[BJIN] SF/OS : Freak girl

ตอนที่ 42 : [OS] BOBJIN : Time Machine

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 861
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    21 ก.ค. 59

[OS] BOBJIN : Time Machine

 

 

 

 

 


(1)

 

 

 

            อากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝนในเวลาหกโมงเย็นเป็นเรื่องน่าหงุดหงิดสำหรับคนอื่นๆ ลมกรรโชกแรงเสียจนถังขยะหน้าหอพักล้ม น้ำสกปรกส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์ปะปนกลิ่นหญ้าชื้นๆ หลายคนวิ่งตัดหน้าผมเข้าประตูบานเลื่อน บางคนวิ่งเก็บชีทเรียนที่ปลิวว่อนตามกระแสพายุที่เริ่มทวีความรุนแรง

 

            ซ่า

 

          สายฝนเทกระหน่ำลงมาจนได้ ผมปาดเม็ดฝนที่ตีหน้าจนชาไปหมด เดินอย่างไม่เร่งรีบนักเข้าชายคาหอพักที่อยู่ห่างไม่ถึงสิบก้าวแปลกบ้ารึเปล่า สายตาที่มองมาคงคิดแบบนั้นก็คงใช่ อยู่ใกล้แค่นี้แท้ๆทำไมปล่อยให้ตัวเองเปียก

 

            ผมเลือกที่จะใช้ความเงียบเป็นคำตอบให้แก่คำถามเหล่านั้น เดินเข้าลิฟต์ที่มีผู้ร่วมโดยสารเพียงห้าคนและเมื่อประตูลิฟต์กำลังจะปิดผู้ชายคนนั้นก็วิ่งมา

 

            เปียกหมดเลยตัวเล็ก

 

            ผู้ชายตัวสูงในชุดนักบาสของมหาวิทยาลัยสะพายเป้ข้างเดียว มือใหญ่ยีหัวผมขณะที่ตาของเขาหยีลงเพราะรอยยิ้มที่กว้างเสียจนคนรอบข้างยิ้มตาม

 

            แต่ผมก็แค่นิ่งเฉยและเบี่ยงตัวหลบเมื่อสัมผัสอุ่นๆนั้นทำท่าจะวางบนหัวอีกครั้ง

 



 

 

 

*



           

 

 

 

 

(2)

 

 

 

            ผมไม่ได้ถอดเสื้อผ้าที่เปียกชุ่มออกแม้มันเริ่มทำให้ร่างกายเย็นเฉียบและหนาวสั่น ห้องนอนที่ไม่ได้มีความอบอุ่นหลงเหลืออยู่ถูกปกคลุมด้วยม่านความเย็นสิบห้าองศาจากเครื่องปรับอากาศ เสียงฮือเบาๆของมันเหมือนกับเสียงอะไรบางอย่างในใจผมตอนนี้ใช่ ครางต่ำและหนาว

 

            เพล้ง

 

            สมาร์ทโฟนเครื่องหรูดับสนิทเมื่อผมปามันเต็มแรงใส่กระจกบานใหญ่ เงาสะท้อนที่ผมเห็นคือร่างของตัวเองหลายขนาด หลายมุม ตามชิ้นส่วนกระจกเงาที่แตก บางชิ้นลายพร้อยแถมเล็กจนมองไม่ถนัด บางส่วนบิดเบี้ยว และบางอันเห็นชัดเจนว่าน้ำตาของผมไหลอาบแก้ม

 

            มันเป็นเหมือนเมฆอึมครึมก้อนใหญ่ที่ลอยอยู่เหนือหัว มันหนักหนา อึดอัด บดบังแสงสว่างจนผมต้องอาศัยอยู่ในเงามืดนี้ มันไม่มีทีท่าว่าจะกลั่นตัวเป็นเม็ดฝนเหมือนสภาพอากาศข้างนอก มันคล้อยต่ำลงจนผมรู้สึกราวกับตัวเองจมอยู่ในมวลบางเบาที่หาทางออกไม่ได้ ผมสะอื้นเสียงดังท่ามกลางความเงียบสงัดในใจ หากหลับตาลงแสงสว่างวาบที่ชวนปวดหัวกลับแล่นตัดผ่านจนไม่อาจทนได้ แต่ถ้าลืมตาสิ่งที่ผมเห็นก็มีเพียงเงาของตัวเอง

 

            อ้างว้างคงเป็นคำนิยามง่ายๆ

 

            หัวใจของผมเริ่มหนึบชาตามจังหวะการหายใจที่สั้นกระชั้น ของเหลวสีใสยังไหลอย่างต่อเนื่อง เฉอะแฉะสกปรก ผมสัมผัสมันได้จากภายใจช่องท้อง ผมเริ่มหยิบของออกจากเป้ที่ใช้ไปเรียน ยาพาราเซตามอลราคาถูกเหล่านี้แผงที่หนึ่งแผงที่สองแผงที่สาม

 

            รสชาติขมปร่าคลุ้งไปทั่วโพรงปากยามผมเคี้ยวยาเป็นจังหวะ บางส่วนละลายติดเพดานปาก ผมกวาดลิ้นไปทั่วกลืนและส่งเม็ดต่อไปบดขยี้ด้วยฟันคม

 

            หนึ่งเม็ดสองเม็ดสามเม็ด

 

            ลิ้นของผมชาจนแทบไม่รับรส จวบจนยาเม็ดสุดท้ายผมก็ไม่รู้สึกถึงรสชาติแย่ๆนั้นอีก แม้จะกินยามากแค่ไหนความปวดหนึบราวกับถูกบีบโดยมือที่มองไม่เห็นก็มิได้บรรเทาลง ผมเหนื่อยทั้งกับสภาพร่างกายที่อ่อนล้า เหนื่อยทั้งกับสภาพจิตใจที่ว้าวุ่น มันร้าวไปทั้งภายในและภายนอกจนผมไม่รู้ว่าควรเยียวยาตัวเองยังไง

 

            เปลือกตาอันหนักอึ้งเป็นสัญญาณว่าผมกำลังจะเข้าสู่ห้วงนิทราในอีกไม่ช้า ผมก้าวขาลงจากเตียงเก็บซากแผงพาราแล้วเอื้อมมือควานหาบางอย่างในลิ้นชักโต๊ะอ่านหนังสือมือสัมผัสโลหะเย็นเฉียบชะงักแต่ผมก็กลั้นใจหยิบมันออกมา

 

            เสียงโซ่ลากไปตามพื้นดังก้องห้อง แปลกที่มันเพราะกว่าเสียงเม็ดฝนที่เต้นระบำบนหลังคา ผมเปิดน้ำรอจนน้ำเต็มอ่างอา น้ำเย็นเสียด้วย

 

            ข้อมือผอมบางแห้งกร้านจากการอดอาหารร่วมสองวัน ความปั่นป่วนในช่องท้องไม่ใช่ความหิว ผมบอกไม่ได้ว่ามันเป็นความลิงโลดหรือความตื่นเต้นแต่พลันก็แอบแย้งเพราะตัวเองหมดความรู้สึกเหล่านั้นไปนานแล้ว ผมพันโซ่เส้นไม่ใหญ่นักทบไปมาบนแขน….ใช้ปากช่วยบ้าง ผมกัดเส้นโลหะแน่นจนเจ็บกราม ปลายโซ่อีกด้านถูกพันเข้ากับก๊อกน้ำ ทบไปมาอย่างแน่นหนา จะไม่มีการตะเกียกตะกายหลังจากที่ผมทิ้งร่างลงไป

 

            ซ่า

 

          ฟังคล้ายเสียงฝนตกแต่ไพเราะยิ่งกว่า เสียงน้ำเอ่อล้นแว่วเข้าโสตประสาท แก้มผมแนบไปกับพื้นอ่าง ฟองเล็กๆกระจายเป็นวงเมื่อผมผ่อนลมหายใจและกลายเป็นฟองใหญ่ขึ้นเมื่อเฮือกสุดท้ายผมปล่อยลมออกไปจนสุดเสียงเคาะประตูถี่ที่หน้าห้องดังเลือนลาง อันที่จริงผมควรจะบอกเขาก่อนหมายถึง อย่างน้อยเขาก็เคยทักทายผมมากกว่าห้าครั้งในเวลาที่เจอกันในลิฟต์หรือบังเอิญเปิดประตูพร้อมกันตอนเช้า

 

            เขาที่อยู่ห้องข้างๆแต่ไม่หรอก ผมไม่ใช่คนประเภทที่แคร์คนอื่นขนาดนั้น

 

            หัวใจของผมบีบรัด มันทรมานจนอยากลืมตาดั่งมีผีเสื้อนับร้อยบินว่อนอยู่ในท้อง กระอักกระอ่วน คลื่นไส้ สติพร่าเลือนลงไปทุกขณะ ร่างของผมกระตุกจนคลื่นน้ำสั่นไหว ความเย็นจากกระแสน้ำที่โอบล้อมและโซ่ที่พันธนาการยังไม่เท่าภูเขาน้ำแข็งที่จิตวิญญาณผมถูกขังไว้

 

            เลือนลางและมืดดับ

 

            ถ้านี่คือการเข้าสู่ห้วงนิทราผมก็ไม่ปรารถนาจะตื่นขึ้นอีกเลย

 

 

 

 



 

*



 

 

 

 

 

(3)

 

 

 

            เนิ่นนานยิ่งกว่าการหมุนครบรอบของเข็มชั่วโมงมากกว่าสิบรอบ เนิ่นนานยิ่งกว่าการที่เมฆดำทะมึนก้อนใหญ่จะชะล้างความแห้งแล้งกลางเมืองหลวงด้วยสายฝน เนิ่นนานราวกับจุมพิตจากยมทูตที่ต้อนรับผมสู่ยมโลกแต่ในความเป็นจริงมันกับเป็นเพียงครู่เดียวในความรู้สึก

 

            สมองของผมว่างเปล่า มันไร้ความทรงจำไม่สิ มันมีแต่กลับถูกกดทับด้วยอะไรบางอย่าง ผมสะบัดหัวไล่ความมึนงงกวาดตามองไปรอบห้องที่ยังมีเพียงเสียงจากเครื่องปรับอากาศ เสื้อแขนยาวตัวหนาที่ห่อหุ้มร่างมันอุ่นเสียจนผมเกือบเคลิ้มหลับไปอีกครั้ง

 

            เป็นความฝันที่ช่างเหมือนความจริงจนแยกไม่ออก

 

            แสงไฟสีส้มจากโคมตรงโต๊ะอ่านหนังสือแยงตา ลิ้นชักที่เปิดอ้าถูกผมดันกลับอย่างไม่สบอารมณ์ ความร้าวระบมที่ข้อแขนเรียกให้ผมเลิกแขนเสื้อขึ้นและสีม่วงช้ำ

 

            ผมกัดปากตัวเองจนลิ้มรสเลือด ย่างเท้าที่แทบไร้เรี่ยวแรงเดินไปที่หน้าต่างแหวกม่านสีทึบจนเห็นทัศนียภาพหลังฝนตกแสงสีส้มที่เหมือนโคมไฟแต่ไล่เฉดเข้มตามเส้นขอบฟ้าโผล่พ้นเมฆบางเบา สบายตาผมมีความคิดเห็นเกี่ยวกับภาพนี้เช่นนี้

 

            ผมกำลังจะเคลิ้มหลับอีกครั้งแต่รั้งตัวเองไว้ได้ทัน ใกล้เช้าแล้ว ไม่มีประโยชน์ที่จะนอนในเวลาที่มีเสียงดังและมีคนสอดรู้เต็มไปหมด ผมปิดม่านไว้เช่นเดิม เดินเตะถังขยะจนล้มและเกลื่อนด้วยแผงยา

 

            ผมนิ่งไปกับสิ่งที่เห็นแต่ก็เลือกก้าวข้ามความไม่เข้าใจทั้งปวงเพื่อเปิดประตูห้องนอนออกไป

           

            กลิ่นซุปที่น่าจะเป็นซุปสาหร่ายลอยเตะจมูก อาการปวดมวนแปรเปลี่ยนเป็นคลื่นไส้ตีตื้นขึ้นมา ลำคอแห้งผากจนไม่อาจเปล่งเสียงออกไปได้ ผู้ชายคนนั้นที่หันหลังคนซุปอยู่หมุนตัวกลับมา เขาไม่ได้แสดงท่าทีแปลกใจมีเพียงรอยยิ้มจนตาหยี

 

            ตื่นแล้วเหรอตัวเล็ก

           

            ผมเห็นมืออุ่นที่มีรอยแผลเคลื่อนเข้ามาใกล้ ผมรับรู้ถึงความอ่อนโยนและนุ่มนวลที่แนบแก้มข้างซ้ายอยู่ ผมสัมผัสถึงแสงสว่างที่ลอดจากหมู่เมฆหนาทึบแตะที่กลุ่มผม

 

            สดใสและอ่อนหวาน

 

            ภาพร่างเปียกโชกที่ซีดเซียวไร้ชีวิตฉายชัดในแววตาของเขา ม้วนฟิล์มแห่งความทรงจำไหลทะลักจนพูดไม่ออก โซ่ยังตรึงรั้งร่างผมไว้ และใครอีกคนที่เหมือนเขาคุกเข่าอยู่ตรงนั้น

 

            อย่าตายอีกเลยนะ

 

 

 

 

 


***


 

 

ฮือออออออออ อะไรก็ไม่รู้ค่ะ อย่าตีเราเลยนะ /ปิดหน้า ร้องไห้

มันเปิดคีย์เวิร์ดที่แว๊บเข้ามาตอนเราง่วงมากๆก็เลยอย่างที่เห็น เอิ๊กๆ

คิดถึงคุณคนอ่านจัง /เอานิ้วชี้จิ้มกันอย่างเขลินอายศ์ธ์ฐ์

#ฟิคอีแปลก


© themy butter
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

1,936 ความคิดเห็น

  1. #1225 mayoona (@mawaresan) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 12 กันยายน 2559 / 19:02
    ครั้งแรกที่อ่านพูดอย่างสัตย์จริงว่าเม้นไม่ออกค่ะ ฮือ เป็นคนที่เวลาเจออะไรแบบนี้แล้วเม้นไม่ออก อารมณ์ฟิคนี้มันเทาๆหม่นๆ ความรู้สึกเราก็เหมือนบรรทัดสุดท้ายเลย อย่าตายอีกเลยนะ ยังมีคนที่คิดถึงคุณอยู่ เราจะเป็นกำลังใจให้คุณเองอะไรแบบนี้ คิมบ๊อบสว่างสดใสมากเลยค่ะ เหมือนแสงอาทิตย์อันอบอุ่นส่องแสงมาเลย ชอบฉากที่คิมบ๊อบแตะจินฮวานมากเลย แค่เล็กๆน้อยๆแต่แสงสว่างก็คือแสงสว่าง อบอุ่นปนหน่วง มีความเมฆครึมๆเพราะเราไม่ทราบว่าทำไมจินฮวานถึงอยากตาย น้ำตาปริ่มไปหลายรอบ ตื่นขึ้นมาแล้วเหมือนเมฆหลังฝนเลยค่ะ แสงส่องผ่านละอองน้ำรวมกันเป็นสายรุ้ง คิมจินฮวานอย่าตายอีกเลยนะ ไรต์ด้วย รักนะคะ รักนะ รักนะคะ อยากกอดจีนานแน่นๆฮือ
    #1225
    0
  2. #1219 ซอกขาหนีบอปป้า (@sweetylip) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2559 / 01:58
    เป็นที่จะหน่วงก็หน่วงนะ แต่มันก็ละมุนอ่ะ5555555 บ๊อบน่าร๊ากกก อย่าตายอีกเลย...นะ ฮื่อออ ชอบบบๆ
    #1219
    0
  3. #1214 sxorec_wq (@jinhwankim9794) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2559 / 00:56
    ฮูเร่! ในที่สุดก็มีเวลาว่างเข้ามาอ่าน ในส่วนของช็อตฟิคเรื่องนี้ อืม.. จะบอกว่ายังไงดีล่ะ เราชอบมากๆเลยค่ะ ทั้งการบรรยายสถาการ์ณ ความอึมครึมของบรรยากาศในท้องเรื่อง และความรู้สึกของตัวละครอย่างจินฮวาน

    มันดีมากๆเลย อ่านแล้วรู้สึกวูบเข้าไปกับเรื่อง เป็นความรู้สึกหดหู่จนถึงที่สุด เหมือนว่าไม่ต้องการจะรับรู้อะไรอีกแล้ว เราไม่รู้หรอกว่าจินฮวานไปเจออะไรมาถึงได้เป็นแบบนี้ แต่อย่าตายอีกเลยนะ ฮื่อออออ ล้อง ชอบที่บ๊อบทำจังเลยค่ะ แม้ว่ามันจะเป็นแค่คำพูดสั้นๆหรือการกระทำอย่างช่วยชีวิตจินฮวานไว้ เราชอบมันมากๆเลย (ร้องไห้อีกที)

    ต่อให้เจอเรื่องยากแค่ไหนก็อย่าตายนะ /กอดจินฮวาน กอดไรท์เต้อด้วยก็ได้ ห้ามตายล่ะ ห้ามเป็นอะไรไปเด็ดขาดเลย ;-;
    #1214
    0
  4. #1212 CttTmo (@ctttmo) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 00:48
    เดี๋ยวค่ะ... มันจบแล้วจริงๆหรอ มันควรมีภาคเบื้องหลังอะ 55555555555 อ่านไปนี่หน่วงมากกลัวพี่จินตาย นางโกรธอะไรตาบ๊อบบี้น่ะ สรุปบ๊อบมาช่วยไว้ใช่มั้ยอะ เพร่ะมันไม่ใช่ฝันอะ มันคือเรื่องจริงหนิ ข้อมือมันมีรอยช้ำ... เดาไปเรื่อย
    #1212
    0
  5. #1211 svbb (@aomaamsvb) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 00:06
    ง่อวววว หลังจากที่เป็นเพื่อนเป็นพี่เป็นน้องกันในที่สุดก็มีตอนของบ๊อบจินจริงๆสักที;-;ตื่นเต้นมากฮะ
    #1211
    0
  6. #1210 selector_ck (@selector_ck) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 18:16
    จะเขียนความเห็นยังไงดีล่ะ...

    จีนานเป็นโรคซึมเศร้าหรือ?
    พยายามคิดฆ่าตัวตาย
    แต่บ๊อบบี้มาช่วยชีวิตทัน
    บ๊อบบี้ไม่ว่าอะไร แต่้อ้อนวอนให้จีนานมีชีวิตต่อ

    เราเข้าใจเรื่องประมาณนี้นะ
    มันทึมๆเศร้าๆ แต่เศร้าไม่สุด
    จีนานจมกับความคิดทุกข์ๆของตัวเอง
    อยากหนีให้พ้นๆ แต่มีพี่จีวอนยิ่นมาช่วยชีวิต
    จีนานจึงมีชีวิตต่อ
    #1210
    0
  7. #1207 babelo. (@o_O_o) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2559 / 22:30
    น้ำตาไหลล ฮือออ
    #1207
    0
  8. #1205 fushimi-shiro (@fushimi-shiro) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2559 / 20:06
    งืม.....มันปริ่มดีอ่ะ...แบบที่พีคคือตอนนี้จิ้นบ๊อบจินอยู่ เหนไรท์อัฟแล้วเด้งบนแจ้งเตือนก้แบบอมก.!!!! แล้วที่ชอบที่สุดในนี้ขอหมอบแด่ประโยคอย่าตายอีกเลยนะ บู้มมมม!
    #1205
    0
  9. #1204 parkshi (@parkshi) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2559 / 19:38
    ชอบความรู้สึกทะมึนแปลกๆ ที่เกิดขึ้นตอนเลื่อนอ่านไปเรื่อยๆแบบนี้
    เท่มากเลยค่ะ
    #1204
    0