The Flower ดอกไม้ริมทาง (Yuri 18+)

ตอนที่ 9 : Chapter 9

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,118
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    27 ต.ค. 61

B
E
R
L
I
N
?
 

Chapter 9 วาตานาเบะ ริสะ



ฉันเพิ่งแยกกับเอริจัง

 

          หลังจากแน่ใจว่าพี่สาวขับรถกลับบ้านอย่างปลอดภัยแล้วฉันก็พาตัวเองกลับเข้าไปในบ้านควานหากุญแจจากกระเป๋าของตัวเองก่อนจะไขเข้าไปแต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อพบว่าประตูมันถูกเปิดอยู่แล้วฉันจึงเปิดแล้วเดินเข้าไปช้าๆ

 

โจรเข้าบ้านหรือเปล่านะ?...

 

          แม้ว่าจะแอบกลัวหน่อยๆแต่ก็ต้องไปพิสูจน์ให้ได้ฉันพาตัวเองค่อยๆย่องเข้าไปในตัวบ้าน ถอดรองเท้าออกให้เงียบเชียบที่สุดแล้วย่องเบาๆไปตามทางเดิน ยิ่งเข้าใกล้ห้องนั่งเล่นมากเท่าไหร่ก็ยิ่งได้ยินชัดขึ้น

 

เสียงทีวีนี่นา

 

          ฉันเดินมาจนสุดทางเดินแล้วและเกาะขอบกำแพงด้วยใจที่เต้นรัว ค่อยๆชะโงกหน้าออกจากกำแพงเพื่อดูก่อนจะต้องเลิกคิ้วแปลกใจเมื่อเห็นว่ามีเด็กผู้หญิงรุ่นราวคราวเดียวกันกับฉันในชุดนอนกำลังดูทีวีอยู่

 

จะอยู่ตรงนั้นอีกนานมั้ย

 

          ฉันสะดุ้งทันทีเมื่อผู้หญิงคนนั้นเอ่ยทักก่อนที่หล่อนจะค่อยๆหันหน้ามามองฉันด้วยสีหน้าเรียบเฉย ฉันจึงพาตัวเองออกมาจากกำแพงแล้วมายืนอยู่ด้านหลังโซฟาที่เด็กคนนั้นนั่งอยู่

 

เธอเป็นใคร? เข้ามาบ้านฉันได้ยังไง?

เหอะ ไปนอนค้างบ้านคนอื่นถึงไม่รู้ไง

 

          เด็กคนนั้นลุกขึ้นก่อนจะหยิบจดหมายที่วางอยู่บนโต๊ะหน้าโซฟามายื่นให้กับฉัน ฉันรับมางงๆก่อนเด็กคนนั้นจะเดินขึ้นห้องไปโดยไม่พูดอะไรอีก ฉันพลิกจดหมายดูก็พบว่าเป็นจดหมายจากคุณพ่อที่ส่งมาให้

 

ถึง มี่จังลูกรัก

        พ่อกับแม่ขอโทษด้วยที่ไม่ค่อยได้อยู่บ้านดูแลลูกเหมือนเด็กคนอื่นๆ ลูกคงเหงามากสินะแต่หลังจากนี้ลูกคงไม่เหงาอีกต่อไป ลูกจำเพื่อนพ่อที่ชื่อเรียวเฮได้มั้ย? ตอนนี้ลูกสาวเขาโตแล้วและเขาก็ต้องย้ายที่ทำงานบ่อยๆแต่การจะให้ลูกสาวย้ายไปด้วยบ่อยๆก็คงไม่ดีนักพ่อเลยแนะนำให้พาลูกสาวเข้าเรียนที่เดียวกับมี่จัง และให้อาศัยอยู่กับมี่จังไปเลย พ่อขอโทษนะที่ไม่ได้บอกลูกล่วงหน้า ช่วยดูแลน้องด้วยนะ น้องชื่อ วาตานาเบะ ริสะอายุน้อยกว่าลูกหนึ่งปี เป็นหวังว่าจะเป็นเพื่อนกันได้นะ

 

รักลูกนะ

จาก พ่อ

 

ฉันกลอกตาไปมาพร้อมกับถอนหายใจก่อนจะเดินไปที่หน้าทีวีเพื่อกดปิดแล้วจึงเดินขึ้นไปยังชั้นสอง เหลือบตามองห้องข้างๆที่ไฟถูกเปิดอยู่ก็รู้ได้ทันทีว่าเด็กคนนั้นคงเลือกนอนห้องนั้นก่อนจะเปลี่ยนใจเดินไปเคาะประตูแทน

 

ก๊อก ก๊อก

 

มีไร

 

          เคาะได้เพียงแค่สองทีเด็กที่ชื่อริสะก็เปิดประตูออกมายืนกอดอกพิงขอบประตูมองฉันนิ่งๆ ฉันเกาหัวเพราะเริ่มทำตัวไม่ถูกก่อนจะตั้งสติแล้วเอ่ยขึ้น

 

เอ่อ ก็ยังไม่ได้แนะนำตัวกันเลย คือฉัน-”

วาตานาเบะ มินามิ รู้แล้วริสะเถียง

อ่า แล้วก็อายุของฉัน-”

โตกว่าหนึ่งปี รู้แล้วริสะยังคงตอบหน้าตาเรียบเฉย

อ่า.. งั้น

ไม่มีอะไรก็ไปได้แล้ว จะนอน

 

          ว่าแล้วริสะก็ไม่ได้รอให้ฉันพูดอะไรอีกปิดประตูลงทันทีฉันที่ได้แต่ยืนอึ้งทำอะไรไม่ถูกจึงพาตัวเองกลับไปยังห้องวางข้าวของลงแล้วถอดชุดก่อนจะลงไปแช่ในอ่าง

 

วาตานาเบะ ริสะเหรอ? นามสกุลเหมือนกันเลยแฮะ

 

ฉันพึมพำพลางแหงนมองเพดานความเงียบในห้องน้ำทำให้ได้ยินเสียงเดินไปมาห้องสมาชิกใหม่ที่เดินไปทั่วห้อง ฉันเอนตัวลงก่อนจะค่อยๆหลับตาเพื่อผ่อนคลาย

 

...หวังว่าหนึ่งอาทิตย์นี้คงไม่มีเรื่องวุ่นวายอะไรนะ




 

 

“อรุณสวัสดิ์ค่ะท่านพี่วาตานาเบะ”

 

          ฉันหันไปส่งยิ้มให้กับรุ่นน้องที่เอ่ยทักทายระหว่างเดินไปโรงเรียน ที่กล้าเดินเข้ามาทักทายแบบนี้ก็เพราะว่าฉันเดินอยู่คนเดียว ทำไมถึงเดินคนเดียวน่ะเหรอ? ก็เพราะริสะออกมาก่อนฉันแถมยังทำเบนโตะเผื่อไว้กล่องหนึ่งโดยไม่ได้พูดอะไรเลยน่ะสิ

 

เย็นชาชะมัด

 

          ระหว่างคิดอะไรไปตามทางในที่สุดฉันก็เดินมาถึงห้องจนได้ เพื่อนๆในห้องนิ่งเงียบทันทีพร้อมกับมองที่ฉันเป็นตาเดียว ฉันกวาดสายตาไปยังที่นั่งก่อนจะเห็นว่าริกะกับเคียวโกะกำลังนั่งอยู่จึงเดินยิ้มร่าเข้าไปทักทาย

 

อรุณสวัสดิ์ริกะจัง เคียวโกะจัง

อรุณสวัสดิ์มี่จังริกะหันมาส่งยิ้มให้ฉัน

เดี๋ยวนะ นี่ฉันพลาดอะไรไปหรือเปล่า?เคียวโกะมองฉันสลับกับริกะงงๆ

ก็ไม่ได้พลาดอะไรนิ่ ริกะจังวันนี้ไปกินไอศกรีมกันมั้ยประโยคหลังฉันหันมาพูดกับริกะแล้วนั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆ

อื้ม ไปสิ

 

          ฉันได้ยินเสียงถอนหายใจของเพื่อนๆที่อยู่รอบๆห้องจึงหันไปเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม

 

มี่จังกับริกะจังคืนดีกันแล้วสินะ ดีจังเรนะเดินเข้ามาสมทบ

นั่นสิ อาทิตย์ก่อนอึดอัดแทบตายแน่ะยูเรียเดินเข้ามาสมทบ

ฉันนึกว่าอาทิตย์นี้จะต้องนั่งเรียนแบบเครียดๆอีกแล้ว

 

          เพื่อนๆเริ่มเข้ามาพูดคุยกับพวกฉันมากขึ้นกลายเป็นกลุ่มสนทนาที่ใหญ่ที่สุดและเสียงดังที่สุดในห้อง แต่ก่อนที่จะได้คุยอะไรกันไปมากกว่านั้นเสียงออดก็ดังขึ้นก่อนที่อาจารย์จะเข้ามาหลังจากนั้นไม่กี่นาที

          การเรียนที่แสนน่าเบื่อเริ่มขึ้นอีกครั้ง ฉันที่ไม่ค่อยจะชอบวิชานี้สักเท่าไหร่จึงเหลือบออกไปมองนอกหน้าต่างก่อนจะเห็นว่าริสะกำลังเดินตามอาจารย์ไปที่ชั้นเรียน ริสะมีท่าทีสงบนิ่งจะว่าไปฉันยังไม่เคยเห็นริสะยิ้มเลยสักครั้งเดียว

 

ใช้ชีวิตอยู่โดยไม่ยิ้มได้ยังไงกันนะ?...

 

          และแล้วเวลาเที่ยงที่ฉันรอคอยก็มาถึงหลังจากนั่งหลังขดหลังแข็งเรียนแต่วิชาเครียดๆมาตลอดเช้านี้ ฉันลุกขึ้นจากโต๊ะก่อนจะหยิบเบนโตะของตัวเองพร้อมกับของริกะที่ไปประชุมกับกรรมการนักเรียนซึ่งคงจะตามมาทีหลังก่อนจะหันไปทักทายเพื่อนๆที่นั่งทานข้าวในห้องเล็กน้อยแล้วจึงเดินออกมา

          ฉันเดินไปตามทางเดินอย่างใจเย็นและไม่ลืมจะส่งยิ้มทักทายทุกคนที่เข้ามาทักทายด้วย แต่ในระหว่างนั้นเองก็มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งเดินก้มหน้าก้มตามาไม่ดูทางจนแทบจะชนกับฉันเข้า

 

ริสะ?

“…” ริสะเบี่ยงตัวหลบแล้วทำท่าจะเดินต่อ

เดี๋ยวสิจะไปไหนน่ะ?ฉันเอ่ยเรียกไว้ริสะจึงฉันหน้ามามอง

กินข้าว

แล้วเพื่อนๆล่ะ?

 

          ท่าทางริสะดูเงอะๆงะๆเหมือนกับทำตัวไม่ถูกฉันจึงเดาได้ทันทีว่าวันแรกของการเรียนริสะคงจะไม่มีเพื่อนกินข้าวแน่ๆจึงถือวิสาสะจูงมือริสะเดินไปด้วยกันซะเลย

 

เดี๋ยวสิ จะพาฉันไปไหน

ตามมาเถอะน่า

 

          ริสะดูจะขัดขืนเล็กน้อยในตอนแรกแต่ฉันก็พยายามลากมาจนในที่สุดริสะก็ยอมเดินตามมา ฉันขึ้นไปบนดาดฟ้าก่อนจะเห็นว่าเคียวโกะกับริกะนั่งอยู่ก่อนแล้วจึงพาริสะเข้าไปนั่งร่วมวงด้วย

 

อ่ะนี่ เบนโตะของริกะจังฉันยื่นเบนโตะของริกะที่ถือติดมือมาด้วยให้กับริกะ

ขอบคุณนะริกะรับเบนโตะไปก่อนจะเปิดมันออก

นี่มี่จัง พาเด็กที่ไหนมาด้วยน่ะ?

 

          เคียวโกะผินสายตาไปมองริสะด้วยความสงสัย ฉันหันไปมองริกะก็เห็นว่ายังทำหน้านิ่งไม่ได้แสดงอาการอะไรฉันจึงเกาแก้มตัวเองพลางเอ่ยขึ้น

 

อ่า.. นี่ริสะเป็นลูกสาวของเพื่อนพ่อเพิ่งย้ายมาอยู่กับฉันไม่กี่วันก่อน

สวัสดีจ้ะ ฉันชื่อ-” ริกะกำลังจะแนะนำตัวแต่ริสะก็พูดแทรกขึ้นมา

ชิมาดะ ริกะ ประธานนักเรียนพ่วงด้วยตำแหน่งหัวหน้าห้อง คุณหนูตระกูลดัง ทั้งครอบครัวเป็นทหารรักษาพระองค์ นิสัยเข้มงวด ชอบขี่ม้า แต่ก็ใจดีบ้างบางครั้ง

เอ๋?ริกะอึ้งไปทันทีเมื่อริสะเริ่มสาธยาย

ฮิราเตะ เคียวโกะ ลูกสาวยากูซ่าอันดับหนึ่งของเขตนี้ เป็นนางแบบ นิสัยซึนเดเระ(ปากไม่ตรงกับใจ) ต่างจากภาพลักษณ์ภายนอก

รู้ละเอียดดีแฮะเคียวโกะพูดพลางใช้ตะเกียบคีบอาหารของริกะกินตามเคย

 

          ฉันมองริสะอึ้งๆก่อนจะสะดุ้งเมื่อริสะหันมามองฉันบ้างแล้วเริ่มสาธยายต่อ

 

วาตานาเบะ มินามิ ลูกสาวนักธุรกิจชื่อดัง นิสัยใจดี เข้ากับคนง่าย ซื่อสัตย์จนบางทีก็ซื่อบื้อ

เดี๋ยว ทำไมของฉันมันดูโง่ๆอยู่คนเดียวล่ะเนี่ย?ฉันหันไปส่งสายตาดุๆเมื่อริกะกับเคียวโกะเริ่มหัวเราะ

นี่เธอไปรู้เรื่องพวกนี้มาจากไหน?ริกะเอ่ยถาม

ทันทีที่ฉันเข้าไปในห้องเรียนคนพวกนั้นก็พูดให้ฟังว่าเป็นบุคคลที่ไม่สมควรจะเข้าไปสนิทสนมริสะตอบพลางกินข้าวไปด้วย

ไม่ควรสนิทสนม?ฉันเลิกคิ้วมองอย่างสงสัย

“…”

 

          ริสะไม่ได้ตอบอะไรอีกฉันกับอีกสองคนมองหน้ากันแบบงงๆก่อนที่เคียวโกะจะมองริกะสลับกับริสะแล้วยิ้มแปลกๆจนฉันกับริกะเริ่มหวั่นใจ

 

นี่ริสะ มีอย่างหนึ่งที่เธอไม่รู้เกี่ยวกับริกะนะเคียวโกะเริ่มชวนริสะคุยอีกครั้ง

ไม่อยากรู้

 

ริสะก้มหน้าก้มตากินต่อโดยไม่สนใจเคียวโกะเลยแม้แต่น้อย เคียวโกะจึงหยิบเบนโตะที่ริกะถือค้างไว้อยู่ยื่นไปตรงหน้าของริสะ

 

คุณหนูตระกูลชิมาดะคนนี้ทำกับข้าวอร่อยที่สุดในโลกเลยนะ ลองสิ

 

          ริสะเงยหน้าขึ้นมามองเบนโตะสลับกับมองพวกเราทั้งสามคน ฉันพยักหน้าริสะจึงยอมใช้ตะเกียบคีบไข่ม้วนเข้าปากไปหนึ่งคำ ริสะค่อยๆเคี้ยวเงียบๆโดยที่พวกเราทั้งสามคนมองริสะลุ้นๆ

 

เป็นยังไงบ้าง?ริกะผู้เป็นเจ้าของเบนโตะเริ่มแสดงความเป็นกังวลให้เห็น

“…”

 

          ริสะไม่ได้ตอบอะไรแต่ใช้ตะเกียบคู่เดิมของตัวเองคีบไข่ม้วนอีกอันเข้าปากไปฉันหันไปมองริกะกับเคียวโกะก่อนจะพากันหัวเราะให้กับความน่ารักของริสะโดยที่เจ้าตัวก็รีบก้มหน้าซ่อนความเขินอายของตัวเอง


          หมดเวลาพักเที่ยงแล้วฉันกับริสะจึงเดินไปที่ห้องเรียนด้วยกันส่วนริกะนั้นขอแยกตัวไปเอาเอกสารให้ห้องคณะกรรมการก่อนส่วนเคียวโกะก็ไปกับริกะฉันจึงต้องกลับกับริสะเพียงสองคน ฉันมองริสะที่เดินนำหน้าไปเงียบๆ

 

 

ท่านพี่คะ ฉันอบคุกกี้มาเผื่อท่านพี่ค่ะรุ่นน้องคนหนึ่งโผล่มาจากมุมทางเดินยื่นคุกกี้ให้ฉัน

ขอบคุณค่ะ

 

          ฉันรับคุกกี้มาพร้อมกับรอยยิ้มแอบสังเกตเห็นรุ่นน้องคนนั้นหน้าแดงเล็กน้อยก่อนจะรีบสาวเท้าเดินตามริสะที่ไม่ได้หยุดรอให้ทันจนกระทั่งมาถึงตัว

 

ใจดีไปทั่วแฟนไม่ว่างั้นสิอยู่ๆริสะก็เอ่ยขึ้นขณะที่กำลังเดินลงบันได

เอ๋? ฉันไม่มีแฟนซักหน่อยฉันพยายามเดินตามริสะที่เดินนำหน้าลงบันไดไปก่อนจะเบรกแทบไม่ทันเมื่อริสะหยุดเดินระหว่างบันไดอย่างกระทันหัน

จะบอกว่าคนที่จูบคืนก่อนเป็นพี่สาวเหรอ

 

          ริสะหันมาพูดด้วยใบหน้าเรียบเฉย ความห่างแค่เพียงหนึ่งขั้นบันไดทำให้ฉันใกล้ริสะจนเกินไปแต่ดูเหมือนริสะจะไม่ได้รู้สึกเอะใจอะไรกับการกระทำของตัวเองก่อนจะหมุนตัวแล้วเดินลงบันไดต่อไปให้ฉันได้ฉุกคิดอะไรขึ้นมา

 

นั่นสิ แล้วเราเป็นอะไรกับเอริจังนะ?...

 

          จับมือกัน กอดกัน ไปนอนค้างบ้านกันแถมยังจูบกันแม้ว่าการกระทำทุกอย่างมันจะดูเหมือนคนเป็นแฟนกันแต่พี่สาวก็ไม่เคยจะพูดให้ชัดเจนว่าเราเป็นอะไรแม้แต่ตอนแนะนำให้คนอื่นรู้จักก็เหมือนกัน ฉันเองก็พลอยไม่กล้าจะบอกคนอื่นไปด้วย

 

เดี๋ยวนะแล้วเธอรู้ได้ยังไง

อ๊ะ!”

 

          ฉันหลุดจากภวังค์เมื่อได้ยินเสียงริสะก่อนจะเห็นว่าริสะก้าวพลาดและกำลังจะล้มลงตามแรงโน้มถ่วงของบันไดจึงรีบวิ่งเข้าไปคว้าเอวริสะไว้แล้วดึงเข้าหาตัวด้วยแรงทั้งหมดที่มีจึงส่งผลให้ล้มลงไปนั่งตรงขั้นบันไดโดยมีริสะนั่งทับตักฉันอีกที

 

ริสะ เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?

 

          ฉันเอ่ยถามริสะที่ยังหลับตาแน่นด้วยความกลัว ริสะค่อยๆลืมตาขึ้นมาช้าๆมองไปรอบๆก่อนจะรีบลุกขึ้นยืนโดยมีฉันลุกตามขึ้นมาอีกที

 

ขอบใจ

 

          ริสะตอบหน้านิ่งๆก่อนจะมองมาที่ฉัน ฉันเลิกคิ้วเป็นเชิงถามแต่ริสะก็ไม่ได้พูดอะไรเดินเข้ามาใกล้ฉันแล้วจับแขนฉันเบาๆแต่ความเจ็บก็แล่นเข้ามาจนอดไม่ได้ที่จะร้องออกมา

 

โอ๊ย!”

ตามมานี่สิ

 

          ริสะเดินนำหน้าฉันต่อไปฉันจึงเดินตามไปแบบงงๆโดยใช้แขนอีกข้างประคองแขนที่เจ็บนั้นไว้ซึ่งคาดว่าน่าจะกระแทกโดนขอบบันไดตอนล้มลงไปนั่งเมื่อกี๊นี้

          เดินตามริสะมาได้ไม่นานก็มาถึงห้องพยาบาลซึ่งมีอาจารย์คนสวยประจำห้องพยาบาลกำลังกลับมาจากทานข้าวเสร็จพอดีจึงเดินเข้ามาทักทายฉันด้วยท่าทีร่าเริงตามปกติ

 

อ้าว นานๆทีจะเห็นเจ้าหญิงประจำโรงเรียนมานะเนี่ย มีอะไรให้ครูช่วยจ้ะ

เอ่อ..สวัสดีค่ะอาจารย์นานะ รู้สึกเจ็บๆแขนนิดหน่อยค่ะ

ไหนครูดูซิ

 

          ฉันนั่งลงบนเก้าอี้ก่อนที่อาจารย์นานะจับค่อยๆจับแขนฉันขึ้นมาค่อยๆกดเบาๆตรงข้อมือและไล่ขึ้นมาเรื่อยๆตั้งแต่ข้อมือ แขน ศอก ต้นแขน จนกระทั่งมาถึงไหล่ฉันก็เผลอร้องออกมาด้วยความเจ็บ

 

โอ๊ย!”

ดูเหมือนไหล่จะหลุดนะอาจารย์นานะพูดพลางตรวจสอบจุดอื่นๆไปด้วย

จัดการได้มั้ยคะริสะที่ยืนดูอยู่เอ่ยถามอาจารย์จึงหันไปส่งยิ้มทะเล้นให้กับริสะ

ได้จ้ะ มันจะเจ็บนิดนึงนะ

 

          ประโยคหลังอาจารย์นานะหันมาพูดกับฉันพลางขยิบตาให้จนฉันรู้สึกขนลุก และไม่ส่งสัญญาณใดๆทั้งสิ้นจับแขนข้างหนึ่งของฉันไว้และอีกข้างจับที่ไหล่แล้วกระชากอย่างแรงจนฉันน้ำตาเล็ดเพราะความเจ็บ

 

โอ๊ย!!”

เรียบร้อยจ้ะ เธอมาจับแขนพี่เขาไว้ให้หน่อยอาจารย์นานะให้ไปเรียกริสะ

ค่ะ

 

          ริสะเดินมาประคองแขนฉันไว้ก่อนที่อาจารย์คนสวยจะเดินไปที่ตู้เก็บอุปกรณ์ปฐมพยาบาลแล้วหยิบผ้าคล้องแขนออกมาใส่ให้กับฉันพร้อมกับยื่นเอกสารมาให้

 

เซ็นชื่อด้วยนะจ้ะ เดี๋ยวครูจัดยาให้

 

          แล้วอาจารย์ก็กลับไปที่ตู้เก็บอุปกรณ์อีกครั้งเพื่อจัดยาให้กับฉัน ฉันจึงวางเอกสารนั้นไว้บนโต๊ะแล้วพยายามเขียนด้วยมือข้างซ้ายซึ่งไม่ถนัด ริสะที่มองอยู่คงรู้สึกรำคาญขึ้นมาเลยดึงปากกาจากมือฉันไปเขียนให้แทน

 

เอ๋? นี่เธอเขียนชื่อฉันถูกได้ยังไงกัน?

“…” ริสะไม่ตอบอะไรฉันเช่นเคย

นี่จ้ะยา จากนี้ไปอีกสัก 2-3 อาทิตย์ก็พยายามอย่าขยับแขนให้มากนะ แล้วก็ใช้น้ำเข็งประคบบ่อยๆถ้าจะให้ดีก็ประคบทุก 1-2 ชั่วโมงนะจ้ะ

ขอบคุณมากค่ะอาจารย์นานะ

อย่าเจ็บตัวอีกล่ะวาตานาเบะ ทั้งโรงเรียนเขาเป็นห่วงนะ

ค่ะ” ฉันส่งยิ้มแห้งๆให้กับอาจารยย์นานะ

 

          เดินออกมาจากห้องพยาบาลได้สักพักหนึ่งแล้วและริสะก็ยังคงเดินนำหน้าฉันอยู่ ฉันพยายามหลบสายตาทั้งรุ่นพี่และรุ่นน้องที่อยู่ตามทางเพราะยังไม่อยากจะหยุดเดินเพื่อมาอธิบายสาเหตุที่ต้องใส่ที่พยุงแขนแบบนี้

 

ขอโทษนะ เพราะฉันเธอเลยต้องมาลำบากฉันเอ่ยขึ้นก่อนที่ริสะจะหยุดเดิน

“…”

ริสะ?ฉันเอ่ยเรียกเมื่อริสะยืนนิ่งๆอยู่นานแล้วแต่ก่อนที่จะได้เดินเข้าไปใกล้ริสะก็หันกลับมามองฉันด้วยสีหน้าเรียบเฉย

ในฐานะที่นามสกุลวาตานาเบะเหมือนกันแล้วฉันรู้สึกเซ็งจริงๆ

 

          ริสะเดินจากไปแล้ว.. ส่วนฉันได้แต่ยืนอึ้งกับคำพูดของริสะเมื่อครู่ ฉันยกมือซ้ายขึ้นมาทาบไปที่หัวใจก่อนจะรู้สึกได้ว่ามันกำลังเต้นแรงจนหยุดไม่อยู่

 

คำพูดเมื่อกี๊..เหมือนเคยได้ยินที่ไหนนะ

 

          แล้วภาพของเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆสองคนที่จับมือกันแน่นอยู่ท่ามกลางป่าทึบก็ผุดขึ้นมาในหัวของฉัน ภาพของเด็กผู้หญิงผมสั้นข้างๆซ้อนทับกันริสะที่กำลังเดินไปได้อย่างพอดิบพอดี

 

มี่จังบื้อ ในฐานะที่เรานามสกุลเหมือนกันช่วยเข้มแข็งกว่านี้หน่อยได้มั้ย




 

 

          เลิกเรียนแล้วและนัดการไปกินไอศกรีมวันนี้ก็ถูกยกเลิกเพราะคุณพ่อของริกะเรียกให้กลับบ้านด่วน มันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลยสำหรับกลุ่มพวกเราที่ริกะจะต้องทำตามคำสั่งของคุณพ่อตัวเองทุกอย่างโดยมีกฎว่าห้ามขัดแม้แต่ครั้งเดียว

 

นี่แหละนะที่เขาเรียกว่านกน้อยในกรงทอง

 

          ฉันเดินเหม่อไปตามทางเดินระหว่างกลับบ้านในสมองนึกถึงแต่เรื่องเมื่อตอนเที่ยงที่ทำให้ฉันแทบไม่มีสมาธิจะเรียน มันเป็นความทรงจำเมื่อนานมาแล้วและเลือนลางมากจนฉันเองก็จำมันไม่ได้แม้พยายามนึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก

 

Rrrrr

 

          ฉันสะดุ้งตื่นจากภวังค์เมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์ของตัวเองดังขึ้น อันที่จริงแล้วที่โรงเรียนมีกฎห้ามพกโทรศัพท์ไปเรียนแต่มีข้อยกเว้นสำหรับบางคนเท่านั้นซึ่งโชคดีก็ตกมาอยู่ที่ฉัน ริกะ แล้วก็เคียวโกะนั่นเอง ฉันยกยิ้มกว้างทันทีที่เห็นชื่อที่ปรากฏขึ้นที่หน้าจอ

 

เอริจัง~”

(เลิกเรียนรึยังคะตัวเล็ก) หัวใจของฉันสั่นทันทีที่ได้ยินเสียงหวานจากปลายสาย

เลิกแล้วค่ะ ตอนนี้กำลังเดินกลับบ้าน

(ระวังด้วยนะ เผลอซุ่มซ่ามเดี๋ยวจะเจ็บตัวเอา) พี่สาวเอ่ยด้วยความเป็นห่วง

ไม่ต้องห่วงค่ะ จะระวังอย่างดีเลยฉันยิ้มแห้งก่อนจะก้มลงมองแขนตัวเองที่เพิ่งใส่ที่พยุงไปหมาดๆ

(ก็ดีแล้วค่ะ ดูแลตัวเองดีๆนะพี่ต้องไปทำงานต่อแล้ว)

ค่ะ ตั้งใจทำงานนะคะ

 

          จากนั้นก็เอ่ยลาเพียงสองสามประโยคก็กดวางไป แม้จะเป็นบทสนทนาสั้นๆแต่ก็ทำให้มีความสุขได้ทั้งวัน เรื่องที่คิดมากมาทั้งวันเองก็ลืมไปซะสนิทในระหว่างที่คุยโทรศัพท์นั้นก็เดินมาถึงบ้านพอดี ฉันเดินเข้าบ้านไปอย่างอารมณ์ดี

 

กลับมาแล้วค่าฉันพูดเหมือนที่พูดอยู่เป็นประจำแม้ว่าจะอยู่คนเดียว

กลับมาแล้วเหรอ

 

          ตามปกติที่ฉันอยู่คนเดียวมันจะต้องเงียบและไม่มีเสียงตอบกลับมา แต่เมื่อได้รับเสียงเรียบๆตอบกลับมาฉันจึงเพิ่งรู้ตัวว่าไม่ได้อยู่คนเดียวอีกต่อไป ริสะที่กำลังยืนดื่มน้ำอยู่ในครัวหันมามองฉันด้วยหน้าเรียบเฉยเช่นเดิม

 

มองอะไร

 

          ดูเหมือนว่าฉันจะยืนค้างอยู่ตรงนั้นนานไปหน่อยริสะจึงเอ่ยถามด้วยความรำคาญ

 

ปะ..เปล่า ไปทำการบ้านก่อนนะ

 

          หลังจากเอ่ยจบฉันรีบวิ่งขึ้นบันไดไปยังห้องของตัวเองและเมื่อปิดประตูห้องนอนเรียบร้อยแล้วฉันก็ทิ้งกระเป๋าลงข้างเตียงแล้วล้มตัวลงนอนบนเตียงทันที ไม่รู้ทำไมฉันถึงไม่กล้าสบตาริสะและไม่เข้าใจตัวเองว่าจะพยายามหลีกเลี่ยงเด็กคนนั้นทำไมในเมื่อริสะก็ไม่ได้ทำอะไรให้ฉัน

 

เป็นอะไรของฉันเนี่ย

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก!

 

          ฉันรีบกระเด้งตัวขึ้นมานั่งหลังตรงทันทีโดยไม่รู้ตัวก่อนจะขานอนุญาตให้เข้ามาได้ริสะจึงค่อยๆแง้มประตูจนกระทั้งเข้ามาในห้องของฉันได้ ริสะมองไปรอบๆห้องเพื่อสำรวจฉันจึงตั้งสติโดยการสูดหายใจเข้าลึกๆและพยายามทำตัวให้ปกติที่สุด

 

มีอะไรรึเปล่า?ริสะสะดุ้งทันทีที่ฉันทักก่อนจะเดินมาตรงหน้าฉัน

ถอดชุดนักเรียนออก

อะ..เอ๋?ฉันรู้สึกหน้าเห่อร้อนขึ้นมาทันที

อาจารย์บอกให้ประคบน้ำแข็งบ่อยๆไม่ใช่รึไงริสะพูดพลางชูถุงน้ำแข็งขึ้นมา

เดี๋ยวฉันทำเองได้

 

          จากความดื้อด้านของฉันคงทำให้ริสะเริ่มไม่สบอารมณ์เมื่อริสะกอดอกและมองมาทางฉันด้วยใบหน้าเรียบเฉยฉันจึงค่อยๆหันหลังไปให้ริสะที่นั่งลงมาข้างหลังแล้วรูดซิบยูนิฟอร์มนอกออก

 

ตกลงใครพี่ใครน้องกันแน่เนี่ย

 

          เมื่อถอดชุดนอกให้ร่นลงไปที่เอวได้แล้วก็เหลือเชิ้ตด้านในฉันจึงแกะกระดุมด้านหน้าออกสองเม็ดกว้างพอที่จะเห็นเนินไหล่ของฉัน ความรู้สึกเย็นจากน้ำแข็งที่ทาบลงมาทำให้ใจสั่นไม่น้อย มือของริสะเองก็เฉียดผ่านไหล่ฉันเป็นบางครั้งคราว ฉันพยายามควบคุมสติและหัวใจให้เต้นช้าลงแม้จะไม่ได้ผลเลยก็ตาม

 

ทำไมถึงช่วยฉัน

เอ๋?ฉันเอียงหน้าไปหาริสะเล็กน้อย

เรื่องวันนี้ริสะยังคงตอบห้วนๆเหมือนเคย

อ่า..ก็ จะให้ทนดูคนอื่นเจ็บต่อหน้าได้ยังไงล่ะ

 

          ฉันตอบตามความคิดของฉันก่อนจะสัมผัสได้ว่าน้ำแข็งที่ค่อยๆกดเบาๆวนไปทั่วไหล่หยุดชะงักลงก่อนจะได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ

 

ริสะหัวเราะเหรอ!?...

 

          ฉันแทบอยากจะหันกลับไปมองซะเดี๋ยวนั้นแต่ก็ทำไม่ได้จึงได้แค่จินตนาการเอาเองในหัวก่อนริสะจะยื่นที่ประคบน้ำแข็งมาให้ฉันแล้วเดินจากไปพร้อมทิ้งท้ายประโยคชวนงงไว้อีกต่างหาก

 

เข้มแข็งขึ้นกว่าเมื่อก่อนเยอะแล้วนิ่

 

 

เธอเป็นใครกันแน่ วาตานาเบะ ริสะ



-----------------------------------------------------

ตัวละครใหม่เพิ่มขึ้นมาอีกแล้ววว 

ครั้งนี้จะเป็นยังไงนะ?

อาจจะมึนๆเขียนสลับริกะกับริสะไปบ้างเพราะสองคนนี้ชื่อคล้ายกันก็พออภัยด้วย

อย่าลืมเม้นๆให้กำลังไรท์กันด้วยนะ ^^



 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

189 ความคิดเห็น

  1. #175 wutthammanut (@wutthammanut) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 21:06
    นั้นไง..มี่จัง
    #175
    0
  2. #64 xvnotg (@xvnotg) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561 / 13:24
    ไหนว่าจะไม่หวั่นไหวไงงมี่จังง สัญญาอะไรกับเอริไว้หะ~
    #64
    0
  3. #41 Kujigi Lukia (@deklukia) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 12:04
    ริสะเป็นเพื่อนสมัยเด็กแน่ๆ แต่ทำไมถึงนามสกุลเดียวกัน อีกอย่างคือน่าจะรักมี่จังมาตั้งแต่เด็กแล้วซะด้วยสิ เห็นแววคู่แข่งเอริจังเพิ่มมาอีกคนแล้วสินะ แล้วนี่ถ้าพี่สาวรู้ว่านามิจังบาดเจ็บอย่างนี้จะเป็นห่วงมากขนาดไหนกันนะ
    #41
    0
  4. #40 YuKi KuRoGaNe (@beam4834) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:42
    มีแววว่าจะเกิดรักสามเศร้าอีกครั้ง
    ริสะน่าจะเป็นเพื่อนสมัยเด็กรึญาติรึเปล่า
    #40
    0
  5. #39 kiiiie (@kiiiie) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:07
    ริสะ จะมาทำให้มี่จังหวั่นไหวไม่ได้น่ะเราไม่ยอม งื้ออ
    #39
    0
  6. #38 smindfluk38 (@smindfluk38) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:55
    อ่าว นึกว่าจำได้แล้วสะอีก
    #38
    0
  7. #37 นามิ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:44
    ริสะจะทำให้มี่จังหวั่นไหวรึป่าวนะแล้วเมื่อไหร่เอริจะกลับมาอยากให้มีฉากncเอริกับมี่จัง55
    #37
    0