[Fanfic Kuroko no Basuke] Kiseki no Sedai : RETURN

ตอนที่ 8 : ตอนที่ 7 : สาวน้อยขนมหวาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 346
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    23 มี.ค. 60

"อาสึกะ...เร็วๆเข้าเดี๋ยวก็หมดพักเที่ยงหรอก"


     เด็กสาวผมซอยสั้นสีน้ำตาลอ่อนเดินจากโต๊ะแถวหน้ากลางห้องมายังโต๊ะริมหน้าต่างซึ่งเป็นโต๊ะเพื่อนสาวคนสนิทของเธอพลางเบ้ปากมองสาวผมฟ้ายาวสลวยที่ตอนนี้กำลังเคร่งเครียดกับการจัดตารางซ้อมต่างๆ


"อืม...อีกแปปนึงนะค่ะซาโยะจัง"เธอตอบเพื่อนสาวทั้งที่สายตายังไม่ละจากแผ่นกระดาษขาวมือเรียวขยับเขียนบันทึกรายละเอียดไปมา ยิ่งเห็นแบบนี้เพื่อนสาวก็ยิ่งเบ้หน้าหนักกว่าเดิม


     เพราะทั้งวันตั้งแต่ก่อนคาบโหมรูม ช่วงพักระหว่างคาบเรียนทุกวิชาเธอจะต้องหยิบตารางฝึกซ้อมขึ้นมาตลอดจนแทบจะไม่ได้สนใจคนรอบค้างแม้แต่ 'ซาโยริ'ที่เป็นเพื่อนสนิทคนเดียวในห้อง วันนี้ก็แทบจะไม่ได้คุยกันเลยแต่ก็เข้าใจดีถึงแม้ว่าผลการเรียนจะไม่ดีเด่มากนักแล้วยังดูเฉื่อยฉาไปบ้างแต่อาสึกะก็เป็นคนสมาธิสูงมากโดยเฉพาะตอนที่วิเคราะห์ข้อมูล หรือไม่ก็อ่านนิยาย ยิ่งอันหลังนี่ถ้าเธอได้อ่านแล้วจะไม่หยุดแล้วสนใจใครจนกว่าจะจบตอนๆนึงไปแล้ว


     เวลาผ่านไปประมาณเกือบๆห้านาทีร่างกายของเด็กสาวก็เริ่มมีการเปลี่ยนอิริยาบถเธอเก็บกระดาษใส่แฟ้มลงกระเป๋าเรียนพร้อมกระเป๋าดินสอขนาดเล็ก


"ขอโทษที่ให้รอค่ะ ... ไปกินข้าวกันเถอะ" เธอลุกจากเก้าอี้หยิบกระเป๋าตังกับโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วลุกขึ้นประจัญหน้าสาวผมซอยสั้น


"ฉันหิวจะแย่แล้วน้า~"ซาโยริเริ่มโอดครวญอีกครั้ง มือทั้งสองข้างกุมเข้าที่ท้องพลางลูบไปมา เด็กสาวทั้งสองที่สูงไล่เลี่ยกันเดินออกมาจากห้องพากันเดินไปที่โรงอาหารของโรงเรียน ระหว่างเดินอาสึกะก็ต้องรับฟังบทเทศนาจากเพื่อนด้วยความหิวโหย


"ขอโทษจริงๆค่ะ...พอดีโดนเร่งงานมาน่ะ"เธอตอบเพื่อนสาวของตนด้วยสีหน้าที่ตายสนิทเหมือนอย่างเคยแต่ในใจก็แอบเคืองๆคนที่สั่งงานมาแบบช่วยไม่ได้


"อ่ะ! จากท่านอาคาชิสินะ!"เดาได้ไม่ยากเลยคนที่สั่งงานเธอได้ถ้าไม่ใช่อาจารย์หรือโคชก็มีแค่กัปตันทีมบาสสุดโหดแห่งเทย์โคเท่าใช้งานคนเก่งจริง


หืม?...เดี๋ยวนะ


"ท่าน...เหรอ?"อาสึกะขมวดคิ้วเล็กน้อยกับสรรพนามที่ใช้เรียกเด็กหนุ่มผู้เป็นกัปตันทีมของเธอ


"ก็แหม่...เขาหล่อจะตายไป...ฐานะดี สอบได้ที่หนึ่ง กีฬาก็เด่น แล้วยังเป็นสุภาพบุรุษแถมอยู่แค่ปีสองก็ได้เป็นกัปตันทีมแล้วด้วย"ดวงตาสีฟ้ากลมโตของเด็กสาวมองใบหน้าของเพื่อนที่มีทีท่าเขินอายตาเป็นประกายวิ้งๆเหมือนพูดถึงเด็กหนุ่มผมแดงออกมาอย่างเคลิบเคลิ้ม "ไม่ใช่แค่นั้นนะ ... ทั้งรุ่นพี่อาโอมิเนะ มิโดริมะคุง แล้วก็คิเสะคุงด้วยพวกตัวจริงเนี่ยทั้งหล่อทั้งเท่ทุกคนเลยน้า~ อิจฉาอาสึกะจังเลยที่ได้อยู่ใกล้ๆพวกเขาเนี่ย"


"เหรอค่ะ ... ฉันว่าธรรมดาออกค่ะ"ใบหน้าหวานยังคงนิ่งไม่แสดงอาการอะไรบนใบหน้าทำให้เพื่อนสาวหน้ามุ้ยให้กับความด้านตายของผู้จัดการสาว


     ซาโยริยังคงพูดเรื่องนี้ไม่หยุดจนมาถึงโรงอาหารแบบดี้ด้าสุดๆ อาสึกะก็พอจะรู้มาเหมือนว่าเพื่อนๆสมาชิกชมรมบาสเก็ตบอสของเธอค่อนข้างป๊อบมากในหมู่นักเรียนหญิง ที่โรงยิมระหว่างซ้อมก็มีเสียงกรี้ดกร้าดจากสาวๆไม่เว้นวัน มีสาวมาฝากของทั้งจดหมายและของกินไปให้หนุ่มๆ แล้วยังได้ยินอีกว่ามีการตั้งแฟนคลับของแต่ละคนขึ้นมาอีกและยิ่งมาฟังเพื่อนสนิทพร่ำเพ้อถึงหนุ่มๆแบบนี้ยิ่งทำให้เธอตระหนักถึง ความเนื้อหอมของเหล่าตัวจริงแห่งเทย์โค


หืม ... เหมือนจะลืมใครในตัวจิงไปรึเปล่านะ...ช่างเถอะ? 
[ระหว่างนั้นจู่มิตะก็รู้สึกเศร้าขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ]


"ฉันรู้ว่าเธอกินน้อยนะแต่นี้มันไม่น้อยไปเหรอ?"เด็กสาวผมซอยสั้นสีน้ำตาลว่างถาดอาหารชุดที่ซื้อมาไว้บนโต๊ะก่อนจะจดจ้องไปที่พื้นโต๊ะตรงหน้าเพื่อนสาวผมฟ้าที่มีแค่แซนวิชทูน่ากับนมสตอเบอรี่กล่องนึงเท่านั้น


"ไม่ต้องห่วงค่ะ...ไม่หิวทีหลังแน่นอน"พูดจบก็แกะพลาสติกที่ห่อแซนวิชไว้ออก


"ฉันกลัวเธอจะขาดสารอาหารตายก่อนน่ะสิ ... แค่นี้ก็ตัวซีดจางจนจะมองไม่เห็นอยู่แล้วนะ"ซาโยริเลิกสนใจเรื่องอีกฝ่ายและหันมาสนใจอาหารตรงหน้าตัวเอง เธอกันอย่างเร็วไม่ทันไรก็จะหมดจานแล้วในขณะที่คนตรงข้ามค่อยๆกินช้าแซนวิชในมือยังกินไม่ถึงครึ้งด้วยซ้ำ


ช้าเกินไปแล้ว


ปึก!!


"อ่ะ!"ไม่ทันไรก็มีผู้หญิงกลุ่มนึงชนเธอที่นั่งอยู่แบบไม่ทันตั้งตัวทำให้เธอเผลอปล่อยแซนวิชหล่นจากมือตกพื้นไปซ้ำยังไม่พอยังโดนเหยียบซะแบน จากแซนวิชทูน่ากลายเป็นขนมโรตีไปซะแล้ว


"โอะ!...ขอโทษทีพอดีไม่เห็-- ..อ้าว...เธอถ้าจำไม่ผิดเป็นผู้จัดการทีมบาสนี่"สาวผมยาวประบ่าหันมาขอโทษขอโพยแต่พอได้เห็นหน้าของเด็กสาวก็เปลี่ยนสีหน้ายิ้มที่มุมปาก


"เอ่อ...ฉันมั่นใจว่าเราไม่รู้จักกันนะค่ะ"อาสึกะมองผู้หญิงตรงหน้าสลับกับแซนวิชที่ถูกเหยียบแบนแบบเสียดาย


"แต่พวกเรารู้จักเธอนะคุณผู้จัดการ"ผู้หญิงผมม้วนอีกคนด้านหลังพูดขึ้นบ้าง


"คงจะดีใจมากล่ะสิที่ได้อยู่กับตัวจริงของชมรมบาสน่ะ"คิ้วเด็กสาวทั้งสองที่นั่งอยู่เริ่มกระตุกขึ้นมาเหมือนมีลางสังหรณ์แปลกๆเตือนภัยแก่ตัวพวกเธอ


เอาล่ะสิกระตุกข้างขวา .. ขวาร้ายซ้ายดี...แบบนี้ซวยแน่


"ถึงจะเป็นผู้จัดการก็เถอะมันจะไม่มากไปหน่อยเหรอ"


"เห็นกลับบ้านกับพวกเขาทุกวันเลยนี่"


"ปีก่อนก็ตอแยคิเสะคุงไม่เลิกด้วย"


"จะไม่โลภมากไปหน่อยเหรอ"


     และอีกสารพัดคำพูดที่สองสาวแปลกหน้าพูดใส่เด็กสาวแต่หารู้ไม่ว่าสาวผมฟ้าตรงหน้าไม่ได้ตั้งใจฟังที่เสียงนั้นซักเท่าไรเธอยังคงเสียดายอาหารเที่ยงของเธอแล้วยังหยิบกระเป๋าตังขึ้นมาดู


'ต้องซื้ออีกอันซะแล้วสิ ... '


"นี่!! ... ฟังอยู่รึเปล่ายะ!!"พอเห็นว่าคู่สนทนาไม่สนใจที่เธอพูดไปแถมยังทำแบบไร้ตัวตนอีกเลยตวาดใส่เด็กสาว


"จะมากไปแล้วนะพวกเธอ!...จู่ๆก็มาหาเรื่องกันเนี่ยสติดีรึเปล่า!"ซาโยริที่นั่งฟังอยู่นานหมดความอดทนลุกพรวดขึ้นมาประจัญหน้าตรงๆกับคู่กรณีของเพื่อน


"อย่ามายุ่งนะยัยจืด!"


ผลัก!!


"ว้าย!!" สาวผมประบ่าผลักสาวผมซอยสั้นจนไปชนกับโต๊ะจนล้มลงไปทั้งคนทั้งโต๊ะ เสียงดังสนั่นลั่นโรงอาหาร กลายเป็นจุดสนใจไปภายในพริบตา


"เหอะ! ... นึกว่าจะแน่-- เห้ย! ... หายไปไหนแล้ว!"พอหันกลับมายังสาวคู่กรณีของตนก็พบว่าเธอหายไปแล้ว หายไปราวกับอากาศธาตุ ราวกับว่าตรงนี้ไม่เคยมีใครอยู่ ทำเอาสองสาวเจ้าปัญหาขนลุกซู่ขึ้นมา


อย่าได้ดูถูกทายาทเงา 'มิสไดเร็คชั่น'


ปืด!


"ว้าย!...อะไรเนี่ย!!"น้ำสีชมพูขาวข้นจากทิศทางด้านข้างพุ่งเข้าใส่ใบหน้าของสองสาวตัวปัญหาอย่างจัง ตอนนี้สภาพตั้งแต่หัวลงมามีแต่ 'นมสตอเบอรี่' ไหลลงมาตามเส้นผมจนแทบจะไม่เห็นหน้าอยู่แล้ว


"อย่ามาใช้กำลังแถวนี้นะค่ะ"จากทิศทางของนมที่พุ่งไปเด็กสาวผมฟ้ายาวสลวยยืนบีบกล่องนมหันมาทางทั้งสอง สายตานิ่ง ใบหน้าหวานไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆตอนนี้ในใจเริ่มเดือดปุดๆขึ้นมาเมื่อเพื่อนของเธอโดนทำร้าย "ที่พวกคุณพูดเพราะอิจฉาไปเองแบบนั้นไม่ดูแย่ไปหน่อยรึค่ะ"


"หน่อยยัยนี่!"สาวผมประบ่ายกฝ่ามือขึ้นหมายจะประทับแรงฝ่ามือลงบนใบหน้าหวานของเด็กสาวแต่ก็ต้องหยุดชะงักไป


"ว้าว~ .. นมสตอเบอรี่หอมจังขอชิมหน่อยนะ~"


แผล่บ


"กรี้ดดดดดดด"ลิ้นอุ่นๆตวัดขึ้นเบาๆบนใบหน้าเด็กสาวผมประบ่ามาพร้อมใบหน้าหวานจิ้มลิ้มของเด็กสาวผมม่วงมัดผมมวยด้านหลังด้วยโบว์สีแดงซึ่งตอนนี้กำลังเลียที่ปากตัวเองอยู่


"หวานชื่นระรื่นจิต ~"เด็กสาวผมม่วงยิ้มร่าเหมือนเด็ก


"นี่เธอเป็น!-- ... ใคร"สาวผมม้วนหันไปถามด้วยความเกรี้ยวกราดแต่ก็ต้องหยุดลงแล้วลากเพื่อนของตนถอยหลังไปสองสามก้าว เหมือนทั้งสองถูกกดดันจากความสูงของเด็กสาวผมม่วงที่สูงกว่าพวกเธอเกือบๆสิบเซน


"มุราซากิบาระ อุคิ...ฝากตัวด้วยนะ 'นมเบอรี่'จัง"สาวร่างสูงค่อยๆเดินเข้าไปใกล้สองสาวด้วยรอยยิ้มหวานเฉื่อยๆไม่นานก็ถูกแทนที่ด้วยแววตาดุดันราวกับสัตว์ร้าย "แต่ฉันไม่ชอบคนที่ทำกับของกินแบบนี้!!"น้ำเสียงดุดันแรงขึ้นทันตาเมื่อสายตาของเด็กสาวหยุดลงที่แซนวิชใต้เท้าอีกฝ่ายอุคิเอื้อมมือไปที่หัวของสาวผมประบ่า


"ถ้าไม่อยากโดนบี้จนเละตามแซนวิชก็รีบไสหัวไปซะ!!"


"กรี้ดดดดดดดดดด ไม่เอาแล้ว!!"แล้วก็ได้ผลเสียงกรีดร้องของสองสาวค่อยๆห่างออกไปทิ้งทั้งสามคนเอาไว้


"ปลอดภัยดีสินะอาสึจิน~"


"ไม่เจอกันนานนะค่ะอุคิจัง"อาสึกะโค้งตัวเล็กน้อยพร้อมกล่าวทักทายเด็กสาว ไม่นานหนักร่างเล็กๆบอบบางก็เข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของสาวร่างสูง


"ยังตัวกะเปี๊ยกเหมือนเดิมเลย..น่ารัก~"มือที่ใหญ่กว่าผู้หญิงทั่วไปรัดกอดแล้วลูบไล้เด็กสาวผมฟ้าไว้ด้วยความเอ็นดู


"อึดอัดนะค่ะอุคิจัง"อาสึกะตอบ


"สต๊อป!! ... ตามไม่ทันแล้วนะอาสึกะรู้จักเธอคนนี้ด้วยเหรอ!?"ซาโยริที่ยืนอึ่งอ้าปากค้างอยู่นานกับเหตุการณ์ต่างๆเปิดปากถามออกมาอย่างงุนงงแบบสุดขีด


"เธอเป็นลูกของเพื่อนพ่อแม่ฉัน...อุคิจังค่ะ...ตอนเด็กๆเราเจอกันบ่อยๆ"หลังจากนั้นอาสึกะก็ต้องเล่าเรื่องต่างๆทั้งความจริงของเด็กสาวผมม่วงและสาเหตุที่เธอมาอยู่ที่นี่




"มุราซากิบาระ อุคิ ...จะมาเป็นผู้จัดการเหมือนคุโรโกะ ให้ความร่วมมือกับเธอด้วยล่ะแค่นี้ล่ะ!!"เสียงทุ้มของเด็กหนุ่มผมแดงประกาศบอกแก่สมาชิกทีมหนึ่งที่ตอนนี้จ้องเด็กสาวผมม่วงตาเป็นมันวาวด้วยความทึ่งกับความสูงเกินหญิงและชายบางคนและความน่ารักจิ้มลิ้มที่ชวนให้เคลิบเคลิ้ม ซึ่งตอนนี้เธอกำลังเลียอมยิ้มที่ซื้อตุนไว้อยู่ท่าทางตอนเลียยิ่งทำให้เหล่าหนุ่มๆหลงกันตามๆไป


"อุคิจังน่ารักจังเลย~"


"สูงเท่าไรเหรอ~"


"นี่ๆอุคิจังมาดูฉันซ้อมหน่อยสิ!"


"เอ๋~...ไม่เอาหรอกน่าเบื่อจะตาย"อุคิที่ตอนนี้ถูกรายล้อมไปด้วยหนุ่มๆทำหน้าเบื่อหน่ายไม่อยากใส่ใจใครทั้งนั้น


     อาสึกะมองเด็กสาวร่างสูงพร้อมกลุ่มผู้ชนหน้าหม้อที่ไม่สนใจการฝึกแล้วหันไปจีบสาวแบบไม่อายฟ้าอายดิน

และลืมไปด้วยว่ากัปตันของพวกเขามองอยู่



"ตรงนั้นไปวิ่งรอบสนาม 10 รอบ!!"เสียงทุ้มทรงอำนาจสั่งการดั่งคำประกาศิตส่งผลให้เหล่าหนุ่มๆสะดุ้งตัวโหนงร้องเฮือกกันเป็นแถวก่อนจะขานรับสั่งอย่างโหยหวนแล้ววิ่งกันออกไป


"...ไม่ไหวเลย"เซย์โตะพูดอย่างหน่ายๆ เขาคาดไว้แล้วว่าต้องเป็นแบบนี้แน่ๆ แต่ก็ต้องหนักใจกับผลที่ตามมาอยู่ดี


"ผู้ชายชอบผู้หญิงสวยๆกันทุกคนเลยรึค่ะ"เด็กสาวผมฟ้ายาวสลวยโผล่มาด้านข้างเด็กหนุ่มใบหน้าหล่อเหลาด้วยความจืดจางของตัวเอง แต่เด็กหนุ่มไม่แสดงทีท่าตกใจเลยซักนิดยังคงความสุขุมเอาไว้ไม่เสียมาด


"อาจจะเป็นงั้นก็ได้มั้ง"เด็กหนุ่มผมแดงตอบออกไปเขาค่อยๆหันไปมองใบหน้าหวานไร้อารมณ์อย่างเคยของเด็กสาว แต่เขาดันสังเกตว่ามันแตกต่างไปจากเดิมเหมือนเธอกันลังหน่ายๆกับสิ่งนี้อยู่


"ไม่พอใจอะไรเหรอคุโรโกะ?"เขาก้มชะโงกหน้ามองเด็กสาว แต่เธอก็ยังไม่ขยับเขยื้อนใบหน้าไปไหน


"เปล่าไม่พอใจนี่ค่ะ"ท่าทาง น้ำเสียงที่แอบแฝงไปด้วยความไม่พอใจทำให้เด็กหนุ่มอยากแกล้งเธอขึ้นมาพลางยิ้มที่มุมปากไปด้วย


"คุโรโกะก็น่ารักเหมือนกันนี่"


"!!"โดนยิ่งด้วยคำพูดที่ไม่คาดคิดจากปากเด็กหนุ่มเล่นเอาเด็กสาวทำอะไรไม่ถูกได้แต่ก้มหน้าปิดความเขินของตอนไว้เล็กน้อยก่อนจะปรับสภาพใบหน้าให้เป็นปกติ


"ไม่ต้องมาล้อฉันเล่นเลยนะค่ะ"พูดจบเด็กสาวรีบวิ่งจ้ำออกห่างเด็กหนุ่มผมแดงก่อนที่เธอจะโดนแกล้งมากไปกว่านี้ รอยยิ้มละมุนปรากฎบนใบหน่าหล่อคมคายอย่างพึ่งพอใจแต่มันก็หายไปเมื่อเพื่อนสนิทเขามาทักเขา


"ดูเหมือนช่วงนี้นายจะอารมณ์ดีจังนะเซย์โตะ"หนุ่มผมเขียวหันมาถามเพื่อนสนิทพลางมองสลับไปที่เด็กสาวผมฟ้า


"ก็ปกติดีไม่ได้มีอะไรพิเศษ"ชินจิมองเพื่อนสนิทพลางแย้งในใจกับท่าทางของเด็กหนุ่ม


'ไม่ ... ไม่ปกติซักนิด ... '


"แต่นายกลับดูไม่พอใจมุราซากิบาระนะ ... ชินจิ"คราวนี้เป็นหนุ่มเรือนผมสีเขียวที่สะอึกขึ้นมาเล็กน้อยเหมือนถูกจับได้กับสิ่งที่ตนรู้สึกอยู่


"...ฉันไม่เข้าใจเลยว่าทำไมนายถึงให้มุราซากิบาระมาเป็นตัวจริง ... มันผิดกฎนะที่จะให้ผู้หญิงลงแข่งน่ะ" ชินจิถามไปตามตรง


     มันไม่น่าจะได้ตั้งแต่แรกแล้วบาสเก็ตบอลชายที่มีแรงปะทะสูงกว่าบาสเก็ตหญิงจะให้มาร่วมแข่งด้วยกัน มีหรือแรงผู้หญิงจะไปสูงแรงผู้ชายได้กฎพวกนี้จึงสำคัญมากแต่ตอนนี้ชายผู้ได้ชื่อว่าเป็นกัปตันกลับเลือกให้ 'ผู้หญิง'มาเป็นนักกีฬาตัวจริงของ 'บาสเก็ตบอลชาย'


"ฉันเข้าใจสิ่งที่นายอยากพูด ... แต่มุราซากิบาระแตกต่างจากผู้หญิงคนอื่น ... เธอเป็นคนมี 'พรสวรรค์'ถึงไม่มีใจจะเล่นแต่ก็ทำออกมาได้ดีไม่แพ้ผู้ชายไม่แพ้พวกเราเลย"แววตาของเด็กหนุ่มดูมีความมั่นใจในความคิดของตน เขาซึ่งไม่เคยมองอะไรพลาดซักครั้งเชื่อมั่นในตัวเด็กสาวที่มีสายเลือดแห่ง 'พรสวรรค์' เหมือนๆกับตน


"ฉันล่ะเบื่อกับความมั่นใจนั้นของนานจริงๆเซย์โตะ"ชินจิถอนหายใจออกมาแบบหงิดหงิดกับความมั่นใจของหนุ่มผมแดงที่มีความนัยแฝงไว้ "งั้นนายจะบอกว่าแม้แต่ฉันก็อาจจะแพ้เธอได้งั้นสินะ"


     เซย์โตะไม่พูดตอบแต่ยิ้มที่มุมปากอย่างมีนัยแฝงแล้วเดินออกไปกลางสนามโรงยิมก่อนจะประกาศสิ่งที่ทำให้คนทั้งโรงยิ้มอึ่งกันไปเป็นแถบ


"มุราซากิบาระไปเปลี่ยนเป็นชุดวอร์มซะ..."


"เอ๋...ทำไมอ่ะเซย์จิน"เด็กสาวผมม่วงมวยเอียงคออย่างงงๆ


"เธอกับชินจิจะต้องแข่งกัน 'วันออนวัน'"

-------------------------------------------------------------------------------------------
ได้อัพซักทีช่วงนี้มีงานเลยไม่ค่อยได้อัพนะค่ะ

จะพยายามลงให้เยอะๆน้าาาาาา

อยากได้ความเห็นเยอะๆค่ะอ่านแล้วช่วยคอเม้นกันหน่อยน้าาาา จะได้ปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

49 ความคิดเห็น