[GOT7] เรียกผมว่าขุนแผน (BMARK BNIOR BSON) 4P

ตอนที่ 57 : Special 2 : Fairy tale (Bmark)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 635
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    19 ต.ค. 61

พนาวา = มาร์ค

องค์ชายปฐพี = แจบอม




ลึกเข้าไปในหุบเขาศักดิ์สิทธ์ทางเหนือของ พสุนทรนคร ดินแดนแห่งขุนเขาฝั่งตะวันออก หนึ่งในสามอาณาจักรที่เจริญรุ่งเรืองที่สุด

มีชนเผ่าโบราณ ที่ว่ากันว่าสืบเชื้อสายมาจากเทพในตำนานอย่าง เผ่าปักษิณทร อาศัยอยู่ เชื้อสายของเทพที่ไหลเวียนอยู่ในสายเลือด สร้างสิ่งมหัศจรรย์ให้แก่สายเลือดแห่งปักษิณทรอย่างที่ไม่มีเผ่าไหนสามารถทำได้

พลังในการครอบครองสัตว์วิเศษ ถือเป็นหนึ่งในนั้น

ด้วยเหตุนี้ เผ่าปักษิณทรจึงได้รับหน้าที่ในการปกปักรักษาผลึกมรกตแห่งความอุดมสมบูรณ์ อันเป็นของวิเศษคู่บ้านคู่เมืองของพสุนทรนคร 

 





ข้าไม่แต่งนะเสด็จพ่อ

ไม่แต่งไม่ได้หรอกนะปฐพี มันเป็นธรรมเนียมมาตั้งแต่ก่อนเจ้าเกิดตั้งกี่ปีกษัตริย์นฤเบศกล่าวอย่างใจเย็น เมื่อองค์รัชทายาทยื่นยันเสียงแข็งยังไงก็จะไม่ยอมอภิเษกสมรส

แต่เสด็จพ่อพะยะค่ะ ข้าไม่ได้ไปตกลงเองเสียหน่อย ใครตกลงก็ให้คนนั้นแต่งเองสิร่างสูงลุกขึ้นจากเก้าอี้นวมตัวใหญ่ ก่อนจะเดินไปยืนหน้าบานหน้าต่างกระจกสี

แต่เจ้าคือรุ่นที่ 57 แถมเป็นลูกคนเดียวหากเจ้าไม่แต่งแล้วความสัมพันธ์ระหว่างเรากับเผ่าปักษิณทรเล่า จะให้มันสูญสิ้นที่รุ่นเจ้าเหรอ” 

ถึงเวลาที่พสุนทรนครจะเปลี่ยนไอ้ประเพณีงมงายนี่สักทีพะย่ะค่ะเสด็จพ่อ

ปฐพี พูดแรงเกินไป

ขอประทานอภัยพะยะค่ะเมื่อโดนปรามจากผู้เป็นบิดา รัชทายาทรูปงามจึงกลับมานั่งสงบเสงี่ยมเหมือนเดิม

พ่อเข้าใจที่เจ้าจะไม่อยากแต่ง แต่เจ้าเป็นรัชทายาทเป็นเชื้อสายกษัตริย์ สิ่งที่เจ้าต้องนึกถึงเป็นอย่างแรกไม่ใช่ความพอใจของตัวเอง แต่เป็นราษฎร

ข้าพูดจริง ๆ นะเสด็จพ่อ เราไม่เคยเห็นผลึกที่ว่านั่นเลยด้วยซ้ำ แล้วเชื่อได้ยังไงว่ามันมีจริง อาจจะเป็นแค่ตำนานก็ได้

หากเป็นแค่ตำนาน คงไม่มีการเลือกทายาทรุ่นเจ็ดทุกรุ่นแบบนี้หรอกลูก ยอมรับเสียเถอะ อย่างไรเสียเจ้าก็ต้องแต่งลมหายใจถูกพ่นออกมาอย่างรุนแรงเมื่อฟังจบประโยค

ข้าอยากเป็นคนธรรมดาเหลือเกินท่านพ่อ ข้าเกลียดประเพณีไร้สาระนี่

พ่อเข้าใจ ถ้าอย่างนั้นลองคิดอีกแง่เป็นอย่างไร

อีกแง่?”

ตอนนี้เผ่าปักษิณทรกำลังผลัดเปลี่ยนผู้นำ ทายาทอันดับหนึ่งจะขึ้นดำรงตำแหน่งแทน

ข้าไม่เข้าใจว่ามันเกี่ยวกับเรายังไง

หัวหน้าเผ่าคนใหม่อายุยังน้อย มีโอกาสสูงมากที่จะโดนโค่นล้มโดยผู้ไม่หวังดี พวกกบฏอาจจะใช้ช่องว่างเรื่องความเหมาะสมในการปลุกปั่นคนในเผ่าให้ลุกขึ้นต่อต้าน แต่หากทางนั้นเป็นพันธมิตรกับเราก็จะจัดการปัญหาเหล่านี้ได้ไม่ยาก

ท่านพ่อหมายความว่าจะให้ข้าไปแต่งงานกับคนเผ่านั้นเพื่อถ่วงดุลอำนาจเหรอ”  

ใช่ เพราะผู้ที่จะเป็นหัวหน้าเผ่าและรับช่วงดูแลผลึกมรกตได้จะต้องเป็นสายเลือดที่สืบทอดมาจากผู้ถูกเลือกเท่านั้น หากเป็นผู้อื่นอาจจะเอาอำนาจของผลึกไปใช้ในทางที่ผิด เมื่อถึงเวลานั้นไม่เพียงแต่เผ่าปักษิณทรจะสูญสิ้น แต่ทั้งพสุนทรนครก็จะสูญสิ้นไปด้วย

หมายความว่ายังไงข้าก็ต้องแต่งหรือท่านพ่อ

ความสัมพันธ์อันดีของเรากับเผ่าปักษิณทรอย่างไรเสียเราก็ไม่สามารถเมินเฉยได้นะลูก”

ข้าเคยเห็นเด็กคนนั้นเมื่อนานมากแล้วจะแต่งงานกันได้ยังไง” รัชทายาทกล่าวอย่างอ่อนใจ หากแต่ตอนนี้เขาก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไรแล้ว อย่างไรเสียเขาก็ต้องแต่งกับอีกฝ่ายอยู่ดี ไม่ว่าจะเคยเห็นหน้าหรือไม่ก็ตาม

นี่แหละความเป็นราชนิกูลที่เราต้องแลก ไม่มีใครรู้หรอกว่าเป็นองหญิงองค์ชายจะต้องเจอกับอะไรบ้าง

ต้องเจอการบังคับคลุมถุงชนบ้าบอนี่น่ะสิ

ทางเผ่าปักษิณทรส่งสาส์นตอบกลับมาแล้วว่ายอมรับเงื่อนไขการแต่งงานครั้งนี้ ตามธรรมเนียมเราต้องเป็นฝ่ายไปรับเขาเข้ามาในวังก่อนพิธีอภิเสกนะ

อะไรนะ นี่ข้าต้องถ่อไปรับด้วยเหรอ ข้ามีงานต้องทำอีกนะพะยะค่ะเสด็จพ่อ

ไม่มีงานไหนสำคัญเท่างานนี้ ถือว่าทำเพื่อพ่อเพื่อราชวงส์ของเรานะปฐพี

พะยะค่ะ” รัชทายาทปฐพีค้อมศีรษะคำนับคนเป็นพ่อเมื่ออีกฝ่ายเดินจากไป

 

ม่านหมอกแห่งความสูญเสียกระจายตัวปกคลุมไปทั่วดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ความโศกเศร้าแทรกซึมอยู่ทุกอณูลมหายใจของสายเลือดแห่งปักษิณทรที่มายืนรวมกับที่ลานพิธี เสียงเป่าสะไน*ที่คลอเคล้ากับเสียงร่ำไห้ดังขึ้นเป็นระยะ ๆ เมื่อเสร็จสิ้นพิธีส่งวิญญาณหัวหน้าเผ่า

เวลาผ่านไปหลายชั่วยาม ผู้คนที่ยืนไว้อาลัยอยู่รอบ ๆ สุสานหินก็ทยอยเดินกลับไปที่เผ่า เหลือไว้เพียงครอบครัวที่สูญเสียยิ่งกว่าครอบครัวอื่น ๆ  ไม่เพียงจะเสียเสาหลักของเผ่าแต่ยังเสียเสาหลักของบ้านโดยที่ไม่ทันได้เตรียมใจ

พนาวา พาท่านแม่กลับไปพักที่บ้านเถอะ” ร่างสูงของว่าที่หัวหน้าเผ่าคนต่อไปกล่าวกับน้องชายที่ยืนประคองร่างอวบท้วมของผู้เป็นแม่อยู่ไม่ไกล

แล้วท่านพี่ล่ะ” ใบหน้าที่ถอดแบบกันมาหากแต่อ่อนเยาว์กว่าหันไปถามพี่ชายด้วยความเป็นห่วง

พี่จะอยู่กับท่านพ่ออีกสักพัก เดี๋ยวจะตามไป” ร่างสูงส่งยิ้มบาง ๆ ให้น้องชายก่อนจะหันไปมองสุสานหินเบื้องหน้าอีกครั้งด้วยหัวใจที่หนักอึ้งเหมือนโดนถ่วงด้วยหินก้อนใหญ่

ข้าให้ท่านอยู่ที่นี่ได้จนถึงฟ้ามืดเท่านั้นนะท่านพี่ อย่าลืมว่าตอนนี้ท่านไม่ได้เป็นเพียงทายาทแล้ว” เด็กหนุ่มกล่าวกับพี่ชายด้วยสีหน้าจริงจังก่อนจะประคองผู้เป็นแม่เดินจากไป

ร่างสูงยืนมองแม่กับน้องเดินไปจนลับตา ก่อนที่ร่างทั้งร่างจะทรุดลงนั่งคุกเข่าต่อหน้าสุสานหิน น้ำตาลูกผู้ชายหยดลงบนพื้นหินหยดแล้วหยดเล่า ใบหน้าหล่อเหลาดั่งรูปสลักบิดเบี้ยวจากการร้องไห้อย่างหนัก

ช่างเป็นการสูญเสียที่ปัจจุบันทันด่วนจนไม่มีแม้แต่เวลาให้เตรียมใจ วันนี้เป็นวันที่หนักหนาสำหรับเขาเหลือเกิน ไม่เพียงสูญเสียคนที่รักที่สุดในชีวิตไป แต่ยังต้องแบกภาระของการเป็นทายาทด้วยการขึ้นเป็นหัวหน้าเผ่าคนต่อไปเอาไว้บนบ่า กลัวเหลือเกินว่าบ่าของตัวเองจะไม่แข็งแรงพอให้แบกภาระอันใหญ่หลวงนี้ได้ไหว



 

หากท่านพ่อไม่ด่วนจากไป พี่จะไม่มีวันยอมให้เจ้าทำเรื่องฝืนใจเช่นนี้เป็นอันขาด” เจ้าของเสียงแหบห้าวเอ่ยขึ้นภายในห้องโถงของบ้าน แขนแกร่งโอบกอดร่างของน้องชายเอาไว้แนบอก

คราแรก พนาวัน คิดว่าหลังกลับมาจากสุสานหินจะปรึกษากับพนาวาผู้เป็นน้องชาย เรื่องพิธีการแต่งตั้งหัวหน้าเผ่าที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ไม่คิดว่าพอกลับมาถึงบ้านจะเจอกับราชสาส์นทวงสัญญาจากพสุนทรนครเสียได้

ไหนจะใจความการทวงสัญญาพร้อมยื่นข้อเสนอเรื่องอำนาจและความมั่นคงที่ระบุมาในราชสาส์น ซึ่งอ่านแล้วรู้สึกเหมือนโดนฟ้าผ่าลงกลางศีรษะนั้นอีก คิดแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างกลัดกลุ้ม

ท่านพี่ข้าไม่ใช่เด็ก ๆ แล้วนะ ท่านก็รู้ว่าหากข้าไม่แต่งจะเกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวเรา ตอนนี้ท่านพ่อจากไปแล้วท่านพี่เองก็อายุยังน้อย เรื่องอำนาจมันไม่เข้าใครออกใครหรอก” ร่างบางใช้แขนดันอกของพี่ชายก่อนจะเดินไปนั่งบนเก้าอี้ที่ตั้งอยู่ข้าง ๆ เตียงของมารดา

พี่รู้ เพราะอย่างนี้ก่อนหน้าท่านพ่อจะเสีย พี่ถึงบอกว่าจะเป็นคนไปเอง” ร่างสูงเอนตัวพิงขอบหน้าต่างอย่างจนใจ ดวงตาเรียวจ้องมองน้องชายที่ตนเลี้ยงมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย

เผ่าปักษิณทรกับพสุนทรนคร มีความสัมพันธ์ฉันท์มิตรกันมาตั้งแต่เมื่อสองร้อยปีก่อน  ในรัชสมัยแห่งสงครามของกษัตริย์ภูธเรศ พระองค์ทรงมีพระสหายร่วมเป็นร่วมตายอยู่ผู้หนึ่งนามว่าสุบรรณ และพระสหายสุบรรณก็เป็นผู้สืบเชื้อสายของหัวหน้าเผ่าแห่งชนเผ่าโบราณปักษิณทร

หลังจบสงครามกับอาณาจักรทางใต้ พระสหายสุบรรณก็ขึ้นรับตำแหน่งเป็นหัวหน้าเผ่าปักษิณทร และได้รับมอบหมายจากกษัตริย์ภูธเรศให้ดูแลผลึกมรกตแหล่งความอุดมสมบูรณ์ อันเป็นของคู่บ้านคู่เมืองของพสุนทรนคร

กษัตริย์ภูธเรศและพระสหายสุบรรณ ต้องการให้เผ่าปักษิณทรและพสุนทรนครมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น ไม่เพียงแค่ในรัชสมัยของตนเองแต่รวมไปถึงลูกหลานรุ่นหลังด้วย

ทั้งสองจึงให้คำมั่นสัญญากันว่า เมื่อใดก็ตามที่เผ่าปักษิณทรสืบเชื้อสายมาถึงรุ่นที่ลงท้ายด้วยเลขเจ็ด ทายาทคนรองที่มิต้องขึ้นเป็นหัวหน้าเผ่า จักต้องอภิเสกสมรสกับเชื้อสายแห่งพสุนทรนครเพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นให้ยั่งยืนสืบไป

ข้าไปอยู่ในฐานะชายาขององค์รัชทายาทนะท่านพี่  ไม่ได้ไปอยู่ในที่ลำบากเสียหน่อย เพราะฉะนั้นท่านพี่ต้องอยู่ที่นี่ อยู่เพื่อปกครองปักษิณทรและดูแลท่านแม่ หน้าที่รักษาความสัมพันธ์ระหว่างปักษิณทรกับพสุนทรนคร ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเถิด” พนาวากล่าวขึ้นขณะที่เอื้อมมือไปขยับผ้าห่มที่คลุมกายมารดาอยู่ให้ปิดไปจนถึงส่วนอก

คนเป็นพี่ถอนหายใจอย่างคับแค้น เขามิได้กลัวว่าน้องจะไปอยู่อย่างลำบาก เพราะมั่นใจว่ากษัตริย์นฤเบศจะต้องเลี้ยงดูปูเสื่อพนาวาเป็นอย่างดี สิ่งที่เขากลัวคือรัชทายาทผู้นั้นต่างหาก

พี่ไม่ได้กลัวว่าเจ้าจะไปลำบาก แต่รัชทายาทปฐพีไร้หัวใจและเจ้าชู้ยิ่งนัก ป่านนี้คงมีนางสนมเดินยั้วเยี้ยเต็มวังไปหมด พี่เลี้ยงเจ้ามาอย่างดีนะพนาวา พี่ไม่อยากเห็นเจ้าเจ็บปวด” พนาวาได้ฟังเหตุผลของพี่ชายแล้วก็ถึงกับพูดไม่ออก

เป็นจริงอย่างที่พนาวันพูดทุกประการ ตั้งแต่จำความได้พี่ชายของเขาเลี้ยงเขามาอย่างดี คอยปกป้องไม่เคยให้ต้องเจ็บช้ำทั้งร่างกายและจิตใจ เรื่องของรัชทายาทปฐพีที่พนาวันพูดเมื่อครู่ก็ไม่ใช่เรื่องโกหกหลอกเด็ก ซ้ำยังเป็นเรื่องที่เขารู้มาตลอด

พนาวาลุกขึ้นจากเก้าอี้ไม้ก่อนจะเดินตรงไปกอดพี่ชายที่ยืนอยู่อีกฟากของห้อง แขนขาวนวลตวัดโอบรัดรอบเอวแกร่งอย่างแน่นหนา

ข้ารักท่านพี่นะ ขอบคุณที่คอยปกป้องดูแลข้ามาตลอด ข้ารู้แล้วว่าท่านพี่เป็นห่วงข้าเพียงไหน” แขนแข็งแรงยกขึ้นกอดตอบ ก่อนจะเลื่อนขึ้นไปลูบศีรษะทุยเบา ๆ

พี่ไม่อยากให้เจ้าไปเลยพนาวา” พนาวาผละออกจากอกแข็งแรง ดวงตาคู่สวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของพี่ชาย

ข้าต้องไปท่านพี่ ท่านก็รู้ว่าหลังจากที่ท่านพ่อเสียมีกี่คนที่รอยึดอำนาจไปจากเรา หากพวกมันได้ไปนอกจากครอบครัวและเครือญาติของเราจะเป็นอันตรายแล้ว ชาวปักษิณทรทุกคนจะพลอยเดือดร้อนไปด้วย

“…”

หากข้าแต่งงานกับรัชทายาท ก็เท่ากับว่าเราจะมีอำนาจจากพสุนทรนครมาช่วยคุ้มครองอีกแรง คนที่กำลังคิดกบฏจะไม่กล้าต่อกรหรือทำอะไรครอบครัวของเราอย่างแน่นอน” พนาวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง แม้ในใจจะหวาดกลัวการแต่งงานที่ไร้ซึ่งความรักครั้งนี้อยู่ไม่น้อย

พี่อยากเป็นคนธรรมดาเหลือเกินพนาวา พี่จะได้ไม่ต้องทนยกเจ้าให้คนที่เจ้าไม่ได้รัก” พนาวันยังคงทำใจไม่ได้ ไม่ว่าพนาวาจะเติบโตขึ้นสักเพียงใด เจ้าเด็กคนนี้ก็ยังเป็นน้องน้อยที่เขาทั้งหวงและห่วงอยู่ดี การต้องส่งพนาวาให้รัชทายาทปฐพี มันไม่ต่างจากยื่นเนื้อเข้าปากเสือเลยสักนิด

อย่าห่วงเลยท่านพี่ มั่นใจเสียเถอะว่าข้าเข้มแข็งมากพอ อย่าลืมสิว่าข้าก็มีเลือดนักสู้ของท่านพ่อเหมือนกันกับท่านพี่นะ” ใบหน้างดงามประดุจหญิงสาวแย้มยิ้มก่อนจะยื่นมือขวาไปจับกับพี่ชายคล้ายจะให้คำมั่นสัญญาว่าตนจะดูและตัวเองให้ดี

สัญญากับพี่ ว่าหากรัชทายาททำให้เจ้าเจ็บช้ำน้ำใจ เจ้าจะกลับมาหาพี่ไม่ทนทุกข์อยู่ในวังแห่งนั้นเด็ดขาด” พนาวันเอ่ยเสียงเข้ม ฝ่ามือหนากระชับมือของน้องชายแน่นขึ้นไปอีก

ข้าสัญญา แต่มีข้อแม้ว่าข้าจะกลับก็ต่อเมื่อความอดทนถึงขีดสุดแล้วเท่านั้น

หากรัชทายาทปฐพีทำให้เจ้ามีรอยขีดข่วน แม้เพียงเล็กน้อยเจ้าก็ต้องบอกพี่” พนาวันยังคงเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังเช่นเดิมผิดกับพนาวาที่ยิ้มกว้างอย่างขบขัน พี่ชายของเขานี่จงอางหวงไข่ของแท้เลยจริงเชียว

ข้าให้สัญญา ทีนี้ตาข้าบ้าง

ว่ามา

พี่ต้องสัญญากับข้าว่าจะเข้มแข็ง ดูแลท่านแม่ ปกครองปักษิณทรให้สงบสุขเหมือนครั้งที่ท่านพ่อยังอยู่

มันเป็นสิ่งที่พี่ต้องปฏิบัติอยู่แล้ว

หากมีเหตุการณ์ผิดปกติเกิดขึ้นที่นี่ ท่านพี่ต้องบอกข้าทันที” พนาวาพูดพลางใช้มืออีกข้างชี้ไปที่ขมับของตนเอง พรสวรรค์อีกข้อที่ชาวปักษิณทรทุกคนจะสามารถเชื่อมกระแสจิตถึงกันได้หากเป็นพี่น้องสายเลือดเดียวกัน พนาวันพยักตอบรับทันทีที่น้องพูดจบ 

และสุดท้าย เมื่อข้าเข้าไปอยู่ในวัง ข้าคงอยู่ดูแลอัสสะวิหคไม่ได้แล้ว พี่ช่วยให้ใครดูมันแทนข้าที

เจ้าจะไม่พาวิฬาร์ไปด้วยเหรอ” พนาวันเอ่ยถามอย่างสงสัย

พาไปสิ ข้าคงไปอยู่ที่นู่นไม่ได้หากไม่มีวิฬาร์อยู่เป็นเพื่อน ที่บอกให้ช่วยดูแลข้าหมายถึงอัศศะวิหคตัวอื่น ๆ ”

ถ้าเช่นนั้นเจ้าก็อย่าห่วงเลย พี่จะคอยดูแลพวกมันเอง” แม้จะสิ้นคำสัญญาสุดท้ายแล้ว แต่มือของทั้งสองก็ยังไม่ปล่อยออกจากกัน สายใยอันแน่นแฟ้นของความเป็นพี่น้องยังคงถักทอต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

 

 

ใบหน้าสวยก้มมองพื้นหินอ่อนอันเป็นพื้นของบ้านตนเองมากว่าห้านาทีแล้วนับตั้งแต่ เขาคนนั้น เดินเข้ามาในบ้าน อีกฝ่ายคุยกับแม่และพี่ชายของเขาอยู่ หากแต่เขาซึ่งยืนอยู่ด้านหลังกลับรู้สึกเหมือนถูกจ้องจนพรุนไปหมด

ลูกของข้ายังเด็กนักหากทำอะไรที่ไม่ถูกที่ถูกทางขอองค์ชายได้โปรดยกโทษให้ด้วย” แม่ของเขากล่าวฝากฝังอีกครั้งหลังจากที่คุยกันอยู่นานสองนาน

ข้าฝากพระองค์ฝากดูพนาวาด้วย เด็กคนนี้เป็นจิตใจดีแถมไม่โคยออกนอกลู่นอกทาง ข้าเกรงว่าจะไม่ทันคนจนโดนทำร้ายเข้า” 

ท่านอย่าได้ห่วงไปเลย อย่างไรเสียเราก็ต้องดูแลน้องชายท่านเป็นอย่างดีอยู่แล้ว” รัชทายาทหน้าโหดนั่นพูดจบก็ตวัดสายตามามองเขา เล่นเอาพนาวาที่เพิ่งได้เงยหน้าจำต้องก้มลงไปอีกครั้งเพราะไม่กล้าสบตาอีกฝ่าย

ใช่ว่าจะเขินอายอะไรหรอก กลัวเสียมากกว่า

ที่จริงพระองค์น่าจะพักที่นี่เสียสักคืน หากออกไปตอนนี้ตะวันคงตกดินก่อนถึงพสุนทรนครเป็นแน่" พนาวันว่า อย่างน้อยถ้ารัชทายาทเลือกจะนอนค้างที่นี่ เขาก็ยังจะได้เห็นหน้าน้องชายเพิ่มอีกวัน

เรามีงานอีกหลายอย่างต้องสะสาง ขอโทษที่ต้องปฏิเสธร่างสูงค้อมศีรษะเล็กน้อยอย่างไม่ถือตัว นั้นยิ่งทำให้มารดาของเขาเกรงใจไปกันใหญ่

ราชกิจหลวงสำคัญมาก ไม่จำเป็นต้องขอโทษหรอกเพคะ

ถ้าเช่นนั้นเราต้องขอลา” รัชทายาทปฐพีเดินออกจากบ้าน ก่อนจะเดินนำพนาวาไปที่รถม้าซึ่งเป็นรถประจำพระองค์

เจ้ามาขึ้นรถคันเดียวกับเรา

ไม่เป็นไรพะยะค่ะ ข้านั่งอีกคันก็ได้” พนาว่าตอบอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ถ้าให้ต้องไปนั่งรถม้าแคบ ๆ คันเดียวกับรัชทายาทบ้านั่น เขาต้องเป็นบ้าแน่ๆ หากแต่องค์ชายปฐพีไม่ยอมให้เขาทำแบบที่ใจต้องการ ร่างสูงเดินมาใกล้เขาก่อนจะโน้มใบหน้าลงมากระซิบที่ข้างหู

เจ้าแต่งกับเราก็เพราะเหตุนี้ไม่ใช่เหรอ เป็นถึงทายาทสายเลือดผู้วิเศษเราคงไม่ต้องสอนอะไรมาก ไปนั่งรถคันเดียวกับเราซะ” พนาวาเงยหน้าขึ้นมององค์ชายเข้าปัญหาอย่างไม่เข้าใจ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยอมตามอีกฝ่ายไปขึ้นรถม้าประจำพระองค์

เขาทำตัวน่ากลัวตั้งแต่วันแรกแบบนี้ เห็นทีชีวิตต่อไปคงลำบากน่าดูเลยพนาวา


To Be Continue in the book


เอ... เจอกันแล้วเขาจะยังไงกันต่อน้า~~


เกมส์ชิงฟิคฟรียังคงเล่นได้เรื่อย ๆ นะคะ กติกาสามารถไปดูได้ที่  กติกาเกมชิงฟิคฟรี

ส่วนใครที่ต้องการสั่งซื้อฟิคเรื่องนี้สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ทั้งลิ้งค์เดียวกันเลยค่ะ มาซื้อกันๆ มีตอนพิเศษ 7 เชียวน้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

1,862 ความคิดเห็น