[Fanfic Kuroko no Basuke] Kiseki no Sedai : RETURN

ตอนที่ 10 : ตอนที่ 9 : เข้าค่ายเก็บตัว 1 : รูมเมท?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 320
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    28 มี.ค. 60

ตืด~ตืด~

"อืม~~"เสียงโทรศัพท์บนหัวนอนของหนุ่มผิวแทนผมสีน้ำเงินดังขึ้นเขาเอือมมือไปหยิบมือถือมาอ่านชื่อก่อนจะรับด้วยเสียงงัวเงียแบบคนพึ่งตื่นนอน

"อะไรเนี่ยอาสึกะวันนี้ไม่มีซ้อมเช้านะ...ปิดเทอมให้ฉันนอนสบายๆบ้างไม่ได้รึไง!..."ไทชิบ่นอย่างหัวเสียงใส่ผู้ถือสายปลายทาง

[เอ๊ะ ... นี่พี่จำไม่ได้จริงเหรอ?] เสียงหวานปลายสายถามกลับด้วยน้ำเสียงอึ่งเล็กน้อย

"หา? ...เรื่องอะไรอย่ามาแกล้งกันดีกว่าน่า "เด็กหนุ่มที่ตายังไม่ตื่นดียังคงไม่สนใจคำพูดของเด็กสาวยังจะล้มตัวนอนท่าเดียว

[ขอแนะนำให้พี่รีบตื่นไปล้างหน้าแต่งตัวแล้วรีบมาที่สนามบินโดยด่วนค่ะ ... ไม่งั้นอย่าหาว่าฉันไม่เตือนนะค่ะ ..] เสียงหวานปรับโทนเสียงเรียบเหมือนเดิม

"อ่ะโธ่...อย่ามาขู่ทำเป็นอาคาชิหน่อยเลยน่า...ฉันจะวาง--..."

[ถ้ากล้าวางสายผมตอนนี้จะไม่มีคำว่า'ปราณี'อีกแล้วนะ...รุ่นพี่อาโอมิเนะ..]เสียงทุ้มนุ่มลึกที่ทุกคนต่างรู้จักกันดีของกัปตันทัมยาสดังขึ้นข้างหูเด็กหนุ่มผิวแทน

"ห๊ะ! ... อ ... อาคาชิ!! ... ทำไม--" ไทชิสะดุ้งตัวโหยงตาที่แทบจะปิดอยู่ตลอดเวลาตอนนี้เบิกกว้างขึ้นมาด้วยความตกใจ

[ถ้าจะถามว่าทำไมผมถึงใช้มือถือของคุโรโกะได้นั้นก็เพราะเธออยู่กับผม...อีกอย่างเราไม่ได้อยู่กันแค่สองคน 'เราทุกคน' มารอรุ่นพี่กันที่สนามบินเพื่อไปเก็บตัว'ฝึกซ้อม'กันตอน 8 โมง ... หากรุ่นพี่ไม่มาถึงที่นี่ฝ่ายใน '10 นาที' เลิกฝันถึงเรื่องพักผ่อนริมชายหาดไปได้เลย ผมจะจัดคอร์สติวเข้มแบบ 'พิเศษ' สำหรับรุ่นพี่อาโอมิเนะคนเดียวเลยครับ ]

ปิ๊ด!

เวรแล้วไง!!!

     ไม่รอช้าไทชิกระโดดลงจากเตียงเปลี่ยนเสื้อผ้าแบบไม่คิดชีวิตหลังจากได้ฟังทุกคำตอบจากเด็กหนุ่มผู้ได้ชื่อว่าเป็นกัปตันทีมของเขาเสียงทุ้มนุ่มลึกมีความอ่อนโยนแฝงทุกครั้ง แต่เสียงคราวนี้กลับแฝงไปด้วยความเย็นชา


.


.


.


ณ สนามบิน

"ไทจินไม่เป็นไรน้า~"เสียงเอื่อยๆของสาวร่างสูงผมม่วงมัดมวยเอ่ยทักชายหนุ่มที่พึ่งมาเยือน

"อย่างกับพึ่งฝ่าสนามรบมางั้นล่ะ"เรียวมะมองตั้งแต่หัวจรดเท้าที่เละไปทั้งตัวของชายหนุ่มที่พึ่งมาเยือน

"ดูไม่ได้เลยนะรุ่นพี่"ชินจิเหล่มองและย้ำใส่ชายหนุ่มที่พึ่งมาเยือนที่ตอนนี้นอนแอ้งแม้งอยู่กับพื้นสนามบินไม่อายสายตาชาวบ้าน

"เฮ้ๆ ... ยังไม่ตายใช่ป่ะไทชิ "มิตะ (ผู้ถูกลืม) ถามเพื่อนสนิทที่นอนหายใจพะงาบๆ

"ดูเหมือนจะทันแบบฉิวเฉียดเลยนะ ... รอดตัวไปนะครับรุ่นพี่ " รอยยิ้มปรากฎบนใบหน้าหล่อเหล่าของกัปตันหนุ่มผมแดง แต่จะดีใจกว่านี้ถ้ารอยยิ้มนั้นอันต้องมีความชั่วร้ายแฝงอยู่

"แฮ่กๆ ... ไม่ต้องมายิ้มเลยเจ้าบ้า! ... ฉัน ...แฮ่ก ... เกือบตายจริงๆแล้วนะเฟ้ย!!"ไทชิยันตัวขึ้นมาพยุงร่างตัวเองลุกมายืนให้ได้ทั้งที่ขายังสั่นอยู่

"อาสึกะ! ... ทำไมไม่ไปปลุกฉันที่บ้านล่ะ!!"คราวนี้หันมาโวยสาวผมฟเาที่ยืนหน้านิ่งใส่อยู่

"ไปมาแล้วค่ะแต่คุณลุงไดกิบอกว่า 'ปล่อยมันไว้...ให้มันรู้จักกับนรกซะมั้ง' นะค่ะ " นั้นล่ะนรกที่พ่อเด็กหนุ่มอยากเจอลูกชายของเขาได้รู้ซึ้งกับตัวแล้ว

     ดูเหมือนว่าเหล่าคุณพ่อรุ่นปาฏิหาริย์จะรู้กันดีว่านิสัยของลูกแต่ล่ะคนมันเป็นกรรมพันธ์ที่แก้ไม่หายจากรุ่นพ่อ ยิ่งรู้ว่ากัปตันของเหล่าลูกๆคือเซย์โตะ ลูกชายแท้ๆของอดีตกัปตันทีมรุ่นปาฏิหาริย์อย่าง 'อาคาชิ เซย์จูโร่' แล้วไม่ต้องสงสัยกับความโหดที่ได้มาจาก DNA ของพ่อ

"ไอ้พ่อบ้า!...ไม่ห่วงลูกชายแท้ๆบ้างเรอะ!"

"เลิกบ่นเถอะน่า ... ไม่รีบไปเดี๋ยวก็ตกเครื่องกันพอดี "พูดจบทุกคนก็เตรียมไปขึ้นเครื่องกัน

"ไฟท์บินนี้คนน้อยจังเลยนะค่ะ"อาสึกะมองไปรอบๆทีไม่ใครนอกจากพวกเขาที่เป็นผู้โดยสารที่เหลือเป็นพนักงาน

"เราจะนั่งเครื่องบินส่วนตัวของบ้านอาคาชิไปน่ะ"ชินจิเป็นคนตอบโจทย์ให้แกเด็กสาวทุกคนที่ได้ฟังต่างก็ตาลุกวาวขึ้นมายกเว้นแต่เซย์โตะ

"เครื่องบินส่วนตัว!!!"มิตะเบิกตากว้างกับความร่ำรวยที่คาดไม่ถึง

"ใช่ ... ก็เป็นเกาะของตระกูลอาคาชินี่นา"

"จริงดิ! ... ยอดไปเลยฮะ!"หนุ่มผมเหลืองแสดงท่าทางตื่นเต้นออกมาอย่างกับเด็กๆได้ไปสวนสนุกกับพ่อแม่จนอาสึกะต้องปรามให้หยุด

"สมกับเป็นเซย์จินเลย~~"อุคิพูดทั้งที่ในปากยังอมอมยิ้มอยู่

"ฉันไม่ได้เป็นคนสั่งหรอก ... พ่อฉันจัดการเองทั้งหมด"เด็กหนุ่มพูดทั้งที่สายตายังคงมองกำหนดการต่างของวันนี้อยู่

"จะว่าไปแล้วเก็บตัวซ้อมนี้พ่อของอาคาชิคุงเป็นคนเสนอสินะค่ะ"สาวน้อยผมฟ้าถามขึ้นมาพลางนึกถึงเรื่องเมื่อราวๆสองอาทิตย์ก่อนปิดเทอมหน้าร้อน

     ในระหว่างประชุมเรื่องการเก็บตัวซ้อมของเทย์โคในแต่ล่ะทีมจะมีการจัดซ้อมต่างสถานที่ไป ชุดสามไปภูเขาใกล้ ชุดสองไปเรียวกัง ชุดหนึ่งไปทะเลยแต่มีแค่พวกที่เป็นตัวจริงเท่านั้นที่ถูกขอจาก
 'ผู้มีอำนาจ' ให้ไปที่เกาะส่วนตัวของตระกูลอาคาชิ และบังคับให้เอาผู้จัดการทีมไปด้วยสองคนโดยมีการระบุชื่อไว้ล่วงหน้าแล้วคือ 'คุโรโกะ อาสึกะ และ มุราซากิบาระ อุคิ' ทุกคนต่างพากับอึ่งใน
ทริปครั้งนี้แต่เหมือนทริปของรุ่นปาฏิหาริย์รู่นใหม่จะเป็นอะไรที่น่าแปลกใจที่สุดไม่เว้นกับเหล่าเด็กๆเจ้าของทริปที่อ้าปากค้างกันไปเป็นแถบๆ

"อา ... ไม่รู้คิดอะไรอยู่ ... ทั้งที่ไปกับทีมหนึ่งคนอื่นก็ดีแล้วแท้ๆ"เด็กหนุ่มถอนหายใจเบาๆกับความคิดของผู้เป็นพ่อ พอเขาถามเหตุผลคำตอบที่ได้มาคือรอยยิ้มที่แสนจะอ่านยากคนเป็นลูกเหมือนจะไม่เข้าใจจุดประสงค์ดี แต่ก็รู้ได้ทันทีว่าพ่อของเขา 'มีแผนการ' อะไรแน่ๆ


.


.


.

ณ เกาะส่วนตัวตระกูลอาคาชิ

     ทุกคนต่างขนสัมพาระของตนลงมาก่อนที่เด็กหนุ่มผมสีแดงทับทิมจะเรียกรวมตัวกันเพื่อฟังกับหนดการต่างโดยมีเด็กสาวผมฟ้าคอยเช็คตารางการซ้อมให้ถูกต้องก่อนจะแจกให้คนอื่นๆ

"วันแรกเป็นวันอิสระ ... เอาของไปเก็บแล้วพักผ่อนกันให้เต็มที่ล่ะ ... "

"ถ้างั้นเชิญทุกท่านตามกระผมมาเลยครับ"พ่อบ้านวัยชรา 'อุซานางิ' เป็นคนดูแลในระหว่างทีมบาสเก็บตัวนำทางทุกคนไปที่บ้านพัก ต่างคนต่างหิ้วของๆตัวเองเดินตัวปลิวกันไปยกเว้นเด็กสาวผมฟ้าที่มีทั้งเป้ลากใบใหญ่กับกระเป๋าสะพายข้างของตัวเองที่หอบเดินไปอย่างทุลังทุเลจนเด็กหนุ่มที่เดินรังทายต้องเอ่ยถาม

"เอาอะไรมาเยอะแยะเนี่ย"คำถามของเด็กหนุ่มทำให้เด็กสาวต้องหยุดเดินแล้วหันมาหาเขา

"เอ่อ ... ก็พวกผ้าขนหนู...เอกสาร...กล่องปฐมพยาบาล...ประมาณนี้มั้งค่ะ"อาสึกะตอบกลับไปเด็กหนุ่มผมแดงถอนหายใจเบาๆพลางยิ้มออกมาบางๆ

"ของพวกนั้นที่นี่ก็มี ... ให้ช่วยไหม?"เซย์โตะถามออกไปพร้อมยืนมือออกแบไปทางอีกฝ่าย

"ไม่เป็นไรค่ะ ... ฉันไหว"พูดจบเด็กสาวผมฟ้าก็ลากสังขารแสนบอบบางพลางลากเอากระเป๋าทั้งสองใบไปด้วย

     แต่ด้วยร่างกายเล็กสู้ความหนักของสิ่งลากไปไม่ได้เลยมีสภาพที่เดินเอนเซไปมาอย่างเห็นได้ชัดภาพนั้นทำให้เด็กหนุ่มไม่ได้ที่จะขำออกมาเบาๆกับท่าทางดื้อรั้นของเด็กสาวก่อนจะเดินไปคว้ากระเป๋าลากจากมือเด็กสาวแล้วเดินไปทำเอาเด็กสาวชะงักกับพฤติกรรมของเด็กหนุ่มเขาหันว่าพูดกับเธอว่า

"ดื้อเหมือนกันนะ"อาสึกะที่งงค้างอยู่พักนึงยู่หน้าเล็กน้อยกับคำพูดของอีกฝ่ายเธอรีบจ้ำเดินให้ทันอีกฝ่าย

"เหมือนอาคาชิคุงนั้นล่ะ"เขาขำเบาๆในลำคออย่างพึงพอใจทั้งสองเดินตามหลังคนอื่นโดยไม่รู้ว่าพวกคนด้านหน้าก็เหลือบๆมองเป็นระยะ


"เจ้าเด็กบ้านั้น!"เด็กหนุ่มผิวแทนกดเสียงต่ำเดือดปุดๆกับสองหนุ่มสาวที่อยู่ด้านหลัง

"น่าๆ ... อย่าไปยุ่งมากนักเลยถ้าไม่อยากโดนซ้อมจนปางตาย"เด็กหนุ่มสวมแว่นดึงแขนเพื่อนสนิทไว้ก่อนที่จะเพิ่มคดีใส่หัวตัวเองอีกเรื่อง

"ฉันก็อยากช่วยอาสึกัจจิถือเหมือนกันน้า~~"เรียวมะร้องโอครวญออกมาเหมือนมองภาพบาดใจ

"งั้นนายมาช่วยฉันถือสิคิเสะ"ชินจิยกกระเป๋าตัวเองส่งไปให้หนุ่มผมเหลือง

"ฉันไม่ถือให้ผู้ชายหรอกนะฮะ!"เด็กหนุ่มผมเหลืองเอ่ยก่อนจะหันไปมองสาวร่างสูงผมม่วงมัดมวย
"อ่ะ ... แต่ถ้าเป็นมุราซากิบารัจจิล่ะก็ฉันจะถือให้นะ"

"จริงเหรอ ... เรียวมะจินใจดีจัง~"อุคิส่งกระเป๋าให้เรียวมะแต่มันกลับถูกแย่งไปอยู่ในมือหนุ่มผมสีเขียวมรกต

"วันนี้ราศีกุมภ์จะโชคดีถ้าอยู่กับคนราศีตุลย์น่ะ ... ฉันถือให้น่าจะเสริมดวงได้มากกว่าเดิม"พูดจบก็เดินออกไปคราวนี้งงกันทั้งแก็งเลย

มิโดริมะ ชินจิ เนี่ยนะถือของให้สาว!!

     เด็กสาวร่างสูงผมม่วงมัดมวยยืนอึ่งพักเดียวก็ต้องรีบเดินตามกระเป๋าของตัวเองไปอย่างช่วงไม่ได้ทิ้งให้เด็กหนุ่มผมเหลืองยืนเก้อไปซะงั้น

"มิโดริมัจจิอย่ามาแย่งซีนกันสิ!!"

     ผ่านมาประมาณสิบห้านาทีทุกคนก็มาถึงหน้าบ้านพักต่างอากาศชั้นเดียวขนาดใหญ่ ด้านข้างบ้านพักมีทางเชื่อมไปโรงยิมในร่มขนาดใหญ่ ส่วอีกนด้านมีสระว่ายน้ำกว้าง บอกได้เลยว่าหรูหราล้นเหลือทำเอาผู้มาเยือนอ้าปากค้างกันไปหมดเว้นตัวเจ้าของเกาะกับเพื่อนสนิทผมเขียวที่คุ้นเคยดีอยู่แล้ว

"ขอให้พักผ่อนกันตามสบายนะครับ ... อ้อ! ... จริงสิครับนายน้อยมีคำสั่งจากคุณท่านถึงนายน้อยด้วยครับ"พ่อบ้านอุซานางิหยุดเดินหันกลับมาพูดแกเด็กหนุ่มผมแดงผู้เป็นเจ้านาย

"คำสั่ง?"เซย์โตะทวนคำพูดอีกทีรอฟังชายชราพูดต่อไป

"ครับ ...'หลังจากนี้หากมีกระดาษคำสั่งแปะอยู่ที่ไหนก็ตามขอให้ทำตามแต่โดยดีมิฉะนั้นต้องเจอกับบทลงโทษของเกาะนี้พร้อมเรียงคน'น่ะครับ"พอพูดจบคุณพ่อบ้านก็โค้งตัวให้ก่อนเดินออกทิ้งความสงสัยให้แก่เหล่าทีมบาสทุกคนมองหน้ากันก่อนจะมามองที่เซย์โตะ

"ม ... มันหมายความว่าไงน่ะเซย์โตะ"ไทชิเป็นคนถามก่อน

"ผมเองก็ไม่รู้ ... แต่ถ้าเอ่ยมาจากปากของพ่อแบบนี้...จบไม่สวยจริงๆแน่"สีหน้าเซย์โตะตอนนี้ไม่มีรอยยิ้มเลยแม้แต่น้อย แต่ก็ไม่ได้มีความกลัวเหมือนกันจะมีก็แต่สีหน้าเรียบจริงจังเท่านั้น เขารู้จักพ่อเขาดี 'อาคาชิ เซย์จูโร่' ไม่ใช่คนที่จะพูดอะไรเล่นถ้าหลุดจากปากเขาแล้วทำจริงแน่นอน

"จะยังไงตอนนี้ก็เอาของไปเก็บกันก่อนดีกว่า -- เอ๊ะ?"ยังไม่ทันเปิดประตูบ้านเด็กสาวผมฟ้าก็ยืนตัวแข็งยืนอ่านสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าตน

"เป็นอะไรไปคุโรโกะ?"

"อาคาชิคุง ... เจอด่านแรกแล้วค่ะ "อาสึกะชี้ไปที่กระดาษที่แปะอยู่ตรงประตูเข้าบ้านพัก สายตาทุกคนมองไปที่กระดาษกันเป็นตาเดียว

บอกปุบก็เอาเลยเรอะ!!!

ซึ่งเนื้อความในกระดาษ            

                       [ ในบ้านพักนี้มีห้องนอนอยู่ 4 ห้อง นอนได้ 2 คน จงจับฉลากเลือกรูมเมทของตัวเอง
                               ห้ามเปลี่ยนคู่เด็ดขาด
หากไม่ทำตามอาจ 'มีอะไร' เข้ามาเยี่ยมยามดึกก็ได้นะ

                                                                                                             FROM MR.A ]

เฮือก!!!!!

     เอาล่ะสิตอนนี้ทุกคนยืนตัวแข็งกันไปหมด อันแรกที่ว่าให้จับคู่รูมเมทก็ว่าแปลกใจแล้ว ยิ่งมาเจอคำนี้ 'มีอะไร' เล่นเอารุ่นปาฏิหาริย์ใหม่เสียวสันหลังวาบบ้างคนถึงขนาดมองซ้ายหันขวาไปมา

"นี่เรามาซ้อมบาสกันสินะ"เรียวมะพูดทั้งที่เสียงยังสั่นเบาๆ

"อ...เออ ... ซ้อมบาสนั้นล่ะ"ไทชิพูดต่อไปรายนี้อาการหนักกว่าชาวบ้านไม่ใช่แค่เสียงแต่แขนขาก็สั่นไปพร้อมกันด้วย

"กลัวออกนอกหน้าแล้วค่ะพี่ไท"อาสึกะพูดกับผู้เสมือนพี่ชาย

"ม ... ไม่ได้กลัวเฟ้ย!!"

"เอาไงดีล่ะเซย์โตะ ... จะทำตามไหม?"ชินจิหันไปถามกัปตันที่มองกระดาษนิ่งๆมาซักพักนึงด้วยใบหน้าครุ่นคิด ทุกคนมองเขารอคำสั่งจากกัปตัน

"จะไม่ทำตามก็ได้อยู่นะ ... ถ้าพวกนายคิดว่าทนกับสิ่งที่จะเจอยามดึกได้ "ชายหนุ่มผมแดงเอ่ยมาแบบลอยๆแต่เล่นเอาทุกคนหน้าซีดรีบขอจับฉลากโดยพลันสิ่งที่พ่อของเขาเตรียมไว้ไม่ได้ทำให้เขาหวั่นไหวได้เลยเพียงแต่ไม่เข้าใจว่าทำไปเพื่ออะไรกันแน่

     ทุกคนจับฉลากหยิบกระดาษเลขห้องที่ถูกเตรียมไว้แล้วคนล่ะใบก่อนที่จะเปิดออกมาแล้วผมที่ได้คือ ...


ห้องที่ 1 อุคิ / ชินจิ

ห้องที่ 2 ไทชิ / เรียวมะ

ห้องที่ 3 มิตะ

ห้องที่ 4 เซย์โตะ / อาสึกะ

"เห ... ได้อยู่กับไทชิจิเหรอฮะเนี่ย"เรียวมะพูด

"เฮ้อ .. ยังไงก็เอาเหอะ"ไทชิพูดอย่างไม่สนใจอะไร

"แง ~ ... ไหงผมต้องอยู่คนเดียวด้วยล่ะ!!"มิตะเริ่มงอแงเบาๆเพราะยังกลัวกับเรื่องเมื่อกี้จนไม่กล้านอนคนเดียว

     สามคนนี้ผ่านพ้นไปอย่างไร้กังวล เลือกรูมเมทห้องยังไงก็ไม่ค่อยเป็นปัญหากับพวกเขาหากแต่ไม่ใช่สี่คนนี้ผู้ที่เป็นเจ้าของห้องเบอร์1 และห้องเบอร์4 ที่ยืนตัวค้างเป็นหินกันไปแล้วต่างคนต่างมองรูมเมทของตัวเอง

     เซย์โตะเบิกตากว้างกับกรดาษในมือแล้วมองมาที่เด็กสาวผมฟ้า อาสึกะที่ตอนนี้ใบหน้าขึ้นสีมาจางๆ ชินจิมองกระดาษสลับกับอุคิด้วยสีหน้าเคร่งเครียดมาก อุคิได้แต่ยืนแข็งทื่อเหมือนถูกสตาฟ

หมายความว่า.....

'เราต้องนอนห้องเดียวกับคุโรโกะงั้นเหรอ!!'

'เราต้องนอนห้องเดียวกับอาคาชิคุงงั้นเหรอ!!'

'เราต้องนอนห้องเดียวกับมุราซากิบาระงั้นเหรอ!!'

'เราต้องนอนห้องเดียวกับชินจินงั้นเหรอ!!'


---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

มาอัพต่อแล้วจ้า จากในตอนนี้ทุกคนคงสังเกตว่าการบรรยายเนื้อเรื่องเปลี่ยนไปมากกกกกกกกกกกกกกก

จะเน้นพูดมากกว่าบรรยาย ไรท์อยากลองดูแล้วมันก็เขียนได้ไหลลื่นกว่าแบบเดิมมากเลย

ชอบแบบไหนมากกว่าหรือผิดผลาดก็บอกด้วยนะจ๊ะ

ส่วนในเนื้อเรื่องตอนนี้เกี่ยวกับ การมาเข้าค่ายนี้จะทำออกมาหลายตอนหน่อย หวังว่าจะชอบกันน้าาาาาาาาาาา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

49 ความคิดเห็น

  1. #21 vodka (@patcharapak) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 มีนาคม 2560 / 04:42
    กริ๊ดดดดเซย์จังงงงเริ่ดดมากกกเซย์โตะได้นอนกับอาสึกะเนี้ยคงไม่ใช่"บังเอิญ"หรอกมั้งJ
    #21
    0
  2. #16 Lilina konome (@Alice_magatroy) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 22:33
    เดี๋ยวๆๆๆ พ่อเเม่รุ่นปฏิหารย์นี่คิดจะจับคู่ลูกกันเลยเหรอ!!!!อาคาชิ เซย์จูโร่นายรู้อยู่เเล้วใช่มั้ย
    #16
    2
    • #16-1 Lilina konome (@Alice_magatroy) (จากตอนที่ 10)
      28 มีนาคม 2560 / 22:50
      ส่วนนิยายเรายังไงก็ได้ค่ะ
      #16-1
    • #16-2 eriga (@favour) (จากตอนที่ 10)
      29 มีนาคม 2560 / 13:40
      ขอบคุณที่แสดงความเห็นค่ะ
      #16-2