ตอนที่ 5 : - Chapter Four -

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1240
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 39 ครั้ง
    4 ก.พ. 61






- Chapter Four -

 





กรุ๊งกริ๊ง ~

สวัสดีค่ะ ! ร้าน Smile ยินดีต้อนรับค่ะเสียงกระดิ่งจากหน้าร้านดังขึ้น พร้อมกับเสียงต้อนรับของพนักงานสาวสวยที่ยืนทำหน้าที่อยู่ตรงประตูทางเข้า แถมเธอยังกล่าวทักทายแขกผู้มาใหม่ด้วยรอยยิ้มเหมือนกับชื่อของร้านที่แปลว่ารอยยิ้ม

ร้านสวยน่านั่งจังเลยนะฮะ ! ว่ามั้ยคุโรโกจจิ ?น้ำเสียงร่าเริงยังคงดังออกมาจากชายหนุ่มผมสีเหลืองอร่ามไม่ขาดสาย แถมรอยยิ้มของเขายังดึงดูดสายตาของบรรดาสาวๆที่นั่งอยู่ในร้านให้หันมามองและตกอยู่ในภวังค์ของรอยยิ้มนั้นได้ไม่ยาก แต่ถึงแม้ทุกคนจะหลงใหลในรอยยิ้มร่าเริงจนเกินเหตุของเจ้าตัวก็ยังมีอยู่หนึ่งคนที่ไม่ได้เคลิ้มและไม่ได้หลงใหลรอยยิ้มร่าเริงนั่น ออกจะรำคาญเสียด้วยซ้ำไป

ควีนคนสวยมองคนที่ทำตัวร่าเริงจนเกินเหตุด้วยแววตาเรียบนิ่ง ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆด้วยความเอือมระอาและตัดสินใจเดินผ่านบอดี้การ์ดหนุ่มที่ยังคงส่งยิ้มให้กับทุกคนและใช้นัยน์ตาคมกริบของตนเองมองสำรวจร้านเล็กๆนี้ไม่เลิก แน่นอนว่าพอคนตัวสูงเห็นคุณหนูของตนเองเดินไปนั่งด้านในร้านตรงโต๊ะติดริมหน้าต่างแล้ว เขาก็รีบตามเข้าไปนั่งแทบจะทันที

พนักงานสาวเอาเมนูมาวางไว้ที่โต๊ะและเดินไปทำอย่างอื่นเพื่อรอให้พวกเขาเลือกเมนูได้โดยไม่อึดอัดเวลามีใครมายืนกดดันอยู่ คุโรโกะหยิบเมนูมาเปิดดูเงียบๆ แต่ทว่าดวงตากลมโตคู่สวยกลับเป็นประกายวาววับยามได้เห็นเมนูของหวานหลากชนิดอยู่บนหน้าเมนู แต่พอเปิดดูได้สักพักก็ต้องละสายตาขึ้นมามองคนที่นั่งอยู่ตรงกันข้าม เมื่อรู้สึกเหมือนกำลังโดนจ้องมองอยู่

เขาไม่ชอบให้ใครมานั่งจ้องแบบนี้ โดยเฉพาะกับคนตรงหน้านี่ !

จะเลิกมองผมได้รึยังครับเสียงหวานเอ่ยบอกกับคนตรงหน้าด้วยน้ำเสียงเย็นชาติดจะหงุดหงิด เพราะอีกฝ่ายไม่ยอมหยิบเมนูขึ้นมาดู แถมยังเอาแต่นั่งเท้าคางมองหน้าเขาราวกับเขาเป็นของกินอย่างนั้นแหละ ถ้าอีกฝ่ายจับเขาปั้นๆแล้วกลืนลงท้องได้ก็คงจะทำไปแล้ว และที่สำคัญคือเขาเกลียดสายตานั่น

สายตาที่มองเขาราวกับจะกลืนกิน เหมือนนักล่าที่จ้องมองเหยื่อของตนเอง

คิเสะ เรียวตะ ... มีสัญชาตญาณนักล่าที่อันตรายไม่แพ้กับ เขาคนนั้นเลยสักนิด

ทำไมล่ะ ? ผมชอบมองเวลาคุโรโกจจิตั้งอกตั้งใจทำอะไรสักอย่างนี่ฮะ

โรคจิตรึไงกันครับ

เปล่าสักหน่อย ผมแค่คิดว่าถ้าคุโรโกจจิยิ้มขึ้นมาสักนิดโลกคงจะสดใสขึ้นมามากเลยล่ะฮะสิ้นคำพูดนั้น คนตัวเล็กก็เงียบไปทันที มือบางเผลอกำเมนูที่อยู่ในมือแน่นกับคำพูดประโยคนั้นของคนตรงหน้า เขาไม่รู้หรอกนะว่าสำหรับคิเสะ เรียวตะแล้วรอยยิ้มนั่นมันมีค่ามากมายขนาดไหนถึงได้บอกให้เขายิ้มแบบนั้น แต่สำหรับเขาแล้ว รอยยิ้มนั่นมันก็แค่สิ่งจอมปลอมและเป็นเพียงสิ่งลวงหลอกเท่านั้นแหละ

รอยยิ้มมันก็แค่การเสแสร้งแกล้งทำและสุดท้ายไอ้รอยยิ้มพวกนั้นนั่นแหละที่ฆ่าเราและทำร้ายเราให้ตายทั้งเป็น เพราะการหลงระเริงไปกับรอยยิ้มพวกนั้น

ถ้ารอยยิ้มคือการเสแสร้ง สู้ไม่ยิ้มไปเลยมันไม่ดีกว่าหรือยังไง ?

คุโรโกจจิฮะ !” คนตัวเล็กสะดุ้งขึ้นมาเล็กน้อยกับเสียงเรียกของคนที่นั่งอยู่ตรงกันข้าม เขาหันไปมองสบตากับคนตัวสูงที่ทอดมองเขาด้วยแววตาห่วงใย อาจเพราะเห็นเขานิ่งไปนานพอสมควรหลังจากที่อีกฝ่ายพูดประโยคนั้นออกมา และเขาก็พึ่งจะรู้สึกตัวก็ตอนที่ได้ยินเสียงทุ้มต่ำเรียกเขานั่นแหละ

คุโรโกจจิเป็นอะไรรึเปล่าฮะ ? ทำไมถึงนิ่งไปแบบนั้น ...

ผมไม่ได้เป็นอะไรครับ

แต่คุโรโกจจินิ่งมากเลยนะฮะ ถ้ามีเรื่องอะไรก็บอกผม ...

ผมไม่ได้เป็นอะไรครับคุณหนูคุโรโกะพูดย้ำอีกครั้งหนึ่งด้วยน้ำเสียงชัดเจนและกดเข้มมากกว่าเดิม เป็นการบอกกับอีกฝ่ายว่าเขาไม่ได้เป็นอะไรจริงๆและให้เลิกถามเลิกเซ้าซี้ได้แล้ว และดูเหมือนว่าบอดี้การ์ดหนุ่มจะเข้าใจถึงได้ยอมเลิกเซ้าซี้เขา แต่ก็ยังไม่วายทิ้งคำพูดและสายตาที่ทำให้เขานึกไม่ชอบผู้ชายคนนี้มากขึ้นกว่าเดิม เขาเกลียด ...

เกลียดที่อีกฝ่ายมองเขาด้วยแววตาห่วงใยและพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแบบนั้น !

ถ้ามีอะไรไม่สบายใจก็บอกผมได้นะฮะ ผมไม่อยากเห็นคุโรโกจจิเป็นแบบเมื่อกี้เลย

.........

ผมเป็นห่วงคุโรโกจจินะฮะ สิ้นคำพูดนั้น มุมปากของควีนก็กระตุกขึ้นมาเล็กๆเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่ใบหน้าสวยจะกลับไปนิ่งเรียบและเย็นชาเหมือนอย่างเคย รอยยิ้มที่กระตุกขึ้นมาเพียงน้อยนิดมันไม่ใช่เพราะซาบซึ้งหรือรู้สึกดีกับคำพูดนั้นหรอก แต่มันเป็นเพราะเขานึกชิงชังในคำพูดนั้นต่างหาก

เป็นห่วงงั้นเหรอ ? มันก็แค่การเสแสร้งแกล้งทำของมนุษย์คนหนึ่งที่หวังผลประโยชน์จากเขาเท่านั้นแหละ คนที่เป็นห่วงเขาจากใครจริงน่ะมันไม่มีอยู่หรอก หรือต่อให้มีก็มีแค่พ่อบ้านของเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น เป็นเพียงคนเดียวที่เขายอมให้เข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวที่ปิดตายของเขา

ในเมื่อพวกคุณเสแสร้งมา มันก็คงไม่ผิดอะไรถ้าผมจะเสแสร้งกลับไปหาพวกคุณสินะ

ครับเขาตอบรับเพียงสั้นๆแค่นั้น แต่แค่คำพูดสั้นๆที่เหมือนเป็นการตอบรับของเขาก็ทำให้คนตรงหน้ายิ้มกว้างกว่าที่เคยด้วยความดีใจ ซึ่งมันทำให้เขาอยากจะหัวเราะออกมาเสียเหลือเกิน หัวเราะให้กับความน่าสมเพชแสนชิงชังของพวกมันทุกคน

เสแสร้งเข้าไปเถอะ อย่าให้ผมกระชากหน้ากากของพวกคุณออกมาได้ก็แล้วกัน !

สั่งเค้กกันดีกว่านะฮะ ! คุโรโกจจิอยากกินอะไรเหรอเขามองคนตัวสูงที่ดูจะกระตือรือร้นในการสั่งเค้กเสียเหลือเกิน แต่พอเป็นเรื่องของหวานแล้วมันก็ทำให้เขาเลิกสนใจทุกสิ่งทุกอย่างและหันมามุ่งความสนใจไปที่ขนมหวานได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ผมจะกินอันนี้เขาชี้ไปยังเครปเค้กสตอเบอร์รี่ที่ดูน่ากินและชวนให้น้ำลายสอเสียเหลือเกิน แน่นอนว่าท่าทีของคุณหนูที่มีต่อขนมหวานในเมนูก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาของบอดี้การ์ดหนุ่มไปได้

คิเสะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างนึกเอ็นดูอีกมุมหนึ่งของคุณหนูที่เขาไม่เคยเห็น และเขาก็เชื่อว่าน้อยคนนักที่จะได้เห็นคุณหนูของเขาในมุมเด็กๆที่กำลังให้ความสนใจกับเมนูขนมหวานตรงหน้า เขาก็อยากจะเห็นมุมนี้ของคุณหนูบ่อยๆเหมือนกันนะ สงสัยต้องไปหาข้อมูลสิ่งที่คุณหนูชอบมาซะแล้วล่ะ

คุณหนูของเขานี่น่ารักจริงๆเลยนะ ...

พอเห็นว่าคุณหนูตัวเล็กของเราได้เมนูเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ร่างสูงก็หันไปเรียกพนักงานสาวที่ยืนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลและสั่งเมนูเค้กที่คุณหนูของเขาได้เลือกเอาไว้ รวมถึงของตัวเขาเองด้วยเช่นกัน พอสั่งเมนูเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว พนักงานสาวก็เอ่ยทวนเมนูอีกครั้งหนึ่ง ก่อนจะขอตัวเดินเอาเมนูเข้าไปให้คนที่ยืนประจำอยู่ตรงเคาน์เตอร์ ส่วนเขาก็หันมานั่งเท้าคางจับจ้องคนตัวเล็กตรงหน้าเขาอีกครั้งหนึ่ง

จะมองอะไรผมนักหนาครับเสียงหวานเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด ใบหน้าหวานแม้จะเย็นชาและเรียบนิ่ง แต่คิ้วเรียวกลับขมวดเข้าหากันด้วยความไม่ชอบใจในการกระทำของเขา แต่แทนที่บอดี้การ์ดหนุ่มจะสำนึกผิดและเลิกจ้องมองคุณหนูตรงหน้า เขากลับแย้มยิ้มหวานและมองใบหน้าสวยของคนตรงหน้าด้วยแววตาหวานเยิ้มราวกับจ้องมองของที่ตนเอง ชอบก็ไม่ปาน

ซึ่ง ... มันก็ไม่ค่อยจะแตกต่างกันสักเท่าไหร่หรอกนะ

เลิกมองได้แล้วครับ ผมรำคาญคนตัวเล็กเอ่ยขึ้นมาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเย็นชายิ่งกว่าเดิมจนเขาเริ่มรู้สึกขนลุกขึ้นมาเล็กน้อยกับน้ำเสียงนั้น แถมอีกฝ่ายยังเน้นคำว่ารำคาญกระแทกใส่หน้าเขาเต็มๆอีกด้วย โชคดีที่เขาหน้าหนามากพอถึงได้ไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับคำพูดนั้นสักเท่าไหร่

ก็คุโรโกจจิน่ารักนี่นา ฉันก็อยากจะมองไปเรื่อยๆเลยล่ะ

คุณนี่มัน ...

ใจจริงก็อยากจะขโมยไปนั่งมองในห้องผมเลยด้วยซ้ำนะฮะ แต่ถ้าทำแบบนั้นคงโดนคากามิจจิเล่นงานแน่ๆเลยฮะ สิ้นคำพูดนั้น คุณหนูคุโรโกะก็ถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยหน่ายกับนิสัยแบบนี้ของคนตรงหน้า เขาอยากจะบอกเหลือเกินว่าไม่ต้องรอให้ถึงมือพ่อบ้านของเขาหรอก เพราะถ้าอีกฝ่ายคิดที่จะทำแบบที่พูดมาจริงๆ เขาคงไม่ปล่อยให้คนตรงหน้าทำแบบนั้นได้ตามใจชอบหรอก

ผัวะ !

ยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อ มือหนาของใครบางคนก็เอื้อมมาตบเข้าที่ศีรษะซึ่งปกคลุมไปด้วยเส้นผมสีเหลืองอร่ามของคิเสะเต็มแรง จนคนโดนกระทำต้องหันขวับไปมองผู้มาใหม่ด้วยสีหน้าเคืองๆ

เจ็บนะฮะ ! อาโอมิเนจจิ

เออ ก็ฉันตบให้แกเจ็บไงวะ

แล้วจะมาตบหัวผมทำไมล่ะฮะเนี่ย ?!”

จะพาหมอนี่ไปไหนก็หัดบอกกันก่อนสิวะ ถ้าเกิดอะไรขึ้นมาแกจะว่ายังไง ? คิเสะชายหนุ่มผิวแทนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเข้มๆติดจะดุดันกว่าทุกที ตาคมปรายตามองคุณหนูตัวเล็กที่นั่งอยู่อีกฝั่งหนึ่ง แถมยังมองเขาด้วยสีหน้าไม่ชอบใจที่เขาไปเรียกอีกฝ่ายว่า หมอนี่ราวกับไม่ให้เกียรติเลยสักนิด ซึ่งเขาก็ไม่ได้คิดที่จะสนใจอะไรกับสีหน้าและแววตาแบบนั้นหรอก

เขามีหน้าที่แค่คุ้มกันและปกป้องควีนจอมหยิ่งนั่น ไม่เห็นจะต้องให้เกียรติเลยสักนิด เหอะ !

ผมก็ส่งข้อความไปหาอาโอมิเนจจิแล้วไงฮะ

ข้อความที่ส่งมาเมื่อหนึ่งนาทีก่อนเนี่ยนะ ? แกจะบ้ารึไงคิเสะ ! หัดส่งมาบอกล่วงหน้าก่อนสิเว้ย ฉันจะได้ไม่ต้องออกแรงวิ่งให้มันเหนื่อยแบบนี้เนี่ยมาจนถึงตอนนี้ คุโรโกะไม่แปลกใจแล้วล่ะที่เห็นอีกฝ่ายด้วยสภาพที่มีหยาดเหงื่อท่วมไปทั้งตัวเหมือนกับไปอาบน้ำมายังไงยังงั้น แต่ที่สงสัยและตงิดใจคือจะรีบวิ่งมาทำไมกัน ? เขาก็มีบอดี้การ์ดอีกคนหนึ่งอยู่ด้วยแล้ว และที่สำคัญคือเขาไม่ชอบใจในคำพูดของอาโอมิเนะ ไดกิเลยสักนิด คำพูดคล้ายดูถูกและเหยียดหยามเหมือนกับว่าเขาเป็นไข่ในหินที่ต้องมีคนดูแลอยู่ตลอดเวลา ทั้งสีหน้าและแววตาของผู้ชายคนนั้นมันทำให้เขาเกลียด ... เกลียดที่อีกฝ่ายมองเขาแบบนั้น

เขาไม่ได้อ่อนแอและไม่ได้น่าสมเพชถึงขนาดจะต้องมีคนมาปกป้องตลอดเวลาหรอกนะ

น่าๆ ผมขอโทษแล้วกันนะฮะ อาโอมิเนจจิอย่าโมโหสิฮะ เดี๋ยวแก่เร็วนะคำพูดของบอดี้การ์ดอีกคนหนึ่ง เรียกให้คนตัวเล็กละสายตาจากคนป่าเถื่อนให้หันไปมองบอดี้การ์ดหนุ่มอีกคนที่ดูจะร่าเริงและไม่เคยคิดมากกับอะไรก็ตามบนโลกใบนี้เลยสักนิด

ซึ่งบางที ... มันก็มากจนเกินไป

เหอะบอดี้การ์ดผิวแทนสบถในลำคอเบาๆ ก่อนจะเดินไปทรุดตัวนั่งลงข้างกายคุณหนูของตนเอง โดยไม่สนใจสายตาไม่ชอบใจของอีกฝ่ายเลยสักนิดเดียว

พรึ่บ !

คุโรโกะปรายตามองคนข้างกายที่นอกจากจะมานั่งข้างเขาไม่พอ ยังยืดแขนเกินมายังที่นั่งของเขาอีกด้วย แขนแกร่งของอีกฝ่ายพาดลงบนพนักพิงเก้าอี้ของเขา แบบนั้นมันก็คล้ายกับว่าเขากำลังโดนอีกฝ่ายโอบกอดอยู่กลายๆเลยไม่ใช่รึไงกัน ?

แต่ยังไม่ทันที่คุโรโกะจะได้เอ่ยวาจาเชือดเฉือนแสนร้ายกาจใส่คนข้างกาย พนักงานสาวก็นำเค้กมาเสิร์ฟให้เสียก่อน และการได้เห็นขนมหวานแสนน่ากินตรงหน้ามันก็ทำให้คุณหนูคุโรโกะลืมสิ้นทุกอย่างและมีเพียงขนมหวานตรงหน้าอยู่ในสายตาเท่านั้น

แน่นอนว่าอาการนั้นอยู่ในสายตาของอาโอมิเนะ ไดกิ เขามองเห็นมันอย่างชัดเจน ทั้งแววตาที่เป็นประกายยามได้เห็นขนมหวานตรงหน้าที่เขาเกลียดแสนเกลียด ทั้งรอยยิ้มเล็กๆบริเวณมุมปากที่แม้จะไม่มากแต่เขาก็รับรู้ได้จากการมองเห็นว่ารอยยิ้มนั่นออกมาจากหัวใจของคนข้างกายเขาจริงๆ และเพราะรอยยิ้มนั่นทำให้เขาเผลอจ้องมองคนข้างกายเขาอยู่นานแบบไม่ละสายตาเลยสักนิดเดียว

วินาทีนั้น ... เขาไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่ามุมปากของเขาเผลอยกยิ้มขึ้นมากับอาการของคนข้างกาย

แปลกนะที่คุณหนูผู้เย่อหยิ่งอย่างนายจะชอบขนมหวานสิ้นคำพูดของอาโอมิเนะก็เหมือนเป็นตัวเรียกสติของคุโรโกะ เขาเผลอแสดงท่าทีแบบนี้ต่อหน้าบอดี้การ์ดสองคนนี้ได้ยังไงกันนะ ? เขานี่มันแย่จริงๆ ! พอเห็นของที่ตนเองชอบก็ลืมสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง ลืมแม้กระทั่งว่าเขาจะเผยนิสัยส่วนตัวในมุมที่ไม่ค่อยมีใครได้เห็นให้คนอื่นเห็นไม่ได้เด็ดขาด

แต่ก็ดูเหมือนว่ามันจะช้าเกินไปเสียแล้ว ...

ก็ไม่ได้ชอบขนาดนั้นหรอกครับแต่คุณหนูผู้หยิ่งยโสก็ยังคงเป็นคุณหนูผู้หยิ่งยโส ไม่มีทางที่ตนเองจะยอมรับและเผยมุมนี้ให้ คนนอกเห็นหรอก

งั้นเหรอแน่นอนว่าบอดี้การ์ดทั้งสองคนไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด มาทำตัวปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นตอนนี้มันก็สายเกินไปเสียแล้ว ในเมื่ออาการโปรดปรานขนมหวานของคุณหนูคนสวยนั้นแสดงออกมาอย่างชัดเจนให้พวกเขาทั้งคู่ได้เห็นเต็มสองตาแบบนั้นแล้ว

ผมแค่ได้บัตรส่วนลดมาจากเพื่อนสนิทและเห็นว่าเพื่อนผมมาไม่ได้ ผมไม่อยากให้เสียสิทธิ์นั้นไปก็เลยมาแทน มันก็เท่านั้นเอง

หึ

ขำอะไรครับ ?ตาคู่สวยตวัดขึ้นไปมองคนข้างกายที่อยู่ดีๆก็หัวเราะออกมาเสียอย่างนั้น ทั้งๆที่คำพูดของเขามันไม่มีอะไรน่าขำเลยสักนิดเดียว

เปล่า ก็แค่กำลังคิดว่า ...ใบหน้าคมคายดูดิบเถื่อนตามแบบฉบับพระเอกนิยายที่สาวๆสมัยนี้ชอบอ่านกันเหลือเกินโน้มต่ำลงมาใกล้ จนราชินีน้ำแข็งต้องเอนตัวไปด้านหลังเพื่อหลีกหนีการใกล้ชิดที่ดูเหมือนจะมากจนเกินไป แบบนี้มันคล้ายกับกำลังคุกคามเขาอยู่ไม่ใช่รึไง ?!

ผู้ชายคนนี้มันจะมากเกินไปแล้วนะ ทำกับเขามากเกินไปแล้ว !

นายเป็นคนที่โกหกไม่เก่งเอาเสียเลยนะ ... เท็ตสึ สิ้นคำพูดนั้น อีกฝ่ายก็ยอมถอยห่างออกไปแต่โดยดี แถมสีหน้าและแววตาแบบนั้นยังดูเหมือนคนที่กำลังอารมณ์ดีอีกด้วย

ผมไม่ได้โกหกสักหน่อยแน่นอนว่าคุณหนูคุโรโกะก็ยังคงไม่ยอมแพ้ที่จะเถียงกลับไป แม้น้ำเสียงนั้นจะดูแผ่วเบาจะคล้ายกับกำลังกระซิบอยู่ มือบางเอื้อมไปตักเค้กตรงหน้าขึ้นมาใส่ปากและเริ่มเคี้ยวเพื่อลิ้มรสชาติของเค้กที่อยู่ในปากของตนเอง

อร่อย ...

นั่นคือความคิดแรกที่ผุดเข้ามาในหัวสมองของคุโรโกะ เขาคิดว่าคนทำต้องรักในการทำขนมหวานมากแน่ๆถึงได้ทำออกมาได้อร่อยมากขนาดนี้ และที่สำคัญคือเขารู้สึกคุ้นเคยกับรสชาติของมันยังไงก็ไม่รู้ เหมือนกับเคยกินที่ไหนมาก่อน แต่เขาก็นึกไม่ออกว่าเคยได้สัมผัสรสชาติแบบนี้มาจากที่ไหน

อร่อยมั้ยฮะ ? คุโรโกจจิตาคู่สวยเบนไปสบตาคมกริบของบอดี้การ์ดอีกคนที่นั่งอยู่ตรงกันข้าม แถมยังมองเขาด้วยสายตาร้อนแรงปานจะกลืนกินอีกต่างหาก

ไม่ชอบใจกับสายตาแบบนี้เลยจริงๆ ...

ก็ดีครับต่อให้อยากจะตอบว่ามันอร่อยมากแค่ไหน แต่เขาก็เลือกที่จะตอบแบบนั้นกลับไปด้วยสีหน้าเย็นชา เพื่อปกปิดนิสัยอีกด้านหนึ่งไม่ให้ทั้งสองคนได้รับรู้มันไปมากกว่านี้

สำหรับสองคนนี้ ... เห็นแต่ด้านหยิ่งยโส เย็นชา และเยือกเย็นปานน้ำแข็งของเขาก็พอแล้ว

ผมก็อยากจะลองชิมบ้างเหมือนกันนะฮะคนตัวเล็กชะงักไปเล็กน้อยกับคำขอนั้น ถึงจะหวงและไม่อยากแบ่งขนมตรงหน้าให้ใคร แต่ถ้าทำแบบนั้นก็เหมือนกับกำลังยอมรับน่ะสิว่าเขาคนนี้คลั่งไคล้และหลงใหลขนมหวานมากขนาดไหน

เอาสิครับสุดท้าย เขาก็ตัดสินใจแบ่งขนมเค้กแสนหวงตรงหน้าให้กับใครอีกคนที่ยิ้มกว้าง แต่แทนที่อีกฝ่ายจะใช้ส้อมตักเค้กในจานไปลิ้มรสชาติ คนตัวสูงกลับลุกขึ้นยืนและยื่นหน้าข้ามมาหาเขาจากอีกฝั่งหนึ่ง จนเขาตกใจและผงะถอยหลังไปเล็กน้อยกับการกระทำฉุกละหุกของคนตรงหน้า

จะทำอะไรครับเขาถามกลับเสียงเย็น พยายามบีบบังคับให้อีกฝ่ายกลับไปนั่งที่ของตัวเองด้วยแววตาเย็นยะเยือกตามแบบฉบับควีนผู้เยือกเย็น

ผมก็จะชิมเค้กไงฮะ

!!!!!!!!

ยังไม่ทันได้อ้าปากพูดอะไรต่อ ตาคู่สวยก็พลันเบิกกว้างขึ้น เมื่อบอดี้การ์ดหนุ่มตรงหน้าแลบลิ้นเลียเข้ากับเศษเค้กที่ติดอยู่บริเวณขอบปากของเขา ก่อนจะส่งมันเข้าไปในปากของตนเองเพื่อลิ้มรสชาติและกลับไปนั่งที่เดิมอย่างหน้าตาเฉย ทำราวกับว่าเมื่อสักครู่นี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยสักนิด

และไม่ใช่แค่คุโรโกะเท่านั้นที่ตกใจ แต่คนที่นั่งอยู่ข้างกันและเห็นการกระทำนั้นอย่างชัดเจนก็พลันตกใจไปด้วย ตาคมกริบเผลอหันไปมองสบตาคนที่พึ่งทำเรื่องน่าอายมาเมื่อสักครู่นี้ แถมตอนนี้ยังฉีกยิ้มกว้างราวกับไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับสิ่งที่ตนเองได้กระทำลงไปอีกด้วย มันลืมไปแล้วรึยังไงกันว่าที่นี่ไม่ได้มีแค่พวกเขา แต่ยังมีคนอื่นๆที่เห็นการกระทำทั้งหมด บางคนก็นั่งหน้าแดงด้วยความเขินอาย บางคนก็กรีดร้องออกมาเงียบๆ บางคนก็แทบจะมุดเข้าไปใต้โต๊ะเพราะทนมองไม่ได้

ไอ้คิเสะนี่มันหน้าด้านจริงๆเลยเว้ย !

อร่อยจริงๆด้วยสินะฮะ วันหลังมากินกันอีกนะ คุโรโกจจิ ~” เจ้าของเสียงทุ้มเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงร่าเริงตามปกติ แต่แววตาของเจ้าตัวกลับดูเจ้าเล่ห์ราวกับหมาป่าที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อยังไงก็ไม่ปาน

ถ้าเป็นคนอื่นคงจะเขินและเผลอหัวใจวายตากับการกระทำแบบนั้นไปแล้ว แต่มันไม่ใช่กับควีนคนสวยผู้ไม่เคยรู้สึกรู้สาอะไรกับใคร เมื่อกี้เขาก็แค่ตกใจกับการกระทำที่ไม่คาดคิดเท่านั้นเอง

และจากความตกใจก็แปรเปลี่ยนมาเป็นความโกรธ ...

คุณกล้าทำแบบนี้กับผมได้ยังไงกันครับ ? คิเสะคุงเขาเอ่ยถามอีกฝ่ายเสียงเย็น พยายามควบคุมอารมณ์ของตัวเองไม่ให้พุ่งเข้าไปบีบคอคนตรงหน้าในตอนนี้

เอ๋ ... ผมก็แค่ชิมเค้กเองนะฮะ

คุณนี่มันหน้าไม่อายจริงๆนะครับ

คุโรโกจจิโกรธเหรอฮะบอดี้การ์ดผมเหลืองเอ่ยถามเสียงอ่อย พยายามช้อนตามองอีกฝ่ายด้วยแววตาน่าสงสาร แต่แน่นอนว่ามันใช้ไม่ได้กับควีนอย่างคุโรโกะ

ผมจะกลับบ้านแล้ว และแน่นอนว่าผมจะกลับไปที่นั่น ... คนเดียว !สิ้นคำพูดประกาศิตของคุณหนูคุโรโกะ คนตัวเล็กก็ผุดลุกขึ้นยืนและหันหลังเดินออกมาจากร้านเค้กทันที โดยไม่สนใจบอดี้การ์ดทั้งสองคนที่ได้แต่มองตามแผ่นหลังบอบบางของคุณหนูคนสวยไปเลยสักนิด

คิเสะมองแผ่นหลังบอบบางดูน่าทะนุถนอมและน่าปกป้องของคุณหนูคุโรโกะไปด้วยแววตาอ่านยาก ลิ้นหนาเลียริมฝีปากของตนเองที่พึ่งได้ลิ้มรสชาติจากเค้กของคุณหนูไปเมื่อสักครู่นี้ ก่อนจะเอ่ยประโยคหนึ่งออกมาด้วยสีหน้าและแววตาที่สวนทางกับน้ำเสียงอย่างสิ้นเชิง !

และบางที ... นี่อาจจะเป็นตัวตนที่แท้จริงของคิเสะ เรียวตะก็เป็นได้

ว้า ~ โดนคุณหนูโกรธแล้วสิ คงต้องหาวิธีง้อคุโรโกจจิของผมซะแล้วสิ

 





ทางด้านคุโรโกะที่เอ่ยคำประกาศิตบอกกับบอดี้การ์ดทั้งสองคนนั่นว่าจะขอกลับบ้านเพียงลำพัง จากเหตุการณ์เมื่อสักครู่นี้มันทำให้เขาโกรธคิเสะ เรียวตะมากจนแทบอยากจะฆ่าอีกฝ่ายให้ตายไปเลยด้วยซ้ำ ไม่เคยมีใครทำแบบนี้กับเขามาก่อน ! แม้กระทั่งพ่อบ้านอย่างคากามิคุงหรือแม้กระทั่ง เขาคนนั้นก็ยังไม่เคยทำเรื่องน่าอายแบบนี้กับเขามาก่อน แล้วหมอนั่นเป็นใครถึงกล้ามาทำอะไรแบบนี้กับเขา ?

แถมยังทำต่อหน้าคนอื่นๆอีก มันเป็นเรื่องที่ให้อภัยไม่ได้เด็ดขาด !

แต่ในระหว่างที่คนตัวเล็กกำลังจมลงสู่ความคิดและความโกรธเคืองของตนเองนั้น เขากลับรู้สึกได้ว่ามีใครบางคนกำลังจับจ้องเขาอยู่ แถมยังเดินตามเขามาอีกต่างหาก นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาโดนอะไรแบบนี้หรอกนะ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกหวาดระแวงและหวาดกลัวอยู่ในใจลึกๆ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงทำเป็นเข้มแข็งและไม่เผยมุมอ่อนแอและน่าสมเพชให้อีกฝ่ายเห็นเป็นอันขาด

จิตสังหารนั่นมันเหมือนกับตอนที่เขากำลังจะไปที่ร้านเค้กพร้อมกับคิเสะคุงในช่วงเย็น !

จิตสังหารแรงกล้าที่มีชีวิตอยู่เพื่อเข่นฆ่าและพร้อมจะปลิดชีวิตคนอย่างไม่ลังเล ...

จิตสังหารของนักฆ่าระดับสูง

มันไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาโดนหมายหัว ทั้งจากพวกคู่แข่งทางธุรกิจของคุณพ่อ ทั้งจากพวกไม่ประสงค์ดีและหวังจะทำลายตระกูลของเขาให้ย่อยยับ และรวมถึงพวกนักฆ่าทั้งหลายที่หมายหัวจะเอาชีวิตของเขาด้วยก็เช่นเดียวกัน แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่มีใครที่มีจิตสังหารรุนแรงเท่ากับคนๆนี้มาก่อน

จิตสังหารที่ทำให้เขารู้สึกขนลุกและมีความรู้สึกหวาดกลัวอยู่ในใจ

ความรู้สึกน่าสมเพชที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นกับควีนอย่างเขาเลยแม้แต่นิดเดียว !

คุโรโกะตัดสินใจเดินเข้าไปในซอยแห่งหนึ่งเพื่อล่อให้ใครบางคนเดินตามเขามา เขารู้ว่ามันเสี่ยงที่จะล่ออีกฝ่ายให้เดินตามเขามาในสถานที่ที่ไร้ซึ่งผู้คนและมีแต่ความเงียบสงัด แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังอยากจะรู้ว่าคนๆนี้คือใครและต้องการอะไรจากเขากันแน่ ถ้าอีกฝ่ายเป็นถึงนักฆ่า การจะลอบฆ่าเขาก็คงจะไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอะไร แต่ทำไมจะต้องแอบสะกดรอยตามเขาและยืดเวลาให้ยาวนานกว่าเดิมด้วย ?

ใครคนนั้นต้องการอะไรจากเขากันแน่ ...

ในที่สุด คุโรโกะก็สามารถล่อให้บุคคลปริศนาเดินตามเขามาในซอยแห่งหนึ่งที่ไร้ซี่งผู้คนและเงียบสนิทราวกับเป็นเพียงซอยร้างเท่านั้น

พรึ่บ !

แต่ยังไม่ทันที่คนตัวเล็กจะได้หันไปเผชิญหน้ากับใครคนนั้น เงาดำของใครบางคนก็ผ่านหน้าเขาไปอย่างรวดเร็ว โดยที่เขาไม่ทันสังเกตและไม่ทันตั้งตัวเลยสักนิด กว่าจะรู้สึกตัวก็ตอนที่ใครคนนั้นบิดแขนเขาไขว้ไว้ข้างหลังและใช้ขาแกร่งของตนเองขัดขาเขา จนตัวเขาล้มลงไปกระแทกเข้ากับพื้นซีเมนต์อย่างแรง

เขาเม้มริมฝีปากแน่นด้วยความเจ็บใจ อยากจะหันไปมองหน้าใครคนนั้นแต่ก็ทำไม่ได้ เพราะอีกฝ่ายไม่เปิดโอกาสให้เขาเลย แถมยังใช้มืออีกข้างที่ว่างอยู่จับใบหน้าของเขากระแทกพื้นอย่างแรง จนเลือดไหลซึมออกมาจากมุมปากที่ปริแตกจากแรงกระแทก

คุณต้องการอะไรจากผมเขาเอ่ยถามอีกฝ่ายกลับไปเสียงเย็น แม้จะมองไม่เห็นหน้า แต่เขากลับรู้สึกได้ถึงบรรยากาศเย็นยะเยือกรอบตัวของอีกฝ่าย

ถ้าไม่อยากให้ฉันทำรุนแรงกับนายมากไปกว่านี้ก็ยอมไปกับฉันดีๆซะ ... คุณหนูคุโรโกะ สิ้นคำพูดนั้น คนตัวเล็กก็เผลอกำหมัดเข้าหากันแน่น นี่คือไม่รุนแรงของมันแล้วรึไงกัน ?

แล้วถ้าผมไม่ไปล่ะ

คนรอบตัวนายอาจจะเป็นเป้าหมายใหม่ของฉันก็ได้นะ

คุณ ... !”

นักฆ่าอย่างฉันไม่สนใจชีวิตของใครหรอกนะ เลือกดูดีๆก็แล้วกันว่านายจะยอมไปกับฉันดีๆหรือจะต้องให้ฉันฆ่าพวกมันทีละคนๆเสียก่อน ? เริ่มจาก ... คากามิ ไทกะดีมั้ยล่ะ ?สิ้นคำพูดนั้น มือเล็กก็กำเข้าหากันแน่นด้วยความโกรธแค้น พวกมันจะทำอะไรกับเขาก็ได้ แต่อย่าได้มายุ่งกับ คนสำคัญของเขา !

พ่อบ้านแสนสำคัญของเขา ... ไม่ว่าใครก็ไม่มีสิทธิ์มาแตะต้อง !!!

ชีวิตของพวกเขาอยู่ในกำมือของนายแล้วนะ ... คุณหนู

แล้วผมมีทางเลือกอื่นรึยังไงกันล่ะครับ

ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ฉลาดมากทันทีที่พูดจบ มือแกร่งก็ปล่อยมือออกจากคนตัวเล็กที่เขาพันธนาการร่างกายเอาไว้ไม่ให้คิดต่อต้านเขาในตอนที่เขากำลัง เจรจาอยู่

การเจรจา ... ถือว่าประสบผลสำเร็จล่ะนะ หึ !

ทันทีที่ถูกปล่อยออกจากการพันธนาการของอีกฝ่าย คนตัวเล็กก็หันไปมองบุคคลปริศนาที่เขาจะต้องรู้ให้ได้ว่าเป็นใคร แต่ทว่าร่างสูงที่อยู่ในชุดเสื้อฮู้ดปกปิดใบหน้าไว้ภายใต้เสื้อฮู้ดนั่นก็ทำให้เขาชะงักไปทันที เพราะมันเหมือนกับคนๆนั้น ...

ผู้ชายปริศนาที่เขานึกหวั่นเกรงและรู้สึกว่าคนๆนั้นอันตรายในวันแรกที่เดินสวนกัน !

แต่ที่ทำให้เขาตกใจมากกว่านั้นก็คงจะเป็นใบหน้าแสนคุ้นเคยภายใต้เสื้อฮู้ดนั่น ...

ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ ... คุณหนูของผมมือแกร่งดึงฮู้ดที่ปกคลุมใบหน้าอยู่ออก เผยให้เห็นใบหน้าคมคายที่แสนคุ้นเคย อีกทั้งรอยยิ้มที่อีกฝ่ายมอบให้มันก็ให้ความรู้สึกคุ้นเคยแต่ก็ไม่ซะทีเดียว

แววตาที่เคยอบอุ่นและอ่อนโยนเสมอเวลาที่ทอดมองเขา บัดนี้มันกลับแปรเปลี่ยนเป็นแววตาแสนดุดัน เย็นชา เยือกเย็น และมันก็เลือดเย็นพอที่จะปลิดชีวิตของใครหลายๆคนได้โดยไม่ลังเล !

รอยยิ้มของเทพบุตรในวันนั้นก็ได้แปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มของซาตานร้ายในวันนี้ รอยยิ้มร้ายกาจแสนเย็นชาที่ทำให้หัวใจของเขากระตุกวูบอย่างไม่ทราบสาเหตุ และ ...

คราบผู้ชายอ่อนแอไร้ประโยชน์ในวันนั้นได้แปรเปลี่ยนมาเป็นผู้ชายแข็งแกร่งที่ใช้มือเปื้อนเลือดของตนเองฆ่าใครต่อใครมามากมายได้อย่างเลือดเย็น !

ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ คุณนักฆ่า ไม่สิ ... อดีตบอดี้การ์ดของผม นิจิมูระ ชูโซ






[Loading ... 100 per.]






แถ่นแทนแท้นนนน ~ เปิดตัวคุณนักฆ่าที่ใครหลายๆคนเดาว่าเป็นแนชค่ะ ปรากฏว่าผิดนะคะคุณ นักฆ่าผู้แสนเลือดเย็นและไร้หัวใจของเราคือพี่รุ้งนั่นเองค่ะ ! อยากเห็นพี่รุ้งในบทบาทแบบนี้มานานแล้วค่ะเลยลองแต่งดู ซึ่งแน่นอนว่าพี่รุ้งในเรื่องนี้กับเรื่องที่แล้วแตกต่างกันคนละขั้วเลยล่ะค่ะ เรื่องที่แล้วฮีแกทั้งอบอุ่น อ่อนโยน ทะนุถนอมน้องราวกับไข่ในหิน ตัดภาพมาที่เรื่องนี้สิคะ ... ทำไมพี่รุ้งของเราโหดขนาดนี้ เจ้าพ่อสาย S ชัดๆเลยค่ะ ! มาถึงก็ทำร้ายร่างกายน้องของเราเสียแล้ว และการทารุณอย่างโหดร้ายจะยังมีมาอย่างต่อเนื่องค่ะ ตราบใดที่คุณนักฆ่าของเรายังโหดสะบัดและเป็นเจ้าพ่อสาย S อยู่

และในส่วนของคุณลาสบอสที่ค่าตัวแพงแสนแพงนั้น ... เขาจะมาปรากฏตัวอย่างแน่นอนค่ะ ไม่ตอนหน้าก็ตอนถัดไปอีกตอนหนึ่ง ยังไงก็ขอเวลาให้ไรท์เก็บเงินไปเสียค่าตัวในการเชิญคุณนักแสดงผู้ค่าตัวแพงแสนแพงคนนั้นก่อนนะคะ ตอนนี้ก็เอาพี่รุ้งสายโหดและสาย S ของเราไปก่อนเนอะ แต่สองคนนี้มีอดีตร่วมกันนะคะ แต่ไรท์จะไม่สปอยมากไปกว่านี้ค่ะ ไว้รอติดตามไปเรื่อยๆดีกว่านะคะ อิอิ.

ส่วนคีจังของเรานั้น ... ฮีแกค่อยๆเผยมุมร้ายกาจและเจ้าเล่ห์มากขึ้นเรื่อยๆแล้วค่ะ กลายเป็นหมาป่าในคราบหมาโกลเด้นชัดๆ ! แต่ที่ชอบแต่งคีจังแบบนี้ก็เพราะชอบค่ะ ชอบความร้ายกาจและเจ้าเล่ห์ภายใต้ความร่าเริงและขี้เล่นของคีจังค่ะ มันแบบกร๊าวใจเราเหลือเกิน นึกภาพคีจังเวลาใช้สายตาเจ้าเล่ห์และแทบจะกลืนกินคุณหนูของเราลงท้องแบบนั้นแล้วมันกร๊าวใจมากค่ะ ฮื่อ ! และความร้ายกาจของคีจังจะเพิ่มระดับขึ้นเรื่อยๆแน่นอนค่ะ !

สุดท้าย อ่านแล้วเม้นเหมือนเดิมนะคะ ไว้พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ <3






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 39 ครั้ง

228 ความคิดเห็น

  1. #224 สาววายนิระนาม (@Dghcdyhdfg) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 12:53
    พีคสุดๆ
    #224
    0
  2. #163 shadowloli (@Kenny_2548) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 22:40
    เฮียชู คิดถึง เอาเฮียจิมาด้วยสิ อย่าให้ขาด
    #163
    0
  3. #126 Sayme ami (@marisa1999) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 10:15
    พี่รุ้งขนาดนี้แล้วนายน้อยจะขนาดไหน?5555555
    #126
    0
  4. #88 PrincessDark (@neeranutdachopip) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 13:03
    พี่รุ้งมาแนวนี้ใจเอียงเลยค่ะ 5555
    คีจังร้ายกาจจจจจพ่อหมาป่าของน้องงงง
    #88
    0
  5. #87 neovenesia (@neovenesia) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 08:14
    เดาผิดสุดๆและพี่รุ้งแบบนี้นี่ไม่เคยมีในหัวเลยอะ ส่วนเจาคนนั้นที่น้องพูดนี่จะหมายถึงนายน้อยรึเปล่าน้อ ตอนนี้ดูพี่เสือจะมีภาษีเีสุดในบรรดาเมะเลยล่ะ
    #87
    0
  6. #86 -BVR- (@o_n-l-y_) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 07:28
    โอ้ยย พี่รุ้งสายโหดดด
    #86
    0
  7. #85 TAEJESSIYEONCA (@june13whiteolin) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:09
    พี่รุ้งเปิดตัวได้โหดมากค่ะ ในส่วนของลาสบอสนั้น....ค่ะ ถ้าค่าตัวจะแพงขนาดนี้ รอการเปิดตัวนายน้อยค่ะ
    #85
    0
  8. #84 ฟอร์รี่ (@zeerin) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:19
    พี่รุ้งเราเปิดตัวได้ร้ายมาก 555!!
    #84
    0
  9. #83 pa.kh (@Tijarattap) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:36
    อยากเจอลาสบอสแล้วค่า
    #83
    0
  10. #82 pa.kh (@Tijarattap) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:35
    อยากเจอลาสบอสแล้วค่า
    #82
    0
  11. #81 Irichza (@Irichza) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:35
    เม้นสอง 555 ขอหน่อยอยากลองนานแล้ว 555
    #81
    0
  12. #80 Xinnia (@OilllVIP) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:02
    แงงงง พี่รุ้งของน้องงงงง เรื่องนี้พิ่ต้องกร้าวใจมั่กๆแน่เลย งืออ
    #80
    0