[Got7] The other side #MarkBam

ตอนที่ 2 : Side : 01

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,480
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 96 ครั้ง
    27 เม.ย. 60



ภาพชายหนุ่มร่างสูงที่กำลังเดินเหม่อลอยออกมาจากโรงพยาบาลด้วยท่าทางหมดอาลัยราวกับวิญญาณตายซากนั้นเรียกให้สายตาคนที่กำลังนั่งอ่านหนังสือรออยู่รีบโผลุกจากม้านั่งขึ้นมาในทันที ภายใต้ดวงหน้าหล่อเหลานั้นซีดเผือด สีหน้าดูเรียบนิ่งเกินกว่าจะคาดเดาได้ว่าเก็บกดร่องรอยความโศกเศร้าเอาไว้มากมายขนาดไหน ยิ่งเมื่อมองเห็นเบ้าตาโหลลึกและรอยแดงๆก็สามารถทำให้คนที่มองอยู่รีบสาวเท้าเข้าไปหาทันทีโดยไม่รอให้อีกฝ่ายหันมาเรียกกัน


เรือนร่างที่เคยกำยำมาตอนนี้กลับดูซูบลงจนแทบจะเรียกว่าผ่ายผอม รอยยิ้มสวยๆที่เคยประดับตรงมุมปากได้รูปเองก็เช่นกัน


ตั้งแต่วันที่จินยองเห็นมาร์ครับโทรศัพท์ครั้งสุดท้ายจากโรงพยาบาลวันนั้น เขาก็ไม่เคยเห็นคนตรงหน้ายิ้มอีกเลย


จินยองค่อยๆประคองร่างสูงที่ดูราวกับไม่มีสติให้เข้าไปนั่งบนรถด้วยความระมัดระวัง ก่อนจะเดินอ้อมรถมายังที่นั่งคนขับ


“นายไหวนะมาร์ค?”


แทบจะทันทีที่จบประโยค ใบหน้าซูบซีดก็ส่ายเบาๆ ก่อนจะก้มตัวซบหน้าลงกับฝ่ามือของตัวเอง


“หมอบอกว่า...แม่ไม่รอด”


จินยองใจหาย เหลียวไปมองร่างสูงที่นั่งคุดคู้อยู่ข้างๆอย่างสะเทือนใจ เขาเองก็เห็นคุณนายมาร์คมาตั้งแต่จำความได้ ผูกพันรักใคร่กันในระดับที่เรียกว่าแม่ได้อย่างสนิทใจด้วยซ้ำ


...ขนาดคนนอกอย่างเขายังรู้สึกรู้สาขนาดนี้ กับคนที่เป็นลูกแท้ๆในสายเลือดอย่างมาร์คจะเจ็บปวดขนาดไหน...


ร่างสูงหักพวงมาลัยจอดรถไว้ข้างทาง นั่งนิ่งอยู่อย่างนั้นเพียงเพื่อจะช่วยแบ่งเบาความเจ็บปวดของเพื่อนด้วยการรับฟังเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นนั่นอย่างเงียบเชียบ


จินยองไม่กล้าบอกว่าตั้งแต่เห็นคุณนายต้วนครั้งสุดท้ายก่อนเข้าไอซียู เขาก็เริ่มจะทำใจไว้อยู่แล้ว


และรู้ด้วยว่ามาร์คเองก็รู้...แต่ก็เลือกที่จะให้ความหวังคอยหลอกตัวเองไปเรื่อยๆ ถึงอย่างนั้นสุดท้ายความจริงก็ต้องมาถึงในสักวัน


“หมอบอกว่าถ้าเป็นที่โรงพยาบาลอาจจะยื้อเวลาได้นานกว่า ฉันไม่แคร์เรื่องค่ารักษาอะไรอยู่แล้ว แต่แม่บอกว่า...อยากกลับบ้าน”


“งั้น...พาแม่กลับบ้านเถอะมาร์ค”


มาร์คส่ายหน้าแรงจนผมกระจายยุ่ง ก่อนจะรวบรวมสติดึงตัวเองขึ้นมาเงยหน้าพิงเบาะ เอ่ยออกมาเสียงเบาหวิว


“กลับไม่ได้หรอก...” จินยองหันกลับไปมองหน้ามาร์คอย่างสงสัย


“บ้านที่แม่พูดถึงไม่ใช่บ้านเรา...แต่เป็นบ้านที่เกาะ”


ฟังเท่านั้นเขาก็ได้แต่นั่งเงียบ มองเพื่อนที่เบือนหน้าออกไปนอกกระจกรถอย่างเหม่อลอยนั้นนิ่ง รับรู้ความอึดอัดลำบากใจผ่านความเงียบงันได้เป็นอย่างดี


เกาะเชจู...สวรรค์ของใครๆหลายคนใฝ่ฝันอยากจะเดินทางไปเที่ยวพักผ่อนในวันหยุดให้ได้สักวัน ทว่าสำหรับครอบครัวมาร์คแล้ว มันก็คือนรกดีๆนี่เอง...


“ที่ผ่านมา...แม่ไม่เคยพูดเรื่องนี้ให้ฉันได้ยินเลยสักครั้ง”


คงเพราะคุณนายต้วนรู้จักลูกชายของตัวเองดี เช่นที่จินยองเองก็รู้ มาร์คเป็นคนรักแรงเกลียดแรง และมีความโมโหร้ายได้อย่างน่ากลัว มองภายนอกจะดูเหมือนผู้ชายคนนี้สุภาพเงียบขรึมจนดูราวกับเป็นคนใจเย็นคนนึง ใครจะรู้ว่าภายในนั้นน้ำนิ่งไหลลึกแค่ไหน


“แล้วมาร์คจะเอาไง อยากพาแม่ไปหรือจะให้รักษาต่อที่โรงพยาบาล”


ชายหนุ่มเงียบไป สีหน้าแสดงความอึดอัดออกมาอย่างเห็นได้ชัด


“คิดดูให้ดีๆนะมาร์ค นายอยากจะเอาแต่อารมณ์ของตัวเองเป็นที่ตั้ง หรืออยากจะเห็นแม่นายมีความสุขในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต ทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับนายคนเดียว”


“แล้วฉันจะทำอะไรได้อีก...นายก็รู้ดีว่าผู้หญิงคนนั้นไม่มีทางยอม”


จินยองกัดปากตัวเองอย่างครุ่นคิด เขาไม่อยากให้มาร์คต้องจมอยู่กับความโศกเศร้าไปมากกว่านี้ แค่ต้องมารับรู้ว่ากำลังจะเสียคนที่ตัวเองรักที่สุดในชีวิตไปก็สาหัสแล้ว ต้องมารับรู้ว่าไม่สามารถจะทำให้เขาจากไปได้อย่างมีความสุขคงยิ่งกว่าทรมาน


ทว่าในที่สุดเขาก็คิดถึงใครคนนึงขึ้นมา คนที่เขาคาดหวังว่าจะช่วยเรื่องนี้ได้


...ถ้าเป็นเรื่องของมาร์ค...เด็กคนนั้นจะต้องช่วยได้อย่างแน่นอน...


จินยองได้แต่หวัง...


“ฉันว่ามีคนนึงที่จะช่วยนายได้นะมาร์ค”


“ถ้าหมายถึงพ่อ...ลืมไปแล้วเหรอว่าเรื่องทุกอย่างมันเกิดขึ้นเพราะเขา”


“เปล่า ฉันไม่ได้หมายถึงคุณท่าน...”


มาร์คค่อยๆเบือนหน้ากลับมามองเพื่อนอีกครั้ง แม้ท่าทางจะดูเลื่อนลอย แต่จินยองก็มองออกว่าคนตรงหน้ายังพอจะรับรู้อะไรอยู่บ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง...


ตอนที่จินยองเอ่ยชื่อของใครคนนั้นออกไป


ชื่อที่ทำให้ดวงตาว่างเปล่าฉายรอยหวั่นไหวขึ้นมาวูบหนึ่ง ชื่อที่แค่ได้ยินก็รู้สึกเหมือนมีลมหนาวพัดผ่านจนกรีดหัวใจด้านชาให้รับรู้ความรู้สึกขึ้นมาบ้าง


ชื่อที่เคยคิดว่าตนสามารถตอกฝาฝังลงดินอย่างแน่นหนาไปแล้ว ทว่าเพียงแค่เอ่ยถึง ความทรงจำทุกอย่างก็ผุดไหลขึ้นมาได้ง่ายดายราวเพิ่งผ่านมาแค่วันวาน...


“ฉันหมายถึงแบมแบม” 


มาร์คนิ่งสนิทไปทันที คิ้วคมสวยขมวดมุ่น ริมฝีปากได้รูปที่แห้งผากเม้มเข้าหากันแน่น เขาเงียบไปนานเหมือนกำลังจมอยู่ในห้วงความคิดที่อารมณ์และเหตุผลกำลังตบตีกันอยู่พัลวัน


...ทั้งที่ไม่อยากกลับไปเจอ ไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวอะไรกันแล้วแท้ๆ...


“ถ้าเป็นเด็กคนนั้นจะต้องช่วยนายได้แน่ๆ”


ฟังน้ำเสียงจริงจังที่เอ่ยเข้าข้างอีกฝ่ายอย่างนั้นแล้วมาร์คก็กระตุกริมฝีปากเป็นรอยยิ้มเหยียดหยันขึ้นมา เงยหน้ามองเพื่อนด้วยสายตาดูแคลน


“ช่วยได้งั้นเหรอ? นายลืมไปแล้วหรือไงว่าที่ฉันกับแม่ต้องเตลิดมาไกลขนาดนี้เพราะใคร ถ้านายคิดว่าเด็กคนนั้นช่วยฉันได้จริงๆ คงช่วยไปตั้งแต่สิบห้าปีก่อนแล้ว”


“ตอนนั้นแบมแบมเพิ่งจะแค่เก้าขวบเองนะมาร์ค”


“ทั้งฉันทั้งนายก็เคยเก้าขวบกันทั้งนั้นจินยอง อย่าคิดจะเอาความเป็นเด็กมาใช้อ้างหน่อยเลย”


จินยองสะอึกไป ทว่าในใจเขายังคงต่อต้านอยู่ ชายหนุ่มถอนหายใจยาวก่อนจะหยักไหล่ตอบกลับไปราวกับแค่ถามความเห็นแบบไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก


“ลองดูก็ไม่เสียหายไม่ใช่เหรอ? ดีกว่าไม่พยายามอะไรเลย”


มาร์คเงียบไปอีกครั้ง คราวนี้จินยองไม่คิดจะเซ้าซี้เพื่อนอีก เขาเลยหันไปสตาร์ทรถแล้วแตะคันเร่ง ขับออกไปเรื่อยๆเพื่อเปิดโอกาสให้มาร์คได้คิดทบทวนก่อนตัดสินใจกับตัวเองเงียบๆ


ร่างโปร่งเบือนหน้าออกไปนอกกระจก มองทิวทัศน์ตึกสูงกับผู้คนพลุกพล่านด้านนอกอย่างเหม่อลอย ครบสิบห้าปีเต็มที่เขากับแม่ย้ายจากเกาะใหญ่ที่เงียบสงบและอากาศแสนบริสุทธิ์มาเผชิญกับความวุ่นวายในโซล


เขาปฏิญาณกับตัวเองตั้งแต่ก้าวเท้าออกมาจากบ้านหลังนั้นว่าชาตินี้ทั้งชาติจะไม่มีทางกลับไปเหยียบที่นั่นอีก และแน่นอนว่าคนอย่างมาร์ค ต้วน ไม่มีวันที่จะกลืนน้ำลายตัวเอง


ทว่าเพียงแค่นึกถึงนัยน์ตาหมองเศร้ากับใบหน้าซูบตอบในร่างผ่ายผอมของผู้เป็นมารดาแล้วในอกก็วูบโหวง


มาร์คหลับตาพร้อมถอนหายใจยาว ก่อนจะเบือนหน้ากลับมามองเสี้ยวหน้าของคนข้างๆ ที่อดีตเป็นเพียงลูกชายของผู้ช่วยบิดา ทว่าปัจจุบันผู้ชายคนนี้เป็นทั้งเพื่อนรักและบางครั้งมาร์คก็นับถือเหมือนพี่ชาย


“จะติดต่อได้ยังไง?”


จินยองยิ้มออกมาได้ทันที ก่อนจะเอื้อมมือดึงที่บังแดดลงมาเพื่อหยิบนามบัตรใบหนึ่งที่เสียบเอาไว้กับช่องใส่นามบัตร ยื่นออกไปให้ร่างโปร่งข้างๆ


“เบอร์มันใช่ไม่ได้แล้วล่ะ ฉันโทรไปครั้งล่าสุดเป็นเบอร์ลุงแก่ๆคนนึงในปูซาน แต่คิดว่ายังไม่น่าจะเปลี่ยนที่อยู่”


มาร์คยื่นมือออกมาคว้าแผ่นกระดาษเล็กๆใบนั้น เคลื่อนตัวเอนหลังพิงพนักพร้อมกับจรดสายตาลงกับทุกตัวอักษร


ลวดลายดอกไม้สวยหวานบนกระดาษดูจะเข้ากับชื่อ Blooming Valley ได้ดีทีเดียว


...ร้านดอกไม้งั้นหรือ...  


 มาร์คเหยียดริมฝีปากหัวเราะหึ เด็กผู้ชายตัวเล็กในวันวานที่ขนาดกุหลาบกับไลเซนทัสก็ยังแยกไม่ออกน่ะหรือจะเปิดร้านดอกไม้?


“ไปได้มายังไง?”


“ก็มีแต่นายคนเดียวนี่ ที่คิดจะลืมเรื่องทุกอย่างไว้บนเกาะนั้น สำหรับฉันยังไงแบมแบมก็เป็นน้องชาย ฉันตัดเขาให้ขาดเหมือนนายไม่ได้หรอก”


“ทำไมไม่เคยบอกฉัน...”


วะ...ท่าจะโกรธขึ้นมาจริงๆ


“จะให้บอกยังไงล่ะ ขนาดเผลอพูดชื่อขึ้นมานิดเดียวนายยังโมโหไม่คุยกับฉันเป็นวัน ถ้าขืนบอกว่ายังติดต่อกันไม่หอบผ้าหอบผ่อนหนีออกจากบ้านไปเลยหรือไง?”


 มาร์คดึงนามบัตรยัดใส่กระเป๋าเสื้อเชิ้ตแรงๆอย่างข่มอารมณ์ ท่าทางหัวเสียอย่างเห็นได้ชัดจนจินยองเหลือบสายตามองเห็นพลางเลิกคิ้วสูง


เขาไม่กล้าเอ่ยถามออกไปว่าที่หงุดหงิดขนาดนั้นน่ะ เพราะโกรธที่เขาไม่ยอมทำตามที่เคยบอกว่าให้เลิกยุ่งกับเด็กคนนั้น หรือโกรธที่พวกเขาแอบติดต่อกันลับหลังเจ้าตัวกันแน่


ประเด็นอยู่ตรงถ้าโกรธที่เขาไม่ยอมเลิกยุ่งก็แปลว่าหวงเขา ซึ่งถ้าเป็นในกรณีนั้น มาร์คก็น่าจะใช้คำถามว่าทำไมยังติดต่อกันมากกว่า แต่ถ้ายึดตามประโยคที่ถามมาว่าทำไมไม่เคยบอกกัน...


ก็แปลว่าโกรธที่เขาแอบติดต่อกับแบมแบมลับหลัง ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้น...คนที่ถูกหวงไม่น่าจะใช่เขา


“ซักแปดเก้าปีก่อนได้มั้ง...ตอนที่ฉันยังเป็นครูสอนอยู่ที่โรงเรียนกวดวิชาน่ะ แบมแบมถูกส่งมาเรียนที่นั่น”


จินยองตัดสินใจเล่าให้ฟัง ไม่อย่างงั้นวันนี้ทั้งวันมาร์คอาจจะไม่ยอมคุยกับเขาอีก นิสัยคุณหนูต้วนผู้เอาแต่ใจน่ะไม่ได้หายกันง่ายๆเท่าไหร่หรอก


“ใช้เงินกันสบายเลยล่ะสิ โรงเรียนนั่นแค่ค่าคอร์สวิชาเดียวฉันยังไม่มีปัญญาจะเรียน”


“ใครว่าล่ะ เด็กคนนั้นแทบไม่ได้แตะเงินเลยซักวอน เวลาพักคนอื่นๆจะออกไปเที่ยวข้างนอกกัน แบมแบมน่ะอยู่แต่ในหอไม่เคยออกไปไหนเลยด้วยซ้ำถ้าโรงเรียนไม่พาไป วันหยุดก็ขลุกในห้องสมุด ขยันเอาจริงเอาจังมากจนฉันก็ยังสงสัยว่าทำไมเด็กคนนั้นถึงไม่ต่อปริญญา”


มาร์คเบิกตาขึ้นวูบหนึ่ง จู่ๆคำพูดเก่าๆที่ไม่เคยจะนึกถึงก็พุ่งวาบเข้ามาในหัว


“เดี๋ยวพอจบม.ต้นแล้วนะ คุณพ่อบอกว่าจะส่งพี่มาร์คไปเรียนอเมริกาแหละ”


“ไปเมืองนอกเหรอฮะ? พี่มาร์คจะไปกี่วัน?”


“จะบ้าเหรอ ไปเรียนนะไม่ได้ไปเที่ยว ไปเรียนน่ะเขาไปกันเป็นปีๆ”


“เป็นปีๆไม่ไหวหรอก น้องแบมต้องคิดถึงพี่มาร์คตายแน่ๆ”


“งั้นน้องแบมก็ต้องตั้งใจเรียน จะได้ตามไปเรียนกับพี่มาร์คด้วยไง”


“แต่ถ้าไม่ได้อยู่ด้วยกันกับพี่มาร์ค...น้องแบมก็ไม่อยากเรียน”


“ก็บอกแล้วไงว่าให้ตั้งใจเรียน พอเรียนเก่งๆก็จะได้ไปอยู่กับพี่มาร์คที่เมืองนอก น้องแบมนี่ซื่อบื้อจริงๆเลย”


“ได้! ถ้าอย่างงั้นน้องแบมจะตั้งใจเรียน!!



มาร์คนิ่วหน้า ส่ายศีรษะทิ้งอย่างระอาที่ดันนึกไพล่ไปถึงเรื่องเก่าๆ เขาหยิบนามบัตรขึ้นมามองใหม่อีกครั้งระหว่างนั่งฟังจินยองพูดเรื่องของเด็กคนนั้น


“ปกติก็คุยกันปีละครั้งสองครั้งนั่นล่ะ เพิ่งจะห้าปีก่อนละมั้งที่จู่ๆเบอร์ก็ติดต่อไม่ได้ขึ้นมา ฉันเลยส่งจดหมายไปแทน น้องก็เลยส่งนามบัตรนั่นมาอวดว่าตอนนี้เปิดร้านดอกไม้ แต่พักหลังๆแบมแบมไม่ค่อยได้ตอบจดหมายเท่าไหร่ ฉันเองก็ยุ่งๆเพราะลาออกมาช่วยงานนายนั่นล่ะ แถมคุณนายต้วนก็ยังมาป่วย สองสามปีมานี่ก็แทบไม่ได้ติดต่อกันเลย”


มาร์คเคาะกระดาษลงกับคอนโทรลหน้ารถ ค่อยๆเบือนหน้ากลับไปสบกับร่างสูงหลังพวกมาลัย


“งั้นนายส่งจดหมายไปบอกเด็กคนนั้นก็แล้วกัน วันจันทร์ฉันจะลงเกาะไปคุยด้วย เรื่องที่จะพาแม่กลับไปที่บ้าน”


จินยองเบิกตากว้าง ก่อนจะหลุดยิ้มออกมาด้วยความดีใจอย่างไม่ปิดบัง เบือนหน้ากลับมามองร่างโปร่งข้างๆพลางตะเบ๊ะรับ


“โอเคเลยครับคุณหนู!


มาร์คส่ายหน้าระอา ก่อนจะเบนสายตาลงไปที่ตัวอักษรเล็กๆบนแผ่นกระดาษที่ปรากฏชื่อที่คุ้นเคยอยู่บนนั้น


ไม่เจอกันสิบห้าปี...จะเปลี่ยนไปมากแค่ไหนกันนะ แน่นอนว่ารูปร่างหน้าตาคงจะเปลี่ยนแน่ๆล่ะ เพราะคงจะไม่มีใครเป็นเด็กตัวเล็กผอมๆท่าทางขี้โรคกับหน้าตาเด๋อๆด๋าๆแบบนั้นได้ตลอดไปหรอก


ทว่าที่มาร์คอยากรู้คือตัวตนของเด็กคนนั้นต่างหาก


...จะเปลี่ยนก็ไม่แปลกหรอก เพราะแม้แต่ฉันเองก็ยังไม่เหมือนเดิม...


“จะโตขึ้นขนาดไหนแล้วนะ เจอกันล่าสุดนี่ตัวเท่าอกฉันเองมั้ง ตัวเล็กๆผอมๆเหมือนเดิมไม่ผิด แต่หน้าตาน่ารักขึ้นจม แก้มนี่เป็นก้อนๆเลย อยู่ในโรงเรียนก็ฮ็อตมาก พวกสาวๆพาควงกันให้วุ่น ซื้อไอติมมาป้อนก็มี ทั้งที่อายุเท่ากันแต่เรียก น้องแบม กันทั้งชั้น นึกแล้วสงสาร...”


สีหน้าของมาร์คเปลี่ยนไปทันทีที่ได้ยินคำนั้น นัยน์ตาวาววามแม้จะแข็งกร้าวขึ้นทว่าก็ยังมีรอยหวั่นไหวอยู่ลึกๆ ชายหนุ่มขบกรามแน่นอย่างข่มอารมณ์ เอ่ยปากตัดบทออกไปทันที


“เรื่องคอนโดแถวกังนัม คนที่จะนัดมาคุยเรื่องจองห้องติดต่อมารึยัง?”


พอคนข้างๆจู่ๆก็เปลี่ยนเรื่องขึ้นมาแบบนั้น จินยองที่กำลังเปิดปากเล่าเรื่องท่าทางครึ้มอกครึ้มใจอยู่ชะงักไปทันที ทว่าสมองก็ทำงานฉับไวสมตำแหน่งเลขานายหน้าชื่อดังอย่างมาร์ค ต้วนได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง


“เขาขอเลื่อนนัดเป็นบ่ายโมงวันพฤหัสนี้ พอจะมีเวลาว่างหลังคุยกับคุณจางที่มาคุยเรื่องร้านติ่มซำล่ะนะ แต่ดูจากรูปการณ์คนนี้น่าจะซื้อจริง แฟนดาราสาวเขาดูชอบมาก”


“เคลียร์ทุกนัดให้เรียบร้อยก่อนฉันไปเชจูด้วย แม้แต่วอนเดียวฉันก็ไม่อยากพลาด”


“ได้ตามนั้น”


มาร์คไม่ได้สนใจจินยองอีก มือแกร่งหยิบแทปเล็ตขึ้นมาเปิดก่อนจะจรดสายตาอยู่มัน เป็นอันรู้กันว่าระหว่างนั้นอย่าได้คิดจะรบกวนการทำงานของเขาเด็ดขาด


โดยเฉพาะประโยคใดๆก็ตามที่มีชื่อของเด็กคนนั้นอยู่

 





#othermb


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 96 ครั้ง

532 ความคิดเห็น

  1. #526 N_udaen_G (@nudaeng) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 20:07
    พี่มาร์จะโทษน้องไม่ได้นะ น้องแค่เก้าขวบบบบ แบบบโกรธเก่งงงงงง
    #526
    0
  2. #457 LFRANCE (@muaykie147) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 / 18:43
    เก้าขวบเอง
    #457
    0
  3. #428 NUNUUJAN (@NUNUUJAN) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2561 / 13:23
    สนุกมากค่ะ มันต้องมีเงื่อนงำอะไรแน่ๆ
    #428
    0
  4. #311 xstcphpp (@iptmzliaen) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 00:09
    แม่แบมดูไม่น่าโอเค
    #311
    0
  5. #184 Iluvmarkbam (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กันยายน 2560 / 19:17
    แม่ของแบมแบมคงจะเป็นผู้หญิงคนใหม่ของพ่อมาร์คสินะ

    แบมแบมก็เป็นลูกติดแม่ เมื่อก่อนก็ดูรักกันดีนี่นาแล้วเกิดอะไรขึ้นทำไมมาร์คถึงได้เกลียดน้อง
    #184
    0
  6. #110 PaulaPum (@yukiko12) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2560 / 07:15
    จะเกลียดน้องอะไรขนาดนั้นน น้องยังเด็ก
    #110
    0
  7. #78 n_mb (@new_tmtc) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2560 / 16:00
    15 ปีก่อนต้องมีเรื่องราวอะไรแน่ๆ
    #78
    0
  8. #45 BAMBOO97 (@khunnie_red) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 22:27
    ความจริงก็รักน้องอ่ะดิ โถ่ววววว
    #45
    0
  9. #39 mymindmiew (@Neutrino_Miewz) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2560 / 21:28
    กลัวใจอิพี่จังอะ
    #39
    0
  10. #27 pcnmtcn (@gamelovekyuwook) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2560 / 22:20
    รอติดตามนะค้าาาา><
    #27
    0
  11. #25 MTIM (@MTIM) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 21:40
    มันต้องมีความหลังแน่ๆ ตามงับบ
    #25
    0
  12. #24 yadara (@yadara) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 12:49
    มาร์คอย่าร้ายกับแบมแบมมากนะ ทำไมกลัวว่ามาร์คจะร้ายกับแบมแบม
    #24
    0
  13. #23 fun607 (@fun607) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 00:16
    รอนะไรท์
    #23
    0
  14. #22 Jarparz (@Jarparz) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 23:16
    น่าติดตามมมม แลดูมีความหลังเยอะ แต่ก็นะมาร์คดูโกรธน้องมากเลยอ่ะ ตอนนั้นน้อง 9 ขวบเองนะมาร์คคคคค ละๆๆๆอย่าบอกว่าตอนนั้นชอบน้องแล้ว 5555555555
    #22
    0
  15. #21 sryko1a (@sryko1a) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 19:24
    ต้องมีซัมติงกันรึป่าว แบมแบมเหมือนมีผลกับความรู้สึกมาร์ค
    #21
    0
  16. วันที่ 27 เมษายน 2560 / 17:15
    พี่มาร์คคค เปิดใจคุยกับน้องดีๆนะ
    #20
    0
  17. #19 a@no (@a_no) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 07:20
    เรื่องของผู้ใหญ่ทำเด็กๆเป็นงี้ทุกที
    #19
    0
  18. #18 salmon_mb (@ice_kiddies) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 เมษายน 2560 / 16:16
    อย่าทำร้ายน้องงงง
    #18
    0
  19. #17 sryko1a (@sryko1a) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 21:31
    เตรียมหัวใจรอแล้วค่ะ
    #17
    0
  20. #16 yadara (@yadara) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 22:38
    สัมผัสได้ถึงความดราม่าหนักๆๆTT
    #16
    0
  21. #15 lalaland (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 04:43
    น้องแบมมีคุณแม่ที่รักน้องแบมแต่แย่งชิงใช่มั้ย น่าติดตามมากกกกกก
    #15
    0
  22. #14 'τσkταg (@tag_jung) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 มีนาคม 2560 / 23:03
    คฤหาสน์? เรือนกระจก? เกาะเชจู? แม่มาร์คป่วย? มาร์คจะพาแม่กลับบ้าน? ปีศาจ? โอ้ววววววววววววววววววว
    #14
    0