18 สถานที่แปลก ๆ ที่ไม่คิดว่ามีในโลก (มีไทยด้วย)

Name : ต้นหญ้า < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ต้นหญ้า
[ IP : 124.122.186.211 ]

Email / Msn: -
วันที่: 28 มี.ค. 53 / 11:46

 ขออภัยถ้าเปิดมาแล้วภาพไม่ขึ้น  
หรือขึ้นช้า 
ลองเปิดไว้สักพักรับรองภาพขึ้นทั้งหมดค่ะ 
 พอดีภาพมันเยอะหน่อย  
ต้องขออภัยด้วยในความไม่สะดวก




1. 
เดอะเวฟ (The Wave) ที่รัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกา



"
เดอะเวฟคือ ภูเขาหินทรายที่ฟอร์มตัวในลักษณะคล้ายคลื่นลาดชัน เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 190 ล้านปีก่อนหรือในยุคจูราสสิก
เนื่องจากพื้นที่แถบนี้มีความเปราะบางมาก ทางการจึงจำกัดให้เข้าชมได้เพียงวันละไม่เกิน 
20 คน และต้องเดินเท้าเข้าไปเกือบ ก.ม. จึงจะถึงดินแดนมหัศจรรย์แห่งนี้
---------

2. Tessellated Pavement 
บนเกาะแทสเมเนีย (รัฐหนึ่งในประเทศออสเตรเลีย)



นี่คือภาพลานหินตะกอนบริเวณชายฝั่งที่ 
Eaglehawk Neck บนเกาะแทสมาเนีย
ซึ่งถ้าหากมองเผินๆ จะแลดูคล้ายมีใครนำแผ่นกระเบื้องสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่มาวางเรียงรายริมทะเล

(
บริเวณขอบสี่เหลี่ยมที่เราเห็นเป็นแนวเส้นตรงนั้น เกิดจากแรงตึงเครียดของผิวโลก ผนวกกับการกัดเซาะอย่างต่อเนื่องของคลื่นและแรงเสียดสีของทราย)
---------

3. 
หินรูปทรงประหลาด ในทะเลทรายขาว (White Desert) ประเทศอียิปต์



ทะเลทรายแห่งนี้ตั้งอยู่ใน 
Farafra Oasis มีลักษณะเป็นสีขาวและครีม
ประกอบด้วยกลุ่มหินชอล์ครูปทรงประหลาดขนาดใหญ่มากมาย อันเป็นผลงานของพายุทรายที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว

---------

4. 
บ่อน้ำพุร้อนสีเลือด (Blood Pond Hot Spring)  ที่เบปปุ ประเทศญี่ปุ่น



น้ำพุร้อนสีเลือด (
Chinoike Jigoku)  เป็นหนึ่งในบ่อน้ำพุร้อนชื่อดังของเมืองเบปปุ ในจังหวัดโออิตะ บนเกาะคิวชู
สาเหตุที่น้ำพุมีสีเลือดเนื่องจากมีธาตุเหล็กอยู่ในปริมาณมากนั่นเอง

---------

5. Giant's Causeway 
ที่ไอร์แลนด์เหนือ



Giant's Causeway  
เป็นชายฝั่งที่เกิดจากการเย็นตัวของหินภูเขาไฟเมื่อประมาณ 50,000 ถึง 60,000 ปีที่ผ่านมา
ก่อให้เกิดหินรูปหกเหลี่ยมและหินแท่งสี่เหลี่ยมกว่า 
40,000 แท่ง
องค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียน 
Giant&acute;s Causeway เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติมาตั้งแต่ปี ค.ศ.  1986 (พ.ศ. 2529)
---------

6. 
ทะเลเกลือ (salt flats)  ที่ Salar de Uyuni ประเทศโบลิเวีย



จริงๆ แล้วที่ราบเกลือหรือทะเลเกลือลักษณะนี้มีอยู่หลายแห่งด้วยกัน
แต่ทะเลเกลือที่
 Salar de Uyuni ของประเทศโบลิเวียนั้น มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก
โดยมีอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาลมากถึง 
10,582 ตารางกิโลเมตร
---------

7. 
ป่าหิน (Stone Forest) เมืองคุนหมิง มลฑลยูนาน ประเทศจีน



อุทยานป่าหิน (
Shilin National Park) ในเมืองคุนหมิง จัดเป็นป่าหินที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก
โดยมีพื้นที่มากถึง 
350 ตารางกิโลเมตร แต่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมเพียง 12 ตารางกิโลเมตรเท่านั้น
เดิมทีหินปูนเหล่านี้อยู่ใต้ผิวโลก แต่ภายหลังได้ถูกดันขึ้นมาในลักษณะเดียวกับหินงอก
เชื่อกันว่าป่าหินแห่งนี้มีอายุราว
 270 ล้านปีเลยทีเดียว
---------

8.  
ธารน้ำแข็ง Taylor ใน McMurdo Dry Valleys ที่แอนตาร์คติกา (ขั้วโลกใต้)



ธารน้ำแข็งอันกว้างใหญ่ไพศาลแห่งนี้ มีพื้นที่ส่วนหนึ่งที่โดดเด่นเป็นสีแดงส้ม ตัดกับน้ำแข็งส่วนอื่นๆ ซึ่งมีสีขาวโพลน
เนื่องจากพื้นที่แถบนั้นเต็มไปด้วยออกไซด์ของเหล็ก (
iron oxide)  ซึ่งก็คือ "สนิมนั่นเอง
ด้วยเหตุนี้บริเวณดังกล่าวจึงได้รับการขนานนามตามลักษณะทางกายภาพว่า
 "น้ำตกเลือด"  (Blood Falls)
---------

9. 
ทะเลสาบสปอท เลค (Spotted Lake) – ประเทศแคนาดา



“
สปอท เลค” ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในทะเลสาบที่มีแร่ธาตุชนิดต่างๆ อาทิ แมกนีเซียม ซัลเฟตแคลเซียม และโซเดียม ซัลเฟต ในปริมาณเข้มข้นมากที่สุดในโลก
แต่น่าเสียดายที่ทะเลสาบแห่งนี้อยู่ในที่ดินของเอกชน นักท่องเที่ยวจึงทำได้แค่มองจากราวรั้วกั้นริมถนนเท่านั้น

(
ส่วนที่เป็นจุดๆ คือน้ำ นอกนั้นเป็นส่วนของแร่ธาตุนานาชนิด ที่สามารถลงไปเดินสำรวจได้)
---------

10. 
ทะเลทรายแบล็ค ร็อค (Black Rock Desert) ที่รัฐเนวาดา สหรัฐอเมริกา



ทะเลทรายแบล็คร็อค คือ ก้นทะเลสาบที่แห้งสนิท
ครั้งหนึ่งดินแดนแถบนี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของทะเลสาบในยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่มีชื่อว่า
 "Lahontan"
ซึ่งปรากฏอยู่ในสมัย 
18,000-7,000 พันปีก่อนคริสตกาล ในช่วงที่ทะเลสาบโบราณแห่งนี้มีระดับน้ำสูงสุด (เมื่อประมาณ 12,700 ปีก่อน)
ทะเลทรายแบล็คร็อคเคยอยู่ใต้น้ำที่มีความลึกถึง 
150 เมตรเลยทีเดียว
---------

11. 
ถ้ำคริสตัล (Crystal Cave) ในมลรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา



ถ้ำคริสตัล เป็น 
ใน 240 ถ้ำ (ที่ถูกค้นพบ) ภายในอุทยานแห่งชาติ Sequoia ในมลรัฐแคลิฟอร์เนีย
ถ้ำดังกล่าวเป็นถ้ำ "หินอ่อนธรรมชาติ ที่ภายในมีอุณหภูมิคงที่ประมาณ 
องศาเซลเซียส
ซึ่งการจะเข้าไปชมภายในถ้ำต้องอาศัยไกด์ทัวร์เป็นผู้นำทางเท่านั้น

---------

12. 
ทุ่งหินรูปรังผึ้ง Bungle Bungles ในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย ประเทศออสเตรเลีย



ทุ่งหินทรายที่มีรูปทรงคล้ายรังผึ้ง หรือ 
Bungle Bungles นี้ เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติ Purnululu 
ที่องค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกเมื่อปี ค.ศ. 
1987 (พ.ศ. 2530) กลุ่มหินดังกล่าวประกอบด้วยหินทรายและหินกรวดมน
ซึ่งเมื่อประมาณ 
375-350 ล้านปีก่อนหินเหล่านี้เคยเป็นตะกอนในลุ่มน้ำ "Ord"
---------

13. 
ภูเขาไฟ Redoubt ที่รัฐอลาสก้า สหรัฐอเมริกา



Redoubt 
เป็นภูเขาไฟมีพลัง (active volcano) อายุนับพันๆ ปี ที่ยังคงคุกรุ่นและเกิดการปะทุหรือระเบิดขึ้นบ่อยครั้ง
โดยครั้งล่าสุดเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่
 22 มีนาคม ที่ผ่านมา  
---------

14. 
ดินแดนโบราณ คัปปาโดเกีย ประเทศตุรกี



คัปปาโดเกีย ได้รับการประกาศจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลก เมื่อปี ค.ศ.
1985 (พ.ศ. 2528)
ดินแดนดังกล่าวมีภูมิประเทศที่แปลกตาซึ่งเกิดจากจากลาวาภูเขาไฟที่ไหลออกมาปกคลุมพื้นที่
เมื่อวันเวลาผ่านไป พายุ ลม ฝน ได้เป็นตัวแปรที่ก่อให้เกิดการแปรสภาพเป็นหุบเขา ร่องลึก เนินเขา กรวยหิน
และเสารูปทรงต่างๆ ที่งดงาม บางส่วนมีประชาชนอาศัยอยู่ภายใน

---------

15. 
ทะเล (สาป) เดือด Boiling Lake ประเทศโดมินิกา (Commonwealth of Dominica)



“Boiling Lake” 
เป็นบ่อน้ำพุร้อนที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลก (รองจากทะเลสาป Frying Pan Lake ของประเทศนิวซีแลนด์)
มีความกว้างราว 
60 เมตร ลึก 59 เมตร อุณหภูมิริมทะเลสาปอยู่ที่ประมาณ 82 – 91.5 องศาเซลเซียส
ระดับน้ำภายในทะเลสาปแห่งนี้มีลักษณะขึ้น-ลงตลอดเวลา โดยเมื่อเดือนมิถุนายน ค.ศ. 
2006 (พ.ศ. 2549) น้ำในทะเลสาปแห่งนี้ได้แห้งเหือดหายไป
และเพิ่งกลับมาอยู่ในระดับปกติอีกครั้งเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา

---------

16. 
แม่น้ำสีแดง (Rio Tinto) ที่ประเทศสเปน



บริเวณพื้นที่ตามแนวชายฝั่งแม่น้ำ 
R&iacute;o Tinto มีการทำเหมืองทองแดง เงิน ทอง และแร่ธาตุอื่นๆ มาตั้งแต่สมัยโบราณ (ราว พันปีก่อน)
ส่งผลให้น้ำในแม่น้ำดังกล่าวมีค่าความเป็นกรดสูงมาก ส่วนสาเหตุที่น้ำมีสีแดงก็เนื่องมาจากก้อนหินที่อยู่ในแม่น้ำแห่งนี้ประกอบด้วยธาตุเหล็กในปริมาณเข้มข้นนั่นเอง
เหมืองในแถบนี้ถูกปิดมานานนับ
 10 ปี แต่เนื่องจากทองแดงมีราคาสูงขึ้น เจ้าของเหมืองจึงมีแผนเปิดเหมืองทองแดงอีกครั้งในปีหน้า
---------

17. 
หุบเขาโลกพระจันทร์ (Vale de Lua) ที่ประเทศบราซิล



หุบเขาโลกพระจันทร์ หรือ "
the valley of the moon" เป็นที่ราบสูงโบราณที่มีอายุเก่าแก่กว่า 1.8 พันล้านปี
โดยพื้นที่ว่างระหว่างก้อนหินจะมีน้ำจากแม่น้ำ 
San Miguel แทรกอยู่ภายใน ดินแดนประหลาดแถบนี้เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติ Chapada dos Veadeiros 
ซึ่งองค์การยูเนสโกประกาศให้เป็นมรดกโลกเมื่อปี ค.ศ. 
2001 (พ.ศ. 2544) ที่ผ่านมา
---------
18. 
แท่งหินประหลาด  ประเทศไทย


แท่งหินประหลาดที่มีอายุกว่า 
20 ปี ตำนานการเกิดของมันนั้นน่าอดสูเกินกว่าจะกล่าว และจนกระทั่งบัดนี้ก็ยังไม่มีผู้ใดสามารถอธิบายได้ว่า แท่งหินพิลึกที่เรียงกันเป็นทางยาวนี้ได้สร้างประโยชน์อันใดให้แก่ประเทศไทย 
  


PS.  ความรัก...ก็มีแค่เพียงเวลาเท่านั้นล่ะ..... ที่เข้าใจว่าความรักยิ่งใหญ่แค่ไหน.....

แสดงความคิดเห็น
ชื่อ Email / MSN
รูปตัวแทน ใส่รหัสตามรูป

พิมพ์ข้อความที่นี่!



  • C o m m e n t
  • 1

    1 Salmonดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Salmon บอกว่า :
    [ IP : 124.122.193.29 ]
    Email / Msn: Wisenee18(แอท)gmail.com
    วันที่: 28 มี.ค. 53 / 12:55



    ถึงภาพจะไม่ขึ้นก็ขอขอบคุณสำหรับสาระดีๆจ้า(คอมเราช่วงนี้มันบ้าๆบอๆมันเลยคงไม่ขึ้นรูป-*-)

    1