The Flower ดอกไม้ริมทาง (Yuri 18+)

ตอนที่ 16 : Chapter 16

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 973
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    27 ต.ค. 61

B
E
R
L
I
N
?
 

Chapter 16 อกหัก...ครั้งแรก?


งานประกาศรางวัล?

 

          ฉันขมวดคิ้วหันไปมองพี่สาวที่ยังคงมีสมาธิจดจ่ออยู่กับการขับรถอยู่ ก่อนจะก้มลงมองบัตรเชิญสองใบที่พี่สาวเพิ่งยื่นให้ในมือของตัวเอง

 

ค่ะ  จะมีการจัดงานประกาศรางวัลสำหรับนักแสดงเอวีวันพรุ่งนี้โมนากะซังเลยฝากเชิญนามิจังไปด้วยน่ะ

เอ๋ มีงานแบบนี้ด้วยเหรอ?

 

          ดูเหมือนจะมีอีกหลายเรื่องในวงการหนังเอวีที่ฉันยังไม่รู้อีกมากเลยจริงๆ ใครจะไปคิดว่าแค่หนังเอวีจะถึงกับมีงานประกาศรางวัลใหญ่โตอย่างกับรางวัลออสการ์แบบนี้ด้วย

 

อื้ม จะเป็นวันที่นักแสดงทุกคนจะมารวมตัวกันเลยล่ะ

 

          หลังจากพูดจบประโยคฉันก็สังเกตเห็นแววตาที่เป็นกังวลของพี่สาว แม้จะเพียงแค่แปบเดียวก่อนจะกลับมาทำหน้าปกติแต่ฉันก็รู้สึกได้ว่ามันต้องมีอะไรในงานนี้แน่ๆ

 

อยากไปมั้ยคะ?

 

          พี่สาวหันมามองฉันแวบหนึ่งในขณะที่กำลังเลี้ยวรถเข้าไปจอดไว้ในที่จอดรถของห้างแห่งหนึ่ง ฉันก้มลงมองบัตรสองใบในมือด้วยความลังเลเพราะแม้ว่าปกติจะติดสอยห้อยตามเวลาพี่สาวไปทำงานบ่อยๆแต่ก็ได้อยู่เพียงหลังฉากเท่านั้นแต่นี่ต้องไปยืนต่อหน้ากล้องและงานใหญ่ขนาดนี้มันก็หวั่นๆไม่น้อย

 

อีกอย่างถ้าพ่อกับแม่รู้จะเป็นยังไงนะ?...

 

อ๊ะ!”

 

          ฉันตกใจเล็กน้อยเมื่อพี่สาวเอื้อมมาปลดเข็มขัดนิรภัยให้ อาจจะเพราะว่าฉันนั่งเหม่อนานจนไม่รู้ว่าตัวรถได้หยุดลงไปตั้งนานแล้วก่อนที่พี่สาวจะกลับไปนั่งในที่ของตัวเองแล้วส่งยิ้มมาให้

 

ไม่ต้องไปก็ได้นะ พี่เองก็ไปครั้งแรกในรอบหลายปีด้วยคงโดนรุมถามเยอะเลย

อ่า..”

 

          ยังไม่ทันที่ฉันจะได้ให้คำตอบที่ชัดเจน เสียงโทรศัพท์ของพี่สาวก็ดังขึ้นฉันจึงนั่งเงียบเพื่อให้พี่สาวคุยโทรศัพท์ได้สะดวกก่อนพี่สาวจะกรอกเสียงหวานลงไปยังปลายสาย

 

ว่าไงโมนากะซัง

()

อื้ม กำลังออกมาหาซื้อชุดไปงานนี่แหละ

()

หืม? ต้องเจอกันด้วยเหรอ..”

 

          อยู่ๆน้ำเสียงของพี่สาวก็เศร้าลงจนสังเกตได้ฉันจึงถือวิสาสะเสียมารยาทหันไปมองพี่สาวที่เริ่มขมวดคิ้วแล้วเม้มริมฝีปากแน่น แอบได้เสียงปลายสายเล็ดลอดออกมาบ้างเพราะความเงียบ เหมือนจะพูดถึงชื่อ โซระ

 

อื้ม ไม่เป็นไร

()

นามิจังเหรอ? ดูเหมือนจะไม่ได้ไปนะ

 

          พี่สาวเหลือบสายตามามองฉันเล็กน้อยก่อนจะคุยธุระอื่นต่อ ฉันก้มลงมองบัตรเชิญในมืออีกครั้งแล้วหันไปดึงชายเสื้อพี่สาวเบาๆให้พี่สาวหยุดคุยแล้วหันมาเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม

 

ไปค่ะ

เอ๋?

ไปด้วยค่ะ งานประกาศรางวัล

 

 

นามิจังอันนี้สวยมั้ยคะ

 

          ในระหว่างที่ฉันกำลังเดินเลือกเสื้อผ้าที่จะใช้ใส่ไปในงานประกาศรางวัลอยู่นั้นก็ต้องหันไปตามเสียงเรียกของพี่สาวที่ยกชุดราตรีเปิดไหล่สีพีชขึ้นมาให้ดู ฉันมองชุดสลับกับนักงานที่ยืนอยู่ข้างๆพี่สาวซึ่งพยักหน้าหงึกหงักฉันจึงพยักหน้าตาม

 

สวยค่ะ

 

          ถึงแม้ว่าฉันจะตอบไปแบบนั้นแต่พี่สาวก็วางชุดนั้นลงแล้วจัดการหาชุดใหม่ต่อ แน่นอนว่าจะเป็นนิสัยปกติของพวกผู้หญิงเวลาที่เลือกซื้อเสื้อผ้าฉันจึงไม่ใส่ใจอะไร

 

เดี๋ยวนะ ฉันก็ผู้หญิงนี่นา?...

 

          พอนึกได้แบบนั้นฉันก็แอบหัวเราะเบาๆอยู่คนเดียวตรงมุมร้าน เชื่อได้ว่าถ้ามีใครมาเห็นสภาพตอนนี้คงคิดว่าฉันบ้าแน่ๆ และแม้ว่าจะใช้เวลาเดินเลือกทั่วร้านแล้วสุดท้ายก็ไม่รู้ว่าจะใส่ตัวไหนอยู่ดีจึงเดินกลับมาหาพี่สาวที่ยังคงเลือกอยู่

 

ตัวนี้ก็ดีนะเอริจัง ไม่หนาวมากด้วยพนักงานโชว์ชุดในมือให้พี่สาวดู

ไม่ชอบใส่แขนยาวน่ะสิ

 

          ฉันนั่งลงตรงที่นั่งสำหรับนั่งรอเพื่อรอพี่สาวที่ยังคงเลือกชุดอยู่ แม้ว่าสำหรับคนอื่นแล้วการมานั่งรอใครสักคนเลือกซื้อของคงเป็นอะไรที่น่าเบื่อไม่น้อยแต่สำหรับฉันแล้วการนั่งมองหน้าพี่สาวที่ตั้งใจเลือกชุดแล้วมันก็ทำให้การช้อปปิ้งไม่น่าเบื่อเลย

 

นามิจัง เลือกได้รึยังคะ?เหมือนพี่สาวจะเพิ่งรู้ตัวจึงหันมาถามฉัน

ค่ะ

 

          ฉันชี้ไปที่ชุดเดรสสีขาวเรียบๆธรรมดาที่แซมไว้ด้วยลายดอกกุหลาบสีแดงซึ่งพนักงานเป็นคนเลือกให้นั้นถืออยู่ พี่สาวพยักหน้ารับแล้วหยิบชุดของตัวเองขึ้นมาบ้าง

 

เดี๋ยวพี่ไปลองก่อนนะคะฉันพยักหน้ารับแต่แล้วก่อนที่พี่สาวจะได้เข้าไปในห้องลองชุดพนักงานคนนั้นก็จับแขนไว้

จะเปลี่ยนทีละคนทำไมล่ะ ไปเปลี่ยนพร้อมกับน้องนั่นแหละ

จะบ้าเหรอฟูจังพี่สาวหันมาดุพนักงาน

 

          พนักงานคนนั้นเดินมาที่ฉันแล้วยื่นชุดมาให้ฉันถือก่อนจะดันหลังฉันและพี่สาวเข้าไปในห้องลองชุดห้องเดียวกันแล้วปิดประตูใส่โดยไม่ฟังอะไรทั้งนั้น

 

เอ่อ..”

 

          และด้วยขนาดของห้องแต่งตัวที่ไม่ได้กว้างมากนักทำให้ฉันได้แต่ยืนเกาแก้มทำตัวไม่ถูกอยู่แบบนั้นจนพี่สาวหลุดหัวเราะออกมา

 

หันหน้าเข้าผนังแล้วกันเนอะ

คะ..ค่ะ

 

          ฉันและพี่สาวจึงต่างคนต่างหันหน้าเข้าหาผนังคนละฝั่งแล้วจัดการเปลี่ยนชุด ความเงียบภายในห้องแต่งตัวทำให้ฉันอดใจเต้นไม่ได้เมื่อได้ยินเสียงพี่สาวเปลี่ยนชุด ไหนและความแคบที่ทำให้เผลอชนกันบ้างเป็นบางครั้งอีกทำให้แทบไม่มีกระจิตกระใจจะเปลี่ยนชุดเลยทีเดียว

 

นามิจังเสร็จรึยังคะ?

ยังค่ะ รูดซิบไม่ได้

 

          ฉันพยายามเอื้อมมือไปด้านหลังเพื่อรูดซิปแต่ก็ไม่เป็นผล หลังจากพยายามดึงดันอยู่แบบนั้นสักพักหนึ่งก็รู้สึกได้ถึงตัวพี่สาวที่เข้ามาประชิดแล้วค่อยๆรูดซิบขึ้นให้ ฉันเกาแก้มเขินๆอย่างคนทำตัวไม่ถูกทันที

          ในขณะที่ยังยืนหันหน้าเข้าหากำลังแล้วเขินอยู่นั้นพี่สาวก็สะกิดฉันเบาๆให้หันกลับไปมอง เมื่อหันกลับไปก็ต้องหลบสายตาไปทางอื่นเมื่อเห็นว่าชุดที่พี่สาวใส่นั้นเป็นเดรสสีขาวที่ด้านหลังเปลือยเปล่าและด้านหน้าเองก็เว้าลงไปจนเห็นร่องอก

 

ถึงจะเคยเห็นอยู่บ่อยๆก็เถอะ

แต่มันก็ยังไม่ชินซะที

 

น่ารักจัง ถ้าทำผมอีกหน่อยล่ะก็

 

          ว่าแล้วพี่สาวก็เริ่มจับผมของฉันจัดทรงตามแบบที่ตัวเองคิดทันที ส่วนฉันเองก็มีโอกาสสำรวจร่างกายของพี่สาวก็พบว่ารอยช้ำ หรือรอยแผลที่มักจะเห็นบ่อยๆมันได้หายไปหมดแล้ว ฉันขมวดคิ้วและมองหน้าพี่สาวที่ยังวุ่นอยู่กับการหาทรงผมให้ฉันอยู่

 

รอยแผล..หายไปแล้ว

 

          พี่สาวหยุดชะงักทันทีแล้วมองสำรวจไปรอบๆกายตัวเองตามคำพูดของฉันก่อนจะหันมาสบตากับฉันอีกครั้งพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยนและลูบหัวเบาๆเหมือนอย่างเคย

 

ดีจังเนอะ

 

          พี่สาวพูดเบาๆพร้อมกับยังลูบหัวฉันอยู่ สายตาของเราสอดประสานกันความรู้สึกอบอุ่นที่อยู่ๆก็แผ่ซ่านในใจราวกับว่าเวลาหยุดไว้แต่เพียงเท่านี้

          โดยที่ไม่รู้ตัวฉันโอบเอวพี่สาวแล้วดึงเข้ามาใกล้ๆ พี่สาวเองก็โอบรอบลำคอของฉันเช่นกัน ฉันจ้องมองริมฝีปากของพี่สาวสลับกับมองหน้าเป็นเชิงขออนุญาตก่อนจะได้รับรอยยิ้มอ่อนโยนมาแทนคำตอบฉันจึงค่อยๆเลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ๆพี่สาวเองก็ไม่ได้เขยิบหนีไปไหน

 

พี่สาวสวยจัง

 

ฉันกระซิบในขณะที่จมูกของเราสัมผัสกันเบาๆก่อนจะเลื่อนหน้าเข้าไปใกล้อีกจนกระทั่งริมฝีปากสัมผัสกัน ฉันค่อยๆบดเบียด ขบเม้ม และสอดลิ้นไปเลาะเล็มเอาความหวานในปากของพี่สาวช้าๆ ภายในห้องแต่งตัวที่แสนแคบทำให้เรายิ่งเบียดกายเข้ามาชิดกันมากยิ่งขึ้น ลมหายใจเริ่มติดขัด

 

อืม~”

 

          เสียงร้องของพี่สาวทำให้ฉันยิ่งบดเบียดริมฝีปากมากขึ้นไปอีก มันไม่ใช่ความต้องการทางกายในแบบที่ใครต่อใครหลายคนคิด แต่ฉันรู้สึกอบอุ่นในหัวใจราวกับว่ามันมาจากความรู้สึกข้างในลึกๆของเราทั้งสองคน

 

อื้อ~”

 

          พี่สาวดันไหล่ของฉันเบาๆฉันจึงยอมถอนริมฝีปากออกมาแม้จะเสียดายอยู่ไม่น้อย เราสองคนยืนหอบหายใจอยู่สักพักหนึ่งจนเป็นพี่สาวที่ตั้งสติได้ก่อนจึงใช้สองมือจับแก้มฉันส่ายไปมาด้วยความหมั่นเขี้ยว

 

จูบเก่งขึ้นนะเรา

งื้อ เอริจังอ่ะ~”

 

          ฉันส่งเสียงร้องเบาๆเมื่อพี่สาวเริ่มบีบแก้มแรงขึ้น ความจริงมันก็ไม่ได้เจ็บอะไรนัก พี่สาวโอบรอบลำคอของฉันอีกครั้งก่อนจะดึงเข้าไปกอดไว้แน่น แล้วกระซิบข้างหูเบาๆ

 

เก่งแบบนี้พี่จะห้ามใจไม่ไหวแล้วนะคะ




 

 

เอ๋ โมนากะซังจะเอารถมารับหรอคะ?

 

          ฉันเอ่ยถามพี่สาวขณะที่นั่งปัดแก้มอยู่ในห้องนั่งเล่นของพี่สาวพลางมองพี่สาวที่กำลังนั่งแต่งหน้าอยู่ข้างๆก่อนที่พี่สาวจะหันมาพยักหน้าให้

 

เรียกว่าให้คนขับรถมารับจะดีกว่า เพราะต้องเดินพรมแดงด้วย

พรมแดง?

 

          ฉันขมวดคิ้วมองพี่สาวอย่างสงสัย แน่นอนว่าฉันก็ไม่ได้คาดคิดเลยว่างานจะใหญ่โตขนาดนี้ นั่นหมายความว่าวงการหนังผู้ใหญ่ก็เป็นที่นิยมในคนหมู่มากเลยทีเดียว พี่สาวหยิบอายไลน์เนอร์ขึ้นมาแล้วหันมาทางฉันก่อนจะเชยคางขึ้นเล็กน้อย

 

เดี๋ยวพี่ช่วยแต่งนะคะ

 

          ฉันหลับตาลงเพื่อให้พี่สาวสามารถแต่งได้ถนัดแล้วก็รู้สึกถึงความเย็นของอายไลน์เนอร์ที่วาดลงบนเปลือกตาอย่างเบามือจึงไม่ได้กังวลอะไรมาก

 

เอริจังเคยได้รางวัลมั้ยคะ?ฉันเอ่ยถามในขณะที่หลับตาอยู่

เคยสิ เยอะเลยด้วยแต่นั่นก็หลายปีก่อนที่จะไปอยู่ต่างประเทศพักหนึ่งล่ะนะ

เอ๋~”

ปีนี้จะได้หรือเปล่ายังไม่รู้เลย เสร็จแล้วค่ะ

 

          พี่สาวละออกไปแล้วฉันจึงลืมตาขึ้นมองพี่สาวที่กำลังเก็บกวาดเครื่องสำอางลงโต๊ะ แม้ว่าพี่สาวจะพยายามทำตัวปกติแต่ฉันกลับรู้สึกได้ถึงความประหม่าตลอดทั้งวันของพี่สาว

 

ไปเปลี่ยนชุดก่อนเลยค่ะ เดี๋ยวพี่ขอเก็บกวาดตรงนี้ก่อน

 

          ว่าแล้วพี่สาวก็ทำการเก็บกวาดบริเวณนั้นต่อไป แต่ฉันก็ยังไม่ลุกไปไหนจนพี่สาวต้องหันมาเลิกคิ้วเป็นเชิงถามว่ามีอะไรหรือเปล่าฉันที่ไม่รู้ว่าไปเอาความบ้ามาจากไหนก็เขยิบเข้าไปใกล้พี่สาวก่อนจะขึ้นไปนั่งคร่อมตักหันหน้าไปหาที่สาวแล้วเอาแขนคล้องคอไว้ พี่สาวที่ยังตกใจก็ประคองเอวฉันไว้หลวมๆ

 

มีอะไรหรือเปล่าคะ?

เปล่าค่ะ

 

          ฉันยิ้มบางๆแล้วส่ายหน้าก่อนจะค่อยๆเลื่อนหน้าเข้าไปหาที่สาวแล้วค่อยๆหลับตาลง อีกไม่กี่อึดใจริมฝีปากของเราก็จะสัมผัสกันแล้วแต่ฉันก็ต้องหยุดชะงักเมื่อพี่สาวใช้นิ้วชี้แตะริมฝีปากของฉันเพื่อห้ามไว้

 

ทาลิปคนละสีค่ะ

อ่า..นั่นสินะคะ

 

          ฉันเกาแก้มแก้เขินเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเพิ่งแต่งหน้าไปเมื่อครู่นี้เอง พี่สาวหัวเราะเบาๆแล้วใช้มือที่โอบเอวไว้หลวมๆนั้นดึงฉันเข้าไปใกล้จนเราสองคนกอดกันแน่น

 

ช่วงนี้จูบบ่อยนะคะพี่สาวเอ่ยขึ้นในขณะที่วางคางบนไหล่ของฉัน

ขอโทษค่ะ..” ฉันพองลมสองแก้มแม้ว่าพี่สาวจะไม่เห็นก็ตาม

ติดแล้วเหรอ

“…”

 

          ฉันนิ่งเงียบไปทันทีเมื่อได้ยินคำถามตรงๆจากพี่สาว มันก็ติดจริงๆนั่นแหละทุกครั้งที่อยู่ใกล้พี่สาวก็รู้สึกอยากจะจูบขึ้นมาทุกครั้งเลยแต่ว่าจะให้พูดตรงๆมันก็น่าอายไปหน่อยฉันจึงมุดหน้าลงบนไหล่ของพี่สาวก่อนจะได้ยินเสียงหัวเราะอีกครั้ง

 

ทำไมไม่ตอบล่ะคะ

งื้อ~ เอริจังอ่ะ

 

          พี่สาวยังคงแกล้งฉันต่อทั้งยังพยายามจะดันฉันออกมาให้สบตาฉันจึงใช้แรงทั้งหมดที่มีกอดคอพี่สาวไว้แน่น เราสองคนยื้อกันอยู่แบบนั้นสักพักจนต่างคนก็ต่างหมดแรงทั้งคู่จึงได้แต่นั่งหอบอยู่ในอ้อมกอดของกันและกันนานนับนาที

 

นามิจังคะ..”

คะ?

อยู่ด้วยกันแบบนี้นานๆเลยได้มั้ย?

 

          น้ำเสียงที่จริงจังของพี่สาวทำให้ฉันดันตัวออกมามองหน้าพี่สาว แววตาของพี่สาวเต็มไปด้วยความกังวลและสับสนในใจฉันจึงดึงพี่สาวเข้ามากอดแน่นๆอีกครั้งพร้อมกับตอบรับด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

ค่ะ

ขอบคุณนะคะ

 

          พี่สาวกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นฉันจึงเขยิบตัวเข้าไปให้ชิดกันอีกจนเรียกได้ว่าคงไม่มีอากาศผ่านตัวเราสองคนไปได้แน่ และเมื่อพี่สาวกดริมฝีปากลงบนต้นคอเบาๆฉันก็รู้สึกขนลุกไปทั้งตัว มันไม่ใช่ความรู้สึกรังเกียจแต่มันทำให้ใจฉันเต้นแรง

 

มันมีกี่วิธีกันนะที่ทำให้คนเราหัวใจเต้นแรงได้เนี่ย?...




 

 

เอริจัง เดี๋ยวถึงแล้วลงไปเดินเลยนะส่วนมี่จังพี่ดูแลเอง

 

          โมนากะซังบอกกับพี่สาวในขณะที่เรากำลังนั่งรถไปที่งานอยู่โดยในรถมีกันอยู่สามคนรวมทั้งคนขับรถด้วย เอริจังพยักหน้าแล้วมองไปยังจอทีวีที่ติดอยู่ในรถซึ่งกำลังถ่ายทอดสดบรรยากาศตรงพรหมแดงอยู่

 

รู้ใช่มั้ยว่าซีรี่ย์บิเบี้ยนเข้าชิงด้วยนะโมนากะซังพูดด้วยเสียงจริงจัง

อื้มเอริจังขานตอบแต่ตาก็ยังจ้องจอไม่หยุด

เพราะฉะนั้นวันนี้ต้องนั่งข้างโซระนะ

ว่าไงนะ?

 

          พี่สาวรีบขันขวับมามองโมนากะซังทันที ฉันรู้สึกได้ถึงความเครียดที่อยู่รอบตัวจึงพยายามทำตัวให้กลมกลืนไปกับอากาศมากที่สุด

 

เอริจังต้องนั่งกับโซระจัง ส่วนมี่จังเดี๋ยวให้มานั่งกับพี่เอง

ตอนแรกไม่เห็นบอกกันแบบนี้นี่คะเอริจังเริ่มมีท่าทีโมโห

ก็ถ้าบอกแล้วจะยอมมามั้ยล่ะ?โมนาะกะซังสวนกลับ

ก็ไม่มาน่ะสิ

 

          ในขณะที่ทั้งสองคนถกเถียงกันนั้นฉันก็มองพี่สาวไม่วางตาเพราะเริ่มกลัวในตัวพี่สาวแต่แล้วก็ต้องหลบสายตาเมื่อพี่สาวหันมาสบตาพอดีก่อนที่พี่สาวจะถอนหายใจเบาๆด้วยท่าทีอ่อนลง

 

ฟังนะเอริจัง จะไปกลัวอะไรในเมื่อเธอบอกเองว่าไม่ได้รู้สึกอะไรแล้วหรือว่าจริงๆแล้วยังรักอยู่?

มันก็ไม่ใช่แบบนั้น..” พี่สาวหันมามองฉันด้วยสายตาเศร้าๆ

งั้นก็ลงไป คว้ารางวัลมาให้เด็กนี่มันภูมิใจในตัวเธอหน่อยเป็นไง

 

          โมนากะซังชี้ไปยังประตู เมื่อฉันมองออกไปนอกกระจกก็พบว่าเราได้มาถึงสถานที่จัดงานแล้ว พรหมแดงตรงหน้าลากยาวเข้าไปจนถึงสถานที่ถ่ายภาพโดยตลอดทางก็มีตากล้องมากมายกำลังหันกล้องมาทางรถของเราเพื่อลุ้นว่าจะเป็นใครที่เดินลงมา ในขณะที่ฉันกำลังตื่นตาตื่นใจกับตรงหน้านั้นก็ต้องหันกลับมามองพี่สาวเมื่อรู้สึกถึงฝ่ามือที่ลูบหัวเบาๆ

 

วันนี้พี่จะคว้ารางวัลกลับมาอวดนะคะพี่สาวส่งยิ้มบางๆให้กับฉัน

ค่ะฉันยิ้มตอบ

 

          พี่สาวสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความมั่นใจให้กับตัวเองแล้วเดินลงไปในขณะที่รถที่ฉันนั่งอยู่ก็เคลื่อนตัวออกไปเพื่อให้อีกคันที่มาต่อหลังได้มาต่อ ฉันมองไปที่จอก็เห็นว่าช่างถ่ายรูปต่างตกใจในการปรากฏตัวของพี่สาวที่ไม่คาดคิดมาก่อน ก่อนที่พวกเขาจะเริ่มรัวชัตเตอร์ถ่ายภาพพี่สาวจึงค่อยๆเดินไปตามพรหมแดงอย่างมั่นใจ

 

ไม่คิดมาก่อนเลยว่าเอริจังจะมาเดินพรหมแดงอีกครั้ง

เอ๋?ฉันหันไปมองโมนากะแบบไม่เข้าใจ

เก่งมากลยเด็กน้อย

 

          โมนากะซังขยี้หัวฉันอย่างอารมณ์ดีจนฉันต้องมาจัดทรงใหม่อีกรอบ ในขณะนั้นมองไปยังพี่สาวที่ยังคงยืนยิ้มอยู่ตรงจุดถ่ายภาพก็ต้องขมวดคิ้วเมื่ออยู่ๆสีหน้าพี่สาวก็เปลี่ยนไป

 

ทำไมถึงทำหน้าแบบนั้นนะ

 

          แล้วก็ได้คำตอบเมื่อตัวกล้องแพนไปยังอีกบุคคลหนึ่งซึ่งกำลังเดินลงมาจากรถแล้วเดินตรงมายังพี่สาวด้วยท่าทีสบายๆ คนๆนั้นผมสั้นสีน้ำตาลอ่อนในชุดเดรสสีขาวซึ่งตากล้องต่างก็รีบรัวชัตเตอร์ทันทีเมื่อคนๆนั้นเดินมายืนเคียงข้างพี่สาว

 

รู้จักมั้ย? โซระ ชิอินะน่ะโมนากะซังเอ่ยถามฉัน

โซระ ชิอินะ?

แฟนเก่าที่เขาล่ำรือกันของเอริจังไง

 

          ฉันหันกลับไปมองในจออีกครั้งก็เห็นว่าพี่สาวมีสีหน้าที่ดูอึดอัดอย่างเห็นได้ชัดต่างกับโซระซังที่มีท่าทีสบายๆแถมยังหันไปยิ้มให้พี่สาวอีกด้วย

 

โซระเข้าวงการนี้มาก็เพราะแอบชอบเอริจังน่ะ แล้วพอทั้งสองคนได้ร่วมงานกันก็กลายเป็นว่าชอบกันก็เลยคบกันมาตลอดสามปีเลย ซีรี่ย์บิเบี้ยนที่สองคนนี้เล่นด้วยกันถือว่าสะเทือนวงการเอวีเลยล่ะ

 

          ฉันตั้งในฟังโมนากะซังในขณะที่ตาก็ยังจดจ่ออยู่กับจอไม่ละไปไหน ตอนนี้ทั้งสองคนเข้าไปในงานแล้วซึ่งบรรยากาศภายในจะไม่ถูกถ่ายฉันจึงต้องลงจากรถเมื่อโฒนากะซังสะกิดเรียกพอดี

 

โมนากะซังเป็นคนกำกับซีรี่ย์เรื่องนั้นเหรอคะ?

 

          ฉันเอ่ยถามในขณะที่เราเดินไปยังทางเข้าอีกทางหนึ่งซึ่งเมื่อเข้ามาภายในงานฉันก็ต้องประหลาดใจเมื่อเห็นว่ามันใหญ่พอสำหรับจุคนได้หลายพันคนเลยทีเดียว เมื่อมองไปยังตรงกลางก็เห็นเวทีขนาดใหญ่ซึ่งมีสองพิธีกรชายหญิงในชุดทางการกำลังยืนพูดอยู่

 

ใช่แล้วล่ะ พี่เป็นคนกำกับเอง

 

          ฉันรีบเดินตามโมนากะซังไปยังที่นั่งซึ่งอยู่ห่างจากเวทีไปสองสามแถว ซึ่งไปนั่งที่ได้ก็อยู่เกือบจะตรงกลางพอดีทำให้ฉันมองเห็นพี่สาวกับคนที่ชื่อโซระนั่งด้านหน้าสุดเยื้องไปทางขวาเล็กน้อยพอดี

 

สองคนนั้นรักกันมากนะ จนพี่คิดว่าเขาสองคนคงจะไม่มีทางแยกจากกัน

 

          ฉันมองไปยังทั้งสองคนด้านล่างที่กำลังพูดคุยกันอยู่ แม้ว่าจะมองไม่เห็นว่าพี่สาวทำสีหน้ายังไงอยู่ในตอนนี้และท่าทางที่ดูสดใสของโซระซังก็ทำให้ฉันเผลอกัดริมฝีปากล่างโดยไม่รู้ตัว

 

แต่ฉันคิดว่าเป็นพี่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ทั้งสองคนเลิกกัน

 

          ฉันหันมาขมวดคิ้วมองโมนากะซังอย่างไม่เข้าใจทันทีก่อนที่โมนาะกะซังจะผินสายตาไปมองทั้งสองคนนั้นด้วยสายตาเศร้าๆ

 

พี่สร้างเรื่องให้ทั้งสองคนทะเลาะกันซีรี่ย์จะได้มีสีสันและคนดูจะได้รู้สึกสนุก โดยที่ลืมคิดถึงความรู้สึกของทั้งสองคนไป

โมนากะซัง..”

พี่พามือที่สามที่ฉันก็รู้อยู่แล้วว่าชอบโซระมากขนาดไหนเข้ามาในชีวิตพวกเขา แล้วยุให้เด็กคนนั้นทำให้ทั้งสองคนทะเลาะกัน

 

          น้ำเสียงของโมนากะซังเริ่มเศร้าลงเรื่อยๆ เหล่าผู้ถูกเชิญทั้งผู้กำกับและนักแสดงที่นั่งอยู่รอบๆก็มองมายังโมนากะซังด้วยสายตาเห็นใจราวกับว่าเป็นเรื่องที่รู้กันไปทั้งวงการอยู่แล้ว

 

แต่ยังไงก็เถอะ พี่พยายามจะแก้ไขมันอยู่หวังว่าจะไม่ว่ากันนะมี่จัง

 

          เพียงแค่พริบตาเดียวโมนากะซังก็เปลี่ยนโหมดมายิ้มได้อีกครั้งก่อนจะหันมาส่งยิ้มให้ฉัน ตรงข้ามกับคำพูดที่เพิ่งพูดออกมาจากปากไม่มีผิด

 

“…”

จะว่าไป สนใจอยากจะมาเล่นหนังกับเอริจังมั้ยพี่เพิ่งเขียนบทมา

 

          หันตาโตทันทีเมื่อถูกเสนออะไรแปลกๆ คนรอบข้างที่แม้ไม่ได้ตั้งใจฟังแต่มันก็เข้าหูพวกเขาหันมามองฉันเป็นตาเดียวเนื่องจากดูภายนอกยังไงๆฉันก็ยังเป็นแค่เด็กอยู่ดี

 

อะ..เอ๋ ไม่ดีกว่าค่ะ ฉันกับเอริจังยังไม่ไปถึงขนาดนั้น..” ฉันเกาแก้มตัวเองเขินๆลืมเรื่องทั้งสองคนที่นั่งอยู่แถวหน้าสุดไปซะสนิท

จริงเหรอ

 

          โมนากะซังยิ้มกรุ้มกริ่มก่อนจะเหล่สายตามามองต้นคอของฉัน ฉันจึงรีบหยิบกระจกในกระเป๋าถือใบเล็กขึ้นมาส่องก็พบว่ามีรอบลิปสติกของพี่สาวติดอยู่ที่คอจึงรีบหยิบทิชชู่ขึ้นมาเช็ดออกก่อนจะนั่งก้มหน้าเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะจากรอบๆข้าง

 

ไม่มีจริงๆค่ะฉันยืนยัน

เอ๋~ แปลกนะที่เอริจังจะไม่ทำอะไรเลยเนี่ยโมนากะซังกอดอกเท้าคางทำท่าครุ่นคิด

เอ๋?ฉันเอียงคอมองอย่างสงสัย

มันเป็นเรื่องปกติสำหรับพวกเขาไม่ใช่เหรอ.. เซ็กส์น่ะ ยิ่งเอริจังแล้วไม่น่าจะอดทนได้นานขนาดนี้นะ~”

 

          ฉันได้ยินเสียงครางในลำคอของคนรอบข้างราวกับว่าเห็นด้วยกับสิ่งที่โมนากะซังพูด ผู้คนรอบข้างเองก็มีท่าทีครุ่นคิดเหมือนกัน

 

เอริจังอาจจะไม่ได้ชอบเด็กคนนี้แบบนั้นหรือเปล่าโมนากะซังผู้หญิงที่นั่งข้างๆโมนากะซังเอ่ยขึ้น

นั่นสิ อาจจะเห็นเป็นน้องสาวคนหนึ่งล่ะมั้ง?โมนากะซังพยักหน้าเห็นด้วย

ใช่ๆ เพราะแบบเด็กคนนี้ก็ไม่ใช่สเป็คเอริจังแต่แรกแล้วนิ่ผู้ชายที่นั่งอยู่ด้านหลังยื่นหน้ามาออกความเห็น

 

          ฉันหันไปมองทั้งสองคนที่ยังคุยกันอยู่ด้านหน้าเวทีแม้ว่างานจะเริ่มไปได้สักพักแล้ว โซระซังทั้งจับแขนทั้งพิงหัวลงบนไหล่อย่างเป็นธรรมชาติ เสียงรอบข้างก็เริ่มชื่นชมถึงความเหมาะสมของทั้งสองคนจนฉันเผลอบีบกระเป๋าถือในมือแน่นออย่างไม่รู้ตัว

 

นั่นสิ เหมาะสมกันมากเลยแหละ

 

          งานยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆโดยที่ฉันก็ไม่ได้พูดอะไรอีกต่อจากนั้น สายตาฉันเอาแต่จ้องไปที่ทั้งสองคนนั้นโดยไม่ละสายตาไปไหน ไม่สามารถบอกความรู้สึกของตัวเองตอนนี้ได้จริงๆว่ากำลังรู้สึกอะไรอยู่ ใจหนึ่งก็พยายามคิดในแง่ดีว่าเพราะเคยคบกันมาก่อนเลยสนิทกันเป็นธรรมดา ในขณะที่อีกใจหนึ่งมันบอกว่าทั้งสองคนยังรู้สึกรักกันอยู่แน่ๆ

 

ขอประกาศรางวัลคู่รักยอดเยี่ยมแห่งปีนะครับ

 

          ฉันหันไปมองพิธีกรเมื่อเห็นว่าทั้งสองคนหยุดพูดกันแล้วนั่งหลังตรงจ้องไปยังพิธีกรอย่างตั้งใจ ตัวพิธีกรชายเองก็หยุดพูดไปครู่หนึ่งแล้วมองไปรอบๆยิ่งทำให้บรรยากาศภายในงานลุ้นขึ้นไปอีก

 

คู่รักตลอดกาลห้าสมัยซ้อนสึคิชิมะ นานาโกะซังและโซระ ชิอินะซัง ขอแสดงความยินดีด้วยครับ!”

 

          เสียงปรบมือดังไปทั่วงานก่อนที่ทั้งสองคนจะยืนขึ้น แสงสปอตไลท์ส่องไปที่ทั้งสองคนก่อนจะเดินขึ้นไปยังเวทีโดยที่โซระซังยื่นมือไปช่วยประคองพี่สาวที่ใส่ส้นสูงและชุดที่ยาวลากพื้นให้ขึ้นไปได้สะดวกก่อนที่ผู้จัดงานจะมอบโล่รางวัลและดอกไม้ให้แล้วจึงเดินไปยืนที่ไมค์โดยโซระซังเป็นคนเริ่มพูดก่อน

 

ก่อนอื่นเลยขอขอบคุณแฟนๆทุกคนที่ให้การสนับสนุนเราสองคนเสมอมานะคะ ขอบคุณมากค่ะทั้งสองคนโค้งตัวลงท่ามกลางเสียงปรบมืออีกครั้ง

นี่เป็นปีแรกหลังจากหลายปีที่เอริจังทิ้งให้ฉันขึ้นมารับคนเดียวค่ะ เพราะฉะนั้นดีใจมากๆเลย

 

          ผู้คนภายในงานหัวเราะให้กับมุกที่แอบแขวะพี่สาวเบาๆของโซระซัง พี่สาวตีแขนโซระซังเบาๆแล้วยื่นหน้าเข้ามาใกล้ไมค์เพื่อที่จะพูดบ้าง

 

ฉันเองก็ต้องขอบคุณทุกคนมากนะคะที่ให้การสนับสนุนเรา แล้วก็ขอโทษชิอินะด้วยนะที่ทิ้งให้มารับคนเดียวตั้งหลายปี

ไม่เป็นไรหรอก หลังจากนี้ก็มารับด้วยกันทุกปีเลยนะ

อื้ม ได้เลย

 

          ทั้งสองคนหันมาสบตากันแล้วยิ้ม มันเป็นยิ้มที่สดใสที่สุดที่เคยเห็นมากซึ่งแน่นอนว่าฉันไม่เคยได้รับรอยยิ้มแบบนั้นมาก่อน เวลาพี่สาวอยู่กับฉันจะมีแค่รอยยิ้มบางๆเท่านั้น มันยิ่งตอกย้ำว่าที่โมนากะซังและเพื่อนๆพูดเป็นเรื่องจริง

 

รู้สึกหน่วงๆในใจยังไงไม่รู้แฮะ

 

          งานจบแล้วและผู้คนก็หลั่งไหลเดินออกมาทางประตูกันหมดแล้ว ส่วนฉันและโมนากะซังนั้นยืนรออยู่ด้านหน้าทางออกเพื่อรอพี่สาวที่เดินรั้งท้ายออกมา

 

เอริจัง โซระจังทางนี้

 

          โมนากะซังโบกมือเรียกทั้งสองคนที่เดินออกมาแทบจะท้ายสุดให้หันมามองก่อนที่พี่สาวจะเดินเข้ามาด้วยท่าทีอึดอัดอีกครั้ง ฉันจึงหัวเราะเยาะตัวเองเบาๆ

 

เมื่อกี๊ยังหัวเราะร่าอยู่เลย..

 

ไหนๆก็ได้รางวัลแล้ว ไปฉลองกันหน่อยเป็นไงโมนากะซังเสนอ

ก็ดีนะ ไม่ได้ฉลองกันสามคนมานานละโซระซังพยักหน้าเห็นด้วย

แต่น้องยังเด็กนะอายุไม่ถึง

 

          พี่สาวพูดแทรกขึ้นมาโซระซังที่ไม่ได้สังเกตเห็นฉันในตอนแรกก็หันมาสบตาฉันแล้วส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตรฉันจึงส่งยิ้มแห้งๆตอบกลับไป

 

นี่ใครเหรอ? เด็กปั้นใหม่ของโมนากะซังเหรอโซระซังเอ่ยถาม

ถามเอริจังนู่น

 

          พี่สาวสะดุ้งทันทีที่โมนากะซังโยนความรับผิดชอบมาให้ โซระซังหันมามองพี่สาวเพื่อรอคำตอบตัวฉันเองก็เช่นกัน แต่พี่สาวกลับมีท่าทีอึดอัดสายตามองไปมาเลิ่กลั่ก

 

เอ่อ..”

ฉันไปก่อนนะคะลืมไปว่าจะกลับไปกินข้าวกับริสะ ขอให้สนุกนะคะ

 

          ฉันรู้ทันทีว่าตัวเองไม่ควรอยู่รอฟังคำตอบของพี่สาวจึงรีบพาตัวเองออกมาจากสถานการณ์นั้น และแม้ว่าฉันจะเดินออกมาได้สักพักแล้วแต่ก็ไม่ได้ยินเสียงเรียกหรือมาถึงแขนแล้วบอกให้กลับด้วยกันเหมือนอย่างที่ควรเป็นก็ยิ่งทำให้รู้สึกหน่วงขึ้นไปอีก ฉันจึงโบกเรียกแท็กซี่ที่ขับผ่านมาพอดี

 

เพิ่งออกมาจากงานประกาศรางวัลเหรอครับ?คนขับแท็กซี่เอ่ยถามขณะขับรถ

ค่ะฉันที่นั่งกอดเข่าอยู่ตอบรับเบาๆ

ผมดูถ่ายทอดสดอยู่ คู่โซระนานาโกะนี่ยังไงก็เหมาะสมกันจริงๆเลยนะ

 

          ฉันเหลือบมองคนขับผ่านกระจกมองหลังซึ่งเขาก็สบตากับฉันพอดี ไม่รู้ว่าฉันทำหน้าแบบไหนอยู่เขาถึงหลบสายตาแล้วเงียบไปแต่ฉันก็ไม่สนหรอก ฉันกอดเข่าแน่นขึ้นแล้วมองออกไปนอกกระจก

 

รู้สึกเหมือนอะไรมาจุกที่คอเลย..”

 

          ทันทีที่เอ่ยพูดขึ้นก็รู้สึกถึงความพร่ามัวของตาตัวเอง ฉันจิกเล็บลงบนแขนที่กอดเข่าไว้ของตัวเองแน่นเพื่อข่มอารมณ์ไว้ไม่ให้บางอย่างไหลออกมา

 

ทำไมกลืนเท่าไหร่มันก็ไม่ลงไปนะ

 

          คนขับแท็กซี่ไม่พูดอะไร ฉันรู้สึกได้ถึงหยดน้ำตาที่ค่อยๆไหลลงมาแม้ว่าจะพยายามข่มมันไว้ก็ตาม ฉันกัดริมฝีปากล่างแน่นเพื่อไม่ให้เสียงสะอื้นของตัวเองดังเล็ดลอดออกมาพลางมองไปยังหิมะที่ตกหนักสองข้างทาง ความหนาวหับไหล่เปลือยเปล่ามันยิ่งตอกย้ำว่าตัวเองอยู่เพียงลำพังตอนนี้

 

นี่ฉันเป็นน้องสาวที่แย่เกินไปมั้ยนะ?...




 

 

กลับมาแล้วเหร- มี่จัง?

 

          ฉันเปิดประตูเข้ามาภายในห้องของตัวเองก็พบว่าริสะกำลังนอนอ่านการ์ตูนอยู่ ริสะดูตกใจทันทีที่เห็นสภาพตาที่ช้ำไปทั้งสองข้างของฉันจึงลุกมาพยุงฉันไปนั่งบนเตียง

 

มี่จังไปทำอะไรมา?

 

          ฉันไม่ตอบคำถามของริสะทำเพียงแค่นั่งก้มหน้าเงียบ ริสะเองก็ไม่ได้ต้องการเค้นเอาคำตอบจากฉันแต่อย่างใดจึงนั่งเงียบๆเป็นเพื่อน

 

ริสะ..”

หืม?

ริสะเคยดูหนังเอวีหรือเปล่า?

“…”

 

          ริสะนิ่งไปทันทีเหมือนกับว่าคาดไม่ถึงว่าฉันจะถามคำถามนี้ ฉันเองก็ไม่ได้ต้องการคำตอบอะไรจึงถอนหายใจออกมาอีกระรอก

 

ซีรี่ย์บิเบี้ยนที่ว่านี่มันดังขนาดนั้นเลยเหรอ.. อดีตของเอริจังกับคนที่ซื่อโซระมันเป็นยังไงนะ?

“…”

 

          ฉันถอนหายใจอีกครั้งแล้วล้มตัวลงนอนมองเพดานเงียบๆ ริสะเองก็ลุกออกจากห้องของฉันไปแล้วฉันจึงจมอยู่กับความคิดของตัวเองมากขึ้นไปอีก

 

นี่หรือเปล่าความรู้สึกของคนอกหัก?...

แต่ว่าฉันยังไม่ได้เป็นอะไรกับเอริจังเลยนี่นา

 

          คิดได้ดังนั้นน้ำตามันก็เริ่มเอ่อล้นขึ้นมาอีกครั้ง มันก็จริงนั่นแหละเราสองคนอยู่ด้วยกิน กินข้าวด้วยกัน ไปนอนค้างบ้านกัน ทั้งยัง..จูบกัน แต่ก็ไม่สามารถระบุความสัมพันธ์ที่ชัดเจนได้ อีกอย่างพี่สาวก็ไม่เคยพูดว่ารักฉันสักครั้งเลยนี่นา

          ในขณะที่ปล่อยให้น้ำตามันไหลออกมาโดยไม่คิดจะห้ามนั้น ริสะก็กลับเข้ามาในห้องพร้อมแผ่นดีวีดีสิบกว่าแผ่นวางไว้ข้างจนฉันต้องดันตัวเองให้ลุกขึ้นมาแล้วหยิบหนึ่งในนั้นขึ้นมาดู ภาพด้านหน้าปกเป็นรูปพี่สาวกับคนที่ชื่อโซระคนนั้น แผ่นอื่นๆเองก็เช่นกัน

 

 อย่าดูทั้งคืนล่ะ พรุ่งนี้มีเรียน

 

          พูดจบแล้วริสะก็เดินออกไป ฉันหยิบแต่ละแผ่นขึ้นมาดูก็มีทั้งที่เป็นรูปปกติแล้วก็มีคอนเสปแปลกๆอย่างเช่นครูกับนักเรียน รวมถึงภาพที่เหมือนชุดแต่งงาน ฉันกวาดสายตาไปจนทั่วก่อนจะพบว่าหัวเรื่องเขียนเป็นตัวคะตะคะนะคำเดียวกันหมด

 

บิเบี้ยน?






---------------------------------------------------------

มาแล้วๆ รอนานมั้ยเอ่ย

เนื่องจากไรท์ใจบุญเลยแจกมาม่าอีกตามเคย 55

บอกเลยการจะให้คู่นี้เค้าลงเอยกันเนี่ย.. ยาก 

มันต้องมีมารผจญถึงจะได้เห็นถึงความรักที่แท้จริง ใช่มั้ยทุกคน 55

ฝากเม้นเป็นกำลังใจให้ไรท์กันเยอะๆเลยน้า ^_^    


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

189 ความคิดเห็น

  1. #184 taocartoon (@taocartoon) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 06:31
    ติดตามนะคะ
    #184
    0
  2. #103 Pimvilaizaza (@Pimvilaizaza) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 14:48
    ดราม่า
    #103
    0
  3. #102 POwaw (@POwaw) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 03:38
    มาต่อนะค่ะยิ่งเร็วยิงดี
    #102
    0
  4. #100 Beszt (@Beszt) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 00:01
    สงสารน้องเลย ตอนนี้คงสับสนไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไรสำหรับเอริ
    #100
    0
  5. #99 smindfluk38 (@smindfluk38) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 23:16
    ขออีกตอนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน
    #99
    0
  6. #98 smindfluk38 (@smindfluk38) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 23:15
    ฉังคงไม่ฝืนไปกว่านี้
    เพราะฉันไม่ควรจะยืนอยู่ตรงนี้
    ก็ขอให้เธอได้พบแต่สิ่งดีๆ
    ความจริงที่มีในวันนี้ฉันคงต้องรับมันให้ไหว~ #เอริใจร้าย
    #98
    0
  7. วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 23:05
    ขออีกตอนได้ไหมมมันข้างคาที่หัวใจจากที่เชียร์เอริมาตลอดตอนนี้เริ่มไม่แน่ใจล่ะรู้สึกเดือดมาก! เอริทำไมเป็นคนแบบนี้หะ!!~™&®
    #97
    0
  8. #96 smindfluk38 (@smindfluk38) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 22:53
    ออเจ้า ข้าขออีกตอนได้หรือไม่ มันจุกๆหน่วงๆที่ใจยังไงก็ไม่รู้
    ได้โปรดเถิดออเจ้า ข้าจะทนไม่ไหวแล้ว ได้โปรดมาต่ออีกตอนเถิด~
    #96
    0
  9. #95 Preaw_01 (@Preaw_01) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 21:40
    คำถามสั้นๆ เค้าจะได้กันหรือยังไรท์
    #95
    0
  10. #94 kurosama23744 (@kurosama23744) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 21:26
    มาม่าเค้าไม่กินแล้วววววไรท์ T^T
    #94
    0