คัดลอกลิงก์เเล้ว

TWICE - Love me , Pls! (MINAYEON) #โถ่มินะ

โดย Fa_J

ใครๆเขาก็พูดกันทั้งนั้นว่าถ้ามีเวทมนต์ก็อยากจะเสกให้คนที่เราชอบมารักเรา

ยอดวิวรวม

1,913

ยอดวิวเดือนนี้

1

ยอดวิวรวม


1,913

ความคิดเห็น


2

คนติดตาม


90
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  28 ม.ค. 60 / 23:46 น.
นิยาย TWICE - Love me , Pls! (MINAYEON) #Թ TWICE - Love me , Pls! (MINAYEON) #โถ่มินะ | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

Love me , Pls!

 

 


เมียวอิ มินะ

นั้นคือชื่อของฉันเองเมียวอิ มินะของดีส่งตรงมาจากแดนปลาดิบที่มาอยู่เกาหลีตั้งแต่เด็กจนตอนนี้ทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือน ชีวิตของมนุษย์เงินเดือนก็ไม่มีอะไรมากหรอกก็แค่ทำงาน กิน นอนทำวนไปแค่นั้นแต่ชีวิตอันแสนน่าเบื่อในที่ทำงานก็ได้เปลี่ยนไปเมื่อเธอคนนั้นได้เข้ามาทำงานในบริษัทแผนกเดียวกัน

 

 

 


อิม นายอน

และนี่ก็คือเธอคนนั้นที่ฉันพูดถึง หญิงสาวฟันกระต่ายผู้น่ารักผู้ที่เป็นแรงผลักดันที่ทำให้ฉันเป็นคนดีอยากมาทำงานบ่อยๆ อายุ : xx  สถานะ : xx ลักษณะนิสัย : xx แล้วฉันจะไปรู้ข้อมูลพวกนี้ได้ไงกันเล่า! ก็ในเมื่อนอกจากเรื่องงานฉันก็ไม่เคยคุยกับเธอเลย แต่งานนี้ฉันจะไม่ยอมนกหรอกนะ!!

 

 



แวะมาเสิร์ฟน้ำจิ้ม ส่วนปลากระพงนึ่งมะนาวจะเสิร์ฟวันที่28/1/60....ผิด!


#MinayeonThai1stFictionProject 

#โถ่มินะ

เนื้อเรื่อง อัปเดต 28 ม.ค. 60 / 23:46


*คำเตือน*

1.หยาบเพื่ออรรถรส

2.มุขแป้กโปรดขำ

                        3.เนื้อเรื่องยาวมากกกก

 


ชีวิตอันแสนน่าเบื่อของมนุษย์เงินเดือนเดินไปอย่างช้าจนเต่าแซง ถึงจะมีเพื่อนคอยชวนไปดื่มสังสรรค์กันบ้างก็เถอะแต่ก็ไม่ได้ทำให้มนุษย์เงินเดือนอย่างมินะหายเบื่อได้เลย คิดดูสิเช้ามาก็รีบไปทำงานแต่เช้าพักกลางวันก็ไปกินข้าวแล้วกลับมาทำงานต่อเลิกงานก็กลับบ้านนอน วนอยู่แบบนี้มาเกือบ2ปีละจะไม่ให้ฉันเบื่อได้ไง

 

แต่พอมีพนักงานใหม่เข้ามาในแผนกเราก็ทำให้ฉันเปลี่ยนจากมนุษย์เงินเดือนที่แสนน่าเบื่อเปลี่ยนเป็นมนุษย์เงินเดือนที่ตั้งใจขยันทำงานรีบเข้าบริษัทแต่เช้า เธอคนนั้นชื่ออิมนายอน ตั้งแต่ที่เธอเดินก้าวเข้ามา ขย้ำใบลาออกแทบไม่ทันคนอะไรสวยปานนางฟ้า สวยสั-รัชเชี่ยนรูเล็ต(ผิดวง) มันเหมือนเป็นกำลังใจในการทำงานเมื่อท้อก็ยกรูปของเธอมาดูก็มีแรงทำงานต่อละ.....รูปที่แอบถ่ายอ่ะนะ

 


นี่ก็เกือบปีแล้วที่นายอนได้เข้ามาทำงานในบริษัทนี้ จึงทำให้ปีที่ผ่านมามินะได้รับรางวัลพนักงานดีเด่นเพราะมีความกระตือรือร้นในการทำงานหารู้ไม่ว่าที่รีบเข้าบริษัทแต่เช้าเพื่อมารอสาว แต่รู้ไหมว่าหนึ่งปีที่ผ่านมาเธอแทบจะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับอิมนายอนเลย รู้แค่ว่าชื่ออิมนายอนแค่นั้นแหละ อายุเท่าไรเป็นพี่หรือเป็นน้องเธอก็ไม่รู้เพราะใบหน้าที่ดูอ่อนเยาว์ยากที่จะทายอายุ สถานะตอนนี้เป็นไงมีแฟนรึยังหรือมีคนในใจก็ไม่รู้แต่ที่รู้ๆคือมีหนุ่มๆมาขายขนมจีบไม่เว้นแต่ละวัน พูดละขึ้น ไม่เกรงใจว่าที่แฟนในอนาคตที่นั่งหัวโด่อยู่นี้เลย

 

พึ่งรู้ว่าตัวเองเป็นคนขี้ตู่ก็วันนี้ล่ะ ชวนคุยยังไม่กล้าเลยแล้วชาตินี้แกจะได้เป็นแฟนกับพี่เขาไหมไอ้มินะ! โถ่ชีวิตของเมียวอิผู้นี้ช่างน่าสงสาร เรื่องอื่นไม่เคยอายจริตจะก้านเยอะมากเสื-กมาอายเรื่องไม่ใช่เรื่อง วันๆไม่ได้ทำงานอ่ะมัวแต่คิดว่า เฮ้ยถ้าจีบเขาแล้วเขาจะชอบเราเป่าวะ เฮ้ยแล้วถ้าเขามีแฟนแล้วอ่ะ เฮ้ยถ้าเกิดเขาไม่ได้คิดไรกับเราละ  หึๆ เป็นไงละพนักงานดีเด่นของบริษัท บรรยากาศกำลังให้เลย มิวสิค!

 

 

~โปรดรักฉันรักฉันเถอะนะ จะไม่ทำให้เธอเสียใจ~

                                       

รู้ฉันสู้เขาไม่ไหว เทียบกับใครที่เธอมี~

 

แต่เลือกฉันเลือกฉันได้ไหม ฉันจะดูแลเธอให้ดี~

 

โปรดถามใจเธออีกที เพราะทั้งใจฉันมันยังมีแค่เธอ~ (อันนี้ไม่ใช้แค่ผิดวง อันนี้ข้ามประเทศไปเลยยย)

 

เอ๊ะ!ใครมันมาสะกิดไหล่วะไม่เห็นอยู่หรอว่าคนกำลัง....

 

“อ อ้าว! บอสมาตั้งแต่เมื่อไรคะ” ชิบฮ๋ายแล้วไงไอ้มินะ

 

“ก็มาตั้งแต่เธอร้องลิปซิงเป็นบ้าอยู่คนเดียวละ”

 

“แหะๆ” หมดกันภาพลักษณ์พนักงานดีเด่น....

 

“สนใจพักงานสักเดือน สองเดือนไปประกวดเดอะว๊อยไหม”

 

“อุ้ย! แหะๆไม่เป็นไรดีกว่าค่ะบอส....ว่าแต่มาถึงนี่มีอะไรรึเปล่าคะ?”ทำได้เพียงหัวเราะแห้งๆและรีบเปลี่ยนเรื่องอย่างเร็ว

 

 

ชำเลืองสายตาไปที่นายอนนิดนึงเมื่อกี้นายอนจะเห็นเปล่าวะ  แจ็คพอตแตก! นายอนมองมาทางนี้และกำลังหัวเราะคิกๆคักๆ โอโห้ดิฉันควรจะรู้สึกยังไงดีคะตอนนี้ ดีใจที่เราอยู่ในสายตาของนายอนหรือควรจะอับอายที่เห็นความโก๊ะของเรา 

 

“ที่ผมมาในวันนี้เพื่อที่จะบอกว่าหลังเลิกงานให้มาประชุมด้วย....” ประชุมอีกละเบื่อโครต ประชุมตลอด ประชุมทุกวี่ทุกวัน เรื่องไม่เป็นเรื่องก็ประชุม คราวหลังประชุมกันเรื่องตั้งชื่อลูกแมวที่ใกล้คลอดของไอ้แต้มดีไหมคะ?

 

“โดยคนที่ต้องมาประชุมมีรายชื่อดังนี้ เมียวอิ มินะ..” นั้นไงคนแรกเลย

 

ยู จองยอน  คิม ดาฮยอน...” โอเคอย่างน้อยก็มีไอ้สองแสบเป็นเพื่อนละ

 

“หวัง แจ็คสันและคนสุดท้าย...” รีบๆพูดได้ไหมคะงานรออยู่ค่ะ

 

“อิม นายอน แค่นี้แหละอย่าลืมนะเลิกงานเจอกันห้องประชุม” แหม่ โอเคได้เลยค่ะจะเลิกดึกโต้รุ่งยังได้เลยค่ะ หัวข้อเรื่องประชุมต้องน่าสนใจมากๆแน่เลย....บอกแล้วว่าเป็นพนักงานดีเด่น

 

 

หลังจากบอสเดินไปทั้งจองยอน ดาฮยอนก็เดินตรงดิ่งมาที่โต๊ะทำงานฉันโดยไม่ได้นัดหมาย

 

“คราวนี้จะเรื่องไรอีกวะเนี้ย” จองยอนเอ่ยอย่างเซ็งๆ

 

“ไม่ดีค่ะคุณเพื่อน ไม่บ่นๆ เราต้องตั้งใจทำงานเข้าใจไหมคะ?” พนักงานดีเด่นประจำบริษัทกล่าวด้วยท่าทีนุ่มนิ่มแต่สายตาไม่ได้มองไปที่บุคคลที่กำลังสนทนาด้วย สายตาเหล่ไปมองนายอนที่โต๊ะทำงานที่อยู่คนละซีกโลก

 

“อย่าให้รู้ว่าโชว์สาวนะมึง” อ่ะแน่นอนสินี่พยายามตะเบ่งเสียงอันแสนจะเบาให้ดังขึ้นตั้งหลายเท่าตัว

 

“แล้วเรื่องมึงกับเขานี่ยังไงเนี้ย ไม่เห็นไปถึงไหนเลย” แจ็คสันที่ไม่เห็นความสัมพันธ์ของพวกเธอทั้งสองคนจะก้าวหน้าเลยตั้งแต่ปีที่แล้ว

 

เรื่องที่เธอแอบชอบคนที่ชื่อนายอนเพื่อนๆในกลุ่มเธอรู้เรื่องกันตั้งแต่วันแรกที่นายอนเข้ามาแล้วละ ไม่รู้เพราะเธอออกอาการมากไปรึเปล่า เพื่อนๆเลยรู้ตัวทัน แต่เธอก็ไม่ได้แสดงกริยาที่มันมากขนาดนั้นซะหน่อย ก็แค่หวีดเบาๆเมื่อนายอนเดินผ่าน เป็นเหมือนพวกโรคจิตที่มองตามไปทุกๆที่และก็เริ่มใช่ของที่เป็นรูปกระต่ายเพราะคล้ายนายอน แค่นั้นเองพวกมันรู้ได้ไงกัน แต่พวกมันรู้ก็ดีละจะได้ถามกลยุทธ์มัดใจกระต่าย

 

“เออระวังหมาคาบไปแ-กก่อนละกันมึง” เอ่อ....บางครั้งก็ให้กำลังใจด้วย

 

“ขอบคุณสำหรับกำลังใจ พวกมึงไปทำงานได้ละเดี๋ยวเลิกงานค่อยไปเจอกันที่ห้องประชุม ไป๊! ชิ้ว!” เอ่ยปากไล่เพื่อนๆให้เบะปากหันตูดกลับไปที่โต๊ะทำงานของตัวเอง

 

 

พอเพื่อนๆหนีหายเข้ารูกันไปหมดแล้วมินะก็ไม่เป็นอันทำงานเพราะคำพูดเมื่อกี้ เราต้องเริ่มทำอะไรแล้วสินะ

 

 

เมื่อถึงเวลาเลิกงานมินะก็มองหาไอ้เพื่อนตัวดีของเธอแต่ก็ไม่เจอ หายไปไหนของมันวะ หรือจะไปก่อนแล้ว? ก็บอกว่าจะไปพร้อมกันนิแต่เมื่อเห็นนายอนกำลังเดินมาความคิดที่มีอยู่ทั้งหมดก็ฟุ้งหายไป ไอ้มินะแกทำไงดี? เดินเข้าไปทักทายไหม? ชวนเดินไปห้องประชุมพร้อมกันไหม? โอ้ยยย! คิดยากกว่าข้อสอบGAT/PATอีกโว๊ะ

 

“อ เอ่อ...ค..คุณนายอนคะ กำลังจะไปห้องประชุมรึเปล่าคะ” อยากจะปาดน้ำตา ประโยคแรกที่คุยกันในรอบเดือนค่ะ

 

“อ๋อใช่ค่ะ” คุณนายอนหันมายิ้มโชว์ฟันกระต่ายสองข้างอย่างน่ารัก ฮืออมันน่ารักมากจริงๆเลยค่ะดาเมจรุนแรงมากอยากจะลงไปนอนดิ้นกับพื้นช่วยคุณแม่บ้านทำความสะอาดพื้นเลยทีเดียว

 

“ง..งั้นเราเดินไปด้วยกันไหมคะ?”คุณนายอนยิ้มตอบและเดินข้างๆไปห้องประชุมด้วยกัน

 

หัวใจเต้นตุ่มๆต่อมๆอยู่ในอก ในใจก็บอกให้ชวนคุยๆแต่สมองกับว่างเปล่าไม่รู้จะคุยเรื่องอะไรดี

 

“เอ่อ...คุณนายอนอายุเท่าไรหรอคะ” นายอนนิ่งไปสักแปปเมื่อถามออกไป 


ไอ้มินะ ไอ้โง่ อยู่ๆไปถามอายุเขาแบบนี้ได้ไง เสียมารยาท อยากจะตบปากแรงๆสักสิบที

 

“ อายุ26ค่ะ” นายอนตอบมาอย่างดีหนำซ้ำยังหัวเราะคิกคักด้วย ทำไมอ่ะมีอะไรแปลกหรอ? กวิ้นงง กวิ้นตามไม่ทัน สังสัยมินะจะแสดงออกทางสีหน้ามากไปหน่อยนายอนเลยอธิบายให้ฟัง

 

“ที่จริงมินะไม่ต้องเรียกว่าคุณก็ได้หรอก อืมม..รู้สึกฉันจะแก่กว่าสักปี สองปีใช่ไหม? งั้นเรียกพี่นายอนก็ได้จ๊ะ” โอโห้ ตายอย่างสงบ

 

“อ โอเคค่ะ พะ..พี่นายอน” รู้สึกเขินๆไงไม่รู้แหะ อย่างน้อยความสัมพันธ์ของเราก็ก้าวขึ้นมาอีกหนึ่งขั้นแล้วค่ะ!

 

“แล้วมินะมาอยู่ที่เกาหลีนานรึยัง? เห็นพูดเกาหลีเบาและก็ติดๆขัดๆ...แต่มันก็ถือเป็นเส่นห์ประจำตัวของมินะเนาะ พี่ว่าน่ารักดี” รถพยาบาลอยู่ไหนคะ มารับหนูที ฮือออ รุกแรงขนาดนี้ยอมให้เป็นเมะแทนเลยค่ะ

 

“อ..อ๋อ ก็อยู่มานานพอสมควรแล้วค่ะ ปกติเป็นคนพูดแบบนี้อยู่แล้วด้วย แหะๆ” อยากจะตอบว่าที่พูดติดๆขัดๆก็เพราะว่าชอบพี่อ่ะค่ะก็กลัวจะดูรุกแรงไปหน่อย เดี๋ยวกระต่ายตื่นตูม

 

หลังจากนั้นก็ไม่ได้มีบทสนทนาอะไรเพิ่มเติม แต่พอมองเห็นห้องประชุมที่อยู่สุดสายตานู้นก็รู้สึกเสียดายขึ้นมาทันที เอ๊ะ! จะว่าไปนี่ก็ไปครั้งแรกนิที่เราอยู่ด้วยกันสองต่อสอง -////- อยากจะหยุดเวลาให้เราอยู่ด้วยกันสอ......

 

 

“เฮ้ย มินะ!”สองคน.... กำลังจะบอกว่าอยากหยุดเวลาให้อยู่กันสองคนอีกนานๆ!! อิเพื่อนเลวมาทำไมตอนนี้ เห็นทีหยุดเวลาอย่างเดียวไม่พอต้องเก็บอิเพื่อนแสนดีพวกนี้ด้วย

 

“อ้าวคุณนายอนก็อยู่ด้วยหรอคะ...” เออมึงพึ่งเห็นหรอห๊ะ คนกำลังเดินสวีทกัน

 

“ขอโทษด้วยนะคะขอยืมตัวมินะก่อนแปปหนึ่ง เจอกันในห้องประชุมเลยค่ะ” ไอ้ดาฮยอนมึงจะพากูไปไหน กูไม่ไป!! กูจะอยู่กับนายอนนนน

 

แต่ไม่เป็นประโยชน์ดาฮยอนลากเธอมาถึงหน้าห้องน้ำใกล้ๆห้องประชุมแล้ว

 

“มีอะไร! มึงไม่เห็นอ่อว่ากูกำลังอยู่กับพี่นายอน อยู่กับพี่นายอนเลยนะเว้ย มึงก็รู้ว่าไม่ได้มีโอกาสง่า....” ดาฮยอนยกมือขึ้นมาปิดปากมินะก่อนที่มันจะพร่ำเพ้อไปมากกว่านี้

 

“มึงอย่าพึ่งมาเพ้ออะไรตอนนี้ กูปวดฉี่”

 

“แล้ว? เกี่ยวไรกับกูละ ปวดฉี่ก็ไปฉี่ดิ”

 

“ก็ประตูห้องน้ำมันไม่ดีมันต้องมีคนถือประตูไว้ ไม่งั้นกูไม่ลากมึงมาหรอก อย่าโง่ดิ” อ้าวโดนด่าเฉย กวิ้นทำไรผิด

 

“ถือไว้นะเว้ยอย่าปล่อย คนอย่างคิมดาฮยอนจะมาอับอายกับเรื่องแบบนี้ไม่ได้  ถ้าเกิดมีคนอัดคลิปกูแล้วเอาไปปล่อยในโซเชียลละ คลิปหลุด! คิมดาฮยอนสาวฮ็อตประจำบริษัทฉี่ไม่ปิดประตูห้องน้ำ รีบดูก่อนจะลบไม่ๆหล่อสปอตแบบพี่ต้องไม่มาเจอกับเรื่องแบบนี้” ไอ้เตี้ยนี่เมื่อไรจะหยุดพูดเนี้ย พูดมาตั้งนานนี่มึงยังฉี่ไม่เสร็จอีกหรอ?.....


เฮ้ยเดี๋ยวนะ ห้องน้ำมันก็มีตั้งหลายห้องนิ มินะส่องสายตาไปที่ห้องน้ำอื่นๆก็มีคนเข้าคนออกใช่ได้เป็นปกติตั้งหลายห้อง  ไอ้เต้าหู้!! จะเล่นงี้ใช่ไหม ได้! กวิ้นจัดให้!

 

“เฮ้ยมึง อยากจะเช็คเรตติ้งป่ะ แบบสาวกรี๊ดตรึมเลยอ่ะ กูมีวิธีนะเว้ย สนป่ะ?”

 

“ว่ามาดิ” หึๆคิมดาฮยอน เล่นกับใครไม่เล่น

 

“มาดูคิมดาฮยอนถอดกางเกงโชว์เร็ววววว!!” ตะโกนออกไปสุดเสียงให้ดังที่สุดตั้งแต่เกิดมาพร้อมเปิดประตูห้องน้ำเผยให้เห็นดาฮยอนที่กำลังนั่งอยู่บนชักโครก อ้าวเผ่นสิครับรออะไร

 

“ไอ้มินะ!! เฮ้ย! ไอ้เชี่-----//กรี๊ดๆๆๆ” คนที่กำลังอยู่ในห้องน้ำกรี๊ดร้องอย่างสุดเสียงทำเอาคนที่คิดแผนหัวเราะจนต้องยกมือขึ้นมากุมท้อง

 

 

เมื่อถึงเวลาประชุมทุกคนก็นิ่งเงียบฟังบอสกำลังพูดไปเรื่อยเปื่อยแต่มินะกลับรู้สึกได้ถึงรังสีอะไรไม่รู้ร้อนหนาวๆแปลกๆ อ๋อมาจากคิมดาฮยอนไงจะใครละ เชื่อว่าคำพูดของบอสต้องเข้าซ้ายทะลุขวาแน่ๆดูจากสายตาที่จ้องจะกินเลือดกินเนื้อที่ส่งมาสิคะ อยากขอบคุณก็บอกไม่เห็นต้องมองแรงขนาดนั้นเลย....

 

 

“....งั้นผมขอจบการประชุมเพียงเท่านี้นะครับ” บอสพูดจบก็เดินออกไปจากห้องทันทีทำให้ตอนนี้ภายในห้องเหลือแต่พวกเราแต่เนื่องจากสายตาที่มองมาที่เพนกวิ้นตัวน้อยๆตั้งแต่เริ่มประชุมบ่งบอกได้ว่าอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าจะเกิดภัยร้ายกับเพนกวิ้นตัวน้อยๆตัวนี้ สัญชาตญาณมันบอกให้ทำต่อไปนี้

 

“พ..พี่นายอนค่ะ เอ่อ...เดี๋ยวพี่จะไปไหนต่อหรอคะ” 1.เราต้องหาเพื่อนเราห้ามอยู่ตัวคนเดียว

“อืมม...คงหาที่แวะกินข้าวแหละนี่มันก็เลยมื้อเย็นมาแล้วด้วย” นายอนก้มดูนาฬิกาพร้อมกับลูบท้องทำปากเบะนิดๆ  งื้อออน่ารัก(ด) จริงๆเลยค่ะ

 

“งั้นขอไปด้วยได้ไหมค่ะ...เอ่อ..คือ...เริ่มหิวแล้วเหมือนกันแต่ไม่ค่อยรู้ร้านอาหารอร่อยๆเลย แนะนำหน่อยได้ไหมคะ?” 2.ต้องหนีออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดถึงแม้ต้องแถหาเหตุผล....เหตุผลที่ปัญญาอ่อนแค่ไหนก็ตาม

 

“ได้สิคะ” นายอนยิ้มแบบนี้อีกแล้ว หัวใจจะละลาย แต่ตอนนี้มันไม่ใช่เวลาที่จะเพ้อ ต้องรีบหนีออกจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด

 

“มินะ” นั้นไง ดาฮยอนกดเสียงต่ำจนเสียวสันหลังวูบไปเลย

 

“พี่นายอนรีบไปเถอะค่ะ มินะหิวจนไส้จะขาดอยู่แล้ว” 3.โกยเถอะโยม ด้วยสถานการณ์มันพาไปเลยเผลอไปจับมือพี่นายอนและกึ่งจูงกึ่งลากให้ออกมาจากห้องประชุมให้เร็วที่สุด

 


พอออกมาไกลจากจุดเกิดเหตุณ์พอสมควรก็เริ่มเดินช้าลงๆจนกลายเป็นเดินปกติแต่ยังไม่ได้ปล่อยมือ...ไม่ได้ฉวยโอกาสนะแค่ลืมตัว เมื่อนึกได้ยังงั้นก็ค่อยๆปล่อยมืออย่างนึกเสียดายและหัวเราะแห้งๆกลบเกลื่อน

 

“มินะอยากกินแบบไหนดีละ?” พี่นายอนหันมาถามเมื่อใกล้จะออกบริษัท

 

“แบบไหนก็ได้ค่ะ เอาพี่ว่าเลย” เรื่องกินหนูไม่เกี่ยงค่ะ เลี้ยงง่ายดูแลง่าย สนใจมาเป็นเจ้าของไหมคะ? ส่วนนี่พูดในใจนะ

 

“มีใกล้ๆบริษัทเราที่หนึ่ง ร้านประจำพี่เลยเดินไปแปปเดียวก็ถึง อาหารอร่อยมากเลยนะ แต่ละเมนู....พูดแล้วน้ำลายจะไหล” มินะกำลังตั้งใจฟังอีกคนที่กำลังพูดถึงเรื่องของกินอย่างออกหน้าออกตา ทำเอามินะอดอมยิ้มไม่ได้กับภาพตรงหน้า ผู้หญิงคนนี้มีอะไรหลายอย่างที่ทำให้เธอเผลอยิ้มได้ตลอดเวลา

 

 

ระหว่างทานข้าวมินะแทบจะไม่ได้โฟกัสอาหารที่กองอยู่ตรงหน้าแม้แต่น้อยแต่เธอกลับโฟกัสคนที่นั่งอยู่ตรงกันข้ามมากกว่าและเวลาแห่งความสุขมักผ่านไปเร็วเสมอเมื่อตอนนี้ทั้งสองคนทานข้าวเสร็จแล้วและกำลังจะแยกย้ายกันกลับบ้าน เสียดายจังแหะอุส่าห์ได้อยู่ด้วยกันสองต่อสอง(แบบไม่มีใครมาขัดขวาง)แต่เวลาดันเดินเร็วเกินไปนี่สิ

 

“แล้วมินะกลับยังไงละ เอารถมาเองหรอ?”

 

“ใช่ค่ะ พี่นายอนก็เอารถมาเองเหมือนกันใช่ไหมคะ?”

 

“อ่าห้ะ งั้นไปละนะบ๊ายบาย” พี่นายอนโบกมือลาแล้วกำลังจะหันหลังกลับไป

 

“ด เดี๋ยวค่ะ! เอ่อ...คือ จะเป็นอะไรไหมถ้าอยากจะขอเบอร์พี่หน่อย...คือ..เผื่อจะได้คุยกันเรื่องงานอะไรแบบนี้อ่ะค่ะ” ชั่งใจอยู่นานสุดท้ายก็พูดออกมาจนได้และพยายามหาเหตุผลถูๆไถๆเพื่อจะไม่ให้ดูโจ่งแจ้งเกินไป

 

“อืมได้สิ” นายอนหัวเราะกับท่าทีที่ดูเขินอายของมินะ

 

เสียงหัวใจในอกเต้นอย่างลุ้นระทึกระหว่างที่พี่นายอนกำลังกดเบอร์ลงบนมือถือมินะ มินะจะรู้ตัวบ้างไหมนะว่าตอนนี้ใบหน้าของเธอสีไม่ต่างจากลูกมะเขือเทศเลย

 

“อ่ะ เสร็จละ มีไรก็โทรมาได้ตลอดเลยนะ” นายอนยื่นโทรศัพท์ให้พร้อมกับโบกมือลาอีกรอบ

 

“ขอบคุณมากๆค่ะ” มินะก้มหัวเล็กน้อยและโบกมือตอบนายอน 


"เอ่อ..เดี๋ยวคะพี่นายอน!"มินะเอ้ยเรียกอีกคนอีกครั้ง


"หื้ม?"นายอนหันหลังมาพร้อมยักคิ้วขึ้นสูงเชิงถามว่ามีอะไรรึเปล่า


"ฝ ฝันดีนะคะ" มินะพูดอย่างแผ่วเบาสายตามองแต่พื้นอย่างเขินอาย     


"ฝันดีเหมือนกันค่ะ" นายอนยิ้มกว้างเผยฟันกระต่ายออกมาก่อนจะขึ้นรถและขับออกไป

 

“เยส! มินะแกทำได้แล้วโว้ย แกทำได้แล้ววว!!” กรี๊ดร้องออกมาอย่างแต๋วแตก ภาพลงภาพลักษณ์อะไรไม่รู้จัก ถ้าไม่เกรงใจลุงยามที่ต้องมาเช็คกล้องวงจรปิดเธอคงเต้นรำวงผีบ้าไปแล้ว

 

 

 

เวลาล่วงเลยไปหลายวันความสัมพันธ์ของเราสองคนก็ดีขึ้นถึงแม้มันจะอยู่ในสถานะเพื่อนร่วมงานก็เหอะ ดีกว่าไม่ได้คุยกันเหมือนปีที่ผ่านๆมา แต่ยิ่งคุยกันมากขึ้นเท่าไรความรู้สึกที่เธอมีให้นายอนมันยิ่งมีมากขึ้น เธอหลงใหลในตัวนายอนมากขึ้นและต้องการมากขึ้นเรื่อยๆแต่พอวันไหนที่ไม่ได้เจอกันวันนั้นทั้งวันเธอก็รู้สึกหงุดหงิดไปหมดถ้าเทียบพี่นายอนเป็นยาเสพติดที่อันตรายมากเธอก็พร้อมจะยอมเสพติดมันถึงแม้จะรู้ว่าตอนสุดท้ายอาจจะมีเธอฝ่ายเดียวก็ได้ที่คิดแบบนั้นและตอนนี้ก็เหมือนจะมีคนมายุ่งกับสารเสพติดที่เธออยากจะครอบครองไว้เพียงคนเดียว

 

“อ้าวเหมือนจะมีหมามาแย่งกระดูกแล้วละสิ”

 

“จะเข้าไปหรือยืนดูหมาตัวนั้นคาบไปดีนะ?”

 

ถ้าคุณคิดว่าสองประโยคเมื่อกี้คือเสียงในความคิดของฉันละก็ คุณคิดผิด มันคือเสียงอิเพื่อนตัวดีที่มายืนอยู่ข้างๆตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ คนยิ่งอารมร์เสียอยู่

 

“คราวนี้มินะจะทำอย่างไร จะปล่อยให้หมาตัวอื่นมาคาบไปแล้วนกหรือไม่”

 

“โอ้วๆตอนนี้มินะเดินไปที่โต๊ะของนายอนแล้วครับ เราจะมาดูกันว่ามินะจะทำอย่างไรกับเหตุการณ์นี้ โปรดติดตามช่วงหน้าอย่าพึ่งเปลี่ยนช่องไปไหนละครับ”

 

มินะเดินตรงดิ่งมาที่โต๊ะนายอนโดยไม่สนใจเสียงของดาฮยอนกับจองยอนที่เหมือนกำลังพากย์อะไรสักอย่าง ตอนนี้เธอสนใจแค่นายอน นายอนของมินะคนเดียว!!

 

มินะทำเป็นกำลังจะเดินผ่านโต๊ะนายอนแล้วทำเป็นเนียนเข้าไปร่วมในบทสนทนาด้วย

 

“คุยอะไรกันอยู่คะเนี้ย ดูน่าสนุกจัง” มินะเดินเข้าไปแทรกสองคนนั้นที่กำลังคุยกันอย่างออกหน้าออกตาเหลือเกิน

 

“อ้าวมินะหรอ กำลังคุยเรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์น่ะ นานๆทีจะเจอแฟนพันธ์ด้วยกัน” นายอนกล่าวอย่างร่าเริงตัดกับมินะที่สตั้นไปสามวิ ห..ห๊ะ แฮร์รี่พอตเตอร์? ไม่ใช่เธอไม่รู้จักหรอกนะ เธอแค่ไม่เคยดู รู้แค่ว่าเป็นหนังพวกเวทมนต์แล้วมีเด็กที่มีรอยสายฟ้าตรงหน้าพากแค่นั้นแหละ แค่นั้นจริงๆ

 

“มินะชอบเรื่องนี้รึเปล่า?” นายอนมองมาด้วยสายตาที่เหมือนมีแสงระยิบระยับออกมาเหมือนกระต่ายขอแครอท พี่นายอนอย่ามองด้วยสายตาแบบนั้นสิคะ ได้โปรด มินะคนนี้จะไม่มีเรี่ยวแรงยืนแล้วค่ะ ทำไมพี่ชอบทำตัวน่ารักแบบนี้คะ แต่เดี๋ยว หยุดก่อนๆ พี่นายอนถามว่าชอบไหม? เฉี๊ยบหายแย้ว ไม่ได้ๆเราต้องไม่น้อยหน้าไอ้หมอนี้

 

“ชอบค่ะๆชอบมากๆด้วย” ยิ้มโชว์เหงือกตามสไตล์มินาริไปทีหนึ่ง

 

“จริงดิ! งั้นมาคุยด้วยกันไหม? กำลังคุยเรื่องคาถาที่ชอบที่สุดอยู่เลย”.....ถอยดีกว่า ไม่เอาดีกว่า(ยังคงผิดวง) ถึงแม้หนูจะรักพี่มากแค่ไหนแต่หนูก็ต้องถอยค่ะ ขนาดเรื่องยังไม่เคยดูแล้วคาถาจะรอดหรอ ถ้าขืนอยู่ต่อคงได้ตอบว่าชอบคาถาคาปูชิโน่เอสเปรสโซ่โอริโอ้แน่ๆ

 

“น่าเสียดายจังพอดีมีงานด่วน เอาไว้คร่าวหน้านะคะ”โชคดีที่เผลอหยิบเอกสารอะไรไม่รู้ติดมือมาเลยเอามาอ้างได้ พี่นายอนก็คิ้วตกลงไปทันทีบึนปากเล็กน้อยอย่างน่ารัก ฮือออ ถ้าพี่รักหนูพี่ไม่ควรจะฆ่าหนูด้วยวิธีแบบนี้ สุดท้ายมินะก็ต้องยอมเดินออกมาจากวงสนทนานั้นอย่างจำใจ

 

 

เมื่อถึงเวลาเลิกงานมินะก็รีบตรงดิ่งไปที่บ้านและเปิดแฮรรี่พอตเตอร์ในเว็บดูทันทีด้วยความไม่รู้ว่ามันมีกี่ภาคกี่ตอน ก็ดูไปเรื่อยๆรู้ตัวอีกทีก็ปาไปตีสามแล้ว...ตีสาม!! หลับดึกสุดของตอนนั้นแค่ตีหนึ่งยังเบลอทั้งวันนับภาษาอะไรกับตีสาม อยากจะดูต่อให้จบต่อแต่พอรู้ว่าเหลืออีกหลายภาคก็ไม่อยากจะฝืนสังขารตัวเองเท่าไรเลยปิดแล้วไปอาบน้ำเข้านอน

 

 

แน่นอนว่าหลับดึกขนาดนั้นก็ต้องตื่นสายแน่นอน.... ตอนนี้ขาของเธอกำลังแข่งกับเวลาที่กำลังเดินต่อไปเรื่อยๆอย่างไม่คิดจะหยุดรอ ตอนนี้เธอกำลังจะสาย อีกสองนาทีเธอจะเข้าทำงานสาย วิ่งเท่านั้นที่จะช่วยได้วิ่งประหนึ่งเคยเป็นนักกีฬาโอลิมปิคจะให้เธอมารอลิฟต์เธอคงได้เข้างานสายแน่ๆก็แค่วิ่งขึ้นมาแค่ห้าชั้นเอง แค่นั้นเองลดโลกร้อนไปในตัวดีจะตาย... 


สุดท้ายพระเจ้าก็ทนเห็นภาพอันอนาถใจ(?)ไม่ไหวจึงทำให้เข้าทำงานทันเวลาได้อย่างฉิวเฉียด เกือบไปแล้วไหมละ พนักงานดีเด่นเกือบเข้าทำงานสายเพราะเมื่อคืนมัวแต่ดูแฮรรี่เพื่อจะมาคุยกับสาวให้รู้เรื่อง....

 

 

สภาพตอนนี้ไม่ต่างจากหมาที่นั่งหอบจากการที่วิ่งไกลมาอาการใกล้ตาย ง่วงก็ง่วง เหนื่อยก็เหนื่อย พอมาคิดดูอีกทีก็เริ่มจะอนาถกับตัวเองละเหมือนกัน กับการเรียนหนูเคยทุ่มเทแบบนี้ไหมลูก?

 

 

กวาดสายตามองไปรอบๆหาพี่นายอนเพื่อที่จะคุยเรื่องที่เธอไปศึกษามาทั้งคืน ที่รีบนี่ไม่ใช่อะไรหรอกกลัวลืม แต่พอมองหาแล้วกลับไม่เจอเลยต้องล้มเลิกความคิดไป ว่าแต่หายไปไหนของเขานะ?

 

 

พอคิดถึงเจ้าตัวก็เดินเข้ามาในห้องพอดีแต่....ดันมีแขกไม่ได้รับเชิญเดินมาด้วย ทั้งสองยังคงคุยกันสนุกสนานเหมือนอย่างเมื่อวาน

 

“โถ่ๆมินะผู้น่าสงสารสงสัยงานนี้จะนก” จองยอนที่มาอยู่ข้างๆตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้เอ่ยขึ้นมา

 

“ใช่ๆกวิ้นมึงสู้เขาไม่ได้หรอก ดูเขาสิทั้งหล่อ สูงยาวเข่าดี ดูมีฐานะ ดูจะมัดใจหญิงได้ไม่ยากโดยเฉพาะกระต่ายตัวน้อยๆอย่างพี่นายอน” ดาฮยอนก็เดินมาเสริม

 

“ย๊า!! ขอบคุณสำหรับกำลังใจแต่เสียใจนะพี่นายอนต้องเป็นของฉันคนเดียว!

 

“ทำมาเป็นพูดดี ก็เห็นอยู่ชัดๆเนี้ยว่าแกมันนก บินร้องจิ๊บๆอยู่กลางอากาศเนี้ย”จองยอนเบะปากเบาๆ

 

“แล้วมึงจะทำไง มีวิธีที่จะทำให้พี่นายอนมาสนใจคุณมึงหรอคะ~” ดาฮยอนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่กวนเบื้องล่าง

 

“ม..มีสิ!......ฉันจะร่ายมนต์ให้พี่นายอนมารักฉันเอง!

 

“โถ่มินะ มึงไม่น่าเลย โดนหักอกจนสมงสมองไปหมดเลย ไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวพี่ดุ๊บจะอยู่ข้างน้องเอง โอ๋ๆ” ดาฮยอนทำหน้าเศร้าใจเป็นอย่างมากเท่านั้นยังไม่พอยังมากอดปลอบอย่างสงสาร ถ้าน้ำตาไหลเตรียมรับรางวัลตุ๊กตาทองได้เลย

 

“ปล่อยเว้ย! เฮ้ยนี่พูดจริง ไม่เชื่อลองดู” ก็ไม่รู้เหมือนกันทำไมถึงหลุดพูดแบบนั้นออกไป หลอนที่เมื่อวานดูแฮร์รี่ยันเช้าหรอ?

 

 

อิมเปริโอ..”เสียงอันแหบพร่าเอ่ยคาถาที่เธอไปเสิร์ชเจอมาเมื่อวานว่าเป็นคาถาสะกดจิตใจออกมาเบาๆอย่างกระซิบ นิ้วชี้ส่ายไปมาเหมือนเวลาพ่อมดร่ายมนต์สายตาจ้องเขม็งไปที่นายอนอย่างจริงจัง

 

 

.........

 

 

กา...กา...กา...

 

 

“ฮ่าๆๆๆๆ โอเคมินะมึงควรนอนพักผ่อนให้พอนะอย่าหักโหมทำงานมากนักละเพื่อนเป็นห่วง”จองยอนหัวเราะออกมาเสียงดังอย่างเปิดเผยพร้อมตีไหล่เบาๆเชิงให้กำลังใจและเดินหัวเราะจากไปส่วนดาฮยอนก็ปิดปากกลั้นหัวเราะแล้วรีบวิ่งตามจองยอนไปเมื่อเห็นสายตาอำมหิตที่ส่งมา

 

 

ชิส์! ก็รู้อยู่แล้วตั้งแต่แรกแล้วละว่ามันจะเป็นแบบนี้ใครมันจะโดนสะกดจิตจากเวทย์มนต์ที่เอามาจากในหนัง แต่ยังไงก็ช่างเหอะตอนนี้เธอแค่อยากให้คนที่นายอนคุยอยู่เป็นเธอแทนไอ้หน้าหล่อนั้นมากกว่า ถ้านายอนหันมาสนใจฉันซักนิด พาไปเลี้ยงข้าวงี้ ไปเที่ยวกันสองต่อสองงี้(ไม่นิดละ) ฉันยอมเป็นเบ๊ไอ้สองแสบนั้นเดือนเต็มเลยเอ้า! มินะยกกาแฟที่ซื้อมาก่อนจะเข้าทำงานยกดื่มอย่างไม่สบอารมณ์

 

 

“มินะ”

 

พรูดดดดด!

 

กาแฟที่พึ่งดื่มมันเข้าไปก่อนหน้านี้พุ่งออกมากระจายเป็นไอน้ำโชคดีที่ส่วนมากมันกระเด็นไปโดนต้นไม้ต้นเล็กๆของเธอ ถือซะว่าเป็นการรดน้ำต้นไม้ไปในตัวละกัน แต่เสียดายซื้อมาแพงดันเอามาให้ต้นไม้กินแทน...

 

“แค่กๆๆ..ค คะ?”คนที่เธอพึ่งคิดถึงในใจเมื่อกี้บัดนี้ได้มายืนอยู่ข้างหลังเธอเรียบร้อยแล้ว

 

“กลางวันนี้ไปกินข้าวด้วยกันไหม? พี่เห็นร้านเปิดใหม่ใกล้นี่”นายอนเอียงคอถาม

 

โอมายก็อด! นี่ฉันฝันไปรึเปล่าคะ พี่นายอนชวนฉันกินข้าว พี่นายอนชวนฉันกินข้าว!! ควรดีใจที่พี่นายอนชวนไปกินข้าวหรือต้องเสียใจที่ต้องเป็นเบ๊ไอ้สองคนนั้นดี


บ้าไปแล้ว ไม่ได้ๆ แกต้องตั้งสติมินะ แกจะให้พี่เขารู้ไม่ได้ว่าแกตื่นเต้นเพราะพี่เขาชวนกินข้าว ไม่ได้ๆ หายใจเข้า หายใจอ...

 

“สรุปมินะจะไปกับพี่ไหมคะหื้ม?” K.O. ตายคาที่มารับศพทีค่ะ

 

“ป..ไปค่ะ ไป”พยายามจะทำให้ดูปกติที่สุดเท่าที่ทำได้แต่คงไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะตอนนี้หัวใจเต้นแรงเป็นจังหวะlike ooh ah(ในที่สุดก็ถูกวง)เลยทีเดียว ไหนจะเหงื่อที่เริ่มออกตามมือ ดูก็รู้ว่าไม่ปกติ

 

“โอเคงั้นเดี๋ยวตอนกลางวันพี่จะมาหาที่โต๊ะนะ” ด้วยความที่เขินอยู่เลยก้มหน้าก้มตาไม่ได้มองหน้าพี่นายอนจนนายอนเดินไปที่โต๊ะตัวเองเหมือนเดิม

 

“เฮ้ยมึงๆ เมื่อกี้พี่นายอนมาหามึงทำไมวะ?” โอโห้เรื่องเผือกขอให้บอกเร็วยิ่งกว่าเน็ต4Gก็ไอ้พวกนี้แหละ

 

“ทำมาเป็นยิ้มกรุ้มกริ่ม รีบๆบอกมาดิวะมัวแต่ลีลา”

 

“เออๆ พี่นายอนมาชวนไปกินข้าวกลางวัน” ระหว่างที่พูดก็นั่งบิดไปบิดมาเหมือนปวดฉี่(?)ให้พวกนั้นหมั่นไส้เล่น

 

“ไม่น่าเชื่อ มึงฝันอยู่ป่ะเนี้ย เดี๋ยวกูตบปลุกมึงเอง” จองยอนว่าพร้อมง้างมือออกมาพร้อมตบ

 

“เดี๋ยวๆอย่าพึ่ง! กูก็ว่ากูฝันไปแน่ๆแต่กูขออยู่ในความฝันต่อเถอะถ้าเจอแบบนี้”

 

“งั้นก็เชิญอยู่ในความฝันไปคนเดียวเลย จองยอนเดี๋ยวเราก็ไปกินข้าวเที่ยงหรูๆอร่อยๆกันสองคนเถอะ ชิส์” ดาฮยอนพูดอย่างงอนๆแล้วลากจองยอนไป

 

 

 

ณ จุดๆนี้พนักงานดีเด่นอย่างเธอไม่มีกระจิตกระใจในการทำงานเลยสายตาเอาแต่มองนาฬิกาที่เดินอย่างช้าเหมือนเป็นตะคริวต่างจากตอนเช้าที่เธอรีบมาทำงานอย่างลิบลับ

 

 

และเวลาที่เธอเฝ้าคอยก็มาถึงเมื่อนายอนเดินมาสะกิดไหล่เธอถึงโต๊ะ

 

“มินะถึงเวลาแล้ว ไปกินข้าวกันเถอะ”กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆทำให้ใจเธอสั่นกว่ากาแฟเมื่อเช้าซะอีก นายอนคือตัวอันตรายต่อหัวใจเธอจริงๆ

 

 

 

เมื่อถึงร้านพึ่งเปิดใหม่ที่นายอนแนะนำ นายอนก็สั่งอาหารให้เธออย่างเสร็จสรรพบอกว่าถ้ามาร้านนี้ต้องกินอันนี้ๆ เธอก็ไม่ได้ขัดอะไร อาหารอะไรเธอไม่สนหรอก เธอสนแค่พี่นายอนเท่านั้นแหละ ฮิ้วววว~มีความเสี่ยว

 

 

บรรยากาศบนโต๊ะระหว่างรออาหารเงียบยิ่งกว่าป่าช้า ไม่มีใครพูดอะไรออกมา พี่นายอนก็มองอย่างเหม่อๆไปนอกหน้าต่าง ส่วนฉันก็เอาแต่ก้มหน้าก้มตาเงยหน้ามามองหน้าพี่เขาเป็นช่วงๆ.....จะว่าไปวันนี้ทำไมเธอรู้สึกว่าพี่นายอนแปลกไป ไม่ใช่ว่าพฤติกรรมที่แปลกนะ ถึงแม้จะแปลกแต่ก็น้อยกว่า วันนี้เธอมีมีความรู้สึกแปลกอย่างบอกไม่ถูก เหมือนไม่ใช่พี่นายอน ความรู้สึกของเธอในวันนี้ไม่เหมือนกับเมื่อก่อนตอนที่อยู่กับนายอน แต่อะไรละที่แปลก..... ไม่มีอะไรหรอกมั้ง มึงอ่ะคิดมาก

 

 

เมื่ออาหารได้ถูกจัดวางบนโต๊ะจนเสร็จต่างคนก็ต่างกินจนมินะอดรู้สึกเซ็งไม่ได้ อย่างน้อยพี่นายอนก็ควรจะป้อนเธอบ้างแล้วแบบก็เช็ดอาหารที่มุมปากให้เหมือนในซีรี่ย์ทั่วๆไปและเหมือนพี่นายอนจะอ่านใจเธอออก

 

“มินะอ้าปากสิ อ้าม!” นายอนยื่นช้อนที่มีอาหารพูนมาเล็กน้อยมาจ่ออยู่ที่ปากของมินะ ด้วยความตกใจและเขินอายทำให้มินะอ้าปากไม่กว้างนักอาหารบางส่วนเลยตกเลอะเทอะไปหมด

 

“ทำไมไม่กินดีๆละคะ ดูสิเลอะหมดเลย ขยับเข้ามาใกล้ๆเดี๋ยวพี่เช็ดให้”นายอนไม่พูดเปล่ายังออกแรงดึงปกเสื้อเล็กน้อยเมื่ออีกคนไม่ยอมขยับเข้ามาตามคำสั่งของเธอ

 

ตึกตักๆ

 

มินะคิดว่าตอนนี้เราคงใกล้กันมากที่สุดตั้งแต่รู้จักกันมา กลิ่นน้ำหอมที่ตอนแรกได้แค่กลิ่นจางๆบัดนี้กลิ่นหอมได้ฟุ้งกระจายไปทั่วยิ่งทำให้หัวใจที่เต้นแรงอยู่แล้วแรงเพิ่มขึ้นอีก ถ้าให้เดาตอนนี้หน้าเธอคงแดงเอามากๆแน่ มินะเริ่มจะทำตัวไม่ถูกเพราะพี่นายอนยังเช็ดอาหารที่เลอะยังไม่เสร็จ สายตาเจ้ากรรมนายเวรก็ดันไปเผลอสบตาคู่สวยนั้น แต่....

 

 

แปลก แปลกอีกแล้ว สายตาพี่นายอนดูไม่เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ถ้าเป็นเมื่อก่อนป่านนี้เธอคงน็อคเอาท์ไปแล้ว สายตาพี่นายอนดูไม่มีแสงระยิบระยับเหมือนทุกที สายตาเหมือนไม่ใช่พี่นายอนคนเดิม สายตาของพี่นายอนตอนนี้ดูแน่นิ่งมากเหมือนโดนสะกดจิตยังไงยังงั้นแหละ

 

 

เดี๋ยวนะ!

 

 

สะกดจิตงั้นหรอ?... บ้าหน่าไม่ใช่หรอก พี่นายอนจะโดนฉันสะกดจิตได้ไง ฉันไม่ใช่พ่อมดแม่มดซะหน่อย

 

ถ้านายอนหันมาสนใจฉันซักนิด พาไปเลี้ยงข้าวงี้ ไปเที่ยวกันสองต่อสองงี้ ฉันยอมเป็นเบ๊ไอ้สองแสบนั้นเดือนเต็มเลยเอ้า!’

 

อย่างน้อยพี่นายอนก็ควรจะป้อนเธอบ้างแล้วแบบก็เช็ดอาหารที่มุมปากให้เหมือนในซีรี่ย์ทั่วๆไป

 

ถ้าจะบอกว่าเหตุการณ์เหล่านั้นที่บังเอิ๊ญ บังเอิญเกิดหลังที่เธอร่ายคาถานั้นพอดีมันก็จะดูมหัศจรรย์เกินไปไหม แต่พอมาคิดๆดูแล้วหลังจากที่เธอร่ายคาถานั้นพี่นายอนก็เข้ามาคุยกับเธอก่อน กลับกันถ้าเป็นเมื่อก่อนคงไม่มีโมเม้นท์แบบนี้เกิดขึ้นแน่ๆ แต่ถึงยังงั้นก็ยังไม่ปักใจเชื่อว่าพี่นายอนโดนสะกดจิต ของแบบนี้มันต้องพิสูจน์แต่เธอจะพิสูจน์ยังไงดีละ?

 

 

ให้พี่นายอนจูบฉัน....งี้หร..

 

 

ยังไม่ทันจะคิดจบใบหน้าที่ตอนแรกอยู่ใกล้กันอยู่แล้วก็ใกล้กันมากขึ้นโดยที่ริมฝีปากทั้งสองสัมผัสลงบนตำแหน่งเดียวกันแต่ทาบลงแค่แปปเดียวเท่านั้นพี่นายอนก็ถอยห่างกลับไปนั่งที่เดิมปล่อยให้เธอนั่งตัวแข็งวิญญาณหลุดลอยออกไปจากตัว

 

ยกมือขึ้นมาแตะปากที่เมื่อกี้พึ่งสัมผัสกับปากของนายอนอย่างไม่เชื่อตัวเอง โอเคตอนนี้เธอฟันธงได้แล้วว่าพี่นายอนโดนเธอสะกดจริงแต่..

 

มินะแกจะกลัวอะไรละในเมื่อแกชอบพี่เขา แกจะสั่งให้พี่เขาทำอะไรก็ทำได้ จะสั่งให้พี่เขารักแกยังทำได้เลย

 

 

ไม่ได้นะมินะ ทำแบบนี้มันไม่ถูกนะ ก็จริงอยู่ที่เธอสามารถสั่งอะไรกับพี่นายอนก็ได้แต่ถึงแม้ว่าเธอจะได้ตัวนายอนมาแต่เธอก็ไม่ได้ใจนายอนมาหรอก สู้ให้พี่เขารักเธอจากหัวใจเขาจริงๆดีกว่าให้เขามารักเธอเพราะเวทมนต์บ้านั้น



 

 

ตอนนี้เหมือนมีมารและเทวดามากระซิบอยู่ตรงที่หูทั้งสองข้างของเธอ ความคิดของเธอตีกันไปหมด เธอจะเลือกอะไรดี? แต่ถ้าเธอไม่สะกดจิตพี่นายอนพี่นายอนอาจจะไม่ได้รักเธอก็ได้ แต่ถ้าเธอสะกดจิตพี่นายอนต่อมันก็ไม่ต่างจากหุ่นเชิดที่มีไว้แค่บังคับให้ทำตามเท่านั้น.....


'แต่ถ้าแกไม่คว้าโอกาสนี้ไว้แกก็ต้องอยู่บนโลกแห่งความเป็นจริงที่ว่าพี่นายอนไม่สนใจแกเลย เป็นหมาหัวเน่าที่แกต้องเป็นฝ่ายเข้าหาทุกครั้ง'


แน่นอนคนเราทุกคนย่อมมีความเห็นแก่ตัว ซึ่งในตอนนี้มินะมีมันมาก ก็จริงที่มินะอยากได้พี่นายอน อยากครอบครองไว้คนเดียวไม่ให้ใครมายุ่ง อยากจะอยู่ในสายตาของพี่นายอนและตอนนี้เธอก็มีโอกาสที่จะทำให้มันเป็นจริง...

 

ไม่รู้ว่าเพราะเธอหน้ามืดตาลายหรือขาดสติทำให้ความเห็นแก่ตัวมันครอบงำจิตใจ


"ฉันขอให้พี่รักฉัน.....จูบฉันสิพี่นายอน"สิ้นเสียงของมินะนายอนก็เดินอ้อมมานั่งบนตักมินะพร้อมวาดแขนไปโอบคอออกแรงดึงเล็กน้อยให้ใบหน้าเราได้ใกล้กันมากขึ้น ริมฝีปากเนียนนุ่มมาบรรจบที่ตำแหน่งเดียวกัน มันไม่ได้อ่อนหวานและอ่อนนุ่มเหมือนครั้งแรกแต่มันร้อนแรงและโหยหา เหมือนตอนนี้มินะไม่มีสติให้ควบคุมตัวเองได้แล้วและทุกๆอย่างกำลังจะถล้ำลึกลงไปเกินกว่าที่จะดึงกลับมา


และเมื่อลมหายใจหมดทั้งสองก็แยกออกจากกันสายตาที่นายอนมองมินะต่างจากตอนแรกอย่างสิ้นเชิง สายตาที่หวานเยิ้มกำลังยั่วเย้าอีกคนได้เป็นอย่างดี มินะยกยิ้มอย่างดีใจก่อนจะกดสันจมูกไล่ไปตามซอกคอและเริ่มกัดจนเกิดเป็นรอยแดง จบพรบไล่ไปทั่วจนขึ้นมาประกบที่ริมฝีปากกันอีกครั้ง มินะยกยิ้มอย่างพอใจก่อนจะถอดจูบและไปจุ๊บตรงหน้าพากนายอนแทน


"รักนะคะ นายอนของฉัน"




 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

- ทอร์ค กะ ไรท์ -


 เริ่มแบบใสใสแต่จบแบบไสยไสยค่ะ คนเราย่อมมีด้านมืดเนาะ ฮ่าๆๆๆๆ 

จบแล้วไปในส่วนของ #MinayeonThai1stFictionProject ยาวมากกก ยาวชนิดที่ว่านี่คือวันช็อตหรอ? ถถถถถ ในเรื่องนี้ไรท์ได้หัวข้อคืออิมเปริโอ คือ คำสาปสะกดใจ เป็นอีกหนึ่งในกลุ่มคำสาปโทษผิดสถานเดียว ใครที่โดนคำสาปนี้ จะถูกสะกดให้ทำตามคำสั่ง 

 

เป็นเรื่องแรกที่ลองแต่งคอมมาดี้ไม่รู้ว่าขำหรือแป้กยังไงนะคะแต่ดูแล้วควรกลับไปแต่งสายดราม่าเหมือนเดิมต่อเหอะ555555

ขึ้นชื่อว่าฟาเจเป็นคนแต่งย่อมจบธรรมดาไม่ได้555555 เห็นคนอื่นเค้าดาร์กก็อยากจะดาร์กบ้างง่ะ

ยังไงก็ช่วยเม้นติหรือชมเพื่อเป็นกำลังใจด้วยนะคะ ยังไม่หมดเพียงแค่นั้น สามารถมาพูดคุยกันได้ในแท็กทวิตเตอร์ #โถ่มินะ ได้เลยนะจ๊ะ มาเถอะค่ะอยากจะรู้จริงๆว่าแต่งเป็นไงบ้าง

 

สุดท้ายนี้ขอบคุณบ้านมินายอนไทยแลนด์นะคะที่จัดกิจกรรมสนุกๆแบบนี้และขอบคุณทุกๆคนที่เข้ามาอ่านหวังว่าฟิคเรื่องนี้จะทำให้คุณมีความสุขได้นะคะ~




ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Fa_J จากทั้งหมด 5 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

2 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:59
    สู้ๆนะคะไรท์ รอติดตามตอนต่อไปค่าาาาาา
    #2
    0
  2. วันที่ 27 มกราคม 2560 / 06:21
    ติดตามนะไรท์ รออ่านๆๆ
    สู้ๆ^^
    #1
    0