[Got7] The other side #MarkBam

ตอนที่ 4 : Side : 03

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,415
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 57 ครั้ง
    31 ก.ค. 60



ทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามาถึงบริเวณหน้าห้องไอซียู มาร์คก็พุ่งตรงเข้าไปกระชากคอเสื้อร่างโปร่งในชุดกาวน์ขาวสะอาดที่ยืนนิ่งรออยู่โดยไม่สนใจฟังเสียงห้ามของจินยองหรือพยาบาลสาวที่รีบเข้ามาขวางเขาไว้


“ไหนหมอบอกว่าให้กลับบ้านได้แล้วไง! ทำไมแม่ผมถึงต้องเข้าไปในห้องบ้านี่อีก!!


“มาร์ค! ใจเย็นๆก่อน...”


ต่อให้เป็นจินยองที่ดูตัวหนากว่าก็เถอะ เจอมาร์คตอนนี้ที่กำลังอยู่ในอารมณ์โมโหทะลุขีดสุดก็ถึงกับตัวเซเมื่อเพื่อนสะบัดแขนใส่ ทว่าเจ้าของแว่นกลมในชุดกาวน์ตรงหน้าก็ยังคงใจเย็น ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง


“คนไข้มีปฏิกิริยาจากความเครียดเฉียบพลันทำให้เกิดภาวะช็อคครับ หมอจำเป็นต้องย้ายกลับเข้าไอซียูเพื่อรักษาระดับออกซิเจนและควบคุมเชื้อ”


“ความเครียดงั้นเหรอ...” มาร์คผลักคนตรงหน้าออกก่อนจะเบี่ยงสายตาไปยังพยาบาลสาวที่ยืนตัวสั่นอยู่อีกด้าน ร่างเล็กขนลุกซู่ขึ้นมาทันทีที่เผลอสบตาเข้ากับนัยน์ตาวาววับนั้น แม้จะไม่ได้ถูกคุกคามโดยตรงเหมือนอีกคนก็ตาม “...ผมไม่ได้สั่งไว้เหรอว่าให้ดูแลแม่ผมไม่ให้คลาดสายตาระหว่างที่ผมไม่อยู่”


“ดะ...ดิฉันดูแลไม่คลาดสายตาจริงๆนะคะ แต่เมื่อตอนบ่ายน้องสาวของคุณนายต้วนเข้าเยี่ยมดิฉันก็เลย...”


“ใครเข้าเยี่ยมนะ?”


“นะ...น้องสาวคุณนายต้วนค่ะ คุณจียอน...”


เพียงแค่ได้ยินชื่อนั้นมาร์คก็รู้สึกเหมือนศีรษะถูกค้อนทุบจนร้าวไปทั้งกะโหลก เขาหลับตานิ่งไปจนจินยองรีบเดินเข้ามาจับบ่าไว้ ถึงได้รู้ว่าเพื่อนกำลังตัวสั่น มือเรียวกำเป็นหมัดแน่นจนขึ้นข้อขาวเพื่อระงับสติอารมณ์ ร่างโปร่งค่อยๆเดินเข้าไปใกล้ประตู เหลือบดูคนบนเตียงที่นอนนิ่งพร้อมสายระโยงระยางและอุปกรณ์กู้ชีพข้างเตียงผ่านบานกระจก เรือนร่างผ่ายผอมนั้นดูอ่อนแอมากราวกับพร้อมจะจากเขาไปได้แทบทุกเมื่อ


ชายหนุ่มกัดริมฝีปากแน่น นัยน์ตาคมเต็มไปด้วยประกายวาวโรจน์ ก่อนจะผละออกมาแล้วหันหน้าเข้ากำแพงอีกด้าน กระหน่ำปล่อยหมัดใส่มันรุนแรงจนได้ยินเสียงสะเทือนดังก้อง


“มาร์ค!! พอ!!!


 จินยองรีบดึงรั้งเพื่อนออกมาแล้วลากตัวไปหามุมสงบให้มาร์คได้นั่งพัก ร่างโปร่งหอบหายใจหนัก กรามแกร่งถูกขบแน่นจนขึ้นนูนเป็นสัน ใบหน้าแดงก่ำเต็มไปด้วยอารมณ์เดือดดาลอย่างน่ากลัว


จินยองถอนหายใจยาวออกมาอย่างสะท้อนใจ ตบไหล่กว้างที่กำลังงองุ้มของเพื่อนแรงๆอย่างปลุกปลอบ


หลายวันมานี้มาร์คแทบไม่ได้กินไม่ได้นอน ทั้งดูแลแม่แล้วยังต้องเคลียร์งานให้เสร็จก่อนจะลงเกาะ ร่างกายก็รับภาระหนักมากแล้วยังต้องมาเห็นสภาพแม่ที่กำลังแย่ลงแบบนี้ จะสติแตกไปก็ไม่ใช่เรื่องแปลก


“ถ้าแม่ฉันเป็นอะไรไป ผู้หญิงคนนั้นมันต้องชดใช้...ฉันจะฆ่ามัน จะให้มันตายอย่างทรมานที่สุด...”


...ขออย่าให้เรื่องมันเลวร้ายจนถึงขั้นนั้นเถอะ...


จินยองได้แต่ภาวนา เพราะเขารู้แน่ว่ามาร์คทำแบบนั้นได้จริงๆ เพื่อนของเขาเลือดเย็นได้มากกว่าที่เห็นแค่ภายนอกอีกหลายเท่า


ชายหนุ่มค่อยๆเดินออกมา ปล่อยให้คนข้างตัวได้นั่งเงียบๆอยู่กับตัวเองซักพัก เขากลับไปหาคุณหมอและพยาบาลสาวเพื่อสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและรับฟังคำแนะนำแทนมาร์คที่ดูจะใช้เวลารวบรวมสติให้เข้าที่เข้าทางอีกพักใหญ่


“แน่ใจนะครับว่าคนที่มาเยี่ยมคือคุณเบคจียอนจริงๆ”


“เธอบอกแบบนั้นค่ะ คุณอี้เอินเองก็ไม่ได้กำชับดิฉันเอาไว้ว่าห้ามใครเข้าเยี่ยม...แต่ดิฉันก็เข้าไปถามคุณโดโรธีแล้วนะคะ! เธอเองก็ยืนยันว่าคุณจียอนเป็นน้องสาวเธอจริงๆดิฉันก็เลยให้เข้าเยี่ยม...พักใหญ่เลยล่ะค่ะก่อนที่คุณจียอนจะกดสัญญาณขอความช่วยเหลือ ดิฉันเข้าไปก็เห็นว่าอาการคุณโดโรธีกำลังแย่เลยรีบตามคุณหมอมา”


“แล้วคุณจียอนล่ะครับ?”


“ตอนนั้นเหตุการณ์มันวุ่นวายมาก ดิฉันไม่ทันได้สังเกตเลยค่ะว่าเธอหายไปตอนไหน”


จินยองพยักหน้ารับก่อนจะพูดปลอบใจหญิงสาวอีกนิดหน่อย เพราะดูจากท่าทางที่เห็นแล้วเธอคงขวัญเสียไม่น้อยที่ต้องเผชิญหน้ากับมาร์คเมื่อครู่นี้ ชายหนุ่มตั้งข้อสงสัยอยู่ในใจเงียบๆ มือกดเบอร์โทรศัพท์ขณะที่ดวงตาคอยชะเง้อมองร่างสูงของเพื่อนที่กำลังนั่งนิ่งอยู่บนม้านั่งตรงห้องโถงด้านนอก


“สวัสดีครับ?”


ปลายสายตอบรับน้ำเสียงงัวเงีย ถึงอย่างนั้นก็ยังฟังคุ้นหูไม่ว่าจะผ่านไปนานกี่ปีแล้วก็ตาม


“แบมแบม นี่พี่จินยองเองนะ...”




 

“จำไว้นะแบมแบม ตั้งแต่นี้ต่อไป ลูกห้ามพูด ห้ามถาม ห้ามเรียกชื่อพ่อให้แม่ได้ยินอีก”


เพียงแค่ได้ยินน้ำเสียงแข็งกร้าวที่เอ่ยออกมาเป็นคำสั่ง เด็กน้อยในวัยเจ็ดขวบก็ยอมกลืนน้ำตาและเสียงสะอื้นลงคอพร้อมกับพยักหน้ารับรัวเร็ว 


เมื่อเห็นว่าลูกยอมฟัง ผู้เป็นแม่ก็ดึงร่างเล็กเข้ามาแนบอก เด็กน้อยยังคงตัวสั่นพร่าอย่างขวัญเสียจากเหตุการณ์เมื่อครู่


เบคจียอนจ้องมองเรียวแขนของตัวเองที่บวมช้ำ ทั้งสีข้างก็ยังเจ็บแปลบ ยิ่งมองผ่านบานกระจกในสถานีรถไฟแห่งนี้แล้วเห็นร่องรอยบาดแผลแทนที่ความสวยงามที่เธอแสนจะภูมิใจอยู่บนใบหน้าแล้ว ความเคียดแค้นก็ยิ่งถาโถมมากยิ่งขึ้น


“ไอ้สารเลวนั่น...แม่จะไม่มีวันกลับไปหามันอีกแล้ว แบมแบมเองก็ต้องลืมมันให้ได้เข้าใจมั้ยลูก”


“แต่ว่าพ่อ...”


“หรือแบมอยากเห็นมันทำร้ายแม่ ตบแม่ เตะแม่...”


“ไม่แล้ว! ไม่แล้วฮะ!! แบมเข้าใจแล้ว แบมจะลืม จะลืมให้หมด...”


จียอนเหยียดริมฝีปากออกมาอย่างยินดี อย่างน้อยในชีวิตที่แสนบัดซบนี้ พระเจ้าก็ยังเมตตามอบลูกชายที่แสนดีให้กับเธอ


“แล้วเราจะไปที่ไหนกันครับ?”


เพียงแค่ได้ยินเสียงเล็กๆเอ่ยถาม รอยยิ้มที่เคยมีก็เริ่มจางหาย คฤหาสน์หลังใหญ่โตที่เธอเคยอยู่ จียอนก็ต้องขายทิ้งเพื่อเอาเงินทั้งหมดมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในเมืองหลวงกับไอ้ผู้ชายเส็งเคร็งนั่น จะให้ไปพึ่งพาญาติ เธอก็ตัดขาดพวกนั้นทุกคนตั้งแต่วันที่ได้รับมรดกไว้คนเดียว จียอนรู้ตัวดีว่าคงไม่มีใครอยากจะให้ความช่วยเหลือเธอกับลูกแน่


ทว่าชื่อสุดท้ายที่โผล่มาในความคิดก็ทำให้หญิงสาวเบิกตากว้าง คนเดียวที่จะไม่มีทางปฏิเสธเธอได้


...กาฝากที่พ่อของเธอเคยรับมาชุบเลี้ยงไว้...นังต่างด้าวนั่นไงล่ะ...


“ลูกเคยบอกว่าอยากไปทะเลใช่มั้ยแบมแบม...”


แบมแบมจำไม่ได้ว่าตอบรับผู้เป็นแม่ไปอย่างไร รู้แต่ว่าหลังจากนั้นเขาก็นั่งรถไฟยาวนานหลายชั่วโมงเพื่อไปที่ท่าเรือ เพียงแค่เห็นทะเลแบมแบมก็ตกหลุมรักมันในทันที ผืนน้ำสีครามบรรจบกับแผ่นฟ้ากว้างไกลสุดลูกหูลูกตา กลิ่นอายสดชื่นที่เด็กน้อยไม่เคยได้สัมผัสมาก่อนในชีวิตเร่งรีบในเมืองหลวง เรียกรอยยิ้มที่เคยเลือนหายไปให้กลับมาอีกครั้ง ผู้เป็นแม่เองเมื่อเห็นท่าทางแบบนั้นของลูกชายก็พลอยยิ้มกว้างตามไปด้วย


“ชอบทะเลเหรอครับ?”


“ชอบฮะ! ชอบมาก!! ชอบที่สุด!!! แบมฝันมานานแล้วว่าอยากว่ายน้ำในทะเล ตอนว่ายในสระที่คอนโดแบมก็จินตนาการอยู่บ่อยๆ แต่กลิ่นคลอรีนเทียบกับกลิ่นลมทะเลไม่ได้ซักนิดเลยฮะ”


หญิงสาวแอบสะท้อนอยู่ในใจ น่าแปลกที่เธอเป็นเด็กที่โตมากับทะเล ทว่าไม่เคยรู้สึกรักหรือชอบมันเลยสักนิด เธอเบื่อกลิ่นเกลือ เบื่อคาวปลา เบื่อที่หันมองไปทางไหนก็เจอแต่น้ำแต่เกาะ มองไม่เห็นความเจริญตรงไหนสักนิด 


สิ่งที่เธอหลีกหนีมาตลอดชีวิตกลับกลายเป็นสิ่งที่ลูกชายของเธอโหยหามาตลอดชีวิตเช่นกัน นึกแล้วก็เป็นเรื่องที่น่าตลก


แบมแบมนั่งเรือมานานเท่าไหร่เขาก็จำไม่ได้ เขาจำได้แค่ว่าสำหรับมันเป็นช่วงเวลาที่ดีมากซะจนเขาแทบไม่อยากจะให้ถึงฝั่ง หากแต่เสียงหวูดเรือก็เรียกให้แม่ลืมตาขึ้นมาลากตัวเขาลงจากเรือขึ้นเกาะไปจนได้


วินาทีที่ปลายเท้าของเล็กๆเหยียบพื้น แบมแบมก็ต้องรีบเงยหน้าขึ้นมามองตามเสียงร้องเรียกที่ดังให้ได้ยินชัดถนัดหู ก่อนจะเป็นเรือนร่างบอบบางของหญิงสาวคนหนึ่งวิ่งเข้ามาหา เด็กน้อยนิ่วหน้าเมื่อแขนข้างที่แม่จูงไว้ถูกบีบแรงจนปวดแปลบ ทว่าครู่เดียวแม่ก็ปล่อยมือเขาเพื่อเข้าไปกอดหญิงสาวแปลกหน้าคนนั้น


“พี่เฮริน นี่แบมแบม ลูกชายฉันเอง”


ได้ยินแค่นั้นแบมแบมก็สะดุ้งตกใจเมื่อจู่ๆก็ถูกสวมกอดอย่างไม่ทันตั้งตัว หากแต่ความอบอุ่นและกลิ่นอายคล้ายลมทะเลบนตัวเธอกลับทำให้เด็กน้อยรู้สึกดีมากกว่าจะหวาดกลัว


“ต่อจากนี้ไป...แบมแบมมาอยู่กับป้านะลูก”




 

แบมแบมลืมตาตื่นจากแรงสั่นของโทรศัพท์ที่วางไว้บนโต๊ะข้างเตียง รับรู้ได้ว่าเปลือกตากำลังบวมเป่งจากการใช้งานหนักจนแทบจะลืมไม่ขึ้น ชายหนุ่มค่อยๆนวดมันเบาๆ พอผงกหัวขึ้นมาก็รู้สึกวิงเวียนจนต้องฟุบลงไปอีกรอบ ทว่ามือก็รีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมากดรับ ส่งเสียงตอบรับออกไปอย่างรวดเร็วตามสัญชาติญาณนักธุรกิจที่พ่วงตำแหน่งพ่อบ้านใหญ่แห่งตระกูลต้วน


“สวัสดีครับ?”


“แบมแบม...นี่พี่จินยองเองนะ”


ชายหนุ่มเด้งตัวขึ้นมาจากเตียง รู้สึกตื่นเต็มตาอย่างจริงจังในทันที


“พี่จินยอง รู้เบอร์ผมได้ยังไงเหรอครับ!?”


“เมื่อเช้าพี่เป็นคนพามาร์คไปหาเราน่ะ เลยถามเอาจากเด็กในร้าน แบมสะดวกคุยรึเปล่า นี่พี่รบกวนอะไรมั้ย?”


“มะ...ไม่เลยครับ ผมสะดวก”


“พี่มีเรื่องจะถามแบมหน่อย คุณแม่อยู่บ้านรึเปล่า?”


“ซักครู่นะครับพี่จินยอง...” ชายหนุ่มค่อยๆลุกจากเตียงเดินไปริมหน้าต่างก่อนจะชะโงกหน้าออกไปทางโรงรถ เมื่อเห็นว่าช่องจอดยังคงว่างเปล่าก็เอ่ยบอก “ยังไม่กลับมาเลยครับ วันนี้คุณแม่ออกไปตั้งแต่เช้า ผมถามเด็กในบ้านก็บอกว่าจะไปหาผมที่ร้าน แต่ที่ร้านก็ไม่เจอคุณแม่นะครับ เจอแต่...”


ร่างโปร่งที่แสนคุ้นตาปรากฏขึ้นมาในห้วงความคิด ความอบอุ่นในอ้อมกอดยังคงหลงเหลือกลิ่นอายอยู่ในความทรงจำทำเอาแบมแบมหน้าร้อนขึ้นมาวูบ


“งั้นเหรอ? คุณจียอนไม่ได้บอกแบมไว้เหรอว่าไปไหน”


“ก็คงเข้าบริษัทตามปกตินั่นล่ะครับ...พี่จินยอง มีธุระอะไรกับคุณแม่รึเปล่าครับ?”


“อ้อ...ไม่มีอะไรหรอก แบมแบมสบายดีนะ วันนี้พี่เข้าไปหาก็จริงแต่พอดีมีเรื่องยุ่งๆเลยไม่ได้คุยกันเลย เสียดาย”


“งั้นมาใหม่ก็ได้นี่ครับ จะมาคุยเมื่อไหร่ก็ได้ ยินดีต้อนรับเสมอ”


“ไปแน่นอนครับ งั้นแค่นี้ก่อนนะ พอดีพี่งานเข้าน่ะ”


“ดะ เดี๋ยวครับพี่จินยอง! คือผมมีเรื่องจะถาม ที่วันนี้พี่มะ...เอ่อ คุณอี้เอินเข้ามาหาผม แล้วเขาก็พูดเรื่องจดหมาย...พี่จินยองพอจะทราบมั้ยครับว่าจดหมายอะไร”


“อ้าว...จดหมายที่พี่ส่งให้แบมไง แบมไม่ได้รับหรอกเหรอ? พี่แน่ใจว่าพิมพ์ชื่อที่อยู่ตามนามบัตรที่เราเคยให้พี่ไว้เลยนะ”


“ส่งให้ผม...” จู่ๆชายหนุ่มก็นึกถึงวันก่อนที่ผู้เป็นแม่เรียกเขาให้ไปพบที่ศาลากลางสวน แบมแบมจำได้เลือนรางว่าบนโต๊ะมีซองจดหมายวางอยู่ฉบับหนึ่ง หากแต่คุณแม่พูดเรื่องพี่มาร์คขึ้นมาเสียก่อน เขาจึงไม่ได้เอามันมาใส่ใจ “...อาจจะตกหล่นอยู่ก็ได้ครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมจะให้เด็กไปตรวจให้แน่ใจอีกที”


“โอเคๆ งั้นแค่นี้ก่อนนะ ไว้ค่อยคุยกัน”


“สวัสดีครับ”


พร้อมกับที่เขาวางสาย เสียงเครื่องยนต์ที่ดังแทรกเข้ามาก็เรียกให้แบมแบมค่อยๆชะโงกหน้าออกไปมอง นัยน์ตากลมเหลือบไปที่นาฬิกาก็พบว่าเลยเวลาปกติที่คุณผู้หญิงของบ้านจะมาถึงไปเกือบสองชั่วโมง


แบมแบมจัดเสื้อผ้าตัวเองให้เรียบร้อยก่อนจะรีบออกจากห้อง และเพราะจังหวะที่เร่งเกินไปทำให้ไม่ทันมองเผลอสะดุดขอบโต๊ะทำงานอีกด้านจนล้มกลิ้งไปกับพื้น ถึงอย่างนั้นชายหนุ่มก็รีบลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็วราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น


“ที่บริษัทยุ่งมากเหรอครับ คุณแม่ถึงกลับซะเกือบค่ำ”


เมื่อเดินมาจนถึงห้องโถงกลางบ้านก็รีบส่งเสียงถามทันทีที่เห็นเรือนร่างสง่างามของมารดาเดินเข้ามา ก่อนจะเอื้อมมือไปรับกระเป๋ากับเสื้อโค้ทเข้ามาถือไว้เองเพื่อให้สาวใช้ไปจัดเตรียมไวน์อีกด้านเพื่อความรวดเร็ว


ทุกครั้งที่กลับบ้านเหนื่อยๆ คุณผู้หญิงของบ้านจะดื่มไวน์เพื่อช่วยให้ผ่อนคลาย


“เปล่าหรอก แม่ไปเยี่ยมคนป่วยน่ะ...นี่ไม่สบายรึเปล่าเรา? ทำไมหน้าซีดเซียวแบบนี้”


“เปล่าครับ...วันนี้แบมต้องซ่อมต้นไม้เป็นสิบกระถาง เลยเพลียๆนิดหน่อย”


“นั่นไง ก็แม่บอกไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่หนว่าเลิกทำได้แล้วไอ้ร้านนั้นน่ะ เงินเรามีก็จ้างคนอื่นเอาก็ได้”


...เงินมีได้มันก็หมดได้ครับ ถ้าคุณแม่จะจำได้...


“มองแม่แบบนี้มีอะไรรึเปล่า?”


แบมแบมกระพริบตาปริบก่อนจะหันไปช่วยสาวใช้ยกถังใส่ไวน์วางบนโต๊ะตัวเล็กหน้าโซฟาที่ผู้เป็นแม่กำลังเอนหลังอยู่


“เดี๋ยวเอากระเป๋ากับเสื้อโค้ทไปเก็บที่ห้องทำงานเสร็จแล้วเลิกงานได้เลยนะครับ ที่เหลือผมจัดการเอง”


สาวใช้พยักหน้ารับก่อนจะเอื้อมมือมารับของที่แบมแบมส่งให้แล้วผละตัวออกไป ชายหนุ่มจัดการรินไวน์อย่างคล่องแคล่วเสร็จแล้วก็ยื่นส่งไปให้มารดาพลางเอ่ยถาม


“เมื่อวันก่อนที่คุณแม่เคยบอกแบมว่าพี่มาร์คกำลังจะกลับมา...คุณแม่รู้ได้ยังไงเหรอครับ?”


“ก็มันส่งจดหมายมาบอก...”


“บอกว่ายังไงเหรอครับ?”


จียอนตวัดสายตากลับมามองหน้าลูกชาย ดวงตาคมกล้าจ้องเขม็งอยู่ที่ใบหน้าติดจะหวานนั้นมีประกายแห่งความไม่พอใจฉายชัด


“มันไปหาแบมแล้วไม่ใช่เหรอ มันพูดอะไรไว้บ้างล่ะ? ได้บอกรึเปล่าว่าแม่มันกำลังจะตาย”


“คุณแม่!” แบมแบมชะงักค้าง ตกใจกับคำพูดนั้นพอๆกับความหวาดหวั่นที่กำลังกัดกร่อนอยู่ในใจเมื่อนึกถึงคำพูดที่มาร์คเคยพูดเอาไว้ก่อนจะกลับไปเมื่อเช้า


...เป็นเหยื่อที่ถูกคนที่เคยเรียกว่า ครอบครัวทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัสยังไงล่ะ...


“แบมว่าเราพอเถอะนะแม่...คืนบ้าน คืนทรัพย์สมบัติทุกอย่างให้คุณป้ากับพี่มาร์คไปให้หมด แล้วเรามาอยู่กันตามลำพังสองคนแม่ลูกเหมือนเมื่อก่อนไง แบบนั้นเราก็มีความสุขกันดีไม่ใช่เหรอแม่”


“ไม่! ใครจะมีความสุขยังไงก็ได้แม่ไม่สน แต่ต้องไม่ใช่สองแม่ลูกนั่น!! แบมรู้ไว้เลยนะ ถ้าพวกมันได้กลับมาเสวยสุขอยู่ในบ้านหลังนี้ แม่ไม่มีวันมีความสุข!!


แบมแบมได้แต่หลับตานิ่งเมื่อโดนมารดาตวาดใส่กัน  


“คืนทุกอย่างให้มันอย่างนั้นเหรอ? ทุกอย่างที่ว่าน่ะมันคือของๆแม่ ของๆเราทั้งนั้น!! พวกมันต่างหากที่มาชุบมือเปิบ!! ถ้าไม่ได้คุณตาของแบม มันไม่ได้เป็นแม้แต่พลเมืองในประเทศนี้ด้วยซ้ำ!!


จียอนยกแก้วไวน์ขึ้นดื่มรวดเดียวหมดก่อนจะเอื้อมมือหยิบทั้งขวดแล้วถือเดินขึ้นตึกไปให้แบมแบมได้แต่มองตาม ชายหนุ่มค่อยๆทรุดตัวลงนั่งแทนที่มารดา นิ้วเรียวยกขึ้นมาบีบสันจมูกด้วยท่าทางอ่อนล้า ก่อนจะพ่นลมหายใจออกมายาวเหยียด


ของๆเรางั้นเหรอ? ของที่ เคย เป็นของเราต่างหาก ถึงอย่างนั้นเขาก็จะพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะรักษามันเอาไว้ให้ดีที่สุด รอเพื่อที่จะได้ คืนมันให้กับเจ้าของที่แท้จริงสักวันหนึ่ง




 

เสียงความวุ่นวายวิ่งผ่านเรียกสติให้ร่างโปร่งที่นอนสลึมสะลืออยู่บนม้านั่งหน้าโถงทางเข้าประตูห้องไอซียูสะดุ้งตื่นขึ้นมาอย่างงุนงง พริบตาที่เห็นใบหน้าใต้แว่นกรอบบางที่คุ้นเคยของหมอประจำตัวแม่เขาเคร่งเครียดแบบนั้น มาร์คก็รีบสาวเท้าวิ่งตามไปทันที


“ญาติรอข้างนอกก่อนนะคะ!


เมื่อหันมาเห็นบุคคลภายนอกเปิดประตูเข้ามาด้านใน พยาบาลสาวท่าทางกระฉับกระเฉงคนหนึ่งก็รีบวิ่งเข้ามากันตัวเขาไว้


“เกิดอะไรขึ้น?”


“เข้าไม่ได้นะคะ กรุณารอด้านนอกด้วยค่ะ!


“ผมถามว่าเกิดอะไรขึ้น!!?


ร่างโปร่งพยายามขืนตัวมองเข้าไปด้านในบานกระจก แค่เห็นภาพที่หมอกำลังเตรียมเครื่องกระตุ้นหัวใจชาร์ตใส่ร่างของคนที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง ชายหนุ่มก็รู้สึกราวกับหัวใจตัวเองถูกกระชากตามไปด้วย


“แม่!!!


“มาร์ค!


จินยองรีบตามมารั้งร่างเพื่อนออกจากห้องตอนที่พยาบาลสาวหันมาส่งสายตาของความช่วยเหลือ


“ญาติรอด้านนอกนะคะ” พูดจบก็ปิดประตูใส่ทันทีที่เขาลากเพื่อนออกมาได้สำเร็จ มาร์คทรุดตัวลงนั่งกับพื้น ขดตัวเข้าหากันหันหลังพิงประตูแน่นิ่ง ดวงตาแดงก่ำดูเลื่อนลอยไปไกล ส่งเสียงงึมงำพูดไม่เป็นภาษา ก่อนน้ำตาจะค่อยๆไหลรดแก้มขาวที่ซูบตอบ


“ได้โปรด อยู่กับผมก่อน อย่าไปไหน อย่าไปไหนนะแม่...อยู่กับผม...อยู่กับมาร์ค”


เพียงแค่เห็นอาการนั้น จินยองเองก็ยังแอบหลั่งน้ำตา เขาเคยเจอกับสถานการณ์แบบนี้ รู้ดีว่าหัวใจมันใกล้เคียงกับคำว่าแตกสลายมากแค่ไหน 


ในช่วงเวลาที่กำลังรอคอยคำตอบว่าคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตจะยังรอคอยกันหรือเลือกจะจากไปนั้น มันยาวนานราวกับห้วงเวลาหยุดเคลื่อนไหว แต่อย่างน้อยในเวลานั้น เขาก็ยังมีคนสองคนที่คอยอยู่เคียงข้างกันเพื่อเป็นกำลังใจ กลับกันที่ในเวลานี้ คนที่คอยให้กำลังใจเขาในตอนนั้น กำลังทิ้งให้อีกคนต้องเผชิญกับสถานการณ์แบบเดียวกันอยู่ตรงนี้เสียเอง 


จินยองทรุดตัวลงนั่งข้างๆ ใช้ความเงียบงันในการส่งผ่านกำลังใจไปให้มาร์ค เหมือนอย่างที่มาร์คเคยทำในวันที่เขาเสียพ่อไป


สุดท้าย...ช่วงเวลายาวนานราวชั่วกัปชั่วกัลป์นั้นก็หยุดลง เมื่อประตูถูกเปิดออกพร้อมกับร่างสูงคุ้นตาเดินออกมาด้วยสภาพเหงื่อท่วมใบหน้า เพียงแค่เห็นสายตาภายใต้แว่นกรอบบางที่มองตรงมา มาร์คก็รู้สึกราวกับโลกทั้งโลกกำลังแตกสลาย ชายหนุ่มทรุดตัวลงกับพื้น ร้องไห้โฮออกมาอย่างไม่อาย จินยองเองก็รู้สึกเหมือนหัวใจหยุดเต้น เขาไม่ได้พูดจาปลอบโยนอะไรมากไปกว่าคอยลูบไหล่กว้างที่กำลังสั่นไหวจากแรงสะอื้นนั้นเอาไว้


เนิ่นนานกว่าที่มาร์คจะรวบรวมสติไหว ร่างโปร่งค่อยๆลุกขึ้น เดินเข้าไปใกล้หมอที่ก็อดทนยืนรอพวกเขาอยู่ด้วยความเข้าใจ


“ผมขอเข้าไปดูแม่...”


แพทย์หนุ่มพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินนำเขาเข้าไปยังเตียงคนไข้ มาร์คเหลือบสายตามองร่างบางที่นอนสงบนิ่งอยู่บนเตียง ปลายเท้าค่อยๆย่างเข้าไปใกล้ รับรู้ว่าแม่จะไม่กลับมาหากันอีกแล้วผ่านทางร่างกายเย็นชืดที่เขากำลังสัมผัส


“ทำไมรีบทิ้งมาร์คไปล่ะครับ...ไหนแม่บอกว่าอยากกลับไปดูทะเลกับทุ่งดอกยูแชที่บ้านไง มาร์คกำลังจะพาแม่ไปแล้วนี่ไง...”


จินยองกัดริมฝีปากกลั้นเสียงไว้ ปล่อยให้น้ำตาหยดไหลอยู่เงียบๆ ยืนมองมาร์คส่งเสียงเรียกหาแม่ด้วยความเวทนาสุดหัวใจ


“มาร์คกลับมารับแม่แล้วไง...ทำไมแม่ไม่รอมาร์ค แม่ลืมตามาสิ ลืมตามาดูนี่...” ร่างโปร่งล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง ก่อนจะหยิบเอาก้านดอกไม้สีเหลืองเหี่ยวๆออกมาก้านหนึ่ง “นี่ไงดอกยูแช บนเกาะกำลังบานเต็มไปหมดเลยนะแม่ แม่ดูสิ...ลืมตาสิแม่...”


มาร์คยื่นดอกไม้ใส่ไว้ในมือเย็นชืดนั้น ก่อนที่มันจะร่วงหล่นลงบนพื้น


“แม่อย่าทิ้งมาร์คไป...อยู่กับมาร์คก่อน ได้โปรด ลืมตานะ แม่...แม่...แม่ตื่น...ฮือ ตื่นสิแม่...”


“มาร์ค...พอแล้ว...” จินยองเดินเข้าไปดึงหาก่อนจะรั้งร่างโปร่งเข้ามากอดไว้แน่น


“แม่ไปสบายแล้วมาร์ค...อย่ารบกวนแม่อีกเลย”


ร่างโปร่งนิ่งเงียบไปครู่ ก่อนจะค่อยๆสั่นไหวพร้อมเสียงสะอื้น ครู่เดียวก็ทรุดตัวลงพร้อมกับสติที่เริ่มเลือนหาย ก่อนที่จินยองกับหมอจะช่วยกันยกร่างโปร่งขึ้นเตียงไปอีกคน อดทนมาได้จนถึงตอนนี้ ในที่สุดมาร์คก็ถึงขีดจำกัดของเขาแล้วจริงๆ




#othermb






ฮัลโหลลลลล หายไปนานมากมายเพราะไรท์ติดธุระรอบตัวเลยจ้า~ (จริงๆธุระก็ข้ออ้างแหละเพราะถ้าให้หาเวลาว่างก็มีน้อยซะที่ไหน ฮ่าๆๆ /วิ่ง) ที่เงียบไปนานก็สารภาพกันตรงๆว่าตันนาจาา โฮฮฮ พล็อตมันแก้ปมไม่ลงตัวอ่ะค่ะ ก็เลยต้องออกไปเที่ยวบ้าง หาของอร่อยๆกินบ้าง หวีดผู้ชายบ้างเพื่อหาแรงบันดาลใจ จนในที่สุดปมก็แก้หลุดหมดแล้วจ้า~ (แม้จะต้องเฉือนทิ้งไปหลายปมก็ตาม 555) 

ขอบคุณคนที่ยังรอฟิคเรื่องนี้ และยินดีต้อนรับรีดเดอร์หน้าใหม่ทุกคนด้วยนะคะ

อย่างที่บอกว่าเรื่องนี้ยากมากกกกเพราะไรท์ไม่ถนัดดราม่าเลยสักนิด แล้วเรื่องนี้ก็อยากให้มันเป็นดราม่าที่ไม่ม่าด้วย (เอ๊ะยังไง?) คือไม่อยากให้มันม่าจ๋าแบบละครแอนสิเรียมน่ะค่ะ ถ้าจะม่าก็อยากให้ม่าอย่างมีเหตุผล จะน้ำเน่าซักนิดตรงที่มีตัวละครโผล่มาเยอะเหลือเกิน แล้วปมก็ไม่ได้เกิดจากพระนายเองด้วย เป็นปมที่เกิดจากสถานการณ์ เพราะงั้นมันก็จะเป็นม่าหน่วงๆ แบบฉันเจ็บทุกการกระทำที่ทำให้เธอเสียใจ 

ตอนนี้ไรท์จะเร่งสปีดแบบพยายามให้ได้อาทิตย์ละตอนสองตอนเน้อ เพราะกะจะเอาไปอวดใน #MBFair 555+ แต่ถ้าไม่ทันก็อย่าปาของใส่ไรท์เด้ออ ไว้ค่อยเอาเรื่องอื่นไปละกัน 

ส่วนใครที่ยังไม่เคยอ่านงานไรท์ ตามไปเสพย์ #แบมๆมลบ #ฟิคอรุณ #ฟิคเชื่อม พลางๆเน้อ (อ่ะ Tie-in ซะหน่อย)

ติชมตักเตือนด่าทอสกรีมฟิคกันได้ที่ #othermb นะคะ รออ่านอยู่ ด่าได้แต่อย่าแรงมาก เห็นตัวหนาๆแต่หัวใจเราบอบบางมากนะ 




 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 57 ครั้ง

532 ความคิดเห็น

  1. #459 LFRANCE (@muaykie147) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 / 19:06
    ทุกอย่างมีแต่จะแย่ลง...
    #459
    0
  2. วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 22:28
    หน่วงมาก ฮึก
    #402
    0
  3. #313 xstcphpp (@iptmzliaen) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 00:20
    เกลียดแม่แบมอ่ะ ไม่รู้นะว่ามีอะไร
    แต่มีคนตายเพราะแกอ่ะ
    #313
    0
  4. #275 pigi (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2560 / 04:46
    ม่าจ๋าแบบแอนสิเรียม คุณไรท์วัยไหนน้าาา ที่ทันดูแอนสิเรียม เราไม่ยู้เลยจรีงจรีงงงง เพราะเราก็ทันดูเหมือนกานน555
    #275
    0
  5. #186 Iluvmarkbam (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 กันยายน 2560 / 20:52
    เบคจียอนทำไมร้ายกาจขนาดนั้น ไปพูดอะไรให้โดโรธีอาการกำเริบ

    จะรู้ตัวไหมว่าคัวเองฆ่าคนแม้ว่าจะไม่ได้ทำให้ตายตรงๆก็เถอะ

    กำลังจะได้กลับบ้านแล้วเชียวไม่น่าเป็นแบบนี้เลย

    เวรกรรมต้องไปตกกับแบมแบมแน่เลย มาร์คคงไม่ยอมปล่อยผ่านไปง่ายๆแน่

    แบมแบมต้องชดใช้กรรมที่ไม่ได้ก่อเหรอ เฮ้อ..

    #186
    0
  6. #82 magraydayy (@magraydayy) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2560 / 23:36
    มาร์คคค ? ? เข้มแข็งไว้
    #82
    0
  7. #81 mmmbb (@bbenz-02bt) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2560 / 23:19
    พี่มาร์คน่าสงสารมาก พี่ต้องเข้มแข็งนะT^T
    #81
    0
  8. #80 n_mb (@new_tmtc) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2560 / 18:52
    ฮือออ สะเทือนใจจจ หน่วงแรงมากๆค่าา
    #80
    0
  9. #76 Moko87 (@mokomoko87) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2560 / 01:50
    TTTT^TTTT
    #76
    0
  10. #75 WctCrwspBMW (@noname94) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 23:48
    หน่วงทั้งคู่เลยอ่ะ มาร์คก็อย่าแค้นน้องทำร้ายน้องนะ ;-;
    #75
    0
  11. #74 'τσkταg (@tag_jung) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 22:51
    กลับมากับทอล์กที่ยาวเพี้ยวฟ้าวว คิดถึงเรือนกระจกมากจนเมื่อวานจะบ่นๆพร่ำๆเพ้อในแท๊กแล้ว สงสารมาร์กอะ สูญเสียคนที่รักที่สุดไปใครจะไหว แล้วของๆเขาที่ไม่ใช่ของๆเราที่เป็นของๆเขาตั้งแต่ครั้งแรกที่ไม่ใช่ของเราแล้วนี่สรุปว่าของใคร แต่นายเอกนี่ของเราแน่นอน
    #74
    0
  12. #73 mymindmiew (@Neutrino_Miewz) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 22:40
    โอ๊ย พี่มาร์ค เข้มแข็งเด้อ ??
    #73
    0
  13. #72 ลีลีข้าวสาร- (@ponnapa123-) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 20:57
    น่าจะจัดในหมวดนิยายดราม่า55555555+
    #72
    0
  14. #71 sryko1a (@sryko1a) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 19:39
    กลัวว่ามาร์คจะแก้แค้นหลังจากนี้ สงสารทั้งคู่อ่ะ
    #71
    0
  15. #70 bbbarkmam (@bbbarkmam) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 18:06
    ทำไมมันหน่วงแบบนี้ T T
    #70
    0
  16. #69 eayzaja (@eayzaja) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 15:06
    สงสารพี่มาร์คจัง?_?
    #69
    0
  17. #68 yadara (@yadara) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 14:54
    แม่แบมเลวมากกก มาร์คต้องมาแก้แค้นที่แบมแบมแน่ๆๆฮืออ
    #68
    0
  18. #67 ThiwapornAtsaen (@ThiwapornAtsaen) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 14:54
    สงสารมาร์ค และสงสารลูกรอเลยค่ะ น่าจะโดนหนัก โอ้ยยย ไรท์อย่าม่าเยอะนะ ใจเราบาง ฮืออออ
    #67
    0
  19. #66 _Mt_ (@kimboa_) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 12:30
    แม่แบมทำไมร้ายยย
    #66
    0
  20. #65 TUA_IQ (@TUA_IQ) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 05:22
    คถณแม่ทำไมใจร้าย
    #65
    0
  21. #64 ThiwapornAtsaen (@ThiwapornAtsaen) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 04:29
    ทำไมแม่แบมแอบร้ายอ่ะ สงสารแบม ต้องมาโดนมาร์คเกลียดอีก
    #64
    0
  22. #63 Namsai♡ (@krisjiniel_vhope) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 03:46
    เพิ่งมาเจอค่ะ แต่งดีมาก เราชอบ รออ่านต่อนะคะ
    #63
    0
  23. #62 AAA.Bam (@AABB_9497) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 02:20
    ทำไมแม่แบมต้องเกลียดแม่มาร์คด้วย
    #62
    0
  24. #61 Moko87 (@mokomoko87) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 01:40
    โอ้ แม่แบมเลียดอะไรแม่มาร์คนักหนาเนี่ย
    #61
    0
  25. #60 VioletRockZtar (@Deathlolipop) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 01:24
    กำ แบมเอ้ย ;_;
    #60
    0