[Fanfic Kuroko no Basuke] Kiseki no Sedai : RETURN

ตอนที่ 11 : ตอนที่ 10 : เข้าค่ายเก็บตัว 2 : คืนแรกของสองเรา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 339
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    10 เม.ย. 60

ตึกๆ

     เด็กสาวจืดจางเรือนผมสีฟ้าเดินไปมาอยู่หน้าประตูห้องที่มีหมายเลข '4' แปะเอาไว้ตรงหน้าประตูห้องนอนสีหน้าไร้อารมณ์เหมือนทุกทีแต่ถ้าสังเกตุดูจะเข้าใจได้ทันทีเลยว่าสาวน้อยคนนี้กังวลใจไม่น้อยเลย

     หลังจากที่มีการจับคู่รูมเมทผ่านไปทุกคนต่างเอาของไปเก็บไว้ที่ห้องของตัวเองแล้วต่างแยกย้ายกันไปพักผ่อนจนถงเวลาอาหารเย็นที่ต้องกลับมาทานอาหารร่วมกันโดยฝีมือคุณพ่อบ้านอุซานางิ และแน่นอนว่าเมื่อเวลาอาหารมื้อสุดท้ายของวันหมดไปทุกคนก็ต่างไปพักผ่อนที่ 'ห้องของตัวเอง'

     อาสึกะยังไม่เข้าห้องของตัวเองทันทีเธอต้องการเวลาทำใจก่อนที่จะต้องเผชิญหน้ากับความจริงต่อจากนี้เธออ้างว่าขอไปรับลมด้านนอกหน่อย ไม่ใช่ว่าเธอกลัวหรือรังเกียจอะไรชายหนุ่มร่วมห้องเดียวกับเธอ กลับกันการที่เธอได้อยู่กับผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็น 'เจ้าชายแห่งเทย์โค' มันกลับทำให้เธอหรือสึกปลอดภัย แต่ที่เธอกังวลใจจนไม่กล้าจะเข้าห้องไปในทันทีเพราะเธอไม่รู้ว่าควรทำยังไง

'ความเขินอาย'

นั้นเป็นความรู้สึกที่เธอกำลังเจอในตอนนี้

"เอาไงดี ... จะเข้าเลย...ยังไม่เข้า ... เข้า ... ไม่เข้า" เสียงหวานของเด็กสาวพึมพำกับตัวเองพรางเดินไปมาอย่างนั้น

     จริงๆแล้วอาสึกะก็ไม่ได้กลัวกับคำขู่ในกระดาษที่เจอเมื่อเช้าของวันเธอชื่นชอบเรื่องพวกนี้เสียด้วยซ้ำหากแต่เธอรู้ว่าคนอื่นๆนั้นไม่ได้ใจอึดทึกทนขนาดนั้นโดยเฉพาะไทชิที่เธอเคยแกล้งจับให้เขามานั่งดูหนังสยองขวัญห้าเรื่องติด!!!

"เอาล่ะ!!" อาสึกะทำใจได้แล้วจึงเคาะประตูหน้าห้อง

ก๊อกๆ

"อาคาชิคุง ... ฉันเองนะค่ะ ..."ถึงเป็นห้องนอนของตัวเองแต่เธอไม่ได้อยู่คนเดียวมารยาทของอาสึกะที่ถูกสอนมาจากบิดาจึงเริ่มทำงานอัตโนมัติแต่็ไม่มีเสียงตอบรับจากใครในห้องนั้น ''อาคาชิคุงอยู่ไหมค่ะ'

กึก   แอ๊ด!!

     เมื่อเห็นว่าไม่มีทั้งเสียงตอบรับและร่างของใครมาเปิดประตูเธอเลยตัดสินใจหมุนลูกบิดประตูดู
ปรากฎว่าห้องไม่ได้ล็อค!!! เด็กสาวร่างจืดจางค่อยๆอ้าประตูออกไปเธอไม่พบใครในห้องนั้นเลย เตียงสองเตียงภายในห้องนั้นว่างเปล่าไม่มีใครหรืออะไรอยู่บนนั้น กระเป๋าก็ยังคงอยู่ที่เดิมไม่มีการโยกย้ายไปไหนมีเพียงความว่างเปล่ากับไฟที่เปิดทิ้งไว้

'ไฟ! ทำไมมันถึงเปิดอยู่ล่ะ'

แอ๊ด!!

     ดวงตาสีฟ้ากลมโตไร้อารมณ์เหมือนทุกทีค่อยๆเบิกกว้างขึ้นเมื่อเธอผินหน้าไปทางประตูห้องน้ำที่ค่อยๆเปิกอ้าออกพร้อมกับร่างสูงของเด็กหนุ่มเรือนผมสีแดงในสภาพนุ่งผ้าขนหนูปกปิดส่วนล้างเปลือยท่อนบนเผยแผ่นอกแกร่งกล้ามพองามที่ตอนนี้ไม่ว่าจะส่วนไหนก็มีแต่หยดน้ำไหลผ่านทั่วร่างกาย

"!!!"

"!!!!!"

     ไม่ใช่แค่เด็กสาวเท่านั้นที่ตกตะลึง ชายหนุ่มเรือนผมสีแดงเองก็ตกใจไม่ใช่น้อยที่พบเด็กสาวอยู่ภายในห้อง

"ข...ขอโทษด้วยค่ะ!!" เวลาผ่านไปเกือบๆตรึ่งนาทีได้อาสึกะที่ดึงสติของตัวเองกลับมาแล้วรีบหันหลังให้ร่างสูงก่อนกล่าวขอโทษเขา ใบหน้าหวานที่เคยเรียบนิ่งตอนนี้ถูกแต่งเติมสีแดงอ่อนๆบนพวงแก้มทั้งสองข้างของเธออย่างปิดไม่มิด

"ม...ไม่หรอกผมไม่ดีเองที่ไม่ระวัง ..." เซย์โตะมองแผ่นหลังของเด็กสาวผมฟ้าที่ตอนนี้สั่นไหวไม่ต่างจากนกน้อย แม้จะไม่เห็นใบหน้าของเด็กสาวตรงๆแต่สีแดงๆระเรื่อตรงใบหูของเด็กสาวมันชัดจนทำให้เด็กหนุ่มรู้ได้ทันทีว่าเธอไม่ได้กลัวถูกเขาดุเอาอย่างแน่นอน ด้วยท่าทางแบบนั้นของเด็กสาวมันทำให้เขาอดยิ้มออกมาไม่ได้เลย

'ช่างน่ารักจริงๆ....'

     รอยยิ้มเจ้าเลห์ที่มุมปากปรากฎบนใบหน้าเด็กหนุ่มเขาจดจ้องมองร่างเล็กๆทีท่าน่ารักนั้นอยู่พักใหญ่ มันทำให้เขารู้สึกอยากแกล้งเธอขึ้นมาทันที่เขารู้สึกเช่นนั้นขาแกร่งทั้งสองขยับตรงไปที่เด็กสาวเขายื่นใบหน้าไปใกล้เธอก่อนจะกระซิบข้างๆหูว่า

"เป็นอะไร ... ตัวสั่นเชียว?"

"!!!!!" เสียงทุ้มลึกแฝงความอ่อนโยนที่คุ้นเคยของกัปตันทีมบาสพร้อมลมหายใจอุ่นๆที่รดอยู่ที่ใบหูของเธอ อาจเป็นเพราะเป็นส่วนที่อ่อนไหวง่ายหรือความใกล้ชิดในแบบที่ไม่เคยเจอมาก่อนทำให้ใบหน้าของเด็กสาวแดงกว่าเดิมมาก ร่างกายร้อนแผ่วหัวไหล่ที่สั่นเบาๆอยู่ก่อนแล้วกลับสะดุ้งขึ้นมาด้วยความตกใจ

"ก ... ใกล้ไปแล้วค่ะอาคาชิคุง!!"

"ก็เห็นคุโรโกะตัวสั่นไม่หยุดผมก็นึกว่าเธอหนาวซะอีก" ไม่พูดเปล่าเด็กหนุ่มแนบตัวเข้าไปใกล้เด็กสาวมากขึ้นจนเข้าเริ่มสัมผัสความร้อนจากตัวของเธอได้ทั้งที่ตัวยังไม่แนบชิดกับตัวของเธอ

"ฉ...ฉันปกติดีค่ะ!!"อาสึกะหลับตาปี๋เมื่อเธอยิ่งสัมผัสได้ที่ตัวอีกฝ่ายที่เข้าใกล้มามากขึ้น ก้อนเนื้อในอกด้านซ้ายเต้นเร็วผิดจังหวะจากปกติทำให้เธอรู้สึกทรมานเล็กน้อย

"ไม่จริงหรอกเธอต้องไม่สบายแน่ๆ...เห็นไหมหน้าแดงหมดแล้ว" ยิ่งเห็นปฏิกิริยาของเด็กสาวที่ตอบสนองเขามากขึ้นยิ่งทำให้เขาอยากแกล้งขึ้นไปอีก มือแกร่งของเด็กหนุ่มเลื่อนขึ้นไปด้านหน้าเธอก่อนจะทาบลงที่หน้าผากของเธอ ส่วนมืออีกข้างก็จับลงมาที่ต้นแขนบางนุ่มของเด็กสาวทำให้ภาพที่เห็นใจตอนนี้ไม่ต่างเขากอดเธอจากด้านหลังกรายๆ

'ที่มันแดงก็เพราะคุณนั้นล่ะ! ... จงใจแกล้งกันชัดๆเลย!!'

     เธอไม่ได้รู้จักเซย์โตะดีหนักก็จริงแต่เธอก็รู้จักเขามานานมากพอที่จะรู้ว่าเด็กหนุ่มคนนี้มีความเป็นสุภาพบุรุษสูงไม่ใช่ผู้ชายที่จะมาทำเรื่องแบบนี้กับใครไปทั่ว

ถ้าไม่รักใคร่ .... ก็กลั่นแกล้ง

"พอได้แล้วค่ะถ้าแกล้งมากกว่านี้ฉันจะโกรธแล้วนะค่ะ!..."เสียงหวานที่ตื่นตระหนกพยายามปรับโทนเสียงเรียนนิ่งให้เหมือนเดิมที่สุดแม้ว่ามันจะไม่เนียนนักแต่เซย์โตะก็เริ่มรู้สึกตัวแล้วว่าอีกฝ่านดูท่าจะโกรธจริง

'แกล้งหนักไปสินะ'

"ขอโทษทีนะ...ดูเหมือนจะล้อเล่นหนักไปหน่อ---"

พรึบ!!

     ไม่ทันที่ร่างสูงจะจบความสว่างก็หายไปจากห้องนั้นเหลือเพียงแค่ความมืดกับอากาศรอบๆที่ค่อยๆร้อนหลงช้า

"อ...เอ๊ะ ... ไฟดับ?" เด็กสาวผมฟ้ามองไปด้านบนตรงส่วนที่น่าจะมีหลอดไฟอยู่ก่อนจะมองซ้ายขวาไปมา

"ดูเหมือนจะใช่ ... แต่อีกซักพักไฟสำรองก็น่าจำทำงานแล้วล่ะ "เซย์โตะผละออกจากร่างของเด็กสาวที่ตอนนี้ไม่ได้ใส่ใจเรื่องเขาแล้วกลับหลงเดินคลำๆโต๊ะและเตียงหมายจะไปเอาไฟฉ่าย "คุโรโกะอย่าขยับไปไหนนะ ...เดี๋ยวผม---"

"ว้าย!!"

โครม!!!

     ยังไม่ทันพูดจบเสียงของเด็กสาวกับเสียงของล้มกระแทกพื้นดังกลบเสียงเด็กหนุ่มไปซะก่อน

"ไม่เป็นไรใช่ไหมคุโรโกะ!"เด็กหนุ่มหวนเดินกลับมาทางเดินด้วยความเป็นห่วงเด็กสาว

"โอ๊ย...ม...เมื่อกี้เหมือนมีอะไรมาขัดขาเลยฉันค่ะ..." เด็กสาวคร่ำครวญท่ามกลางความมืดพรางสงสัยกับสิ่งที่เป็นสาเหตุทำให้เธอล้มลง

"ไม่มีอะไรหรอก...น่าจะสะดุดอะไรแถวนั้นอย่าพึ่งขยับ--"

ผลัก!!

"อ่ะ!!"

ปึก!!

     และก็เป็นอีกรอบที่มีร่างคนล้มลงกับพื้นเหมือนมีอะไรผลักให้ล้มลงไปอย่างง่ายดายแต่คราวนี้เป็นร่างสูงของเด็กหนุ่มซะเอง

"อึก! ... เมื่อกี้มัน..." ความคิดและความเจ็บปวดจากแรงกระแทกได้หายไปจากสมองของเขาเมื่อเขารู้สึกว่าตัวเขาไม่ได้กระแทกที่พื้นโดยตรงแต่เหมือนมีอะไรนุ่มๆรองรับตัวของเขาเอาไว้มิหนําซ้ำากลิ่นหอมอ่อนๆที่เข้ามาในจมูกของเขาช่างชวนให้เลิบเคลิ้มหลงไหลเสียเหลือเกิน ไม่ใช่แค่นั้นริมฝีปากหนาเหมือนกำลังสัมผัสความอ่อนนุ่มจนน่าประหลาดอยู่

'ไอ้นี่มัน?'

"อ...อาคาชิ ...คุง"เสียงหวานของเด็กสาวดังขึ้นอีกครั้งแต่มันใกล้หูเขามากจนเขาเริ่มรู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้น

พรึบ!!

"!!!"

"!!!!!"

     ทันทีที่แสงสว่างกลับมาเยือนสู่ห้องอีกครั้งมันมาพร้อมกับความตกตะลึงของสองหนุ่มสาวอีกครั้ง สภาพที่เกิดขึ้นในตอนนี้คือเด็ดหนุ่มเรือนผมสีแดงคร่อมจนเกือบจะทับเรือนร่างของเด็กสาวผมฟ้า ริมฝีปากหนาของเด็กหนุ่มสัมผัสกับพวงแก้มนุ่มๆเฉียดริมฝีปากบางชวนน่าสัมผัสไปอีกไม่กี่เซนที่ตอนนี้มีแดงเติมแต้มบนใบหน้าของเธอ

     หากมีใครเปิดประตูพรวดเข้ามาตอนนี้เขาต้องถูกกล่าวหาว่าเป็นพวกโรคจิตอย่างแน่นอน อย่าลืมว่าทั้งเนื้อทั้งตัวของเด็กหนุ่มมีเพียงผ้าขนหนูผืนเล็กปิดสวนสำคัญของชายหนุ่มเพียงผืนเดียว

นี้มันคุกคามทางเพศชัด!!

     ยัง...ยังไม่หมดเพราะแรงกระแทกตอนล้มของทั้งสองคนทำให้ชุดกระเปิดสีขาวและสายเดี่ยวของเด็กสาวล่นออกมาจากตำแหน่งเดิมเผยให้เห็นผิวขาวเรียบเนียนในแบบเด็กสาววัยรุ่น

"อึก!..."เซย์โตะมองภาพนั้นแล้วกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก ช่างเป็นการเย้ายวนอารมณ์ของเขาเสียจริงๆ ใจเขาตอนนี้อยากสัมผัสเรือนร่างที่อยู่ด้านล่างนั้นใจจะขาดแต่เขาฝืนชะงักมือของเขาสะกดกลั้นความรู้สึกเอาไว้แค่นั้นก่อนจะลุกออกมาจากตัวอีกฝ่ายแล้วรีบหันหลังให้ ใบหน้าหล่อเหลาของเขาตอนนี้แดงเป็นก้นลิงยาวไปจนถึงใบหูไปแล้วเรียบร้อย

"...ขอโทษ"ตอนนี้เขาไม่สามารถพูดอะไรได้นอกเสียจากขอโทษเด็กสาวต่อการกระทำอันล่วงเกินเธอนั้น

ตึกๆ!

ปัง!

เด็กสาวเรือนผมสีฟ้าไม่พูดอะไรเธอพรวดพราดหยิบของในกระเป๋าก่อนจะวิ่งเข้าห้องน้ำไป


.


.


.


     เป็นเวลาเกือบๆสองชัวโมงหลังจากเด็กสาวออกมาจากห้องน้ำที่เธอไม่พูดอะไรกับเขาเลย ไม่ว่าจะชวนคุยเล่นหรือปรึกษาการซ้อมเธอก็ไม่มองหน้าเขาหรือปริปากออกมาเลยแม้แต่แอะเดียวจนทำให้ความความอดทนของชายหนุ่มค่อยๆหมดลงไป

"หันมาคุยกันหน่อยสิคุโรโกะ"เซย์โตะเดินไปข้างเตียงของเด็กสาวที่ตอนนี้เธอนอนห่มผ้าอยู่ พอเขาไปทักเด็กสาวก็ทำเมินเขาไปพลิกตัวหันหลังให้ทันทีและนั้นก็ทำให้ความอดทนของเขาหมดไปแล้วจริงๆ

"คุโรโกะ อาสึกะ ... ถ้ายังไม่หยุดทำตัวแบบนี้อีกล่ะก็เธอกับผมได้เห็นดีกันแน่"

"!!"เซย์โตะพูดเชิงสั่งอีกฝ่ายเสียงกึ่งดุปนอารมณ์เสียของอีกฝ่ายส่งผมกับเด็กสาวชัดเจน เขาไม่ได้อยากจะสั่งเธอ ไม่ได้อยากดุเธอ ไม่ได้อยากบังคับเธอเลย เขาแค่ตองการให้เธอพูดกับเขาเช่นเดิม ทั้งขอโทษก็แล้ว อ้อนวอนก็แล้วก็ยังเมินใส่เขา

'เจ็บ...ในอกซ้ายมันช่างเจ็บเหลือเกิน'

'อย่าเมินกันแบบนี้เลย'

     เด็กสาวค่อยๆลุกจากเตียงผินใบหน้าหวานมนมาทางด็กหนุ่มเพียงแต่ใบหน้าสวยนั้นก้มหน้านิ่งไม่ยอมขึ้นมาสบตากับเขา

"โกรธ ... เกลียดผมเหรอ?"

"ม...ไม่ใช่ค่ะ!!"เด็กสาวรีบตอบเด็กหนุ่มโดยพลันแต่หน้าก็ยังก้มอยู่ "ฉัน ... ก็แค่ตกใจแล้วก็ อ ... อายคุณ ... เท่านั้นเองค่ะ"

     ใบหน้าของเด็กสาวกลับมาแดงอีกครั้งมือจิกอยู่กับผ้าห่มมีบิดมือไปมาเล็กน้อยระบายความเขินอาย เด็กหนุ่มที่มองเธออยู่อย่างนั้นค่อยเบิกตากว้างออกมาก่อนจะปรับเป็นตาที่มีความอ่อนโยนเหมือนดั่งเดิม ด้วยท่าทีที่แสนจะหายากยิ่งจากเด็กสาวจืดจางไร้อารมณ์คนนี้

เขาอยากเห็นใบหน้าของเธอตอนนี้...

"เงยหน้าสิ" คำพูดเชิงสั่งคล้ายกับเมื่อกี้ของเด็กหนุ่มแต่ต่างกันในครั้งนี้ไม่ได้มีน้ำเสียงดุดันแกมบังคับมีแต่ความอ่อนโยนจนชวนอยากฟังแล้งฟังอีกเท่านั้น เซย์โตะจับคางของเด็กสาวเชิดขึ้นให้นัยน์ตาสีฟ้ามาสบนัยน์ตาสีแดงทับทิมของเขา ทำให้ตอนนี้เขาเห็นใบหน้าของเด็กสาวชัดเจนมากด้วยตากลมโตสั่นระริกใบหน้าแดงก่ำจนกลบผิวขาวเนียนซีด ริมฝีปากบางเผยอออกมาเล็กน้อยชวนสัมผัส

ตึกตัก!!ๆ

     ใจเต้นระรัวเหมือนจะหลุดออกมานอกอกนัยน์ตาของเด็กหนุ่มมองใบหน้าของหญิงสาวแทบจะไม่กระพริบตาเขาต้องการจดจำใบหน้าหวานแสนน่ารักนี้เอาไว้ในใจให้นานที่สุด เอาให้มีวันลืม จดจำได้จนวันตายเลย แต่สุดท้ายเด็กหนุ่มก็หลับตาลงส่งยิ้มชวนหลงไหลให้เด็กสาวก่อนจะยื่นนิ้วก้อยของเขาไปทางเด็กสาว

"ดีกันนะ ... อาสึกะ"

"!!!" เหมือนเวลาของเด็กสาวหยุดนิ่งไปกับเสียงแสนอ่อนโยนของเด็กหนุ่มที่เรียกชื่อของเธอออกมาเป็นครั้งแรก

     จริงๆเขาและเธอรู้จักกันมาตั้งแต่เด็กสนิทกันในระดับที่ควรจะเรียกชื่อจริงกันได้แล้วแต่เพราะความเหินห่างในหลายปีที่ผ่านมาจึงยากแก่การเรียกชื่อกันอย่าสนิทสนม เธอไม่ได้หงุดหงิดเลย ไม่ได้ไม่ชอบด้วยที่อีกฝ่ายเรียกชื่อเธอ แต่กลับอยากให้เรียกแบบนั้นซ้ำๆไปเรื่อย ๆ

"ค่ะ ... เซย์โตะคุง" เด็กสาวยิ้มหวานออกมาอย่างปรื้มปิติเธอยื่นนิ้วก้อยไปเกี้ยวกับนิ้วของชายหนุ่มอย่างแนบแน่นทำให้เขายิ้มตอบเธออย่างพึ่งพอใจทั้งสองยิ้มให้กันอยู่พักนึงก่อนที่เด็กสาวจะนึกอะไรได้

"อ่ะ...จริงสิตอนทที่ไฟดับนั้นฉันยังคาใจอยู่เลยค่ะ?"อาสึกะทำท่าคิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเธอแทบจะไม่ขยับไปไหนเลยแต่เธอกับถูกขัดขาให้ล้ม ไม่สิ โดนดึงให้ล้มเสียมากกว่า

"จะว่าไปตอนนั้นผมเอง ... ก็เหมือนจะโดนผลัก..."ทั้งสองคนมองหน้ากันก่อนที่จะยิ้มออกมาเจื่อนๆคาดเดาถึงสิงที่เกิดขึ้นก่อนจะพูดออกมาพร้อมกัน

"หรือว่าจะเป็น ... ผี !?"

.


.


.


"ที่นี่ไม่มีผีหรอกนะ ..." ภายในห้องพักหรูชายหนุ่มวันสามสิบกว่าๆเรือนผมสีแดงทับทิมสวมหูฟังพึมพำออกมาก่อนจะถอดมันออกแล้วว่างไว้บนโต๊ะข้างๆ "แต่ถ้าคนจืดจางใกล้เคียงผีน่ะมีนะ ... จริงไหม? ... เท็ตสียะ" ดวงตาคมกริบเหลือบมองร่างชายหนุ่มสูงเรือนผมสีฟ้าวัยเดียวกันหน้าตาดูไร้อารมณ์

"ไม่ทำเกินไปหน่อยรึครับ อาคาชิคุง?"ชายหนุ่มผมฟ้าจ้องคู่สนทนาด้วยความหน่ายใจ

"ไม่เกินไปหรอกนะคุโรโกจจิ ... เด็กๆจะได้รู้สึกตัวกันซักที" ชายหนุ่มเรือนผมสีเหลืองวัยเดียวกันข้างๆเอ่ยขึ้นมา

"แล้วทำไมนายมาฟังด้วยล่ะฟะคิเสะ?"ชายหนุ่มผิวแทนผมสีน้ำเงินวัยเดียวกันหันไปถามเพื่อนสนิทผมเหลือง

"ก็ทั้งทางของฉันกับอาโอมิเนะจิไม่มีอะไรให้สนุกเลยนี่นา"

"เหอะ ... แล้วมิโดริมะกับมุราซากิบาระล่ะ?"

"กำลังนั่งฟังเสียงจากห้องที่ 1 อยู่จ๊ะ" หญิงสาวเรือนชมพูข้างชายหนุ่มผมฟ้าตอบให้พลางยิ้มกับเสียงที่ฟังอย่างปลื้มปิติจนชายหนุ่มผู้เป็นสามีทักขึ้น

"ซัทสึกิจังเก็บอาการหน่อยสิครับ"

"เอาล่ะ ... เป็นยังไงต่อไปนะอยากให้ถึงเกมส์ต่อไปเร็วๆจังเลย"รอยยิ้มแสนเจ้าเลห์ปรากฎบนใบหน้าหล่อเหลาของชายผมแดงเผยความสนุกกับสิ่งที่เตรียมไว้จนทนไม่ไว้

----------------------------------------------------------------------------------------------------------

ตอนนี้มีแต่เลิฟๆ 555 หลังจากนี้ไปไรท์จะเน้นคู่นี้เป็นหลักนะค่ะคู่อื่นๆอาจไม่เน้นมากแต่จะพยายามเสริมเข้าไป

ช่วงนี้อัพช้าติดงานตามเคยจ้าาาาาาาาาา

หมายเหตุ : ไรท์ของเปลี่ยนสรรพนามของเซย์โตะจาก 'ฉัน' เป็น 'ผม' นะค่ะ เพราะคิดว่าแบบนี้โอกว่า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

49 ความคิดเห็น

  1. #38 RitaRockZa (@RitaRockZa) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 13:32
    พวกท่านนี้ช่างรุกแรงจังเลยนะขอรับ
    #38
    0
  2. #24 1233456778990 (@1233456778990) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 เมษายน 2560 / 14:31
    รออ่านอยู่น้าาา สนุกมากๆเลยค่าา
    #24
    0
  3. #23 Lilina konome (@Alice_magatroy) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 เมษายน 2560 / 14:07
    สุดท้ายก็พ่อเเม่รุ่นปฏิหารย์อีกเช่นเคยว่าเเต่อีกห้องจะเป็นอะไรมั้ย
    #23
    0
  4. #22 praifah16 (@praifah16) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 เมษายน 2560 / 00:57
    ว่าแล้วว่าพ่อแม่แต่ละคนจะต้องเป็นตัวการ อ่านแล้วฮามากค่ะ 555
    #22
    0