[*สถานะ: พักอัพ] Kirakira no Shiawase no you ni

ตอนที่ 7 : ปฏิบัติการที่ 4 : การที่เราจดจ่อกับบางสิ่งมากเกินไปก่อนจะถึงเวลา ไม่เป็นผลดี เพราะพอถึงเวลาที่ต้องจดจ่อจริง สติที่มีไว้ดันถูกใช้หมดไปไม่มีเหลือให้ใช้แล้วน่ะสิคะ!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    7 ม.ค. 61


ปฏิบัติการที่ 4 : การที่เราจดจ่อกับบางสิ่งมากเกินไปก่อนจะถึงเวลา ไม่เป็นผลดี เพราะพอถึงเวลาที่ต้องจดจ่อจริง สติที่มีไว้ดันถูกใช้หมดไปไม่มีเหลือให้ใช้แล้วน่ะสิคะ!


















โซโลเมส การแข่งขันอันทรงเกียรติ การแข่งขันที่เดิมพันด้วยเกียรติยศ ศักดิ์ศรี



.....การแข่งขันที่เดิมพันด้วยชีวิต.....





ผู้รับสารเซอโก ถือเป็นผู้ได้รับเกียรติให้เป็น 'โซลีซ (ผู้มีจิตวิญญาณแห่งโซโลมอน)' หนึ่งในผู้เข้ารับการแข่งขัน 'โซโลเมส' ถือเป็นโอกาสล้ำค่าที่ไม่อาจนึกฝันถึง


ตั้งแต่มีการก่อตั้งการแข่งขันขึ้น จวบจนปัจจุบัน มีผู้ได้รับโอกาสนี้เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น เขาผู้สร้างประวัติศาสตร์นำพาเหล่า 'ดีวิล (ผู้มีจิตวิญญาณแด่โซลีซ)' ของเขาคว้าชัยโซโลเมสไปครอบครอง



ฉายาของเขา 'โซลีซที่เป็นโซลีซเหนือใคร' ไม่มีใครในแผ่นดินนี้อาจหาญลืมเลือนเรื่องเล่าขานเป็นตำนานนี้ได้




เขา คือ......






"ขอแสดงความยินดีต่อท่านผู้ถือสารเซอโก"


เสียงนุ่มนวลอ่อนโยนเมื่อกล่าวคำกลับดูทรงอำนาจ ผู้คนต่างยอมสยบให้เขาอยู่เหนือกายใจโดยไร้การขัดขืน ความทรงอำนาจกลับไม่เย่อหยิ่งยะโส ยิ่งสร้างความเลื่อมใสศรัทธาต่อประชาชนทุกหมู่เหล่า

ซาลาซซาแห่งวิหารนัวร์องค์ปัจจุบัน นาซิสโซ นัวร์ คลาวิส กล่าวคำแสดงความยินดี ก่อนจะส่งสัญญาณมือให้เหล่า'ซาลา'ที่ก้มทำความเคารพ ยืนตรงพร้อมเพรียงกันอย่างเป็นระเบียบ รอสัญญาณเริ่มพิธีอย่างจดจ่อ


"ท่านผู้ถือสาร เชิญ" ซาลาซซาหนุ่มผายมือให้หญิงสาวที่ยืนนิ่งอยู่หน้าประตูไม้แกะสลักประดับอัญมณีสีใสสูงจรดพื้นถึงเพดานทรงโดม


หญิงสาวที่ถูกเชิญก้าวเดินไปยังจุดที่ชายหนุ่มผู้สูงศักดิ์ผายมืออย่างไม่มีอาการหวั่นเกรงหรือลังเลสักนิด


เมื่อหญิงสาวออกเดิน แต่ละก้าวเกิดเสียงรองเท้ากระทบพื้นเป็นเสียงก้องกังวานใสเหมือนเสียงดนตรีบรรเลงทั่วห้อง ทุกชีวิตเฝ้ามองการก้าวเดินของหญิงสาวอย่างจดจ่อ


พอถึงจุดกึ่งกลางของวงแหวนวาดด้วยอักขระเวทย์โบราณสีแดงสดดั่งสีโลหิต เกิดเป็นเส้นวงลวดลายที่ดูน่าสะพรึงกลัว แต่ในอีกควาหมายกลับงดงามอย่างน่าประหลาด หญิงสาวได้หยุดตรงกลางวงด้วยสีหน้านิ่งสงบ กลุ่มผมสีเงินที่ถูกรวบไว้อยู่ๆกลับปลิวไสวชั่วพริบตาก่อนจะนิ่งลง


ในห้องที่ไร้บานหน้าต่างหรือประตูอื่นนอกเหนือจากประตูไม้สลัก และวงเวทย์ที่เขียนบนพื้นเท่านั้น ไม่มีทางเป็นไปได้ที่ลมจะสามารถพัดผ่านเข้ามาในห้องได้ แต่เหตุการณ์เมื่อครู่....


เหล่าซาลาที่พบเจอเหตุการณ์อันเหนือธรรมชาติต่างๆนาๆจนเป็นปกติสุข อดที่จะรู้สึกกระสับกระส่ายใจไม่ได้

แต่ด้วยหน้าที่ผู้ร่วมทำ'พิธีกรรม'อันทรงเกียรตินี้ พวกเขาไม่ได้แสดงอาการใดๆออกมา ภายนอกยังคงอยู่ในอาการสำรวมดังเดิม


ซาลาซซาหนุ่มรับรู้ถึงความกริ่นเกรงของเหล่าซาลาของวิหารเขาดี แต่การจะมาปลอบโยน ปลอบขวัญพวกเขาทางที่ดีที่สุดคือ การสงบอย่างสุขุม ไม่แสดงท่าทีใด

ผู้น้อยเห็นท่าทางอันผึ่งผาย ไร้ความกังวลใด ทำให้พวกเขารู้สึกละอายที่แสดงอาการแย่ๆให้ผู้สูงศักดิ์เห็น เหล่าซาลาผ่อนคลายและกลับมาเป็นปกติ


อาการเหล่านั้นตกอยู่ในสายตาคนผู้หนึ่งที่มองดูเงียบๆมาตลอด....




ผู้รับหน้าที่เป็นผู้ดำเนินการทำพิธีกรรมครั้งนี้ ส่งสัญญาณเตรียมพร้อมให้ผู้ทำพิธี




"พิธีกรรมแสดงเจตจำนงค์ต่อเซอโกเริ่มขึ้น ณ บัดนี้!"




พิธีกรรมได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว....







•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••







"ฟาริเซเฟล เฟรฟีวิล โซลีซแห่งโซโลเมส!"



และ พิธีกรรมได้จบลงแล้ว......

"..."



พิธีสำเร็จผลแล้ว......



สำเร็จเสร็จสิ้น....



สำเร็จเสร็จสิ้นคือ จบ ....เริ่มแล้วจบเลยแบบนี้ก็ได้ด้วยเหรอ? แล้วตรงกลางล่ะ ตอนช่วงกลาง ท่อนฮุคหายไปไหน... มันต้องมีเวทมนตร์อู้ฟู่ๆ เป็นประกายวิ๊งวับๆ เส้นแสงเจิดจรัสเจิดจ้า หรือกลุ่มหมอกควันปริศนาอะไรงี้ไม่ใช่เหรอ?



ว่างเปล่า นี่มันความเวิ้งว้างอันไกลโพ้นชัดๆ!



โซลีซคนใหม่ยืนนิ่งอยู่ตรงกลางวงเวทย์ ไม่ขยับเขยื้อนอยู่กับที่ดังก่อนทำพิธี เหล่าผู้ร่วมทำพิธีเกิดอาการสับสนงงงวย ไม่กล้าขยับตามเช่นกัน


ผู้มีตำแหน่งสูงส่งได้เอ่ยปากถามไขข้อสงสัยของทุกคน "เกิดอะไรขึ้นหรือท่านโซลีซ?"


'ท่านโซลีซ' นิ่งไปนิด เหมือนตามเรื่องไม่ทัน ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่า ท่านโซลีซก็ตัวเธอเอง..... "ใช่ โซลีซ แล้ว... โซลีซได้มาอย่างไร? "

เห็นสีหน้ามึนงงสุดขีดของท่านโซลีซ นาซิสโซเองก็เริ่มงงตาม แต่ก็ยังตอบคำอย่างสุภาพใจเย็น "จากการทำพิธีแสดงเจตจำนงค์ของท่านเมื่อครู่ขอรับ"


ฟาร์ยกมือขึ้นเชิงขอถามต่อ "ใช่ ทำพิธี แล้ว... ทำพิธีสำเร็จผลได้อย่างไร?"


คราวนี้ชายหนุ่มที่เริ่มสงสัย ได้สงสัยอย่างชัดเจน


"ท่านได้แสดงเจตจำนงค์อย่างแน่วแน่ ...มากทีเดียว จากสิ่งที่ปรากฎต่อหน้าข้าและซาลาเมื่อครู่ ข้ามิเคยเห็นผลจากจิตใจอันมุ่งมั่นถึงเพียงนี้มาก่อน...."

พลังใจของท่านโซลีซช่างน่าอัศจรรย์มาก ตอนช่วงทำพิธีเขาและซาลาตื่นตกใจมากจนเกือบหลุดจากการทำพิธีให้ส่งผลเสียหายเกินแก้


"..."

จากความหมาย แสดงว่ามีพิธีเกิดขึ้นแล้วจริงๆ ทำไมคนทำพิธีตรงๆอย่างเธอไม่รู้เรื่องราวอย่างที่พวกท่านซาลาซซาได้พบ เธอจำได้แค่ว่า สิ้นคำเริ่มต้นพิธีกรรมเพื่อแสดงเจตจำนงค์ เธอได้หลับตาลง


...หรือว่าช่วงนั้น แต่เธอรู้สึกแค่ว่าชั่วพริบตาเดียวเท่านั้น เพราะพอหลับตาเพื่อต้องการให้ส่งความมีเจตจำนงค์ของเธออย่างแน่วแน่ ทั้งๆที่สิ่งที่ควรจะเห็นหลังเปลือกจะเป็นความมืดอย่างทุกครั้ง


เธอกลับเห็น...


วัตถุปริศนาสีดำประกายแดงแวววาวอยู่ในความมืดมิดด้วย!


พอเธอพยายามเพ่งมองสิ่งนั้นให้ชัดขึ้น กลับมีอะไรบางอย่างพุ่งสวนเข้ามาหาเธอแทน ความตกใจของเธอทำให้เผลอลืมตาขึ้นมา หลังจากกนั้นก็ได้ยินเสียงประกาศว่า เธอเป็นโซลีซแล้ว....



เธอไม่รู้ว่าคืออะไร แต่กลิ่นอายจากสิ่งนั้น ช่าง.....



"ท่านโซลีซขอรับ?"

ฟาร์ที่กำลังยกมือนวดคลึงขมับอยู่ หยุดการกระทำไม่น่าเคารพเกรงขามนั้นลง ตัวเธอจะเป็นยังไงก็ช่าง แต่จะมาทำให้ท่านผู้สูงส่งที่ทำท่าเคารพนับถือเธออยู่เสียหน้าไม่ได้


หญิงสาวยืดตัวตรงจะตั้งท่าทรงภูมิ แต่ชั่วขณะเดียวกันก็ตัดสินใจบอกถึงความกดดันที่ไร้สาเหตุต่อซาลาซซาหนุ่มไป


"เรียกชื่อข้าแทนเถอะค่ะ หรือจะตั้งให้ใหม่ก็ได้ ข้ายังไม่ชินกับคำเรียกนั้น มันเหมือนท่านคุยกับคนอื่น ที่ไม่ใช่ข้า..." เห็นท่าทางเหมือนทำอะไรผิดไปอย่างใหญ่หลวงของเขา ก็อดจะยกมือกำขมับในจินตนาการไม่ได้



ท่านจริงจังเกินไปแล้ว! ดูเธอเป็นตัวอย่างสิคะ ไม่คิด_่าอะไรเลยเนี่ย....



"...ข้าชอบให้คนเรียกชื่อข้าน่ะค่ะ เหมือนเขายอมรับตัวตนของข้า คุยกับข้า แบบนี้สนิทชิดเชื้อกว่าเป็นไหนๆ!" ครั้งนี้ไม่ได้แถ ความจริงจากใจล้วนๆ


ลองนึกภาพตาม เวลาคนตำแหน่งเดียวกันนั่งด้วยกัน พอเรียกตำแหน่งออกไปที หันกันทั้งก๊ก มันน่าสยดสยองแค่ไหน? เรียกชื่อสิแน่นอน!


คนที่หญิงสาวอยากสนิทด้วยชะงักไปเล็กน้อย "สนิทกับข้า..." ฟาร์ตบมือชอบใจที่เขาเข้าใจความต้องการของเธอ

"ใช่เลยค่ะ! สนิทกับข้า ท่านมีแต่ได้กับได้นะ อย่างน้อยท่านก็ไม่เงียบเหงา เพราข้าจะพูดกับท่านไม่หยุด ขนาดที่ท่านรำคาญ ข้าก็ไม่หยุดเลยล่ะ ฮ่าๆ"


ได้ทีเธอยิ่งโฆษณาชวนเชื่อตัวเองยกใหญ่ "ท่านจะไม่ต้องกังวลใจว่าจะกินอะไรดี ข้าจะแนะนำให้ท่านถึงร้านเด็ด ร้านอร่อย ไม่มีทางผิดหวังแน่นอน หากข้ามีเรื่องสนุกๆ ข้าจะชวนท่านเข้าาร่วมด้วย ท่านจะมีชีวิตอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเลยล่ะ"


มีคนเดียวในโลกที่เป็นแบบเธอแน่นอน 'ไม่มีใครเหมือนฉันค่ะ เห็นไหมฉันน่ะ ไม่ - ธรรมดา - มาก!'



หรืออีกความนัยคือ ไม่มีใครอยากเหมือนฉัน...




เห็นสีหน้ากับท่าทางคนที่เธอชวนให้เชื่อแข็งค้างเล็กน้อย เธอเลยเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า ออกจะอวยตัวเองมากไปหน่อย... "อ่า มันดูห่วยแตกสินะคะ งั้น----" 'ฉันจะเอาข้ออื่นมาเสนอแทนละกัน มีเยอะค่ะไม่ต้องห่วง' ช่วงหลังยังไม่ทันเอ่ยคำออกมา ท่านผู้สูงส่งได้พูดแทรกขึ้น


"มิใช่เช่นนั้น! ดีมากต่างหาก ดีจนข้าไม่คาดไม่ถึง..." ฟาร์คิด ดีจนไม่คาดถึง? ไม่ใช่ไม่อยากคาดถึงใช่ไหมคะ ความหมายของประโยคนี้ดีรึว่า---




"ให้ข้าได้สานสัมพันธ์กับท่านให้ลึกซึ้งยิ่งกว่านี้เถิด!"




".........!"




หนะ หน่านี้!


....คือ ท่านซาลาซซาใช้คำในประโยคได้ไม่ธรรมดา หรือเป็นความคิดของฉันเองไม่ธรรมดากัน.....


ว่าก็ว่าเถอะ เธอที่มีภูมิต้านทานสูงเกินคนยังมีสะดุ้งเฮือกเลย!



แอบเหลือบมองเหล่าซาลาที่ยังคงอยู่ในห้องกับพวกเธอ สะดุ้งอย่างแรงราวกับถูกไฟช็อตคนละทีสองที ดวงตากับปากได้แต่เบิกตากว้างอยู่อย่างนั้น



'อืม ฉันพอเข้าใจค่ะ... พวกคุณไม่มีท่าทีตอบสนองมากขนาดนี้สิแปลก!'




".....ได้อยู่แล้วค่ะ ข้าเสนอตัวเองขนาดนี้ ไม่ได้สิแปลก!"



ยิ่งฟัง ทุกคนยิ่งคิดไปกันใหญ่โตมโหระทึก ทั้งๆที่เป็นเช่นนั้น คนสองคนที่เป็นมือวางเพลิง ต้นเหตุให้ไฟลุกโชตช่วงชัชวาลกลับไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไร ผู้เฝ้ามองอย่างพวกเขากลับต้องมาใจหายใจคว่ำเองเสียได้.....




'สงสารพวกคนแก่ในที่นี้ด้วยเถิด คนแก่ใจคอไม่ดีเอาเสียเลย!'







•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••






ตำแหน่ง 'โซลีซ' ในโซโลเมสเปรียบเสมือนหัวใจหลักของเกมการแข่งขัน แต่เส้นเลือดที่คอยหล่อเลี้ียงหัวใจนั้น ในโซโลเมสคือ 'การอัญเชิญ' อัญเชิญปีศาจหนึ่งในทั้งหมด 72 ตน ตนที่เคยถูกกษัตริย์โซโลมอนควบคุม


ไม่มีเครื่องช่วยหล่อเลี้ยงหัวใจคุณ คุณตาย


การอัญเชิญปีศาจเป็นสิ่งที่ไม่มีทางเป็นไปได้ในมนุษย์ พวกเขาอัญเชิญไม่ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่ามนุษย์ทั้งหมด


แต่สำหรับโซลีซ การอัญเชิญปีศาจกลับเป็นเรื่องที่ขาดไม่ได้ มีแต่ต้องทำเท่านั้น โซลีซถือกำเนิดมา เพื่อเป็นข้อพิสูจน์ มนุษย์มีศักยภาพในตัวเองไร้ขีดจำกัด ไม่มีข้อจำกัดไหนต้านทานพวกเขาได้


การอัญเชิญปีศาจจะเกิดขึ้นได้จากการเตรียมวัตถุดิบ วงเวทย์ และตัวผู้ทำพิธีอัญเชิญทั้งสติปัญญา พลังใจ หรืออาจถึงชีวิต**



ทุกอย่างจะเป็นอย่างไรนั้น.....




".....อยู่ที่การตัดสินใจของฟาร์ครับ พร้อมไหม?" ชายหนุ่มผู้กลายเป็นมิตรสหารของโซลีซอย่างเต็มตัวด้วยการหลอกล่อ(?)ของฟาร์ เขาอธิบายเงื่อนไขการอัญเชิญให้เธอฟัง


....การอัญเชิญครั้งแรกของเธอ....



"พร้อมค่ะ!" คิดไว้แล้วล่ะ ตนแรกในการอัญเชิญแรกของเธอ



ข้าขอเลือกท่าน!




"ด้วยนามโซลีซ ฟาริเซเฟล เฟรฟีวิล ขออัญเชิญ ' เซพาร์ (Zeper) ' ปีศาจลำดับที่สิบหก ดยุกแห่ง West of the Hell!"




"วูมมม!"


เสียงหวีดร้องของสายลมดังอึกทึกเกรียวกราว ตรงหน้าของหญิงสาวที่นั่งคุกเข่าลงบนพื้นห้องโดยมือทั้งสองข้างทับกันนาบไปกับพื้น เกิดลมแรงปะทะหน้าสวยระลอกหนึ่งก่อนที่จะเกิดหลุมดำขนาดใหญ่ยักษ์ราวกับจะดึงดูดทุกสิ่งเข้าไปในความมืดมิดไร้ขอบเขต


ฟาร์จ้องมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าเธอตาไม่กระพริบ เกิดลมหรือเศษฝุ่นปะทะหน้าแค่ไหน เธอก็ยังมองนิ่งไปที่หลุมดำนั้นต่อไป




อะไรบางอย่างกำลังแหวกออกมาจากด้านในหลุมดำลึกลับนี้....








" ....เอ่ยนามของเจ้า ผู้เอ่ยนามแห่งข้า..."






เซพาร์ ได้ปรากฏตัวออกมาตามคำอัญเชิญแล้ว....











----------------------------------------------------------------

**วิธีการอัญเชิญไรท์หาข้อมูลไม่ได้เลย ไรท์เลยแต่งขึ้นมาเองนะคะ ถูกผิดอย่างไรขออภัยไว้ ณ ที่นี่ด้วยค่ะ



■■■■■■■■■■■■■■■■■■■■



# ทอล์คของไรท์ที่ไม่ยาวจริงๆ(?)5555



ตอนนี้เริ่มเข้าเนื้อหาหลักแล้วค่าาา ฮูเร่!

ช่วงทำพิธีกรรมแสดงเจตจำนงค์ยังไม่เปิดว่าเกิดอะไรขึ้นนะคะ เดี๋ยวจะมีมาในช่วงมุมมองของซาลาซซาคนหล่อไร้มลทินของเรากันค่ะ!

ตอนนี้มีการอัญเชิญของฟาร์ ปีศาจตนแรกที่ออกมาทักทายในเรื่อง คือ เซพาร์ ค่ะ รี้ดที่รู้จักตำนานโซโลมอนอาจจะรู้จักปีศาจตนนี้แล้ว ส่วนรี้ดคนไหนที่ยังไม่รู้จักก็ไม่เป็นไรนะคะ ไรท์จะเขียนตัวตนของทุกตนที่ปรากฏในเรื่องทั้งจากข้อมูลจริง หรือไม่ไรท์ก็ตั้งเองค่ะ! เอ๊ะ...

ทำไมฟาร์ถึงเลือกปีศาจตนนี้ มีสาเหตุที่ไม่ธรรมดาอยู่ค่ะ55555


เหตุผลอย่างพีคค่ะ! พีคจริงไหม ไรท์แม่งหลอกกันรึเปล่า รู้กันได้ในตอนหน้านะคะ!










2 ความคิดเห็น