[Fic EXO HunxHan] Lady or Gentleman

ตอนที่ 2 : Lady or Gentleman+++++I N T R O

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 97
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    24 ก.พ. 56

     




. . .I N T R O . . .

 

“อือ...”เสียงครวญครางที่แสดงความไม่พอใจเกิดขึ้น พร้อมกับมือของชาย ที่กำลังโบกปัด สิ่งที่มารบกวนเขาในยามนิทราเช่นนี้

“อือ...ม๊าอ่ะ ไม่เอานะ...”เสียงชายหนุ่มคนเดิมเปล่งออกมา แสดงความไม่พอใจออกมาเต็มที่ ที่ถูกรบกวนในเวลาเช้าอันแสนสงบเช่นนี้

“ตื่นได้แล้วเสี่ยวลู่ เช้าแล้วนะลูก”ผู้เป็นแม่บอกเขา ในขณะที่ที่มือลูบไล้ไปตามเค้าโครงของใบหน้าลูกชายของตัวเองด้วยความเอ็นดู ซึ่งวิธีปลุกนี้เป็นวิธีปลุกของเธอมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว

“ก้อได้ๆๆๆ ม๊าอ่ะ -3-”ชายหนุ่มยู่ปากออกมาเล็กน้อย แสดงความน้ยใจต่อสิ่งที่ผู้เป็นแม่ของตัวเองกระทำ

“จ้าๆๆๆ รีบอาบน้ำซะล่ะ ม๊าทำอาหารเช้าเสร็จแล้ว รีบลงไปกินล่ะ”ผู้เป็นแม่เอ่ย พลางหัวเราะเล็กน้อยกับที่ทีเป็นเด็กๆ ของลูกชายตัวเล็กแล้วเดินออกจากห้องไป

“คร๊าบบบบบบ หม่าม๊าคนสวย จะไปเดี๋ยวนี้แหละ”พูดเสร็จก็จัดการกับเตียงนอนซึ่งยับยู่ยี่แสดงให้เห็นนิสัยการนอนที่เรียบร้อย(?)ของเขา แล้วก็เดินไปหยิบผ้าเช็ดตัว เข้าห้องน้ำไป

 

มหาวิทยาลัย ชินโซ

 

หลังจากที่เขาทานอาหารเช้าเสร็จแล้ว จึงไปมหาลัยตามปกติ เป็นวงจรชีวิตที่แสนจะเรียบง่ายของเขา ครอบครัวของเขาอบอุ่นจะตาย ม่าจะมีอะไรให้เขาต้องคิดมากแล้วนี่ นอกจาก เรียนๆ เที่ยวๆๆ แล้วกลับบ้าน เป็นอย่างนี้ประจำทุกวัน

         

 

(I lose my mine ~ นอ รึล ชอ อืม มัน นัท ชึล เต~)

          เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ของเขาดังขึ้น ในขณะที่เขาเอง กำลังรับประทานข้าวเที่ยงในโรงอาหารของทางมหาลัย เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู เมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอแล้ว เขาจึงกดรับสายโทรศัพท์ทันที

            [ครับป๊า]

       [ฮึกกก...เสี่ยวลู่...ม๊าอยู่โรงพยาบาล...รีบมาด่วน]เสียงของผู้เป็นพ่อสั่นเครือนัก สร้างความตกใจให้แก่เขาไม่น้อย

            [ห๊ะ!! ป๊า!ม๊าเป็นอะไร 0_0]เขาจึงถามกลับอย่างรวดเร็ว

            [ม๊าาา...ม๊าเป็น... มะเร็ง]เสียงของผู้เป็นพ่อขาดๆ ราวกับไม่ต้องการให้ลูกชายตัวเล็กของเขา รับรู้กับความเป็นจริงอันแสนโหดร้ายนี้

[ผมจะไปเดี๋ยวนนี้แหละ]พูดได้ดังนั้น เขารีบลุกพรวดพราดขึ้นกลางโต๊ะอาหารทันที ทำให้เพื่อนที่ทานอาหารร่วมกันบนโต๊ะอาหารนั้น ตกใจกับท่าทีหุนหันพลันแล่นของเขาเป็นอย่างมาก แต่เขาก็ไม่ได้เอ่ยอะไรพียงแค่บอกว่าแม่ไม่สบาย อยู่โรงพยาบาล ภาคบ่ายคงไม่อยู่บอกลาเพื่อนได้แค่นี้ เขาก็วิ่งออกไปทันที

 

 

โรงพยาบาลโซล

“ฮึกกกก...ฮือออ...ม๊าต้องไม่เป็นอะไรนะ”เสียงชายหนุ่มสะอื้นให้อยู่หน้าห้องฉุกเฉิน เมื่อได้รู้ข่าวว่าแม่ของตัวเองป่วยเป็นโรคร้ายแรง แถมอยู่ในระยะสุดท้าย ยากแก่การรักษาแล้ว

...ซึ่งเธอก็รู้ดีว่า เธอมีเวลาอยู่ในโลกนี้ได้ไม่นานแล้ว...

เธอก็เพิ่งจะรับรู้อาการป่วยของเธอเมื่อเธออยู่ในระยะที่เริ่มจะมีอาการแล้ว แต่เธอเลือกที่จะไม่รักษา และเลือกที่จะมีชีวิตแบบเดิมซะมากกว่า เพื่อไม่ให้สามีและลูกชายเธอเป็นห่วงและเศร้าใจไปกับเธอด้วย เธอขออยูแบบธรรมดาดีกว่า

“ป๊าาา  ม๊าจะไม่เป็นอะไรใช่ไหม ” เขาเอ่ยถามผู้เป็นพ่อด้วยเสียงสั่นเครือ ผู้เป็นพ่อได้แต่นิ่ง ไม่กล้ารับปากใดๆ เพราะเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ภรรยาที่รักของเขาจะเป็นอย่างไร เพราะเขาก็เพิ่งรู้เรื่องโรคที่แท้จริงที่เธอเป็นอยู่ ณ ตอนนี้ด้วยเหมือนกัน

...อันที่จริง เขารู้อยู่แล้วว่าภรรยาของเขาไม่ค่อยสบายนัก...

เขาพยายามพาเธอมาโรงพยาบาลหลายครั้งหลายคราว แต่เธอกลับบอกปัดเป็นประจำว่า ไม่เป็นไรเดี๋ยวเธอก็หายเอง เขาได้แต่พร่ำขอโทษตัวเองอยู่ในใจว่า ถ้าเขาใจแข็งกว่านี้ซักนิด ยอมพาเธอมาโรงพยาบาล บางทีภรรยาของเขาคงจะรักษาหายทันเป็นแน่

“ป๊าครับ ตอบผมหน่อย...” ชายหนุ่มยังคงร่ำไห้อยู่ เพราะไม่สบายใจและเป็นกังวลใจอยู่ ผู้เป็นพ่อได้แด้แต่ดึงลูกชายเข้ามากอดปลอบแล้วลูบหัวเบาๆเพื่อเป็นการปลอบขวัญลูกชายตัวเล็กของตัวเอง

 

3 ชั่วโมงผ่านไป...

ผ่านไป3ชั่วโมงแล้ว ประตูหน้าห้องฉุกเฉิน ยังไม่มีปฏิกิริยาใดๆเกิดขึ้น ยิ่งสร้างความร้อนใจให้ทั้งสองพ่อลูกยิ่งนัก

ฉับพลันประตูก็เปิดออก พร้อมกับชายวัยกลางคน ซึ่งดูภูมิฐาน อยู่ในชุดกาวน์สีขาว ตามแบบฉบับของโรงพยาบาลแห่งนี้ เดินออกมาจากห้องฉุกเฉิน

“ญาติคนไข้ใช่ไหมครับ?”คุณหมอเปิดประเด็น

“ใช่ครับหมอ ภรรยาของผมเป็นอย่างไรบ้างครับหมอ”สามีได้ถามคำถามแก่คุณหมออย่างร้อนใจและคาดหวังคำตอบจากคุณหมอมาก

“ก่อนอื่น หมอเองก็เป็นหมอประจำตัวคนไข้นะครับ คนไข้มาหาหมอแล้วตั้งแต่คนไข้มีอาการในระยะออกอาการ แต่คนไข้ขอปฏิเสธเข้าขอรับการรักษาเอง ส่วนอาการของคนไข้ตอนนี้ หมออยากจะบอกว่า ให้ทำใจไว้ล่วงหน้าเลยนะครับ...”คุณหมอเว้นช่วงนิดหน่อย

“ทำไมครับคุณหมอ ภรรยาผมเป็นอะไร?”ผู้สามีถามอย่าง ไม่เข้าใจคำพูดของคุณหมอ

“คนไข้อาจจะมีชีวิตได้ไม่เกิน2-3วันหรืออาจจะมากกว่านั้น แต่คงไม่เกิน1อาทิตย์ครับ เพราะอาการของเธอไม่สู้ดีแล้ว ก้อนเนื้อร้ายได้ลุกลามไปยังอวัยวะอื่นๆแล้ว หมอเสียใจด้วยจริงๆนะครับ หมอได้พยายามเต็มที่และสุดความสามารถแล้ว”พูดจบคนเป็นหมอก้มหัวให้เล็กน้อยพลางแสดงความเสียใจและเดินเข้าห้องฉุกเฉินไป ปล่อยให้สองพ่อลูกที่ตกใจกับอาการของคนเป็นภรรยาและแม่ไว้กับที่

“ฮือออออ ม๊าาาาาา...”ลูกชายเมื่อได้ยินดังกล่าวจึงทรุดตัวลงไปกับพื้นพร้อมกับร้องไห้อย่างหนัก เพราะยังตกใจกับอาการของคนเป็นแม่อยู่ โดยที่เขาไม่คิดเลยว่า ครอบครัวที่แสนอบอุ่นของเขากำลังหายไป

 

 

ห้อง 116

“คุณต้องไม่เป็นอะไรนะ”  ผู้เป็นสามีได้แคชต่พร่ำบอกประโยคนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่ากับภรรยาของตน ซึ่งตอนนี้กำลังนอนยิ้มให้กับสองพ่อลูกอยู่ หลังจากที่เธอเพิ่งฟื้นจากฤทธิ์ยานอนหลับ ที่ทำให้เธอหลับมาหลายชั่วงโมง

“ฉันไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ ไม่ต้องเป็นห่วงฉันนะคะ ^-^” เธอยังคงยิ้มอยู่ ทั้งที่เธอเจ็บปวดจากการผ่าตัดมาก แต่เธอก็ยังคงยิ้มอยู่ เพื่อเป็นการปลอบใจว่าเธอไม่เป็นอะไรจริงๆ

“ม๊าาา ไม่มีม๊าแล้วใครจะมาปลุกผมล่ะ ถ้าไม่มีม๊าแล้วใครจะทำกับข้าวให้ผมกับป๊ากิน แล้วใครจะมาปลอบผมเวลาที่ผมโดนอาจารย์ดุล่ะ ฮึกกก  ”ลูกชายได้แต่พูดตัดพ้อไปแล้วร้องไห้ แล้วก้มลงไปกอดกับผู้เป็นแม่ของเขา

“เสี่ยวลู่ ลูกต้องเข้มแข็งไว้เข้าใจไหม ถ้ามไม่มีม๊าแล้วลูกห้ามไปร้องไห้ให้ใครเห็นอีกล่ะ แม่ไม่สบายใจรู้ไหม อย่าแสดงความอ่อนแอให้คนอื่นเขาเห็นสิ”ผู้เป็นแม่พูดปลอบใจพลางลูบหัวลูกชายตัวเล็กของตน

“สัญญากับม๊าได้ไหม ”ผู้เปนแม่พูดเชิงเอ่ยถามลูกชาย

“ครับ ผมสัญญา ผมจะร่าเริง ผมจะยิ้ม ^-^”เข้ายิ้มให้ผู้เป็นแม่ของเขา ทำให้เธอสบายใจมากขึ้น

“คุณด้วยล่ะ ถ้าฉันไม่อยู่แล้ว ดูแลเสี่ยวลู่ของเราด้วยนะ”เธอหันไปฝากฝังผู้เป็นสามีของเธอเองอย่างเป็ห่วง

“ผมต้องดูแลเสี่ยวลู่อยู่แล้ว คุณเองก็เหมือนกัน คุณต้องหายนะ ”ผู้เป็นสามีพูดพลางกุมมือภรรยาของเขาเอาไว้

^-^”เธอไม่พูดอะไรได้เพียงแต่นอนยิ้มให้กับสามีและลูกชายของเธอ

 

2อาทิตย์ผ่านไป

ทุกเช้าเสี่ยวลู่จะต้องมาเยี่ยมผู้เป็นแม่ของเขาก่อนไปมหาวิทยาลัยก่อนเสมอ ผู้เป็นพ่อลางานเพื่อที่จะได้มาดูแลภรรยาของเขาเองอย่างใกล้ชิดแต่นี้มันก็ผ่านมา2อาทิตย์ แล้วบางทีแม่ของเขาอาจจะกำลังหายป่วยก็เป็นไปได้ เพราะอาการของแม่เขาดีขึ้นเรื่อยๆตามลำดับ

...แต่เช้านี้แตกต่างออกไป...

เช้าวันนี้พ่อของเขาต้องออกไปทำงาน เพราะมีประชุมใหญ่ที่ด่วน และสำคัญมาก ซึ่งหัวหน้าสำคัญอย่างเขาจะลาไม่ได้ด้วยด้วยสิ จึงให้ลูกชายของเขาไปเฝ้าแทน

“อรุณสวัสดิ์ครับม๊า เมื่อคืนหลับสบายไหม ”เขาเปิดประตูเข้ามา แล้วเอ่ยคำทักทายพร้อมกับเดินมาอยู่ข้างเตียงๆของผู้เป้นแม่ทันที

...แต่วันนี้แม่ของเขาแปลกไป เหมือนเธอจะยังไม่ตื่น...

”ม๊าครับ ผมมาแล้วนะครับ” เขาพูดพลางเขย่าตัวผู้เป็นแม่ของเขาเบาๆ

“..........” ไร้การตอบสนองใดๆ แม่ของเขายังคงนอนแน่นิ่งบนเตียงอยู่อย่างนั้น เป็นสัญญาณร้ายเตือนให้เขารู้แล้วว่า แม่ของเขาได้หมดลมหายใจไปแล้ว

“ม๊าาา ตอบผมสิครับ”เขาซึ่งยังคงไม่ยอมรับความจริง ได้แต่เขย่าตัวคนเป็นแม่อยู่อย่างนั้น ทั้งที่ในใจของเขานั้นรู้ดี

เขาค่อยๆเอื้อมมือไปสัมผัสที่ปลายจมูกเพื่อตรวจวัดการหายใจของเธอ แต่ก็ไรการตอบสนองใดๆเช่นเคย ซึ่งก็แน่ชัดแล้วว่า...

...แม่ของเขาได้จากโลกใบนี้ไปเสียแล้ว...

“ฮึกกกก...ฮืออออ...ม๊าาาาาาาา...”เขาปล่อยโฮออกมาทันทีทันใด พลางก้มลงกอดผู้เป็นแม่อย่างเสียใจ ภายในใจเอาแต่คิดแค่เพียงว่า ทำไมพระเจ้าช่างโหดร้ายกับเขายิ่งนัก พรากแม่อันเป็นที่รักของเขาไปรวดเร็วเหลือเกิน

...ฉับพลัน เหมือนมีคำพูดบางอย่างแล่นเข้ามาในหัวของเขา...

เสี่ยวลู่ สัญญากับม๊าแล้วใช่ไหม ว่าจะไม่ร้องให้อีก ยิ้มสิลูก

ฮึกกกก...ครับม๊า...ฮึกกก...ต่อไปนี้ผมจะยิ้ม...ผมจะไม่ร้องไห้อีกต่อไปแล้ว...ผมสัญญา

 

 

 

 

ราวกับว่าชีวิตของเขาคงจบสิ้นแล้วสินะ


----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เศร้ามากกกกกก แต่งไปร้องไป
พาร์ทนี้เป็นพาร์ทที่เสี่ยวลู่นางเอก(?) ของเราเสียแม่ไป
สัญญาพาร์ทต่อไปจะไม่ดราม่าแล้ว
เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกของไรท์เตอร์นะ
ช่วยติชมกันด้วยยยยยย

ไรท์เตอร์พยายามเต็มที่แล้ว ขอบคุณรีดเดอร์ทุกคนที่หลงเข้ามาอ่านนะ -3-

:)  Shalunla
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

12 ความคิดเห็น

  1. #6 our destiny (@one-rainy-drop) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2556 / 23:20
    ฮึกๆ เศร้าอ่ะ เสียวลู่ เข้มแข็งเข้าไว้นะ TT
    #6
    0
  2. #3 Spiny (@primwi) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2556 / 20:35
    หืมม น้ำตาปริ่ม
    #3
    0
  3. #1 bomb (@plu-playgirl) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2555 / 14:13
    ไรเตอร์ทำร้ายเรามากเลย เศร้าจุงเบย T^T
    #1
    0