ประสบการณ์เที่ยวนอกประเทศครั้งแรก เย้ๆ หลังจากที่วางแผนมาตั้งแต่มีนา ในที่สุดก็ได้ไปจนได้ สำหรับ โปรแกรมเที่ยวฮ่องกง
มาเริ่มกันเลยนะ
อย่างแรก แน่นอนว่าเราต้องไปถงสนามบินสุวรรณภูมิอันโด่งดัง (เรื่องทุจริต 55+)
มาถึงสนามบินก่อนตีสามเล็กน้อย(ตามเวลานัด) แต่เช็คอินกระเป๋านานมาก เพราะว่าคนเยอะแต่เคาท์เตอร์เช็คอินเปิดแค่ 4 เคาท์เตอร์ แถมยังต้องไปหงุดหงิดต่อที่ด่านขาออก คือตรวจตม. ก็ยังมีเคาท์เตอร์น้อยอีก คนเยอะมาก แต่เปิดเคาท์เตอร์เช็คตม. ไม่ถึง 10 กว่าจะผ่านตม. กต้องแทบจะรีบวิ่งกันเลยทีเดียว แต่ก็ยังแอบถ่ายรูปได้ 55+
หลังจากเครื่องดีเลย์ชั่วโมงกว่า บวกกับการบินอีก 2 ชั่วโมง 25 นาทีโดยประมาณ ในที่สุดก็มาถึงสนมบินฮ่องกงกันแล้ว
และบังเอิญอย่างสุดๆ ที่ทริปนีได้เจอแฟนคลับด้วย แอบปลื้มว่า ตูก็ดังเหมือนกันแฮะ >////<
ริมซ้ายสุดกับขวาสุด คือลุงเด้งและป้าไก่ แห่งเว็บฮ่องกงแฟนคลับ ที่นังฝ้ายและเจ๊พีไปด้วย สองคนตรงกลางคือ พี่อันและพี่เชอรี่ ที่น่ารัก (พี่เชอรรี่นี่แหละเจ้าของร้านหนังสือที่แถวสายไหมและเป็นแฟนคลับด้วย พอรู้ว่านังฝ้ายเป็นใครก็มีการทวงหนังสือเล่มใหม่กันเลยทีเดียว >.<)
จากตึกที่ลงจากเครื่องต้องนั่งรถไฟเพื่อไปยังตึกที่จะเช็คตม. เข้าประเทศ เนื่องจากการถ่ายรูปพาสปอร์ตผมจะต้องไม่ปิดคิ้ว เพราะฉะนั้น นังฝ้ายต้องเปิดหัวเถิกในพาสปอร์ต และพอเข้าตม. ฮ่องกง ก็ต้องอับอายขายขี้หน้าโดยการเปิดหัวเถิก เพราะตม. มองรูปแล้วงง T^T
แต่ขอบอกว่าประทับใจสนามบินที่ฮ่องกงมาก ใหญ่มาก ระบบก็ดีมากๆ รับกระเป๋าแค่ครึ่งชั่วโมงเอง เคาท์เตอร์ตม. ก็เยอะ ทำงานรวดเร็วทันใจมากๆ
แต่ที่ไม่ประทับใจคือ กระเป๋าเดินทางนังฝ้ายล้อหาย!!! ซวยตั้งแต่วันแรก แถมยังลืมเครมอีก T^T
หลังออกจากสนามบิน เราก้ต้องไปที่โรมแรมที่พัก ชื่อว่า THE MIRA โรงแรมระดับ 6 ดาว ที่สวยมาก ทุกอย่างในห้องควบคุมด้วยปุ่มอิเล็คทรอนิก ชอบอย่างร้ายแรง เข้าไปถึงกดเล่นมันทุกปุ่ม 55+
ในห้องมีโทรศัพท์มือถือสำหรับนำติดตัวไปเพื่อโทรหาคนที่พักอยู่โรงแรมเดียวกันได้เพียงแค่กดเลขห้อง สะดวกมาก แถมฟรีด้วย มีคอมพิวเตอร์พีซีพร้อมจอขนาดใหญ่ แป้นพิมพ์ และอินเตอร์เน็ตพร้อม
วิวห้องฝ้ายไม่ดีเท่าไหร่ ของหลังเป็นตึกที่แทบจะเห็นทะลุภายใน 55 เพราะมันใกล้กันมากจนน่ากลัวทีเดียว แต่ภายในห้องดีมาก เตียงอย่างนุ่ม
ห้องน้ำหรูหราไฮโซ และเป็นกระจกทั้งหมด ประมาณถ้าฮันนีมูนคงโรแมนติกเลือดกำเดาพุ่งกันน่าดู แต่พอดีหาผู้ชายไม่ได้ 55 ก็เลยต้องปิดม่าน กร๊ากกกก
ลิ้นชักอันหรูหราแต่ไม่กล้แตะของภายใน กลัวเสียตังค์ กร๊ากกก แต่ชาและกาแฟฟรี โดยที่นังฝ้ายเจ๊พีไม่ได้กิน ความจริงเจต๊พีอยากกินชา แต่กลัวว่ามันจะคิดตังค์ เพราะกล่องไฮโซมาก แต่อย่างว่า ด้วยความงก เราจึงไม่กล้าแกะ และอีกอย่างที่ยังเสียดาย ความจริงคือผ้าขนหนูผืนเล็กและรองเท้าที่ใส่ในห้อง สามารถเอากลับบ้านได้ โดยไม่เสียตังค์ (เค็มจริงๆ แต่รองเท้าเขานุ่มนิ่มจริงๆ นะ)
หลังจากระเริงกับห้องพักแสนหรูหรา เราก็ต้องรีบทำเวลา วันแรกก็ไปไหว้เจ้าแม่กวนอิมที่หาดรีพับเบย์
ได้นั่งรถเมล์สองชั้นที่ได้จ้ำเขียวๆ มาด้วย แบบว่า คนที่เขาขึ้นประจำก็ชินอ่ะนะ เรามันพวกครั้งแรก ก็โดนเหวี่ยงไปมาเล็กน้อย และแถมลงผิดป้าย เดินไกลใช้ได้เลยทีเดียว 55+
ไปกันสี่คนคือนังฝ้าย เจ๊พี พี่อันและพี่เชอรี่
รูปแรกคือสะพานต่ออายุ ข้ามแล้วต่ออายุได้ 3 ปี ข้ามไปจะไปเจอ เทพเจ้าด้ายแดง พอดีไม่มีคนที่จะไปนั่งด้วย เลยไม่ได้นั่ง 55+ พอไปอีดนิด (รูปกลาง) เป็นปลาหรืออะไรสักอย่างเจ๊พีรีบเปิดหนังสือท่องเที่ยว เขาก็บอกว่า ให้โยนเหรียญให้เข้าปากแล้วอธิฐานจะได้ตามนั้น ครั้งแรกนั่งฝ้ายโยน กระทบเขี้ยว ครั้งที่สอง ขึ้นไปค้างที่หัวปลา เลยฮากันใหญ่ 55+
ต้องบอกว่าการมาที่รีพับเบย์ใช้เวลาเยอะ เนื่องจากต้องต่อรถเมล์ด้วย แต่ขากลับแยกกันกับพี่อันและพี่เชอรี่ เพราะทั้งคนนั้นบอกว่าจะไปที่เดอะพีค คือจุดสูงสุดของฮ่องกง ส่วนนังฝ้ายเจ๊พอ มุ่งตรงสู่ห้าง element เพื่อไปหา โอนิซึกาไทเกอร์
และก็ได้มา ถึงแม้จะได้รุ่นที่ต้องการ แต่ก็ได้มาคู่หนึ่ง อิอิ ได้ส่วนลดจากการซื้อเดย์พลาสของ MTR (รถไปใต้ดิน) 50 ดอลล่าฮ่องกง บวกมีโค้ดส่วนลดอีก 10% ราคาจาก 900 จึงเหลือเพียง 810 ดอลล่าฮ่องกงเท่านั้น อิอิ
วันแรกกว่าจะกลับถึงห้องก็ปาไปเกือบสองทุ่ม ตั้งใจจะไปดู ซิมโฟนี่ออฟไลท์ ซึ่งเป็นการแสดงแสงสีเสียงถาวรที่ดีที่สุดในโลก และเนื่องจากวันนั้นเป็นวันชาติฮ่องกง (1ตุลา) จึงมีการจุดพุด้วย พอเจอมหาชน นังฝ้ายเจ๊พีก็รีบถอดใจทันที 55+ คนมหาศาลอลังการสุดๆ ก็เลยเดินเล่นแถวๆ ที่พัก หาข้างกิน กลับเข้าที่พัก็เกือบสี่ทุ่มกล่า อาบน้ำ นวดขา นอนหลับเป็นตาย
fayya ลั้นลาที่ hongkong 1
เขียนโดย
fayya
แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม
7 ต.ค. 52
1,583
0
ความคิดเห็น