[Fanfic Kuroko no Basuke] Kiseki no Sedai : RETURN

ตอนที่ 9 : ตอนที่ 8 : ปาร์ตี้ไอติม และ ...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 338
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    24 มี.ค. 60

     ภายในโรงเรียนเริ่มเงียบสงัดแทบจะไม่ได้ยินเสียงคนพูดกันจอแจหรือแม้เแต่เสียงฝีเท้าคนเดินเท่าไรนัก ท้องฟ้าสีฟ้าใสกลายเป็นสีส้มอมเหลืองแล้วค่อยๆมืดลงเรื่อยๆบ่งบอกได้เลยว่าเวลานี้นักเรียนส่วนใหญ่กลับบ้านกันไปหมดแล้ว จะเหลือก็แค่เหล่านักเรียนเข้าชมรมต่างๆโดยเฉพาะชมรมกีฬา


"เลิกซักที!~~" เสียงของเด็กหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีเหลืองร้องออกมาเดียงดัง ด้วยความดี๊ด๊าที่เลิกซ้อมแล้วถึงเวลากลับบ้าน


"ฮึบ...อ่า...วันนี้เหนื่อยสุดๆเลยแฮะ"ตามมาด้วยเสียงของเด็กหนุ่มผิมแทนผมสีน้ำเงินเข้มแขนทั้งสองข้างยึดขึ้นไปด้านบนแล้วบิดร่างกายใหคลายจากความเมื่อยล้าหลังการซ้อม


"ไม่ได้ซ้อมอะไรเลยเนี่ยนะค่ะ?"สาวน้อยผมฟ้าทักท้วงกับคำพูดของสองหนุ่มตรงหน้าด้วยใบหน้าไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆอย่างทุกทีเพราะตารางซ้อมวันนี้ไม่ได้ต่างจากเดิมเลยแม้แต่สเตปเดียวแถมวันนี้ทุกคนซ้อมน้อยกว่าเดิม ไม่ ไม่สิต้องบอกว่าแทบจะไม่ได้ซ้อมเลยมากกว่า เพราะทุกคนมัวแต่ไปสนใจคู่มวยหลักของวันนี้อย่าง มิโดริมะ ชินจิ และ มุราซากิบาระ อุคิ เสียจนไม่ได้ทำอะไรกันเลย


"ก็ลุ้นจนเหนื่อยไงเล่า ... เล่นเอาซะหมดแรงตามไปเลย" ไทชิก้มหน้าลงมาสนทนากับสาวน้อยผมฟ้า

"แต่ไม่นึกว่าผลจะออกมาแบบนี้เนี่ยสิ" สายตายของไทชิเปลี่ยนจากเด็กสาวมาเป็นเด็กหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีเขียวมรกตที่ตอนนี้ก้มหน้าหันหลังให้กับเพื่อนร่วมทีมแต่ล่ะคน บรรยากาศรอบตัวเขามีออร่าสีดำทมิฬล่องลอยไปทั่วบริเวณนั้น พาเอาทุกคนอึดอัดสัมผัสได้จากบรรยากาศมาคุ



"อย่าซึมไปเลยน่าชินจิ...แก้มือคราวหน้าก็ได้" เด็กหนุ่มเรือนผมสีแดงผู้มีตำแหน่งเป็นถึงกัปตันทีมเป็นฝ่ายเอ่ยปากคุยด้วยกับหนุ่มผมเขียวก่อนเป็นคนแรก


     จากสถานการณ์ชวนมาคุแบบนี้คงจะเดาผลการแข่ง 'วันออนวัน' กันได้ไม่ยาก 5:3 มุราซากิบาระ อุคิ เป็นผู้ชนะ


     ชินจิชำเลืองมองเด็กหนุ่มผมแดงสดเพื่อนสนิทที่สุดของตนด้วยความหงุดหงิดที่ตนเป็นฝ่ายแพ้ให้กับเด็กสาวแล้วยังต้องให้เพื่อนมาปลอบอีก การแพ้ชนะเป็นเรื่องธรรมดาในวงการกีฬา ทุกคนต่างอยากเป็นผู้ชนะ หากมีผู้ชนะย่อมต้องมีผู้แพ้ แต่ถึงอย่างนั้นนักกีฬาทุกคนก็เคารพและให้เกียรติกันในฐานะนักกีฬาด้วยกันเสมอไม่ว่าอีกฝ่ายจะเก่ง หรือ อ่อน แค่ไหนก็ตาม เรื่องนี้ชินจิรู้ดีอยู่แก่ใจ แต่เหตุที่ทำให้เขารู้สึกแย่ขนาดนี้ไม่ใช้เพราะเขาแพ้ธรรมดา


แต่เขาแพ้ให้กับเด็กผู้หญิง...


"หนวกหูน่าเซย์โตะ!...ฉันไม่ได้ซึมอะไรซักหน่อย" ชินจิหันมาประจัญหน้ากับเพื่อนผมแดงแอบเหวี่ยงเล็กน้อยด้วยความหงุดหงิด


'ก็ซึมอยู่เห็นๆนี่' เสียงในใจทุกคน


"มิโดริมะคุงเนี่ยเป็นพวก 'ซึนเดเระ' สินะค่ะ" อาสึกะพูดด้วยสีหน้านิ่ง "ไม่ร้องนะค่ะ" เธอเขย่งเท้ายืดแขนไปหาคนตัวสูงกว่าลูบหัวเรือนผมสีเขียวมรกตไม่ต่างจากลูบหัวปลอบเด็กน้อยปากแข็งยังไงยังงั้น


"ย...หยุดเดี๋ยวนี้เลยคุโรโกะ!!"


"อาร่าชินจินเศร้าเหรอเนี่ย โอ๋ๆไม่ร้องนะเด็กดี  ~" ยังไม่ทันที่สาวผมฟ้าจะยกมือออกสาวร่างสูงเท่ากับเด็กผู้ชายเรือนผมสีม่วงมัดมวยยื่นมือมาลูบหัวเด็กหนุ่มด้วยอีกคน ภาพตอนนี้เป็นภาพที่หนุ่มผมเขียวยืนหน้าด้วยแดงความเขินปนอับอายโดยมีสาวหน้าหวานกับสาวหน้าสวยผู้จัดการประจำชมรมบาสทั้งสองคอยลืบหัวไปมาไม่ต่างจากแม่ปลอบลูก เชื่อเลยว่าหากหนุ่มๆคนไหนมาเห็นแล้วต้องอิจฉาอย่างแน่นอน


ไม่เว้นกระทั่งหนุ่มสามคนตรงนี้ที่แสดงสีหน้าออกมาอย่างชัดเจน



"อ่ะแหม!...งั้นเรากลับบ้านกันเลยดีกว่านะ" เซย์โตะเป็นคนเปิดปากทำลายบบรรยากาศหวานเล็กๆทิ้งไป


"นั้นสินะฮะ...อยากกลับไปเล่นเกมจังเลย"เรียวมะเสริม


"เอ่อ...คือ"


"มีอะไรเหรออาสึกะ?" ไทชิมองเด็กสาวผู้เป็นเสมือนน้องสาวแท้ๆของตนหน้าฉงน


"เราไปปาร์ตี้กันเถอะค่ะ" คำพูดของเด็กสาวหน้าหวานผมฟ้ายาวสลวยเล่นเอาทุกคนตรงนั้นงงกันไปตามๆ ไม่ทันกับความคิดของเด็กสาวที่จู่ๆนึกสนุกอยากจัดปาร์ตี้แบบไม่มีปี่มีขลุ่ย


"ปาร์ตี้เนื่องในโอกาสอะไรเหรอฮะอาสึกัจจิ?"


"ฉลองที่มิโดริมะคุงแพ้ไงค่ะ....ล้อเล่นค่ะ" อาสึกะตอบติดตลกหน้าตายก่อนจะรีบกลับคำว่าล้อเล่นเนื่องจากสายตากึ่งอาฆาตคู่หนึ่งจ้องตรงมาที่เธอแบบแทบจะกินเลือดกินเนื้อ


"ฉลองที่เราทุกคนกลับมาเจอกันอีกไงค่ะ" มีรอยยิ้มจางๆออกมาจากใบหน้าหวานไร้อารามณ์จากสาวจืดจางที่พูดออกมาจากความปรื้มปิติ "ฉันดีใจที่ทุกคนมารวมตัวกันที่นี่ค่ะ ... มาเล่นบาสด้วยกันอีกครั้งเหมือนเมื่อก่อน"


     ในสมัยที่ทุกคนยังเป็นเด็กตัวน้อยๆพ่อแม่ของพวกเขาจะนัดเจอพูดคุยกันแล้วเล่นบาสกันเป็นประจำ ผู้ที่เป็นลูกๆอย่างพวกเขาก็ได้อานิสงค์ตามมาเล่นด้วยกัน จากนั้นไม่นานหน้าที่การงานของแต่ละคนก็ค่อยๆมีมากขึ้นจนไม่มีเวลามาพบกันเด็กๆทั้งหลายก็ต้องห่างเหินกันไป


ตอนนี้พวกเขามารวมตัวกันครบหกคนแล้ว


"นั้นสินะ ... ก็ไม่เลวเหมือนกัน"เซย์โตะแสดงความเห็น เผยรอยยิ้มอบอุ่นออกมาอย่างพึงพอใจและเห็นชอบกับความคิดของเด็กสาว เป็นคำตอบที่ไม่ใช่ว่าจะได้ยินจากปากกัปตันจอมโหดได้บ่อยนัก คนอื่นๆต่างพากันยิ้มเล็กยิ้มน้อยตามๆกัน


"พอพูดแบบนี้แล้วทำให้นึกถึงสมัยก่อนเลยนะ"ไทชิพูด


"เป็นความคิดที่ดีนะ ... น่าสนุกจังฮะ!" เรียวมะเสนอความคิดเห็นด้วยท่าทางสนุก


"ว้าว~ ... อยากกินของอร่อยจังเลย~"ตามมาด้วยอุคิผู้ชื่นชอบการกิน


"แล้วปาร์ตี้ที่ว่านี่จะไปจัดกันที่ไหนล่ะ"ชินจิเป็นฝ่ายถามบ้างทุกคนหันมามองหน้ากัน


.


.


.



"แล้ว...ทำไมถึงเป็นที่ร้านสะดวกซื้อล่ะฮะ!!"เรียวมะโวยวายเมื่อเดินมาถึงหน้าร้านสะดวกซื้อ


"ปาร์ตี้ฉลองไงค่ะ"สาวจืดจางตอบไปตามปกติเหมือนไม่ใช่เรื่องแปลก


"ฉลองด้วยอะไรมิทราบ!!"


"ฉันอยากกินไอติม ~~" นั้นล่ะคำตอบจากเด็กสาวอุคิใช้แขนยาวเรียวโอบกอดคอเด็กสาวตัวเล็กกว่าเชิงออดอ้อน


"จะเป็นไรไปเล่าเราก็ใช่ว่าจะมีตังกันเยอะซะด้วย" ไทชิเสริมให้พลางล้วงกระเป๋าดึงฟ้าซับในกระเป๋ากางเกงออกมาให้ดูว่าตนกินแกลบขนาดไหน


"แปลกไปบ้างแต่ก็ไม่ได้แย่นะ" เซย์โตะพูดออกมาตามองไอติมแต่ละรสในตู้แช่เย็นไปพลาง อาจเป็นเป็นเพราะเป็นปาร์ตี้ที่ตัวเขาไม่เคยเจอมาก่อนเลยอยากลองดูเสียมากกว่า


"จะเอาไงก็เอาเถอะ..."ชินจิตอบบ้าง ห้าเสียงต่อหนึ่งเสียงไม่อาจต่อกลอนได้เลยเลยทำให้หนุ่มหน้าหล่อเหลาผมเหลืองอำพันจ๋อยไปเลยทีเดียว


'ไม่มีใครเข้าข้างผมเลย ฮือๆ'เสียงร้องในใจเรียวมะ


"นี่ๆอาสึจินฉันอยากกินรสสตอเบอรี่ ช็อคโกแลตแล้วก็มะนาวง่า ~"อุคิยังคงกอดคอเด็กสาวผมฟ้าไปปล่อยพร้อมเสียงออดอ้อนที่ไม่เข้ากับร่างที่สูงเกินวัยของสาวม.ต้นทั่วไปอีกด้วย


"เดี๋ยวก็ท้องเสียหรอกค่ะอุคิจัง...แล้วก็ช่วยออกไปด้วยค่ะ...มันหนัก" อาสึกะตอบกลับไปเชิงบ่นๆ

"อ่ะ ... แต่ดูเหมือนจะไม่มีนะค่ะ"



"เอ๋!!~ " เด็กสาวร่างสูงร้องเสียงหลงด้วยความผิดหวังน้ำตาเริ่มคลอเบ้าตามมาด้วยเสียงสะอื้นเบาๆ


"อ่ะ...ย...อย่าร้องนะฮะ...มุราซากิบารัจจิ!"เรียวมะรีบเข้ามาปลอบเด็กสาวที่สูงไล่เลี่ยกับพวกเขาก่อนที่จะตรงนี้จะกลายเป็นจุดเด่นของร้านไป


"ยังมีรสอื่นอีกนะค่ะ"อาสึกะช่วยปลอบเสริมแต่ดูเหมือนว่าจะไม่เป็นผล


"ไม่เอาๆๆๆ เค้าอยากกินรสพวกนั้นนี่นา!!"นั้นไงล่ะเสียงของเด็กสาวงอแงเริ่มดังไปทั่วร้านแล้ว


"เลิกโวยวายได้แล้วยัยบ้า!"เด็กหนุ่มผมเขียวเรียบดุเด็กสาวเพื่อจะให้เด็กสาวเงียบลงแต่กลับส่งผลตรงกันข้าม


"หนวกหู!...เงียบไปเลยไอ้ผีบร็อคโคลี่!"


"ว ... ว่าใครผีบร็อคโคลี่ห๊ะ!!"


"จะเลิกบ้ากันได้รึยัง" เสียงทุ้มกดต่ำดังขึ้นแม้จะไม่ดังอะไรมากแต่กลับเปี่ยมไปด้วยอำนาจอันล้นเหลือใครที่ได้ยินไม่อาจต่อกลอนได้ เหมือนคำสั่งจาก 'ราชา' ที่ชื่อ อาคาชิ เซย์โตะ ตอนนี้ทุกเสียงเงียบกริบลงในทันที่หลังมีคำประกาศิตลงมาสายตาของเด็กหนุ่มไล่มองเพื่อนเรียงคนโดยตอนนี้เหงื่อไหลอาบท่วมใบหน้ากันไปหมดแล้วก่อนจะปรับเสียงกลับมาโทนเรียบตามเดิม

"ดูเหมือนรสที่ว่ามาจะยังขายแบบแพ็คนะ" มือเรียวแกร่งของกัปตันชมรมบาสเลือนไปหยิบแพ็คไอติมกล่องใหญ่สายตาไล่อ่านชื่อไอติมข้างกล่อง

"จริงดิ!...ดีจังเลยนะมุราซากิบารัจจิ~" เรียวมะหันมามองเด็กสาวที่ตอนนี้ตาเริ่มมีประกายปิ๊งๆมองกล่องไอติมในมือเด็กหนุ่มผมสีแดงทับทิม

"ตาดีจังเลยนะค่ะอาคาชิคุง" เด็กสาวดวงหน้าหวานเรือนผมสีฟ้ายาวมองอีกฝ่ายสลับกับตัวอักษรบนกล่องไอติมที่มีขนาดเล็กมากซะจนถ้าไม่เพ่งสายตาให้ดีก็แทบจะอ่านไม่ออกเลย

"งั้นเหรอ...ฉันว่าธรรมดาออกนะ" เขาหยักไหล่ขึ้นเล็กน้อยเหมือนที่เด็กสาวพูดนั้นเป็นเรื่องปกติสำหรับเขาเด็กสาวรู้สึกหมั่นไส้กับท่าทางนั้นเล็กน้อย

"งั้นก็ซื้อแบบนี้ไปเนี่ยล่ะ"

"นายพูดเหมือนนายเป็นคนจ่ายเลยนะอาโอมิเนะ"ชินจิเอ่ยย้อนกลับไปเพราะรู้อยู่แล้วว่าเจ้าบ้าบาสนี่ตอนนี้ไม่มีเงินพอที่จะซื้อไอติมหรือขนมกล่องใหญ่หลายสิบแท่งมาเลี้ยงเพื่อนๆแน่นอน

"ยี่ห่อนี้แพงด้วยนะฮะแถมกล่องยังใหญ่เวอร์อีก"หนุ่มผลทองอ่านฟ้ายไอติมหน้ากล่องที่เขียนว่า 'Hagend_z'

"ว่าแต่คนอื่นนายก็ด้วยล่ะมิโดริมะ ไอเทมนำโชคของนายวันนี้ก็เล่นเอากระเป๋าฉีกเลยไม่ใช่รึไง"เด็กหนุ่มผิวสีแทนเหลือบตาไปมอง 'รูปปั้นแมวเหลี่ยมทอง' ในมือหนุ่มผมเขียว "อุคิเธอพอจะมีเงินไหมล่ะ" หญิงสาวได้แต่ส่ายหน้าบอกว่าลืมกระเป๋าตังไว้ที่บ้าน

มาเลี้ยงฉลองแต่ไม่มีกะตังกะทังไอติมยังซื้อไม่ได้

"ถ้างั้นก็เหลือคนเดียวที่ต้องมีแน่ๆค่ะ" หลังจากพูดจบเด็กสาวผมฟ้าหันไปมองบุรุษที่เป็นคนถือกล่องไอติมอยู่แต่แรกถัดจากเด็กสาวสายตาเพื่อนในทีมคนอื่นๆก็ค่อยๆหันตามจนสายตาของทุกคนมาบรรจบจับจ้องกันไปที่เดียวในตอนนี้คงจะเป็นใครไม่ได้

นอกจากนายน้อยตระกูล 'อาคาชิ'

     เซย์โตะมองเพื่อนร่วมทีมของตนที่จ้องมองเขาเริ่มจากชินจิที่จ้องนิ่งๆ (แต่แลดูจริงจังมากกก) ตามมาด้วยไทชิที่ยิ้มมีเลห์ที่มุมปาก ต่อมาคืออุคิที่ส่งสายตาปิ๊งๆใส่เขา มาด้านข้างๆคือเรียวมะที่ทำหน้าอ้อนเหมือนลูกหมาโกเด้นขอขนม และก็มาถึงคนสุดท้ายตัวตั้งตัวตีหัวปาร์ตี้และเป็นคนเสนอชื่อเขาให้เป็นเจ้ามือปาร์ตี้ขนาดย่อมๆนี้เซย์โตะมองสายตาเด็กสาวจืดจางที่ยังคงหน้าไร้อารมณ์ไว้อยู่เพียงแต่ในตาแอบส่งประกายออกมาเบาๆอย่างรอความหวังทำให้เด็กหนุ่มผมแดงถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้

"เฮ้อ...ก็ได้ครั้งนี้ฉันเลี้ยงเอง"ทุกคนกำลังจะร้องเย้ดีใจแต่โดนอาสึกะเบรคไว้ก่อนจะเสียงร้องนั้นจะทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน

     หลังจากเงินทุกคนก็พากันมาที่สวนสาธารณะใกล้ๆที่นั้น เซย์โตะเปิดกล่องไอติมที่มีซองหลายๆซองหลายๆสีตามรสชาติวางกันเรียงรายเต็มก่อน แต่ล่ะคนหยิบรสที่ชอบกันไปแบ่งเท่าๆกัน มีเพียงผมฟ้ายาวสลวยเท่านั้นที่ขอเอาไปแค่แท่งเดียว

"ไม่น้อยไปหน่อยรึไงน่ะ" ไทชิหันไปถามผู้เป็นเสมือนน้องสาว

"แท่งเดียวก็อิ่มแล้วค่ะ"อาสึกะตอบพลางแกะซองไอติม'รสวนิลา'รสโปรดของเธอ

"นี่มันปาร์ตี้นะฮะอาสึกัจจิ...งั้นผมแบ่งของผมให้อันนึง-- "

ปึก!     แผละ!


"อ๊า!!...มาชนฉันทำไมอ่ะมิโดริมัจจิ!! ... ไอติมตกหมดเลยอ่ะ!!" เรียวมะโวยวายใส่เด็กหนุ่มผมเขียวที่จู่ๆก็เอาหลังมาชนเขาจนเผลอทำไอติมตกลงพื้นเสียหมดซ้ำร้ายยังถือเหยียบเละอีกต่างหาก

"ฉันเปล่าทำนะ...เซย์โตะผลักฉันมาเอง!" ชินจิรีบแย้งใส่โกเด้นน้อยแล้วมองไปอีกทิศยังเด็กหนุ่มผมแดงที่นั่งกิน
ไอติมแบบไม่รู้สึกรู้สา

"โทษทีพอดีที่มันแคบน่ะ" ช่างเป็นข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้นเอาซะเลยแต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีใครกล้าโต้แย้งเกรงห่วงชีวิตที่ต้องฝากเอาไว้ในใบตารางฝึกวันต่อๆมา

     เรียวมะเริ่มงอแงอีกครั้งพลางวิ่งไปวิ่งมาอ้อนวอนขอไอติม(?)ซักแท่งจากเพื่อนที่เหลือยกเว้นอาสึกะที่มีแค่แท่งเดียวอยู่แล้วกับเซย์โตะคนๆนี้ถ้าขอก็ให้นั้นล่ะแต่ ณ เวลานี้อย่าดีกว่า อาสึกะแยกตัวออกมานั่งกินไอติมของตัวเองตรงม้านั่งข้างๆเพื่อให้ห่างจากความวุ่นวายโดยเพื่อนผมเหลือง

"สนุกไหมคุโรโกะ?" เซย์โตะมายืนข้างหน้าเธอเด็กสาวเงยหน้ามองเขาด้วยความสงสัยว่ามาตั้งแต่เมื่อไรก่อนจะเก็บความสงสัยไว้ในใจแล้วตอบคำถามเขา

"ค่ะ...ดูวุ่นวายดี" เด็กหนุ่มยิ้มที่มุมปากมองเด็กสาวก่อนจะเดินมานั่งข้างๆเด็กสาวโดยเว้นระยะห่างที่เหมาะสมไว้ 'ไม่ใกล้ไม่ไกล' จนเกินไป

"ขอบคุณนะค่ะ ... อาคาชิคุงที่ช่วยให้ปาร์ตี้ไปได้ด้วยดี...แล้วก็ขอโทษที่ต้อง(หลอก)ให้จ่ายเงินด้วยค่ะ" อาสึกะก้มหัวขอบคุณและขอโทษให้แก่เด็กหนุ่มตามมารยาท

"ไม่เป็นไรหรอกฉันเองก็สนุกเหมือนกัน"เซย์โตะยิ้มบางๆตอบกลับไปเป็นรอยยิ้มที่อบอุ่นและอ่อนโยนมากจนสามารถทำให้สาวๆที่เดินผ่านตรงนั้นใจล่ะลายได้เลย "แต่คราวหลังไม่ต้องก้มหัวให้แล้วนะมันดูห่างเหินแปลกๆ"

"เอางั้นก็ได้ค่ะ"เด็กสาวเงียบไปซักพักก่อนจะเอยปากขึ้นมาอีกครั้ง

"วันนั้น...ครั้งแรกที่คุยกับอาคาชิคุงที่โรงยิม...ตอนนั้นคุณชวนฉันกลับด้วยกันสินะ"อาสึกะนึกหวนกลับไปวันแรกของชมรมและก็เป็นวันแรกที่ได้พูดคุยกับอีกฝ่ายในรอบหลายปีทีไม่ได้เจอกัน

"แล้วฉันก็โดน 'คุณพี่' ของเธอขัดไว้น่ะเหรอ" เซย์โตะพูดต่อแบบติดตลกโดยไม่ลืมกับการเน้นย้ำคำว่าพี่ชาย

"เพราะฉันไม่ค่อยมีเพื่อน...แล้วโดนแกล้งได้ง่ายอีกพี่ไทเลยขี้เป็นห่วงเกินความจำเป็นน่ะค่ะ" แต่เซย์โตะกลับคิดว่าไม่ใช้แค่นั้นหรอกที่ไทชิแสดงออกมานั้นมันมีมากกว่าคำว่า 'เป็นห่วง' ธรรมดามันเป็นอาการของ 'พี่ห่วงน้องสาว'จากผู้ชายที่มา'จีบ'เสียมากกว่า

"ตอนนั้นฉันแอบเสียดายอยู่นะ...นึกว่าจะได้คุยกันมากกว่านี้หน่อยแท้ๆ"

"ตอนนี้ก็คุยกันอยู่นี่ค่ะ?" เด็กสาวจืดจางตอบออกมาหน้าซื่อๆ

"มันไม่เหมือนกันหรอกนะ"หนุ่มหน้าต่อหล่อเหลาผมสีแดงถอนหายใจกับความซื่อแบบเป็นธรรมชาติของอีกฝ่ายที่ดูเหมือนจะไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาอยากสื่อ

อยากพูดคุยกันอีก อยากรู้จักตัวตนตอนนี้ อยากมองใบหน้าที่ไม่ได้เจอกันหลายปีนี้

ความรู้สึกตอนนั้นมันช่างหลากหลายเหลือเกิน


"ฉันเองก็เสียดายค่ะ...เพราะตอนนั้นฉันเองก็อยากรู้จักอาคาชิคุงในตอนนี้"สิ้นสุดคำพูดเด็กหนุ่มเบิกตากว้างเล็กน้อยอย่างประหลาดใจไม่นึกว่าเด็กสาวตรงหน้าก็คิดเช่นเดียวกับเขา "แต่ว่าเพราะคำพูดของอาคาชิคุงตอนนั้นมันทำให้ฉันรู้แล้วว่าคุณยังเป็นอาคาชิคุง'คนเดิม'ที่ฉันรู้จักค่ะ"

ตึกตัก!


     รอยยิ้มบางจากดวงหน้าหวานดวงตาสีฟ้ากลมโตสะกดสายตาของเด็กหนุ่มไว้ไม่อาจละสายตายไปได้ ก้อนเนื้อในอกซ้ายของเด็กหนุ่มสั่นไหวขึ้นมาอย่างน่าประหลาดเมื่อเด็กสาวพูดถึงคำพูดเขาพลางยิ้มส่งกลับมาอีก

'ดีใจ...ที่ได้เล่นบาสกับเธออีก...คุโรโกะ'

"อาคาชิคุงเป็นอะไรรึค่ะ..?"เด็กสาวถามเมื่อสังเกตเห็นสีแดงจางๆบนใบหน้าของเด็กหนุ่มก่อนจะมันจะหายไปอย่างรวดเร็ว

"เปล่านิ" ถึงจะว่างั้นแต่เขาเองที่เป็นฝ่ายเบือนหน้าหนีเด็กสาวไปทำให้เธอสงสัยก่อนจะเปลี่ยนเรื่องไป

"อ่ะ ... อาคาชิคุงในมือนั้น.."เซย์โตะหันกลับมามองเด็กสาวแล้วมองสิ่งที่อยู่ในมือตัวเองคือไม้ไอติมที่เขียนไว้ว่า
 'ไม้ฟรี'

"ดีจังค่ะ...แบบนี้อาคาชิคุงก็ได้ไอติมฟรีอีกแท่งแล้วค่ะ" อาสึกะมองไม้ไอติมแล้วยิ้มออกมาเล็กน้อย แต่เด็กยิ้มไม่ได้แสดงสีหน้าดีใจอะไรเขาเอือมมือไปจับมือเธอให้แบออกก่อนจะวางไม้ไอติมไว้บนมือเด็กสาวก่อนจะปล่อยมือเธอ

"ฉันให้เธอ"

"เอ๊ะ?... แต่นี้มันของอาคาชิคุงนะค่ะ?"

"ฉันอิ่มแล้ว ... แล้วคุโรโกะก็กินไปแค่อันเดียวด้วยนี่ ... ห้ามปฏิเสธเชียวล่ะ..ถ้างานเพิ่มแบบไม่รู้ตัวก็ช่วยไม่ได้นะ" เซย์โตะรีบดักคออีกฝ่ายที่กำลังจะตอบกลับอย่างเกรงใจแต่ก็ต้องกลืนคำพูดนั้นลงคอไปเมื่อได้ยินว่า 'งานเพิ่ม'

"เผด็จการมากค่ะ" อาสึกะทำหน้ายู่มองอีกฝ่ายตอนนี้ที่ยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจก่อนที่เธอจะนึกอะไรบ้างอย่างขึ้นมาได้

"จะว่าไปก็เหมือนเคยมีเรื่องแบบนี้นะ"

"อะไรเหรอ?" เซย์โตะถามกลับไปกับสิ่งที่เด็กสาวพูด

"แม่เคยเล่าให้ฉันฟังว่าเธอรักพ่อได้ยังไง...เธอไปเที่ยวกับเพื่อนๆแล้วเห็นพวกเขากินไอติมกันเธออยากร่วมวงกินบ้าง...แล้วคุณพ่อก็ให้ไม้ไอติมฟรีกับคุณแม่ท่านก็เลยหลงรักคุณพ่อน่ะค่ะ..."อาสึกะเล่าถึง 'เรื่องราวความรัก' ของพ่อแม่ตนแล้วแอบขำขึ้นมา

ความรักที่เกิดจากไม้ไอติมแท่งเดียว....

"หึๆ...เป็นเรื่องที่แปลกดีนะ"เซย์โตะขำออกมาเบาทำให้เด็กสาวตกใจเล็กน้อยเพราะปกติแล้วเด็กหนุ่มไม่ค่อยจะแสดงท่าทางอะไรแบบนี้นัก

"ฉันก็ว่างั้นค่ะ"เด็กสาวมองแล้วหัวเราะเบาๆด้วย

"ถ้างั้น...เธอก็มีสิทธิ์ที่จะหลงรักฉันด้วยรึเปล่า?" ไม่พูดเปล่าเขายื่นใบหน้าอันหล่อเหลาดั้งเทพบุตรมาใกล้เธอตอนนี้ดวงหน้าทั้งสองห่างกันประมาณห้าเซนได้ ดวงตาสีแดงทับทิมสบตากับดวงตาสีฟ้าที่สั่นไหวเล็กน้อย

ตึกตัก!

     ตอนนี้ดวงหน้าหวานมีสีแต่งแต้มพวงแก้มทั้งสองดวงสีแดงจางๆระยะห่างที่ไม่ห่างกันมากใบหน้าของอีกฝ่ายอยู่ใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจเล่นเอาหัวเจ้าเด็กสาวเกือบหลุดออกมานอกกาย

"เห~ ... อย่างนี้นี่เอง ~"


!!!!!!!

     เสียงปริศนาที่ทำให้สองหนุ่มสาวรีบผละจากกันโดยอัตโนมัติ ทั้งสองมองไปที่ต้นต่อของเสียงก็ต้องตกใจยิ่งกว่าเมื่อเห็นใบหน้าของผู้มาเยือนใหม่ สาววัย 30 กว่าๆเรือนผมสีชมพูยาวถึงกลางหลังนัยน์ตาสีเดียว ผมหน้าแสกกลางเผยให้เห็นหน้าผากหน่อยๆ เธอใส่ชุดไปรเวทกระโปรงสั้นถึงเขาเหมาะกับวัยมองสองหนุ่มสาวที่กำลังอึ่งๆอยู่

"ดีจ้าอาจัง ~ เซย์โตะคุง ~"

"แม่ค่ะ!!/คุณซัทสึกิ!!"


..............................................................................................................

ได้อัพซักที ไรท์อยู่มหาลัยไม่ได้ปิดเทอมเลยไม่ค่อยได้อัพ

อย่าว่าเค้าน้าจะพยายามอัพไม่ให้ขาดตอนนะค่ะ ~

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

49 ความคิดเห็น

  1. #39 turle (@turle) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 08:20
    <p>โมโมอิเป้นแม่</p>
    #39
    0
  2. #20 vodka (@patcharapak) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 มีนาคม 2560 / 04:34
    นี่สินะพ่อเป็นไงลูกเป็นงัน เชื้อไม่ทิ้งแถวจริงงๆ
    #20
    0
  3. #15 praifah16 (@praifah16) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 มีนาคม 2560 / 22:27
    สงสัยซะนานว่าใครเป็นแม่...แล้วคนอื่นๆล่ะสงสัยฝุดๆ
    #15
    1
    • #15-1 eriga (@favour) (จากตอนที่ 9)
      24 มีนาคม 2560 / 22:39
      เดี๋ยวก็มาจ้า
      #15-1
  4. #14 Lilina konome (@Alice_magatroy) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 มีนาคม 2560 / 21:40
    เหอะๆเชื้อไม่ทิ้งเเถวสินะ
    #14
    1
    • #14-1 eriga (@favour) (จากตอนที่ 9)
      24 มีนาคม 2560 / 21:52
      ใช่เลย
      #14-1