่งภาคตะวันออกทาเรีย ชิงเกลทำความเคารพผู้ปกครองจอห์น”
ผู้ปกครองจอห์นโบกมือครั้งหนึ่งกล่าวว่า “ไม่ต้องมากมารยาท” นัยน์ตาทั้งสองข้างจับจ้องไปยังชานอนที่ทำการรักษาอยู่ไม่ขาดมือ แสงสว่างสีขาวนวลส่องออกมาจากวงแหวนอาคมที่พื้นตลอดเวลาแสดงถึงเอลที่ใช้ไปเป็นจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง หยาดเหงื่อสองสามหยดเริ่มไหลลงมาตามไรผมสีทองประกายของชานอน เปลือกตาของนางปิดลงตั้งสมาธิส่งผ่านเอลทุกอณูแทรกซึมเข้าร่างของทาเรียจนมีสีหน้าดีขึ้น
ชานอนระบายลมออกจากปากยาวๆครั้งหนึ่ง แสงสีขาวนวลที่มือพลันดับลง นางใช้หลังมือปาดเหงื่อที่ไรผมบนหน้าผากครั้งหนึ่ง กล่าวว่า “มือปราบทาเรียรอดพ้นขีดอันตรายแล้ว”
ผู้ปกครองจอห์นถามไกว่า “เป็นอย่างไรมาอย่างไรทาเรียถึงได้บาดเจ็บสาหัสกลับมาเช่นนี้ เจ้าพบเห็นเหตุการณ์อะไรขอให้ช่วยเล่าให้ข้าฟัง”
มือปราบไกพยักหน้าครั้งหนึ่ง เล่าเหตุการณ์การลอบสังหารที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ให้ที่ประชุมรับฟัง จากนั้นจึงกล่าววาจาเพิ่มเติมถึงเหตุการณ์การปะทะกับวานเตสและซิฟเฟอร์ที่ชายป่าทางตะวันตก ครั้งนั้นมีโจนาธานเป็นพยานจึงทำให้คำกล่าวมีน้ำหนักมากขึ้นอีก
ขนาดได้ยินเรื่องราวคอขาดบาดตายเช่นนี้สีหน้าของผู้ปกครองจอห์นยังไม่เปลี่ยนแปร ผู้ปกครองอายุเจ็ดสิบเศษผู้นี้ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมาย ครุ่นคิดด้วยประสบการณ์ที่ผ่านมาหาทางแก้ไขเฉพาะหน้า
หลังจากดิ้นรนฝ่าเงื้อมมือมัจจุราชมาสิบห้าวัน ในที่สุดผู้ปกครองจอห์นก็คล้อยตามพวกเขาแล้ว
 
ลูทที่คลาดกับแจ๊คจึงไม่มีอันใดทำ ได้แต่เดินวนไปมาอยู่รอบตัวเมืองจนผ่านเข้าไปถึงเขตที่เป็นสวนสาธารณะเงียบสงบแห่งหนึ่ง
                โชคดีที่เขามิได้ประสบชะตากรรมถูกลอบสังหารเช่นเดียวกับบลูหรือมือปราบทาเรีย จึงใช้เวลาช่วงนี้ทำงานประดิษฐ์เช่นเคย สวนสาธารณะอันเงียบสงบจึงกลายเป็นสถานที่ทดลองความแม่นยำของหน้าไม้ไฮดรารุ่นที่สองไปเสียสนิท
                ลูทตั้งใจให้ผู้ใช้ไฮดราถือจับและยิงออกด้วยมือเดียว ความแม่นยำส่วนใหญ่นั้นมีผลมาจากแรงดีดสะท้อนเช่นกัน การที่มีแรงดีดสะท้อนมากเกินไปจะทำให้มือของผู้ถือหน้าไม้สั่นจนทำให้ลูกดอกเฉออกนอกเส้นทาง ด้วยเหตุนี้จึงทำการบ้านมาอย่างดี ปรับลดแรงดีดสะท้อนที่มีเพียงแต่บุรุษจะทนทานได้ในรุ่นแรกลดลงไปกว่าครึ่งหนึ่ง สาเหตุที่ทำเช่นนี้ได้เป็นเพราะขนาดลูกดอกที่เล็กลงเท่าตัว น้ำหนักของลูกดอกจึงลดลงไปเท่าตัวเช่นกัน แรงที่ใช้ขับลูกดอกจึงไม่จำเป็นต้องมีมากเท่ากับรุ่นแรก แต่ปัญหาที่ตามมาคือความแม่นยำและความเสถียร จึงต้องทำการปรับแต่งเพื่อให้เหมาะสมกับลูกดอกขนาดเล็ก
                ลูทง่วนอยู่กับการปรับแต่งกลไกเอลเทคและการทดลองยิงอยู่เป็นเวลานาน ทดสอบระยะยิงที่หกสิบก้าว ร้อยก้าวและร้อยสี่สิบก้าวจนได้ผลที่น่าพอใจ สำหรับลูทที่ไม่มีวิชาการจู่โจมในระยะไกล ลูกดอกทั้งแปดร้อยลูกจึงนับเป็นสมบัติอันล้ำค่าของเขา
                ลูทหยิบเขี้ยวราชสีห์ขึ้นมาถือไว้ในมือครุ่นคิดกับคำพูดของอาจารย์ดาธที่ว่า “หากกล่าวว่าศาสตราไร้สภาพเป็นสุดยอดของการทำลายล้างด้วยการปลดปล่อยเอล ศาสตร์แห่งซันก็เป็นสุดยอดของการป้องกันที่ทัดเทียมกัน แต่น่าเสียดายที่ทั้งสองไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้ นับเป็นทางเดินที่เจ้าจำเป็นต้องเลือกเพียงทางใดทางหนึ่ง” เกิดอาการหนักใจขึ้นมาทันที ตั้งแต่ศึกการต่อสู้กับพวกโจรกลางน้ำและจระเข้ยักษ์เขาก็รู้ตัวว่าเริ่มจะควบคุมศาสตราไร้สภาพได้บ้าง และเริ่มเข้าใจหลักของซันเช่นกัน
                ทันใดนั้นลูทพลันคิดถึงวิธีการต่อสู้ที่ผิดแผกแตกต่างขึ้นมา จริงอยู่ที่ซันและเอลอยู่ร่วมกันมิได้ในเวลาใดเวลาหนึ่ง เมื่อมองจากอีกมุมหนึ่งกลับหมายความว่าทั้งคู่สามารถอยู่ร่วมกันได้ในเวลาที่ต่างกัน การประดิษฐ์สอนให้บุรุษหนุ่มผู้นี้คิดนอกกรอบ หากจะมองว่าทางเดินทั้งสองสายเป็นเส้นขนานที่ไม่มีวันบรรจบเขาก็ได้แต่เลือกเส้นทางใดเส้นทางหนึ่ง แต่เมื่อคิดว่าทางเดินทั้งสองสายสามารถเกื้อกูลกันดำเนินไปด้วยกันได้ผลก็จะออกมาเป็นอีกรูปแบบหนึ่ง จึงเกิดความลิงโลดขึ้นทันทีเมื่อคลายปมปัญหาแนวทางการพัฒนาวิชาฝีมือได้สำเร็จ
                ลูทตั้งชื่อหลักเมื่อครู่ว่า “สองวิชาต่างเวลา” จากนั้นจึงเริ่มหาวิธีใช้หลักสองวิชาต่างเวลานี้ให้มีประสิทธิภาพสูงที่สุด เริ่มมองจากสิ่งรอบตัวเป็นอันดับแรกนั่นคือหน้าไม้ไฮดรา ในเมื่อใช้ซันได้ด้วยมือขวาเขาก็ควรที่จะฝึกยิงไฮดราจากมือซ้าย และในเมื่อใช้ศาสตราไร้สภาพได้ด้วยมือซ้ายเขาก็ควรจะใช้ไฮดราประสานเสริมจากมือขวาเช่นกัน ดังนั้นสิ่งแรกที่ต้องทำให้สำเร็จคือการยิงหน้าไม้ให้แม่นยำด้วยมือซ้ายและมือขวา เขายังเกิดแนวคิดที่บรรเจิดไปกว่านั้นนั่นคือหากสามารถดัดแปลงการร่ายรำเพลงกระบี่มือเดียวให้เพิ่มจังหวะการยิงของหน้าไม้เสริมเข้าไป จะทำให้ท่ากระบี่ราบลื่นไม่ติดขัดในขณะที่ยิงลูกดอกออกด้วยหน้าไม้ เป็นการใช้การต่อสู้ระยะใกล้และไกลผสมผสานเข้าด้วยกัน ทั้งหมดนี่ต้องขอบคุณเอลเทคที่เปิดโอกาสการยิงหน้าไม้ด้วยมือเดียว
                เสียงเช้งดังขึ้นเมื่อเขี้ยวราชสีห์หลุดจากฝัก ถือหน้าไม้ด้วยมือหนึ่งถือเขี้ยวราชสีห์ด้วยมือหนึ่งร่ายรำเพลงกระบี่ที่พึ่งคิดค้นได้เมื่อครู่ออกตามจินตนาการที่ปราศจากกรอบ ตามหลักการเรียนรู้กึ่งหนึ่งสร้างสรรค์กึ่งหนึ่งของอาจารย์ดาธ
หากโลกนี้ไม่มีผู้ที่สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆออกมาทุกสิ่งทุกอย่างจะไม่มีวันพัฒนาขึ้นได้ แนวคิดเรื่องความแตกต่างเท่านั้นถึงจะอยู่รอดจึงผุดขึ้นมาในสังคมมนุษย์
เมื่อร่ายรำกระบี่ออกด้วยมือขวาได้ท่าหนึ่ง ก็สลับเป็นใช้มือซ้ายร่ายรำทวงท่าที่เหมือนกับเมื่อครู่แต่กลับด้านประดุจภาพในกระจก เช่นนี้จะทำให้ข้อจำกัดในการใช้กระบี่ด้วยมือซ้ายลดลง เช่นการสะบัดกระบี่ด้วยมือขวาไปทางขวาสู่พื้นที่ว่างข้างกาย เมื่อนำมาใช้ด้วยมือซ้ายสมควรจะเป็นการสะบัดกระบี่ด้วยมือซ้ายไปทางซ้ายสู่พื้นที่ว่างข้างกาย มิใช่การสะบัดไปทางขวาดังเดิม การประยุกต์ใช้ภาพสะท้อนในกระจกเงาเป็นการช่วยส่งเสริมเพลงกระบี่มือซ้ายให้ก้าวหน้าไปอีกขั้นหนึ่ง
เมื่อลูทคิดจนทะลุปรุโปร่งจึงลงมือฝึกได้อย่างไม่ต้องกังวลในข้อผิดพลาด สำหรับเขาเวลาช่วงบ่ายทั้งวันจึงผ่านไปไวเหมือนโกหก อย่างน้อยวิชาการต่อสู้ของเขาต้องเก่งขึ้นกว่านี้ถึงจะมีชีวิตรอดไปจากที่นี่
มีชีวิตรอดไปเพื่อสานต่อเจตนารมณ์ของบิดาและเพื่อพบหน้าหญิงสาวที่ตนเองรักอีกครั้ง
 
การประชุมในตึกธงดาบยังคงดำเนินต่อไป
                เมื่อผู้ปกครองจอห์นเชื่อในความจริงเบื้องต้นสตีเฟ่นจึงกางแผนที่ออก ระบุถึงตำแหน่งของทหารที่อยู่ภายใต้การควบคุมของอัศวินดำทุกจุดรอบเมือง เห็นได้ชัดว่ากองกำลังของพวกเขาเป็นรองอยู่มาก ทหารที่อยู่ภายใต้การควบคุมโดยตรงของผู้ปกครองจอห์นมีทั้งสิ้นเพียงแปดพันนาย ในขณะที่กองกำลังของเวอร์น่อนที่ได้รับการโยกย้ายถ่ายโอนอำนาจเปลี่ยนแม่ทัพซึ่งเป็นคนของมันเข้ามาดูแลมีถึงห้าหมื่นนาย ทั้งยังกระจายอยู่ตามจุดสำคัญๆต่างๆแทบจะเรียกได้ว่าครอบคลุมพื้นที่ทุกตารางนิ้วในนครหลวง ส่วนผู้ปกครองคาร์ลมีกองกำลังส่วนตัวที่ยกมาอารักขาตั้งอยู่ทางประตูเมืองตะวันออกราวสามพันนาย เมื่อรวมกันแล้วมีจำนวนเพียงหมื่นเศษคงไม่อาจต่อสู้กับทหารกว่าห้าหมื่นได้ นี่ยังไม่นับรวมกองกำลังส่วนตัวของตึกตระกูลสายฟ้าที่เห็นได้ชัดเจนว่าเข้าร่วมกับพวกเวอร์น่อนอย่างแยกกันไม่ออก
                ผู้ปกครองจอห์นใช้เวลาพักใหญ่ในการครุ่นคิดแนวทางการแก้ปัญหา ไม่ว่าโจเซฟ โจนาธานหรือสตีเฟ่นต่างรู้ดีว่าขณะที่ผู้ปกครองจอห์นกำลังใช้ความคิดพวกเขาไม่สมควรสอดปากออกไปด้วยเรื่องใดๆ เมื่อบุคคลที่สมควรจะกล่าวสามคนต่างไม่เอ่ยปากผู้อื่นในห้องจึงปิดปากเงียบสนิทเช่นกัน ความเงียบสงัดจึงเข้ามาแทนที่ในห้องประชุมจนบรรยากาศนั้นเปลี่ยนไปจากเดิม
                ในที่สุดผู้ปกครองจอห์นกล่าวว่า “ข้าลองคิดดูแล้วหากไม่นับหนทางหนีเตลิดออกนอกเมืองไปตั้งหลัก ทางออกของเราในตอนนี้หลงเหลืออยู่เพียงทางเดียว”
                ผู้คนทั้งหลายในห้องรับฟังคำกล่าวของผู้ปกครองจอห์นอย่างใจจดจ่อ ประโยคถัดไปจะเป็นประโยคที่ชี้ชะตาชีวิตของพวกเขาว่าจะรอดไปจากนครหลวงแห่งนี้ได้หรือไม่ หรือพลิกสถานการณ์ชิงความมีเปรียบกลับคืนมาได้หรือไม่ ทุกประการล้วนขึ้นกับประโยคต่อไปนี้
                “แม้ว่าจะรวมกองทัพของข้าและคาร์ลเข้าด้วยกันพวกเราคงไม่อาจต่อกรกับกองกำลังของเวอร์น่อนได้ นอกเสียจากพวกเราจะดึงจอมทัพมังกรทั้งสองคนเข้าร่วม กองกำลังทางอากาศทั้งสองกองนี้มีเพียงพันเศษแต่มีสมรรถนะสูงเทียบเท่าทหารหลายหมื่น”
                ผู้คนในที่ประชุมรับฟัง “ทางออก” เช่นนี้ถึงกับตาเป็นประกาย พวกเขาล้วนลืมไปเสียสนิทว่าระหว่างนี้กองกำลังทางอากาศของจอมทัพมังกรเป็นกองกำลังที่สามารถตัดสินการศึกนี้ได้อย่างแท้จริง
                โจนาธานพลันกล่าวว่า “แต่ยังมีปัญหาอยู่ข้อหนึ่งนั่นคือพวกเราจะทำอย่างไรถึงจะทำให้จอมทัพมังกรทั้งสองเข้าร่วมกับฝ่ายเรา จอมทัพมังกรทั้งสองอาศัยหลักการของกองทัพมังกรที่ว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับความวุ่นวายภายในประเทศทั้งสิ้น พึงจะรักษาความมั่นคงของอาณาจักรจากการศึกต่างประเทศเท่านั้น”
                โจเซฟกล่าวเห็นด้วยว่า “ข้ามีความเห็นตรงกันกับโจนาธาน ไม่ทราบว่าท่านพี่กำหนดแผนการในใจไว้อย่างไร”
                ผู้ปกครองจอห์นกล่าวด้วยน้ำเสียงปกติว่า “เช่นนั้นเราต้องทำให้เวอร์น่อนกลายเป็นทรราชไปเสีย ยึดสัญชาติและสภาพความเป็นชาวนอร์จากตัวมัน เมื่อนั้นจอมทัพมังกรทั้งสองจะเข้าร่วมกับเราอย่างไม่มีข้อครหา”
                ที่ประชุมพลันเกิดเสียงอุทานดังอาขึ้นมา สตีเฟ่นถามว่า “เช่นนี้พวกเราจะดำเนินการได้อย่างไร?”
                ผู้ปกครองจอห์นกล่าวอธิบายว่า “เรื่องนี้อาศัยเพียงอำนาจของข้าคนเดียวนั้นไม่เพียงพอ ก่อนอื่นคาร์ลจะต้องยืนอยู่ฝ่ายเดียวกับเรา หากพวกเราดึงเอาคาร์ลเข้ามาเป็นพวกได้จะอาศัยกฎอัยการศึกเปิดประชุมสภาฉุกเฉินในวันพรุ่งนี้ ระดมสมาชิกสภาทั้งหมดเท่าที่จะทำได้ลงมติให้เวอร์น่อนกลับกลายเป็นทรราชในชั่วข้ามคืน แต่การกระทำเช่นนี้ละเอียดอ่อนนักพวกเราไม่อาจผิดพลาดได้แม้แต่ส่วนเสี้ยว ความจริงทั้งหมดจะต้องถูกเปิดเผยในรัฐสภาโดยมิให้สมาชิกสภาล่วงรู้อยู่ก่อนหน้า เพราะนอกจากคนในห้องประชุมและแนวร่วมของพวกเจ้าเรามิอาจเชื่อใจผู้ใดได้เลยว่าเป็นคนของเวอร์น่อนหรือยืนอยู่ฝ่ายเดียวกับเรา”
                ไกนึกไปถึงเรื่องของความปลอดภัยของรัฐสภาจึงกล่าวว่า “หากจะกระทำเช่นนั้นพวกเราสมควรที่จะมีกองกำลังส่วนตัวประจำอยู่รอบรัฐสภา เผื่อแผนนี้ไม่สามารถดำเนินการได้พวกเราจะได้กรุยทางออกสายหนึ่งหลบหนีออกนอกเมืองได้ทันควัน”
                โจนาธานพยักหน้าเห็นด้วย กล่าวว่า “ข้าขอเสนอให้นำกองกำลังประจำอยู่ที่ถนนสวรรค์ฝั่งตะวันออก หากมีเรื่องราวไม่ชอบมาพากลจะได้บุกทะลวงออกไปยังประตูตะวันออกเสริมกับกองกำลังของผู้ปกครองคาร์ลได้”
                โจเซฟพลันกล่าวว่า “เรื่องนี้ข้าจะจัดการให้รับรองไม่มีปัญหาประการใด”
                ผู้ปกครองจอห์นทอดถอนหายใจครั้งหนึ่งกล่าวด้วยใบหน้าที่แฝงเค้าความชราว่า “ข้าไม่คิดเลยว่าจะต้องมาทำสงครามกลางเมืองกับผู้ปกครองรัฐด้วยกันเอง” จากนั้นจึงกล่าวว่า “มาถึงเรื่องถัดไป นั่นคือผู้ใดจะเป็นคนไปเชื้อเชิญคาร์ลให้มาร่วมประชุมกับเราในที่นี้ อย่าเห็นว่านี่เป็นเรื่องเล็กที่พวกเราสามารถละเลยได้ อนึ่งนั้นข้า โจเซฟและโจนาธานไม่อาจเดินเข้าไปเคาะประตูหาคาร์ลที่ตึกธงมังกรได้อย่างเปิดเผย เพราะนั่นอาจจะกระตุ้นให้ทางเวอร์น่อนรู้ตัวล่วงหน้าว่าพวกเรามีแผนการอะไรแอบแฝง อีกทั้งผู้ที่จะไปหาคาร์ลควรจะเป็นผู้ที่มีฝีมือและมีการรู้จักส่วนตัวกับคาร์ลเพียงพอที่จะโน้มน้าวเขาให้เชื่อข้อมูลเบื้องต้นได้”
                ผู้คนในห้องประชุมหันไปมองหน้ากันและกันจน มือปราบไกตัดสินใจกล่าวว่า “เรื่องนี้ให้ข้าจัดการให้ดีหรือไม่ ข้าเองมั่นใจว่าสามารถหลบรอดการลอบสังหารได้”
                โจนาธานกล่าวว่า “แต่เจ้ายังไม่มีแรงโน้มน้าวที่ดีพอ ในฐานะของมือปราบชั้นหนึ่งแห่งภาคตะวันตกเป็นฐานะที่กำกวมโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเจ้าจำต้องกล่าวให้ร้ายผู้ปกครองรัฐภาคตะวันตกด้วยกัน เอาเป็นว่าให้สตีเฟ่นทำหน้าที่นี้เป็นอย่างไร จะอย่างไรคำพูดของประธานสำนักข่าวพิราบรายวันควรจะมีความน่าเชื่อถือพอสมควร”
                ในขณะที่ผู้ปกครองจอห์นจะกล่าวสนับสนุนพลันได้ยินเสียงของสตรีนางหนึ่งกล่าวว่า “เรื่องนี้ท่านผู้ปกครองจอห์นโปรดมอบหมายให้ข้าจัดการเอง”
                เป็นมือปราบทาเรีย ชิงเกลที่ฟื้นขึ้นมากล่าวคำพูดเมื่อครู่ สีหน้าของนางดีขึ้นมากอาการบาดเจ็บที่มีอยู่ลดลงไปหลายส่วน สามารถยันร่างกายท่อนบนขึ้นมานั่งได้อย่างไม่ลำบาก พลางหันไปมองไกและชานอนคนละครั้งด้วยแววตาสำนึกขอบคุณ จากนั้นจึงหันไปกล่าวกับผู้ปกครองจอห์นว่า “ขอเพียงผู้ปกครองจอห์นมอบหมายให้มือปราบไกและน้องสาวผู้นี้ทำหน้าที่คุ้มครองข้าไปส่งที่ตึกธงมังกร ด้วยคำพูดและหลักฐานการบาดเจ็บของข้ามั่นใจได้สิบส่วนว่าผู้ปกครองคาร์ลจะเชื่อถือแน่นอน”
                ผู้ปกครองจอห์นมองเข้าไปในแววตาของทาเรียเห็นความเข้มแข็งเด็ดเดี่ยวของมือปราบสตรีชั้นหนึ่งนางนี้ ยากนักที่จะเห็นผู้คนที่มีแววตาเช่นนี้ในหมู่สตรีจึงกล่าวว่า “ตกลง ข้าขอมอบหมายหน้าที่นี้ให้กับพวกเจ้าทั้งสาม ระหว่างที่พวกเจ้าไปเชิญผู้ปกครองคาร์ลมาที่นี่ พวกเราจะคุยกันถึงรายละเอียดปลีกย่อยในข้อปฏิบัติไปพลาง”
                ไกและชานอนพยุงแขนทาเรียให้ลุกขึ้นยืน ทั้งสามแสดงความเคารพต่อผู้ปกครองจอห์นครั้งหนึ่งแล้วจึงเดินออกจากที่ประชุมไป
                หากเขาได้ผู้ปกครองคาร์ลเข้าร่วมอีกคนหนึ่ง หนทางยับยั้งการก่อกบฏครั้งนี้จะมีโอกาสสำเร็จมากขึ้นอย่างผิดหูผิดตา


Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
ศาสตราคู่กู้แผ่นดิน ตอนที่ 99 : เล่ม 4 - ตอนที่ 50 - ประชุมใหญ่ที่ตึกธงดาบ (ครึ่งหลัง) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 855 , โพส : 0 , Rating : 100% / 1 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android