คัดลอกลิงก์เเล้ว

[OS]Misana : Raining Day #มิซาในวันที่ฝนตก

โดย Fa_J

ถ้าพูดถึงฝนทุกคนจะคิดถึงแต่ความเหงา ความเศร้าแต่ฉันกลับคิดต่างออกไปเมื่อได้เจอกับเธอ

ยอดวิวรวม

497

ยอดวิวเดือนนี้

2

ยอดวิวรวม


497

ความคิดเห็น


3

คนติดตาม


23
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  26 พ.ค. 60 / 20:32 น.
นิยาย [OS]Misana : Raining Day #ԫѹ轹 [OS]Misana : Raining Day #มิซาในวันที่ฝนตก | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

ฤดูฝนของคุณคืออะไร?


 ฤดูฝนของฉันมันก็เป็นเพียงแค่ฤดูหนึ่งเท่านั้น


ถ้าฝนตกก็จะเย็นสดชื่นแต่ถ้าโชคร้ายหน่อยก็จะเปียกแค่นั้น 


ไม่ได้มีความรู้สึกพิเศษอะไรเหมือนที่คนส่วนใหญ่เป็นกัน


แต่ความคิดของฉันก็ได้เปลี่ยนไปเมื่อฉันได้รู้จักเธอคนนี้




#มิซาในวันที่ฝนตก

เนื้อเรื่อง อัปเดต 26 พ.ค. 60 / 20:32



Everything changed when I met her


   มีหลายคนเคยบอกเอาไว้ว่า ฤดูฝนเป็นฤดูที่ดูอ้างว้าง โดดเดี่ยวและเหงามากที่สุดแต่เมียวอิ มินะผู้นี้ไม่เข้าใจความหมายของประโยคพวกนั้นหรอก ฉันรู้สึกเฉยๆกับหน้าฝนมาก ฉันชอบเวลาที่ฝนตกเพราะมันทำให้ฉันรู้สึกสบาย ชุ่มชื้นแต่ฉันก็ไม่ชอบฝนในบางครั้งเหมือนกัน เพราะมันทำให้ฉันติดแหง็กอยู่ใต้ตึกเรียนเป็นเวลาเกือบครึ่งชั่วโมงเหมือนตอนนี้ไงล่ะ

 

 

ฉันยืนรอให้ฝนซาอยู่ใต้ตึกเรียนมานานมากแล้วแต่ก็ไม่มีวี่แววว่ามันจะหยุดตกตอนไหนมีแต่แรงขึ้นเรื่อยๆ คนที่ไม่มีร่มและต้องเดินไปขึ้นรถเมล์หน้ามหาลัยอย่างฉันก็ไม่มีทางเลือกไหนที่ดีกว่าการยืนรอให้ฝนหยุดตก จะให้ฉันวิ่งฝ่าฝนไปกว่าจะถึงป้ายรถเมล์ถ้าฉันมีแชมพูก็คงสระผมได้เลยแหละแต่ถ้าคุณฝนยังคงกลั่นแกล้งกันแบบนี้อีกชั่วโมงกว่าก็คงต้องทำแบบนั้นจริงๆ..

 

 

“เฮ้อออ!”ฉันถอนหายใจเฮือกใหญ่เมื่อไม่มีท่าทีที่ฝนจะหยุดตกเลย คนรอบๆก็เริ่มทยอยกลับกันจนจะหมดแล้วเหลือแต่อินี่แหละที่ยืนมาเป็นชั่วโมงกว่าจนปวดขาไปหมดแล้วเนี่ย!

 

หรือว่าฉันควรวิ่งไปที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตที่อยู่ใกล้ๆนี่แล้วไปซื้อแชมพูมาจริงๆจะได้ประหยัดค่าน้ำด้วย ถ้าเกิดว่าวันนี้ฝนไม่ยอมหยุดตกฉันก็ต้องนอนใต้ตึกนี้หรอ.. ไม่เอาหรอก! ฉันยอมเป็นปอดบวมตายเพราะกว่าจะนั่งรถเมล์ถึงบ้านก็ไม่ใช่ว่าจะใกล้ๆดีกว่าเป็นโรคไข้เลือดออกตายเพราะยุงใต้ตึกที่เริ่มมีมากขึ้นเรื่อยๆ

 

คิดดูสิถ้าข่าวหน้าหนึ่งมีข่าวการตายของฉันขึ้นมาจะทำไง ดับอนาถ! นักศึกษาหญิงมอดัง ตายเพราะโรคไข้เลือดออก เหตุฝนตกหนักกลับบ้านไม่ได้จึงนอนใต้ตึกคณะเรียนโดนยุงจำนวนมากรุมสูบเลือด แค่คิดก็อนาถแล้ว เอาวะ! เป็นปอดบวมตายดีกว่า! แต่ยังไม่ได้ได้ก้าวขาวิ่งก็มีคนเรียกและดึงชายเสื้อไว้

 

“เอ่อ..เธอ” ฉันหันหลังไปแล้วเลิกคิ้วสูงเชิงถามว่ามีไร? นี่กำลังจะเปลี่ยนเป็นเกียร์หมาวิ่งฝ่าฝนไปเนี่ย

 

“ฉันเห็นเธอยืนอยู่หน้าตึกตั้งแต่ฉันเริ่มทำงานกับเพื่อนจนตอนนี้ฉันทำงานเสร็จแล้วแต่ก็ยังไม่ไปไหนสักที..ไม่มีร่มหรอ?”

 

“อืม ใช่นี่รอมาชั่วโมงกว่าแล้วเนี่ยแต่ยังตกหนักเหมือนเดิม” ถ้าไม่ติดว่าหน้าสวยอย่างกับนางฟ้าคงตอบไปว่าถ้ามีร่มฉันคงไม่ยืนมาเป็นอาหารของยุงหรอก

 

“เอ่อ... ฉันกำลังจะไปป้ายรถเมล์หน้ามออ่ะ...จะไปด้วยกันไหมฉันมีร่ม”เธอพูดพร้อมชูร่มคันเล็กของเธอให้เห็นว่าเธอมีมันจริงๆพร้อมกับรอยยิ้มที่สะกดฉันได้ตั้งแต่แรกเห็น

 

คนอะไรหน้าก็สวยยิ่งยิ้มยิ่งสวย มันน่ามองจนฉันไม่สามรถละสายตาไปได้เลยจนเธอต้องโบกมือผ่านหน้าฉันที่เอาแต่จ้องหน้าเธอ

 

“เอ่อ..โทษที ไปสิฉันก็จะไปที่นั้นเหมือนกัน” เธอคนนั้นยิ้มขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับกางร่มในมือแต่ร่มที่เธอมีนั้นมันเล็กเกินไปที่คนสองคนจะอยู่ภายใต้ร่มคันเดียวได้ทำให้ยังโดนสายฝนสาดเข้ามาได้อยู่ดี

 

“โทษนะ”ฉันพูดก่อนจะเป็นฝ่ายแย่งร่มมาถือเองและให้เธอคนนั้นยืนเยื้องเฉียงไปด้านหน้าเล็กน้อยแล้วเดินซ้อนท้ายเธอเพื่อทำให้กินพื้นที่ให้น้อยที่สุด

 

“เอ่อ เธอชื่ออะไรหรอ”มินะพยายามจะไม่ทำให้บรรยากาศมันดูน่าอึดอัดในการเจอกันครั้งแรกแล้วต้องมาอยู่ในระยะประชิดแบบนี้

 

“ซานะ มินาโตะซากิ ซานะ แล้วเธอล่ะ?”น้ำเสียงหวานๆนั้นก็เป็นสิ่งที่สะกดจิตได้เป็นอย่างดีเหมือนกัน

 

“ม..มินะ เมียวอิ มินะ”ตอบด้วยน้ำเสียงเขินๆใครไม่เขินฉันเขินอ่ะ อยู่ๆได้มาอยู่ใกล้กันจนแทบจะสิงกับคนที่พึ่งเจอกันครั้งแรกและหน้าตาก็สวยงามหยังกะนางฟ้า

 

“ไม่ใช่ชื่อคนเกาหลีหนิ เธอก็เป็นคนญี่ปุ่นเหมือนฉันหรอ!”คนตรงหน้าหันมาทำตาโตด้วยอาการตกใจปนดีใจไปพร้อมๆกันฉันก็พยักหัวรับ เมื่อกี้ก็มัวแต่เขินอยู่ลืมคิดเรื่องนี้ไปเลยแหหะ

 

“ว้าว! ดีใจจัง! นานๆทีจะได้เจอเพื่อนบ้านเกิดเดียวกัน ต่อไปนี้ฉันก็ไม่ต้องเหงาแล้วน่ะสิ มีเพื่อนอย่างมินะจังแล้ว เอ๊ะ!หรือมีพี่หรือน้องสาว มินะจังเรียนอยู่ปีไรหรอ เรานิเทศปี4”ซานะแนะนำตัวอย่างร่าเริงช่างเป็นสเน่ห์อย่างหนึ่งของซานะที่มินะชอบเลยก็ว่าได้

 

“เราแพทย์ปี3 งั้นต้องเรียกว่าพี่ซานะใช่ไหมคะ?”มินะยิ้มกว้างเมื่อคิดว่าเธอน่าจะเข้ากับคนตรงหน้าได้ดี

 

รอยยิ้มที่มินะส่งให้ซานะไม่ใช่ว่าใครจะเห็นได้ง่ายๆในเมื่อปกติแล้วกับคนที่พึ่งรู้จักหรือไม่สนิทมินะจะเป็นคนที่ดูนิ่งๆเงียบๆเท่านั้นแต่ไม่รู้ทำไมพอเป็นซานะกลับเป็นข้อยกเว้นไปได้

 

“งั้นพี่เรียกมินะว่ามินะจังนะ ยิ้มของมินะจังน่ารักมากๆเลยยิ้มให้พี่ดูบ่อยๆนะคะ”เป็นมินะเองที่ก้มหน้าเขินเดินต่อไปเงียบๆหลังจบประโยคสุดแสนจะเคลือบไปด้วยน้ำผึ้ง

 

        ในหัวมีแต่คำว่าพี่ซานะก็น่ารักเหมือนกันค่ะ พี่ซานะก็น่ารักเหมือนกันค่ะ พี่ซานะก็น่ารักเหมือนกันค่ะ พี่ซานะก็น่ารักเหมือนกันค่ะ....

 

เสียงของฝนตกยังดังพอที่จะกลบเสียงใจเต้นแรงที่จะทะลุออกมาจากอกมินะ ฉันไม่เคยมีอาการแบบนี้ เป็นเพราะอะไรกัน?! ขนาดตอนเด็กๆที่ลองขึ้นรถไฟเหาะครั้งแรกยังไม่ใจเต้นเท่านี้เลย หรือเพราะไม่เคยมีคนมาพูดอะไรแบบนี้กับเธอเลยเขินเป็นธรรมดา?

 

 

พวกเราเดินจากใต้ตึกมาถึงป้ายรถเมล์ที่รถเมล์กำลังจะจอดรับคนพอดี ถือว่าเป็นโชคดีเพราะถ้ามาช้าอีกนิดเดียวคงต้องรออีกนานแน่ๆมีหวังไข้หวัดถามหาแน่ๆแค่ตอนนี้ยังรู้สึก...

 

“ฮัดชิ้ว!” เอ่อ..นั่นไม่ใช่เสียงฉันนะ

 

มินะหันไปตามเสียงจาม เสียงจามเล็กๆเหมือนหมาน้อยนั้นเป็นของพี่ซานะเอง

 

“เป็นหวัดหรอคะ”ถามออกไปด้วยความเป็นห่วงเพราะเสื้อของพี่ซานะก็มีส่วนที่เปียกเหมือนกันสาเหตุจากร่มคันเล็กไปที่จะอยู่ด้วยกันสองคน

 

“ขอโทษจริงๆนะคะ เป็นเพราะฉันพี่เลยต้องมาเปียกฝนแล้วไม่สบายแบบนี้”ฉันพูดออกไปด้วยความรู้สึกผิดจริงๆ ฉันน่าจะยอมตกเป็นเหยื่อของยุงดีกว่าถ้ามารู้ว่าทำพี่เขาเป็นหวัดเพราะเรา

 

“ไม่เป็นไรหรอกพี่ไม่ได้เป็น..ฮัดชิ้ว!” ยังไม่ทันพูดจบประโยคพี่ซานะก็จามมาอีกรอบแล้ว

 

“นั้นไง ไม่เป็นไรได้ไงฉันว่าพี่เริ่มเป็นหวัดแล้วแหละ หนาวไหม?”จากลมที่พัดเข้ามาขณะที่รถกำลังแล่นนั้นมันทำให้ร่างกายที่พึ่งโดนฝนสาดมานั้นหนาวจนตัวสั่นได้ไม่ยาก

 

ฉันพยายามหาอะไรก็ได้ที่พอจะสร้างความอบอุ่นให้พี่ซานะได้บ้าง ฉันจำได้ว่าวันนี้ฉันพกเสื้อกาวน์มาหนิ แต่ทำไมในกระเป๋านี้ไม่มีล่ะ อยู่ไหนวะ

 

“หาไรอยู่หรอมินะจัง” ซานะเอ่ยถามเมื่อไม่เห็นมินะจะเจอของที่หาอยู่สักที

 

“ก็หาเสื้อกาวน์มาให้พี่ใส่นั้นแหละ อากาศมันเริ่มเย็นแล้ว ถ้าพรุ่งนี้พี่เป็นหวัดฉันต้องรู้สึกผิดมากแน่ๆเลย หายไปไหนวะตอนกลางวันยังใส่อยู่เลยหรือว่าลืมไว้ในห้องวะ” ประโยคหลังๆเหมือนบ่นพึมพัมกับตัวเองมากกว่า

 

มินะมัวแต่ก้มค้นหาเสื้อกาวน์ตัวนั้น กลัวพี่ซานะหนาวเป็นสาเหตุหนึ่งอย่างที่มินะพยายามหาเสื้อกาวน์หรืออะไรก็ได้มาคลุมร่างกายของพี่ซานะให้อุ่นขึ้นแต่ก็มีอีกสาเหตุหนึ่งเหมือนกันที่ทำให้มินะเอาแต่ก้มหน้าหาเสื้อในกระเป๋า

 

เสื้อนักศึกษาในส่วนที่เปียกนั้นมันแนบชิดติดกับผิวหนังของพี่ซานะทำให้เห็นอะไรต่อมิอะไร ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้เปียกมากจนทำให้เห็นชัดแต่มันก็....

 

  บาป

 

ตอนนี้ในหัวมีแต่เรื่องบาปๆเต็มไปหมด ไม่ได้นะมินะแกจะเป็นคนบาปแบบนี้ไม่ได้ ถึงในหัวจะคิดแบบนั้นแต่หางตาก็ยังจะแลไปดูคนข้างๆอยู่ดี เสื้อที่ว่าบางอยู่แล้วพอมาเจอกับฝนมันยิ่งไหนจะผมที่เปียกนิดๆนั้นอีก... ฮอล แม่จ๋าช่วยมินะด้วยมินะกำลังจะเป็นคนบาปค่ะแม่

 

โชคดีที่เสียงของซานะเอ่ยออกมาก่อนจึงทำให้มินะหยุดคิดเรื่องนั้นไปได้แต่พอจบประโยค มินะยิ่งใจเต้นแรงบวกกับอาการเขินอายจนไม่กล้ามองหน้าอีกฝ่าย

 

“มินะจังไม่ต้องหาแล้ว พี่ไม่เป็นอะไรหรอกหน่า แต่ถ้าพี่เป็นอะไรขึ้นมาคุณหมอมินะช่วยรักษาให้พี่ซานะหน่อยได้ไหมคะ?

 

 

ฉันเริ่มชอบฝนเพราะมันทำให้เราได้เจอกัน

 

 

 

 

SANA Part    

 

   ซ่าๆ ครืนน

 

เป็นธรรมดาของหน้าฝนที่ฝนจะตกบ่อยครั้งแต่ใน365วันมันไม่ควรมาตกวันนี้ เดทวันนี้ล่มไม่เป็นท่าเพราะอิฝนบ้านี่ทำให้แผนการไปเที่ยวสวนดอกไม้นั้นล่มแล้วเปลี่ยนมาหาเครื่องดื่มอุ่นๆดื่มในคาเฟ่แทน ฉันละไม่ชอบจริงๆเวลาที่ฝนตกแบบนี้

 

“ทำไมฝนต้องมาตกวันนี้ด้วยอ่ะ”ฉันเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงที่เหมือนเด็กงอแงอยากได้ของเล่นจากผู้เป็นแม่

 

“ไม่เป็นไรหรอกพี่ วันอื่นค่อยไปก็ได้เปลี่ยนมานั่งคาเฟ่แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน”มินะเอ่ยปลอบคนที่เลยวัยเด็กมานานแต่ยังทำนิสัยเหมือนเด็ก

 

“ก็มินะจังบ่นว่าอยากไปสวนดอกไม้หนิ..”ฉันยู่ปากนิดๆ

 

ที่ฉันทำตัวเด็กแบบนี้ใส่มินะก็เพราะฉันต้องการอ้อนมินะไงล่ะ ขนาดเด็กยังงอแงอ้อนขอของเล่นใหม่จากแม่ได้เลยทำไมฉันจะงอแงอ้อนมินะเพื่อขออะไรบางอย่างบ้างไม่ได้ล่ะ

 

“นี่พี่อยู่ปี4จริงๆใช่ไหมเนี้ย ไม่บอกนึกว่าอยู่ป.4” มินะพูดพลางเอื้อมมือไปบีบแก้มอันนุ่มนิ่มเหมือนมาร์ชเมลโล่ของฉันแล้วก็ยีผมของฉันอย่างหมั่นไส้จนผมยุ่ง

 

แต่ฉันกลับฉันยิ้มกว้างเมื่อได้สิ่งที่ฉันต้องการและยื่นหน้าไปให้มินะยีผมได้สะดวกขึ้น ฉันชอบเวลามินะทำแบบนี้และมินะก็จะทำแบบนี้ทุกครั้งเมื่อฉันอ้อนหรืองอแง

 

“ก็ได้ คราวหลังค่อยไปก็ได้..ตอนนนี้มาสั่งไอติมกันเถอะ”ฉันอารมณ์ดีขึ้นมาทันทีเมื่อพูดถึงไอศกรีมของโปรดของฉันไม่ว่าจะฤดูไหนก็กินได้ไม่มีเบื่อ

 

มินะยิ้มและส่ายหัวกับความเป็นเด็กน้อยของฉันและสั่งไอศกรีมรสโปรดของเราเสร็จสรรพ

 

ตั้งแต่วันที่เราเจอกันครั้งแรกในตอนนั้นเราก็คุยกันมาเรื่อยๆจนตกลงคบเป็นแฟนกัน มินะเป็นคนที่อบอุ่นมากอยู่ด้วยแล้วจะสบายใจตลอด มินะดูแลฉันเป็นอย่างดีถึงแม้ฉันจะเป็นพี่ ฉันอ้อนมินะบ่อยและเยอะมากถึงแม้บางทีเธอจะบอกซานะออนนี่น่ามคานในบางครั้งแต่ฉันก็รู้ว่าลึกๆมินะเองก็ชอบให้ฉันอ้อนแบบนี้แหละ ดูอย่างเมื่อกี้สิทั้งบีบแก้มทั้งยีผม นี่ขนาดบอกว่าน่ามคานนะ ฮ่าๆ

 

ไอศกรีมถูกเสิร์ฟพร้อมกับฝนที่เริ่มจะซาลง

 

“รีบกินเร็ว ก่อนที่ฝนมันจะตกหนักอีกรอบ” มินะเอ่ยเชิงสั่งเล็กน้อยแต่มีหรอเด็กดื้ออย่างซานะจะเชื่อฟัง

 

“ไอติมที่ไหนเขารีบกินกันบ้าง มันต้องกินช้าๆเพื่อลิ้มรสชาติหอมหวานของมันสิ” ฉันตักไอศกรีมเข้าปากอย่างช้าๆและทำหน้าทำตาประหนึ่งไม่เคยได้กินไอศกรีมมาก่อนอย่างสโลว์โมชั่นกวนประสาทมินะเล่น

 

มินะทำหน้าน่าหมั่นไส้เล็กน้อยก่อนจะโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้กันจนริมฝีปากทั้งสองประจบกันในที่สุด มินะพยายามตักตวงความหวานจากไอศกรีมที่พึ่งเข้าไปในปากของซานะเมื่อสักครู่ด้วยลิ้นของเธอเองจนไอศกรีมในปากซานะไม่เหลือแม้แต่น้อยแต่มินะก็ยังคงจูบต่อไปอย่างเนิบนาบจนซานะต้องทุบไหล่มินะเพราะอากาศเริ่มหมด

 

“ย๊า! มินะ ทำอะไรน่ะคนอื่นมองหมดแล้วเนี่ยเห็นไหม” ฉันพูดอย่างอายๆเมื่อคนรอบๆร้านเริ่มให้ความสนใจพวกเธอ

 

“ก็พี่ซานะบอกเองหนิว่าไอติมต้องกินอย่างช้าๆฉันก็เลยลองดูบ้าง....หวานดีเหมือนกันนะคะ”ประโยคสุดท้ายมินะเลื่อนใบหน้าไปกระซิบตรงข้างหูซานะเบาๆ

 

“ย..ย๊า อ..ไอ้เด็กนี่! ทะลึ่ง!

 

“ฉันหมายถึงไอติมรสนี้ไง หวานดีเหมือนกันเนาะ พี่คิดไรอ่ะ”เล่นเอาฉันไปไม่เป็นเลย ปกติเคยอ้อยใส่แต่คนอื่นพอมาโดนอ้อยใส่กลับถึงกับพูดไม่ออก ไอ้เด็กนี่มัน...

 

มินะหัวเราะชอบใจที่เล่นเอาฉันไม่กล้าสบตาก้มหน้ากินไอศรีมเงียบพร้อมกับใบหน้าที่แสนจะแดงอย่างเห็นได้ชัด

 

 

 

  ซ่าๆๆ เปรี้ยง!

 

ออกมาจากร้านคาเฟ่ได้ไม่นานฝนก็ตกหนักอีกครั้งจนได้

 

“เห็นไหมพี่ซานะฉันบอกให้พี่รีบๆกิน เป็นไงล่ะฝนตกหนักอีกแล้วเนี้ย” มินะบ่นเบาๆเมื่อฝนที่ตกหนักขึ้นเรื่อยๆจนยากที่จะมองทาง

 

“ยังไม่รู้ตัวอีกช้าเพราะใคร”ซานะยู่ปากเล็กน้อบ

 

“ฉันทำไร ถ้าพี่ไม่กินช้าแล้วจะได้ออกมาช้าแบบนี้ไหม”

 

“ก็ถ้าเธอไม่จู-....ฮึ่ย!”เมื่อพูดถึงเรื่องนั้นก็ทำให้ซานะเขินขึ้นมาอีกจนได้ ไอ้เด็กบ้าเอ้ย!

 

มินะยังคงยิ้มกว้างเมื่อแกล้งซานะได้โดยไม่รู้ว่าที่ซานะนั่งเงียบตลอดทางนั้นได้คิดแผนการเอาคืนไว้เรียบร้อยแล้ว

 

เมื่อถึงคอนโดซานะ ซานะก็ชวนให้มินะขึ้นไปบนห้องเธอก่อนเพราะฝนยังตกหนักอยู่ขืนถ้ามินะขับรถกลับบ้านอาจจะเกิดอุบัติเหตุได้ ซึ่งมินะก็เชื่อฟังทำตามคำสั่งของซานะอย่างดี

 

มินะนั่งนอนเล่นในห้องซานะมาหลายชั่วโมงแล้วแต่ฝนก็ยังคงตกอยู่เหมือนเดิมนี่ก็เริ่มดึกแล้วด้วย ซานะเลยชวนให้มินะค้างที่นี่ซะเลย มินะก็เคยมานอนที่นี่อยู่หลายครั้งทำให้มีข้าวของเครื่องใช้ของมินะอยู่บ้าง

 

“เอ่อ..คือ..”มินะอ้ำอึ้งเล็กน้อยในการตอบตกลง

 

“ไม่อยากค้างก็กลับไปเลย คนอุส่าห์เป็นห่วง ไม่อยากนอนด้วยกันก็เชิญกลับไปเลย”ซานะเอ่ยเสียงงอนๆ

 

“โอ๋ๆ มินะนอนด้วยก็ได้ค่ะ พี่ซานะไม่งอนนะคะ”มินะง้ออีกคนที่เริ่มจะงอน ที่จริงฉันก็รู้สาเหตุที่มินะไม่ค่อยอยากจะค้างกับฉันหรอก ทำไมนะหรอ? เพราะทุกครั้งที่มินะมานอนค้างคืนกับฉันเล่นเอาหัวใจมินะเกือบวายแหนะ ฮ่าๆ

 

“ดีมาก งั้นมินะจังไปอาบน้ำก่อนเลยจะได้นอนกัน พรุ่งนี้พี่มีเรียนเช้า”

 

พอมินะอาบน้ำเสร็จฉันก็เข้าไปอาบต่อพร้อมกับเริ่มแผนการเอาคืนไอ้เด็กแสบ

 

 

ผ่านไปหลายนาทีฉันก็อาบน้ำเสร็จแล้วก็ยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมาก่อนจะตะโกนเรียกมินะ

 

“มินะ..อยู่แถวนี้ไหม”

 

“ว่าไงคะ?”มินะตะโกนกลับมา

 

“พี่ลืมหยิบชุดนอนมาอ่ะ พี่เตรียมไว้บนลิ้นชักแถวๆตู้เสื้อผ้าอ่ะ เห็นไหม?”

 

“ค..ค่ะ เห็นแล้วเดี๋ยวเอาไปให้” ซานะยิ้มสะใจเมื่อได้ยินเสียงที่เริ่มสั่นของมินะ

 

  ซานะเปิดประตูห้องน้ำเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตู ย้ำว่าเปิดไม่ใช่แง้มประตู

 

“อ..อ่ะ น..นี่ค่ะ” มินะยื่นชุดนอนให้ซานะแล้วรีบหันหลังกลับไปทันที

 

ซานะพยายามกลั้นขำไม่ให้มินะได้ยิน แค่นุ้งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวเสียงยังสั่นขนาดนี้ หึยังอ่อนหัดนะจ๊ะเด็กน้อย

 

“มินะจัง~ ง่วงรึยัง”เมื่อแต่งตัวเสร็จก็เดินไปที่เตียงที่มินะกำลังนอนเล่นมือถืออยู่

 

“ร..เริ่มง่วงแล้ว เรามานอนกันเถอะ พี่นอนเลยเดี๋ยวฉันไปปิดไฟให้” มินะหันมาเจอชุดนอนอันแสนวาบหวิวของฉัน ที่จริงมันก็ไม่ได้วาบหวิวอะไรมากนะก็แค่ชุดนอนกระโปรงยาวเหนือเข่านิดหนึ่งสีน้ำเงินเข้มตัดกับสีผิวที่ขาวเนียนดั่งน้ำนม แหวกหน้านิดๆหน่อยๆไม่บางมากแค่นั้นเอง

 

“เดี๋ยวสิ แต่พี่ยังไม่ง่วงเลยอ่ะ เรามาหาไรทำกันเถอะ”ฉันมั่นใจว่าน้ำเสียงที่ฉันเปล่งออกไปออกจะยั่วเบาๆ

 

“ล..ละ แล้วพี่จะทำอะไรล่ะ?”ตอนนี้ไม่ใช่แค่เสียงของมินะที่สั่นแต่หน้าก็เริ่มขึ้นสีแล้วเหมือนกัน

 

“ทำไรดีน้า?~” มินะกลืนน้ำลายเฮือกใหญ่เมื่อฉันคลานเข้าไปใกล้มินะเรื่อยๆ

 

“....”

 

“อากาศหนาวๆแบบนี้ก็ต้องหาไรที่มันอบอุ่นทำหน่อยสิเนาะ”ตอนนี้ใบหน้าของเราเริ่มใกล้กัน

 

“ทะ..ทำอะไรหรอคะ”มินะยังไม่หายเสียงสั่นใจเริ่มเต้นแรงและหน้าแดงจนเห็นได้ชัด

 

“ก็ทำแบบนี้ไงคะ”ซานะเคลื่อนตัวมาใกล้มินะพร้อมกับมือที่เริ่มลูบไล้จากต้นขาของมินะขึ้นไป

 

มินะหลับตาแน่นเมื่อซานะยังคงจะใกล้เข้ามาแล้วมือที่ตอนนี้ถึงเอวบางของมินะแล้ว มินะรับรู้ถึงลมร้อนที่ต้นคอนั่นยิ่งทำมินะนั่งตัวเกร็ง

 

“ไอ้เด็กทะลึ่ง”ซานะกระซิบที่ข้างหูมินะเหมือนตอนที่มินะทำกับเธอในคาเฟ่

 

ซานะหัวเราะชอบใจเมื่อมินะหน้าเหวอไปเลย

 

“คิดอะไรอยู่ห้ะ ไอ้เด็กทะลึ่ง”ซานะว่าพลางบีบจมูกมินะเบาๆ

 

“ก..ก็..พี่..”ซานะหัวเราะออกมาเมื่อเห็นอาการที่อึ้งไม่หายของมินะ

 

“นี่คือการแก้แค้นที่มินะจังทำกับพี่เขินต่อคนมากมาย”ซานะกล่าวอย่างอารมณ์ดีที่เธอแก้แค้นสำเร็จ

 

“ย๊า! นี่พี่แกล้งฉันหรอ”มินะเริ่มโวยวาย

 

“ไม่ต้องโวยวายแล้วนอนได้แล้วพรุ่งนี้พี่มีเรียนเช้านะ”ซานะบอกเชิงสั่งและลุกไปปิดไฟเตรียมนอนเรียบร้อย

 

“ไม่ได้นะ นี่พี่กำลังทำฉันอารมณ์ค้า-..”มินะยกมือปิดปากแทบไม่ทันเมื่อเธอพูดตามสิ่งที่เธอคิด

 

“เมื่อกี้มินะจังว่าไงนะ ฮอล ทำไมเป็นเด็กทะลึ่งแบบนี้นะ”ซานะบีบจมูกมินะอีกรอบ ไม่คิดจริงๆว่าเด็กน้อยที่หน้าตาไร้เดียงสาในวันนั้นจะกลายมาเป็นเด็กแสบที่แสนจะทะลึ่งในวันนี้

 

“โอ้ยๆ ก็พี่นั้นแหละ พี่ต้องชดใช้โดยการเป็นหมอนข้างให้เค้าทั้งคืน”ไม่พูดเปล่ามินะเขยิบตัวเข้ามากอดซานะพร้อมเอากางเกยไหล่สูดดมกลิ่นหอมของสบู่จากไหล่เนียนของซานะ

 

“ตัวพี่หอมจัง”

 

“ม..มินะ เธอนี่มัน..”ซานะหันหลังไปซบอกมินะหาความอบอุ่น

 

“ที่จริงพี่ก็ไม่ได้พูดมั่วนะ นี่ไงที่พี่บอกว่าหาไรทำที่มันอุ่นๆ นอดกอดกันตอนฝนตกนี่แหละ อุ่นจะตาย”มินะพูดอย่างเจ้าเล่ห์ก่อนจะก้มหน้าลงมาจุมพิตที่หน้าผากของซานะ

 

“ฝันดีนะคะ”

 

“ฝันดีเหมือนกัน”

 

ก่อนทั้งห้องจะเงียบลงมีแต่เสียงฝนที่ยังคงตกอยู่ภายนอกถ้าเป็นเมื่อก่อนคืนนี้เธอต้องนอนห่มผ้าห่มหลายชั้นเพราะความหนาวเหน็บแน่ๆแต่คืนนี้ผ้าห่มผืนเดียวก็อุ่นสุดๆตราบใดที่ยังมีความอบอุ่นจากคนในอ้อมกอด

 

 

ฉันเริ่มชอบฝนเพราะมันทำให้เราได้ใช้เวลาร่วมกันมากขึ้น

 

 


ฉันไม่รู้ว่าใครเป็นคนนิยามไว้ว่าถ้าเป็นหน้าฝนต้องรู้สึกหดหู่ เหงาหงอย ต้องนึกถึงเพลงเศร้า ต้องนึกถึงคนอกหัก แรกๆฉันก็เชื่อแบบนั้นจริงๆนั้นแหละ จนมาถึงวันที่ฉันได้เจอกับคนๆหนึ่งความเชื่อนั้นหายไปไหนพริบตา ฉันชอบหน้าฝน ฉันชอบวันที่เราได้เจอกันวันแรกในวันที่ฝนตก ฉันชอบวันที่เราได้กอดแบ่งปันความอบอุ่นให้กันในวันที่ฝนตกและฉันชอบเวลาอยู่กับเธอทุกเวลาไม่ว่าจะฝนตกหรือแดดออก

 

 

END -

 

 

 

 

 

                   - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

 

สวัสดีทุกๆคนนะคะ

เป็นเรื่องแรกที่ลองแต่งมิซา ตอนของยัยแต่งยากมาก ต้องแต่งยังไงให้ดูอ้อยอ่ะ55555 ตอนของยัยถ้าติดขัดไปบ้างต้องขออภัยนะคะ55555

ตอนที่เห็นว่าบ้านมิซานะมีโปรเจคนี้ขึ้นมาคืออยากแต่งเลยอ่ะ ชอบ

ปกติจะแต่งแนวดราม่านะแต่อันนี้แต่งจนเขินเองเลยอ่ะ ใครไม่เขินไรท์เขิน5555

 

หวังว่าทุกๆคนจะชอบเรื่องนี้กันนะคะ

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Fa_J จากทั้งหมด 5 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

3 ความคิดเห็น

  1. #3 feelingsswan
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2560 / 21:50
    อย่าว่าแต่มินะค้างเลยค่ะ เราก็ค้างฮรืออออออออออออTT แต่น่ารักมากเลยค่ะ ขอบคุณที่แต่งฟิคดีๆให้อ่านนะคะ
    #3
    0
  2. #2 Vann91 (@Vann91) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2560 / 16:07
    มาทำให้น้องมันค้างแล้วก็จากไป 555555 ซานะออนนี่ใจร้ายยย
    #2
    0
  3. วันที่ 27 พฤษภาคม 2560 / 01:20
    ใครไม่เขินเราเขินค่ะเขินปนขำ  มันตลกมากตอนพาร์คมินะ ชอบตรงบาปนี่แหลาะค่ะหัวเราะหนักมากส่วนพิซานก็อ้อยน้องจริงแน่จริงก็ต่อเล--/อุ๊บ เอาเป็นว่าชอบค่ะคอเมดี้ดีคืะชอบตอนซานะโวยวายมากๆ5555555555ขอบคุณนะคะ💗💗💗
    #1
    0