คัดลอกลิงก์เเล้ว

SF [HUNHAN] Sexy Boy & Cute Boy

โดย Hezelnut

Special For Song-Kran Festival 2017 จะทำอย่างไรเมื่อเซฮุนหนุ่มเซ็กซี่บอยเดือนมหาวิทยาลัยชื่อดังถูกจับเป็นคู่จิ้นกับหนุ่มคิวท์บอยมหาวิยาลัยชื่อดังอีกแห่ง

ยอดวิวรวม

1,314

ยอดวิวเดือนนี้

8

ยอดวิวรวม


1,314

ความคิดเห็น


26

คนติดตาม


138
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  17 เม.ย. 60 / 06:01 น.
นิยาย SF [HUNHAN] Sexy Boy & Cute Boy SF [HUNHAN] Sexy Boy & Cute Boy | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
 













Special For song-Kran Day
Sehun x Luhan (Thai ver.)






Story By
@Hezelnut_Lu






เนื่องจากเราได้เห็นรูปหนุ่มๆจากแท็กและเพจ
TU Sexy Boy และ Chula Cute Boy แล้วรู้สึกว่ามันน่ารักดี
จึงเกิดไอเดียขึ้น อยากทำแบบนี้ในเวอร์ชั่นฮุนฮาน
อย่างไรก็ตาม ฝากคอมเม้นต์ ติชมด้วยนะคะ




ลิน = ลู่หาน        โชน = เซฮุน
แซน = ซึลกิ เรดเวลเวด
จอย = จอย เรดเวลเวด
บีม = แบคฮยอน   ชาน = ชานยอล
คิม = จงอิน

เนื้อเรื่อง อัปเดต 17 เม.ย. 60 / 06:01









วันนี้เป็นวันสงกรานต์
หนุ่มสาวชาวบ้านเบิกบานจิตใจจริงเอย
ตอนเช้าทำบุญ ทำบุญตักบาตร
ทำบุญร่วมชาติตักบาตรร่วมขันกันเอย





 

            เสียงเพลงทำนองลูกกรุงเปิดดังไปทั่วถนนเส้นหนึ่งซึ่งเข้ากับเทศกาลโดยเฉพาะ ใช่วันนี้วันสงกรานต์ วันที่ใครๆก็รอคอยเพื่อจะได้เล่นน้ำอย่างสนุกสนานคลายร้อนจากอุณหภูมิที่สูงถึง40องศา

 

            “เฮ้ย ลิน อย่ามัวแต่เหม่อเดี๋ยวก็หลงกันหรอก” เสียงจากชายหนุ่มตัวเล็กตาตี่เอ่ยขึ้นเมื่อพบว่าเพื่อนของตนอีกคนกำลังยืนเหม่อไม่ยอมเดินตามมา

 

            ด้วยความหนาแน่นของผู้คนที่มาเล่นน้ำที่นี่ทำให้เด็กกลุ่มนี้ต้องเดินเกาะกลุ่มกันไป ซึ่งถ้าหากว่าพลัดหลงกันในฝูงชนนับร้อยนับพันแบบนี้แล้ว ทั้งวันก็คงตามหากันไม่เจอแน่หากไม่ได้พกโทรศัพท์มาด้วย นั่นจึงเป็นปัญหาเพราะใครจะอยากพกโทรศัพท์ราคาหลายบาทมาด้วย หากเปียกน้ำหรือหายคงไม่คุ้มแน่

 

            “เออ ฉันได้ยินมาว่าเด็กวิศวะฯจากมหาลัย xx มาเล่นน้ำที่นี่กัน รวมถึงเดือนคนนั้นที่หล่อๆด้วย” จอย เด็กสาวสวยผมสั้นเอ่ยขึ้นเมื่อพบว่ากลุ่มของตนเดินมาถึงหน้าร้านขายบิงซูที่เป็นที่นิยม

            เมื่อเด็กหนุ่มที่ยืนเหม่อเมื่อครู่มองไปที่หน้าร้านนั้นก็พบว่า มีผู้ชายหน้าตาดี ตัวสูงยืนเล่นน้ำกันอยู่หลายคน จนทำให้หน้าร้านตรงนั้นมีสาวๆมากเป็นพิเศษ เหตุผลก็คงเป็นเพราะพวกเธออยากจะประแป้งหนุ่มหล่อกลุ่มนั้น

 

            อ่า... เมื่อเห็นแบบนั้นเด็ก เด็กหนุ่มตากลมก็ได้แต่ถอนหายใจให้กับตนเองที่ราวกับโดนช้าชะตากลั่นแกล้ง หากชายกลุ่มนั้นโดนสาวๆรุมล้อมประแป้งเล่นน้ำด้วย เขาก็เป็นแบบนั้นแต่ตรงกันข้ามที่คนมารุมนั้นเป็นผู้ชายด้วยกันเอง จนเพื่อนในกลุ่มแม้จะเป็นผู้หญิงยังต้องคอยกันท่าให้ตลอดตั้งแต่เดินเล่นมา

 

            “เออ... ดูนั่นดิ มีแต่สาวๆไปรุมประแป้งเพียบ อิจฉาว่ะ” บีมเด็กหนุ่มตาตี่เอ่ยขึ้นเมื่อชะเง้อมองไป

 

            “ฉันอยากไปประแป้งเขาอ่ะ นั่นเซ็กซี่บอยวิศวะฯเลยนะ” แซนเด็กสาวหุ่นดีตาเฉี่ยวเอ่ยบ้าง

 

            “เซ็กซี่บอย คืออะไรเหรอ ที่มหาลัยฯเรามีไหม” เด็กหนุ่มตากลมเอ่ยถาม

 

            “โอ๊ย ลิน นี่แกตามอะไรทันกับเค้าบ้างมั๊ยห้ะ” จอยหันมาเหวใส่

 

            “ก็ฉันไม่รู้นิ” ลินว่า

 

            ใช่ครับ ลินหรือเด็กหนุ่มตากลมเป็นพวกไม่ทันข่าวสาร หรือเทคโนโลยีสักเท่าไหร่ หรือเรียกตามที่เพื่อนๆในกลุ่มเรียกเขาได้เลยว่า ผู้เฒ่าลิน และไอ้คำว่า เซ็กซี่บอยวิศวะฯเนี่ย เขาก็ไม่เคยได้ยินมาก่อน ถ้ามีเซ็กซี่บอยวิศวะฯแล้ว คณะอื่นจะมีเหมือนกันหรือเปล่านะ แล้วถ้ามหาลัยฯของผู้ชายกลุ่มนั้นมี มหาลัยฯอื่นๆจะมีบ้างไหม

 

            “นี่ อย่าว่าลินเลยน่ะ พวกเธอจะไปประแป้งไม่ใช่เหรอ ก็รีบไปซิ” ชานเอ่ยบอกสองสาว

 

            ชานเป็นเพื่อนอีกคนในกลุ่มที่จัดว่าหน้าตาดีมากๆ และชานก็เป็นเดือนคณะบริหารของกลุ่มเรา ด้วยความหล่อ ตัวสูงและความสามารถทางด้านดนตรีทำให้ชานได้เป็นเดือนคณะไป และก็มีคำถามตามมาหลังจากประกวดว่า ชานมีความสามารถทางดนตรีขนาดนั้นทำไมถึงเลือกเรียนบริหาร ไม่เรียนเอกดนตรีไป ชานก็ให้คำตอบกลับไปว่า เพราะที่บ้านทำธุรกิจค้าขายกับต่างประเทศจึงเรียนเพื่อกลับไปสานต่อ

 

            “อ๊าย จอย แกเห็นนั่นไหมๆ นั่นมันโชน โชนมาเล่นน้ำที่นี่จริงๆด้วย” สองสาวกรี๊ดกร้าดกันใหญ่เมื่อเอ่ยถึงใครสักคนที่ดูท่าจะชอบมากๆ

 

            “หนุ่มๆ ขอประแป้งหน่อยนะคะ” ทั้งสองสาวรีบหันมาแบมือขอแป้งที่ลินแล้วหันไปประแป้งที่ใบหน้าของชายหนุ่มกลุ่มนั้น

 

            และหนุ่มๆหน้าตาดีกลุ่มนั้นก็ยอมโน้มตัวสูงๆของพวกเขาลงมาให้สองสาวได้ประแป้งกันอย่างสมใจ โดยที่ลิน บีม ละชานยืนรออยู่ใกล้ๆ แต่ด้วยจำนวนสาวๆที่มากมายทำให้พวกเธอรุมล้อมและเบียดพวกเราทุกคนกันมากขึ้นไปอีก

 

            ชานเองก็กลายเป็นอีกคนที่สาวๆรุมประแป้งด้วย และตอนนี้กลุ่มชายหนุ่มหลายคนก็โดนเบียดด้วยสาวๆทำให้ลินเซไปเบียดใครอีกคนเข้าโดยไม่ตั้งใจ

 

            “อ...เอ่อ ขอโทษ” ลินรีบกล่าวขอโทษคนที่ตนเผลอไปเบียดโดยที่ยังไม่ได้มองเลยว่าเขาเป็นใคร

 

            “ไม่เป็นไร” เสียงทุ้มเอ่ยเหนือหัวร่างเล็กทำให้ต้องเงยหน้าขึ้นไปมอง

 

            ดวงตากลมโตสบเข้ากับใบหน้าคมเข้ม สันกรามได้รูปและความสูงนี้ทำให้ลินต้องกลืนน้ำลาย แววตาแสนเย็นชานั้นทำให้ลินกลัว กลัวว่าจะทำให้เขาไม่พอใจแม้เขาจะเอ่ยว่าไม่เป็นไรแล้วก็ตาม

 

            “นี่ๆ เราขอแป้งหน่อยซิ” เสียงทุ้มอีกเสียงเอ่ยขึ้นทำให้ทั้งสองคนผละสายตาแล้วหันไปมอง

 

            ชายหนุ่มผิวสีแทนมาพร้อมกับรอยยิ้มแสนอบอุ่นนั้นกำลังขอแป้งในกระป๋องจากมือของร่างเล็ก เขาชี้นิ้วไปที่กระป๋องแป้งในมือลินอีกครั้งทำให้ลินเข้าใจและยื่นกระป๋องแป้งไปให้

 

            “ขอประแป้งหน่อยนะ” คนที่ได้กระป๋องแป้งไปเอ่ยขึ้นหลังเทแป้งใส่มือเสร็จและยื่นมือไปประแป้งกับคนตัวเล็กที่ยื่นแป้งมาให้เขา

 

            เพราะใบหน้าติดหวานที่ออกจะเหมือนผู้หญิงและตากลมโตที่ดูเหมือนงงงวยไม่เข้าใจสถานการณ์รอบตัวทำให้เขานึกเอ็นดู เลยทำทีเป็นขอแป้ง ซึ่งเจ้าตัวก็ยื่นมาให้ง่ายๆ คิมจึงเลือกประแป้งเข้ากับแก้มกลมๆนั้น

 

            ลินได้แต่ยืนงง ไม่เข้าใจทำไมผู้ชายคนนั้นถึงขอแป้งจากลิน เพื่อมาประแป้งลินเองล่ะ แถมยังหัวเราะใส่อีกด้วย อ่า คนหน้าตาดีนี่ชอบทำตัวแปลกๆกันทุกคนเลยซินะ

 

            “รู้รึเปล่าว่าน่ารัก” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นแข่งกับเสียงเพลงที่จู่ๆก็ถูกเร่งเสียงขึ้นมาจากเวทีใกล้ๆ

 

            “อะไรนะ” คนตัวเล็กที่ไม่ได้ยินถามอีกครั้ง

 

            “เราบอกว่านายน่ารัก” เสียงทุ้มจากคนที่ขอแป้งไปเอ่ยอีกครั้งทำให้ลินตกใจ ถูกผู้ชายชมว่าน่ารักอีกแล้ว

 

            “อ...เหรอ เราไม่น่ารักหรอก เราเป็นผู้ชายนะ” เสียงติดหวานเอ่ยตอบกลับไปบ้าง

           

            “มึงไปตรงนู้นไป เบียดกู” เสียงทุ้มจากคนใบหน้าเย็นชาเอ่ยกระซิบเพื่อนทำให้หนุ่มผิวแทนค่อยๆเฟดตัวออกไปพร้อมกระป๋องแป้งของลิน

 

            “อ...เอ่อ คนเยอะเนอะ” เมื่ออีกคนออกไปก็ทำให้สถานการณ์ตอนนี้น่าอึดอัดยิ่งขึ้นท่ามกลางเสียงดนตรีดังๆและผู้คนมากมายก็ตาม

 

            คนตัวสูงไม่ได้ตอบอะไรกลับมาทำให้ลินหน้าเสียเล็กน้อย จึงเลือกหันหลังให้แล้วสงบปากสงบคำ มองคนอื่นเล่นน้ำไปแทน

 

            “โชน ขอประแป้งหน่อยนะคะ” เสียงผู้หญิงดังขึ้น คาดว่าคงจะมาขอประแป้งคนข้างหลังแน่นอน ก็หน้าตาดีซะขนาดนั้น แต่เอ๊ะ คนข้างหลังชื่อโชนเหรอ

 

            โชน ใช่คนเดียวกับที่แซนและจอยเอ่ยถึงไปรึเปล่านะ ถ้าใช่เธอสองคนได้ประแป้งไปหรือยัง หรือว่าเราจะไปเรียกสองคนนั้นมาดี ก็เห็นตามหากันตั้งแต่นั่งรถมาเล่นแล้วนี่นา

 

            “อุ้ย น้องลิน” เสียงเรียกชื่อดังขึ้นทำให้ร่างเล็กหันไปมอง “พี่ขอประแป้งน้องลินได้ไหมคะ” เธอกล่าว ลินจึงพยักหน้ายอมให้เธอได้ประแป้ง

 

            “น้องลินกับโชนรู้จักกันด้วยเหรอคะ” เธอถามเมื่อเห็นว่าเราสองคนยืนข้างกันมาได้สักพักแล้วก่อนเธอจะเข้ามา

 

            “อ...เอ่อ ไม่ครับ! เราไม่ได้รู้จักกันครับ” ลินรีบปฏิเสธไป จะรู้จักกันได้อย่างไรล่ะ ก็เพิ่งรู้จักชื่อกับหน้าตาไปเมื่อกี้นี่เอง

           

            “อ้าว งั้นเหรอคะ พี่นึกว่าน้องลินกับโชนรู้จักกันเสียอีก แหม่ ก็นึกว่าจะได้คู่จิ้นใหม่ต่างมหาลัยฯเสียแล้ว” คู่จิ้นเหรอ ผู้หญิงคนนี้พูดถึงเรื่องอะไรอยู่เหรอ

 

            ลินไม่เข้าใจเลยว่า คู่จิ้นคืออะไร และที่สำคัญเธอรู้จักชื่อของผม และน่าจะรู้ด้วยว่าผมอยู่มหาลัยฯอะไร แต่ว่าผมไม่ใช่คนดังอะไรนี่ เธอรู้จักผมได้อย่างไรกันล่ะ

 

            “ก็จะได้รู้จักกันงานนี้ไงครับ” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นเรียกเสียงกรี๊ดเบาๆของเธอออกมา

 

            “แหม่ โชนก็ เราจิ้นนะเนี่ย” เธอว่า “งั้นเราขอถ่ายรูปทั้งสองคนนะ” เธอหยิบโทรศัพท์ในกระเป่าห้อยคอกันน้ำได้ขึ้นมา

 

            “ขยับชิดๆกันหน่อยค่ะ” คนตัวเล็กค่อยๆเขยิบอีกนิด เพราะกลัวตกขอบเธอจะเสียรูปไป “ชิดอีกค่ะ” เธอว่า แต่ลินว่าแค่นี้ก็ใกล้มากพอแล้วนะ เพราะตรงนี้คนก็เบียดกันมากพออยู่แล้ว

 

            แรงกดทับที่ไหล่ขวาทำให้ลินต้องหันไปมองคนข้างกายทันที ใช่ โชนเป็นคนเอามือมาพาดไหล่ของลินเพื่อให้ผู้หญิงคนนั้นได้ถ่ายรูปเรา ตอนแรกผมคิดว่าแค่เรายืนถ่ายรูปเฉยๆก็คงจะพอแล้ว เพราะผมเองก็ไม่ใช่คนดังที่ใครรู้จักและต้องมาถ่ายรูปเหมือนคนอื่นๆ เช่น ชาน หรือ คิมคนที่มาขอแป้งเขา และคนที่โอบไหล่ของเขาอยู่ตอนนี้

 

            “ขอบคุณมากนะคะ” เมื่อเธอถ่ายรูปเสร็จก็กล่าวขอบคุณเดินฝ่ากลุ่มคนหายไปในพริบตา

 

            “อ๊าย พี่โชนนี่นา พี่โชนคะ ขอถ่ายรูปหน่อยค่ะ” และนั่นแหละ มีสาวๆเข้ามาขอถ่ายรูปคนข้างๆลินไม่หยุดเลย สงสัยจะดังน่าดู แต่ตอนนี้คนตัวเล็กโดนสาวๆหลายคนเบียดจนกระแทกเข้ากับถังน้ำใบใหญ่เข้าให้

 

            “เป็นอะไรรึเปล่า” โชคดีที่ชานและบีมยืนอยู่ใกล้ถังน้ำทำให้ลินได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อน

 

            แรงกระแทกที่ทำรับทำให้ลินรู้สึกปวดที่สะโพกไม่น้อย คาดว่าตอนนี้คงจะช้ำเขียวแล้วแน่นอน และเนื่องด้วยหยดน้ำที่สาดเข้ามาโดนกลุ่มคนที่ยืนอยู่ตรงนี้ทำให้ลินรู้สึกแสบขึ้นมาบริเวณที่กระแทก คาดว่าคงจะเป็นลอยถลอกด้วย

 

            “ซี๊ดดด” ลินร้องออกมาเพราะความแสบ ค่อยๆดึงชายเสื้อออกจากผิวที่แนบไปเพราะน้ำ

 

            “เป็นอะไรเหรอ” เสียงทุ้มเอ่ยถามเมื่อเห็นสีหน้าคนข้างๆไม่สู้ดี

 

            “เอ่อ คือเราว่าเราคงมีแผลถลอกนิดหน่อยตอนที่ชนถังน้ำน่ะ”

 

            “นั่งก่อนมั๊ย” ชายหนุ่มที่ชื่อว่าโชนหันมองซ้ายทีขวาทีแล้วดึงแขนเล็กให้ไปนั่งที่เก้าอี้ริมประตูร้าน

 

            “ขอบใจนะ” คนตัวเล็กทิ้งตัวนั่งลง

 

            “แล้วเพื่อนของนายล่ะ”

 

            “อ่อ เล่นน้ำกันอยู่ตรงนั้นน่ะ” นิ้วเล็กชี้ไปยังเพื่อนของตนที่ถือปืนฉีดน้ำเล่นกันสนุกสนาน

 

            “ให้ไปเรียกมาให้มั๊ย”

 

            “หื้อ ไม่เป็นไรๆ เรานั่งรอตรงนี้แหละ” คนตัวเล็กส่ายหัวแล้วนั่งเงียบๆอยู่ตรงนั้น บนตักมีปืนฉีดน้ำลายไอรอนแมนอยู่ ซึ่งส่วนบรรจุน้ำก็วางไว้ด้วย แต่น้ำก็หยดลงมาไม่หยุด

 

            “นี่ น้ำมันหยดออกมาหมดแล้ว”

 

            “อ...อ่อ” มือเล็กจับส่วนใส่น้ำตั้งขึ้นให้เหมือนเวลาสะพายเพื่อน้ำจะได้ไม่หยด

 

            “ถ้าไม่เล่น ขอยืมก่อนได้มั๊ย ปืนนี้ฉีดไม่แรงเลยว่ะ” คนตัวสูงว่า พลางยกปืนฉีดน้ำลายหมีสีน้ำตาลที่ได้จากเซเว่นให้ดู

 

            คนตัวเล็กยื่นปืนฉีดน้ำของตนให้อีกคนเงียบๆ แล้วรับฝากปืนฉีดน้ำอีกอันที่เขาบอกว่าฉีดไม่แรงเอาไว้บนตักแทน ตากลมมองตามคนยืมเงียบๆ จะว่าหวงก็หวงนะ แต่ถ้ายืมเล่นอยู่ไม่ไกลจากสายตาก็ถือว่าได้

 

 

            หลังจากที่นั่งมองคนเดินผ่านไปมา ประแป้งเพื่อนของตนบ้างหรือเพื่อนของตนไปประแป้งเขาบ้างก็เริ่มรู้สึกหนาวขึ้นมา เพราะอุณหภูมิที่ลดต่ำลงเมื่อตะวันใกล้ลับขอบฟ้า คนตัวเล็กจึงนั่งกอดอกเพื่อให้ร่างกายอบอุ่นขึ้น เสื้อผ้าที่ใส่ก็เริ่มแห้งแล้วแต่ก็ยังหนาวอยู่ดี

 

            “ตักน้ำล้างหน้าให้หน่อยซิ” จู่ๆคนที่ยืมปืนฉีดน้ำก็เดินเข้ามาหาพร้อมใบหน้าที่เต็มไปด้วยแป้งสีขาว

 

            “อ่าได้ๆ” คนตัวเล็กลุกขึ้นไปหยิบขันตักน้ำมา “ก้มลงมาหน่อยซิ” เห็นความสูงที่แตกต่างกันก็เบ้ปากออกมา

 

            ร่างสูงค่อยๆโน้มตัวลงมา มือเล็กจึงค่อยๆเทน้ำในขันเทลงบนในหน้าคมคายจากหน้าผากลงมา มือใหญ่เองก็ลูบหน้าล้างแป้งออก

 

            “อีกหน่อย” เมื่อน้ำหมดขันร่างสูงยังหลับตาอยู่ ลินคิดว่ายังคงแสบตาจึงรีบไปตักน้ำมาให้อีกรอบ

 

            “ขอบใจมาก” ร่างสูงลืมตาขึ้นมา ส่งยิ้มให้แล้ววิ่งออกไปเล่นน้ำอีกครั้ง

 

            แต่แล้วร่างสูงก็ชะงักแล้วหันกลับมาหาคนตัวเล็กอีกรอบ คิ้วเรียงสวยเลิกขึ้นเชิงถามว่ามีอะไรอีกหรือเปล่า

 

            “หนาวใช่มั๊ย” เขาถาม ลินจึงค่อยๆพยักหน้าเบาๆ สงสัยเขาคงจะสังเกตเห็นว่าคนตัวเล็กนั่งขดตัวกอดตัวเอง

 

            “รอแป๊บนะ” ร่างสูงเดินเข้าไปในร้าน แล้วเดินออกมาพร้อมเสื้อแจ็คเกตลายทหารแล้วยื่นมาให้คนตัวเล็ก “ใส่ไว้ซิ”

 

            “แต่มันจะเปียก...” ร่างสูงไม่ฟังพร้อมยัดเสื้อใส่มือเล็กแล้วเดินออกไปเล่นน้ำโดยไม่สนใจคนที่ยังยืนงงอยู่

 

 

 

 

 

 

            “ลิน กลับเลยมั๊ย” แซนเดินเข้ามาหาลินที่นั่งรออยู่เกือบชั่วโมงได้

 

            “กลับซิ แต่... แซนเห็นผู้ชายสูงๆที่ชื่อโชนมั๊ย”

 

            “โชน แกถามหาโชนทำไม หรือว่าแกรู้จักกับโชน ห้ะ แกไปรู้จักตอนไหน”

 

            “เดี๋ยวซิ คือว่าโชนยืมปืนฉีดน้ำเราไปอ่ะ ตอนนี้เราไม่เห็นโชนแล้ว”     

 

            “เดี๋ยวนะ! นี่แกถึงขั้นให้โชนยืมปืนฉีดน้ำแกเลยเหรอ ทีฉันยืมแกไม่เห็นให้ นี่แกสองมาตรฐานใช่มั๊ย” แซนโวยวายใส่เพื่อนตัวเล็ก

 

            “เราเปล่านะ เราแค่เห็นว่าปืนที่โชนมีมันอันเล็กไปเลยให้ยืม แต่ที่แซนมีอันใหญ่กว่าเราอีก” ด้วยใบหน้าซื่อๆและนิสัยซื่อๆของเพื่อน แซนจึงถอนหายใจยอมแพ้

 

            “แล้วนี่เสื้อใคร” แซนชี้ไปที่เสื้อที่คลุมไหล่เพื่อนอยู่

 

            “อ่อ ของโชนอ่ะ”

 

            “วี๊ดดดดดด นี่แกได้ใส่เสื้อของโชนด้วยเหรอ” แซนร้องออกมาจนลินผงะก้าวถอยหลัง และเพื่อนในกลุ่มคนอื่นก็เดินเข้ามาหา

 

            “แซน แกร้องทำไม มีอะไรเหรอ”

 

            “จอย! แกดูนั่น ลินใส่เสื้อของโชน!!” แซนชี้นิ้วมาที่เสื้อบนไหล่คนตัวเล็ก

 

            “อะไรนะ!” จอยหันมามองเพื่อนตัวเล็ก ที่ยิ่งตัวเล็กลงเมื่อเห็นสองสาวเป็นแบบนี้

 

            “บอกมาเดี๋ยวนี้นะว่าไปทำอีท่าไหนโชนถึงได้ให้เสื้อมาใส่ แค่ไม่กี่ชั่วโมงสนิทกันขนาดไหนแล้ว”

 

            “เห็นซื่อๆแบบนี้ ฉันไม่นึกเลยว่าเพื่อนฉันจะร้ายขนาดนี้” ลินรีบส่ายหน้าปฏิเสธ

 

            “นี่แกรู้รึเปล่าว่าแกโชคดีขนาดไหนถึงได้ใส่เสื้อของโชนน่ะ” จอยเอ่ยอย่างอิจฉา แต่เธอไม่โกรธเพื่อนตัวเล็กของเธอหรอกนะ เพราะถ้าเธอเป็นโชน เห็นคนตัวเล็กๆหน้าหวานๆนั่งหนาวแบบนั้นก็คงหาเสื้อให้ใส่

 

            “คือว่า โชนคงเอาเสื้อให้เราใส่ตอบแทนที่เราให้ยืมปืนฉีดน้ำก็ได้นะ”

 

            “ย่ะ... แล้วนี่แกรู้รึเปล่าว่าโชนดังขนาดไหน” จอยถอนหายใจเมื่อเห็นเพื่อนส่ายหัว นั่นซินะ เพื่อนของเธอคงไม่รู้จักคนดังในโลกโซเชี่ยลอย่างโชนแน่ๆถึงได้คุยทำตัวปกติโดยไม่กลัวว่าแฟนคลับของโชนจะเข้ามาด่า

 

            “โชนดังมากเลยเหรอ แล้วโชนได้เป็นดาราด้วยรึเปล่า” คำถามสุดซื่อทำเอาทั้งสี่คนถอนหายออกมา

 

            “ดังมาก แต่ไม่ใช่ดาราหรอกนะ เอาเถอะ กลับกันดีกว่า”

 

            “ก่อนกลับเราไปหาอะไรร้อนๆกินให้ร่างกายอบอุ่นดีมั๊ย” บีมเสนอขึ้นมา โดยทุกคนก็เห็นด้วยว่าจะไปทานปิ้งย่างร้านประจำ

 

 

 

 

 

            ทั้งห้าคนเดินทางมาถึงร้านปิ้งย่างร้านประจำ ระหว่างที่นั่งรอหมูและเครื่องเคียงต่างๆมาเสิร์ฟเดือนหนุ่มคนดังก็ถูกสาวๆในร้านมาขอถ่ายรูปไม่หยุด จนตอนนี้ต้องลุกออกไปให้ถ่ายรูปถึงหน้าร้าน ทำเอาคนที่นั่งข้างๆตอนแรกหน้าบึ้งให้กับความโด่งดังของคนตัวสูง

 

            “บีม เก็บสีหน้าบ้างก็ได้” จอยเอ่ย

 

            “ก็...” จากนั้นบีมก็หงอยลงทันที ตอนนี้ความสัมพันธ์ระหว่างชานและบีมยังคลุมเครืออยู่

 

            เนื่องจากบีมได้เปิดเผยความในใจต่อชานออกไปหลังจากงานประกวดดาวเดือน ชานก็มีท่าทีเปลี่ยนไป คอยดูแลห่วงใยบ้าง บางครั้งก็เมินเฉยเย็นชาบ้าง จนตอนนี้ทำให้บีมไม่มั่นใจในสถานะของตนเองสักเท่าไหร่ หากบอกว่าเป็นเพื่อน บางครั้งก็มากกว่าเพื่อน แต่ไม่มีสิทธ์หึงหวงหรือแสดงความเป็นเจ้าของได้เลย

 

            “เอาๆเลิกทำหน้าหมาหงอยได้แล้ว ชานมันเดินกลับมาแล้ว”

 

            “นี่ๆ บีมอย่าเศร้าเลยนะ มากินหมูกับเราดีกว่า” เป็นลินที่เบี่ยงเบนความสนใจ

 

            “เอ้า รออะไรกันอยู่ ไม่ปิ้งแดกกันล่ะ” ชานที่เดินเข้ามานั่งลงเอ่ยถาม

 

            “รอมึงไง” แซนเอ่ย “แหม่ พ่อคนดัง ดังแล้วช่วยออกตังด้วยนะคะ”

 

            ชานยักไหล่อย่างไม่หยี่ระต่อคำพูดของเพื่อนแล้วหันมามองคนข้างๆที่นั่งเงียบอยู่ เมื่อรู้สึกว่ากำลังโดนมองบีมจึงหันไปยิ้มตาหยีให้ชาน จนได้รับมือใหญ่ๆยีลงบนหัว

 

            “เห้ยลิน! แกดังใหญ่แล้วว่ะ” จอยที่เล่นมือถืออยู่เอ่ยขึ้นมา “เนี่ย เพจxxเซ็กซี่บอยโพสต์รูปแกกับโชน เดี๋ยวนะ กับโชน!!!” แล้วจอยก็ชูมือถือขึ้นมาให้เราทุกคนได้เห็น

 

            XX Sexy Boy ได้เพิ่มรูปภาพใหม่ 4 ภาพ

                      25 นาที 

            มาแล้วค่า อากาศร้อนๆแบบนี้มาดับร้อนด้วยรูปหวานๆในวันสงกรานต์วันนี้ เมื่อหนุ่ม xx เซ็กซี่บอยของเราอย่างโชน มาพบกับ หนุ่มคิวท์บอยของssอย่างน้องลิน ไม่รู้เหมือนกันนะคะว่าสองคนนี้ไปรู้จักกันตอนไหน แต่ว่าดูจากรูปเนี่ยดูท่าจะสนิทกันน่าดูเลย #xxSexyBoy #ssCuteBoy #โชนลิน

          ถูกใจ5.9k

 

            “ตอนที่ลินนั่งรอพวกเราหน้าร้านเหรอ” บีมหันไปถาม

 

            “แล้วรูปพวกนี้คืออะไร ตอบ!” จอยถาม

 

            “เอ่อ...คือว่า...” จากนั้นลินก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้เพื่อนอีกสี่คนได้ฟัง

 

            “ใครถ่ายมานะ ดูซิ เหมือนคนรักกันเลย” แซนนั่งจ้องรูปในมือถือ

 

            “แต่ว่านะ โชนเขาใจดีกับลินจัง บีมว่าโชนต้องชอบลินแน่”

 

            “บีม! แกเนี่ยพูดอะไรก็ไม่รู้ โชนน่ะเป็นของพวกฉันย่ะ” สองสาวพยักหน้าพร้อมกัน

 

            “เห้ย! โชนอัพสเตตัสอ่ะ” แซนเอ่ยเมื่อแจ้งเตือนขึ้น

 

            “ไหนๆดูด้วย”

 

            Ooh Shone

                        เมื่อสักครู่ 

          ลืมเอาคืน แต่ก็ถือว่าแลกกันกับเสื้อ #เจ้าเด็กหัวโต

          ถูกใจ 1.5k

 

           

 

            “นี่มันปืนฉีดน้ำของแกนี่ลิน” แซนหันหน้าจอมาทางคนตัวเล็ก “แล้วเนี่ย มีการใส่แฮชแทกเจ้าเด็กหัวโตด้วยอ่ะ โหยยย”

 

            “เมื่อกี้มึงสองคนยังบอกโชนเป็นของมึงอยู่เลย แต่เขากลับโพสต์ถึงลินซะงั้น ฮ่าๆ” ชานเอ่ยขึ้น

 

            “ชาน หล่อแต่ปากหมานะมึง” จอยเหวใส่ชาน

 

            “เราบอกแล้ว โชนอาจจะชอบลินก็ได้” บีมว่า แต่คนตัวเล็กกลับส่ายหัวแล้วให้ความสนใจกับชิ้นเนื้อที่ส่งกลิ่นหอมตรงหน้าแทน

 

           

 

 

 

 

 

 

            ลินกลับมาถึงบ้านของตนในเวลาสามทุ่มเศษ พบว่าพ่อกับแม่กำลังนั่งดูโทรทัศน์อยู่ในห้องนั่งเล่น จงรู้สึกผิดนิดหน่อยที่ตนเอาแต่ออกไปเล่นสนุกกับเพื่อนจนลืมท่านสองคนที่นั่งรอเรากลับบ้าน

 

            “ป๊า ม๊า ลินกลับมาแล้วนะ”

 

            “กินข้าวยังลูก” คนเป็นแม่ถาม

 

            “กินแล้วครับ ไปกับเพื่อนก่อนเข้าบ้าน ป๊ากับม๊าล่ะ”

 

            “กินแล้วจ้ะ เอ้า ไปอาบน้ำอาบท่าไป เดี๋ยวจะไม่สบายเอา” หญิงวัยสี่สิบไล่ลูกชายไปอาบน้ำแล้วหันมามองสามีก็ได้แต่ถอนหายใจ เป็นห่วงลูกชายแต่วางฟอร์มไม่คุยกับลูก

 

            “ป๊า... ไมคิดจะคุยอะไรกับลูกเลยเหรอ” เมื่อลูกชายคนเดียวเดินขึ้นบันไดไปก็หันไปคุยกับสามี

 

            “ก็ลูกไม่เห็นสนใจพ่อแม่เลย เอาแต่ไปเที่ยวสนุก จะให้ป๊าคุยอะไรด้วยล่ะ” ภรรยาคนสวยถอนหายใจให้กับความขี้งอนของสามี

 

            “ลูกเป็นวัยรุ่นนะป๊า เข้าใจเขาหน่อยว่าเขาก็มีเพื่อนมีสังคมใหม่ๆ เขาไม่ใช่เด็กแล้ว”

 

            “แต่สำหรับป๊า โตแค่ไหนก็ยังเด็กสำหรับป๊าเสมอ”

 

 

 

 

 

            หลังจากที่อาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว ลินก็กระโดดลงเตียง คว้ามือถือที่ชาร์จแบตจนเต็มขึ้นมาเชื่อมwifiในบ้านเพื่อเช็คข่าวสารว่าเพื่อนๆคนอื่นนั้นไปเที่ยวไหนในเทศกาลสงกรานต์ แต่เมื่อเชื่อมระบบอินเตอร์เน็ตแล้ว เสียงแจ้งเตือนก็ดังขึ้นติดต่อกันหลายครั้ง มือถือในมือสั่นจนลินเองก็ตกใจ

 

            ส่วนใหญ่แล้วแจ้งเตือนจะมาจากแอพสีน้ำเงินที่ลินโหลดเอาไว้และสมัครแอคเคาน์ไว้เพื่อติดตามเพจของมหาวิทยาลัย เพจคณะ และกลุ่มเอกของตน มีบางครั้งที่ลินเองก็ชอบเลื่อนหน้าฟีดเพื่ออ่านเรื่องราวของเพื่อนๆ แต่เจ้าตัวเองก็ไม่ได้โพสต์อะไรมากมายเลย

 

            แจ้งเตือนคนขอเป็นเพื่อนมากมายหลายร้อยจนลินตกใจ จึงเลือกไปกดดูแจ้งเตือนแทน แล้วก็พบว่าตนถูกแท็กชื่อไปในโพสต์หลายโพสต์

 

            SS Cute Boy

                   15 นาที 

            ตัวเล็ก น่ารักน่าประแป้ง

น้องลิน บริหารธุรกิจ

IG : 7_lin_m

#ssCuteBoy #เจ้าเด็กหัวโต

ถููกใจ 7.7k

แชร์ 238 ครั้ง

 

 

เพจดังของมหาลัยฯนำภาพของลินที่ถูกถ่ายโดยจอยไปโพสต์ลงในเพจ ซึ่งยอดไลค์สูงมากจนลินตกใจ จริงๆแล้วลินไม่ใช่คนดังเสียหน่อย แล้วเขาไปรู้ได้อย่างไรว่าลินใช้ชื่อแอคเคาน์ไอจีว่าอะไร เมื่อเลื่อนอ่านคอมเม้นต์ก็ยิ่งตกใจเข้าไปใหญ่ มีหลายคนเข้ามาเม้นต์ชมรูปลักษณ์ของลินกันเยอะ แถมยังถามหาเฟสบุ๊คส่วนตัวของคนตัวเล็กด้วยว่าใช้ชื่ออะไร แต่คงจะรู้กันแล้วเนื่องจากยอดคนขอเป็นเพื่อนเยอะขนาดนั้น

 

ตอนนี้คนตัวเล็กเริ่มกลัวแล้วล่ะ กลัวว่าชีวิตประจำวันของตนจะเปลี่ยนไปเมื่อมีคนรู้จักมากขึ้น เหมือนชานเพื่อนของตน ไม่ว่าจะเดินไปที่ไหนก็ถูกจับตามองอยู่ตลอด มีคนเข้ามาขอถ่ายรูปด้วยบ่อยๆ ส่งของมาให้ แบบนั้นคงน่าอึดอัดเกินไปสำหรับลินผู้มีโลกส่วนตัวสูง

 

กดออกจากแอพสีน้ำเงินแล้วจึงเข้าแอพแชทสีเขียวชื่อดังจากญี่ปุ่น เสียงแจ้งเตือนก็ดังรัวเกือบนาทีได้

 

ลิน 21:54

ลินนนนนน 21:55

ตอบซิลิน 21:56

นี่แกตกส้วมตายแล้วเหรอ 22:10

ลิน! 22:30

แกเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในเฟสบุ๊คแน่ๆ 22:31

แกต้องคุยกับฉันด่วน 22:32

อ่านแล้ว 22:40 แซนมีอะไรรึเปล่า

อ่านแล้ว 22:41 เราเห็นแล้วล่ะ มีคนมาขอเป็นเพื่อนเราเยอะมากเลย

ก็ใช่น่ะซิ แกได้ลงทั้งเพจมอเราและเพจมอxx 22:43

ตอนนี้แกกลายเป็นคนดังไปแล้วลิน 22:43

อ่านแล้ว 22:50 แล้วเราควรทำยังไงดี

 

 

 

ทั้งคู่ตัดสินใจคอลไลน์กันเพื่อปรึกษาและแก้ปัญหาที่เผชิยอยู่ตอนนี้ เพราะแซนเข้าใจลินดี ว่าลินเองไม่อยากเป็นที่รู้จักมากนัก ทั้งสองคนพูดคุยกันยาวนานเป็นชั่วโมง โดยไม่รู้เลยว่ามีอะไรเกิดขึ้น ซึ่งจะทำให้ชีวิตของลินเปลี่ยนไปหลังจากนี้

 

 

 

 

Ooh Shone กับ Lin Lalit

            เมื่อสักครู่ 

พรุ่งนี้ไปเล่นน้ำกันอีกนะ เด็กหัวโต

ถูกใจ 1.2k




50%





 

 

ช่วงสายของวันถัดมาลินอาบน้ำแต่งตัวแล้วรีบลงมาที่ครัวชั้นล่างของบ้าน วันนี้เป็นวันครอบครัว คนตัวเล็กเลยคิดว่าจะอยู่บ้านกับป๊าม๊า ทำอาหารให้ท่านทานสักสองสามอย่าง อ่อ อีกอย่างหนึ่งคือ ลินแอบซื้อพวงมาลัยมาเพื่อไว้ท่านสองคนโดยเฉพาะด้วย

 

“หื้ม กลิ่นหอมเชียว ลินทำอะไรอยู่ลูก” ผู้เป็นแม่เดินเข้ามาในครัวเมื่อได้กลิ่นหอมโชยมา

 

“ทำกับข้าวให้ป๊ากับม๊าทาน ม๊าไปนั่งดูทีวีรอลินนะ เดี๋ยวลินทำเสร็จจะเรียก” เมื่อได้ยินแบบนั้น คนเป็นแม่ก็ยิ้มกว้าง ได้แต่มองแผ่นหลังของลูกชายที่กำลังขะมักเขม้นทำอาหารที่หน้าเตา ค่อยๆเดินไปที่ห้องนั่งเล่นเพื่อเปิดข่าวสารดุทางโทรทัศน์จอใหญ่ในบ้าน

 

“ม๊า ใครทำอาหารอยู่ในครัว” ชายกลางคนเดินลงจากบันไดเข้ามาถามภรรยาที่นั่งดูทีวี เพราะปกติแล้วภรรยาเขาจะเป็นคนเข้าครัวทำอาหาร

 

“อ่อ ลินน่ะป๊า ลูกบอกว่าจะทำอาหารให้เราทาน” เธอยิ้มให้สามีด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยความภูมิใจ

 

“จะกินได้รึเปล่าเถอะ นี่อย่าลืมนะว่าร้านอาหารเขาปิดวันสงกรานต์กันหมด”

 

“ป๊าก็ พูดอะไรแบบนั้น เชื่อใจลูกหน่อยซิ ลูกอุตส่าห์ตื่นแต่เช้ามาทำให้” คนเป็นพ่อยักไหล่ทำท่าไม่รู้ไม่ชี้

 

            “ม๊า อาหารเสร็จแล้วนะ” เสียงเรียกของลูกชายทำให้คนเป็นแม่ลุกขึ้น

 

            “นี่ป๊า ลุกซิ” เธอดึงแขนสามีที่ทำอิดออดไม่ยอมลุก

 

            “ม๊า ลินทำอาหารไว้ให้...เยอะเลย” คนตัวเล็กที่มัวแต่จัดโต๊ะเอ่ยแต่เมื่อเงยหน้าขึ้นก็พบว่าบิดาของตนเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง

 

            “จะกินได้รึเปล่าก็ไม่รู้” ได้ยินพ่อของตนพูดแบบนั้นก็ใจแป้ว

 

            ลินกับพ่อไม่ค่อยได้คุยกันมาสักสองวันแล้ว ลินเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมป๊าถึงไม่ยอมคุยกับลิน แถมยังทำท่าทีไม่พอใจเวลาลินทำอะไรด้วย

 

            “เอ้าๆ กินข้าวได้แล้วสองพ่อลูก” หญิงคนเดียวได้แต่ส่ายหัวให้กับพ่อลูกคู่นี้ที่มีอะไรก็ไม่ยอมพูดคุยกันตรงๆ

 

เธอน่ะ รู้ว่าสามีของเธอเป็นอะไรถึงไม่ยอมคุยกับลูกชาย แต่ทำฟอร์มไปอย่างนั้น จริงๆก็ทั้งห่วงทั้งอยากคุยกับลูกนั่นแหละ แต่ลูกของเธอเมื่อเห็นว่าพ่อไม่คุยด้วยก็ได้แต่เก็บตัว ไม่เริ่มคุยกับพ่อเช่นกัน

 

เมื่อทั้งสามทานอาหารเสร็จคนเป็นลูกก็เป็นคนอาสาเก็บโต๊ะและล้างจานคนเดียว จินห์ศุจีสังเกตสามีเวลาทานข้าวได้ ปากก็พูดให้ลูกใจเสีย แต่ทานอาหารที่ลูกทำจนเกลี้ยง ปากอย่างใจอย่างไม่มีใครเกินสามีของเธอหรอก เชื่อเลย

 

คู่สามีภรรยานั่งดูข่าวประจำวันโดยทั้งคู่ได้เสนอความคิดเกี่ยวกับข่าวเรื่องการเล่นน้ำของเด็กยุคสมัยนี้ หรือเรื่องการกลับบ้านต่างจังหวัดของคนที่มาทำงานในเมืองหลวง จนไม่ได้สังเกตว่าบุตรชายเดินเข้ามาใกล้ๆแล้ว

 

ลินเดินมาพร้อมขันน้ำสีเงินใบใหญ่ในบ้านที่ใส่น้ำอบกลิ่นหอม และพวงมาลัยสองพวงคล้องข้อมือมา คนตัวเล็กเดินเข่าเข้ามาหาบิดามารดาที่นั่งอยู่บนโซฟา โดยที่ทั้งคู่ก็ตกใจที่ลูกชายทำอะไรแบบนี้ให้

 

“วันนี้วันครอบครัว ลินเลยขอรดน้ำอวยพรป๊ากับม๊า” คนตัวเล็กนั่งคุกเข่าตรงหน้า

 

“เอาซิลูก” มารดาขยับตัวนั่งให้ลูกชายได้ทำอย่างที่ตั้งใจไว้

 

มือเล็กใช้ขันเล็กๆตักน้ำขึ้นมารดที่มือมารดา

 

“ลินถือวันดีวันนี้ขออวยพรให้ม๊ามีความสุข สุขภาพแข็งแรง สวยขึ้นสวยขึ้นทุกวันลินขอบคุณที่ม๊าตั้งท้องลินมาเก้าเดือน ขอบคุณที่เลี้ยงดูลินมาจนโตถึงขนาดนี้ ขอบคุณที่คอยดูแลสั่งสอนลินให้อยู่บนโลกใบนี้ด้วยร่างกายและจิตใจที่แข็งแรง ลินจะเป็นลูกที่ดี ไม่ทำให้ม๊าผิดหวัง ลินรักม๊านะ” เมื่อรดน้ำอวยพรเสร็จ ลินก็น้ำพวงมาลัยออกมาหนึ่งพวงวางบนตักมารดา ก้มกราบลงบนฝ่าเท้ามารดา

 

คนตัวเล็กเขยิบตัวไปนั่งตรงหน้าผู้เป็นบิดา กลืนน้ำลายช้าๆ ไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้า ลินกับป๊าไม่ได้คุยกัน แต่ลินก็อยากจะทำแบบนี้กับป๊า เพียงแต่ว่าลินเองก็กลัวป๊ายังโกรธลินอยู่

 

“ป๊า...นั่งดีๆซิ ลูกจะรดน้ำให้” จินห์ศุจีแทงศอกเข้ากับแขนสามีเบาๆ

 

“อะแฮ่ม” คนเป็นพ่อกระแอมไอเบาๆ ก่อนจะค่อยๆขยับตัวนั่งแล้วยื่นมือไปข้างหน้า

 

“ลินขออวยพรให้ป๊ามีสุขภาพที่แข็งแรง มีความสุขมากๆ ป๊าเป็นป๊าที่เท่ที่สุดของลิน เป็นฮีโร่ของลินเสมอ ขอบคุณป๊าที่คอยเลี้ยงดูลิน ปกป้องลินเสมอแม้ว่าลินจะดื้อกับป๊า ลินขอโทษถ้าทำอะไรผิดไป ทำให้ป๊าโกรธ ฮึก และผิดหวังในตัวลิน ลินจะ ฮึก ปรับปรุงตัว ไม่ดื้อ และจะไม่ทำให้ป๊าผิดหวังอีก ลินรักป๊านะ” คนตัวเล็กก้มหน้าก้มตาอวยพรผู้เป็นพ่อ ไม่ยอมเงยหน้าไปสบตาผู้ถูกอวยพร หลุดสะอื้นออกมาเมื่อเอ่ยถึงเรื่องที่ทำให้ตนกับบิดาไม่คุยกัน

 

วางพวงมาลัยบนตักคนตรงหน้าแล้ว ศีรษะกลมค่อยๆก้มลงแนบลงมือสองมือที่กราบลงฝ่าเท้าบิดา ลำตัวสั่นเทาเพราะสะอึกสะอื้น น้ำตาหยดลงใส่เท้าคนเป็นพ่อ เมื่อรับรู้ถึงแรงลูบบนหัวของตนเบาๆ

 

“ป๊าไม่ได้โกรธลิน อย่าร้องไห้” มือของบิดาตบลงบนไหล่

 

คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้น สูดน้ำมูกมือเช็ดน้ำตา จากนั้นก็พุ่งตัวเข้ากอดบิดาทันที เรียกเสียงหัวเราะจากบุพการีได้ ด้วยความเหมือนเด็กของลูกชาย ถึงจะโตแค่ไหน แต่ก็ยังเด็กในสายตาพ่อแม่เสมอ

 

เมื่อพ่อลูกปรับความเข้าใจกันได้ บรรยากาศในบ้านก็กลับมาดีขึ้น เข้ากับเทศกาลที่มีแต่ความสุข มือเล็กหยิบมือถือขึ้นมาเพื่อดูเวลา แต่ก็พบว่ามีแจ้งเตือนมากมายขึ้นเต็ม จึงกดเข้าไปดู

 

ลิน 11:20

ฉันอยากเป็นแกจริงๆโว๊ย 11:20

นี่ 11:25

วันนี้แกต้องออกไปกับพวกฉันอีก 11:25

เข้าใจมั๊ย 11:26

ตอนบ่ายสามเจอกันที่บ้านแก 11:28

 

 

ลินอ่านไลน์ที่จอยส่งมาหาก็ได้แต่ขมวดคิ้ว ทำไมเพื่อนของเขาถึงนัดออกไปเล่นน้ำอีก ในเมื่อลินบอกไปตั้งแต่เมื่อวานแล้วว่าวันนี้จะอยู่บ้านกับป๊าม๊า คนตัวเล็กส่ายหัวแล้วเลื่อนดูแจ้งเตือนอื่นแทน

 

อะไรเนี่ย ทำไมเฟสบุ๊คมีแจ้งเตือนมากมายขนาดนี้ หรือว่าโพสต์ของเพจเมื่อวานยังมีคนให้ความสนใจอยู่เหรอ เมื่อเลื่อนดูช้าๆลินก็พบกับแจ้งเตือนหนึ่งที่มีคนแท็กมา จึงกดเข้าไปดู

 

ตากลมเบิกกว้างเมื่อพบว่าใครเป็นคนแท็กหาตน และยอดกดไลค์ก็สูงลิ่ว แถมคอมเม้นต์ก็มากมายเต็มไปหมด แต่เดี๋ยวนะ ทำไมเขาต้องบอกให้ไปเจอกันอีกล่ะ ในเมื่อเราไม่รู้จักกันเสียหน่อย หรือว่า เขาจะเอาเสื้อคืนนะ อ่า ไปดีไหมนะ นั่นซิ ปืนฉีดน้ำเราอยู่กับเขานี่นา ถือว่าไปเอาคืนก็ได้ คนตัวเล็กนั่งพยักหน้าอยู่คนเดียว

 

“ม๊า วันนี้ลินออกไปกับจอยนะ”

 

“ไปอีกแล้วเหรอลูก ระวังตัวด้วยนะ อ่อ แล้วจะกลับกันกี่โมง”

 

“ไม่ดึกเหมือนเมื่อวานหรอกม๊า ไปแป๊บเดียว ลินไปเอาปืนฉีดน้ำคืนจาก...เพื่อนน่ะ”

 

 

 

เวลาบ่ายสาม สองสาวมาถึงบ้านของลินพร้อมด้วยใบหน้าที่ดุเครียดๆจนลินสงสัย

 

“นั่งก่อนซิ วันนี้มีอะไรรึเปล่า เราบอกแล้วนี่ว่าวันนี้ไม่เล่น”

 

“ฉันจำได้ว่าแกบอกอะไรไว้ แต่โพสต์นั่นของโชน ฉันกับแซนถึงต้องมาหาแกที่บ้านไง”

 

“เอ่อ...โพสต์นั่นเหรอ เราว่า โชนอาจจะอยากได้เสื้อคืนมากกว่านะ” ลินตอบอย่างซื่อตามประสา ทำให้สองสาวถอนหายใจออกมาพร้อมกัน

 

“นี่แกไม่คิดว่าเขาจะจีบแกบ้างหรือไง” จอยว่า

 

“บ...บ้า! ทำไมเราต้องคิดแบบนั้นด้วย เรากับโชนเป็นผู้ชายนะ อีกอย่างโชนก็มีคนชอบตั้งเยอะ เมื่อวานคนสวยๆก็มาประแป้งตั้งเยอะแหน่ะ”

 

“แต่ปกติโชนไม่เคยโพสต์แท็กหาใครก่อนเลยนะ”

 

“จอย กูว่าลินมันคงไม่เข้าใจจริงๆ” แซนเอ่ยอย่างปลงๆ

 

“ตอนนี้คนอื่นเขาเข้าใจกันไปแล้วว่าโชนเหมือนจะชอบแก และแกกับโชนก็กลายเป็นคู่จิ้นข้ามมอ เหมือนพวกคนหน้าตาดีๆในมอคนอื่นอ่ะ”

 

คนตัวเล็กนั่งกระพริบตาปริบๆ ยิ่งฟังเพื่อนสองคนอธิบายก็ยิ่งไม่เข้าใจ ทำไมคนอื่นถึงคิดว่าโชนจะชอบเราได้ ก็ในเมื่อเรากับโชนเพิ่งเคยเจอกัน แค่โพสต์สเตตัสทวงเสื้อทำไมถึงคิดกันไปไกลขนาดนั้น และอีกหนึ่งอย่างคือ คำว่าคู่จิ้น ลินไม่รู้จริงๆว่าคำนี้แปลว่าอะไร

 

“ถ้าแกยังไม่เข้าใจ วันนี้แกต้องไปกับฉัน ไปพิสูจน์ให้รู้ดำรู้แดงกันไปเลย” แซนเอ่ย

 

 

 

 

ทั้งสามคนเดินทางมาถึงถนนเส้นเดิมที่เคยมาเมื่อวาน คนยังเยอะเหมือนเดิม และดูท่าจะเยอะกว่าเมื่อวานด้วย จอยและแซนจูงมือลินเดินฝ่าฝูงชนเข้าไปอย่างมุ่งมั่น อาจจะมีไขว้เขวบ้างเมื่อเจอหนุ่มหล่อหยุดประแป้งบ้าง แต่ก็หันมาจูงมือลินให้เดินตามต่อเรื่อยๆ

 

ก่อนจะถึงร้านเดินที่เคยไปเล่นก็พบว่ามีคนยืนอยู่มากกว่าเมื่อวานอีกเท่าตัวจนแซนและจอยถอนหายใจออกมา

 

“จอย มึงคิดว่าผู้หญิงพวกนั้นเขามาเพื่อประแป้งคนหล่อหรือมาสืบเรื่องเมื่อวานด้วยว่ะ”

 

“กูว่าอย่างหลังว่ะ” ลินมองเพื่อนสองคนที่ยินคุยกันดูค่อนข้างซีเรียสไปมา

 

จากที่สองคนคุยกันและอีกหนึ่งคนที่ยืนมองเฉยๆอยู่ตรงนี้โดยไม่มีใครเห็น กลายเป็นว่า ทุกคนหันมามองทั้งสามแล้วแหวกทางให้จนมองเห็นประตูร้านบิงซูร้านเดิม ทั้งสามคนหันมามองหน้ากันทันทีที่ได้รับสายตาหลายคู่จ้องมองมา แซนจึงเลือกจูงมือลินให้เดินตามทันที

 

เมื่อเดินเข้าไปก็พบว่าหนุ่มๆกลุ่มเดิมกำลังยืนเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน จอยจึงตัดสินใจเข้าไปสะกิดแขนคนต้นเหตุที่ทำให้ทั้งสามต้องมาที่นี่

 

“อ้าว มาแล้วเหรอ” เมื่อคนตัวสูงหันมาพบกับคนที่ตนโพสต์ถึงก็เอ่ยทัก

 

“อ..งอื้ม เราเอาเสื้อมาคืน” ลินมองซ้ายทีขวาทีก่อนจะตอบ แล้วยื่นถุงซิปล็อคที่มีเสื้อแจ็คเกตลายทหารส่งให้เจ้าของ

 

“ฮ่าๆ นี่เรานัดเจอไม่ได้ทวงเสื้อสักหน่อย” ร่างสูงหัวเราะออกมาเบาๆ แต่ก็รับเสื้อคืนแต่โดยดี

 

แซนและจอยหันหน้ามาหาลิน เพื่อสื่อว่า เห็นไหม ฉันบอกแกแล้วเมื่อลินเห็นแบบนั้นก็ได้แต่กลืนน้ำลาย หันไปมองทางอื่น แต่ก็ต้องตกใจกว่าเดิมเมื่อเห็นว่าคนรอบตัวยกโทรศัพท์ขึ้นมาแทนปืนฉีดน้ำ

 

“งั้นเหรอ เอ่อ...เรา เราขอปืนฉีดน้ำเราคืนนะ” นิ้วเล็กชี้ไปที่ปืนฉีดน้ำในมือร่างสูง

 

“อ่อ ได้ๆ” คนตัวสูงค่อยๆถอดสายเป้ใส่น้ำแล้วยื่นคืนให้คนตัวเล็ก “เอ้อ เมื่อวานคุยกันตั้งนาน นายยังไม่รู้จักชื่อเราเลย เราชื่อโชนนะ ส่วนนายชื่อลิน เป็นรุ่นน้องเราหนึ่งปี” คนตัวเล็กทำหน้างงเมื่อร่างสูงรู้จักชื่อตน

 

“ฮ่าๆ พี่รู้มาจากเพจss cute boyน่ะ” ใบหน้าที่แสดงถึงความตกใจทำให้ร่างสูงอธิบายออกไป ยิ่งสรรพนามที่เปลี่ยนไปยิ่งทำให้ทั้งสามคนตกใจมากขึ้นไปอีก

 

“ขอโทษนะคะ พอดีมาจากเพจxx sexy boy อยากจะขอถ่ายรูปโชนกับน้องลินไปอัพลงเพจ ได้ไหมคะ”

 

“ได้ครับ” เสียงทุ้มเอ่ยตอบทำให้ลินต้องยอมถ่ายรูปอย่างช่วยไม่ได้

 

คนตัวเล็กยืนกอดตัวบรรจุน้ำลายไอรอนแมนด้วยท่าทีเกร็งๆจนสองสาวต้องทำปากส่งซิกให้ยิ้มออกมา ต่างจากอีกคนที่ยืนส่งยิ้มให้กล้องอย่างเป็นธรรมชาติ จากนั้นหลายคนก็เริ่มรัวกล้องถ่ายรูปสองคนมากขึ้น

 

“โชน ทางนี้หน่อยค่ะ” เสียงเรียกทำให้ลินหันไปมอง ส่วนคนโดนเรียกก็หันไปส่งยิ้มให้ ต่างจากลินผู้ตื่นกล้องที่ทำหน้าตาตื่นกล้องอยู่

 

“ทางขวาด้วยค่ะ”

 

“ชิดกันหน่อยค่ะ.... น้องลินเปลี่ยนท่าหน่อยยยย” คนตัวเล็กได้แต่ส่งสายตาไปหาเพื่อนสองคนเพื่อขอความช่วยเหลือ ซึ่งพวกเธอก็ทำท่าให้ดูว่าควรต้องทำอย่างไร

 

ลินค่อยๆยกมือขึ้นมาชูสองนิ้วเก้ๆกังๆตามที่เพื่อนบอก จากนั้นก็หันไปมองคนตัวสูงกว่าว่าเขาทำท่าอะไรบ้างหากถูกขอถ่ายรูป ซึ่งเขาก็หันมาส่งยิ้มให้เล็กน้อยแล้วหันไปทำท่าชูสองนิ้วเหมือนกัน

 

“ขอโทษนะคะ ลินต้องกลับแล้วค่ะ” เป็นจอยที่เดินเข้ามาแล้วดึงแขนลินออกไปเมื่อเห็นว่าเพื่อนของเธอยืนถ่ายรูปนานแล้ว

 

หลายคนทำสีหน้าเหมือนเสียดายที่ลินต้องกลับไปก่อน ซึ่งลินเองก็ค่อยๆเดินจากไปเงียบๆ

 

เพราะวันนี้ลินนำเสื้อไปคืนโชนเดือนสุดดังของอีกมหาลัยฯ ทำให้ในโลกโซเชี่ยลตอนนี้เต็มไปด้วยรูปของทั้งคู่ พร้อมกับแคปชั่นที่ลินเห็นแล้วก็ขนลุกเล็กๆ จึงเลือกที่จะปิดการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเพื่อไม่รับรู้ข่าวสารใดๆทั้งสิ้น

 

 

 

 

 

และแล้ววันหยุดช่วงเทศกาลก็หมดลง วันนี้ลินและนักศึกษาหลายคนต้องมาเรียนตามปกติ และต้องต่อสู้ทำรายงาน นำเสนองาน และสอบไฟนอลกัน เป็นช่วงเวลาที่ทำให้นักศึกษาหลายคนเหนื่อยและอดหลับอดนอนกันหลายคนเลยทีเดียว

 

ลินลงจากรถมอเตอร์ไซค์และจ่ายเงินค่าวินให้พี่วินไป เมื่อหันหน้าเพื่อเดินเข้าตึกไป ก็พบกับสายตาหลายคู่ที่จ้องมา หลายคนจับจ้องแล้วหันไปพูดคุยกับเพื่อนจนลินรู้สึกไม่ดี จึงรีบก้าวเดินเข้าไปในตึกเร็วๆ

 

เมื่อมาถึงห้องเรียน เปิดประตูห้องก็พบกับสายตาของเพื่อนร่วมภาพมองมาแปลกๆ ลินจึงรีบเดินไปหาเพื่อนสนิทตัวเองทันที

 

“บีม ลินรู้สึกแปลกๆอ่ะ เราเดินเข้าตึกมามีคนมองเราแปลกเต็มเลย” เมื่อนั่งลงแล้วคนตัวเล็กก็หันไปคุยกับเพื่อน

 

บีมและชานมองหน้ากันเล็กน้อย ก่อนที่ชานที่นั่งถัดไปจะเอ่ยขึ้น

 

“ลินไม่รู้เลยเหรอว่าเกิดอะไรขึ้น” คนตัวเล็กส่ายหัว

 

“บีมว่าแล้ว”

 

“มีอะไร เกิดอะไรขึ้นเหรอ หรือว่าเราไปทำให้ใครไม่พอใจเหรอ”

 

“ไม่ใช่ทำให้ใครไม่พอใจหรอก แต่ว่าลินอ่ะ ถูกคนพูดถึงเยอะมาก มีแฮชแท็กขึ้นเทรนในทวิตเตอร์ด้วยนะ”

 

“ขึ้นเทรนทวิตเตอร์... คืออะไรเหรอ”

 

“เฮ้อ ทวิตเตอร์เป็นเว็บโซเชี่ยลคล้ายๆเฟสบุ๊คน่ะ แต่ว่ามีแฮชแท็กจัดอันดับไว้แสดงว่ามีอะไรที่คนกำลังพูดคุยมากที่สุดในขณะนั้น” ชานเองก็ไม่รูจะอธิบายอย่างไร จึงเลือกอธิบายง่ายๆให้เข้าใจโดยยกตัวอย่างแอพที่ลินพอจะคุ้นเคยมา

 

“แล้ว...แล้วเราพูดถึงว่าอะไร” คนตัวเล็กสีหน้าไม่สู้ดี

 

“จะอะไรล่ะ ก็แกกับโชนไง” เสียงของเพื่อนสาวดังขึ้น ทำให้ลินรีบไปเกาะแขนจอย

 

“จอย...เราไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้นเลยนะ”

 

“แล้ววันหยุดที่ผ่านมาแกทำอะไรบ้างถึงไม่รู้เรื่องอะไรกับชาวบ้านเขา”

 

“เราเหรอ ก็นั่งรถไปเยี่ยมญาติกับครอบครัวที่ต่างจังหวัด ไปทำบุญที่วัด ทำความสะอาดบ้าน อ่านหนังสือ” คำตอบของลินทำเอาเพื่อนทั้งสี่คนถอนหายใจอย่างเซ็งๆ

 

นั่นซินะ เราจะไปคาดหวังอะไรกับ ผู้เฒ่าลินได้ล่ะ วันๆก็ทำแต่แบบนี้ ไอ้พวกแอพโซเชี่ยลต่างๆ พวกเรานี่แหละก็เป็นคนโหลดและสอนเล่นให้ด้วยซ้ำไป ตอนแรกอิดออดไม่ยอมเสียด้วยซ้ำ แต่ให้เหตุผลไปว่า เอาไว้ติดต่อกับเพื่อนบ้างนอกจากการโทรหา ส่งรูป ส่งงานต่างๆหากันได้สะดวกกว่า จึงยอม

 

“ฉันเล่าเอง” แซนตัดสินใจเอ่ยขึ้น “นี่ ช่วงวันหยุดที่ผ่านมา รูปของแกกับโชนวันที่ไปเอาปืนฉีดน้ำคืนว่อนไปทั่ว คนชอบมาก เลยมีแท็ก โชนลิน ขึ้นจนติดเทรน เพจของมหาลัยเรากับเขาก็อัพรูปพร้อมแคปชั่นที่ชงสุดๆ จนคนอื่นๆที่ไม่ใช่คนในมอเรากับเขาก็เข้ามาอ่าน มาชอบ”

 

“และยิ่งไปกว่านั้น มีคนอาคส์ไปถามโชน” เมื่อเห็นคิ้วของเพื่อนขมวดกันจึงอธิบายให้ฟัง “อาคส์ เป็นเว็บหนึ่งที่ให้คนไปถามคำถามอะไรก็ได้โดยไม่เปิดเผยชื่อ คนเลยไปถามโชนกันเยอะเลยเรื่องแก แต่ที่เหนือไปกว่านั้นคือ โชนตอบคำถามให้คนคิดไปต่างๆนาๆ ว่าแกกับโชนเหมือนจะชอบกัน”

 

“นี่ ที่โชนตอบแฟนคลับเรื่องแก” จอยยื่นโทรศัพท์ของเธอมาให้ดู

 

 

โชนนนน รู้จักกับลินคิวท์บอยได้ยังไง

พิ่งรู้จักเมื่อวันสงกรานต์ที่ผ่านมา ลินให้ยืมปืนฉีดน้ำอ่ะ

542

 

ลินเป็นคนแบบไหน

เป็นเด็กหัวโตไง

467

 

ตอนนี้โชนกับลินเป็นอะไรกัน

คนรู้จักกันครับ

281

 

เราชิปโชนลิน

ขอบคุณครับ

520

 

ชมน้องน่ารักด้วย คิดอะไรกับน้องรึเปล่า

คิด แฮ่ ไม่ใช่ เห็นเขาน่ารักเฉยๆ

713

 

ฟอลไอจีน้องลินด้วยยยยย น้องน่ารักล่ะซิ

ก็น่ารักนะครับ แต่ดูยังไงก็หัวโตอ่ะ 5555

362

 

“บ้ากันไปใหญ่แล้ว เรากับโชนเพิ่งเจอกันแค่สองครั้งเองนะ”

 

“และมากไปกว่านั้นคือ มีนิตยสารติดต่อแกเพื่อให้แกไปถ่ายรูปกับโชนลงในเล่ม แต่เขาติดต่อแกไม่ได้ เลยติดต่อฉัน”

 

“เห้ย แล้วแซนตอบไปว่ายังไง” คนตัวเล็กทำหน้ารู้สึกผิดที่ทำให้เพื่อนลำบากไปด้วย

 

“ฉันก็ตอบตกลงไปน่ะซิ คิคิ” จากสีหน้าจริงจังจากเล่าเรื่องที่เกิดขึ้น กลายเป็นยิ้มร่าขึ้นมา

 

“ใช่ๆ พวกเราปรึกษากันแล้วว่าจะให้แกไปถ่ายรูปกับโชน” จอยเอ่ย

 

“เดี๋ยวก่อนซิ เรายังได้ตกลงเลยนะ”

 

“เอาเถอะหน่า แค่ถ่ายรูปเอง แถมยังได้เงินค่าขนมด้วยนะ ไม่สนใจเหรอ” ลินหันหน้าไปถามบีมกับชาน ซึ่งสองคนก็พยักหน้าเบาๆเชิงเห็นด้วย

 

ทั้งวันนั้นลินก็โดนทั้งสองสาวตามตื้อให้ตกลงไปถ่ายรูปกับโชน และยังโดนคนทั้งคณะจับจ้องไม่ว่าจะเดินไปกินข้าวใต้ตึก หรือกำลังจะขึ้นวินกลับบ้าน

 

“ลิน เดี๋ยวฉันสองคนไปส่งแกเอง” จอยรีบดึงแขนเล็กไว้ เมื่อลินกำลังเดินเข้าไปหากลุ่มวินที่จอดรถใต้ร่มไม้

 

“นะๆ เอาอย่างนี้ ถ้าแกไปถ่ายรูปตามที่ฉันสองคนขอ ฉันสองคนจะยอมเป็นเบ้ให้เลย” แซนหันไปพยักหน้ากับจอย

 

“ไม่อ่ะ เป็นเพื่อนก็ดีแล้ว จะมาเป็นเบ้ให้เราทำไม” ตอบอย่างตัดเยื่อใย

 

“โธ่ ลินเห็นใจเราเถอะ เราตอบตกลงพี่เขาไปแล้ว ถ้าไปยกเลิกไม่ดีแน่ๆ แถมยังต้องจ่ายค่าเสียหายด้วยนะ” จอยเอ่ยโน้มน้าว

 

“ใช่ๆ ไม่รู้เขาจะเรียกร้องค่าเสียหายเท่าไหร่ ฉันต้องขายรถไหมอ่ะ” แซนทำหน้าตาเหมือนจะร้องไห้

 

“ก็ได้ๆ เราไม่อยากให้แซนขายรถเพื่อไปจ่ายค่าเสียหายหรอกนะ แต่คราวหลังทีอะไรต้องบอกเราก่อน” ทั้งสองคนกลั้นยิ้มแทบไม่อยู่ แอบเอามือแท็กกันด้านหลังโดยที่ลินไม่รู้

 

 

 

 

 

และแล้ววันกำหนดถ่ายรูปลงนิตยสารก็มาถึง แซนกับจอยรีบบึ่งรถไปลินตั้งแต่เช้า เพื่อมาให้ทันเวลาแต่งตัวแต่งหน้า ซึ่งการออกมาถ่ายรูปลงนิตยสารครั้งนี้สองสาวได้โทรศัพท์มาขออนุญาตพ่อแม่ของลินแล้วเรียบร้อย ซึ่งท่านเองก็อนุญาต

 

“มาแล้วค่ะ” จอยเอ่ยเมื่อทั้งสามเดินเข้ามาในสตู

 

“งั้นน้องลินกับเพื่อนเดินเข้าไปที่ห้องฝั่งนู้นเลยค่ะ” หญิงสาวที่ถือกระดาษหนึ่งม้วนหันมาคุยด้วย

 

บรรยากาศในสตูดูวุ่นวายเล็กน้อย พี่ๆหลายคนจัดไฟ เดินสายไฟ ตั้งกล้องกัน มีพี่ผู้หญิงหลายคนหอบเสื้อผ้ากระเป๋าใบใหญ่เดินเข้ามา พี่ผู้ชายบางคนก็จัดฉากกัน จนลินกลืนน้ำลาย

 

ลินเป็นนักศึกษาธรรมดาคนหนึ่ง ไม่ได้มีชื่อเสียงมากมาย หรือเป็นที่รู้จัก แต่การต้องมาทำอะไรแบบนี้เหมือนที่ดาราทำก็รู้สึกเกร็งและตื่นเต้น ยิ่งต้องมาเห็นทุกคนตั้งใจทำงานและดูเป็นมืออาชีพกันแบบนี้ยิ่งรู้สึกกดดันเข้าไปอีก

 

“อุ้ย น้องลินมาแล้วเหรอคะ มานั่งนี่เลยค่ะ เดี๋ยวพี่แต่งหน้าให้” พี่ผู้ชาย อืม ผู้ชายที่ใจเป็นผู้หญิงเดินเข้ามาเรียกให้คนตัวเล็กเดินไปนั่งที่เก้าอี้หน้ากระจก

 

“ผิวดีมากเลยค่ะ” พี่เขาเอ่ยชม

 

“ขอบคุณครับ” ลินยิ้มเจื่อน

 

“พี่ว่าหลังนิตยสารวางขาย คงขายดีเป็นเทน้ำเทท่าแน่ๆ”

 

“ใช่ค่ะพี่” จอยเอ่ยอย่างเห็นด้วย

 

“ใช่มั๊ยล่ะ รู้มั๊ยพี่ตามเราสองคนมาตั้งแต่วังสงกรานต์เลยนะ น่ารักมากๆ เคมีเข้ากันสุดๆ” ลินได้แต่เพียงนั่งนิ่งๆให้พี่เขาแต่งหน้าและฟังเพื่อนกับพี่เขาพูดคุยกันอย่างสนุกสนานโดยที่ตนไม่เข้าใจคำบางคำเลย

 

ก๊อกๆ

 

“น้องโชนรอที่ฉากแล้วค่ะ น้องลินเสร็จยังคะ” พี่ผู้หญิงคนที่ชี้ทางมาห้องแต่งตัวมาเอ่ยเรียก

 

“อุ้ยๆแป๊บนึงนะจ๊ะ ให้น้องเปลี่ยนชุดก่อน” พี่ช่างแต่งหน้ากุลีกุจอรีบไปหยิบชุดที่แขวนอยู่มาให้ลิน แล้วดันหลังเล็กให้เข้าไปในห้องแต่งตัวเล็กๆมุมห้อง

 

“เสร็จแล้วออกมาให้พี่ตรวจความเรียบร้อยก่อนออกไปด้วยนะจ๊ะ” ลินพยักหน้า ก่อนจะเข้าไปเปลี่ยนชุด

 

ชุดถ่ายรูปวันนี้ไม่มีอะไรมาก เป็นเสื้อยืดสีขาว มีเสื้อเชิ้ตแขนสั้นลายดอกไม้สีฟ้าสวมทับกับกางเกงขาสั้นสีขาว ดูเข้ากับอากาศของประเทศในช่วงนี้สุดๆ

 

หลังจากที่ลินเปลี่ยนเสื้อเสร็จก็เดินออกมา ฝากชุดตัวเดิมไว้กับเพื่อนที่นั่งรออยู่

 

“น่ารักมากเลยค่ะ เอาล่ะ ออกไปกันเลย” พี่ช่างแต่งหน้าจับชายเสื้อ และจัดปกคอเสื้อเล็กน้อยก่อนพาลินออกไปที่ฉากด้านนอก

 

“น้องลินมาแล้วค่า” พี่ช่างแต่งหน้าเอ่ยเสียงดัง ทุกคนที่มัวแต่วุ่นๆกันก็เข้าประจำที่ทันที

 

ตอนนี้ลินกำลังยืนอยู่ข้างดชนที่แต่งตัวมาในแบบเดียวกัน แต่โชนใส่หมวกและถืออูคูเลเล่ด้วย พี่อีกคนเดินเข้ามาและเข้ามาบอกว่าลินกับโชนควรทำท่าแบบไหน แสดงสีหน้าแบบไหน ซึ่งลินคิดว่า พี่เขาคงเป็นคนควบคุมงานในวันนี้ ซึ่งลินและโชนก็ตั้งใจฟังกันอย่างดี

 

“นั่นแหละ แบบนั้น ยิ้มหน่อย ยิ้มกว้างๆแบบมีความสุขอ่ะ” พี่ผู้กำกับตะโกนบอกจากหลังจอคอมพิวเตอร์

 

“น้องลินถือปืนฉีดน้ำทำท่าจะฉีดน้ำใส่โชนหน่อยนะ” คนตัวเล็กทำท่าตามที่บอก “ไม่ๆ เอาแบบธรรมชาติน่ะ แบบนี้มันเกร็งไป เหมือนไม่กล้าฉีดน้ำใส่” ลินพยักหน้า แต่ก็ถือว่าใจเสียไปแล้วเกือบครึ่งเพราะตนเองก็ไม่ได้มีทักษะด้านนี้หรือถ่ายรูปแบบนี้มาก่อน

 

“เอาใหม่นะ น้องลิน เอาแบบธรรมชาตินะ” สีหน้าจริงจังของพี่ผู้กำกับทำให้ลินกลัวและรู้สึกผิดต่อพี่ๆทีมงานคนอื่นเป็นอย่างมาก

 

“ไม่ต้องเครียด คิดว่าตอนนี้กำลังเล่นน้ำกับเพื่อนกับพี่เหมือนวันนั้นก็ได้” เสียงทุ้มเอ่ยบอก ทำให้ลินหันไปพยักหน้าเบาๆ

 

 

 

และแล้วการรูปวันนี้ก็ผ่านไปด้วยดี แม้จะมีสะดุดบ้างเพราะความไม่เคยของลิน แต่ทุกคนก็ต่างเข้าใจและยอมให้ลินถ่ายใหม่ทุกครั้ง อธิบายให้ลินฟังอย่างใจเย็นด้วย ลินรู้สึกขอบคุณพี่ๆทุกคนเลย ส่วนเพื่อนสองคนก็ปรบมือให้เสียยกใหญ่เมื่อเข้ามาเปลี่ยนเสื้อในห้องแต่งตัว

 

“นี่ลิน แกรู้ป่ะว่าสายตาของโชนที่มองแกตอนที่ถ่ายรูปมันไม่ธรรมดาเลย อ๊าย ฉันฟิน” ลินได้แต่มองเพื่อนอย่างกลัวๆ เอาหล่ะ เพื่อนของลินสองคนเกิดอาการแบบนี้อีกแล้ว

 

“ไม่หรอก มันเป็นงานที่ได้เงินไม่ใช่เหรอ” แต่ลินเองก็แอบคิดเล็กๆ เพราะการเอาใจใส่เล็กๆน้อยๆของเขาทำให้ลินหวั่นไหวไปบ้าง แถมการตอบคำถามของเขาในเชิงแบบนั้นบนโลกออนไลน์ก็ยิ่งทำให้ลินคิดเข้าไปใหญ่

 

“เฮ้อ แกนี่ชอบขัดใจฉันจัง” จอยบ่น

 

“นี่ ถ้าคนไม่คิดอะไรเขาไม่มองแกแบบนี้หรอก แถมยังคอยดูแล อธิบายให้แกฟังด้วยว่าควรถ่ายแบบไหน”

 

ลินเองก็ไม่รู้จะตอบว่าอย่างไร จึงยอมเงียบไปเสียดีกว่า

 

ก๊อกๆ

 

“น้องลิน ขอบคุณมากที่ตกลงมาถ่ายแบบเซตนี้กับนิตยสารของเรา นี่จ้ะ” พี่ผู้หญิงเดินเข้ามาให้ห้องแต่งตัวแล้วยื่นซองสีขาวมาให้ ลินจึงยกมือไหว้ขอบคุณและรับมา

 

“อาจจะไม่ได้มากมาย แต่ก็ขอบคุณมากนะจ้ะ กระแสของเราสองคนทำให้ทางนิตยสารของเราต้องรีบติดต่อไป พี่ว่าผลตอบรับต้องดีมากแน่ๆ” พี่เขาว่าอย่างนั้นก็เดินออกไป

 

“ไหนๆ ได้มาเท่าไหร่ย่ะ นี่อย่าลืมล่ะว่าฉันสองคนเป็นหางานมาให้” จอยว่า

 

“เรารู้หน่า” ลินถอนหายใจ “งั้นวันพรุ่งนี้เราเลี้ยงปิ้งย่าง”

 

“กรี๊ดดดดดด” สองสาวร้องออกมาอย่างดีใจ

 

“ฝากไว้ก่อนนะ เราไปเข้าห้องน้ำก่อน” ลินนำซองสีขาวใส่กระเป๋าแล้วยื่นให้สองสาวที่นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

 

 

 

 

“รู้ครับ มันก็แค่งานน่ะ อย่าคิดมาก” เสียงคนดังแว่วออกมาจากห้องน้ำ ลินรู้สึกคุ้นหูแปลกๆ

 

“จะคิดอะไรได้ไง โชนเป็นผู้ชายนะ ไม่มีทางชอบผู้ชายด้วยกันหรอก” อ่า เสียงโชนนี่เอง

 

ลินตัดสินใจยังไม่เดินเข้าไปในห้องน้ำตอนนี้

 

“โธ่ อย่าคิดมากซิ มันก็แค่กระแส ตอนนี้ผู้หญิงก็ชอบอะไรแบบนี้” เสียงทุ้มฟังดูเครียดๆ เหมือนกำลังทะเลาะกับปลายสาย

 

“ก็บอกแล้วไงว่าไม่ได้ชอบ ไอ่เด็กตัวเตี้ยคนนั้นไม่เห็นจะน่ารักตรงไหน อีกอย่างโชนเป็นผู้ชายไม่ได้เป็นเกย์ ไม่มีทางชอบเด็กนั่นหรอก” อ่า ลินรู้แล้วล่ะ ว่าทำไมเสียงโชนฟังดูเครียดๆ เพราะโชนกำลังทะเลาะกับปลายสายเรื่องลินนี่เอง

 

ลินพอจะเข้าใจนะ ว่าคนหน้าตาดีแบบนั้น ไม่มีทางมาชอบลินได้หรอก แถมดูท่าโชนก็น่าจะมีแฟนอยู่แล้ว คงเป็นคนที่กำลังทะเลาะด้วยตอนนี้ แต่ลินไม่เข้าใจเลยว่า ทำไมโชนถึงต้องตอบคำถามคนที่ชอบโชนแบบนั้น ทำไมโชนต้องโกหก

 

ลินถอนหายใจ คงไม่เข้าห้องน้ำที่นี่แล้วล่ะ ไปเข้าที่ปั๊มดีกว่า แต่ก่อนที่ลินจะเดินกลับ คนในห้องน้ำก็เปิดประตูออกมาก่อน

 

“ได้ยินใช่มั๊ย” ลินพยักหน้าเบาๆ “หึ ก็ดี” ร่างสูงยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย แล้วทำท่าจะเดินไป

 

“เดี๋ยวซิ” ลินเอ่ยรั้ง “ทำแบบนี้ไม่ดีเลยนะ”

 

“ทำอะไรล่ะ ที่ถ่ายรูปวันนี้เหรอ หรือที่ไม่ชอบมึง”

 

“เปล่า เราหมายถึง ที่โกหกคนที่เขาชอบนาย สนับสนุนนายน่ะ” คนตัวเล็กเอ่ยด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ทำให้โชนขมวดคิ้วอย่างแปลกใจ

 

โชนนึกไปเสียอีกว่า ลินคงจะเสียใจเพราะดันเกิดชอบเขาขึ้นมาจริงๆเพราะเขาสร้างกระแสให้ดูว่าเขาเป็นคนชอบลินก่อนและเล่นเกมรุกลินจนใครหลายคนชอบ แต่กลายเป็นว่า ลินไม่ได้โวยเรื่องของตัวเอง แต่นึกถึงความรู้สึกของคนอีกกลุ่ม

 

“นายโกหกคนที่ชอบนาย รักนาย และกำลังจะซื้อนิตยสารเล่มนี้เพราะมีรูปนายอย่างนั้นเหรอ”

 

“แล้วทำไมล่ะ กูไม่ได้ขอให้พวกนั้นมาซื้อซะหน่อย”

 

“ใช่ แต่เขาซื้อเพราะเขารักนายไง ถ้าไม่มีพวกเขา นายก็ไม่ดัง นายไม่ดังก็ไม่มีใครจ้างนาย” ร่างเล็กตอบทำให้ร่างสูงรู้สึกฉุน “เรารู้สึกเสียใจ ที่คนกลุ่มนั้นมาชอบคนอย่างนาย รวมถึงเพื่อนเราด้วย นายไม่ควรได้รับความรักจากใครเลยถ้ายังทำตัวแบบนี้” จากนั้นร่างเล็กก็เดินจากไปทำให้คนที่โดนด่ายืนสับสน

 

ตอนนี้ร่างสูง ทั้งโกรธ หงุดหงิด อับอาย และละอายใจ มันผสมปนเปกันไปหมด เขาไม่นึกเลยว่าจะโดนเด็กอายุน้อยกว่ามาพูดจาสั่งสอนเขาแบบนี้

 

“นี่! เดี๋ยว” ขายาวรีบก้าวเดินตาม คว้าข้อมือเล็กไว้

 

“มีอะไรเหรอ” ร่างเล็กหันไปถามด้วยสีหน้าธรรมดาไม่ต่างจากที่เจอกันตอนแรก

 

“ขอโทษ”

 

“อะไรนะ” เพราะเสียงที่เบาเกินไปทำให้ลินไม่ได้ยิน

 

“ขอโทษ!

 

“ไม่ใช่เราหรอกที่นายต้องขอโทษ แต่เป็นคนที่ชอบนายในเฟสบุ๊คมากกว่า แล้วก็ เลิกโกหกเพื่อสร้างกระแสให้ตัวเองนะ” ลินส่งยิ้มให้คนที่ดูเหมือนจะสำนึกผิด แล้วเดินจากไป

 

 

 

 

หลังจากนิตยสารฉบับนั้นได้ตีพิมพ์ก็ขายเป็นเทน้ำเทท่าสมดังใจทีมงานหลายคนหวังไว้ ลินเองก็ดีใจที่ผลงานครั้งแรกของตัวเองมีคนสนับสนุน หลังจากวันนั้นโชนก็เงียบหายไปจากโลกโซเชี่ยล โดยมีแวนและจอยคอยรายงานให้ฟังเสมอมา

 

ใช่ เรื่องวันนั้นไม่มีใครรู้ แม้แต่แซนและจอย เพราะลินไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องบอกเรื่องนี้กับใครที่ถือเป็นการแฉอีกฝ่าย เป็นการทำลายชื่อเสียงและอนาคตของเขา ลินหวังว่าการหายไปครั้งนี้ของเขาจะเป็นการปรับปรุงตัว

 

 

 

แต่จนแล้วจนรอด เรื่องนี้ก็แดงขึ้นมา แต่ไม่ใช่เพราะลินปล่อยมันออกมาหรอกนะ แต่เป็นหนึ่งในทีมงานวันนั้นอัดเสียงได้แล้วเอามาปล่อย ซึ่งก็ติดเสียงบทสนทนาของลินกับโชนไปด้วย

 

ทำให้ตอนนี้กระแสด้านลบของโชนติดลบ โดนกระหน่ำด่าทุกช่องทางถึงแม้ว่าเจ้าตัวจะหายเงียบไปก่อนข่าวออกมาแล้วก็ตาม หลายคนเห็นใจลินและกลายมาเป็นแฟนคลับลินแทน จากคนธรรมดา กลายเป็นคนดังในชั่วพริบตา

 

ทีมงานคนที่ปล่อยคลิปเสียงนั้นโดนไล่ออก จากที่ได้ยินมาจากจอย ยอดขายนิตยสารลดลงฮวบจนน่าตกใจ และตอนนี้ก็ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์แล้ว โชนเองก็ยังไม่กลับมาและยังคงโดนด่าอยู่ทุกวันจนลินเองก็นึกสงสาร โลกออนไลน์นี่น่ากลัวจริงๆนะ มันสามารถสร้างคนและทำลายชีวิตคนๆหนึ่งได้ง่ายดายจากข่าวที่บิดเบือน คำด่าทอใส่ร้ายต่างๆนาๆ

 

ป๊ากับม๊าเมื่อเห็นข่าวก็เข้ามาถามไถ่ลินด้วยความเป็นห่วง ซึ่งลินเองก็ตอบท่านไปด้วยความจริง และบอกท่านไม่ต้องเป็นห่วง เพราะลินเองจะลดการใช้สื่อออนไลน์ลง เพราะอาจเกิดผลกระทบตามมาแบบนี้

 

 

 

 

 

 

 

สัปดาห์ต่อมา โชนกลับมาในโลกโซเชี่ยลอีกครั้ง เขากลับมาLiveในเฟสบุ๊คส่วนตัวเกี่ยวกับเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น ซึ่งก็มีคนไปเม้นต์ด่าทอโชนกันมากมาย แต่โชนไม่ได้มีท่าทีโกรธ และยังตอบทุกคำถามที่ทุกคนถามด้วยใจจริง พร้อมให้คำสัตย์ว่าจะปรับปรุงตัวใหม่ และที่หายตัวไปไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะกลับไปนั่งคิดทบทวนเรื่องทุกอย่างที่ผ่านมา ไปปรึกษาพ่อกับแม่ว่าควรแก้ไขปัญหาตรงนี้แบบไหน ซึ่งเราเองก็คิดว่านั่นคือสิ่งที่ควรทำแล้ว ยิ่งเราตอบโต้ ก็จะยิ่งโดนด่าไปมากกว่าเดิม แต่ก็ไม่ได้ปล่อยเงียบจนถือว่าไม่รับผิดชอบ

 

กระแสของโชนลดน้อยลงมาก เพจของมหาลัยฯก็อัพรูปโชนน้อยลง ยอดติดตามโชนในทุกๆเว็บลดลง

 

“เฮ้อ คิดไปคิดมาก็สงสารโชนนะ คนยังตามด่าโชนอยู่เลย” จอยเอ่ยด้วยใบหน้าเศร้าๆ

 

“แล้วมึงไม่โกรธเหมือนคนอื่นเหรอ” ชานถาม

 

“ตอนแรกที่รู้ก็โกรธนะ แต่พอฟังลินพูดไปพูดมา ก็เริ่มสงสาร”

 

“ใช่ๆ ตอนแรกก็โกรธ แต่กูว่าโชนโดนด่าเยอะ และน่าจะสำนึกผิดแล้วอ่ะ” แซนว่า

 

ทั้งห้านั่งคุยกันเงียบๆ แต่จู่เสียงฮือฮาของเพื่อนร่วมภาคก็ดังขึ้นทำให้ทั้งห้าคนต้องหันไปมอง

 

นั่นโชน! โชนมาทำอะไรที่นี่ล่ะ

 

ร่างสูงค่อยๆเดินเข้ามาหากลุ่มเราที่นั่งมองกันอย่างตกใจ คนรอบข้างบางคนก็มองโชนอย่างตกใจ บางคนก็เบ้ปากใส่

 

“พี่มาขอโทษ ขอโทษทุกคนเลย” โชนว่า

 

ทั้งห้าคนเริ่มทำตัวไม่ถูก มองหน้ากันเลิ่กลั่กเมื่อเจ้าตัวมาขอโทษถึงที่ ตัวต่อตัวขนาดนี้

 

“เอ่อ...พวกเรายกโทษให้ ใช่ไหม” ลินเอ่ยตอบ พลางใช้แขนกระแซะเพื่อน

 

“เอ่อ ใช่ๆ!” ทั้งสี่คนรีบเอ่ยตอบพลางพยักหน้ากันยกใหญ่ ร่างสูงคลายยิ้มเจื่อนๆออกมา

 

“นั่งก่อนซิ” ลินตบลงเก้าอี้ข้างตัว

 

ร่างสูงค่อยๆทิ้งลงนั่งลง

 

“นี่ คนนี้ชื่อแซน นี่ชื่อจอย ส่วนนี้บีม กับชาน” ลินแนะนำเพื่อนในกลุ่ม

 

“ยินดีที่ได้รู้จักนะ” ทุกคนพยักหน้าเบาๆ พอมานั่งใกล้ๆก็เห็นเลยว่าหน้าตาของเดือนคนก่อนดูหมองๆไม่มีความสุขเอาเสียเลย

 

“เป็นไงบ้าง สบายดีไหม” ลินถาม

 

“ร่างกายแข็งแรงดี แต่ใจไม่ค่อยดีเท่าไหร่” โชนแค่นยิ้มอย่างสมเพชตัวเอง

 

“นี่ คนเรามันเปลี่ยนกันได้ อย่าโทษตัวเอง เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์” ลินเอ่ยปลอบคนที่กำลังใจถดถอย

 

โชนที่ได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มออกมา เขารู้สึกซึ้งใจที่ยังมีคนเอ่ยให้กำลังใจเขานอกจากครอบครัว แล้วยิ่งเป็นคนที่เขาทำเรื่องไม่ดีด้วยแล้วยิ่งรู้สึกผิด เป็นเด็กที่มีแต่พลังด้านบวกจริงๆเลยนะ ขนาดที่เจอกันครั้งแรก หน้าตาซื่อๆไม่ทันคนแบบนั้น แต่ก็ยังทำให้รู้สึกดีเลย พอมาได้ยินแบบนี้ ก็รู้สึกชอบขึ้นมาจริงๆ

 

“ขอบใจนะ ทั้งๆที่เด็กกว่า แต่ดันพูดอะไรดีๆได้กว่าพี่อีก” ทั้งสี่คนมองหน้ากันพลางพยักหน้าให้กันอย่างเข้าอกเข้าใจ

 

“วันนี้ไปกินไก่บอนชอนกับพวกเราไหม” ลินเอ่ยชวน

 

“เอ่อ...ไปได้เหรอ”

 

“ไปได้ซิพี่ ไปด้วยกันเยอะๆ อีกอย่างพวกเราก็ไม่ได้โกรธพี่ไปด้วยกันไม่เห็นไรเลย” บีมเอ่ย

จากนั้นทั้งหกคนก็ลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกไปพร้อมกัน โดยที่มีคนในภาคยืนมองอยู่เงียบๆ บางคนก็เอามือถือขึ้นมาถ่ายรูปเอาไว้

 

เนื่องจากชานและแซนมีรถกันอยู่แล้ว จึงเลือกขับไปกันทั้งสองคนเพราะขากลับก็จะกลับบ้านเลย ดังนั้นจึงแบ่งคนนั่งรถโดยบีมนั่งไปกับชาน จอยนั่งไปกับแซน ส่วนลินต้องนั่งไปกับโชนเพื่อบอกทาง

 

เมื่อไปถึงร้านทั้งหกคนก็สั่งเมนูและนั่งกินกันอย่างเอร็ดอร่อย โชนเริ่มวางตัวผ่อนคลายลงบ้างเพราะทั้งห้าคนพูดคุยกับเขาอย่างเป็นมิตร โดยสุดท้ายโชนขอเป็นคนจ่าย ถือเป็นการเลี้ยงขอโทษ

 

 

 

ติ่งเอ๋ยทำไมจึงติ่ง

@tingting ข่าวล่ามาแรงจ้า เขาบอกว่าวันนี้โชนไปขอโทษลินถึงห้องเรียน แถมออกไปกินบอนชอนกันต่อกับเพื่อนในกลุ่ม แบบนี้ยังไงเหรอ #โชนลิน

 

ลินลิน

@linssfans ได้ข่าวมาว่าลินกับเพื่อนยกโทษให้พ่อหนุ่มเขาล่ะ และชวนกันไปกินบอนชอน โดยที่โชนเป็นคนจ่ายค่าอาหารทั้งหมด หืมมม มีความใจป้ำ #โชนลิน

 

พร้อมไฝว้

@dramafighter แหม่ ยังมีน่าไปเจอเขาอีกเหรอ ทำกับเขาไว้มากนี่ แล้วยังไปนั่งกินไก่ยิ้มน่าระรื่นอีก #โชนลิน #โชนลวงโลก

 

บลาบลา

@blahblah เอ๊ะๆ ก่อนหน้านี้ที่บอกชอบลินอ่ะ จริงหรือเปล่า รอบนี้ก็กลับมาหาลินอีก โอ๊ย กู้เรือค่ะ #โชนลิน

 

Tiktok

@kratiktiktok อะไรอ่ะ กลับมาคราวนี้ก็คงมาหลอกคนอื่นเพื่อหากินอีกซิท่า แล้วแบบนี้มาเกาะลินดังรึเปล่า โหย ด้านเวอร์ #โชนลิน #โชนลวงโลก

 

 

 

บนทวิตเตอร์ตอนนี้แท็กของโชน และโชนลินกลับมาอีกครั้งหลังจากมีคนปล่อยรูปโชนที่มาขอโทษลินและเพื่อนๆถึงห้องเรียน มีทั้งกระแสด้านดี ให้กำลังใจโชนและเชียร์คู่จิ้นอีกครั้ง และมีบางคนที่ยังด่าโชนอยู่ โดยมีแซนแคปรูปส่งมาให้ลินอ่านเรื่อยๆ ในขณะที่อาคส์ของโชนก็โดนถล่มคำถามไป

 

ยังกล้าไปหาลินอีกเหรอ

กล้าทำผิดก็ต้องกล้าไปขอโทษครับ

 

จะกลับมาเกาะลินดังรึไง

ไม่ได้กลับมาเกาะใครดังทั้งนั้นครับ แค่กลับมาขอโทษ

 

พี่โชนสู้ๆนะคะ เป็นกำลังใจให้

ขอบคุณมากครับ

 

แง้ โชนลินของเราจะกลับมาใช่ไหม

แล้วแต่ลินครับ

 

จะกลับมาหลอกอะไรอีกล่ะ ยังไม่เข็ดอีกเหรอ

ไม่ได้กลับมาหลอกใครแล้วครับ ขอโทษจริงๆครับ

 

 

ลินที่นอนอ่านคำถามต่างๆที่แซนแคปมาก็ได้แต่ส่ายหัวเบาๆ นึกให้กำลังใจโชนให้ต่อสู้ข้ามผ่านมันไปให้ได้ แต่แล้วจู่ๆก็มีคนโทรเข้ามา ซึ่งเป็นเบอร์แปลก

 

“ฮัลโหล” เสียงหวานเอ่ยกรอกลงไป

 

[ฮัลโหล ลิน พี่เองนะ] เสียงทุ้มเอ่ยตามสายมาทำให้ลินชะงัก

 

“อ...อ่อ มีอะไรรึเปล่า”

 

[ไม่มีอะไรหรอก แค่อยากโทรหาน่ะ] เสียงทุ้มเอ่ยออกมาด้วยประโยคแปลกๆชวนใจหวิว

 

“อ่อ...” คนตัวเล็กเองก็ไม่รู้จะตอบอะไร

 

[โทรมากวนรึเปล่า]

 

“ไม่ๆ ไม่ได้กวน” รีบตอบออกไปโดนไม่คิด จนรีบเอามือตะครุบปากตัวเอง

 

[เหรอ ดีจัง]

 

“...”

 

[แค่อยากจะฟังเสียงก่อนนอนน่ะ]

 

“เหรอ แล้ว...นายกินข้าวยัง” ไม่รู้จะคุยอะไร เลยเลือกจะถามคำถามสุดธรรมดาออกไป

 

[กินแล้ว ลินล่ะ]

 

 “กินแล้วเหมือนกัน แล้วจะนอนแล้วเหรอ”

 

[ยังหรอก พอดีนั่งอ่านแท็กเรา เลยนึกถึงก็โทรมาหา]

 

“อ...อ่อ งั้นเหรอ”

 

[นี่ ขอถามอะไรหน่อยได้ไหม]

 

“อื้อ ถามมาซิ”

 

[ถ้าพี่จะจีบเรา จะว่าอะไรไหม]

 

อะไรนะ!!?? นี่เราหูฝาดไปหรือเปล่าอ่ะ ที่เราได้ยินเมื่อกี้ไม่ได้ฟังผิดใช่ไหม ทำไมใจเต้นแรงแบบนี้นะ

 

“...”

 

[... พี่เข้าใจแล้วล่ะ] เมื่อได้รับความเงียบตอบกลับมา ร่างสูงก็ยิ้มเศร้าๆให้กับตัวเอง

 

เดี๋ยวซิ! ทำไมถึงพูดแบบนั้นล่ะ เข้าใจอะไรกัน เรายังไม่ทันได้ตอบอะไรเลย

 

[งั้น...]

 

“เดี๋ยวซิ!” เสียงหวานรีบตอบกลับไปเมื่อรู้สึกว่าปลายสายกำลังจะตัดสายไป

 

“เรายังไม่ได้ตอบเลย เข้าใจอะไรอ่ะ” เสียงหวานเอ่ยติดงอนๆ ทำให้ปลายสายยิ้มกว้างออกมา

 

[ก็...พี่เข้าใจว่าเราไม่ให้พี่จีบไง]

 

“เรายังไม่ได้บอกเลยว่าไม่ให้ คิดมากจังเลย” พูดเองก็เขินเอง

 

[ขอบคุณครับ] เสียงทุ้มเอ่ยออกมาเนิบๆ ทำเอาคนได้ยินถึงกับใจเต้นรัว

 

“อื้อ” เขินจนต้องหน้ามุดลงกับหมอนใบโต

 

[ชื่นใจแล้วล่ะ ฝันดีนะครับ] จากนั้นก็ตัดสายไป

 

อะไรกันนะผู้ชายคนนี้ หายไปเปลี่ยนโหมดนิสัยมารึไงกันนะ ทำไมถึงอบอุ่นแบบนี้ล่ะ ไม่นะลิน ไม่ได้ จะหวั่นไหวง่ายๆแบบนี้ไม่ได้! คนตัวเองชูกำปั้นให้กำลังใจตัวเอง

 

ติ๊ง

 

Ooh Shone กับ Lin lalit

            เมื่อสักครู่

ขอบคุณที่ให้โอกาส

ถูกใจ 5.2k

 

 

เสียงแจ้งเตือนจากเฟสบุ๊คดังขึ้นทำให้คนตัวเล็กต้องกดเข้าไปดู

 

โอ๊ย ลินจะไม่ทนแล้วนะ!

 

 

 

หลังนั้นทั้งคู่ก็ถูกติดต่อให้รับงานคู่กัน งานเดียวกันอยู่บ่อยครั้ง จนกระแสคู่จิ้น โชนลิน ดังขึ้นมา คนที่ด่าโชนน้อยลงกว่าเดิม เพราะโชนได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาปรับตัวปรับนิสัยแล้ว ส่วนความสัมพันธ์ของทั้งคู่นั้นถือว่าอยู่ในระดับดี แต่ยังไม่มีชื่อเรียกที่แน่นอน แม่ฝ่ายโชนจะชัดเจนทุกช่องทาง ตลอดเวลาก็ตามที แต่ขอลินเล่นตัวหน่อยเถอะ

 

ถึงแม้จะหวั่นไหวไปแล้วบ้างก็ตามที แต่นี่ใคร นี่ลินคิวท์บอยของมหาวัทยาลัยssเลยนะ! ตอนนี้ลินพัฒนาขึ้นมากแล้วด้วย ลินรู้แล้วด้วยนะว่า คำว่า คู่จิ้น คืออะไร แถมลินคนนี้ยังมีเซ็กซี่บอยจากมหาลัยฯxxที่พ่วงมาพร้อมตำแหน่งเดือนมาตามจีบด้วย เจ๋งใช่ป่ะล้า

 

อ่านแล้วก็อย่ามาอิจฉาลินนะ ลินแค่พูดความจริงเฉยๆ

ผลงานทั้งหมด ของ Hezelnut

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

26 ความคิดเห็น

  1. #26 thick2 (@Thick) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 มกราคม 2562 / 01:45
    เรื่องนี้มันจบแค่นี้แล้วใช่ไหมคะไรท์ ยังอยากอ่านต่อเลย อยากเห็นเค้าตอนเป็นแฟนกันอ่ะ แต่แบบนี้ก็ดี น่ารักมาก #โซนลิน
    #26
    0
  2. #25 zonya1220 (@zonya1220) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2561 / 17:13
    ชอบจังน่ารักมุมิ
    #25
    0
  3. #24 hhn♡ (@hmibsui) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 09:06
    ตอนหักมุมว่าแบดๆนี่แบบ ด่าพี่โชนแรงมาก
    แต่ดูเรียลดีอ่ะค่ะ เพราะคนเราใช่จะสมบูรณ์แบบทุกอย่าง
    พอปรับปรุงตัวแล้วมาหลงเด็กหัวโตจริงจัง น่ารักมากกกกกก
    อยากเรียนมหาลัยเดียวกับลินเลย พี่โชนมาหาบ่อยๆฟินตายย
    #24
    0
  4. #23 Mintty_Luhan (@Mintty_Luhan) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 00:26
    ลิลน่ารักก
    #23
    0
  5. #22 jeabjae (@jeabjae) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 เมษายน 2560 / 07:49
    อ้อนวอนให้เป็นเรื่องยาว พลีส
    #22
    0
  6. #21 Jariakh (@Jariakh) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 เมษายน 2560 / 16:42
    ต่อเรื่องยาวเถ้อะค้าาา//กราบแทบเท้าไรท์
    ว้อนมากค้าาา
    #21
    0
  7. #20 ชะ'เอิง (@kewalin25aerng) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 16:36
    งื้อออ ชอบลินอ่ะทำไมลินน่ารักแบบนี่
    #20
    0
  8. วันที่ 19 เมษายน 2560 / 19:46
    ชอบมากอะน่ารักด้วย
    #19
    0
  9. #18 ❥Supǝrbǝst . (@superbest) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 เมษายน 2560 / 18:29
    น้องลินนางฟ้าน้อยๆของแม่;_;
    น่ารักเกินไปปปปปปป ปล.อยากให้มีสเปจังเลยค่ะ55
    #18
    0
  10. #17 happy_honey (@happy_honey) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 เมษายน 2560 / 17:41
    น้องลินน่ารัก เป็นเด็กดีมากๆ ส่วนโชน ก็อย่ากลับไปเป็นแบบเดิมอีกล่ะ
    #17
    0
  11. วันที่ 19 เมษายน 2560 / 13:42
    ชอบมากกกกก ชอบแนวนี้อะแบบว่าทำผิดนิสัยเสียมากๆ แต่พอสุดท้ายก็รู้ตัวว่าชอบกลับตัวเป็นคนดีตามง้อตามจีบคือพิสูจน์ตัวเองเพื่อที่จะให้เค้ายอมรับดีต่อใจมากกกกก ลินน่ารักอะคือเป็นคนที่ทำให้โลกสดใสมากกกกก
    #16
    0
  12. #15 jeabjae (@jeabjae) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 เมษายน 2560 / 12:11
    อ่านไม่ได่อ่าาาาาาาา
    #15
    0
  13. #14 aonnie2 (@aonnie2) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 เมษายน 2560 / 23:08
    อ่านไม่ได้อ่ะ ????????????????
    #14
    0
  14. วันที่ 18 เมษายน 2560 / 19:59
    ชอบมากกกกกก
    #13
    0
  15. #12 #...นายน้อย...# (@cassiopeia-niine) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 เมษายน 2560 / 19:58
    ตอนแรกฟินนนน กลางๆอ้าวอิพี่โชน คนเฬววววว แต่ก็แอบสงสารพี่เขา สุดท้ายฟินสุดๆ หมั่นไส้น้องลินตอนสุดท้ายด้วยฮะ 555 ปล.เราว่าตอนช่วงที่โชนกลับมาขอโทษมันรวบรัดไปหน่อย คือแบบยังไม่ทันรู้สึกว่าลินรู้สึกดีๆกับโชนรึเปล่าเลยอะ หรือว่าลินซื่อจนไม่ทันรู้ตัวนะ. 555 แต่!!!เราชอบนะชอบอ่านแบบนี้ แต่งดีเลย ภาษาไรก็ดี อ่านเจ้าใจง่าย เป็นกำลังใจให้ไรท์นะ อยากอ่านฟินhunhanดีๆแบบนี้อีก ปล2.เราชอบฉากรดน้ำพ่อแม่มาก น้ำตาซึมด้วย
    #12
    0
  16. #11 thick2 (@Thick) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 เมษายน 2560 / 03:49
    โชนมาดีแล้วใช่มั้ยคราวนี้ ไม่หลอกลินใช่มั้ย
    #11
    0
  17. วันที่ 17 เมษายน 2560 / 14:45
    ตะไมอ่านไม่ได้อ่าาาาา
    #10
    0
  18. วันที่ 17 เมษายน 2560 / 12:16
    แต่ไม่เข้าใจโชนเลยนะ ตอนที่เข้าห้องน้ำบอกไม่ได้รักเขา แล้วต่อมา มาขอจีบ ทำไมอ่ะ จะมาไม้ไหนกันอ่ะ หวังว่าไม่มากลอกลินอีกนะ ?????????
    #9
    0
  19. วันที่ 17 เมษายน 2560 / 08:16
    น่ารักมากกกกกกกก ชอบเนื้อเรื่องแบบนี้มากๆเลยยย >< อยากให้เปิดเป็นเรื่องยาวเลยค่ะ! สู้ๆน้าาาา
    #8
    0
  20. #7 daetlez (@deatlez) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 เมษายน 2560 / 05:18
    น่ารักมากกกกกก มาต่อไวไวน้า อยากให้เป็นเรื่องยาวเลยเนี่ย
    #7
    0
  21. วันที่ 17 เมษายน 2560 / 01:08
    มาต่อทีเหอะ รอนานละ ใจจะขาด//ชอบมากอ่ะ
    #6
    0
  22. #5 Panas Iiz (@sanap1412) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 เมษายน 2560 / 21:18
    รอนาจาาาา
    #5
    0
  23. วันที่ 16 เมษายน 2560 / 14:01
    ชอบแนวนี้มากเลยคร้าาา อยากให้เป็นเรื่องยาวมากๆเยย ไรท์สู้ๆนะคับผม
    #4
    0
  24. #3 sehunna947 (@sehunna947) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 เมษายน 2560 / 13:54
    งึยยยยยยเขิน สู้ๆนะคะ????
    #3
    0
  25. #2 Luhan_7 (@7_Luhan) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 เมษายน 2560 / 12:33
    ชอบน้องลีนของเราอะดิ้//มีความเนียนเดือนมันร้ายว้ะมี//แต่ทำไม้เราชอบบบ งื้อออออเขีนนนน
    #2
    0