ตอนที่ 14 : - Chapter Thirteen -

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 515
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    11 พ.ค. 61






- Chapter Thirteen -

 





อื้อ ! เซย์ …” มือขาวยกขึ้นปิดปากตัวเองเอาไว้แน่น ยามที่คนตรงหน้ากดจูบลงบนหน้าอกข้างซ้ายตรงร่องรอยน่ารังเกียจบนตัวของเขา ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะเลื่อนต่ำลงเรื่อยๆไปจนถึงหน้าท้องขาวเนียน ริมฝีปากอุ่นร้อนยังคงไล่ลงไปเรื่อยๆจนกระทั่งหยุดอยู่ตรงต้นขาด้านในที่มีร่องรอยแห่งความอัปยศอยู่อีกหนึ่งรอย

ฮึก เซย์ …” ฟันคมขบกัดริมฝีปากของตนเองจนปริแตก มือบางบีบไหล่แกร่งของคนตรงหน้าเอาไว้แน่นยามที่อีกฝ่ายกดจูบซ้ำๆลงบนสัญลักษณ์แทนตัวเองของนักฆ่าผู้เลือดเย็นคนนั้น

ฮะ เซย์ หยุด …” ใบหน้าสวยส่ายสะบัดไปมา เมื่อคนตัวโตตรงหน้าแลบลิ้นเลียไปตามเรียวขาขาวเนียน ก่อนจะขบเม้มตรงรอยเดิมเหมือนต้องการจะลบร่องรอยที่นักฆ่าหนุ่มฝากทิ้งเอาไว้ แต่ต่อให้พยายามแค่ไหนก็ไม่อาจลบล้างสัญลักษณ์แทนตัวของอีกคนออกไปได้อยู่ดี

มันยังคงอยู่เพื่อตอกย้ำให้ควีนได้รู้ว่าศักดิ์ศรีของตนเองถูกทำลายลงด้วยน้ำมือของใคร !

เท็ตสึยะ …” ใบหน้าคมคายเงยหน้าขึ้นมองคนตัวเล็กตรงหน้าที่เอนหลังพิงผนังห้องน้ำเอาไว้ ใบหน้าหวานแหงนเชิ่ดขึ้นและเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อ ภาพตรงหน้าทำให้อะไรบางอย่างในร่างกายของคิงตื่นตัวขึ้นมา ลมหายใจเริ่มหอบถี่เพราะความต้องการบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นช้าๆ

ไม่ได้ เขาจะปล่อยให้อารมณ์ครอบงำจนทำลายคนๆนี้ไม่ได้เด็ดขาด !

พรึ่บ !

เซย์ …” คนตัวเล็กมองไปยังคู่หมั้นหนุ่มที่อยู่ดีๆก็ลุกพรวดขึ้นด้วยความรวดเร็วจนเขาตกใจและเผลอลืมตาขึ้นมองไปยังคนตรงหน้า

ผมจะออกไปรอข้างนอกแล้วกัน นายก็ รีบๆอาบน้ำชำระล้างร่างกายเถอะ เท็ตสึยะสิ้นคำพูดนั้น ร่างสูงก็รีบเดินออกจากห้องน้ำไปทันที ทิ้งให้คุณหนูคุโรโกะได้แต่มองตามแผ่นหลังกว้างไปด้วยแววตาไม่เข้าใจ แต่เซย์ออกไปมันก็ดีแล้วล่ะ เพราะเขาเองก็รู้สึกแปลกๆกับสัมผัสของเซย์เมื่อสักครู่นี้เหมือนกัน

ทำไม ร่างกายมันถึงได้ร้อนรุ่มกับสัมผัสของเซย์มากขนาดนี้กันนะ ?

หลังจากที่เดินออกมาจากห้องน้ำและนั่งสงบสติอารมณ์ของตนเองอยู่สักพักหนึ่งจนอารมณ์กลับมาคงที่เป็นปกติแล้ว ร่างสูงของนายน้อยตระกูลอาคาชิก็ลุกขึ้นจากเตียงนอนนุ่ม ตาคมกริบสองสีทอดมองไปยังบานประตูห้องน้ำที่ยังคงปิดสนิทและยังมีเสียงน้ำดังเล็ดลอดออกมาให้ได้ยิน แค่นั้นเขาก็รู้แล้วว่าควีนของเขาคงยังอาบน้ำไม่เสร็จและคงเสียเวลา ชำระล้างร่างกายของตนเองอยู่นานเลยล่ะ

คิงหนุ่มละสายตาจากประตูห้องน้ำ ก่อนจะก้าวขาออกไปยังระเบียงห้องนอนและปิดประตูระเบียงลงอย่างเงียบเชียบ แขนแกร่งทั้งสองข้างเท้าราวระเบียงเอาไว้ ใบหน้าคมเหม่อมองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่บัดนี้มืดสนิทและมีดวงดาวนับหลายร้อยดวงปรากฏให้เห็น ตาคมกริบจ้องมองดวงดาวเหล่านั้นอยู่นานสองนาน และโดยไม่รู้ตัว มือแกร่งเอื้อมไปหมายจะคว้าดาวดวงหนึ่งให้ลงมาเคียงข้างตนเอง แต่ยิ่งไขว่คว้าก็เหมือนมันยิ่งไกลออกไปทุกทีๆ จนในที่สุดก็ไม่อาจเอื้อมดวงดาวเหล่านั้นได้เลย

เหมือนกับควีนของเขาที่ต่อให้ใกล้ชิดมากแค่ไหนก็เหมือนอีกฝ่ายไกลห่างออกไปทุกทีๆ

ครืด

ไม่รู้ว่าเขาเผลอเหม่อลอยอยู่นานแค่ไหน รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่บานประตูระเบียงถูกเลื่อนออก ก่อนที่ร่างเล็กของคู่หมั้นจะเดินมาหยุดยืนอยู่ข้างกาย

คิดมากเรื่องอะไรอยู่เหรอครับ ? เซย์เสียงหวานเอ่ยถามคนข้างกายที่แม้จะตีสีหน้าเรียบเฉยแค่ไหน แต่ก็ไม่อาจปกปิดแววตาหม่นหมองได้เลย

ไม่มีอะไรหรอก

เดี๋ยวนี้คุณมีความลับกับผมเหรอครับ

ไม่ใช่ แต่ผม …”

ผมเป็นห่วงคุณ ไม่อยากให้คุณเก็บเรื่องบางอย่างไปคิดมากเพียงลำพังตาคมกริบจ้องมองคนข้างกายด้วยแววตาแสนรัก มือแกร่งยกขึ้นวางทาบแก้มใสของคู่หมั้นตนเองอย่างแผ่วเบา ก่อนจะโน้มหน้าลงไปใกล้และแนบหน้าผากของตนเองกับหน้าผากของอีกฝ่ายจนชิดติดกัน รอยยิ้มบางๆปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายของนายน้อยตระกูลอาคาชิ

เวลาได้ยินว่าอีกคนเป็นห่วงเขาแค่ไหน มันอดที่จะรู้สึกดีและมีความสุขไม่ได้จริงๆ

ขอบคุณที่เป็นห่วงผมนะ เท็ตสึยะ

แล้วคุณ …”

ผมแค่กำลังคิดว่านายจะอยู่กับผมไปได้อีกนานแค่ไหนกันนะ เราจะยังมีกันและกันอยู่อย่างนี้ไปอีกนานสักเท่าไหร่ เวลาของผมมันจะหมดลงเมื่อไหร่ก็ไม่รู้

เซย์

ผมยังจำได้ดีว่านายเคยบอกผมเอาไว้ว่าที่นายยอมหมั้นและยังอยู่กับผมไม่ใช่เพราะรัก แต่เป็นเพราะนายเองก็ยังไม่มีใคร มันก็ไม่เห็นเสียหายอะไรหากจะหมั้นกับผมเอาไว้ก่อน

“……….”

มันทำให้ผมอดคิดไม่ได้เลยว่าถ้านายเจอคนที่นายรักเมื่อไหร่ นายคงไปจากผมทันทีโดยไม่แม้แต่จะลังเลใจเลยด้วยซ้ำ

หมับ !

ทันทีที่คิงหนุ่มพูดจบประโยค อ้อมแขนของคู่หมั้นคนสวยก็โอบกอดตนเองเอาไว้จากด้านหลัง ใบหน้าหวานแนบสนิทลงกับแผ่นหลังกว้าง และสัมผัสเปียกชื้นก็ทำให้เขารู้ว่าอีกคนกำลังร้องไห้อยู่

เขานี่มันแย่จริงๆ ทำให้ควีนของตนเองร้องไห้ออกมาเสียได้

เรื่องของอนาคตที่ยังมาไม่ถึงก็อย่าไปคิดถึงมันสิครับ อยู่กับปัจจุบันไม่ดีกว่าเหรอ

“……….”

บางที ผมอาจจะไม่เจอคนๆนั้นของผมก็ได้นะครับ คุณไม่คิดงั้นเหรอ ?

ผมไม่รู้

ผมอาจจะอยู่กับคุณ ใช้ชีวิตคู่ร่วมกับคุณไปตลอดชีวิตก็ได้นะครับสิ้นคำพูดนั้น หัวใจของเขาก็เต้นแรงขึ้นมาทันที แต่พอคิดถึงความเป็นจริงข้อหนึ่งขึ้นมา นัยน์ตาคมกริบก็ดูหม่นหมองระคนเจ็บปวดทันที

มันคงจะดี และผมคงจะมีความสุขมาก …”

“……….”

ถ้าหากนายยินยอมใช้ชีวิตร่วมกับผมเพราะความรัก ไม่ใช่เพราะความเหมาะสมของเรา ใครต่อใครต่างก็บอกว่าเขากับเท็ตสึยะนั้นเหมาะสมกันมาก แต่ไม่มีใครรู้หรอกว่าต่อให้เหมาะสมกันมากแค่ไหนก็ไม่อาจได้หัวใจของคนที่ตนเองรักมาอยู่ดี

เหมาะสมยังไง ถ้าสุดท้ายแล้วเท็ตสึยะเจอคนที่ใช่ก็คงต้องไปจากกันอยู่ดี

นายเข้าไปในห้องเถอะ อากาศเริ่มเย็นแล้วเดี๋ยวจะเป็นหวัดเอานะมือแกร่งลูบหัวคนตัวเล็กตรงหน้าเบาๆอย่างอ่อนโยน ก่อนจะถอดเสื้อนอกของตนเองมาคลุมทับร่างกายบอบบางของคู่หมั้นเอาไว้

ถ้าคำว่าเหมาะสมมันกลายเป็นกำแพงขวางกั้นเราไว้ งั้นก็ทำลายมันทิ้งซะสิครับ

หมายความว่ายังไง ? เท็ตสึยะ

แค่ทำลายกำแพงที่ขวางกั้นเราเอาไว้ มันคงไม่ยากเกินความสามารถของคุณหรอกใช่มั้ยครับ ?

เท็ตสึยะ …”

ตลอดระยะเวลาที่ได้อยู่ด้วยกันและได้เรียนรู้กันมา คุณเองก็ไม่ใช่คนไม่ดีอะไร …” ตาคมกริบได้แต่มองแผ่นหลังเล็กที่แสนบอบบางและพร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ แต่ทว่าบางครั้งก็ดูแข็งแกร่งราวกับมีเกราะป้องกันเอาไว้หลายชั้น มือเล็กๆของอีกคนเปิดประตูระเบียงออกช้าๆ ก่อนจะเอ่ยคำพูดทิ้งท้ายเอาไว้ให้กับเขา และเป็นคำพูดที่ทำให้หัวใจของเขาเริ่มพองโตขึ้นมาอย่างคนมีความหวัง

มันคงไม่ผิดอะไร หากผมจะลองเปิดใจให้กับคู่หมั้นที่ผมเชื่อใจมากที่สุดอย่างคุณ

 





เช้าวันถัดมา

คุณหนูคุโรโกะตื่นขึ้นมาในตอนเช้าของอีกวันและเดินลงมาด้านล่างเพื่อรับประทานอาหารเช้าก่อนจะออกไปมหาวิทยาลัย ก่อนที่คิ้วเรียวสวยจะขมวดเข้าหากันเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าในห้องอาหารนั้นมีเพียงพ่อบ้านหนุ่มและบอดี้การ์ดที่เกลียดแสนเกลียดนั่งหน้าสลอนอยู่ตรงนั้น !

คากามิคุง เซย์หายไปไหนครับ ?เขาอดที่จะถามออกไปด้วยความสงสัยไม่ได้ เพราะเมื่อคืนนี้อีกคนนอนค้างที่คฤหาสน์ของเขา แต่นอนคนละห้องเพราะโดนเขาไล่ตะเพิดไปอีกห้องหนึ่ง พอตื่นขึ้นมาก็ไปหาอีกคนที่ห้องแต่เซย์ก็ไม่อยู่แล้ว เขาจึงคิดว่าอีกคนอาจจะลงมารอด้านล่างแล้วจึงเดินลงมา แต่พอมาถึงกลับไม่พบแม้แต่เงาของคู่หมั้นตนเองเลยสักนิด

นายน้อยอาคาชิมีธุระด่วนต้องไปจัดการครับ

งั้นเหรอ

รักกันจริ๊งงงง ! ขาดกันไม่ได้สักวินาทีเดียวเลยรึไงมือเล็กที่จับช้อนส้อมกำลังจะลงมือรับประทานอาหารถึงกับหยุดชะงักไปทันที เมื่อได้ยินน้ำเสียงกวนประสาทดังออกมาจากปากของบอดี้การ์ดผิวแทนที่นั่งอยู่ตรงกันข้ามและเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้ายียวนกวนประสาทสิ้นดี

ยุ่ง

เหอะ ! ก็ไม่ได้อยากจะยุ่งนักหรอก แต่เห็นแล้วมันหมั่นไส้

หมั่นไส้นักก็ลาออกไปสิครับ ผมได้ขอให้คุณอยู่มองผมพลอดรักกับเซย์รึไงเสียงหวานเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ ตากลมโตคู่สวยตวัดขึ้นมองใบหน้าคมคายฉบับแบดบอยของบอดี้การ์ดตรงหน้าที่จ้องตอบกลับมาอย่างไม่เกรงกลัวเลยสักนิดเดียว แถมยังกระตุกยิ้มมุมปากส่งมาให้อีกต่างหาก

เสียใจด้วยนะ เพราะนายคงต้องทนเห็นหน้าฉันไปอีกนานเลยล่ะ เท็ตสึ

นี่ …”

หรือไม่ก็คงต้องทนเห็นหน้าฉันไปตลอดชีวิตนั่นแหละนะ ร่างเล็กชะงักค้างไปทันทีกับคำพูดกำกวมดูมีความนัยแอบแฝงของอีกฝ่าย

หมายความว่ายังไง

ฉลาดนักก็คิดเอาเองสิครับ คุณหนูเท็ตสึ

ไอ้ …” เขาเกือบจะหลุดปากด่าคนตรงหน้าด้วยคำหยาบคายที่ใช้ไม่บ่อยนัก ถ้าไม่ได้พ่อบ้านของเขามาห้ามเอาไว้ได้ก่อนล่ะก็นะ

รีบทานเถอะครับคุณหนู เดี๋ยวจะไปเรียนสายนะครับมือแกร่งวางลงบนมือขาวของคุณหนูตัวเล็กเบาๆ ซึ่งสัมผัสจากพ่อบ้านหนุ่มก็ทำให้คุณหนุคุโรโกะใจเย็นลงอย่างไม่น่าเชื่อ

ก็ได้ แล้วใครจะไปส่งผมล่ะ ? คากามิคุงเหรอเสียงหวานเอ่ยถามพ่อบ้านของตนเอง เพราะปกติแล้วเขามักจะไปเรียนพร้อมกับบอดี้การ์ดอีกคนหนึ่งที่ตอนนี้ไม่รู้ว่าหายหัวไปไหน แต่ที่แน่ๆคือเขาไม่มีวันไปเรียนกับคนที่นั่งหน้าสลอนอยู่ตรงข้ามกับเขาสองคนแน่ๆ !

ไปกับฉันไงยังไม่ทันที่คากามิจะได้ตอบอะไรคุณหนูกลับไป เสียงทุ้มต่ำของชายหนุ่มผิวแทนก็ดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน

ไม่มีทาง

ทำไมล่ะครับ ? ผมเองก็เป็นบอดี้การ์ดของคุณหนูเหมือนกันนะครับ

แต่ผมไม่เคยนับคุณเป็นบอดี้การ์ด

สงสัยอยากให้เป็นอย่างอื่น อย่างเช่น ผัวของคุณ

อาโอมิเนะ ไดกิ !!!” เสียงหวานตวาดลั่นอย่างหมดความอดทน เมื่อใครอีกคนยังคงจงใจยั่วโมโหและกวนประสาทเขาด้วยถ้อยคำหยาบคายที่พ่นออกมาไม่หยุด และคำพูดสุดท้ายมันก็มากเกินกว่าที่เขาจะทนรับไหวอีกแล้ว กล้าดียังไงถึงมาพูดจาหยาบคายแบบนั้นกับเขา !

หยอกเล่นหรอกน่า อย่าโมโหไปสิ

ไม่ว่ายังไงผมก็ญาติดีกับคุณไม่ได้จริงๆนั่นแหละ

นั่นสินะ แต่ผมก็ไม่ต้องการให้คุณหนูมาญาติดีกับผมนักหรอกครับ

“……….”

คุณหนูเวลาโมโหเนี่ย น่ารักกว่าตอนทำหน้านิ่งหยิ่งๆแบบนั้นอีกนะครับ สิ้นคำพูดนั้น ควีนที่ทุกคนมองว่าหยิ่งยโส มาดนิ่ง แสนเย็นชา และดูไร้ความรู้สึก แต่กับบอดี้การ์ดผิวแทนตรงหน้านี้ถือว่าเป็นข้อยกเว้น เพราะอีกคนมักจะทำให้คุณหนูคนสวยโมโหและหลุดมาดนางพญาของตนเองอยู่บ่อยครั้ง แทนที่อีกคนจะสลดกลับรู้สึกชอบอกชอบใจขึ้นมามากกว่าเก่าเสียอีก

สักวัน ผมจะต้องไล่คุณออกไปจากชีวิตของผมให้ได้เสียงหวานเอ่ยบอกกับคนตรงหน้าด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบที่คนฟังหลายๆคนอาจจะขนลุกและหวาดกลัวไปกับน้ำเสียงนั้น แต่ไม่ใช่กับอาโอมิเนะ ไดกิที่นอกจากจะไม่สะทกสะท้านแล้วยังยิ้มกวนประสาทกลับไปอีกด้วย

ผมรอจนเบื่อแล้วนะครับ คุณหนู

“……….”

แต่จะไล่ผมออกไปจากชีวิตคุณคงทำได้ยากหน่อย เพราะผมไม่ได้อยากจะเข้าไปในชีวิตของคุณเพียงอย่างเดียวหรอกนะครับ …”

“………”

แต่ผมต้องการเข้าไปอยู่ในหัวใจของคุณด้วยเลยต่างหาก คุณหนูเท็ตสึของผม

 





สุดท้ายแล้ว คุณหนูคุโรโกะก็ต้องมามหาวิทยาลัยพร้อมกับอาโอมิเนะ ไดกิจนได้ ! ตลอดทางก็พยายามไม่เสวนาอะไรกับอีกฝ่ายมากนัก เลือกใช้ความเงียบเป็นเกราะป้องกันไม่ให้ตนเองเผลอแสดงท่าทีอย่างที่อีกคนกำลังต้องการอยู่ออกไป กว่าจะถึงมหาวิทยาลัยก็เล่นเอาเหนื่อยไปเลยล่ะ เพราะต้องอดทนไม่ให้ตนเองเผลอเล่นไปตามเกมของอีกฝ่ายน่ะสิ

พอมาถึงมหาวิทยาลัยปุ๊บ คนตัวเล็กก็รีบเดินแยกออกมาจากคนกวนประสาทแทบจะทันที ซึ่งอีกคนก็ไม่ได้เดินตามมากลั่นแกล้งหรือยั่วโมโหเขาต่อแต่อย่างใด คนตัวเล็กเดินเข้าไปในมหาวิทยาลัยที่มีแต่สายตาของนักศึกษาทุกคนจ้องมองมาดั่งเช่นปกติ แต่วันนี้ที่มันไม่ปกติก็คงเพราะสายตาเคลือบแคลงใจระคนสงสัยนั่นแหละ ปกติเขามักจะมีบอดี้การ์ดเดินมาด้วยกัน ซึ่งก็คือคิเสะ เรียวตะนั่นแหละ หรือไม่ก็คู่หมั้นหนุ่มอย่างอาคาชิ เซย์จูโร่ แต่วันนี้เขากลับเดินมาเพียงลำพัง คงไม่แปลกหากทุกคนจะสงสัยและเคลือบแคลงใจ แต่เขาก็ไม่ได้คิดจะสนใจอะไร นอกจากเดินไปให้ถึงตึกเรียนโดยเร็วที่สุดเพราะอึดอัดกับสายตาพวกนั้นนั่นแหละ

กึก !

ขาเรียวหยุดเดินกะทันหัน เมื่อตาคู่สวยมองเห็นร่างเพรียวบางแสนคุ้นเคยของใครบางคนกำลังเดินมาทางนี้ ใบหน้าสวยรับกับเส้นผมสีชมพูของใครคนนั้นที่ไม่ได้เห็นมาสักพักหนึ่ง พอได้เห็นก็อดไม่ได้ที่จะเดินเข้าไปหา จากเดินก็แปรเปลี่ยนเป็นวิ่ง ก่อนจะโผเข้ากอดร่างเพรียวบางของเพื่อนสนิทที่รับร่างเล็กๆของควีนเอาไว้แทบไม่ทัน แต่ถึงจะรับทันก็เซไปหลายก้าวเพราะแรงถาโถมของเพื่อนตนเองอยู่ดี

ใจเย็นๆสิเท็ตสึคุง ฉันไม่หายไปไหนหรอกน่า

ไม่หายที่ไหนกันล่ะครับ โมโมอิซังหายไปหลายวันเลยรู้ไหมครับ ผมเป็นห่วงมากเลย

ฉันไม่เป็นอะไรหรอก ห่วงตัวเองเถอะน่ามือบางของหญิงสาวยกขึ้นลูบแผ่นหลังบอบบางของคนในอ้อมแขนเบาๆ สำหรับเธอแล้วไม่มีอะไรน่าห่วงหรอก คนที่น่าเป็นห่วงคือคนที่อยู่ในอ้อมกอดของเธอต่างหาก

คุณหนูคุโรโกะจำได้ว่าครั้งสุดท้ายที่ได้เห็นเพื่อนสนิทของตนเองก็ตอนที่นักฆ่าผู้เลือดเย็นและโหดเหี้ยมคนนั้นล่อเขาให้ออกไปหา โดยใช้โมโมอิซังเป็นเหยื่อในการล่อเขาออกไปนั่นแหละ สภาพของเพื่อนเขาในวันนั้นมันยังคงติดตาและทำให้เขานึกเป็นห่วงมาจนถึงทุกวันนี้ พอมาวันนี้เห็นเพื่อนของตนเองไม่เป็นอะไรแล้วก็โล่งใจและหายห่วงไปได้เปราะหนึ่ง

ไม่เป็นอะไรแล้วใช่มั้ยครับ ?

ฉันไม่เป็นอะไรหรอก

ก็ดีแล้วครับ คุณหายไปนานจนผมเป็นห่วงกลัวว่าจะเป็นอะไรไปมากกว่าที่เห็นภายนอกรึเปล่ารอยยิ้มของคนตัวเล็กผมฟ้าข้างกาย ทำให้หญิงสาวนิ่งไปนิดหนึ่ง ก่อนจะค่อยๆขยับยิ้มตอบกลับเพื่อนสนิทตัวเล็กของตนเองบางๆ

ฉันเป็นแค่เหยื่อล่อนะ คนที่น่าเป็นห่วงคือเท็ตสึคุงต่างหาก

แต่คุณไม่เกี่ยวอะไรด้วยเลยนะครับ ลากคนที่ไม่เกี่ยวข้องมาแบบนี้มันไม่ถูกต้องมือเล็กเผลอกำเข้าหากันแน่น นึกโกรธแค้นในใจกับสิ่งที่ผู้ชายคนนั้นทำลงไป ถ้าอยากจะเล่นงานเขาก็ให้มาเล่นงานตรงๆ ไม่ใช่ไปลากเพื่อนสนิทที่ไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเข้ามาเกี่ยวข้องแบบนี้

นิจิมูระ ชูโซคนนั้นเลือดเย็นและไร้หัวใจได้ขนาดนี้เลยงั้นเหรอ

จะว่าไม่เกี่ยวมันก็ไม่เชิงหรอกนะ …”

อะไรนะครับ ?

เปล่าหรอก เรารีบไปกันเถอะ เดี๋ยวจะเข้าเรียนสายนะโมโมอิยิ้มให้เพื่อนตัวเล็กของตนเองอีกครั้ง ก่อนจะคว้าข้อมือบางของควีนคนสวยให้เดินตามตนเองไปยังห้องเรียน

โมโมอิซัง ดูแปลกๆไปนะครับ

แปลกไป ? ยังไงงั้นเหรอ

ไม่รู้สิครับ ผมแค่รู้สึกเหมือนคุณมีอะไรในใจอยู่ตลอดเวลาสิ้นคำพูดนั้นของคุณหนูคุโรโกะ หญิงสาวก็เงียบไปสักพักหนึ่ง ก่อนที่ใบหน้าสวยจะหันมามองคนข้างกายด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก

เท็ตสึคุง

ครับ ?

ถ้า ถ้าสมมติว่าฉันไม่ได้เป็นอย่างที่เท็ตสึคุงเห็น เท็ตสึคุงจะยังเป็นเพื่อนกับฉันอยู่ไหม

หมายถึงอะไรครับ ผมไม่เข้าใจ

ถ้าฉันโกหกหลอกลวงเท็ตสึคุงมาตลอด เท็ตสึคุงจะเกลียดฉันรึเปล่า …” ตาคู่สวยสีอความารีนจับจ้องไปยังใบหน้าสวยของเพื่อนสนิทที่ก้มลงต่ำไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมามองสบตากับตนเอง แต่เขาก็รู้สึกได้ว่าคนพูดกำลังเป็นกังวลและคิดมากกับเรื่องนี้อยู่แน่ๆ

ก็ต้องดูก่อนว่าที่คุณโกหกผมมามันร้ายแรงแค่ไหน แต่ว่ากันตามความเป็นจริงแล้ว …”

“……….”

คนเป็นเพื่อนกัน เขาก็ไม่ควรโกหกกันไม่ใช่เหรอครับ คุโรโกะทิ้งคำพูดสุดท้ายเอาไว้ให้เพื่อนสนิทได้คิดและอาจจะยอมบอกสิ่งที่อยู่ในใจและไม่เคยบอกให้เขาได้รับรู้มันออกมา ถ้าบอกตอนนี้ก็ยังพออภัยได้ แต่ถ้านานกว่านี้เขาเองก็กลัว

กลัวว่าตนเองจะเผลอ เกลียดเพื่อนสนิทคนนี้เหมือนที่ใครอีกคนเองก็กำลังหวาดกลัวเช่นเดียวกัน

คุโรโกะเดินไปตามเส้นทางที่ทอดยาวเพื่อตรงไปยังคลาสเรียนที่อาจจะเริ่มไปแล้ว เพราะตอนนี้มันก็เลทมากว่าสิบนาทีเข้าไปแล้ว แต่ต่อให้เขาจะเข้าสายหรือไม่เข้าคลาสเลยก็คงไม่มีผลกระทบอะไรหรอก ตามจริงแล้วเขาก็ไม่เคยใช้อำนาจในทางที่ผิดแบบนี้หรอกนะ เพียงแต่วันนี้มันเหตุสุดวิสัยจริงๆ และเขาก็เข้าคลาสเลทไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมงด้วยซ้ำไป

นักศึกษาสามารถเข้าคลาสเลทได้ถึงครึ่งชั่วโมงเชียวนะสำหรับมหาวิทยาลัยแห่งนี้

ร่างเล็กของควีนคนสวยพยายามก้าวขายาวๆเพื่อไปเข้าคลาสเรียนให้เร็วที่สุด แต่ในตอนนั้นเองที่มีร่างของใครบางคนเดินสวนมาจากอีกทางหนึ่ง เขามองไม่เห็นใบหน้าของใครคนนั้น เพราะอีกคนสวมหมวกบดบังใบหน้าเอาไว้อยู่ แต่รอยยิ้มที่เผยออกมาให้เห็นมันทำให้เขารู้สึกคุ้นเคย หัวใจพลันเต้นแรงขึ้นมา ซึ่งไม่ใช่เพราะรู้สึกดีกับรอยยิ้มนั้น แต่มันเป็นเพราะรู้สึกไม่ดีกับรอยยิ้มนั้นมากกว่า !

ตาคู่สวยเผลอมองสำรวจร่างกายของอีกฝ่ายโดยไม่รู้ตัว ก่อนที่ร่างกายจะชาวาบไปทันทีที่เห็นอะไรบางอย่างโผล่พ้นออกมาจากชายเสื้อ ร่องรอยแบบเดียวกันกับเขาแต่อยู่ตรงสีข้างของอีกฝ่าย

รอยสักรูปหัวกะโหลกที่เป็นสัญลักษณ์ประจำตัวของใครบางคน

คนตัวเล็กมองเห็นรอยยิ้มร้ายกาจบนใบหน้าภายใต้หมวกของใครคนนั้น มันเป็นรอยยิ้มแสนร้ายกาจที่ทำให้เขารู้สึกหวั่นกลัวอย่างที่ไม่เคยเป็นกับใครมาก่อน และในตอนที่กำลังจะเดินสวนกันนั้นเอง เสียงทุ้มที่อีกฝ่ายเอ่ยออกมามันก็ทำให้หัวใจของเขาบีบรัดเข้าหากันเพราะเผลอไปนึกถึง เรื่องนั้นอีกครั้งหนึ่ง !

นายน้อยอาคาชิชอบของฝากที่ฉันฝากไปให้รึเปล่าล่ะ ? คุณหนูคุโรโกะ






[Loading ... 100 per.]






มาแล้วววว ! ไรท์มาอัพแล้วนะคะตามสัญญาเลยค่ะ ! บอกว่าถ้าปั่นทันจะลงให้วันธรรมดาก็วันธรรมดาจริงๆนะคะ วันศุกร์เอง .____. ยังดีกว่าไปอัพวันอาทิตย์นะคะ 5555. ถ้าปั่นทันอีกตอนจะอัพให้วันอาทิตย์ค่ะ แต่ถ้าไม่ทัน ... ก็รอต่อไปอีกอาทิตย์นึง 55555.

หลายคนคงเริ่มคิดแล้วว่า 'โมโมอิอีกแล้วเหรอ' เรื่องไหนๆนางก็ดูมีลับลมคมในไม่น่าไว้วางใจ และคิดว่าหลายคนคงจะเข็ดมากจากเรื่องที่แล้วกับวีรกรรมแสนร้ายกาจของนาง ไรท์เองก็เช่นกันค่ะ เรายังวางใจอะไรผู้หญิงคนนี้ไม่ได้จริงๆ ไม่รู้ว่าเรื่องนี้นางจะมาดีหรือมาร้ายนะคะ แต่แต่งไปก็แอบคิดว่าทำไมต้องให้นางเข้าหาในฐานะเพื่อนตลอดเลยวะ 55555.

แต่ตอนนี้เกือบจะมีคัทซีทของแดงดำซะแล้วนะเนี่ย แต่ยังหรอกค่ะ ! คัทซีนถ้ามาง่ายๆก็จะดูเหมือนน้องใจง่ายสิคะ ต้องรอต่อไปเรื่อยๆก่อนเนอะ แต่ถ้าโดนขืนใจก็ว่าไปอย่าง---- ไม่ใช่แค่นายน้อยของเราหรอกนะคะที่ร้าย อาโฮ่เองเห็นเงียบๆแต่ก็ร้ายใช่ย่อยเหมือนกันนะคะ ยังคงสกิลความดิบเถื่อนแสนหยาบคายได้ตลอดเวลาจริงๆค่ะ และคนสุดท้ายที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือพ่อหนุ่มสาย S ของไรท์ เฮียรุ้งนั้นเองค่ะ >O< เฮียแกโผล่มาทวงถามของขวัญที่ฝากไปถึงที่เลยค่ะ มาดูกันว่าตอนหน้าน้องจะตอบกลับไปว่ายังไงนะคะ หึหึ.

สุดท้าย อ่านแล้วเม้นเหมือนเดิมค่ะ ไว้พบกันใหม่ตอนหน้านะคะ รักส์ <3






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

228 ความคิดเห็น

  1. #180 neovenesia (@neovenesia) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2561 / 19:12
    <p>นายน้อยอดทนได้ดีเกินไปแล้ว หัดความอดทนต่ำกว่านี้บ้างสิ</p>
    #180
    0
  2. #170 RitaRockZa (@RitaRockZa) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 10:13
    โอ๊ยยยยกินปลาทูกับเกลือกาชาก็หนักไตแล้วเฮียรุ้งอย่ามาทำแบบนี้!!!!
    #170
    0
  3. #162 PrincessDark (@neeranutdachopip) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 20:26
    โมโมอิเราจะไม่เชื่อใจเธอแล้ววววว
    นายน้อยสุภาพบุรุษมากกกกรักนายน้อยเลย
    อาโฮ่ก็ดิบจริงจริ๊งงงงงง
    พี่รุ้งมาทวงถามถึงที่เลยรึค่ะเนี่ย!!!
    #162
    0
  4. #161 A.Linz (@field28) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 19:12
    ลุ้นนนนนน
    #161
    0