The Flower ดอกไม้ริมทาง (Yuri 18+)

ตอนที่ 4 : Chapter 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,431
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 44 ครั้ง
    2 ต.ค. 61

B
E
R
L
I
N
?
 

Chapter 4 ค้างบ้านเอริจัง



อ่า ยังไม่อยากกลับบ้านเลยอ่ะ

 

          ฉันบ่นในขณะที่กำลังเดินออกมาจากร้านคาราโอเกะที่มากับทั้งสองคนเป็นประจำ ในวันนี้ก็เช่นกันเนื่องจากว่าในอีกหนึ่งอาทิตย์ข้างหน้าจะมีงานโรงเรียนแล้วซึ่งนั่นหมายความว่าพวกเราทั้งสามคนจะต้องงานยุ่งมากๆจนไม่มีเวลามาเที่ยวกันไปอีกพักใหญ่เลยตกลงกันว่าวันนี้จะมาเที่ยวด้วยกันก่อน

 

ร้องไปตั้งหลายชั่วโมงยังไม่หมดแรงอีกเหรอเคียวโกะหันมามองฉันอึ้งๆ

ก็เดี๋ยวงานจะยุ่งมากเลยนี่นา ห้องของฉันกับริกะจังจะทำบ้านผีสิงล่ะห้องของเคียวโกะจังทำอะไรเหรอ

ทำเมดคาเฟ่ล่ะมั้ง?ฉันกระโดดกอดแขนเคียวกะด้วยความตื่นเต้นทันที

เอ๋ สุดยอดไปเลยได้เห็นเคียวโกะจังใส่ชุดน่ารักๆอีกแล้ว

ฉันใส่ถ่ายแบบจนชินแล้วน่า อยากแต่งเป็นผีบ้างเหมือนกันล่ะนะ แต่ก็อยากเห็นริกะจังแต่งเป็นผีจังเลยนะ~” เคียวโกะส่งยิ้มเชิงหยอกล้อให้กับริกะ

ฉันไม่แต่งผีหรอกย่ะ! ฉันกับมี่จังเป็นคนเก็บเงินค่าเข้าต่างหากริกะรีบหันมาเถียงทันที

เอ๋~”

น้ำเสียงเหมือนเสียดายแบบนั้นหมายความว่ายังไงห๊ะ

 

          บทสนทนาของวกเราสามคนยังคงดำเนินไปเรื่อยๆตามประสาเด็กมอปลายทั่วไป แม้ว่าภายนอกฉันจะดูเหมือนปกติดีทุกอย่างแต่ทั้งสองคนคงไม่รู้ว่าใจฉันมันอยู่ไม่สุขเลยสักนิดกับการเอาแต่นึกถึงหน้าพี่สาวคนนั้น ซึ่งก็ดีแล้วที่ทั้งสองคนไม่สังเกตุเห็นเพราะมันจะทำให้ทั้งสองคนเป็นห่วงฉันซะเปล่าๆ

 

วันนี้มีงานอะไรหรือเปล่านะ?

 

          ฉันกับริกะหันไปมองตามเคียวโกะก็พบว่าหน้าร้านขายดีวีดีหนังผู้ใหญ่ซึ่งฉันกับริกะเคยมาก่อนหน้านี่มันมีกลุ่มคนมากมายทั้งชายหญิงมายืนรอต่อคิวกันจนเลยออกมานอกร้าน

 

ดาราเอวีสักคนมาล่ะมั้ง ไปกันเถอะ

 

          ริกะพยายามจะบอกให้ฉันกับเคียวโกะรีบออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุดแต่เคียวโกะก็เดินไปยังหน้าร้านส่งผลให้ฉันกับริกะต้องรีบเดินตามไปด้วย

 

“งานแจกลายเซ็นและถ่ายรูปอย่างใกล้ชิดกับ สึคิชิมะ นานาโกะ?”

 

          ทันทีที่ได้ยินชื่อนั้นออกมาจากปากเคียวโกะฉันก็รีบพาตัวเองไปยืนข้างเคียวโกะแล้วอ่านป้ายหน้าร้านนั้นทันทีซึ่งแน่นอนว่ารูปที่ติดอยู่ก็เป็นรูปพี่สาวไม่ผิดแน่ฉันพาตัวเองกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปยังกระจกร้านโดยที่ไม่ได้ฟังเสียงเรียกของทั้งสองคน

 

ใช่จริงๆด้วย

 

          เมื่อมองทะลุเข้าไปในกระจกของร้านฉันก็เห็นพี่สาวในชุดว่ายน้ำทูพีชสองชิ้นบนล่างเท่านั้นกำลังยืนเซ็นลาเซ็นให้กับแฟนคลับซึ่งแน่นอนว่าส่วนใหญ่ก็เป็นผู้ชายและมีผู้หญิงบ้างประปราย พี่สาวส่งยิ้มทักทายทุกคนและเซ็นให้แฟนคลับตามจุดที่เขาต้องการ บางคนเอารูปมาให้เซ็น ในขณะที่บางคนก็ให้เซ็นลงบนร่างกาย

          พี่สาวไม่มีทีท่าว่าจะรังเกียจอะไรทั้งยังยิ้มและหัวเราะอีกต่างหาก แม้แต่ตอนถ่ายรูปกับแฟนคลับซึ่งแทบจะทุกคนที่ขอให้พี่สาวหอมแก้มหรือบางคนก็เลยเถิดไปถึงขั้นจูบแต่พี่สาวก็ไม่มีความลังเลที่จะทำมันเลย ฉันยืนมองอยู่นานจนได้สติเมื่อริกะจับมือฉัน

 

ไปกันเถอะมี่จัง

 

          ฉันมองริกะสลับกับเคียวโกะที่ยืนส่งสายตาเป็นห่วงอยู่เงียบๆข้างหลัง ความรู้สึกลังเลและไม่มั่นใจว่าตัวเองต้องการอะไรทำให้ฉันเผลอกัดริมฝีปากตัวเองแน่น

 

นี่พวกเธอมากันอีกแล้วเหรอ ฉันบอกแล้วไงว่าเด็กเข้าไม่ได้

 

          คุณลุงเจ้าของร้านคนเดิมเดินออกมาไล่พวกฉัน เราทั้งสามคนจึงโค้งตัวขอโทษ

 

ขอโทษค่ะ จะไปเดี๋ยวนี้แหละค่ะริกะจับมือฉันและกำลังจะดึงฉันออกไปแต่ก็มีเสียงใครบางคนห้ามไว้

โกโต้ซังคะ เด็กพวกนั้นรู้จักกับฉันค่ะ

 

          พี่สาวที่ในตอนแรกยังยืนแจกลายเซ็นอยู่ในร้านก็เดินออกมาเมื่อไหร่ไม่รู้ และในตอนนี้พี่สาวก็ดันพวกฉันให้ไปยืนข้างหลัง

 

อ้าว คนรู้จักกับเอริจังหรอกเหรอ? งั้นลุงขอโทษนะ” 

 

          คุณลุงหันมาขอโทษพวกเราทั้งสามคนก่อนจะเดินกลับเข้าไปในร้านท่ามกลางสายตาของคนที่มารอคิวมากมายที่กำลังมองมาที่พวกเราสี่คน

 

เจอกันอีกแล้วนะนามิจังพี่สาวก้มลงมาเล็กน้อยให้อยู่ในระดับสายตาของฉันก่อนจะส่งยิ้มให้ ฉันที่ทำตัวไม่ถูกก็ได้แต่ยืนเกาแก้มเขินๆ

นามิจัง? เคียวโกะกับริกะเอ่ยขึ้นมาพร้อมกันฉันเลยส่งยิ้มแห้งๆไปให้ทั้งสองคน

งั้นไว้เจอกันคราวหน้านะ พี่ต้องทำงานต่อแล้ว

 

          พี่สาวพูดพร้อมกับมองไปยังกลุ่มแฟนคลับที่ยังคงยืนรอโดยที่ไม่มีใครบ่นอะไรถึงการเดินออกมานอกร้านโดยไม่บอกไม่กล่าวของพี่สาว มีคำถามและความสงสัยมากมายเกิดขึ้นในหัวของฉันและมันก็มากเกินไปจนฉันเผลอทำอะไรโดยไม่ได้คิดอีกครั้ง

 

เอ่อ..เอริจัง

หืม?พี่สาวที่กำลังหมุนตัวจะกลับเข้าไปในร้านหันกลับมาหาฉันอีกครั้ง

 

          ฉันและพี่สาวเราสบตากัน ในครั้งนี้ฉันจะไม่หลบสายตาไปไหนจ้องมองเข้าไปลึกๆในแววตาเผื่อจะเจอคำตอบที่ต้องการ ความเงียบที่ปกคลุมทำให้ได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นสั่นอยู่ข้างใน และมันก็สั่งให้ฉันทำตามความรู้สึกของตัวเอง..

 

วันนี้ขอไปนอนค้างบ้านเอริจังได้มั้ยคะ

 

        คำขอของฉันทำให้พี่สาวเลิกคิ้วขึ้นด้วยความตกใจแต่หลังจากนั้นไม่กี่วินาทีก็กลับมาส่งยิ้มให้ฉันพร้อมกับพยักหน้าแล้วเดินกลับเข้าไปในงาน ตัวฉันที่แสดงความกล้าออกไปเมื่อกี๊ก็แทบจะทรุดลงไปกับพื้นพร้อมกับขาที่สั่นแต่ริกะก็มาจับแขนของฉันไว้

 

มี่จังคิดจะทำอะไรน่ะ ฉันบอกแล้วใช่มั้ยว่าอย่าไปยุ่งกับคนๆนั้น

 

          ริกะในตอนนี้ดูโมโหมากแม้ว่าเคียวโกะจะเข้ามาห้ามโดยการจับไหล่แต่ก็ถูกสะบัดออกอย่างแรง ฉันเองก็รู้สึกได้ถึงแรงบีบที่ข้อมือจนต้องเผลอร้องออกมา

 

โอ๊ย! ริกะฉันเจ็บ

ฉันไม่ให้เธอไปมี่จัง รู้จักเขาดีแล้วเหรอจะไปค้างบ้านเขา

 

          คำร้องขอของฉันไม่มีประโยชน์ ริกะเปลี่ยนจากจับที่ข้อมือมาเป็นบีบไหล่ทั้งสองข้างของฉันพร้อมกับเขย่าไปมาความเจ็บมากขึ้นเรื่อยๆทำให้น้ำตาไหลออกมาอย่างห้ามไม่ได้ ริกะเองเมื่อเห็นว่าฉันร้องไห้ก็ยอมปล่อยแขนฉันทันทีด้วยความตกใจ

 

ขอโทษ..”

 

          ริกะเองก็เริ่มน้ำตาไหลเหมือนกัน ผู้คนที่เดินผ่านไปมาเริ่มมองมาที่พวกเราสามคนฉันพยายามตั้งสติเช็ดน้ำตาลวกๆแล้วเดินเข้าไปจับมือของริกะ

 

ริกะ ฉันรู้ว่าริกะเป็นห่วงฉันนะแต่ว่าฉันก็มีหลายอย่างที่อยากรู้จากเอริจังเหมือนกัน เพราะฉะนั้นให้ฉันไปเถอะนะ

 

          ฉันส่งสายตาอ้อนวอนริกะที่มองฉันอยู่เงียบๆพร้อมขมวดคิ้วเหมือนกับยังลังเลใจอยู่ก่อนที่เคียวโกะจะเดินเข้ามาจับไหล่ริกะแล้วพยักหน้าริกะจึงหันมามองหน้าฉันอีกครั้งแล้วยอมพยักหน้า

 

อื้ม แต่ถ้าไม่โอเคให้รีบกลับมานะ

อื้ม สัญญาเลย

 


 

          หลังจากใช้เวลาเกลี้ยกล่อมอยู่นานในที่สุดริกะก็ยอมให้ฉันไปนอนค้างบ้านพี่สาวเสียทีทั้งสองคนเลยแยกกับฉันไปโดยที่ฉันเข้ามานั่งรออยู่ภายในร้านตรงโซนเคาท์เตอร์ซึ่งลุงเจ้าของร้านพามานั่ง

          ฉันแอบสังเกตพฤติกรรมของพี่สาวอยู่เงียบๆหลังเคาท์เตอร์จนสังเกตุเห็นว่าพี่สาวเป็นคนที่คงจะชอบออกกำลังกายเอามากๆดูได้จากร่างกายที่มีกล้ามเนื้ออยู่ไม่น้อยโดยเฉพาะบริเวณหน้าท้อง มีแฟนคลับหลายคนที่เสนอท่าถ่ายรูปแปลกๆทั้งยังสกินชิพแบบถึงเนื้อถึงตัวแต่พี่สาวก็ไม่มีท่าทีรังเกียจเลยสักนิดเดียว

          ฉันไม่รู้ว่าตัวเองนั่งมองอยู่แบบนั้นนานเท่าไหร่ แต่ฉันกลับไม่รู้สึกเบื่อเลยสักนิดเดียวรอยยิ้มของพี่สาวมันเต็มไปด้วยความจริงใจตอบรับแฟนคลับทุกคนด้วยใจจริง แววตานั้นก็เต็มไปด้วยความขอบคุณจนฉันเองยังรู้สึกได้ และหลังจากมองไปคิดไปอยู่นานฉันก็เริ่มรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังฝันไป ภาพของพี่สาวที่เดินตรงเข้ามาหาฉัน ค่อยๆเลื่อนใบหน้าเข้ามา กลิ่นน้ำหอมทำให้ฉันแทบเคลิ้มไป ความรู้สึกของริมฝีปากที่กดทาบทับลงมาทำให้รู้สึกเหมือนจริงเหลือเกิน..

 

จะเหมือนจริงเกินไปแล้วนะ

 

ปึง!

 

          ฉันรีบเด้งตัวลุกขึ้นมาทันทีด้วยความตกใจพอมองไปยังต้นเสียงก็พบว่าคุณลุงเจ้าของร้านกำลังเก็บซีดีที่หล่นอยู่บนพื้นขึ้นมาก่อนจะตั้งสติได้และพบว่าตัวเองเผลอหลับไป

 

โกโต้ซังเห็นมั้ยนามิจังตื่นเลย

 

          ฉันหันไปตามต้นเสียงก็พบว่าพี่สาวมายืนอยู่ข้างหลังตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้จึงทำได้เพียงเกาแก้มตัวเองเขินๆที่มาเผลอหลับทั้งๆที่บอกว่าจะรอแบบนี้แอบได้ยินเสียงพี่สาวหัวเราะเบาๆ

 



ขอโทษที่หลับนะคะ

 

          ฉันเอ่ยขอโทษพี่สาวในขณะที่เราสองคนกำลังยืนรอรถบัสอยู่ ฉันตัดสินใจว่าจะไปซื้อของใช้ที่จำเป็นที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตใกล้ๆบ้านพี่สาวแทนเพราะการจะให้กลับไปเอาของที่บ้านซึ่งห่างไกลกันคนละฟากเมืองก็ดูจะเสียเวลาไปหน่อย

 

ไม่เห็นต้องขอโทษเลย เรียนหนักเหรอคะ

ค่ะ กำลังจะมีงานโรงเรียนช่วงนี้ก็เลยยุ่งๆ

ดีจังเลยนะ งานโรงเรียนเนี่ย~”

 

          ฉันหันไปมองหน้าพี่สาวทันที ท่าทางของพี่สาวดูตื่นเต้นมากๆหลังจากพูดถึงงานโรงเรียนจนฉันขมวดคิ้วมองพี่สาวอย่างไม่เข้าใจ

 

ทำไมถึงดูตื่นเต้นขนาดนั้นนะ?...

 

          ไม่ทันที่ฉันจะได้สงสัยอะไรไปมากกว่านั้นรถบัสก็เข้ามาจอดพอดีฉันจึงเดินตามพี่สาวขึ้นรถบัสไปแต่เพราะตอนนี้ก็เย็นมากแล้วและเป็นเวลาเลิกงานของใครหลายๆคนทำให้หลายคนเบียดเสียดกันขึ้นไปบนรถบัสจนฉันถูกเบียดและถอยห่างจากพี่สาวไปเรื่อยๆก่อนจะรู้สึกได้ถึงมือของใครบางคนมาจับข้อมือฉันไว้ พอเงยหน้ามาก็พบว่าเป็นพี่สาวนั่นเอง ฉันก้มลงมองขอมือตัวเองที่ถูกอีกฝ่ายจับไว้แน่นใบหน้าก็เริ่มเห่อร้อนขึ้นมา ฉันเดินตามพี่สาวไปเงียบๆ

 

เพิ่งแตะตัวกันครั้งแรกเลย

 

นามิจังนั่งเถอะ

 

          พี่สาวมองที่นั่งซึ่งเหลือเพียงที่เดียวสลับกับมองหน้าฉันก่อนจะบอกให้ฉันนั่งลงฉันส่ายหน้าเบาๆแล้วถือวิสาสะใช้มือที่กำลังสั่นเพราะความตื่นเต้นของตัวเองดันตัวพี่สาวให้นั่งลงได้สำเร็จ

 

ยืนไหวแน่นะ?

 

          พี่สาวหันมาถามฉันด้วยความเป็นห่วงฉันจึงพยักหน้ารับก่อนที่รถจะเคลื่อนตัวออกไปแต่ดูเหมือนคนขับรถจะออกตัวแรงไปหน่อยฉันแทบจะเซไปตามแรงเหวี่ยงจึงรีบคว้าราวจับไว้แน่นโดยมีพี่สาวหันมาถามฉันเป็นระยะๆ นั่นทำให้ฉันได้รู้อีกอย่างหนึ่งว่าพี่สาวนั้นเป็นคนที่ใส่ใจคนอื่นมากแค่ไหน

 

เอี๊ยด!

 

          เสียงรถที่จอดอย่างกะทันหันก่อนที่ตัวฉันจะถูกเหวี่ยงไปตามแรงแม้จะคว้าราวจับไว้แน่นแล้วแต่คนข้างๆที่ถูกเหวี่ยงไปตามแรงเหมือนกันก็มาชนฉันจนมือหลุดออกจากราวฉันรีบหลับตาปี๋ ในตอนนั้นเองที่คิดว่าตัวเองคงต้องลงไปก้นจ้ำเบ้าอยู่กับพื้นนั้นกลับเป็นอะไรบางอย่างที่นุ่มนิ่ม แถมกลิ่นหอมที่ฉันคุ้นเคยก็ลอยมาแตะจมูก

 

นามิจังเป็นอะไรหรือเปล่า?

 

...เสียงทำไมใกล้แบบนี้นะ?...

 

          ฉันค่อยๆลืมตาขึ้นอย่างช้าๆก่อนจะพบว่าแทนที่ตัวเองจะลงไปนั่งอยู่กับพื้นแต่กลายเป็นนั่งอยู่บนตักนุ่มนิ่มของพี่สาว แถมใบหน้าก็ใกล้กันจนแทบรู้สึกได้ถึงลมหายใจ ความเห่อร้อนที่เพิ่มขึ้นบนหน้าทำให้ฉันรีบพาตัวเองลุกขึ้นเพราะกลัวอีกคนจะรู้ว่าฉันเขินมากแค่ไหน

 

เอี๊ยด!

 

          และดูเหมือนสวรรค์จะเล่นตลกกับฉันอีกครั้งเมื่อคุณลุงคนขับเบรกอย่างรุนแรงอีกครั้งติดๆกันทำให้ฉันต้องล้มลงไปนั่งอยู่บนตักของพี่สาวอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันใกล้จนรู้สึกได้ถึงรมหายใจที่รดบนแก้มของฉันและยังรู้สึกได้ถึงมือที่โอบเอวฉันไว้หลวมๆ จึงได้แต่ก้มหน้าซ่อนความเขินอายเอาไว้ไม่ให้พี่สาวสังเกตเห็น

 

นั่งอยู่ตรงนี้แหละ จะได้ไม่ล้มอีกพี่สาวกระซิบเบาๆข้างหูยิ่งเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจให้มากขึ้นไปอีก

แต่ว่า..”

ไม่ดื้อนะตัวเล็ก

 

          ฉันเงยหน้าขึ้นมาสบตากับพี่สาวทันทีเมื่อได้ยินสรรพนามใหม่ที่เพิ่งถูกอีกฝ่ายตั้งให้ หัวใจที่เต้นแรงอยู่แล้วก็ยิ่งเต้นแรงมากขึ้นไปอีกไหนจะรอยยิ้มอบอุ่นในระยะห่างกันไปถึงเซนฯแบบนี้แล้วฉันแทบอยากจะหัวใจวายตายไปตรงนี้ซะให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย

 

ขยันทำให้ใจเต้นบ่อยไปแล้วนะ พี่สาวใจร้าย!...

 


 

นามิจังทานข้าวมาหรือยัง?

 

          พี่สาวเอ่ยถามฉันในขณะที่กำลังควานหากุญแจเพื่อจะเปิดประตูซึ่งเป็นอพาร์ทเม้นท์ขนาดกลางดูจากสภาพภายนอกแล้วคิดว่าราคาก็ค่อนข้างจะแพงอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว เราเพิ่งกลับมาจากซุปเปอร์มาร์เก็ตโดยที่พี่สาวไม่ได้ซื้ออะไรมากนักนอกจากนมสตอเบอร์รี่โดยให้เหตุผลว่าจะเอามาเผื่อฉันเท่านั้น

 

ทานที่คาราโอเกะแล้วค่ะ

หืม? คาราโอเกะ?

 

          พี่สาวหันมาเลิกคิ้วใส่ฉันแต่ก่อนที่จะได้ตอบประตูก็เปิดขึ้นเสียก่อน พี่สาวเดินนำเข้าไปโดยที่ฉันเดินตามไปก็พบว่ามีทางเดินเล็กๆโดยที่ทางซ้ายมือเป็นห้องน้ำ ส่วนด้านขวามีประตูกระจกอีกชั้นหนึ่ง พอเปิดเข้าไปด้านขวามือจะเป็นห้องครัวและด้านซ้ายเป็นห้องนอนซึ่งไม่มีประตูและด้านหน้าก็เป็นห้องนั่งเล่น หลังจากสังเกตดูคร่าวๆแล้วก็พบว่าภายในห้องส่วนใหญ่ถูกตกแต่งด้วยสีแดงทั้งผ้าม่าน และเตียงนอนตัดกับสีน้ำตาลของพรมและโซฟาต่างๆ และพี่สาวดูเหมือนจะเป็นคนชอบดอกไม้อยู่พอสมควรเพราะมองไปทางไหนของห้องก็จะพบดอกไม้สีแดงสลับกับดอกทานตะวันเต็มไปหมด แม้แต่รูปภาพตกแต่งผนังเองก็เป็นรูปดอกไม้เหล่านี้ จากที่ดูรวมๆแล้วนั้นก็สรุปได้ว่าคงอยู่คนเดียว

 

ยังไม่มีแฟนงั้นเหรอ?...

 

ไปอาบน้ำก่อนแล้วกันนะ อ่ะนี่ชุดนอนของพี่

 

          ในระหว่างที่ฉันกำลังใช้เวลาสำรวจรอบๆบ้านอย่างละเอียดนั้นพี่สาวซึ่งหายไปในห้องนอนก็กลับออกมาพร้อมกับชุดนอนแขนยาวสีขาวสลับลายทางแนวตั้งสีน้ำเงิน ฉันรับมาสลับกับมองหน้าพี่สาวไปมา

 

เอ่อ..แล้วพี่สาวจะใส่อะไรคะ?

ปกติพี่ไม่ใส่อยู่แล้ว แค่ชุดชั้นในก็พอแล้วล่ะ

 

          พี่สาวพูดออกมาหน้าตาเฉยราวกับว่ามันเป็นเรื่องปกติที่จะใส่ชุดชั้นในอยู่ในบ้านกับคนแปลกหน้าที่เจอกันไม่กี่ครั้ง ฉันยืนมองหน้าพี่สาวอึ้งๆอย่างทำตัวไม่ถูกก่อนที่พี่สาวจะหลุดหัวเราะออกมา

 

ล้อเล่นน่ะ เดี๋ยวพี่ใส่ชุดคลุมนอนแล้วกันไปอาบน้ำได้แล้ว

 

          พี่สาวดันหลังฉันเข้าไปในห้องน้ำฉันจึงยอมอาบน้ำอย่างว่าง่าย ฉันค่อยๆถอดชุดยูนิฟอร์มของตัวเองออกแล้วพาตัวเองลงไปแช่ในอ่างอาบน้ำ แอบได้ยินเสียงพี่สาวฮัมเพลงเบาๆพร้อมกับเสียงเท้าเดินไปมาเหมือนกับว่าทำอะไรอยู่ ฉันค่อยเลื่อนตัวลงจนน้ำอยู่ในระดับจมูกก่อนจะปล่อยความคิดของตัวเองล่องลอยไป

 

ทำไมฉันถึงได้ใจเต้นแรงเวลาอยู่กับเอริจังตลอดเลยนะ?..

 

          ฉันค่อยๆยกมือขึ้นมาทาบตรงหน้าอกด้านซ้าย ความเงียบภายในห้องน้ำทำให้ดิ้นเสียงหัวใจของตัวเองชัดเจนยิ่งขึ้น ความคิดของฉันค่อยๆล่องลอยไปตามจังหวะการเต้นของหัวใจโดยที่ไม่รู้เลยว่าตัวเองแช่อยู่ในอ่างนานเท่าไหร่แล้ว

 

ก๊อก ก๊อก ก็อก!

 

นามิจัง แช่น้ำนานจังเป็นอะไรหรือเปล่า?

 

          ฉันสะดุ้งตื่นจากภวังค์ทันทีที่ได้ยินเสียงเรียกก่อนจะขานตอนกลับไปให้พี่สาวไม่ต้องเป็นห่วงแล้วจึงรีบอาบน้ำให้เสร็จแล้วใส่ชุดนอนของพี่สาวที่ให้มาก่อนจะเดินออกมาจากห้องน้ำ

 

ดูเหมือนจะตัวใหญ่ไปนิดนะ

 

          พี่สาวสำรวจไปทั่วตัวของฉัน โดยที่ฉันได้แต่ยืนเกาแก้มเขินๆแม้ว่าขากางเกงและแขนเสื้อจะยาวจนต้องพับขึ้นมาแต่กลิ่นหอมอ่อนๆของพี่สาวมันทำให้ฉันรู้สึกใจสั่นอย่างบอกไม่ถูก

 

งั้นพี่ไปอาบน้ำก่อนนะ

 

          พี่สาวเข้าห้องน้ำไปแล้วและฉันถือวิสาสะเดินสำรวจรอบๆห้องให้ละเอียดอีกครั้ง ในตอนแรกฉันคิดว่ามันคงเต็มไปด้วยซีดีหนังผู้ใหญ่หรือรูปตัวเองเปลือยอะไรทำนองนั้นแต่ฉันก็ยังไม่เห็นอะไรแบบนั้นเลยสักนิด ฉันเดินไปดูที่โต๊ะทำงานของพี่สาวก็พบว่ามีกองเอกสารเกี่ยวกับบทหนังที่จะแสดงวางอยู่เต็มไปหมดก่อนจะพาตัวเองมานั่งที่ที่พื้นห้องรับแขกอีกครั้งแล้วกดเปิดทีวี

 

หืม? พี่สาวดูอะไรค้างไว้นะ?

 

          มันเป็นวิดีโอที่ถูกถ่ายโดยใครสักคนที่กำลังถ่ายพี่สาวอยู่ เสียงพูดคุยหยอกล้อของทั้งสองคนก่อนที่จะปรากฏหน้าของคนถ่ายเข้ามาในเฟรมเดียวกัน เป็นผู้หญิงผมสั้นสีน้ำตาลอ่อนและผู้หญิงคนนั้นก็หอมแก้มพี่สาวก่อนที่พี่สาวจะหอมคืนบ้าง ต่างคนต่างหอมกันไปมาก่อนจะหันหน้ามาทาบทับริมฝีปากเข้าหากันแล้วค่อยๆบดเบียดหยอกล้อด้วยลิ้นแล้วถอนริมฝีปากออกมาช้าๆ ทั้งสองคนสบตากันสายตาที่เต็มไปด้วยความรัก มือฉันจับรีโมทแน่นและไม่สามารถละสายตาจากวิดีโอนั้นได้เลย

 

...ฉันไม่น่าเปิดดูแต่แรกเลย

 

แอบดูวิดีโอของคนอื่นแบบนี้ไม่ดีเลยนะ

 

          ฉันหันไปตามเสียงก็พบพี่สาวนั่งอยู่บนโซฟาข้างหลังฉันแต่ในระหว่างดูวิดีโอฉันกลับไม่รู้ตัวเลยสักนิดเดียว หลังจากที่ฉันเอ่ยขอโทษออกไปบรรยากาศอึดอัดก็ก่อตัวขึ้นทันที ทั้งฉันและพี่สาวไม่มีใครเอ่ยอะไรสักคำฉันนั่งก้มหน้ามองดูรีโมทในมือเงียบๆเพราะทำอะไรไม่ถูก

 

นี่ก็ดึกมากแล้วไปนอนเถอะเดี๋ยวพรุ่งนี้ไปเรียนสายนะ

 

          พี่สาวหยิบรีโมทจากมือฉันไปแล้วกดปิดทีวีก่อนจะเดินไปที่เครื่องซักผ้าเพื่อที่จะซักเสื้อผ้าของฉันในขณะที่ตัวฉันเองก็สับสนเกินกว่าจะพูดอะไรจึงทำได้แค่เดินเข้าไปนอนบนเตียงเงียบๆ

          ฉันนอนหันหน้าเข้าหากำแพงก่อนจะพยายามข่มตาหลับแต่ภาพในวิดีโอนั้นก็ยังติดตาอยู่ไม่หาย ฉันจึงได้แต่นอนหลับตาฟังเสียงพี่สาวที่กำลังจัดการซักยูนิฟอร์มของฉันอยู่จนกระทั่งทุกอย่างเงียบไปและไฟถูกปิด ฉันรู้สึกได้ถึงแรงยุบของเตียงอีกฝั่งหนึ่ง

 

ใจเต้นอีกแล้ว เงียบๆแบบนี้เดี๋ยวพี่สาวก็ได้ยินหรอก

 

          ฉันพยายามทำให้หัวใจตัวเองเต้นเบาลงแต่แน่นอนว่ามันเป็นไปไม่ได้ และการดิ้นไปมาของฉันทำให้รู้สึกได้ถึงพี่สาวที่พลิกตัวหันมาทางฉัน

 

นอนไม่หลับเหรอ?

 

ฉันสะดุ้งทันทีที่พี่สาวทักก่อนจะพลิกตัวไปเผชิญหน้ากับพี่สาวแม้ว่าไฟจะถูกปิดหมดแต่ภายในห้องก็ไม่ได้มืดมากนัก ยังมีแสงลางๆให้พอเห็นหน้าพี่สาวอยู่บ้าง

 

ขอโทษที่รบกวนนะคะฉันเอ่ยขอโทษ

ไม่เป็นไรหรอก มีคนมาอยู่เป็นเพื่อนก็ดีเหมือนกันไม่เหงาดี

 

          ฉันเงียบทันทีที่ได้ยิน ภาพในวิดีโอเมื่อครู่โผล่เข้ามาในความคิดของฉันคำถามในใจมากมายที่อยากจะถามแต่ก็ไม่กล้าถามออกมา

 

อยากถามอะไรถามมาสิ

เอ๋?

 

          ในขณะที่ฉันกำลังสับสนอยู่นั้นพี่สาวก็ดันตัวเองขึ้นมาใช้แขนยันศรีษะตัวเองไว้แล้วเขยิบเข้ามาใกล้ฉัน

 

ที่ขอมานอนด้วยเพราะมีอะไรอยากถามไม่ใช่เหรอ

เอ๋? รู้ด้วยเหรอคะ?หลังจากฉันถามไปก็ได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆของพี่สาว

สายตาดูออกง่ายขนาดนั้น เอาล่ะถามมาได้เลย

 

          ฉันเงียบไปครู่หนึ่งเพื่อเรียงลำดับคำถามที่จะถามก่อนหลังให้เรียบร้อยก่อนจะรวบรวมความกล้าเอ่ยถามขึ้นมา

 

ในวิดีโอเมื่อกี๊คือ?ฉันรีบหลับตาปี๋ด้วยความมั่นใจว่าต้องถูกโกรธแน่ๆแต่พี่สาวกลับตอบด้วยเสียงเรียบๆแทน

แฟน.. ไม่สิ ต้องเรียกว่าอดีตมากกว่าล่ะนะ

เอริจังชอบ...ผู้หญิงเหรอ?

 

          พี่สาวเงียบไปครู่หนึ่งจนฉันเริ่มใจคอไม่ดีคิดว่าตัวเองคงถามคำถามที่มากเกินไป

 

เปล่าหรอก คนแรกเลยล่ะที่เป็นผู้หญิง

แล้วมันแตกต่างกันยังไงเหรอ

ระหว่างคบผู้หญิงกับผู้ชายน่ะเหรอ อืม..ก็ผู้หญิงจะอ่อนโยนกว่า ใส่ใจเรามากกว่า แล้วก็เข้าใจ-”

ไม่ใช่หมายถึงเรื่องนั้นฉันเอ่ยขัดพี่สาว

เอ๋?

 

          ฉันดึงผ้าห่มขึ้นมาจนปิดไปครึ่งหน้าเพื่อซ่อนความเขินอายแม้ว่าจะรู้อยู่ว่าในความมืดพี่สาวคงมองไม่เห็นก็ตาม

 

เวลาจับมือ เวลากอด เวลา..จูบฉันยิ่งดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดหน้ายิ่งกว่าเดิมเมื่อได้ยินเสียงฟัวเราะเบาๆของพี่สาว

เรื่องแบบนี้ถามใครไม่ได้หรอกนะนามิจัง ต้องเรียนรู้ด้วยตัวเอง

 

          ฉันกรอกตาคิดตามที่พี่สาวบอก แต่ก็ไม่ได้เข้าใจอะไรมากขึ้นจึงทำได้แค่เงียบ

 

นามิจังล่ะ ไม่มีแฟนเหรอพี่สาวถามฉันกลับบ้าง

ไม่มีค่ะ ไม่เคยมี

เอ๋? ทั้งที่ออกจะน่ารักแท้ๆเลยนะ ไม่มีคนที่ชอบบ้างเหรอ?

 

          ฉันสบตากับพี่สาวที่มองลงมาอย่างแปลกใจรับรู้ได้ถึงอัตราการเต้นของหัวใจที่แรงขึ้นฉันกลืนน้ำหายอึกใหญ่ลงคือไปอย่างยากเย็น

 

มีค่ะ

เขาเป็นคนยังไงเหรอ?พี่สาวดูท่าทางอยากรู้มากจึงขยับเข้ามาใกล้โดยไม่รู้ตัว

ยังไม่รู้เหมือนกันค่ะ

 

          พี่สาวเลิกคิ้วสงสัยทันทีที่ได้ฟังคำตอบจากฉัน ฉันยกมือขึ้นมาทาบหน้าอกด้านซ้ายที่มันกำลังเต้นแรงอยู่ก่อนจะสบตากับพี่สาวอีกครั้ง

 

ฉันกำลังเรียนรู้อยู่ค่ะ อยากจะรู้ว่าฉันชอบเขาจริงๆหรือเปล่า

 

          ฉันไม่ยอมละสายตาจากพี่สาวไปไหน สายตาของสองเราประสานกันบรรยากาศเงียบปกคลุมอยู่เนิ่นนานแต่กลับไม่รู้สึกอึดอัดแต่อย่างใดหัวใจของฉันมันเต้นถี่ขึ้นราวกับว่ากำลังช่วยยืนยันความรู้สึกจริงๆของฉันเอง

 

หวังว่าจะหาคำตอบได้เร็วๆนะ นอนเถอะ

 

          ฉันพยักหน้ารับและคิดว่าพี่สาวคงจะหันไปนอนอีกทางแต่ผิดคาดเมื่อพี่สาวสอดแขนมาที่ใต้คอของฉันให้ฉันที่ตกใจต้องรีบยกหัวขึ้นเพื่อที่พี่สาวจะสอดเข้าไปได้สะดวกก่อนที่พี่สาวจะเขยิบเข้ามาใกล้ๆและกอดเอวฉันไว้หลวมๆกลายเป็นว่าตอนนี้ฉันอยู่ในอ้อมกอดของพี่สาวไปโดยปริยายให้หัวใจดวงน้อยๆเต้นโครมครามในใจอย่างหยุดไม่อยู่

 

...บางที..ไม่ต้องรีบหาคำตอบขนาดนั้นก็ได้มั้ง?...

 

ฝันดีนะเด็กน้อย

ฝันดีค่ะ..พี่สาว


------------------------------------------------------------------

จัดให้ตามคำขอที่มีหลายๆคนอยากให้

'เอริจังมาบ่อยๆ' 'อยากให้มีฉากหวานๆกับมี่จัง'

ตอนนี้ก็จะเป็นแค่ความหวานเล็กๆน้อยๆเท่านั้นนะคะ ยังมีมากกว่านี้อีก(เหรอ)

ขอโทษที่ช้านะคะ พอดีติดงาน

อ่านแล้วก็อย่าลืมเม้นเป็นกำลังให้กันด้วยนะคะ จะได้มีกำลังใจทำต่อ ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 44 ครั้ง

189 ความคิดเห็น

  1. #58 xvnotg (@xvnotg) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561 / 11:04
    มี่จังต้องรุก!!
    #58
    1
  2. #12 นามิ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 22:49
    พูดถึงหนังavนิมันก้อเป็นหนังโป๊ใช่ป่ะ ทำมัยมี่จังไม่เป็นฝ่ายลุกอะอยากให้เอริเป็นฝ่ายรับมากกว่า
    #12
    1
  3. #11 smindfluk38 (@smindfluk38) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 22:29
    ค่อยๆเป็น ค่อยๆไปสินะ คิกคิก ตอนนี้ยังได้แค่กอด ตอนต่อไปจะมีเซอร์วิสหวานๆ อย่างเช่นฉากคุณพี่สาวลักหลับคุณน้อง บ้างมั้ยน้า~ ฮ่าๆๆๆๆ สู้ต่อไปนะไรท์เตอร์
    #11
    0